ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
รวมข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวการสร้างเว็ปพันทิพย์2

เรื่องเล่น ๆ ที่เป็นเงิน

บรรดานักโต้คลื่นชาวไทยบนอินเตอร์เน็ตหลายคนคุ้นเคยกับเว็บไซต์ (pantip.com) หรือ (sanook.com) เพราะ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันบนเว็บไปแล้ว

ในแต่ละวันจะมีคนจำนวนมากที่เปิด (lock in) เข้าเว็บ ไซต์เหล่านี้ เพื่อหาเพื่อนใหม่ในห้องสนทนา (Chatroom) หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ ในห้องที่จัดแบ่งไว้ตามความสนใจ และมีอีกไม่น้อยที่เข้าไปหาซื้อชิ้นส่วนคอม พิวเตอร์ อาทิ โมเด็ม ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม

แต่ละวันจะมีคนล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์ของ pantip. com และ sanook.com ไม่ต่ำกว่า 50,000 รายต่อวัน เป็น ตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์ เน็ตในไทยที่มีอยู่ประมาณ 2-3 แสนราย

ยิ่งเมื่อบวกกับกระแสความสำเร็จของ yahoo.com หรือพวกบรรดา amazon.com ในสหรัฐอเมริกา เป็นแรงส่งทำให้ pantip.com และ sanook.com ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

จนทำให้เกิดคำถามว่า จะมีเว็บไซต์คนไทย ที่จะสามารถ เดินตามรอยบรรดา yahoo.com หรืออะเมซอนดอทคอม ที่ ร่ำรวยจากการขายหุ้น หรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าเนื้อแท้ของธุรกิจจะขาดทุนก็ตาม

"ผู้จัดการ" สนทนากับ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้สร้างเว็บไซต์ pantip.com พร้อมกับทีมงานอีก 2 คนในบ่ายวันหนึ่งที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ หรือบอย นักศึกษาปี 4 วิศว กรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับหน้าที่พัฒนาโปรแกรม และ ฤทธิชาติ ศิริวงศ์ ณ อยุธยา หรือบอยโปรแกรมเมอร์ของบริษัทซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ รับหน้าที่ออกแบบเว็บ และงานกราฟิก ทั้งสองเป็นกลุ่ม ผู้ใช้รุ่นแรกๆ ของ pantip.com และต่อมาได้กลายเป็นทีมงานของ pantip.com

ปกติแล้วหากไม่ต้องออกไปพบปะกับลูกค้าที่จะมาลงโฆษณาบนเว็บ pantip.com แล้ว วันฉัตรจะนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน และติดต่อกับอภิศิลป์ และ ฤทธิชาติ ผ่านอี-เมล และจะนัดประชุมแบบเห็นหน้าเห็นตากันเดือนละครั้ง

วันฉัตรเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่การบินไทยเกือบ 8 ปี ก่อนจะออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากไต้หวัน ซึ่งเป็นจังหวะที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับอินเตอร์เน็ต

"ตอนนั้นผมไม่คิดอะไรมากไปกว่าต้องการใช้อีเมลเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการส่งแฟกซ์ ตกเดือนละ 3-4 พันบาท ทำให้ ลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ"

วันฉัตรเริ่มหันมาศึกษาอินเตอร์เน็ต สิ่งที่เขาพบคือ ทำไมอินเตอร์เน็ตมีแต่ข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษ ความคิดในการสร้างแมกกาซีนด้านคอมพิวเตอร์บนอินเตอร์เน็ต มีคนมาเขียนคอลัมน์ให้ มีรายได้จากค่าโฆษณา ความคิดที่จะเปิดเป็นชอปปิ้งมอลล์จึงเกิดขึ้น

แต่อินเตอร์เน็ตยังเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย คนส่วนใหญ่ยังไมรู้จัก ทำให้เป้าหมายของเขาต้องเปลี่ยนไป

