ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ทำไมหนังสือราคาแพง

ช่วงนี้เห็นมีประเด็นเรื่องราคาหนังสือแพง ยกเลิกภาษีและเรื่องค่าลิขสิทธิ์ต่างๆมากมาย และบางคนอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลายๆเรื่อง ผมในฐานะเรียนสื่อสิ่งพิมพ์และได้ทำงานในวงการงานเขียนมาระยะหนึ่ง จึงจะขอนำเสนอว่า ในวงการสิ่งตีพิมพ์ คิดราคาหนังสือที่ติดไว้บนปกอย่างไร ทำไมถึงแพงกันนัก แล้วทำไมหนังสือบางเล่มทั้งหนา ทั้งสี่สี(โดยเฉพาะหนังสือคอมพิวเตอร์) ถึงตั้งราคาขายได้ถูกเหลือเกินถ้าเทียบกับคุณภาพ ครับ

ราคาหนังสือนั้น สามารถแยกปัจจัยหลักได้ 5 อย่าง ได้แก่

A. ต้นทุนการผลิต

ส่วนนี้คือต้นทุนแปรผันต่อเล่มที่ใช้ในการพิมพ์ ซึ่งก็คือค่าพิมพ์จากโรงพิมพ์(สนพ.ส่วนใหญ่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตัวเอง) ต้นทุนส่วนนี้มาจากค่ากระดาษพิมพ์ หมึกพิมพ์ เพลต จะมากน้อยขึ้นอยู่กับคุณภาพการพิมพ์ว่าจะสอดสีกี่สี มีปกอาบมัน เคลือบพลาสติก(มีหลายเกรด) ใช้กระดาษอะไร ขนาดไหนและที่สำคัญคือยอดพิมพ์มากหรือน้อย เพราะถ้ายอดพิมพ์สูงจะสามารถเฉลี่ยค่าทำเพลตพิมพ์ออฟเซ็ตซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย คงที่ต่อครั้งได้มาก และถ้าได้พิมพ์ครั้งที่สองขึ้นไป สามารถใช้เพลตเดิมพิมพ์ได้ถ้าไม่มีการแก้ไขก็จะลดต้นทุนส่วนนี้ได้สูง ต้นทุนการผลิตนี้เองที่จะเป็นตัวแปรหลักของการตั้งราคาปกหนังสือ และเมื่อเราทราบต้นทุนการพิมพ์แล้วก็จะตกใจว่า หนังสือแพงๆนี้มีต้นทุนน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับราคาขายจริงที่อยู่หน้าปก

B. ค่าดำเนินการของสำนักพิมพ์

ส่วนนี้เป็นต้นทุนคงที่ต่อเดือนที่สำนักพิมพ์ต้องจ่าย ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน ค่าไฟ ค่าน้ำ ฯลฯ อาจจะรวมต้นทุนแปรผัน เช่น ค่าจ้างพนักงานอิสระ(ฟรีแลนซ์)พิสูจน์อักษรหรือบรรณาธิกรณ์ และรวมไปถึงกำไรที่คาดหวังไว้ของนายทุนเจ้าของสำนักพิมพ์

C. ส่วนลดร้านหนังสือ

การขายหนังสือตามร้านค้าปลีก สำนักพิมพ์ต้องเผื่อส่วนลดสำหรับร้านค้าปลีกตั้งแต่ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว สี่ปั๊ว ฯลฯ ไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะกันส่วนนี้ไว้ 20-30% จากราคาปก เราจึงเห็นว่าร้านหนังสือขายส่งใหญ่ๆ หรือร้านหนังสือปลีกตามหัวเมืองสามารถลดราคาหนังสือได้มากจนน่าตกใจ เพราะพวกเขาเป็นต้นทางของการส่งหนังสือนั่นเอง

