ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
กว่าจะเป็นร้านเช่าการ์ตูน2

ตอนที่ 7 เปิดร้าน - การตลาด - รายได้เสริม (ต้องลองภูมิสักหน่อย มันจะไปยากอะไร เรียนมาแล้ว ไม่มีกลัว)

เมื่อได้หนังสือแล้ว ยังขาดอะไรอีกหล่ะเนี่ย เหนื่อยแล้วนะ (อย่าท้อ ท่องไว้ ห้ามท้อ เพราะมันจะมีเรื่องให้ท้อ อีกแยะ ฮ่าๆ) นั่นสิ แล้วอะไรหละที่เป็นสิ่งที่เราต้องทำก่อนเปิดร้าน อะไรอีกเนี่ย มีอะไรต้องทำก่อนเปิดร้านเหรอ (ร้องอยู่ในใจ จริงๆแล้วมีอีกเป็นร้อย ค่อยๆ ทำไปนะ สู้เค้า สู้ๆ) แล้วเมื่อไรเปิดได้นะ หนังสือก็มีแล้ว บาร์โค้ดก็ติดแล้ว ขาดอะไร ไม่น่าจะมีแล้วนะ ถ้าอย่างนั้น เราก็พร้อมแล้วสิ เปิดร้านสิเราต้องกำหนดวันเปิดร้าน แล้วเปิดร้านเนี่ย มันต้องมีอะไร ต้องตีฆ้องร้องเปล่า ขึ้นรถแห่ หรือว่าทำอะไรดีหละ ชาวบ้านแถวนั้น ถึงจะรู้ว่าร้านเปิดแล้ว เจ้าข้าเอ๊ย เปิดร้านแล้ว ช่วยเอาเงินมาให้พวกเราหน่อย แล้วที่เหลือหละ เราต้องทำการตลาดกันยังไงดี อันนี้ เพื่อไม่ให้งง กับชีวิตมากไปกว่านี้ เรามาว่ากันดีกว่า ว่าก่อนและหลังเปิดร้าน สิ่งที่เราต้องทำมีอะไรบ้าง แล้วทำไปแล้วมีประโยชน์ หรือทำไปแล้วเมื่อยตุ้ม ไม่รู้ทำไปทำไม เปลืองเงินหรือเปล่า แล้วเค้ามีอะไรกันบ้างหละ มาเรามาว่ากันเป็นหัวข้อ เอาแบบก่อนเปิดร้านก่อน
• ก่อนเปิดร้าน ให้กำหนดเวลาเปิดปิด คร่าวๆ ก่อน ไม่ต้องกังวล ว่าคนจะสับสน แรกๆ ไม่มีคนสนใจหรอก ค่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ ช่วงเช้ามีคนเช่าไหม หรือปิดดึกคุ้มเปล่า กว่าจะลงตัวใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เปลี่ยน ไม่ต้องกลัวลูกค้าสับสน อันนี้บอกเป็นรายคนได้ เมื่อลูกค้ามาเป็นสมาชิกจะปรับจะเปลี่ยนอะไรว่ากันไป
• ก่อนเปิดร้าน ให้คิดแบบว่า แรกๆ จะเปิดมันทุกวัน ไม่ต้องปิดหรอก ทนทำสักเดือน แล้วจะรู้ว่าวันไหนดี ไม่ดี เลือกเอาสักวัน ปิดซะ เชื่อเรา เราทำมาแล้ว ทำมันทั้ง 7 วัน มีแต่ทรมาน ทำ 6 วันก็พอ ไม่รู้นะ ถ้าใครไม่เห็นด้วย ไม่ว่า แต่ 6 วัน เป็นอะไรที่พอดีๆ อย่าลืมว่าเราต้องไปทำธุระเหมือนกัน ถ้าทำมันทั้ง 7 วัน เราไปธุระก็ต้องให้ญาติพี่น้อง มาเฝ้าแทน อันนี้จะทำให้ทะเลาะกันซะเปล่าๆ ไม่เอาๆ พึ่งตัวเองดีที่สุด
• ก่อนเปิดร้านให้ตั้งกฎการเช่าไว้ให้ดี เขียนแปะไว้ให้เห็นได้ง่าย อย่าคิดว่าเป็นเงินเล็กน้อยนะ ป้ายพวกนี้ช่วยเราได้มากเลย โดยเฉพาะเวลาลูกค้าต้องเสียค่าปรับ เราจะได้มีที่อ้างอิงเวลาที่เราเรียกเก็บเงินพวกนี้ บางคนแกล้งไม่ฉลาด อันนี้ไม่ไหวนะ ไม่ยอมเสียค่าปรับก็มี
• ก่อนเปิดร้าน เคาน์เตอร์หละเป็นไง เอาแบบที่เคยเห็นกันทั่วๆไปนะ เราก็พูดไม่ถูก ไม่เหมือนกับที่ seven นะ นั่นเค้าไว้วางของ ของเรา เอาแบบที่เค้าใช้พวกขายกาแฟอ่ะ แต่ไม่ต้องมีหลังคาเอาแบบนั้นเลย เชื่อสิ ว่ามันดีกว่า โต๊ะโล่งๆ ไม่มีอะไรกั้นนะ เพราะว่าเราต้องว่าของไว้ใต้ เคาน์เตอร์เพียบเลย อันนี้ไม่ต้องซีเรียสในการหาซื้อ แล้วจะไปบอกตอนทำบัญชีนะ ว่าเอาไงดี
• ก่อนเปิดร้าน ประชาสัมพันธ์ (ใช่ๆ ทุกคนก็เรียนมา ถ้าเราเปิดร้านอะไรสักอย่าง เราต้องประชาสัมพันธ์) ยังไงดี เราขอแนะนำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำป้ายร้าน แนะนำให้ทำป้ายไฟนะ เห็นป้ายตู้ไฟแบบแขวนป่ะ ทำแบบนั้นแหละ แรกๆ เปิดมันทั้งคืนเลย ถึงแม้จะปิดร้านไปแล้วก็ให้เปิดมันทั้งคืน เสียไปไม่เท่าไรหรอก และราคาของป้ายไฟ แล้วแต่ขนาดนะ ใหญ่แพง เล็กถูก (ไม่เอา ป้ายไม้ เหมือนร้าน ขายของชำ หรือร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างนะ จริงๆ แล้วก็ทำได้ แต่เราไม่แนะนำ เพราะเราเป็นร้านหนังสือ ก็ต้องทำอะไรให้มันดูมีอะไรบ้าง) กับที่ให้เปิดไว้ทั้งคืน เนี่ย เอาเฉพาะช่วงแรกก็พอ ไม่ต้องทำตลอดไปนะ เราทำเพื่อให้ลูกค้าเห็นเราแล้ว เค้าจะได้รู้ว่ามีร้านเราเหมือนกัน ช่วยๆ มาเช่ากันหน่อย ป้ายร้านไม่ต้องทำบอกเวลาเปิด ปิดนะ ไม่จำเป็น เพราะอะไรรู้ไหม ถ้าเราจะขยับหรือขยายเวลาที่เราตั้งใจเปิด ปิด จะได้ไม่ต้องให้ช่างมาทำใหม่ เอาเป็นว่าแค่บอกชื่อร้านก็บอก เช่น AA books หนังสือการ์ตูน นวนิยาย และนิตยสารให้เช่า เป็นต้น
• ก่อนเปิดร้าน ถ้าร้านเป็นกระจก ต้องตัดสติ๊กเกอร์นะ อย่าให้มันโล้น ตัดไปเหอะ ไม่กี่บาทเอง แปะ เข้าไป จะเขียนอะไรก็เขียนไป ส่วนใหญ่ก็เขียนพื้นๆ แหละ เวลาเปิดเปิด จะเขียนหรือไม่ก็ได้ (ถ้าเป็นเรา เราไม่เขียน บอกแล้ว อีกหน่อย เราต้องปรับเปลี่ยน เวลาอย่าลืม)
• ก่อนเปิดร้าน ใบปลิว ต้องแจกเปล่า อันนี้แล้วแต่นะ สำหรับเราไม่แจก และเราก็ไม่เคยได้รับเวลาเค้าเปิดร้านใหม่เลย จะบอกว่าไม่จำเป็นก็คงได้ แต่ถ้าจะทำ แนะนำ ญาติ หรือเพื่อน (อีกแล้ว) ให้พิมพ์จากที่ทำงานให้ 1 แผ่น a4 สามารถทำใบปลิวเล็กได้ตั้ง 4-8 แผ่น แน่ะ ลองดูนะ
• และสุดท้าย ก่อนเปิดร้าน ต้องทำ คือ อะไรนะ อะไรหละ อ้อ หาฤกษ์นั่นเอง อิอิ หาฤกษ์ซะ เราเคยบอกแล้ว 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน ต้องสู้ๆ ต้องสู้ ถึงจะชนะ (เจิน เจิน บอกไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ต้อง 30% แน่ะ)
ก่อนเปิดร้านก็จบแล้วไป คราวนี้มาหลังเปิดร้าน ทำไรดี
• Promotion มีให้เลือกหลากหลาย แบ่งได้ หลายๆ แบบ คือ
- สมัครฟรี (ช่วงแรกๆ ควรทำอย่างยิ่ง)
- สมัครกี่บาท ได้ของนิดๆ หน่อย (ควรทำหลังจากเปิดร้านไปได้สักพัก หรือจะทำเริ่มแรกเลยก็ได้ แล้วแต่คนนะ ลองหาวิธีเอาแล้วกัน)
- เช่าเท่าไร แถมเท่าไร (ทำนะ ต้องทำ จำไว้ว่า หนังสือดี คือหนังสือที่มีคนเช่า หนังสือเน่า เพราะหาคนเช่าไม่มี)
- พาเพื่อนมาสมัครแล้วเช่า ให้อ่านไปเลย กี่เล่ม ว่ากันไป (อันนี้ดูระบบด้วยนะ ถ้าซื้อเค้ารับรองว่ามี แต่ถ้าของฟรี มีหรือเปล่า ไม่รู้จ้า)
ทุกร้านต้องคิดโดยอิงจากลูกค้าเป็นหลัก บอกแล้ว ไม่มีอะไรตายตัว ลูกค้าเป็นยังไงเราก็ค่อยๆปรับตัวตาม อันนี้ก็อย่าไปมองไปที่กำไรมากมากนัก ตอนแรกยังไงก็ไม่กำไร ให้ศึกษาไว้ก่อน แล้วกำไร ไปหาเอาข้างหน้า (ฮือๆ หามานานแล้ว ยังไม่เจอ) เอาน่า ก็บอกเองนี่น่าว่า เราชอบอ่านหนังสือ เพราะงั้น ได้อ่านก็น่าจะพอใจแล้ว ส่วนที่เหลือ ถือเป็นกำไร (อิอิ ไม่ใช่ตัวเงินนะ แต่เป็นกำไรชีวิต)