"พอไปไม่ถึงผมก็เริ่มเรื่อยเปื่อย มองหาว่าจะหาบริการอะไรมาทำดี เลยส่งอีเมลหาคนโน้นคนนี้ไปแนะนำเว็บ พอดีไปเจอกับหมอคนหนึ่ง เขาแนะนำว่าควรจะมีเพลงใส่เข้าไป และก็แนะนำเว็บที่จะดาวน์โหลดได้ ผมก็เลยมานั่งคิดว่า ความรู้คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เฉพาะพวกโปรแกรมเมอร์ หรือคนที่ทำงาน ด้านนี้ เพราะหมอเองก็ไม่ใช่คอมพิวเตอร์"

จากประกายความคิดที่ได้วันนั้น วันฉัตรออกแบบโปรแกรมแลกเปลี่ยนความรู้ คอมพิวเตอร์ หรือเทคนิคัลแชท (Technical chat) ซึ่งกลายเป็นที่มาของบริการชุมชน (Community Service) บนพันทิพย์ดอทคอม

ทุกวันนี้มีคนล็อกอินเข้ามา pantip.com เพื่อหาเพื่อนใหม่ๆ ผ่านห้องแชทรูม หรือแลกเปลี่ยนซื้อขายของ ซึ่งอาจจะมากกว่าเว็บไซต์ที่ทำขึ้นมาเพื่ออิเล็กทรอนิกส์คอมเมิร์ซบาง แห่งด้วยซ้ำ

แม้จะมีคนมาใช้บริการใน pantip.com ไม่ต่ำกว่าหลาย หมื่นคนต่อวัน และสินค้าที่ลงโฆษณาก็เริ่มเปลี่ยนจากขนม เปี๊ยะ มาเป็นชิปอินเทล แต่วันฉัตรไม่คิดว่า pantip.com จะทำให้เขาและทีมงานกลายเป็นเถ้าแก่บนเว็บ เยี่ยง Portal web ที่ทำเงินในอเมริกา

ลำพังรายได้จากค่าโฆษณา (ป้ายโฆษณา) บนหน้าแรกของ pantip.com ที่ไม่เคยเกิน 40,000 บาท คงไม่สามารถเลี้ยง pantip.com ได้ ทุกวันนี้พันทิพย์ดอทคอมต้องพึ่งพาอินเตอร์เน็ต ประเทศไทย ช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายของการเช่าเนื้อที่บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งหากคำนวณเป็นเงินแล้วไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท

รายได้โฆษณาที่หามาได้ถูกเก็บสะสมไว้เพื่อเพิ่มขีดความ สามารถ (upgrade) ให้กับเครื่องแม่ข่าย (server) และใช้สำหรับการดูแลไม่ให้เว็บมีปัญหาเกิดขึ้น

แม้ว่า pantip.com จะมีคนมาขอซื้อหุ้นที่เป็นนักลงทุน จากไทยและต่างประเทศ แต่สำหรับวันฉัตรแล้ว pantip.com ไปไกลเกินกว่าจะเป็นธุรกิจเสียแล้ว

"ในทางกฎหมายมันเป็นของบริษัท แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันเป็นของมหาชน ไม่ว่าผม หรือ บอย เอ และอาสาสมัครทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เว็บมีความน่าสนใจ ไม่ใช่ผมคนเดียว สิ่งที่ผมอยากได้คือทำให้เว็บนี้เป็นของมหาชนมากกว่าจะเป็นธุรกิจ" คำกล่าวของวันฉัตรที่บอกถึงเป้าหมายของพันทิพย์ดอทคอม