D. ต้นทุนสายส่ง

ส่วนนี้คือปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาหนังสือแพงขึ้นมากในปัจจุบัน เพราะหนังสือทุกเล่มที่ผลิตโดยสำนักพิมพ์ออกไปสู่สายตาประชาชนและเราเลือก ซื้อได้ตามแผง ต้องผ่านการขนส่งโดยสายส่งกระจายไปตามร้านค้าและแผงหนังสือต่างๆ หนังสือไม่ได้ลอยจากแท่นพิมพ์เข้ามาอยู่ในมือของเราทันทีที่พิมพ์เสร็จเสีย เมื่อไร และสายส่งเป็นส่วนที่สามารถทำให้หนังสือดังหรือดับได้ง่ายๆเพียงแค่การ กระจายหนังสือให้ทั่วถึงหรือไม่ ปัจจุบันค่าสายส่งอยู่ที่ 40%-50% ของราคาปก!!!! หมายความว่าครึ่งหนึ่งของราคาหนังสือเต็มที่เราซื้อ จะกลายไปเป็นค่าน้ำมันและกำไรรถขนส่งของสายส่งสิ่งพิมพ์ต่างๆเลยทีเดียว สายส่งมาตรฐานใหญ่ๆ เช่น นายอินทร์ ซีเอ็ด คิดค่าสายส่งที่ 45% สำหรับสำนักพิมพ์ธรรมดา และอาจลดลงเหลือ 40% ให้แก่สำนักพิมพ์ใหญ่ๆที่ค้าขายกันมานาน แต่สายส่งร้านหนังสือประเภทนี้มักจะจำกัดชนิดและสภาพหนังสือ เช่น ไม่รับหนังสือที่สุ่มเสี่ยงต่อศีลธรรม มีภาพลามกอนาจาร หรือหนังสือจำนวนน้อย ส่วนสายส่งที่กระจายหนังสือได้กว้างไกลและไม่ติดเงื่อนไขอย่างสายส่งหนังสือ พิมพ์ไทยรัฐและเดลินิวส์ จะคิดค่าสายส่งแพงกว่าที่ 50% ยิ่งราคาน้ำมันแพงขึ้นเท่าไร แนวโน้มค่าสายส่งยิ่งทะยานสูงขึ้นไปตามเท่านั้น อีกทั้งการขายผ่านสายส่งยังต้องรอเงินเครดิตจนกว่าจะเก็บขายได้ราว 3-6 เดือนอีกด้วย

E. ค่าลิขสิทธิ์ของนักเขียน/นักแปล

เป็นต้นทุนเริ่มต้นก่อนจะมีหนังสือออกมาได้ ต้นทุนส่วนนี้มักจะคิดเป็นร้อยละของราคาปกคูณด้วยยอดพิมพ์หรือยอดจำหน่าย แล้วแต่สัญญาจะตกลงไว้ โดยมาตรฐานค่าลิขสิทธิ์นักเขียนจะเริ่มต้นตั้งแต่ 7%-15% ของราคาปก ซึ่งนักเขียนหน้าใหม่เริ่มต้นนั้นจะได้น้อยก่อน นักเขียนทั่วไปได้อยู่ที่ 10% เป็นมาตรฐาน ส่วนนักเขียนรุ่นเก๋าติดตลาดทำละครมามากมาย อย่าง ทมยันตี, แก้วเก้า, ประภัสสร เสวิกุล ฯลฯ นั้น นอกจากค่าลิขสิทธิ์ 15% ของราคาปกคูณยอดพิมพ์แล้ว ยังจะมีเงินเพิ่มพิเศษเฉพาะเรื่องหรือพรีเมียมให้ก่อนพิมพ์อีกด้วย ค่าลิขสิทธิ์ส่วนนี้อาจจะรวมค่ารูปประกอบในกรณีที่จ้างทำพิเศษนอกกอง บรรณาธิการ ค่าจ้างแปลในกรณีหนังสือแปล โดยมากรวมๆกันแล้วสำนักพิมพ์จะควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ให้สูงเกินไปนัก ก่อนนำมาคำนวณ

