ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
สูตรลับเครื่องดื่มชื่อดัง(โคคา-โคล่า)

บริษัท ทรัสต์ คอมพานี แห่งรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ เป็นที่เก็บสูตรลับของเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า โคคา-โคล่า หรือคนทั่วไปเรียกว่า โค้ก สูตรลับนี้มีผู้ที่สามารถเปิดดูได้เพียงคนเดียวเท่านั้นคือผู้อำนวยการบริษัท
ถึงแม้จะมีผู้จัดจำหน่ายอยู่หลายแห่งทั่วโลก แต่ไม่มีสักรายที่ล่วงรู้ส่วนผสมที่แท้จริง เพราะบริษัทจะจัดส่งหัวเชื้อซึ่งเป็นน้ำเชื่อมและส่วนผสมอื่นๆ ให้ผู้แทนจำหน่ายไปผสมกับน้ำโซดา แม้กระทั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่สามารถล่วงรู้สูตรลับของโคคา-โคล่า ได้
ปี ค.ศ.1983 นักเขียนอเมริกัน วิลเลียม พาวน์สโตน ตีพิมพ์ผลงานที่มีความยากลำบากในการค้นคว้าชื่อว่า Top Secret เขาบอกว่า ส่วนผสมหลักของโค้ก บริษัทจะกำหนดเป็นส่วนผสมหมายเลข 1-9 และเรียกว่าเป็นสินค้านั้น มีดังนี้คือ 1.น้ำตาล 2.น้ำตาลไหม้ 3.กาเฟอีน(ไร้กาเฟอีน) 4.กรดฟอสฟอริก 5.สารสกัดจากใบโคคา(สกัดเอาโคเคนออกแล้ว) และสารสกัดจากเมล็ดโคลาปริมาณเล็กน้อย 6.กรดน้ำส้ม และโซเดียมไซเทรต 7X.มะนาวฝรั่ง ส้ม มะนาว แคสเซีย(cassia คืออบเชยชนิดหนึ่ง) น้ำมันลูกจันทร์เทศ และสารอื่นๆ 8.กลีเซอรีน 9.วานิลลา การวิเคราะห์สารเคมีทำให้รู้ส่วนผสมบางอย่าง แต่ส่วนที่ค้นพบยากที่สุดคือส่วนที่เป็นหัวน้ำมันหอมระเหยใน สินค้าหมายเลย 7X (ไม่มีคำอธิบายความหมายของ X)
การนำเอาหัวเชื้อเหล่านี้มาผสมกันใช่ว่าจะได้กลิ่นและรสชาติตามสูตรของโคคา-โคล่า เพราะน้ำมันเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นกลิ่นและรสชาติอื่นๆได้อีก การที่จะลอกเลียนแบบต้องรู้ส่วนผสมและสัดส่วนที่แท้จริง ซึ่งยากในการวิเคราะห์ ด้วยเหตุนี้ส่วนผสมก็ยังคงเป็นความลับสุดยอดของโคคา-โคล่า จนถึงทุกวันนี้
