ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
กว่าจะเป็นร้านเช่าการ์ตูน1

ตอนที่ 1 แรงบันดาลใจ กับความใฝ่ฝันในชีวิต

โอ๊ย เบื่อ เหลือประมาณ ทำงานประจำ เมื่อไร จะรวย ท่านพ่อ ท่านแม่ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำงานประจำ ซื้อมา ขายไป ตลอด (ทำไปเท่าไร ก็ไม่รุ่ง ยอดคุณพ่อของเรากรอกหูทุกวัน ต่อให้ลูกได้เงินเดือนเท่าไร ก็ลูกจ้างเค้าดีๆ นี่เอง) อ้าวไงพูดงั้นหละพ่อ ถ้าไม่เป็นลูกจ้างเค้า จะให้เป็นไรหละ ก็ส่งเรียนมาขนาดนี้ จะให้ไปขายชายสี่หรือไง (เอ๊ะ ชายสี่ก็รายได้ดีนะ) จบมาแล้ว ถ้าไม่ทำงานก็ตกงานดิ พ่อก็ไม่มีเงินเป็นถุงให้เรานี่หน่า โครงการแยะ แต่ไม่มีเงิน จะทำอะไรได้หละ ใช่ป่ะ

คิดๆ เข้า เราเหมาะกับอะไรนะ ไม่เก่งอะไรสักอย่าง เก่งอยู่อย่างเดียว คือ นอน แล้วคนเก่งกว่าเราตั้งแยะ ยังเป็นลูกจ้างเค้าเลย แล้วเราหละ จะทำไงดี เป็นลูกจ้างต่อไปแหละ อย่างน้อยก็ไม่อดตายแน่ แล้วอนาคตหละ (หนังสือพ่อรวย แม่รวย และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ขายคนที่อยากรวย แต่ไม่รวยสักที สอนไว้ ไม่ได้ เป็นลูกจ้างไม่มีวันรวย คนรวยต้องไม่เป็นลูกจ้าง) ดังนั้น เราต้องคิดไม่เอาแล้วลูกจ้าง ต้องคิด ต้องคิดให้ออก แวบแรกมาแล้ว ร้านเน็ต – โอ๊ย ไม่เอา เกร่อสิ้นดี วันดีคืนดี ไม่รู้ว่าพ่อแม่ เด็กจะตามมาด่า เราไหมเนี่ย ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ได้ จะทำได้ไง ไม่เอา ไม่เอา ตัดทิ้ง ไม่เอาร้านเน็ต แวบสอง เปิดท้าย หน้าห้างดีกว่า – แล้วเราจะเอาอะไรไปขายเค้าหละ เสื้อผ้า ต้องไป โรงเกลือ แบบดูไม่เป็น ไม่รู้จัก แฟชั่น โอ๊ย ทำไม่ได้ อีกแล้ว หรือจะขายอาหารดี ชายสี่ดีกว่า แค่ 40000 ก็ขายได้ แล้ว ถามมาแล้ว ขายได้แน่นอน แล้วตูจะไปขายให้ใครฟ่ะ แค่นี้ ทุก 7-11 ก็มีหมดแล้ว ขายหน้าบ้าย ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ติดถนน ขายหน้าถนน ไม่ติดตลาด ขายไม่ออกแน่ๆ เตาก็ร้อน น้ำซุป ก็ร้อน ยังไม่รู้ว่าทำเป็นหรือเปล่า ถ้าทำต้องเจ๊งแน่ๆ ทำไปทำไม ไม่เอา อาหารไม่เอา เน็ตไม่เวิร์ค เสื้อผ้า ไม่มีปัญญา แล้วเราเหมาะกับอะไรเนี่ยยยย โอ๊ยยยยยยยยยย เครียดด
ไปเช่าหนังสือมาอ่านดีกว่า ปิ๊งๆๆๆๆ ปัญหามา ปัญญาเกิด ขอบคุณ พระพุทธศาสนา ที่สอนให้รู้จัก อริยสัจ 4 จริงๆ ครบทุกข้อ ถ้าไม่มีทุกข์ ไม่คินะเนี่ย เอาละว่ะ ร้านหนังสือนี่แหละ เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) คือคำตอบของชีวิต และทางออกของหัวใจ (นอกจากรักหนังสือแล้ว ผมไม่เก่งอะไรสักอย่าง – ดัดแปลงจากหนังรัก the classic นอกเรื่องนะ อิอิ)

