ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
รวมข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวการสร้างเว็ปพันทิพย์

ปรัชญาธุรกิจ Pantip.com "ทำในสิ่งที่รัก-รักในสิ่งที่ทำ"

"Pantip.com" เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว หลังจาก "วันฉัตร ผดุงรัตน์" ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับประโยชน์ของการใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความบังเอิญ เพราะในเวลานั้น "เขา" เปิดบริษัทนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้ามาขายในเมืองไทยจึงต้องติดต่อกับซัพพลายเออร์ต่างชาติเป็นประจำ

ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายจากการใช้โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ และค่าแฟกซ์สูงเอาการ สำหรับบริษัทเล็กๆ ย่อมเป็นต้นทุนที่สร้างภาระให้ไม่น้อยเลย บังเอิญว่าบริษัทต่างชาติที่ติดต่อธุรกิจด้วยเริ่มใช้อีเมล์แล้วทำให้ "เขา" ได้ทำ ความรู้จักกับอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก

"ครั้งแรกที่สัมผัสกับอินเทอร์เน็ต ผมพูดไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เหมือนเจอที่โล่งๆ ที่ทำอะไรได้เยอะมาก แต่นึกไม่ออกว่าจะเริ่มทำอะไร ตอนนั้นผมยังนึกว่าเน็ตสเคปกับเว็บคือเรื่องเดียวกัน นึกภาพไม่ออกว่าเน็ตสเคปเป็นแค่บราวเซอร์ที่เข้าไปในเว็บ เปิดเข้าไปพอเจอเน็ตสเคปปุ๊บจะเห็นหน้าโฮมเพจ มีแค็ตตากอรี่ต่างๆ เรื่องวิทยา ศาสตร์บ้าง บันเทิงบ้าง ท่องเที่ยวบ้าง ผมเองสนใจเรื่องรถยนต์ก็เข้าไปในเซ็กชั่นออโตโมบิล ไปดูข้อมูลก็เริ่มๆ ติดใจแล้ว...

...พอเล่นไปสักพักเริ่มรู้สึกว่าเอ๊ะ...ทำไมมีแต่ภาษาอังกฤษ ทำไมไม่มีเว็บไทย จนไม่แน่ใจว่า อินเทอร์เน็ตเนี่ยใช้ได้แต่ภาษาอังกฤษรึเปล่า ใช้ภาษาไทยไม่ได้มั้ง ตรงนี้เด็กรุ่นใหม่ๆ คงไม่งงแต่เด็กรุ่นผมหรือคนแก่รุ่นผมเนี่ยงงนะ เพราะรุ่นผมเกิดมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีภาษาไทย"

"วันฉัตร" จึงนึกสนุกอยากลองสร้างเว็บ ไซต์ขึ้นมาบ้าง ซึ่งชื่อ "Pantip" ก็มาจากห้างพันธุ์ทิพย์ศูนย์ค้าส่งค้าปลีกสินค้าไอทีชื่อดังนั่นเอง โดยสร้าง Pantip. com เป็นแมกาซีนออนไลน์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไม่ได้เป็นเว็บบอร์ด หรือคอมมิวนิตี้ ออนไลน์เช่นทุกวันนี้

"ตอนแรกมีเว็บบอร์ดแค่อันเดียว หัวข้อก็คือ ถามตอบปัญหาคอมพิวเตอร์ พอทำเว็บมาสักพักก็รู้สึกสนุกอยากทุ่มเวลาทำให้เต็มที่จึงเลิกทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่บ้านผมก็งงนะ แม่ก็เริ่มบ่นเพราะเดินลงมาตี 2 ตี 3 ก็เห็นผมนั่งคลุกหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำอะไรก๊อกแก๊กตั้งแต่เช้าจดเย็น เรียกว่าแทบจะไม่ไปไหนเลย (หัวเราะ)"

เงินก้อนแรกที่ใช้ลงทุนใน "Pantip.com" เป็นเงินส่วนตัวของ "วันฉัตร" เอง เขาควักกระเป๋าหยิบเงิน 2 แสนบาทถ้วนออกมาใส่บัญชีแยกไว้ต่างหากสำหรับทำพันทิปดอตคอมโดยเฉพาะ