ยังไงซะ นอกจากหนังสือแล้ว เราก็อยากมีรายได้เสริมกันใช่ม้า จะมากจะน้อยก็อยากจะมีกัน เราบอกยังไงดีหละ แบ่งเป็น 2 พวกแล้วกัน
พวกแรก ให้เค้าทำหน้าร้าน เช่น ขายน้ำ ขายขนม ขายอะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้เราได้ค่าเช่า อันนี้แนะนำ เพราะว่าเราไม่ต้องเสี่ยงด้วยตัวเอง จะได้เสีย คุ้มไม่คุ้ม เรื่องของคนมาเช่า เก็บค่าเช่า อย่างเดียว คุ้ม เชื่อดิ
พวกที่ 2 ทำเอง แบบว่า อยากทำ เพิ่มรายได้ ขายอะไรดีหละ กิ๊ฟช๊อบ กระเป๋า น้ำดื่ม หรืออะไรดีหละ อยากจะแนะนำว่าทำอะไรก็ได้ ถ้าคิดว่าตัวเองคุมได้อยู่ และคิดว่ามันขายได้ ก็เอา แต่จริงๆ แล้วไม่แนะนำ ไม่ส่งเสริม แต่ไม่ห้าม อันนี้ห้ามกันไม่ได้ นะ เราเคยทำหมดทุกอย่างที่ว่าเนี่ย จะบอกว่าอะไรดีหละ ไม่ดีสักอย่าง อันนี้คิดเองว่า น่าจะเป็นเพราะว่า ของมันไม่มากพอ และก็ไม่มีของเปรียบเทียบด้วย เราเข้าใจว่าเวลาคนไปซื้อของ ถ้ามีของให้เลือกแยะ เปรียบเทียบกันได้ก็จะซื้อ แต่ถ้าของน้อย ถึงแม้ถูก เค้าก็ไม่รู้ว่ามันถูก เพราะงั้น ไม่ซื้อดีกว่า ประหยัด ด้วย อ้าวก็บอกแล้ว ว่าเป็นร้านหนังสือการ์ตูนเช่านี่หน่า เข้าใจกันหน่อยดิ