ได้แล้ว ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ธุรกิจในฝัน ทำไงดีหละ เริ่มแรก ต้องหาข้อมูล ใช่ข้อมูล เราต้องรู้ก่อน เอาว่ะ เมื่อจะทำต้องให้เต็มที่ หาข้อมูล ทำไงดีหล่ะ เอางี้ เราเคยมาก่อน บอกเป็นข้อๆ ไปเลย
1. Net สิ แน่นอนกว่า อะไรไม่รู้ google ไว้ก่อน พิมพ์เลย ร้านหนังสือการ์ตูนเช่า โอ๊ย ทำไมมันเยอะจังฟ่ะ เอาว่ะ อะไรมาก่อน เลือกเลย (ขออุ๊บนะ เพราะว่าจะต้องพาดพิงไปอีกนาน) ได้ร้านแล้ว สองสามร้าน
2. Call สิ อุตส่าห์ได้เบอร์ ไม่โทรได้ไง โทรไปถามเค้าเลย มีตั้งแต่สักกะเบือ ยันเรือรบ แล้วค่อยมาว่ากันต่อตอน 4 นะ มีเรื่องให้คุยแยะ
3. เงินหละ ลงทุนเท่าไรดี ค่าตอบแทนหละเท่าไร คร่าวๆ ก็ 3 แสนแล้วเราไปแจกแจงกันต่อในตอนที่ 4

เอาหล่ะสิ ข้อมูลมาแล้ว ทำไงดี บอกพ่อ ขอเงินดีกว่า เงินแค่นี้ พ่อให้ได้น่า เอาฟ่ะ ต้องขอ ด้านได้อาย-อด ยอมไปตากหน้าขอเงินพ่อ บอกพ่อยากทำร้านหนังสือ คำแรกของพ่อ คือ เท่าไร (แหม พ่อใครฟ่ะ รู้ใจจริงๆ) บอกพ่อไป 3 แสนครับ ไม่มากหรอก รับประกันอีกไม่กี่เดือน คืนทุน (แหม ไม่อยากจะบอก ทำมาจนจะ 5 เดือน เหลือ แค่ หมื่นเดียวเอง ฮื่อ สงสารตัวเองจัง ฮ่าๆ ใครคิดจะทำจำไว้ด้วยนะ ถ้าจะทำร้านแบบนี้อย่าไปสนใจเงินทุน (เรารวยอยู่แล้ว กลัวไรหละ)

จริงๆ แล้วพ่อเราถามว่า เท่าไร เอ็งมีเท่าไร ไม่ใช่จะขอข้าเท่าไร แป่วๆ สุดท้ายพ่อก็ให้เงินมาสามแสน โอ้โห้เกือบไม่พอแนะ

ตอนที่ 2 ที่ปรึกษา

(มาพร้อมกับคำแนะนำ ที่ต้องจำจนตาย -- หรือเลิกกิจการ
ถอยไม่ได้แล้วเรา ก็พ่อให้เงินมาแล้ว เราจะถอยได้ไง เงินไม่ใช่บาท 2 บาท ถ้าถอยคราวนี้ อย่าหวังว่าจะมีคราวหน้าอีก พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน พ้อง ต้องด่าเรา ไอ้ใจเสาะ เอาฟ่ะ ไม่ถอย สู้ตาย

ก่อนอื่นเลย ถ้าเราอยากทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) จริงๆ ถ้าเราไม่เคยทำมาก่อน เราต้องหาที่ปรึกษา โชคดีที่มีเพื่อนของน้อง เคยทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) มาก่อน เค้าก็ให้ข้อคิดและเตือนสติมาพอสมควร ว่าการทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ไม่ง่ายอย่างที่คิด ทำเอาตอนแรกอยากจะเลิกทำมันซะเลย อุปสรรคปัญหามีแยะเหลือเกิน เอาครับ อย่าไปคิดมาก เมื่อตั้งใจแล้วต้องทำให้ได้ ปรึกษาเข้าไป เค้าไม่คิดเงิน อยากรู้อะไร ถามเค้า ถามทุกเรื่อง จนจะกลายเป็นญาติกับที่ปรึกษาไปแล้ว อะไรๆ ก็ถาม ถ้าเค้าเก็บเงิน เราคงหมดตัวแน่ๆ ถามอย่างกับเจ้าหนูจำไม --เณรน้อยเจ้าปัญหา -- บอกก่อนนะครับ การคิดแต่เรื่องรายรับ โดยไม่คิดถึงอุปสรรค หรือปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำให้เราหน้ามืดตามัว เพราะหลงใหลกับรายรับที่คาดว่าจะได้ จากงานสบายๆ (คิดเอาเองว่า สบาย) จริงๆ แล้วเงินนี่มันก็เหมือนกับความรักนะ หลงกับมันมากๆ เข้ามันก็ทำให้ตาบอดได้เหมือนกัน ตั้งสติให้ดีครับ อย่าคิดแต่ด้านดี รับรองว่าการทำงานมีทั้งด้านดี และด้านร้าย เตรียมใจไว้เลย มีรายได้ ก็ต้องมีรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่าย ที่ต้องจ่ายประจำ ทั้งหลาย เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันเรื่องรายรับ รายจ่ายในบทต่อๆ ไปนะครับ