โดยตั้งใจไว้ว่าจะลองทำตามความรักความชอบดูสักตั้ง ถ้าหมดเงิน 2 แสนเมื่อไรก็เลิกเมื่อนั้น แต่เหมือนโชคเข้าข้างมีบริษัทไอทีข้ามชาติยักษ์ใหญ่รายหนึ่งมองเห็นความสำคัญของอินเทอร์เน็ตจึงเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ลงโฆษณาบน Pantip.com ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน จากนั้นก็มีบริษัทอื่นๆ ตามมา การหารายได้จากโฆษณาของ "วันฉัตร" เพื่อหล่อเลี้ยงพันทิปจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปนัก

"ตอนทำพันทิปใหม่ๆ ผมก็ส่งอีเมล์ไปแนะนำเว็บกับใครต่อใครที่พอจะหาลิสต์อีเมล์ได้ แล้วมีคุณหมอท่านหนึ่งอีเมล์กลับมาว่าเว็บคุณน่าสนใจดี แต่น่าจะมีเพลงสักหน่อย มีอะไรกุ๊กกิ๊กเพิ่มอีก ผมก็ไม่รู้หรอกว่าจะใส่เพลงยังไง ก็อีเมล์กลับไปถาม แกก็ตอบกลับมาสักสองย่อหน้าว่าไปดาวน์โหลด ซอฟต์แวร์ที่นี่ แล้วทำอย่างนี้ ตรงนี้จุดประกายผมว่าไอ้ข้อความสองย่อหน้านี่สามารถทำให้ผมสร้างเว็บได้ แต่เวลาที่คุณหมอคนนี้ตอบผม ผมเป็นคนเดียวที่ได้อ่าน ทำไมต้องเป็นผมคนเดียว ถ้ามีคนอีกสิบอีกร้อยคนพันคนได้อ่านบ้างน่าจะเป็นประโยชน์มาก"

คิดได้ดังนั้น "วันฉัตร" ก็เริ่มเข้าไปดูเว็บไซต์ต่างประเทศเพื่อค้นหาว่าสิ่งที่เขาคิดมีใครทำบ้างไหม และทำกันอย่างไร เมื่อได้เห็นรูปแบบเว็บบอร์ดที่คิดว่าใช่จึงเริ่มเขียนโปรแกรมสร้างเว็บบอร์ดของตนเองขึ้นมาบ้าง โดยปรับให้เป็นแบบที่ต้องการ ใช้เวลาเพียงแค่คืนเดียวก็ทำสำเร็จ

"พอทำเสร็จโพสต์ขึ้นไปก็มีคนชอบ เฮ...สนุก สนานกันใหญ่ ไอ้ผมก็แบบบ้ายอ (หัวเราะ) มีคนชอบอยากได้โน่นอยากได้นี่ มีคนเข้ามาใช้บริการเยอะๆ เวลาทำก็สนุก เทียบกับตอนทำแมกาซีนออนไลน์ต่างกันเยอะนะ นั่นเขียนคอนเทนต์เหนื่อยมาก มีคนอ่านนิดเดียวจึงหันมาทำคอมมิวนิตี้เป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันนี้"

"วันฉัตร" สรุปความสำเร็จของ Pantip.com ว่ามาจากเหตุผล 3 ประการ

ประการแรก จากความเป็น first mover หรือเป็นรายแรกที่ทำ

ประการที่ 2 เพราะนิสัยเกื้อกูลกันของคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่เข้ามาช่วยกันสร้างเนื้อหา มีอะไรดีๆ ก็เข้ามาแลกเปลี่ยนเผื่อแผ่กัน และ ประการสุดท้าย คือทีมงานของ Pantip. com เองที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

"ตอนเริ่มผมทำคนเดียว จากนั้นมีน้องอีก 2 คนมาช่วย เขาอยากสนุก อยากทำ ทำไปต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป เพราะธุรกิจเว็บไซต์เองก็ไม่ได้มีรายได้มากมายอะไร มันก็ลำบาก คนหนุ่มๆ อนาคตเขาไปได้อีกเยอะ นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อสร้างธุรกิจให้มั่นคงขึ้น แต่ไม่ยุ่งกับพันทิปนะ เป็นอันใหม่เพราะทีมงาน 16 คนที่อยู่ด้วยกันเขาก็ต้องโตขึ้น ต้องมีครอบครัวจะให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้"