ตอนที่ 8 บัญชี

โอ๊ย แค่เห็นก็เกือบจะลมใส่ สรุป ค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เปิดร้าน ทุกอย่างเลย
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันต่อไป บทนี้น่าจะเป็นบทหัวใจของการทำร้านการ์ตูนเช่า เลยใช่ป่ะ ถ้าไม่มีเงินไม่ต้องมาพูดกัน (พี่อ้อย ณ. กรีนเวฟ บอกว่า เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เงินทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น อันนี้เห็นด้วยพันเปอร์เซ็นต์ ลองให้พี่พานมาทำงานเหมือนพวกเรา รับรองว่าไม่มีทางหาเงินเปิดบริษัทฮาวคัม ได้หรอก (อิอิ อดกระทบพี่พานไม่ได้ ทำไงได้หละ ก็พี่แกเป็นขวัญใจเรานี่หน่า รวย แถมยังแฟนสวยอีก โอ๊ย อยากตายแล้วไปเกิดใหม่จริงๆ) เข้าเรื่องดีกว่า เงิน เงิน เงิน ถ้าไม่มี ก็ต้องไปหามาซะก่อน งานอย่างอื่น ถ้าคิดดีแล้ว กู้เลย ถ้าอยากทำ แต่ถ้าเป็นร้านหนังสือ กู้เลย ถ้าอยากขึ้นศาลประนอมหนี้นะ ฮ่า อย่ากู้ ให้เอาเงินมา (ยกเว้นกู้พ่อแม่พี่น้อง ก็ว่ากันไป)
เอางี้ เรามาแจกแจงกันก่อนว่ารายจ่ายมีอะไรบ้างนะ เพื่อความเข้าใจกันมากขึ้น (อันนี้เอาร้านเราเป็นตัวอย่างนะ เริ่มแรกหนังสือการ์ตูน 8000 อื่นๆ อีก 500 นิตยสาร 20 เล่ม ในตอนแรก สรุป สรุป ดีกว่า
1. ค่าเช่า ไม่เกิน 8000 บาท ต่อเดือน ล่วงหน้า 2 เดือน เซ็น 2 ปี รวมเป็นเงิน 24000 บาท
2. หนังสือ ประมาณ 8000 เล่ม หมดเงินไปประมาณ 120000 บาท (จดไว้ด้วยนะ เค้าจะมีรายการส่งมาให้ดูก่อน อยากได้เล่มไหน ไม่อยากได้เล่าไหนก้เลือกเอา ซื้อเองได้ ก็เอาเลยจ้า
3. หนังสืออื่นๆ เอามาจากบ้าน ได้แถมจากร้านบ้าง แต่จากบ้านมีหนังสือมากกว่า 3-4 ร้อยเล่ม ประหยัดไป ถ้าไม่งั้น ก็ซื้อเอานะ
4. ชั้นวางประมาณ 13 ตัว ถ้าเป็นวางด้านเดียว (ติดผนัง) ถูกหน่อย ประมาณ 2500 บาทต่อตัว (ร้านเราวาง 8 ตัว) แต่ถ้าเป็นวางสองด้าน 3500 – 4000 บาทต่อตัวจ้า (อันนี้วาง 4 จ้า) ส่วนอีกตัวเป็นชั้นวางนิตยสารอีก 1 ตัว (ประมาณ 3000 บาทจ้า) รวมแล้วเป็นเงิน 40000 - 50000 บาท แล้วแต่ขนาดร้านจ้า
5. คอมพิวเตอร์ (เอาที่บ้านมานี่แหละ) ซื้อแค่ จอ ให้มันดูดีหน่อย ประมาณ 6000 บาท(เฉพาะจอ)
6. barcode หนังสือ ประมาณ 0.50 บาท ก็ทำเลย 15000 ใบ ประมาณ 7500 บาท
7. เครื่องยิงบาร์โค้ด อย่างไม่แพงมากก็ 4000 บาท แต่แนะนำให้ซื้อแบบพวกมีขาตั้ง แพงอีกนิด แต่ชีวิต สบายขึ้นแยะ
8. บัตรสมาชิก ทำเริ่มแรก 1000 ใบ ใบละ 3 บาทไม่เกิน ทั้ง barcode แล้วพิมพ์แบบนามบัตร แล้วเอาไปเคลือบ (ร้านที่ประตูน้ำ Platinum ถูกมากๆ ชั้นใต้ดิน ลองไปดู) ส่วน barcode ไปที่พันธุ์ทิพย์ ชั้น 4
9. ตู้ไฟ (ป้ายร้าน) 4500 บาท
10. เคาน์เตอร์ 4500 บาท
11. อุปกรณ์ accessories เช่น
• เครื่องเย็บกระดาษ (เป็นทางการไปหน่อย) แม๊ค ใหญ่ 3000 บาท (ไม่น่าเชื่อ)
• พลาสติก ห่อปก 10 ม้วนเลย ประมาณ 1800 บาท
• Scottape (ขโมยมาจากที่ทำงาน นิสัยแย่ ไม่แนะให้ทำนะ)
• ตู้ใส่ของ 600 บาท
12. ตัดสติกเกอร์ 2000 บาท
13. ระบบคอมพิวเตอร์ (ซื้อมัน ตัดใจ) 4000 บาท
14. หนังสือเข้าร้านวันแรก ซื้อพวกนิตยสารและอื่นๆ ประมาณ 5000++ บาท
รวมเงินก้อประมาณ 240000 – 250000 บาทนะ ส่วนที่เหลือ ก็เช่น ต้องทำร้านใหม่ ติดแอร์ไหม ทาสีเปล่า อะไรแบบนี้อ่ะ ต้องค่อยๆ ทำไปนะ อันนี้ ก็น่าจะรวมทั้งสิ้น กว่าจะทำนู่นทำนี่เสร็ อีก เราใช้ไปทั้งหมด 300000 บาท ไม่เหลือเลย พอดีๆ เพราะต้องตระเวนซื้อหนังสือ และซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะพวกหนังสือการ์ตูนที่ร้านจัดหนังสือให้เรามา แต่ลูกค้าไม่ชอบเลย ต้องไปตระเวนซื้ออีกหลายหมื่นมากๆ ทุกวันนี้ก็ยังซื้ออยู่อย่างเมามันส์เลย จนเดือนหนึ่งๆ เหลือไม่เท่าไรแล้ว แต่ถ้าคุณรู้จริง ก้อไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้นะ เอาแบบทำตามที่เราเห็นดีนั่นแหละ ลองผิดลองถูกไป ขออย่างเดียว อย่าท้อแท้ และอย่าเอาเงิน (เราหมายถึงกำไร) เป็นตัวตั้งหล่ะ ตัวยืนน่าจะเป็นความสุขมากกว่า ทำทุกอย่างให้มีความสุข เงินน้อยไปหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้สนุก และมีความสุขเป็นใช้ได้ (สิ่งทีเกิดขึ้นแล้ว ดีเสมอนะ อ่านหนังสือเค้าบอกว่าอย่างนั้น ก็ต้องเชื่อเค้าหละ) สู้ๆ ต่อไป ร้านหนังสือ มีข้อดีมากมาย แต่ข้อเสียมีเพียงข้อเดียว คือทำเท่าไรก็ไม่รวย สิน่า อันนี้ เป็นข้อเสียใหญ่ที่สุดของร้านหนังสือเช่าเลย จริงม่ะ และแล้ว ก้อจบไปอีกหนึ่งตอน