เอาละที่นี้ เมื่อได้รับคำปรึกษาจากที่ปรึกษา แล้ว สรุปกันดีกว่า ที่ปรึกษาที่เคยทำมาแล้วหลายร้าน ย้ำว่าหลายร้าน ตอนหลัง ไม่ทำเลย เพราะ เหนื่อย เงินน้อย เปิดร้านเน็ต มอมเมาเยาวชนดีกว่า (ฮ่าๆ ล้อเล่นครับ จริงๆ แล้ว ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ก็มอมเมาเยาวชนเหมือนกัน) บันเทิง ๆ ครับ อย่าคิดมาก มาว่ากันต่อเรื่องของที่ปรึกษา ว่าเค้าให้คำปรึกษาอะไรเราบ้าง

ข้อแรก --- ถ้าเป็นไปได้ อย่าทำ อ้าวไงพูดงั้นหละ จริงๆ เค้าพูดคำแรกคำนี้จริงๆ แต่ถ้าเราตอนนั้น ภาษาจีนเค้าเรียกว่าอะไรนะ เฮ้าเสี่ยน ใช่ป่ะ ประมาณว่า เอาก้านกล้วย ตอนชนช้างมาฉุดก้ไม่อยู่ อยากทำนี่น่า เค้าบอกว่า ได้ไม่คุ้มเหนื่อย (ไม่เห็นเหนื่อยเลย ได้อยู่กับหนังสือตลอดทั้งวัน มันจะเหนื่อยอะไร้ เสียงสูงด้วย ได้อ่าน ได้อ่าน แล้วก็ได้อ่านหนังสือ งานยากกว่านี้มีไหม แอบเถียงในใจ) แล้วพี่แก ก็ร่ายทศชาติชาดก เกี่ยวกับร้านหนังสือ มาเป็นกุรส ตั้งแต่ เริ่มคิด เริ่มเปิด และจนพี่แก ปิดร้านไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้อย่าทำ คำนี้ยังลอยเข้ามาในหัว จนกระทั่ง

ข้อสอง --- ทศชาติชาดก หนังสือ ต้อง update รู้แล้ว ว่าต้องทันสมัย บอกทำไมเนี่ย รู้แล้ว รู้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่า คำว่าต้องทันสมัยตลอดเวลาที่แกพูดมา มันเป็นอะไรทีทำจริงได้ยากมาก เอาแค่นิตยสารอย่างเดียว มีทั้ง รายเดือน รายสองเดือน รายปักษ์ รายสัปดาห์ อะไรไม่รู้ มากมาย ยังไม่รวมการ์ตูน อีก มันออกกระปริกระปอย อย่างกับประปานครหลวง แถวชายแดน พวกเค้า (เจ้าของร้านหนังสือ มันจะรู้ไหมเนี่ย ว่าตูไม่ได้มีร้านมาส่งนะ ต้องถ่อไปซื้อเอง เข้าใจไหม มันเหนื่อย น้ำมันอีก โอ๊ย สารพัด จะใช้จ่าย) จำไว้ ให้ขึ้นใจ คำว่าทันสมัย มันกว้างงงงงง มากๆๆๆๆ มิน่าพี่แก จึงไม่อยากให้ทำ ขอบอกว่าเหนื่อยจิง ตอนทำงานไม่เหนื่อย เหนื่อย ตอนเตรียมงานต่างหาก จริงๆนะ

ข้อสาม จากใจที่ปรึกษา ในกรณีที่เช่าที่ ใครเช่าเกินหมื่น ไม่มีทางได้กำไร ท่องไว้ เช่าได้ไม่เกินหมื่น ถ้าเป็นบ้านตัวเองได้จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ ก็เช่า (จะบอกทำไมฟ่ะ ใครก็รู้) ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่าย ที่สำคัญที่สุดในบรรดา พวกค่า ค่า ก็คือ ค่าเช่า ถ้าเราเช่าแพง ทำเท่าไรก็ไม่พอกนิ ตอนที่จะทำใหม่ เคยไปหาทำเลได้ สวยมาก อยู่ใต้อพาร์ทเมนต์ กะว่าต้องขายระเบิดเถิดเทิง ตึกก็สวย ห้องก็สวย ทำเลก็กลางซอย ต้องได้สิน่า เจอค่าเช่า 15000 ที่ปรึกษาสั่งให้ไป bye ได้เลย ทำเท่าไรก้อไม่กำไร อย่าทำ เด็ดขาด จำไว้ให้ขึ้นใจ ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) เล่ม ละ 3 บาท ทำเท่าไรก็ให้ค่าเช่าหมด จดไว้ คนที่อยากทำให้จดไว้