เส้นทางบนโลกไซเบอร์ของ "วันฉัตร ผดุงรัตน์" จึงยังมีอีกยาวไกล แต่เป็นนวัตกรรมใหม่-เว็บไซต์ใหม่ๆ หรือธุรกิจใหม่ๆ สำหรับสร้างความมั่นคงให้กับตัวเขาและทีมงาน เหนือสิ่งอื่นใดก็เพื่อหล่อเลี้ยงความรัก-ความชอบ และความฝันที่อยากสร้าง Pantip.com ให้เป็นสุดยอดเว็บบอร์ดไทยเพื่อสังคมออนไลน์คุณภาพได้สมกับที่ตั้งใจไว้นั่นเอง

ข่าว: ประชาชาติธุรกิจ

วันฉัตร ผดุงรัตน์ เบื้องหลังสุดยอดเวบบอร์ดไทย
เอ่ยชื่อของ ?วันฉัตร ผดุงรัตน์? น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขา ?วันฉัตร? คือหนึ่งในผู้บุกเบิกเวบไซต์ในช่วงแรกของประเทศไทย ที่เพิ่งรู้จักคำว่า ?อินเทอร์เน็ต?

เขาคือคนยุคแรกของคนทำเวบ ช่วงนั้นมีเพียง 2 เวบดัง ที่ก่อกำเนิด และเริ่ม เป็นที่รู้จักเคียงคู่กันมาโดยตลอดใครรู้จักเวบพันธุ์ทิพย์ (pantip.com) ก็ต้องรู้จัก เวบสนุก (sanook.com) ใครรู้จักสนุกดอทคอม แต่ไม่รู้จักพันธุ์ทิพย์ดอทคอมคงเป็นเรื่องแปลก

ปัจจุบัน ?สนุกดอทดอม? อยู่ภายใต้กลุ่มทุนใหญ่จากต่างประเทศ ด้วยผลพวงที่เวบไซต์ไทยในยุคหนึ่งบูมสุดขีด ธุรกิจการซื้อขายเวบ จึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายสนุกดอทคอมก็ไปอยู่ใต้ชายคาของ ?เอ็มเวบ? กลุ่มทุนจากต่างประเทศ

เหลือเพียงเวบไซต์พันธุ์ทิพย์ที่ถึงวันนี้ มีอายุครบ 7 ปี ?วันฉัตร ผดุงรัตน์? ผู้ก่อตั้งเวบไซต์ยังคงอยู่กับเวบ ที่เขาทำขึ้นมากับมือ อย่างเหนียวแน่น พร้อมๆ กับการนำเวบก้าวขึ้นสู่ ?แหล่งชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด? และกำลังมีบทบาทในการ ?ชี้นำ? ความเป็นไป และประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะ ?เวบบอร์ด? ที่มักถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เสมอ หากพูดถึงสถานที่ในการแสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต

เวบบอร์ดพันธุ์ทิพย์ ไม่ใช่สถานที่ที่เต็มไปด้วยการแสดงความคิดเห็นของคนที่ไม่มีตัวตนอีกต่อไป นับจากการนำเอาระบบสมาชิกแสดงตัวตนเข้ามาใช้เป็นระบบหลัก หากใครจะเข้ามาโพสข้อความในเวบบอร์ดที่นี่ ต้องลงทะเบียนก่อนทุกครั้ง

ที่สำคัญ หลายๆ ครั้งของประเด็นร้อนในบ้านเมือง กระแสสังคมต่างๆ มักจะมาจากการแสดงความคิดเห็นในเวบบอร์ดแห่งนี้

7 ปีกับความภาคภูมิใจ

วันฉัตร เล่าว่า 7 ปีที่ผ่านมา พันธุ์ทิพย์ดอทคอม คือ ชุมชนออนไลน์ที่เขารู้สึกพอใจที่สุด

?สิ่งที่ผม และทีมงานทั้ง 16 ชีวิตทำเป็นกิจวัตรประจำ คือ แค่เข้าไปสำรวจ ตรวจตรา โดยเฉพาะเข้าไปอ่านใน ?เวบบอร์ด? ก็คอยดูว่า เขาอยากจะเพิ่ม หรือลด หรืออาจจะอยากเพิ่มประเด็นที่จะพูดถึงให้กว้างขึ้น เราก็จะดูกันตรงนั้น ถ้าเปรียบเป็นต้นไม้ ก็ดูว่า ตรงนี้กำลังจะแตกกิ่ง หรือจะออกดอกผลแล้วนะ ทางทีมงานก็จะทำหน้าที่สนับสนุนให้เขาแตกกิ่งให้ง่ายที่สุดเรา เราจะเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์? วันฉัตร เล่า