ปล. ของทั้งหมดหาได้ทั่วไป ถ้าทำเอง ลองตระเวนดู แต่ถ้าให้เค้าจัด มีทุกอย่างที่ต้องมีจ้า

ตอนที่ 9 ไม่ไหวแล้ว เซ้งเป็ด

“ได้เปิดร้านกันแล้วนะทุกคน เราได้ร้านหนังสือมาอยู่ในอุ้งมือเราแล้ว ฝันเป็นจริงสักที เราได้อยู่กับหนังสือที่เรารัก ทั้งวัน แถมยังได้เงินอีก อะไรมันจะดีขนาดนี้เนี่ย ดีใจจริงจริงๆ ลูกค้าที่มาแต่ละคนก็แสนจะน่ารัก ทะนุถนอมหนังสือเรายังกับหนังสือของเค้าเอง อะไรจะน่ารักขนาดนั้น มาเช่ากันมืดฟ้ามัวดินมากๆ หนังสือรึ ก้อไม่มีหายเลยแม้แต่เล่มเดียว ว้าวววว สุดยอดจริงๆ ได้เงินคุ้มเลย ฮ่าๆๆๆ อย่าจะหัวเราะเยาะไอ้คนที่บอกว่าทำร้านหนังสือ ไม่มีทางรวย จริงๆ” สังเกตไหม ที่เขียนมันอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แสดงว่า อันนี้คือ สิ่งที่ร้านหนังสือทุกร้าน หวัง (หรือแทบจะบนบานศาลกล่าว เล่นไสยศาสตร์กันเลยทีเดียว) หรือง่ายๆ คือมันเป็นความฝัน แต่เมื่อตื่นมาพบความเป็นจริงแล้วมันตรงกันข้ามทุกอย่างเลย ฮือๆ ทำไม สวรรค์ ช่างอยุติธรรมปานนี้ พ่อแม่ เราก็ส่งเสีย กตัญญูทุกอย่าง ไม่เคยโกงชาติ (ภาษีก็จ่าย – ไม่ได้กระทบใครนะ อิอิ แอบเหน็บ) แล้วทำไม ทำไม ถึงได้แต่ส่งอุปสรรค และปัญหามาให้จอมยุทธ์อย่างเราแก้ด้วย ฮือๆ ร้องไห้อีกที เรื่องแบบนี้แหละที่จะบั่นทอนกำลังใจของพวกเราชาวร้านหนังสือเช่าให้หมดหวัง ท้อแท้ จนอยากผูกคอตาย (ใต้ต้นถั่วงอก) ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปจริง อันนี้ถ้าไปอ่านหนังสือธรรมะ ต้องว่ากันว่าเป็นเรื่องของกรรมเก่า แต่ถ้าพูดในมุมของประเทศชาติแล้ว (เป็นไง ดูยิ่งใหญ่ไหม) บ้านเมืองเรา มันสอนคนกันมายังไงให้เอาเปรียบกันได้ทุกที่ ทุกโอกาส (อยากจะร้องทุกข์กล่าวโทษ กระทรวงศึกษาธิการ หรือธรรมการเดิม จริงๆ สอนแต่ให้แย่งกันเป็นที่ 1 ไม่เคยสอนให้มีความรับผิดชอบหรือรู้บาปบุญคุณโทษ มีแต่จะทำพวกโอเน็ต เอเน็ตอยู่นั่นแหละ ปัญญาสูงส่งจริงๆ ขอว่าหน่อย อิอิ หาโอกาสมานานแล้ว) ที่เรากำลังพูดถึงนี่ คือเรื่องที่ทำให้ร้านหนังสือทุกร้านเซ็งเป็ดกันทั่วหน้า และก้อมีหลายๆ อย่างมากๆ มาแจกแจงกันดีกว่า ปัญหาเกี่ยวกับลูกค้า ปัญหาใหญ่สุดของพวกเราร้านหนังสือ มีตั้งแต่ดีสุดๆ แล้วก็แย่สุด ยังกับอยู่คนละโลกหรือคนละสปีชีย์เลยหละ ลูกค้าที่ดีเนี่ย อยากจะเอาขึ้นหิ้งแล้วกราบเบญจาจุดธูปให้เลย (ลูกค้านะไม่ได้ศพ จะได้จุดธูป ล้อเล่นน่า) ลูกค้าที่ดี ก็คงเหมือนกันๆ ทุกนิยามใช่เปล่า รักหนังสือ ไม่เอาเปรียบ ทำตามเงื่อนไข และกติกาที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก มีติชม เพื่อปรับปรุงร้านบ้าง ข้าผู้น้อย ขอคารวะ ด้วยน้ำเปล่า 1 แก้ว (หมอที่ไหนไม่รู้เคยบอกไว้ว่า น้ำที่ดีที่สุดคือน้ำเปล่านะ น้ำผลไม้นี่ หมอคนเดิมบอกกินไปทำหยังอะไร ไม่มีประโยชน์ ฮ่าๆ ห้ามฟ้องด้วยนะ หมอคนนั้นบอก ไม่เกี่ยวกับเรา) ตรงกันข้ามกับลูกค้าที่ไม่ดี (อันจริงๆ ต้องเรียกว่า สันดอนเลวมาก) มีแยะมาก ขอเจียระไนหน่อยนะ ไม่ไหวแล้ว
พวกที่ 1 ยืมแล้วไม่คืน โทรไปไม่รับสาย ถึงรับก็รับปากว่าจะคืนแต่ไม่เคยมา (ยังมีแสบกว่านี้อีก บอกว่าไม่มีเงินค่าปรับ ฮือๆ คนบ้า ถ้าไม่มีค่าปรับ แล้วแกทำไมไม่คืนตรงเวลาฟ่ะ เก็บไว้ให้ลูกหลานอ่านอีกเหรอ ฮือๆ)
วิธีแก้ไข ให้เอารายชื่อ บวกที่อยู่แล้ว ซื้อไปรษณียบัตรมาอีก 1 ปึก แล้วเขียนชื่อพวกนี้ พร้อมกับเขียนไปทวงเลย ถ้ายังไร้ผล ให้ขี่รถไปหาเลย ไม่น่าจะไกลมาก แล้วจดไว้ให้ดี อย่างให้กลับมายืมอีกนะ