ข้อ สี่ -- ทำใจไว้ ที่ไหนก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกใคร หรือพ่อเป็นใคร ถ้าทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ต้องเจอทุกราย ไอ้ที่ว่าต้องเจอคือ 1. ไอ้พวกไม่ลงทุน แต่อยากจะอ่าน อยู่มันทุกวัน มาทุกเวลา ขอที่นั่งเหมาะๆ จะนั่งอ่านไปจนจบ ลูกปลาน้อย มี 90 กว่าเล่ม มันอ่านในร้านซะ 80 กว่า ที่เหลือมันยอมเช่า แหม ตูซื้อมานะเฟ้ย ไม่ได้ยืมมา จะได้พวกแกอ่านฟรี แหม จะอ่านเล่มเช่าเล่ม พอว่า ไอ้นี้ อ่านกันเป็นกิจวัตร อ่านได้อ่านดี เหมือนอยู่บ้านมันเลย เซ็งเป็ด หรือว่าจะเป็นกรรมเก่า เราก็เคยไปยืนอ่านร้านหนังสือเหมือนกัน เฮ้ย ก็ถือว่าช่วยๆกันไปแล้ว 2. พวกยืมแล้วไม่คืน ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ช่างมัน สงสัยชาติก่อนเคยขโมยหนังสือใบข่อยจากพวกนี้แน่ๆ เลย เอาว่ะ หายก็ซื้อใหม่ แต่ที่เจ็บใจตอนโทรไปทวง ดันบอกว่าอยากมาคืน แต่ไม่มีเงินเสียค่าปรับ โอ๊ย ไม่เอาก้อได้ ขอหนังสือข้าคืนเหอะ (รับรอง จะลบชื่อมันออกจากระเบียนสมาชิก อย่าหวังจะได้เช่าหนังสืออีก) 3. อันนี้เจ็บปวด ยิ่งกว่าซีม่าอีก ทำกันได้ คือพวกร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ร้านอื่นๆ ที่ตะเวนหาหน้งสือดีและหาได้ยากยิ่งในตลาดหนังสือเก่านั่นแหละ อย่ากระนั้นเลย หามันจากร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ด้วยกันนี่แหละ ทำทีมาสมัคร แล้วก็ยืม แล้วก็หายหัวไปเลย อันนี้ ยังไม่เคยทำ อยากทำเพื่อล้างแค้นเหมือนกัน แต่หิริ มันห้ามไว้ แหม จำไว้เลย ขอให้ทำกับเราได้ อยากให้รู้นะ ถ้ารู้จะแช่ง ขอให้ไม่รวย ทำเท่าไรก็ไม่รวย จำไว้

อย่าลืม กฎของที่ ปรึกษา คือ ปรึกษาให้ตายอย่างไรก็ไม่รู้สึก เมื่อทำเองเมื่อไร ถึงจะซึ้ง

ตอนที่ 3 ทำเล ทำเล ทำเล

ผ่านไป 2 ตอน เพื่อนๆ คงเห็นเหมือนกันแล้วว่า ไอ้แค่ร้านหนังสือแค่เนี่ยะ ทำไม๊ ทำไม มันต้องใช้ความพยายามมากมายอะไรนักหนา จำได้ไหม เราเคยให้นิยาม คำว่า คนเปิดร้านหนังสือว่า ใครก็ตามที่ชอบอ่านหนังสือ หนังสือ คือเพื่อนแท้ อ่านได้ทั้งวันทั้งคืน เพราะฉะนั้น อะไรมันจะเหมาะไปกว่าการเปิดร้านหนังสือเล่า เปิดซะ จะได้อ่านหนังสือใหม่ๆ ฟรี อ่านได้ทุกวันด้วย เพราะเราเป็นเจ้าของ ไหนจะได้เงินอีก ได้ทั้งเงิน ทั้งสบายใจ อะไรจะดีไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น จำไว้ อย่าให้ความตั้งใจหลุดลอย ลงมือเดี๋ยวนี้ เราต้องทำร้านหนังสือ

บทนี้ มาว่ากันด้วยเรื่องเดียว และเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการทำร้านหนังสือ ใช่แล้วจ้า ทำเลลลลลล (กรุณาตะโกนก้องในใจด้วย) ทำเล นี่หมายถึงทุกสิ่งและทุกอย่างที่เป็นร้านหนังสือเลย สรุปความสำคัญของทำเลกันหน่อย
1. อยู่รอดหรือเจ๊ง คำเดียวที่ว่าคือ ทำเล
2. รูปแบบร้านจะเอนเอียงไปทางไหน อยู่ที่ ทำเล อันนี้หมายถึง จะเน้นหนัก ด้านไหน การ์ตูน นิตยสาร พ็อตเก็ตบุ๊ค อันไหนมากน้อย ก็อยู่ทำเลนี่แหละ
3. จะขายอะไรเพิ่มเสริมแรงได้เปล่า ก็อยู่ที่ ทำเล
4. ค่าเช่า (หนังสือ) ถูก หรือแพง ก็อยู่ทำเล