[b]คอลัมน์ the road to success[/b]
ความสุขและความสำเร็จสำหรับคนบางคนไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทองหรือความมั่งคั่งร่ำรวยเสมอไป แต่กลับอยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตนเอง รัก และเชื่อมั่นว่า ดีแล้ว เบื้องหลังแนวคิดของการสร้างเว็บไซต์ Pantip.com ของ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ก็เป็นเช่นเดียวกัน
เขา จึงพึงพอใจกับการเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ แต่มีคุณภาพของ Pantip.com
ปรัชญาชีวิตของผมไม่เชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด แต่เชื่อว่าคนเราเกิดครั้งเดียว ฉะนั้น ผมจึงถือว่าในช่วงที่มีอยู่สั้นๆ ถ้าเทียบกับเวลาที่มีอยู่ในโลกผมต้องการอะไร อันแรกคือต้องใช้มันอย่างมีค่าที่สุด และทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ นี้มีประโยชน์กับคนอื่นมากที่สุด เพราะผมไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ผมไม่เชื่อว่าตายแล้วจะไปเกิดใหม่
หลักคิดและปรัชญาในการทำงานของ วันฉัตร เชื่อมโยงกับแนวคิดในเรื่องชีวิตของเขาได้อย่างพอดี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะไม่ขายเว็บไซต์นี้ให้กับบริษัทข้ามชาติในยุคดอตคอมบูมเมื่อหลายปีก่อน หรือแม้แต่นำข้อมูลของฐานสมาชิกที่มีมากกว่า 15,000 รายไปใช้ประโยชน์เชิงธุรกิจต่อบริษัทของเขา
วันฉัตร บอกว่า เขามุ่งหวังที่จะสร้าง Pantip. com ให้เป็นเวทีในการแสดงความคิดเห็นและการแลกเปลี่ยนความรู้บนโลกอินเทอร์เน็ต โดยพยายามทำให้เว็บบอร์ดแห่งนี้เป็นสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพให้ได้
ตามสโลแกนที่ว่า พันทิปดอตคอม สุดยอดเว็บบอร์ดไทยเพื่อสังคมออนไลน์คุณภาพ
คำจำกัดความของคำว่า สังคมออนไลน์คุณ ภาพ ในความหมายของ วันฉัตร หมายถึงการทำข้อมูลหรือเนื้อหาจากการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องต่างๆ บนเว็บบอร์ดของพันทิปกลายเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณ ภาพ และมีประโยชน์ต่อสังคม
ผมว่าจริงๆ แล้วตอนนี้ประโยชน์ของมันก็เริ่มเห็นชัดแล้วในฐานะที่เป็นเวทีแสดงความเห็นสำหรับคนทั่วๆ ไป คนทำงานประจำ ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ทำให้พวกเขาได้มีพื้นที่แสดงความคิดเห็นในเรื่องใหญ่ๆ โตๆ เช่น เหตุบ้านการเมือง ความเห็นต่อสังคม หรือแม้กระทั่งเรียกร้องความเป็นธรรม เราได้เปิดเวทีตรงนั้นได้แล้ว
พัฒนาการของ Pantip.com จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น แต่ต้องพัฒนาทำให้ความคิดความเห็นเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือ และเริ่มทำไปแล้วด้วยการสร้างระบบสมาชิกขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพหรือผู้ที่ไม่หวังดีนำเว็บบอร์ดไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ใช้เป็นช่องทางในการใส่ร้ายป้ายสีหรือหลอกลวงกันและกัน
โดยให้ผู้ที่ต้องการเป็นสมาชิกของ Pantip.com กรอกข้อมูลส่วนตัว พร้อมทั้งหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองไว้เป็นหลักฐานด้วย และกำหนดให้ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกแล้วเท่านั้นที่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด
นอกจากนี้ ยังจะมีการลงทุนสร้างระบบตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของคนที่เข้ามาลงทะเบียนด้วยว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ แม้จะรู้แน่แก่ใจว่า เงื่อนไขที่เข้มงวดอาจทำให้ชุมชนออนไลน์แห่งนี้เติบโตช้าเพราะสร้างกำแพงให้คนไม่อยากเข้ามาเป็นสมาชิก
น้องๆ ในทีมงานเขาเสนอมาว่าอยากให้เมม เบอร์มีตัวตนมากขึ้น มีการตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน และทำให้นามแฝงหนึ่งมาจากคนได้คนเดียว ตรวจเป็นขั้นเป็นตอนแบบซีเรียสเลย ซึ่งถ้าผมมองพันทิปเป็นธุรกิจ ผมคงไม่ทำหรอก เพราะนอกจากคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกเข้ามาได้ยากขึ้นแล้วยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะต้องลงทุนติดตั้งระบบตรวจสอบ แต่ด้วยความที่เราไม่เน้นธุรกิจมากนัก เราจึงตัดสินใจทำ ถ้าสำเร็จผมเชื่อมั่นว่ามันจะทำให้คุณภาพการใช้อินเทอร์เน็ตดีขึ้นมาก
วันนี้ Pantip.com มีสมาชิกที่มีตัวตนตรวจสอบได้มากถึงกว่า 15,000 คน มีจำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์และเปิดอ่านความคิดความเห็นบนเว็บบอร์ดมากถึงวันละเกือบแสนราย และมีรายได้จากค่าโฆษณาเดือนละ 3-4 แสนบาท
สิ่งเหล่านี้น่าเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของ Pantip.com ได้เป็นอย่างดี
ฉบับหน้ามาแกะรอยความสำเร็จของพันทิปดอตคอม
ทก็ยังไม่ค่อยมั่นใจมากนัก โดยเฉพาะหลังจากการถอนตัวออกไปของโนเกีย
ข่าวจาก : ประชาชาติธุรกิจ