เขาบอกว่า ทุกวันนี้ เขารู้สึกสบายใจกับความเป็นพันธุ์ทิพย์ดอทคอม สาเหตุหลัก คือ การนำเอาระบบแสดงตัวตนเข้ามาใช้ในเวบบอร์ดที่มีคนเข้าๆ ออกๆ มาแสดงความคิดเห็นต่อวันเหยียบแสนคน ซึ่งที่ผ่านมา หลายคนมองความคิดเห็นในเวบบอร์ดพันธุ์ทิพย์ ก็แค่ความคิดเห็นลอยๆ ของใครก็ได้ที่จะผ่านเข้ามาแล้วก็โพสทิ้งไว้

แต่วันนี้คงไม่ใช่สำหรับเวบบอร์ดที่นี่ เพราะความคิดเห็นต่างๆ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้โพสกระทู้ที่มีตัวตนอยู่จริง

?วันนี้ผมค่อนข้างสบายใจ คือ มองเห็นแล้วว่า สิ่งที่ผมเคยเสนอในเรื่องของการแสดงตัวตนบนเน็ตกับสังคม กับผู้บริโภค มันทำได้จริง ตอนแรกนึกกลัว และตอนที่ทำใหม่ๆ ก็มีคนต่อต้านเยอะมาก เพราะกว่าเขาจะได้เข้ามาโพสข้อความ ความยุ่งยากมันจะเริ่มเกิดขึ้น ต้องลงทะเบียน ต้องรอผลตอบกลับ แต่หลังจากทำความเข้าใจสักระยะ การตอบรับดีขึ้น และคุณภาพของเนื้อหาในเวบก็ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งลบกระทู้ เทียบกับสมัยที่ใครต่อใครก็โพสได้ ผมถึงบอกว่า พอมาถึงจุดนี้แล้วผมสบายใจ เพราะรู้แล้วว่า ยังไงเส้นทางนี้ก็เป็นเส้นทางที่ถูกต้อง เพียงแต่ทำอย่างไรที่เราจะสามารถเดินไปบนเส้นทางนี้ต่อไปได้ โดยที่ไม่สะดุดล้มก่อนเท่านั้นเอง?

วันฉัตร หมายมั่นว่า สิ่งที่เขาต้องเดินต่อไป คือ การทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้คนที่เข้ามาโพสในพันธุ์ทิพย์เป็นสมาชิกที่สามารถแสดงตัวตนได้ทั้งหมด เมื่อถึงเวลานั้น เขาบอกว่า สังคมที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตมันจะดีขึ้นเอง

ยืนยันอย่างไรก็ไม่ขาย

กับคำถามที่มีคนเคยถามเขามาโดยตลอดว่า เพราะอะไรที่เขาไม่เคยคิดที่จะขายเวบไซต์เลย แม้จะเป็นหนึ่งในเวบที่อยู่ในยุคดอทคอมบูมสุดขีด เขาตอบสั้นๆ ว่า

?ผมคงไม่ขายใครหรอกครับ คือ อย่างที่เราจะประยุกต์นำระบบสมาชิกเข้ามาใช้ เพื่อให้เวบบอร์ดมีคุณภาพ การนำเสนอความเห็นในเวบดีขึ้น ลองคิดดูว่าถ้ามีเอกชนที่มองตรงนี้เป็นธุรกิจ เป็นทุนขึ้นมาเขาจะทำเหรอ ไม่มีใครกล้าทำหรอก ก็มีผมนี่แหล่ะ ที่ยังบ้าบอพอที่จะตัดสินใจทำ?

วันฉัตร บอกว่า ถึงวันนี้การทำงานของเวบพันธุ์ทิพย์มีภาพที่ชัดเจนขึ้น ขั้นต่อไปคือ การทำให้เส้นทางที่เดินอยู่ทุกวันนี้ดีที่สุด ในการคงสถานะการเป็นชุมชนออนไลน์

?ตัวเลขของผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกในส่วนของเวบบอร์ดนั้น ยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่ต่อสัปดาห์จะมีคนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกประมาณ 400 กว่าคน แต่ถ้านับถึงการเยี่ยมชมในเวบไซต์แล้วตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 90,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นเซคชั่นด้านซื้อขายสินค้าประมาณ 14,000 คน ที่เหลือจะเป็นส่วนของการพูดคุย แบบออนไลน์ (Cafe) ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุด และเวบบอร์ดราว 60,000 คนต่อวัน?