ถ้านับได้ 4 ข้อแล้ว จะเห็นเหมือนกันว่า ทำเล เป็นปัจจัยในการทำร้านหนังสือที่สำคัญที่สุด (รองจากเงินทุน - - เพราะถ้ามีเงิน ไม่มีทำเล ก็จบกันไป ไม่ต้องทำกัน พอดี จริงไหมหละ ทำเลที่ดี มันอยู่ตรงไหนดีหละ แล้วถ้ามีคนอื่นทำแล้ว เราอยากทำ ทำได้ไหมอ่ะ แล้วมันมีอะไรมาวัดว่าทำเล อันไหนดี อันไหน ไม่ดี หละ เอางี้ ดีไหม เราเคยไปสำรวจ มานานร่วมเดือน พอสรุปได้บ้าง เอาเป็นข้อๆ นะ เพื่อเห็นภาพชัดๆ
• ทำเลดี คือใกล้แหล่งชุมชน อ้าว พูดง่ายๆ เอาให้มันเป็นรูปธรรมหน่อยได้ป่ะ ได้คร้าบ
• ใกล้ตลาด ใกล้โรงเรียน เอาแค่ สองใกล้ นี่ก่อนก้อได้นะ แต่ถ้าคิดว่าไม่ใกล้อะไรเลย เปิดได้ไหม บอกได้เลยว่าได้ แต่ตรงนั้น ต้องเป็นอะไรที่เข้าถึงง่ายและไปมาสะดวก อันนี้ หมายความรวมถึง จอดรถได้ด้วยนะ ไม่ใช่ ไปตั้งซะในหมู่บ้าน แล้วแมวที่ไหนจะไปเช่า ถ้าไม่ใช่คนในหมู่บ้าน อันนี้ ถ้าหมู่บ้านใหญ่จริงเอาเลยครับ
• ใกล้พวกอะไรก็ได้ที่คนมาบ่อย เช่น 7 eleven แบบนี้ก้อได้ แต่จำไว้ ไม่จำเป็นต้องเลิศเลอมาก เพราะหนังสือนะ ไม่ใช่ร้านทองจะได้เอาทำเลดีเยี่ยม อันนี้แปรผันตรงกับกำไรและขาดทุนของร้านด้วย ถ้าอยู่ดีมาก รายได้ดีแค่ไหน แต่ค่าเช่าเอาไปกินหมดก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ตัวอย่าง มีร้านหนึ่งอยู่ในตลาดแถวบ้าน ไม่ได้อยู่หน้าตลาด ออกจะไปทางหลังตลาดที่ไม่มีใครเดินด้วยซ้ำ แต่กลับขายได้ดี เพราะว่า คนที่มาก็มาตลาดก็แวะมานิดนึง ค่าเช่าเหรอก็ถูกยังกับได้เปล่า ไม่เกิน ห้าพัน เพราะฉะนั้น ถ้าได้แบบนี้จะดีมาก ช่วยชีวิตกันได้เลย แต่ไม่ว่ายังไง จำไว้ให้ขึ้นใจ ถ้าได้บ้านตัวเองจะดีที่สุด จำไว้อีกข้อด้วย ว่าบ้านตัวเองก็ต้องได้ที่มันดีๆ อย่าเข้าข้างตัวเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นกับหลายๆปัจจัยนะ แต่เผอิญๆ ปัจจัยเรื่องทำเล เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็แค่นั้นเอง
• ใกล้อะไร ให้เน้นสินค้าให้เหมาะกับสถานที่ด้วย เช่น ใกล้โรงเรียนก็เน้นการ์ตูน จริงๆ แล้วร้านเรามีการ์ตูนแยะอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นใกล้ตลาดเนี่ย จำไว้เลยว่า นิตยสารและ pocket book เป็นอะไรที่จำเป็นมากๆ อย่าละเลย เดี๋ยวเป้าไม่ถึง และจะทำให้ท้อแท้นะ คติประจำใจ คือ คนเป็นตัวตั้ง สินค้าให้ตอบโจทย์คน อะไรที่เค้าต้องการเราตอบตรงนั้น อย่าลืมนะ เพราะว่าคนที่เปิดร้านหนังสือ จะมากจะน้อย ก็ต้องหวังให้มันอยู่ได้ใช่ม้า แต่ถ้ารวยเป็นพี่พานทองแท้ นะก้อ เอาไงก็ได้ จะทำเล่น เซ็งแล้วปิดก็แล้วแต่บุญพาวาสนาส่งนะ เรื่องแบบนี้ไม่ว่ากัน (ฮ่าๆ จริงแล้ว แอบอิจฉาพี่แก นิดหน่อย อะไรว้า รวยไม่แบ่งปันเลย – ตายแล้วไปเกิดใหม่ ดีกว่า เศร้าจัง จนตลอด)
• ตระเวน ถ้าจะให้ดี เลือกไว้หลายที่ ถ้ามีเวลา ไม่ใช่สิ ต้องมีเวลา ให้ไปนั่งเฝ้า นั่งนับรถ นั่งดูคน เอาสักวันนะ คือทั้งวัน เพื่อประเมิน อย่าเห็นเป็นเรื่องไร้สาระนะ บางทีของแบบนี้ ถ้าทำได้นะ รับรองว่าทั้งฝึกความอดทนและประเมินตลาดได้อย่างแม่นยำเลย เลือกไว้ สองสามที่ และหาเวลาไปนั่งเฝ้า เอาทั้งวันธรรมดาและวันหยุด เอาให้รู้ไปเลย ว่าจะทำแล้วจะไปรอดหรือเปล่า ดีกว่า เอาว่ะ เลือกเพราะไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ถ้าใ:-) ทำไปโลด อันนี้ไม่ว่ากัน (ตามสไตล์ พี่พานเค้าหน่ะ)