พวกที่ 2 อันนี้ซีม่า ยังอาย พวกที่ตระเวนหาหนังสือดีๆ หายาก (รวมถึงเสียเงินน้อยด้วย) มากันแบบเนียน สมัครแล้วยืม ยืมแล้วหาย หายไปเลย แล้วอย่าเอาแต่เอามาคืนเลยนะ หน้ามันไม่เจออีกเลย แล้วทำไงหละ เราก็ต้องซื้อใหม่อ่ะดิ ตั้งแต่เปิดมา 6-7 เดือน หายไปแล้ว 100 เล่ม
วิธีแก้ คือ เก็บหลักฐานอะไรก็ได้ไว้ เช่นบัตรประชาชน บัตรนักเรียน (บัตรเช่าวีดีโอ ไม่เอา บอกแล้วไม่เอาไง) แค่สองอันนี้ก็เล่นเอากลุ้มใจ ไม่มี ล ลิงได้เลยอ่ะ อันนี้ต้องจำไว้ด้วย ว่ามันจะมีทั้งได้และเสีย ได้คือ กันได้ระดับหนึ่ง เสียคือ บางคน (ลูกค้าที่ดี) บอกเรื่องมาก เฮ้ย ทำไงดีฟ่ะ เนี่ย จะทำดีไหม ทำดีหรือเปล่า จะทำดีไหม ทำดีหรือเปล่า (ร้องให้เป็นชิงร้อยชิงล้านด้วย เร็วๆ บอกให้ร้อง เดี่ยวเหอะ)
พวกที่ 3 ทำลายหนังสือ ทำยังกับชาติก่อนเป็นปลวก แมลงหรือมอดไม้อะไรพวกนี้ ของดีแค่ไหน ไปอยู่มือพี่แกเป็นแหลกลาญ สงสัย ไม่ได้อ่านอย่างเดียว จะเอาไปทำการฝีมือด้วย กลับมาเลยยับเยินทุกที (จำไว้ อือ อุตส่าห์เอาหนังสือที่มารักมาให้แบ่งกันอ่าน ยังทำยังนี้อีก) ทีของตัวเองที่ซื้อนะ เพื่อนทำยับ ทำยังกับว่าจะฆ่าเพื่อน แต่เป็นของคนอื่น เนี่ย โอโห้ เต็มที่เหลือเกินนะ
วิธีแก้ เย็บ ใส่ปกให้ดี ไว้ก่อนเลย อันนี้ป้องกันได้เยอะมากๆ แล้วค่อยบอกพี่แกไปให้อย่างนุ่มนวลว่า พี่ๆ หนังสือนะ มีไว้อ่าน ไม่ต้องรุนแรงก็ได้ อ่านได้เหมือนกัน จริงมั๊ย
พวกที่ 4 ทำยังร้านเป็นบ้าน มาอยู่ที 2 ชั่วโมง ยืมเล่มเดียว แต่อ่านไป 20 เล่ม เห็นใจกันบ้างสิจ๊ะ ของเช่านะ ถ้าอยากอ่านฟรี ขอแนะนำห้องสมุด อ่านฟรีได้ตามใจ แต่ร้านหนังสือเช่า อย่าทำอย่างนี้เลย สัก 2-3 เล่มพอทำใจ แต่อ่านกันเป็นล่ำเป็นสัน เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนอย่างนี้ไม่ไหวนะ ถือว่าขอร้องหละ อย่าทำเลยนะ เข้าใจอ่ะนะ แต่อย่าให้มันน่าเกลียด ขอร้อง คุณแม่ไม่ขอร้อง แต่เจ้าของร้านของร้องแทนได้ไหมหละ (ห้ามบอกให้ร้องสิ อันนี้เชยมาก)
วิธีแก้ บอกด้วยความนุ่มนวลว่า ลูกค้าที่เคารพจ้า เช่าไปเถอะจ้า ลูกค้าได้ ร้านก้อได้นะ จะอ่านเล่มแรกไม่ว่าเลย แต่อ่านหลายเล่ม เนี่ย ทำใจบ่อได้ บ่อได้มั่กๆ
เห็นมั๊ย ว่าร้านหนังสือมีเรื่องเฉพาะลูกค้าให้เซ็งเป็ดแค่ไหน นี่เฉพาะลูกค้านะ ไม่รวมที่เราไปเป็นลูกค้าซื้อหนังสือที่ร้านอื่นๆ อีก แหม ยังกับไปขอทานมันมั่งอ่ะ แย่จริงๆ ไม่อยากจะเชื่อเลย ทำไมชีวิต ฟ้าถึงลิขิตแบบนี้ สำหรับพวกร้านที่เราไปซื้อหนังสือ ไม่เอา ไม่เล่า เพราะไม่เกี่ยวกับเรา แค่อยากให้ทุกคนเตรียมตัวให้เต็มที่ก่อนจะไปซื้อ ถ้าเค้ามีระบบ หรือวิธีช่วยเหลืออะไรก็พยายามใช้เข้าไป ไม่ว่าจะส่ง fax ชื่อหนังสือก็ส่งไปก่อนก้อได้นะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหา (อย่าหวังว่ามันจะหาให้ จะหาให้เฉพาะส่ง fax เท่านั้น) หรือ ราคาที่ต้องต่อกันจนเหงือกแห้ง ขออีกสัก 5% ได้ไหม นึกว่าช่วยเหลือลูกหลาน (แต่มัน อุ๊บส์ เค้าไม่ให้อ่ะ แย่จัง) เสียทุนไปพอสมควร อันนี้ ถ้าจะให้ดี ให้หาร้านประจำ แล้วทำเป็นเรื่องเป็นราว หมายถึง ผูกติดกับเค้าไป จนกว่าจะหาร้านใหม่ (ลดเยอะกว่า) ได้นะ เรื่อง เซ็งเป็ด สำหรับร้านหนังสือหลักๆ คงมีแค่ 2 เรื่องนี้เท่านั้นแหละ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปตามสภาพปัจจัยของแต่ละคนนะ อันนี้พูดเฉพาะร้านที่เป็นร้านหนังสือเช่าเพียวๆ ไม่เป็นแบบกึ่งหรือขายพ่วงกาแฟ หรือนมอะไรพวกนี้นะจ๊ะ