ดร.จอห์น เอส เพมเบอร์ตัน เป็นผู้คิดค้นสูตรดั้งเดิมของโคคา-โคล่า เขาเป็นเภสัชกรที่แอตแลนตา จอร์เจีย ในปี ค.ศ.1885 เขานำเอาเครื่องดื่มที่ผสมเหล้าองุ่นแดงมาดัดแปลโดยผสมใบโคคาลงไปด้วย ซึ่งโคคามีสารที่กระตุ้นประสาทที่เรียกว่าโคเคน แต่กลับขายไม่ดี เขาจึงปรับปรุงสูตรอีกโดยเอาลูกโคลามาแทนเหล้าองุ่นแดง ซึ่งโคลานี้เป็นโคลาพันธุ์แอฟริกา มีสารประตุ้นประสาทที่เรียกว่า กาเฟอีน เข้าได้เติมน้ำตาลและแต่งกลิ่นไม่ให้ขม
สัญลักษณ์โคคา-โคล่า เป็นการออกแบบของหุ้นส่วนที่ชื่อว่า แฟรงค์ เอ็ม โรบินสัน เมื่อปี 1887 เพมเบอร์ตันขายสูตรนี้ให้ วิลลิส อี เวเนเบิล และ จอร์จ เอส ลอนเดส และอีก 5 เดือนต่อมาก็ขายต่อให้ วูลโฟล์ค วอล์เคอร์ และ เอ็ม ซี โดเซียร์ และต่อมาอีก 1 ปี ก็ขายให้ เอซา จี แคนด์เลอร์ ซึ่งเพมเบอร์ตันก็ถึงแก่กรรมในปีนั้น แคนด์เลอร์ได้ผสมส่วนผสมนี้กับน้ำโซดา และคิดว่าต้องเป็นเครื่องดื่มที่คนนิยมอย่างมาก จึงได้เก็บสูตรนี้ไว้เป็นความลับ แคนด์เลอร์ได้ปรับปรุงสูตรใหม่อีก และรับแฟรงค์ เอ็ม โรบินสัน เข้าเป็นหุ้นส่วน และได้ก่อตั้งบริษัทโคคา-โคล่า
ในปี 1892 จนถึงปี 1903 ก็มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่รู้สูตรของเครื่องดื่มชนิดนี้ และมีสิทธิ์ในการผสมน้ำเชื่อมในห้องลับ เขาได้แกะฉลากส่วนผสมต่างๆ ออกและชำระเงินด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้ฝ่ายบัญชีรู้ว่าซื้อส่วนผสมอะไรมา เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น เขาทั้งสองคนไม่สามารถผสมส่วนผสมต่างๆ ได้ด้วยตัวเองอีก เขาจึงกำหนดหมายเลข 1-9 เพื่อใช้เรียกชื่อส่วนผสม ผู้จัดการสาขาจะรู้เพียงสัดส่วนและวิธีผสมเท่านั้น เมื่อปี 1909 รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นฟ้องบริษัทว่าใช้ส่วนผสมที่มีโคคาอยู่ด้วย ซึ่งอาจจะมีโคเคนผสมอยู่ คดียืดเยื้อกว่า 10 ปี แต่ก็ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าในส่วนผสมพบโคเคนอยู่ในสารสกัดโคคาหรือโคลาแม้แต่น้อยนิด วิลเลียม พาวน์สโตน กล่าวในหนังสือ Top Secret ว่า ในโคคา-โคล่า มีส่วนผสม โคคา หรือ โคลา เพียงนิดเดียว ซึ่งไม่มีผลต่อรสชาติสักเท่าใด ในสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังฝ่ายพันธมิตรในแอฟริกาได้สั่งซื้อโคคา-โคล่า จำนวนถึง 3 ล้านขวด ส่วนโคคา-โคล่าที่เป็นกระป๋องพึ่งมีในปี 1955