ต่อไปเป็นส่วนของการคิดคำนวณราคาหนังสือ

ต้นทุนการผลิตหนังสือเล่มหนึ่งขนาดพ็อคเก็ตบุ๊ค(A5) หนาประมาณ 150 หน้า พิมพ์กรีนรีดปกอาบมัน จำนวน 3,000 เล่ม ราคาต่อรองกันแล้วโรงพิมพ์พิมพ์ได้ที่เล่มละ 18 บาท

ส่วนลดร้านหนังสือ 30%
ค่าสายส่ง 40%
ค่าลิขสิทธิ์นักเขียน 10%

ให้ราคาปกหนังสือที่จะเท่าทุนพอดีเมื่อขายหนังสือหมดเป็น X บาท
จะคิดได้เป็น

x = 18 + 30x/100 + 40x/100 + 10x/100
x = 18 + 80x/100
x - 80x/100 = 18
20x/100 = 18
x = 90

(หากท่านอยู่เกินชั้นมัธยมต้นแล้วยังไม่เข้าใจ กรุณาปรึกษาอาจารย์คณิตศาสตร์ใกล้บ้านด่วน)

ดังนั้นราคาปกที่ถ้าขายหมดแล้วเท่าทุน คือเล่มละ 90 บาท แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสำนักพิมพ์ต้องเผื่อกำไรและเผื่อกรณีขายหนังสือได้ไม่หมดด้วย ไม่มีหนังสือเรื่องไหนพิมพ์ออกมาโดยหวังว่าจะขายหมดเกลี้ยงทันทีที่พิมพ์แม้ แต่แฮร์รี่พ็อตเตอร์เอง และสำนักพิมพ์ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงส่วนนี้ไว้ รวมถึงการต้องกันหนังสือบางส่วนไว้สำหรับอภินันทนาการนักเขียน ส่งไปยังสื่อมวลชนเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วย

สำนักพิมพ์ต่างๆจึงมักตั้งราคาส่วนเพิ่มไว้เผื่อการตีกลับขายไม่หมด กำหนดจุดคุ้มทุนไว้ที่ครึ่งหนึ่งของยอดพิมพ์ ดังนั้น หนังสือราคาต้นทุนผลิต 18 บาท ราคาขายหมดแล้วเท่าทุน 90 บาท จึงจะมีราคาปกที่แท้จริงที่ 180 บาท! ก็สิบเท่าของราคาทุนจากโรงพิมพ์พอดี

ถ้าจับพลัดจับผลูสำนักพิมพ์โชคดี หนังสือเกิดฮิตขึ้นมา ขายหมดเกลี้ยง สำนักพิมพ์ก็จะได้เงินทั้งหมดเป็นกำไรไปหมุนเวียนพิมพ์หนังสือเล่มต่อไป อย่างสายใจ ยิ่งถ้าได้พิมพ์ครั้งที่สอง ค่าเพลตก็จะลดลงเพราะใช้ของเดิมได้ กำไรก็จะเพิ่มขึ้นมาก แต่หนังสือมากกว่า 80% ที่ขายกันอยู่ตามแผงไม่เคยขายได้หมดถึงขั้นต้องพิมพ์ซ้ำหรอก ส่วนมาก็ต้องถูกตีกลับไปยังสำนักพิมพ์ให้หน้าเหี่ยวแห้งหัวโตกันทั้งนั้น สุดท้ายก็จะหลุดมาลงกระบะเลหลัง หรือร้านหนังสือเก่าตามระเบียบ เพื่อดึงเอาทุนคืนสักส่วนหนึ่งก็ยังดี ดังนั้นร้านหนังสือเก่าๆหรือกระบะเลหลังจึงมีหนังสือราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ วางขายได้นั่นเอง
ส่วนการซื้อที่สำนักพิมพ์หรืองานหนังสือ สำนักพิมพ์ก็จะให้ส่วนลดเพิ่มครับโดยหักจากค่าส่วนลดร้านปลีกกับค่าสายส่งนี่เอง งานหนังสือสมัยก่อนถึงได้ลดกระหน่ำกัน 40-70% แต่หลังๆมาสนพ.ถูกสายส่งและร้านค้าปลีกประท้วง เลยลดราคาน้อยลง สนพ.ก็กินส่วนต่างฟรีๆ ถ้าเราซื้อตรงกับสนพ. ยกเว้นเวลาเลหลังที่เราจะได้ราคาถูกมากๆ