วันฉัตร ผดุงรัตน์ Web Gardener pantip.com
สมคิด เอนกทวีผล
Positioning Magazine ธันวาคม 2547

“อยากทำงานที่ไม่มีคนอยากทำ” คือทัศนคติในวัยเด็กของ วันฉัตร ผดุงรัตน์ เจ้าของเว็บบอร์ด Pantip.com เขาเผยเบื้องหลังของทัศนคติอันแปลกไม่เหมือนใครนี้ไว้ว่า เป็นเพราะเชื่อว่าหากเราทำงานที่ไม่มีใครอยากทำแล้ว เราจะเป็นคนที่มีคุณค่าในสังคม จากนั้นวันฉัตรเติบโตขึ้นพร้อมปรับตัวเองเข้าสู่โลกแห่งความจริงด้วยการเรียนด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งที่นี่เองที่เขาได้สัมผัสกับคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก เป็นการใช้ PC ในยุคแรกๆ คุมเครื่องจักร แต่เขาก็ให้ความสนใจกับการออกแบบวงจรต่างๆ มากกว่าและถือเป็นงานในฝันที่ถนัด

แต่เมื่อจบมาแล้ววันฉัตรพบว่างานของวิศวกรในยุคนั้นไม่พ้น 3 อย่างคือ “ซ่อม” “คุม”(คนงาน) และ “ขาย” ซึ่งงานแรกของเขาที่บริษัทวิทยาคมก็คือ sale engineer ขายเครื่องมือแพทย์ซึ่งรวมถึงติดตั้งและซ่อมบำรุงด้วย ที่นี่เองที่วันฉัตรเริ่มมาหลงรักคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังจากการที่เจ้านายซื้อเครื่อง PC มาด้วยความอยากรู้ แต่ไม่มีเวลาเล่นและตั้งเครื่องทิ้งไว้แล้วชักชวนวันฉัตรให้ “ลองเล่น” ดู ซึ่งเขาก็ “ลองเล่น” ด้วยการเขียนโปรแกรมคำนวณค่าคอมมิชชั่นของพนักงานขาย แต่โปรแกรมก็ทำงานไม่ได้อย่างที่คิด เขาไม่ท้อแท้ “ลองเล่น” ต่อด้วยการใช้โปรแกรม Visicalc บรรพบุรุษของ Excel แทน แล้ววันฉัตรก็ตกหลุมรักคอมพิวเตอร์ เพราะใช้สร้างสรรค์งานต่างๆ ออกมาได้ง่ายกว่าการสร้างวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แรงจูงใจที่จะ “ไล่ตาม” เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะขับเคลื่อนชีวิตการงานของวันฉัตรนับจากนี้เป็นต้นไป แล้วพนักงานเงินเดือน 4,500 บาท (ช่วงปี 2528) อย่างเขาก็ตัดสินใจควักเงินซื้อคอมพิวเตอร์เป็นของตนเองในราคา 2 หมื่นกว่าบาท