เครื่องดื่ม "โค้ก" เป็นสินค้าอมตะนิรันดร์กาลของบริษัทโคคา-โคลา สูตรของน้ำอัดลมสีดำนี้ถือเป็นความลับสูงสุดของบริษัท อย่างที่เป็นข่าวในปี 2006 แค่มีการสงสัยว่าอดีตพนักงานแอบเอาสูตรไปขายให้กับ PepsiCo (บริษัทที่ทำ "เป๊บซี่") โคคา-โคลายังไล่ฟ้องแทบจะให้ตายกันไปข้าง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลืออีกว่าสูตรโค้กตัวจริงเก็บอยู่ในห้องนิรภัยลึกลับ ภายนอกมีหน่วยรักษาความปลอดภัยยืนคุมเข้มตลอดเวลา มีพนักงานโคคา-โคลาเพียงสองคนเท่านั้นที่มีกุญแจไขเข้าไปได้

แต่วันนี้กลับมีรายการวิทยุ This American Life ในชิคาโก ตาดีไปเจอสูตรโค้กในหนังสือพิมพ์ Atlanta Journal-Constitution ฉบับปี 1979 หรือเมื่อ 32 ปีที่แล้ว

คอลัมน์นั้นเขียนโดย Charles Salter ซึ่งตอนนี้เกษียณไปแล้ว Charles Salter เล่าว่าเพื่อนของเขาชื่อ Everett Beal (ตอนนี้ตายไปแล้ว) มาพบเขาแล้วก็โชว์สูตรเครื่องดื่มอย่างหนึ่งให้ดูและบอกว่ามันคือสูตรของโค้กซึ่งอ้างว่าเอามาจาก John Pemberton (ผู้ก่อตั้งบริษัทโคคา-โคลา และผู้คิดค้นสูตรโค้ก) เองเลยทีเดียว

ด้วยสัญชาติญาณนักข่าว Charles Salter เลยขอถ่ายรูปสูตรจากสมุดบันทึกนั้นไว้และเอาไปลงหนังสือพิมพ์ จากนั้นข่าวก็เงียบไป

ผ่านมา 32 ปี Ira Glass นักข่าวของ This American Life ไปขุดเจอหนังสือพิมพ์ที่ว่าจากไหนไม่รู้ แต่ก็อุตส่าห์แกะสูตรจากภาพถ่ายของ Charles Salter มาได้ดังนี้

Fluid extract of Coca (3 drams USP)
Citric acid (3 ounces)
Caffeine (1 ounce)
Sugar (30 pounds)
Water (2.5 gallons)
Lime juice 2 pints (1 quart)
Vanilla (1 ounce)
Caramel (1.5 ounces or more to color)

7X flavor (Use 2 ounces flavor to 5 gallons of syrup):
Alcohol (8 ounces)
Orange oil (20 drops)
Lemon oil (30 drops)
Nutmeg oil (10 drops)
Coriander oil (5 drops)
Neroli oil (10 drops)
Cinnamon oil (10 drops)

แปลเป็นไทยก็เป็นดังนี้

สารสกัดจากเมล็ดโคลา(สกัดเอาโคเคนออกแล้ว) 3 drams USP
กรดซิตริก 3 ออนซ์
สารคาเฟอีน 1ออนซ์
น้ำตาล 30 ปอนด์ (14 กิโลกรัม)
น้ำ 2.5 แกลลอน
น้ำมะนาว 2 ลิตร
วานิลลา 1ออนซ์
คาราเมล 1.5ออนซ์ หรือมากกว่านั้น

หัวน้ำมันหอมระเหยในสินค้าหมายเลย 7X (ใช้ 2ออนซ์สำหรับแต่งกลิ่น และ5แกลลอน สำหรับทำน้ำเชื่อม)ประกอบด้วย
แอลกอฮอล์ 8 ออนซ์
น้ำมันหอมระเหยกลิ่นส้ม 20 ดรอป
น้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาว 30 ดรอป
น้ำมันหอมระเหยจากจันทร์เทศ 10 ดรอป
ผักชีไทย(Coriander) 5 ดรอป
น้ำมันหอมระเหยดอกส้ม10 ดรอป
อบเชย 10 ดรอบ

เมื่อเอาสูตรนี้ไปเปรียบเทียบกับอีกสูตรที่เชื่อกันว่าเป็นของ John Pemberton เหมือนกัน ก็พบว่าทั้งสองสูตรตรงกันเกือบทุกประการ (สูตรอีกอันได้รับการตีพิมพ์ในปี 1992 ในหนังสือ "For God, Country and Coca-Cola" ของ Mark Pendergrast) ถ้าใครอยากรู้ว่ามันเหมือนกันขนาดไหนก็ไปดูให้เห็นกับตาได้จากเว็บ This American Life ได้เลย

พอข่าวนี้แพร่ไปทั่วอินเตอร์เน็ต Kerry Tressler โฆษกของโคคา-โคลา ก็รีบออกมาแก้ลำปฏิเสธทันที ทำนองว่าสูตรที่ This American Life แกะมาได้นี้ไม่ใช่ของจริง

ที่มาต้นฉบับ This American Life


หากคุณอยากทำโคลาโคล่าเองโดยไม่ง้อละก็ เราก็มีสูตรมานำเสนอ ขอบอกว่ามันโครตยุ่งยากมากๆ เกิดมาไม่เคยเห็นเครื่องดื่มที่ทำโครตยากแบบนี้ ไม่ว่าจะต้องเตรียมเครื่องปรุง เตรียมส่วนผสม การทำ ไม่เชื่อก็ลองดูต่อไปนี้ได้เลย