ไม่เอาหละ ตอนนี้ โม้ไปมากมาย สรุปดีกว่า ทำเล คือ
1. ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จริงๆ ต้องบอกว่าค่อน ให้ใกล้ลูกค้าไว้หน่อยนะ
2. ทำเลที่ดีสำหรับร้านหนังสือ อันนี้หมายรวมถึง ต้องไม่แพงด้วยนะ จำไว้ เกิน 10000 บาท ต่อเดือน ก็บอกลาไปเลย ไม่มีวันคุ้ม อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัว ไม่เชื่อไม่ว่าจ้า

ตอนที่ 4 หนังสือซื้อที่ไหน หรือว่าจ้างให้ร้านที่รับทำ จัดหนังสือให้ดีกว่า (ร้านที่จัดหาและตกแต่งร้านให้ เกือบดีทุกราย) อ้อ เงินทุนด้วยนะ

เมื่อเราได้สถานที่ เพื่อเปิดร้านในฝัน (ฝันดี หรือ ฝันร้าย ก็แล้วแต่ชะตากรรม) สิ่งถัดไป ที่เราต้องคำนึง และฝันถึง คือ เราจะทำยังให้หนังสือเข้าร้านดี เอาแต่หนังสือดีๆ ที่มีคนเช่านะ ไม่ดีไม่เอา เพราะงั้นการหาแหล่งหนังสือ (ถูก) ก็เป็นสิ่งจำเป็นของเราเหมือนกัน ตามหัวข้อนี้ เราก็จำแนกหรือแยกประเภทการหาหนังสือได้ 2 แบบ จริงไหมหละ
1. หาเอง ลำบากกาย แต่ได้ใจ (หมายถึงภูมิใจ เวลาได้ของดี ราคาถูก และเจ็บใจ ถ้ามันกลับกัน ฮ่าๆ จริงไหม)
2. ให้คนอื่น ช่วยหา อันนี้ สำคัญ ร้านไหนดี มีกลาดเกลื่อน ถ้าคิดไม่ออก บอก google แล้วหาไปเลย ร้านหนังสือการ์ตูนเช่า รับรองมีเพียบ (เราก็เป็นพวกหนึ่งในนั้น) เอาอย่างนี้ เรามาว่ากันทีละข้อ เป็นประโยชน์กับชีวิต ข้อดี ข้อเสียของแต่ละอย่าง แยกตามประเภท จริงๆ อยากทำเป็น powerpoint เลย จะได้ไม่ต้องอธิบายมาก แต่เอาง่ายไปก่อนแล้วกัน นะ
วิธีที่ 1 หาเอง
หาเอง ได้จากทุกแหล่งที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นจตุจักร หรือ พวกร้านหนังสือลด 50% คนเราถ้าจะทำอะไรให้ได้ดีสักอย่าง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีความรู้ หรือความสนใจในสิ่งๆ นั้น จริงไหม ถ้าเราจะเปิดร้านหนังสือการ์ตูน เราก็ต้องมีความรู้และสนใจในหนังสือการ์ตูนด้วย ตอนนี้โลกเราไปถึงไหนแล้ว มีหนังสือการ์ตูนร้อยแปดพันเก้าร้อยกว่าเรื่อง อันไหนดี อันไหนฮิต อันไหนขายได้ อันไหนขายไม่ได้ จะรู้ได้ไง ถ้าอยู่ในแวดวงนี้ ขอเสนอให้ซื้อเองเลย ได้ของที่ตรงกับใจ ได้เรื่องที่ฮิตแน่นอน ไม่โดนหลอกขายของที่ไม่ดี (อันนี้โดนมาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร บอกแล้ว ว่าไม่ชอบอ่านการ์ตูน แต่ดันผ่ามาทำร้านหนังสือการ์ตูนเช่า) เลือกเลยจ้า อะไรก็ได้ ร้านไหนก็ได้ ขอให้มีครบทุกเล่ม ทุกเรื่องที่อยากได้ก็พอแล้ว ไม่แนะนำพวกที่ไม่ชอบอ่านการ์ตูนแบบเรานะ ไม่แนะนำ ต้องยอมโดนเค้าหลอกหน่อย ฮ่าๆ แต่ถ้ามีเพื่อนฝูง คนรู้ใจ หรือใครที่มีความรู้ เอาเลย ทำเอง เหนื่อย แต่รับรองคุ้ม เราก็จะได้แต่ของดี ราคาถูก เป็นที่นิยมของตลาด แน่นอน เพราะงั้น ถ้ามีความรู้ เอาเลย