เขาตัดสินใจหางานที่จะได้คลุกคลีกับซอฟต์แวร์แทนที่จะเป็นฮาร์ดแวร์เครื่องจักร จนได้งานที่การบินไทย ได้ทำงานกับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย ที่นั่นเขาเริ่มจากการเป็น “ผู้ใช้” โปรแกรมจัดการเนื้อที่ในเครื่องบิน (space control) จนได้เลื่อนขึ้นไปเป็น “ผู้สร้าง” ซอฟต์แวร์ต่างๆ ในตำแหน่ง system programmer ถึงจุดนั้นวันฉัตรสรุปว่า เขาได้ผ่านงานแทบทุกด้านเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาแล้วทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทั้งในฐานะผู้ใช้และผู้สร้าง เกิดความรู้สึกอิ่มตัวหมดแรงจูงใจที่จะไล่ตามเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว

วันฉัตรเริ่มเข้าสู่โลกธุรกิจโดยการออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนทำบริษัท Macrocare นำเข้าอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์เช่นตัวต่อพ่วงสายต่างๆ จากไต้หวันมาขายในไทย ซึ่งกิจการก็ไปได้ดี และที่นี่เองที่ไฟรักการเรียนรู้กลับมาอีกครั้ง เมื่อหุ้นส่วนของเขาบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายในการติดต่องานกับต่างประเทศด้วยโทรศัพท์และแฟกซ์ เขาจึงมาซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตมาใช้รับส่งอีเมลและเข้าสู่โลกแห่งเว็บในยุคแรกๆ ซึ่งยังหาเว็บภาษาไทยแทบไม่ได้ วันฉัตรจึงเห็นช่องทางเปิดเว็บภาษาไทยขึ้นให้คนไทยอ่านง่ายๆ จึงตัดสินใจออกจากความเป็นหุ้นส่วน Macrocare มาเปิดเว็บนิตยสารออนไลน์ด้านไอทีใช้ชื่อ pantip.com เหมือนปัจจุบันแต่ยังไม่มีเว็บบอร์ด ซึ่งก็ล้มเหลวในการหารายได้โฆษณามาเข้า ซึ่งเขาสรุปบทเรียนได้ว่าเป็นเพราะเขาเพียงแค่ทำนิตยสารทางเว็บออกมาแข่งกับนิตยสารกระดาษโดยยังไม่ได้ใช้ศักยภาพการสื่อสารสองทางของเว็บ และตลาดยังไม่รู้จักสื่อเว็บเท่าใดนักในยุคนั้น