รายได้ และลู่ทางทำเงิน

สำหรับรายได้ของเวบพันธุ์ทิพย์ เขาบอกว่า รายได้หลักยังคงอยู่ที่โฆษณา ถ้าโฆษณาย่อยจะมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000 บาท โฆษณาทั่วไปก็จะอยู่ที่ราว 300,000 บาท โดยรวมต่อเดือนเวบไซต์แห่งนี้ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 400,000 บาท เท่านั้น ซึ่งเขายืนยันว่าอยู่ได้ แต่ต้องเหนื่อยมากหน่อย

?ผมว่าตอนนี้ โฆษณาบนเน็ตเริ่มดีขึ้น ซึ่งมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการได้มาซึ่งรายได้ของเวบ แต่ตอนนี้ผมกำลังคิดต่อไปว่า จะเริ่มทำให้เวบมีรายได้เพิ่มขึ้นจากทางไหนได้บ้าง ยอมรับว่า กระแสการนำเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมาสร้างรายได้นั้น ก็เห็นได้ชัดว่ามีรายได้จริงๆ แต่ของผมยังถือว่าโชคดีกว่าเวบคอนเท้นท์ดีๆ ที่เกิดขึ้นช่วงหลัง เพราะเวบผมเกิดขึ้นก่อน คนรู้จัก มีเรทติ้งพอสมควร ดังนั้นการที่สปอนเซอร์ หรือคนที่จะลงโฆษณามาซื้อ หรือมาสนับสนุนด้านเงินทุนให้เรามันเลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร?

วันฉัตร ยอมรับว่า ขณะนี้ เขากำลังดูลู่ทางของการนำเอาโทรศัพท์มือถือมาเป็นหนึ่งในการทำกิจกรรมบนเวบ และอาจจะกลายเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในอนาคตด้วย

?แรกๆ คงจะไม่มีอะไรยาก คงจะให้คนที่ใช้พวกโมบาย ดีไวซ์ทั้งหลายสามารถเข้ามาดูกระทู้ หรือเวบบอร์ดได้ แต่ตรงนี้คือ มันทำเลยไม่ได้ ต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน โดยเฉพาะขั้นตอนในเรื่องของเทคนิคต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ เพราะว่ากติกาของการโพสในเวบบอร์ดสาธารณะ คือ ตราบใดก็ตาม ที่ผู้โพสยังไม่อนุญาต ลิขสิทธิ์ยังเป็นของเขาอยู่ คงต้องรอดูอีกสักระยะ?

และด้วยกระแสความแรงของความคิดเห็นในเวบบอร์ดพันธุ์ทิพย์ เลยมีหลายเสียงที่ถึงขนาดอยากให้นำความเห็นบางส่วนมารวมเล่มทำเป็นพอคเก็ต บุ๊ค รวมไปถึงแผ่นซีดี

?ครับมีถามมาอยู่เรื่อยๆ ว่า จะเอาไปรวมลงหนังสือได้ไหม ผมบอกไม่ทราบเหมือนกัน (หัวเราะ) ผมไม่ใช่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะถ้าเราเริ่มเอาไปเผยแพร่ในสื่ออื่น อาจต้องมีการเริ่มให้สมาชิกอนุญาตว่าให้มีการเผยแพร่ข้อความนี้ผ่านสื่ออื่น แต่ผมว่ามันคงยุ่งยากพอสมควร คงต้องดูอีกสักระยะ เพราะถ้าระบบสมาชิกมัน 100% ผมว่า มันคงทำอะไรได้อีกเยอะ?

กระจกส่องสังคม

วันฉัตร บอกว่า ปัจจุบันหลายคนมักมองว่า กระทู้หรือข้อคิดเห็นต่างๆ ในพันธุ์ทิพย์เริ่มเป็นสิ่งที่ชี้นำกระแสของสังคมปัจุจบันได้ แต่โดยส่วนตัวเขายังเห็นว่า พันธุ์ทิพย์เป็นเพียงแค่ช่องทางเล็กๆ ที่สามารถเป็นกระจกส่องสังคมได้อีกทางหนึ่งแค่นั้น

?ผมก็ยังถือว่ามันเป็นเพียงแค่ช่องทางเล็กๆ เป็นช่องทางออกปกติสำหรับเวบที่ให้ข้อมูลทางด้านนี้ แต่ถ้าเกิดว่า ต่อไปรัฐเองจะเข้ามาควบคุมซึ่งอาจเป็นได้ในเรื่องการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ผมมองว่า ถ้าตรงนี้รัฐไม่เข้ามาแตะมาก มันจะดีกว่านะ เพราะรัฐจะได้กระจกสะท้อนที่ชัด?