ตอนที่ 10 เอาวะ อย่างน้อยก็เป็นเถ้าแก่หละว้า - - ปลอบใจตัวเอง (ตอนสุดท้าย)
เมื่อทุกท่านอ่านมาถึงตอนสุดท้าย ท้ายสุดนี่แล้ว เราคนเขียนเอง ก็ขอบคุณจากใจจริง สำหรับทุกคนที่กรุณาอ่าน แล้วเข้ามา comment และให้กำลังใจเรา คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วแหละ ขอโทษด้วยสำหรับการพาดพิง และคำที่ไม่เหมาะสม (ไม่มีเจตนา อยากจะแค่ให้หนุกๆ พี่พานไม่โกรธนะ) กระทู้นี้ น่าจะได้ประโยชน์บ้างนะ (ถ้าเป็นภาษารายงานก็ต้องบอกว่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย - - ประมาณนี้) สำหรับทุกคนที่มีความฝัน เราจะบอกว่ายังไงดีหละ อย่าทิ้งความฝันนะ แต่อย่าปล่อยปละละเลยมันหละ ไม่งั้น มันจะลอยห่างไปทุกที ทุกที ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ก่อให้มันเป็นรูปเป็นร่าง แล้วทำความฝันให้มันเป็นจริง เราทุกคนเกิดมาก็เท่ากัน เวลาตายก้อไปแต่ตัวเหมือนกันใช่ป่ะ ก่อนตายไปก็น่าจะทำให้อะไรให้มันลือลั่นไว้สักหน่อย (ไม่ต้องไปกู้ชาติ หรือ ช่วยโลก อะไรหรอก) แค่ทำความฝันที่อย่างน้อยก็มีเราภูมิใจใช่ป่ะหล่ะ ฝันใกล้ๆ ไปช้า (หนุ่มเมืองจันทร์ ว่าไว้) หรือฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง มันก็อีหรอบเดียวกัน (ให้ไปให้ถึงฝันจริงๆ นะ) อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง และอย่าหมดกำลังใจ อะไรๆ ก้อไม่สำคัญไปกว่ากำลังใจ (อ้อ อีกอย่าง อย่าลืม คนข้างหลังเราด้วยนะ พ่อแม่ พี่น้อง แฟน เพื่อนๆ พวกนี้แหละ ทำให้เรามีตัวตนในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้)

ขอบคุณทุกคนที่รักที่จะมีความฝัน อย่างน้อย ก็มีแต่เราที่เห็น
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมแบ่งปันความฝัน ให้คนอื่นเห็น
ขอบคุณทุกคนที่รักและเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น
และขอบคุณทุกคนที่มีความฝันไม่ว่างเว้น ทุกลมหายใจ


แล้วทุกความฝัน ก็ทำให้โลกนี้หมุนไป

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับกำลังใจ แล้วเจอกันใหม่นะจ๊ะ

จบแล้วจ้า ขอกำลังใจด้วยนะ

จากคุณ : Limy1025 - [ 2 เม.ย. 51 16:31:40 ] แห่งโต๊ะสีลม ณ พันทิป


Create Date : 12 เมษายน 2551
Last Update : 12 เมษายน 2551 1:22:41 น. 40 comments
Counter : 562 Pageviews.

 
ขอบคุณที่เราเล่าประสบการณ์ที่ผมก็ถามหาอยู่เช่นกันครับ
ผมอ่านตั้งแต่ตอนที่หนึ่งจนยันตอนที่สองจบแล้ว
บอกได้หลายอย่างเลย แต่ขอบอกอันแรกก่อนดีกว่าว่า อ่านยากจิ๊บเลยครับ ตอนพิมพ์น่าจะมีการเว้นช่อง เคาะ มีบรรทัด ทำในวงเล็บ นอกวงเล็บ ให้ชัดเจนด้วย ผมอ่านแล้วปวดตามากครับ โดยเฉพาะการนำความเห็นแบบในวงเล็บมีการผสมระหว่างความเห็นที่นำมาใช้ได้จริงกับ ความเห็นที่เป็นส่วนตัวเชิงล้อเลียน แซว ล้อเล่น เช่นพี่พาน อะไรทำนองนี่ เพราะคุณต้องนึกถึงคนที่อยากจะมาหาความรู้ประสบการณ์จากตรงนี้จริงๆด้วย บางท่อนมีเรื่องจริงพออ่านไป อ้าว! ไปเขว แซว คนอื่นๆเค้าอีกล่ะ ผมสารภาพว่า อ่านๆไป แล้วหวุดหวิดที่จะปิดไปหลายที

เข้าใจนะครับว่าอยากจะบอกเล่าสำหรับผู้ที่สนใจ โดยไม่มีทฤษฎีตรรกะใดๆมายืนยันได้นอกจากพิสูจน์ด้วยตัวเองเอง แต่! ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้ามีคอลัมนิสต์คนหนึ่งสนใจ อยากหาเรื่องมาลงตีพิมพ์ โดยมีประเด็นคือ นักธุรกิจรุ่นใหม่ เริ่มต้นงานจากความรัก อะไรทำนองนี้ แล้วมาเจอเรื่องของคุณ อ่านๆไป พี่แกเกิดเซ็งเพราะอ่านไม่ไหว เลยเลิกซะ น้าน...มันต้องคิดอย่างนี้สิครับ เผลอๆอาจมีคนเอาพล็อตนี้ไปสร้างเป็นหนังได้รวยกันใหญ่ล่ะครับทีนี้

ตอนนี้ก็เท่ากับคุณเป็นคนทำธุรกิจคนหนึ่งแล้วนะครับ ยินดีด้วยครับที่คุณสามารถค้นหาตัวเองและได้เริ่มมันแล้ว

ขออวยพรให้เจริญ

หวังว่าคงไม่ติดใจในคำติของผมนะครับ
ไม้งามเจริญช้าฉันใด การศึกษาเป็นไปเช่นนั้น
จริงใจนะ จุ๊บๆ


โดย: CG Guitar วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:3:23:32 น.  

 
ความฝันเรื่องร้านการ์ตูน คิดเหมือนกันแต่ว่าไม่กล้าทำ กลัวเจอปัญหาแบบที่คุณเจออยู่น๊ะแต่ขอบอกน่าอิจฉามาก
เลยที่มีร้านเป็นของตัวเองแล้ว ดีใจด้วยนะ...

สู้ สู้ งานที่ทำแล้วมีความสุขมีไม่มาก แต่คุณก็ค้นพบ
แล้วดีจังเลย...


โดย: Pisuke IP: 125.25.87.75 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:11:05:19 น.  