หนทางใหม่ของวันฉัตรกลับเกิดจากเรื่องที่ดูเล็กๆ สองเรื่อง ช่วงนั้นเขาซื้อรถยนต์ส่วนตัวคันแรกในชีวิต ด้วยความ “เห่อ” เขาจึงตระเวนเข้าเว็บที่มีข้อมูลและภาพต่างๆ จนมั่นใจว่าตัวเองรู้เรื่องรถรุ่นนี้ดี ขณะเดียวกันเขาก็ส่งเมลไปหาผู้คนจำนวนมากเพื่อโปรโมตเว็บตัวเอง ซึ่งวันฉัตรยอมรับว่าก็คือการ spam เพียงแต่ยุคนั้นยังไม่ถูกสังคมต่อต้านเพราะยังมีน้อย ซึ่งก็มีนายแพทย์คนหนึ่งตอบเมลกลับมา แนะนำให้เขาใส่เสียงเพลงประกอบลงใน pantip.com พร้อมกับตอบข้อสงสัยวันฉัตรถึงวิธีการทำ สิ่งนี้สั่นสะเทือนความคิดวันฉัตรอย่างรุนแรงว่านายแพทย์คนหนึ่งกลับรู้เรื่องไอทีที่เขาไม่รู้ เขาจึงได้คิดว่าน่าจะมีเว็บไซต์สักแห่งที่ให้ผู้คนได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นกัน เป็นที่ที่เขาจะได้แบ่งความรู้เรื่องรถให้ผู้อื่น และเขาจะสามารถทิ้งคำถามหาวิธีเอาเสียงดนตรีลงเว็บได้ ซึ่งเขาเคยเห็นเว็บลักษณะนี้มาแล้วของต่างประเทศ จึงได้เริ่มค้นคว้าจนหาโค้ดโปรแกรมของต่างประเทศมาปรับแต่ง ทำไปก็ถามผู้รู้คนอื่นๆ ไปด้วยผ่านทางอินเทอร์เน็ต จนเกิดเป็น pantip.com โดยในระยะแรกยังพูดคุยกันแค่เรื่องไอทีเป็นหลักแล้วจึงขยับขยายไปยังเรื่องอื่นๆ มากมาย

เงินทุนส่วนตัวที่เขากันออกมา 2 แสนเพื่อ pantip.com นั้นเกือบจะหมดลงอยู่แล้ว ซึ่งเขาตั้งใจไว้ว่าหากหมดไปเขาก็จะปิดเว็บเลิกกิจการ เพื่อไม่ให้กระทบฐานะการเงินส่วนตัวและครอบครัว แต่เมื่อเขาปรับเปลี่ยนเว็บ สถานการณ์ก็กลับดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าโฆษณารายใหญ่รายแรกเข้ามาคือ Intel ซึ่งกำหนดผ่านทางเอเยนซี่รายใหญ่ว่าต้องเป็นเว็บไซต์ด้านไอทีเท่านั้น จากนั้นในยุคดอทคอมบูม มีกลุ่มทุนมากมายทั้งไทยและเทศเข้ามาติดต่อขอซื้อขอร่วมทุน แต่วันฉัตรปฏิเสธหมดเพราะเขารู้สึกว่า pantip.com ไม่ใช่ของเขา เป็นของทุกคนที่เข้ามาร่วมกันแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร เขาเองจึงไม่น่าจะมีสิทธิขายสิ่งนี้ไปแลกกับเงิน ในที่สุดจึงได้ลงตัวกับกลุ่ม Nation โดยให้ Nation เป็นพันธมิตรช่วยขายโฆษณาให้แล้วแบ่งรายได้กันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในดีลครั้งนั้นวันฉัตรเผยว่า สุทธิชัย หยุ่น ถึงกับกำชับผ่านลูกน้องลงมาว่าอย่าไปบังคับกำหนดกรอบกับวันฉัตร ให้วันฉัตรและทีมงานได้ทำในแนวทางเดิมต่อไปอย่างอิสระเต็มที่

เมื่อมองย้อนกลับไป วันฉัตรสรุปหลักที่เขายึดมั่นในการทำ pantip.com ตลอดมาคือเขาทำในฐานะคนสวน ไม่ใช่สถาปนิก นั่นคือคนสวนจะเพียงแค่เตรียมดินให้ดี พยายามสรรหาพันธุ์ไม้ที่ดีมาลง แล้วดูแลรักษาโดยไม่สามารถจะออกแบบกำหนดได้ว่า จะให้ต้นไม้ทั้งหลายนั้นเติบโตออกมามีรูปร่างอย่างไร ต่างจากสถาปนิกสร้างอาคาร อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่าสวนจะมีคุณภาพได้เขาก็ต้องกำจัด “ศัตรูพืช” และ “กิ่งใบที่เป็นโรค” บ้าง นั่นคือที่มาของระบบบัตรผ่านและระบบสมาชิกที่ผู้ใช้ต้องให้รายละเอียดบัตรประชาชนก่อนที่จะลงข้อความใดๆ ได้