สนพ.ถึงอยากให้เราสมัครสมาชิก, ซื้อตรงผ่านเว็บ, ซื้อตามงานหนังสือไงครับ เพราะได้เงินสดทันทีมาหมุน โดยไม่ต้องรอเครดิตสายส่ง และได้กำไรเต็มๆด้วย

หนังสือที่ว่าๆแพงนั้น กลไกการตั้งราคาจริงๆก็มีคร่าวๆดังนี้ล่ะครับ ส่วนเรื่องกลเม็ดราคาลึกลับซับซ้อน สงสัยตรงไหนก็ถามๆมาได้ ถ้าผมพอจะไขข้อสงสัยได้ก็จะตอบให้ครับ

ขอบคุณ อ. แก้วกาญจน์ จูเจริญ คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สอนเรื่องนี้
พี่ๆในกองบรรณาธิการสนพ. อมรินทร์, แพรวสำนักพิมพ์, นานมีบุ๊คส์, ออนอาร์ทครีเอชั่น ในภาคปฏิบัติจริง.
คุณสุวดี และคุณคิม จงสถิตวัฒนา แห่งนานมีบุ๊คส์
คุณประภัสสร เสวิกุล, อ.ชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยในส่วนของนักเขียน

ที่มา Weblog Exteenของคุณterasphere


Create Date : 19 มิถุนายน 2553
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 0:39:16 น. 6 comments
Counter : 499 Pageviews.

 
เพิ่งจะไปเวียดนามมา หนังสือเค้าถูกเหลือเชื่อมากเลยค่ะ ทั้งดิก ทั้งงานเขียนวิชาการ และเท็กซ์บุ้ค แต่ส่วนมากเป็นของก๊อบทั้งนั้น นิยายก็ถูกมาก เพราะวัฒนธรรมส่งเสริมการอ่านมีผลต่อการผันแปรของราคาหนังสือรึเปล่าคะ (เอาเข้าจริงทั้งสิงคโปร์หรือประเทศอื่นๆในเซาทอีส ส่วนใหญ่หนังสือถูกๆทั้งนั้นเลย)


โดย: หวั่นไหวคล้ายเงา IP: 61.90.98.136 วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:11:48:41 น.  

 
เนสซื้อทั้งหนังสือเก่า และหนังสือใหม่ แล้วแต่ว่าจะชอบหรือเปล่า เก่าหรือใหม่ถ้า มีค่าทุกเล่มแหละคะ


โดย: magic-women วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:16:25:12 น.  

 
สวัสดีครับ ตามหาเสียตั้งนาน


โดย: ปากกาสีน้ำ.....เงิน IP: 125.26.192.206 วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:16:32:09 น.  

 
ขอบคุณค่า


โดย: 秦礼品 IP: 113.53.52.123 วันที่: 23 มิถุนายน 2553 เวลา:20:40:31 น.  

 
เบื่อที่หนังสือราคาแพง ทำให้คนไม่มีเงินเข้าถึงยาก แล้วเมื่อไหร่พวกเราจะฉลาด


โดย: นุก IP: 124.121.96.143 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:21:34:06 น.  

 
เนสซื้อทั้ง หนังสือเก่า และหนังสือใหม่ แล้วแต่ว่าจะชอบหรือเปล่า เก่าหรือใหม่ถ้า มีค่าทุกเล่มแหละคะ


โดย: tiffany IP: 202.93.4.54 วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:21:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.