ข้อดี : ได้ของดี ราคาถูกใจ สินค้าฮิต ติดระดับ ขายได้
ข้อเสีย : เหนื่อย ยิ่งถ้าไม่รู้จริง เท่ากับทุนจม เพราะว่า ได้ของมา แต่ขายไม่ออก
วิธีที่ 2 ให้ร้านจัดการให้
อันนี้สำหรับพวกที่ไม่มีความรู้เรื่องการ์ตูนเลย แต่อยากเปิดร้าน หรือความรู้อ่ะมี แต่รู้น้อย อย่างเรา ชอบอ่านโดเรมอน ในชีวิต อ่านเรื่องเดียว อันนี้แนะนำอย่างแรกให้หาแรงเสริมด่วน ให้จ้างพวกนี้แหละ พวกนี้ไม่คิดเงิน แต่สันดานไม่ดี (อันนี้ไม่ว่าใครนะ เผอิญเจอพวกดีไม่จริง) ชอบขายของเหลือ ในสต๊อก ลูกค้าถามอะไรไม่เคยมี ไอ้ที่มีไม่มีใครอ่าน แหม มันเอาอะไรมาให้ตูว่ะเนี่ย ทำไงได้ จ่ายเงินมันไปแล้ว ก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี พวกร้านพวกนี้ก่อนจ่ายเงิน เราคือเทพเจ้า ตี่จุ้ยเฮี้ย ขออะไรให้หมด จะเอาเรื่องไหน พี่แกต้องตะเกียกตะกายหาใคร เอาใจสุด ยังกับเราเป็นแฟนมัน แต่พอจ่ายเงินไปแล้ว เหมือนเข้าเทศกาลเช้งเม้ง นานๆ จะเจอมันสักที บางทีต้องรอจนเมื่อย กว่าจะเจอมัน (เราเจอพวก ครึ่งดีครึ่งร้าย ก็โชคดีไป ไม่เจอแบบ เลวร้ายสุดๆ) เพราะงั้น จะเลือกร้านไหน ไปดูมันหลายๆ ร้าน ถ้าจะให้ดี เอาพวกรายชื่อหนังสือที่ร้านพวกนี้ ให้เรามา ไปตรวจสอบกับเพื่อนที่บ้าการ์ตูนก่อน ว่ามันเป็นไง พอได้ไหม ถ้าได้ก็เอา หรือจะให้เพื่อน บอกรายชื่อหนังสือก็ได้ ถ้าเพื่อนบอกมาแล้ว เราค่อยไปบอกมัน เดี๋ยวมันจัดให้ พวกนี้คิดราคาเท่ากันทุกร้านคือ 50% ขายคืนมันได้ 30% แต่ก็ถือว่าเราได้ทุนมาส่วนหนึ่ง อย่างน้อยธุรกิจพวกนี้ก้ไม่ได้ขาดทุนจนหมดตูด หล่ะว้า จริงไหมหล่ะ
ข้อดี : ได้ของครบ จัดส่งถึงที่ ไม่มีเหนื่อย จ่ายเงินอย่างเดียว แต่มีเสียวนิดๆ เหมือนกัน
ข้อเสีย : ได้ของไม่ดี ไม่ครบ อันไหน ฮิต อย่าหวังจะได้ ต้องไปซื้อเพิ่มเติมทีหลัง รับประกันเอาใจเฉพาะช่วงโปรโมชั่น (ตอนยังไม่จ่ายเงิน)

ยังไงก็ ให้คิดถึงเงินทุนเป็นหลักนะ จริงๆ แล้วทั้งสองแบบแทบจะไม่ต่างกันในรายละเอียด หรือเงินลงทุนเท่าไรนัก เพราะไม่ว่าจะซื้อเองหรือให้พวกร้านจัดให้ ราคาก็คือ 50% เหมือนกัน ดังนั้น เราอาจจะประหยัดงบได้มาก ถ้าเราได้แต่ของดีของฮิต และทุนไม่จม ถ้าเราซื้อเองได้ ของเราซื้อหนังสือ ครั้งแรก เฉพาะการ์ตูน 8000 เล่ม นิยาย มากกว่า 500 เล่ม แค่นี้ก็หมดเงินไปกว่า 200000 บาท แล้ว ไหนจะต้องซื้อเพิ่ม ซื้อไอ้ที่ขาด ซื้อไอ้ที่ฮิต ซื้อจะจนอ่อนใจ ไอ้ที่ไม่เคยไปก็ไป ไอ้ที่ไม่เคยเจอก็ต้องเจอ โอ๊ย สารพัด สารเพ ค่อยๆ เล่าไปทีละตอนแล้วกันนะ แล้วเมื่อถึงบทสรุป จะรู้ว่า กี่บาทกันแน่ ไอ้ร้านหนังสือการ์ตูนเช่า เนี่ย และผลตอบแทนคุ้มค่าเหนื่อยเปล่า อันนี้ไม่แน่ แล้วแต่ฟ้าลิขิต (ไปโน่น แบบว่าหวังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือ)