 
ขอบคุณมากครับ อ่านแล้วได้แนวความคิดครับ
เขียนดีครับ อ่านหนุกดีครับ ผมก็อยากเปิดร้านการ์ตูนเหมือนกันครับ


โดย: Ton IP: 210.203.179.107 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:11:31:19 น.  

 
เคยอยากทำร้านหนังสือเหมือนกัน แต่ไม่ไหว กลับมาเป็นลูกจ้างเหมือนเดิมดีกว่า


โดย: เด็กโก-ลก IP: 124.121.2.97 วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:23:00:09 น.  

 
สวัดีครับ พอดีผ่านมาอ่านเลยมีคำถามนิดหน่อย ไม่รู้ ว่างตอบป่าว คือ

1 ใช้โปรแกรมอะไรครับ ในการเช่า-คืนหนังสือ

2 เราควรตั้งกฎ ในการเช่ายังไง บ้างครับ แนะนำหน่อย

พอดีผจะเปิด ร้านที่ ตจว อะครับ หาข้อมูลอยู่
อ๋อ แนะนำ ว่าผมสั่งทำชั้นหนังสือกับ ช่างประจำ (ลอกแบบเขามา) สนนราคาที่ 1500 บาท น่ะครับสนใจถามได้ แต่ผมไม่เน้นความสวยงามเท่าไหร่ เน้นความแข็งแรง เป็นหลัก
ขอบคุณครับ


โดย: Nong OA IP: 125.26.69.6 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:9:33:39 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่เอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง มีประโยชน์มากค่ะ.... แต่...ภาษาที่ใช้อ่านแล้วเวียนหัวมากค่ะกว่าจะจับใจความได้ต้องใช้สมาธิในการอ่านมาก ช่วยเขียนเอาแบบเนื้อๆแบบที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายๆ ภาษาคำพูดความรู้สึก หรืออะไรที่มันนอกเรื่องน่ะ ช่วยลดลงหน่อยได้มั๊ยคะ
คือในเมื่ออยากกมาแบ่งปันความรู้ให้คนอื่นก็ช่วยเห็นใจคนที่ต้องการมาศึกษาจริงๆด้วยนะคะ แต่อย่างไรก็ตาม..เฉพาะในส่วนของความรู้ ก็ขอขอบคุณมากค่ะ


โดย: นิหน่า IP: 124.121.41.101 วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:47:49 น.  

 
พวกยืนอ่านในร้านนี่บางร้านเค้าก็คิดค่าอ่านนะ อยากอ่านกี่เล่มอ่านไป แต่อย่าลืมจ่ายตังค์ จัดมุมให้อ่านไปเลย
เราก็ชอบไปยืน-นั่งอ่านในร้าน เพราะร้านดันอยู่ไกลบ้าน ขืนยืม มีหวังเสียค่ารถอานแน่ ก็เลยยอมจ่ายให้ไป แล้วนั่งอ่านมันครึ่งวันเลย...


โดย: zoe IP: 203.156.34.70 วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:19:03 น.  

 
ขอบคุณมากครับ ได้แนวทางและข้อคิดดีมากเลยครับ :)


โดย: Unnefer IP: 203.156.48.139 วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:23:22:55 น.  

 
กำลังจะเปิดร้านหนังสือเหมือนกัน ขอบคุณที่มาแชร์ประสบการณ์นะคะ

จะได้เตรียมตัวเหมือนกันค่ะ


โดย: ใครสักคน IP: 118.172.172.174 วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:12:25:54 น.  

 
อยากให้เป็นที่ปรึกษาบ้างจัง สนใจจะเปิดร้านทำเลหน้ามหาลัยค่ะ รบกวนติดต่อกลับ t_warin@Hotmail.com ขอเบอร์โทรด้วยน้าค้า ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ปล.blog นี้อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นเยอะเลย


โดย: SaLaPaO IP: 222.123.96.226 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:0:33:42 น.  

 
ถ้าอ่านในร้านคิดเป็นชั่วโมงเลยค่ะ ที่ร้านก็มี มาถึงนั่งอ่านเป็นบ้านของตัวเองเลย เลยคิดค่าอ่านชั่วโมงละ 15 บ. ครึ่งชั่วโมง 8 บ. ดีกว่าให้เขาอ่านฟรีๆ




โดย: pui IP: 118.172.217.137 วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:10:24:18 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ความรู้ดีๆครับ
เห็นด้วยจริงๆครับเรื่องปัญหาลูกค้า


โดย: เดิว IP: 58.9.163.138 วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:9:55:07 น.  

 
ขอบคุณม๊ากๆ ทำให้ตัดสินใจได้ว่าไม่ควรเปิดร้านเช่าหนังสือ ถ้าจะทำสู้เอาเงินฝากแบงค์ดีกว่า


โดย: nai IP: 58.8.111.73 วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:23:18:21 น.  

 

อ่านจนจบ

พึ่งมาเห็นตอนสุดท้ายตัวติ๊ดเดียว !!!
ว่าไม่ใช่เจ้าของบล็อคเป็นคนเขียน

... อย่าพึ่งรู้สึกไม่ดีกับข้อความเรานะคะ
ไม่ได้ประสงค์ร้ายอะไร
แค่อยากบอกว่าผิดหวังนิดหน่อย

แอบหวังไว้ว่าอยากขอคำปรึกษาน่ะค่ะ





โดย: อชิ (ไม่น่าเข้าใจยาก ) วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:5:50:46 น.  

 

อ่อ ..

ลืมขอบคุณคุณเจ้าของบล็อคค่ะ ที่เก็บมาฝาก
เพราะไปงมหาเองคงไม่เจอของดีหยั่งงี้ = ="


โดย: อชิ (ไม่น่าเข้าใจยาก ) วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:5:57:26 น.  

 
-ขอบคุณครับ :D


โดย: Lionia IP: 124.120.187.95 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:3:30:58 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ที่เอามาแบ่งปันกันนะครับ ^^


โดย: Gsus IP: 58.147.39.109 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:8:54:08 น.  

 
มาเก็บข้อมูล อยากเปิดร้านเช่าการ์ตูนจัง


โดย: milk latte IP: 116.68.155.58 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:11:59:23 น.  

 
ตามมาเก็บข้อมูล ฝันไว้เหมือนกันอยากเปิดร้านเช่าการ์ตูน


โดย: junna_j IP: 58.8.154.101 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:12:26:59 น.  