ส่วนหลักการส่วนตัวของเขาตั้งแต่ทำงานใหม่ๆ คือ “ทำงานให้เหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการ” ซึ่งปรัชญานี้เขาได้รับจากธรรมเทศนาของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุตั้งแต่เมื่อครั้งบวชสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเชื่อว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมาคิดเปรียบเทียบกับเงินเดือนว่าเราทำงานเกินเงินเดือนหรือไม่ เพราะหากเราทำงานให้เหมือนเป็นเจ้าของกิจการ สำคัญสุดคือได้ความรู้ประสบการณ์มากกว่า และได้มุมมองของเจ้าของกิจการสำหรับใช้เปิดธุรกิจของตนเองต่อไป

สำหรับวิสัยทัศน์ของวันฉัตรในปีนี้เขาคาดว่ามี 2 แนวโน้มที่ต้องจับตามองคืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (broadband) และอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอย่างแรกนั้นเล่นกับข้อมูลขนาดใหญ่อย่างภาพยนตร์และเสียง ส่วนอย่างหลังนั้นเล่นกับข้อมูลและโปรแกรมขนาดเล็ก ซึ่งเขาให้ความสนใจกับ broadband มากกว่า และเขาเชื่อว่าเนื้อหาที่เหมาะกับ broadband คือเนื้อหาที่มีลักษณะสด 24 ชั่วโมง เพราะจะได้ใช้ประโยชน์จากทั้งความเร็วและจากการที่ผู้ใช้ไม่เสียเงินเพิ่มตามเวลาที่ดู เพราะ broadband ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายตามเวลาการใช้ เขามองว่า broadband จะทำให้ “นักนิเทศศาสตร์” เข้ามาครองวงการไอทีแทน “นักคอมพิวเตอร์ศาสตร์” ได้ในเร็วๆ นี้ เพราะเนื้อหาภาพและเสียงจะถูกนำมายิงออกอากาศผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันทีง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยความรู้ทางโครงสร้างข้อมูลมากนัก

Profile
Name: วันฉัตร ผดุงรัตน์
Age : 41
Education :
ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Career Highlights:
2529- 2530 sales engineer บริษัทวิทยาคม
2530 - 2539 space control, system programmer บริษัทการบินไทย
2538 - 2539 หุ้นส่วนบริษัท Macrocare
2539 - ปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการบริษัท pantip.com
Family :
คู่สมรส นลินี ผดุงรัตน์


Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2548 16:33:55 น. 7 comments
Counter : 2568 Pageviews.

 
ทำให้คนโง่ๆ อย่างเราได้เข้ามาเล่นได้ด้วย
เย............


โดย: เย........... IP: 202.57.172.14 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:16:22:40 น.  

 
เปรี้ยววววว คับ ^_^


โดย: Wish You Were Here วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:20:45:38 น.  

 
อิอิ มาขโมยซึ่งๆหน้าคับ


โดย: guuyai IP: 124.120.178.62 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:16:04:56 น.  

 
ไม่อยากเชื่อ


โดย: ส่งได้จิงหรอ IP: 202.69.140.130 วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:13:48:26 น.  

 
แอ่ะ ๆไม่เลวนะ


โดย: koong IP: 125.25.201.89 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:59:26 น.  

 
ยินดีกับความสำเร็จครับ


โดย: mdavit IP: 202.183.235.3 วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:54:00 น.  

 
ดีครับ


โดย: jack IP: 58.64.48.36 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:43:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.