เขาบอกว่า การตั้งประเด็นเกี่ยวกับการกำกับ หรือการเข้ามาควบคุมเวบไซต์จากภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของการเมือง หรือเวบโป๊ในช่วงนี้ แท้ที่จริงแล้วมันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

?ที่ผมว่า ไม่น่ากลัวเพราะอะไรเพราะถ้าผมเป็นคนที่นั่งอยู่ในรัฐบาล ผมไม่ควบคุมมันหรอก โดยเฉพาะเวบการเมือง ผมต้องฉลาดพอที่จะรู้ว่า สื่ออินเทอร์เน็ต มันไม่ใช่เป็นสื่อที่ลงไปถึงรากหญ้า มีการโจมตีรัฐ มันก็เป็นคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มคนระดับกลางที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ได้มีผลกับฐานเสียงอะไรเท่าไหร่

ผมเชื่ออยู่อย่างว่า การมีกฎควบคุมเวบไซต์ มันทำไม่ได้แน่นอน แต่ผมสนับสนุนนะ ภาครัฐจะออกกฎอะไรยังไงผมสนับสนุนเต็มที่ แต่ผมเชื่อว่า ทำไม่ได้หรอก อย่างเวบโป๊ ที่เรามีมาตรการในการบล็อกเกิดขึ้น มันกลายเป็นว่าตอนนี้เทคโนโลยีที่คนทำเวบโป๊ใช้ในการหลบเลี่ยง เป็นอะไรที่เยี่ยมมากเลย มันก็กลายเป็นเรื่องดีนะ ทำให้เทคโนโลยีส่วนนี้พัฒนาได้เร็ว?

เวบไซต์ คือ งานบริการ

วันฉัตร บอกว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ทำเวบพันธุ์ทิพย์มานั้น เขายึดหลักแค่ว่า งานทำเวบเป็นงานบริการ ดังนั้นต้องทำให้ดีที่สุด แล้วตัวเองก็อยู่ห่างๆ เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์

?ผมมองว่า สิ่งสำคัญต้องให้มันเป็นธรรมชาติมากที่สุด คือ ให้มองว่า การทำธุรกิจเวบเป็นชาวสวน ไม่ใช่สถาปนิก คือ เรามีหน้าที่รดน้ำพรวนดิน ให้ต้นไม้โต แต่ว่าเขาจะไปแตกกิ่งตรงไหน ออกดอกตรงไหนปล่อยเขา นั่นคือธรรมชาติของเขา เราทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น เราแค่รดน้ำ พรวนดินให้เขาเติบโตพอแล้ว เราไม่ใช่สถาปนิกที่จะบอกว่า ฉันจะเอาหน้าต่างตรงนี้ จะเอาประตูตรงนี้ เราไม่ควรทำอย่างนั้น?

และนี่คงเป็นคาถาสำคัญที่ทำให้ ?วันฉัตร ผดุงรัตน์? และเวบไซต์พันธุ์ทิพย์ดอทคอม ก้าวสู่ความสำเร็จของการเป็นเวบไซต์ยอดนิยม และอาจกลายเป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตเมืองไทย


Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2548 16:35:11 น. 4 comments
Counter : 379 Pageviews.

 
:)


โดย: prncess วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:20:02:11 น.  

 
หากไม่มีเว็บพันทิปคอทคอม ก็ไม่มีผมมานั่งเล่นเน็ตทุกวันนี้หรอกครับ

ผมรักพันทิปดอทคอม


โดย: เด็กกรุง วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:20:44:29 น.  

 
ไม่เคยรู้มาก่อน เลยนะเนี้ย


โดย: MooG.G วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:22:43:23 น.  

 
ผมขออนุญาตเอา Link Blog นี้ไปแปะไว้ที่กระทู้
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4106828/A4106828.html
นะครับ
เผอิญมีคนถามถึงประวัติ pantip อ่ะครับ ขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

~ Dry your Tears with Love ~


โดย: Enixma วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:24:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.