 
อ่านสนุก มีสาระค่ะ

ร้านหนังสือเป็นความฝันของหนูเหมือนกันค่ะ
เพราะได้อ่านหนังสือที่ชอบทั้งวัน แถมได้ตังค์อีกต่างหาก

แต่พออ่านแล้วต้องคิดหนักเหมือนกันนะเนี้ย


โดย: ZenDai IP: 125.25.70.25 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:15:34:21 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ
กำลังจะเปิดร้านอยู่พอดีค่ะ
แต่ว่าเปิดตรงหน้าบ้าน
ไม่ต้องเสียค่าเช่าค่ะ
แล้วบ้านก็ติดเซเว่นพอดี
คุณป๊าเป็นช่างไม้
กำลังแสดงฝีมือในการทำตู้เป็นการใหญ่
เสียตรงทีทำช้ากว่าสั่งค่ะ
แต่แค่นี้ก็ประหยัดไปมากโขแล้วค่ะ

แถมมาได้ความรู้ในนี้อีกมาก
ยังไงก็ทำใจเรื่องหนังสือหายแล้วค่ะ
คนรักหนังสืออย่างเราๆ หนังสือหายยังไม่ช้ำใจ
เท่าหนังสือขาดหรอกจริงมั้ยคะ

ยังไงถ้ามีเรื่องที่แก้ไม่ตกไปบ้าง
ขออนุญาติมาปรึกษาบ้างนะคะ
ขอบคุณจริงๆค่ะ


โดย: goibuta IP: 124.120.197.7 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:56:00 น.  

 
แชร์ประสบการณ์ได้ดี รักทุกคน


โดย: หนอนBook. IP: 118.174.68.164 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:16:51 น.  

 
เขียนสนุกมากค่ะ
อยากรู้จังว่าสรุปแล้วการเปิดร้านการ์ตูนเนี้ยมันดีไหมคะ
แอบอิจฉาคุณgoibuta จัง
ไม่ต้องเสียค่าเช่าร้านด้วยอ่า....


โดย: แพนเค้ก IP: 117.47.158.186 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:07:32 น.  

 
ขอบคุณนะคะ ที่เอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง


โดย: miru IP: 58.9.139.74 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:13:21 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ชอบอ่านการ์ตูนเหมือนกันแต่ชอบซื้อเองมากกวว่า


โดย: โมนามิ IP: 118.172.250.17 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:32:03 น.  

 
ดีครับ ว่าจะเปิดร้านหนังสือการ์ตูนอยู่เหมือนกัน


โดย: เอเอ๊ IP: 58.9.221.143 วันที่: 14 ธันวาคม 2551 เวลา:14:05:26 น.  

 
กำลังศึกษาอยู่ค่ะเรื่องเปิดร้านเพราะไม่เคยเปิดมาก่อน
เลยและยังไม่รู้เลยว่ามีลิขสิทธิ์ไหมต้องทำไงบ้าง
ช่วยตอบให้หน่อยนะคะพี่ๆที่เปิดอยู่แล้ว
su_an89@hotmail.comอยากรู้จริงๆค่ะ


โดย: อยากเปิด IP: 58.8.86.20 วันที่: 17 ธันวาคม 2551 เวลา:20:43:50 น.  

 
ขอบคุณจริงๆๆ....ตาลายเลยเรา


โดย: นังนี้น่าตบ IP: 124.120.143.23 วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:22:53:32 น.  

 
ดีค่ะ ดูอยู่เหมือนกันแต่คงยังอีกไกล ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ


โดย: Sayno IP: 203.170.144.1 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:13:10:12 น.  

 
มีประโยชน์มากๆ เราเปิดร้านเช่าอยู่ ยังไม่มีระเบียบชัดเจน ปรับมั่งไม่ปรับมั่ง ต่อไปจะเอาข้อมูลในนี้ไปใช้บ้าง ขอบคุณนะคะ


โดย: ทัด IP: 115.67.190.1 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:04:36 น.  

 
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์นะคะมีประโยชน์มาก ๆ
กำลังจะเปิดร้านเหมือนกัน สู้ต่อไปนะคะ


โดย: nat IP: 124.121.189.46 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:48:04 น.  

 
อืมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมาเก็บข้อมูลไว้คับ


โดย: นัด IP: 125.27.86.203 วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:21:29:20 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีนะคะ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง


โดย: Aor IP: 202.176.86.3 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:20:48:13 น.  

 
ก่อนอื่นต้องขอบคุณเจ้าของ blog ก่อนเลยนะคะ

สำหรับข้อมูลที่ดีจริง ๆ ค่ะ

เพิ่งได้เข้ามาอ่านตั้งแต่ตอนที่ 7 เองค่ะ

กำลังหาข้อมูลเปิดร้านเหมือนกันค่ะ

อยากทำมากเลยค่ะ เป็นความฝันตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ เลย

ตอนนี้เก็บเงินได้ประมาณสองแสนแล้วค่ะ

กะว่าจะออกมาจากงานประจำ

แล้วมาตามความฝันของตัวเองบ้างค่ะ

ถ้าย้งไงมีพี่ ๆ น้อง ๆ ใจดี แนะนำ

ยินดีเลยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ

noon.n@live.com

รออยู่นะคะ


โดย: N o O n IP: 115.67.67.137 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:22:44:00 น.  

 
สู้เค้า ทาเคชิ


โดย: nono IP: 125.24.158.40 วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:0:18:27 น.  

 
ดี ครับ


โดย: ต่อ IP: 117.47.84.251 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:51:45 น.  

 
อยากอ่านภาค1ง่ะ


โดย: ป.ปลา IP: 180.183.118.82 วันที่: 5 มีนาคม 2553 เวลา:11:30:44 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ยังไงก็ ชีวิตต้องสู้ ตอนนี้กะนำเงินมาลงทุนเปิดร้านเช่าอยู่พอดี ใจรักชอบอ่านหนังสือด้วยสิ ยังไงก็ อยากทำตามความฝันอย่างที่ว่าน่ะแหละ ครั้งหนึ่งในชีวิต มีความฝันอยากเปิดร้านขายหนังสือ ทุนไม่พอ ร้านเช่าแล้วกัน ไม่ได้กำไร แต่ใจอยากทำ มีงานประจำอยู่แล้ว พอให้ไม่ว่างมากจนเกินไป


โดย: hgo IP: 222.123.169.168 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:21:27:37 น.  

 
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ครับ
ผมก็คิดจะเปิดเหมือนกันครับ เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆแล้ว
แต่อ่านแล้วก็อยากเหมือนกัน ก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไป


โดย: jack IP: 61.19.228.46 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:13:57:55 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ
ร้านเช่าหนังสือการ์ตูนก้อเป็นฝัน
ที่อยากทำให้เป็นจริง
ไม่ง่ายเลยอ้ะ แต่ก้อจะพยายาม สู้ สู้


โดย: ma meaw IP: 110.171.8.141 วันที่: 18 ตุลาคม 2554 เวลา:0:04:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.