(ปล. บางทีผมอาจแปลผิด ใครอ่านแล้วมันผิดตรงไหนขอให้บอกด้วยนะครับ)
1.เริ่มจากทำตัวน้ำเชื่อมก่อนครับ โดยการละลายน้ำเชื่อมข้าวโพด(คนไทยเรียกว่าแบะแซ) 2,400 กรัมกับน้ำพอเพียง (เราอาจใช้น้ำตาลฟรักโทสแทนน้ำเชื่อมข้าวโพดก็ได้) (Mix 2,400 grams of sugar with just enough water to dissolve (high-fructose corn syrup may be substituted for half the sugar).

2. เพิ่มน้ำตาลไหม้(น้ำตาลคาราเมล) 37 กรัม, คาเฟอีน 3.1 กรัม, และกรดฟอสฟอรัส 11 กรัม ( Add 37 grams of caramel, 3.1 grams of caffeine, and 11 grams of phosphoric acid.)

3. ใส่สารสกัดโคเคน 1.1 กรัม (โคเคน เป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ โดยสกัดมาจากใบของต้นโคคา (Erythroxylum coca) ซึ่งเป็นพืชที่มีถิ่นที่อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอย่างแรง ยาเสพย์ติดดีๆ นี้แหละ แต่ประเทศไทยบอกว่าสูตรของเขาไม่ใช้สารโคเคนมาทำ นอกจากนี้เคยมีคดีฟ้องร้องบริษัทนี้เกี่ยวกับการที่ส่วนผสมมีโคเคนในโคล่าด้วยอย่างที่เขียนไว้ตอนต้น จะเป็นจริงหรือไม่นั้น ก็ฟังหูไว้หูเถอะครับ)ใช้ชนิดแห้ง(แล้วตรูจะหาโคเคนมาจากไหนว่ะ!!) (Extract the cocaine from 1.1 grams of coca leaf (Truxillo growth of coca preferred) with toluol; dry the cocaine extract.)

4. จากนั้นเราทำอีกส่วนคือ แช่ใบโคคาและถั่วโคล่า(ถั่วชนิดนี้มีอยู่ในประเทศอาฟริกาตะวันตก อเมริกันเอาไปทำส่วนผสมของโคคาโคลาเป็นถั่วแห้ง) แน่นอนถั่วต้องละเอียดเป็นผง 0.37 กรัม ในแช่แอลกอฮอล์ร้อยละ 20 ใน 22 กรัม (Soak the coca leaves and kola nuts (both finely powdered; 0.37 gram of kola nuts) in 22 grams of 20 percent alcohol.)

5. ไวน์ขาวแคลิฟอร์เนีย 20 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสมัยก่อนนั้นวิธีนี้ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเรื่องการแช่ 1909 ซึ่งสมัยก่อนนั้น โคคา โคล่า เป็นน้ำธรรมดา/ผสมแอลกอฮอล์ California white wine fortified to 20 percent strength was used as the soaking solution circa 1909, but Coca-Cola may have switched to a simple water/alcohol mixture.

6. หลังจากแช่โคคาและโคล่าและเพิ่มของเหลวด้วยน้ำเชื่อม (After soaking, discard the coca and kola and add the liquid to the syrup.)

7. เพิ่มน้ำมะนาว 37 กรัม (ส่วนประกอบของโคล่าสมัยก่อน แต่ตอนนี้โคล่าปฏิเสธว่าไม่ได้ใส่) หรือจะใช้กรดมะนาวแทนก็ได้และเติม โซเดียมซิเทรต เพื่อลดความขมของน้ำมะนาว (Add 30 grams of lime juice (a former ingredient, evidently, that Coca-Cola now denies) or a substitute such as a water solution of citric acid and sodium citrate at lime-juice strength.)

8. นำสิ่งต่อไปนี้มารวมกัน น้ำมันจากมะนาว 0.88 กรัม, น้ำมันจากส้ม 0.47, น้ำมันแคสเซีย"(อบเชยจีน) 0.20 กรัม, น้ำมันลูกจันทน์เทศ 0.07 กรัม จากนั้นก็ใส่ ผักชี, ดอกลาเวนเดอร์, น้ำมันหอมละเหยเนโรลี และเติมแอลอฮอล์ 95 เปอร์เซ็นต์ 4.9 กรัม(Mix together 0.88 gram of lemon oil, 0.47 gram of orange oil, 0.20 gram of cassia (Chinese cinnamon) oil. 0.07 gram of nutmeg oil, and, if desired, traces of coriander, lavender, and neroli oils, and add to 4.9 grams of 95 percent alcohol.)ขั้นตอนเตรียมสิ่งเหล่านี้ใครที่เคยเรียนเคมีคงรู้ดีถึงความยากอภิมหายุ่งยาก สกัดน้ำมันจากผลไม้ต่างๆ นี้ต้องเสียไปกี่ผลคงรู้ดีใช่เปล่าครับ

9. เขย่า(Shake.)

10. เพิ่มน้ำ 2.7 กรัมต่อ และรอยี่สิบชั่วโมงที่ประมาณ 60 °F (15.5 °C). เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาแบ่งชั้นส่วนผสมน้ำมัน/แอลกฮอล์ Add 2.7 grams of water to the alcohol/oil mixture and let stand for twenty-four hours at about 60 °F (15.5 °C). A cloudy layer will separate.

11.แยกส่วนที่ไม่ต้องการออกเหลือ(ตะกอน)แต่ของเหลวและเพิ่มน้ำเชื่อม( Take off the clear part of the liquid only and add the syrup.)

12. เพิ่มกลีเซอรีน 19 กรัมและกลิ่นวนิลา 1.5 กรัม (Add 19 grams of glycerine (from vegetable source, not hog fat, so the drink can be sold to Jews and Muslims who observe their respective religion’s dietary restrictions) and 1.5 grams of vanilla extract.)ปล.ไอ้วงเล็บไม่ขอแปลครับ ขี้เกียจ

13. เติมน้ำ(ต้องจัดการกับสารเคลอรีนด้วย)เพื่อให้ได้ 1 แกลลอนของน้ำเชื่อมเป็นอันเสร็จ( Add water (treated with chlorine) to make 1 gallon of syrup.)

สูตรนี้จากอาหาร Flavorings: Composition, ผลิตและใช้ (2 ค.) 1968 โดย Joseph Merory (avi Publishing Company, Inc, Westport, CT). Makes one US gallon (3.8 L) of syrup.Makes one U.S. gallon (3.8 L) of syrup. Yield (used to flavor carbonated water at 1 fl oz per bottle): 128 bottles, 6.5 fl oz (192 ml).
สรุปคือซื้อมากินง่ายกว่า ใครอยากบ้าทำก็ทำไปเถอะครับ

แปลโดยคุณCammyแห่งMy-IDในเว็ปเด็กดอทคอม

ที่มา My-IDของCammy


Create Date : 22 มีนาคม 2553
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2554 18:19:03 น. 6 comments
Counter : 542 Pageviews.

 
ไม่ให้เครดิตคนแปลบ้างเลยเหรอคะนี่

คุณ Cammy เค้าอุตส่าห์นั่งแปล

//writer.dek-d.com/cammy/story/viewlongc.php?id=486572&chapter=159


โดย: Rita_Bunny IP: 203.144.144.164 วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:6:33:53 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:8:13:58 น.  

 
เอาดีใส่ตัว คำนี้อธิบายได้ดีสุด


โดย: ก็บ้ากันต่อไป IP: 119.31.22.250, 64.255.180.203 วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:8:36:03 น.  

 
ส่วนผสมเยอะจัง น้ำตาลก็เยอะ

อ้วนค่ะๆๆ

ต้องเลิกดื่มแล้วแหล่ะค่ะ


โดย: ตาโตสุดสวย วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:9:43:02 น.  

 
ผมเอามาจากบอร์ดE.QPlusนะครับ ทางนั้นดันไม่ใส่Creditคนแปลเอาไว้เลยไม่รู้ว่าจะเอาที่ไหนมาใส่ ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบกันนะครับ


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:23:40:01 น.  

 
หาวัตถุดิบได้ไงเนี่ย


โดย: neddaw IP: 180.180.112.106 วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:15:15:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.