อ้อ อีกอย่าง อย่าลืม พวก accessories นะ พวกที่เย็บหนังสือ พลาสติกห่อหนังสือ scottape เคาน์เตอร์ computer พวกนี้เดี๋ยวจะมาแจกแจงกันอีกที่ ในเรื่องของงบดุล

ตอนที่ 5 ระบบ

ระบบ ไหนดี ไม่เอายาก แต่ขอเข้าใจง่าย และขั้นตอนการจัดวางหนังสือ
ระบบไหนดีหละ เอ๊ะ ร้านหนังสือต้องมีระบบด้วยเหรอ เราจดเอา แบบห้องสมุด แถวบ้านได้ป่ะ หรือห้องสมุด โรงเรียนก็ได้ อันนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงนะ ห้องสมุดแถวบ้าน หรือห้องสมุดโรงเรียนยังมีระบบ barcode เลย แล้วนับประสาอะไรกับร้านหนังสือที่ให้เช่าหนังสือเป็นกิจจะลักษณะจะขาดไปได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ชีวิต จะมีเวลาอ่านหนังสือที่ชอบ เวลาว่างจากลูกค้าหรือไม่นั้น ระบบการจัดการเช่า หนังสือสำคัญมากที่สุด มันช่วยเราได้แยะเลย ทั้งคำนวณเงิน ค่าเช่า ค่าปรับ รายงานรายรับ รายจ่าย ฐานข้อมูลหนังสือ รวมถึงแสดงเตือนอะไรต่อมิอะไร ให้ระบบมันทำให้หมดแหละ อ้าว แล้วที่เหลือ เอาเวลาไปทำอะไร บอกแล้วไง ก็เราอยากอ่านหนังสือ เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่ทำให้เรามีเวลามากขึ้น เราก็ต้องใช้ใช่ป่ะหละ ระบบการจัดการร้านหนังสือเช่า หลักๆ จะมีคุณลักษณะ ดังนี้ คือ
1. ใช้ระบบ barcode แบบว่าใช้ barcode ของหนังสือนั่นแหละ เป็น barcode ต้นแบบ หรือว่าเราจะกำหนด barcode เองก้ได้
• Barcord ของหนังสือ ทำให้เราสามารถที่จะ key และไม่ต้องติด barcode ใหม่ให้หนังสือ เวลาทำการบันทึกก็ง่ายเค้า ไม่ต้องใช้อะไรมาก แค่ระบุชื่อหนังสือ วันเวลา ประเภท รวมถึงค่าเช่า และค่าปรับ ก็สามารถเอาไปวางไว้บนชั้นได้เลย อันนี้ง่ายและสะดวกดี
• Barcode แบบทำเอง ของเราใช้ barcode แบบทำเอง เพราะว่า เราต้องการเช็คจำนวนหนังสือ และจัดหนังสือเป็นหมวดหมู่อะ ของเราเริ่มตั้งแต่ 000001 ไปเรื่อย อันนี้ให้ร้านที่พันธุ์ทิพย์ พิมพ์ barcode แบบสติกเตอร์ อันละ 50 สตางค์ หรือว่า ถ้าจะเป็นพวกซื้อมาทำเองก็ได้ เดี๋ยวนี้เครื่องหละไม่กี่บาท ตอนนี้ทางร้านเราก็เลย รู้จำนวนหนังสือที่แน่นอนว่ามีทั้งหมดกี่เล่ม แล้วแบ่งเป็นอะไรบ้าง เพราะกำหนดเองตั้งแต่แรก
2. ตัวระบบออกแบบมาให้ใช้งานคล้ายๆ ของร้านขายของชำ ทั่วไปนะ แบบว่า จะขึ้นมาเลยว่าคิดเงินเท่าไร เวลายืมหรือคืน คิดให้เสร็จ ตัวระบบจะออกรายงานสรุปเงินได้ ต่างๆ ไว้ให้ด้วย เพื่อสะดวกในการทำงานนะ
3. ตัวระบบ จะเป็นระบบ ที่ต้อง คีย์ หรือยิง barcode สำหรับสมาชิกก่อน อันนี้ก็คล้ายกับการทำ barcode นะเพียงแต่ว่าร้านเราทำบัตรสมาชิก เป็นกระดาษแล้วเรา barcode สมาชิกไปติด แล้วทำการเคลือบอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อนะว่า ทำแบบนี้ ราคาถูกว่า plastic ที่ร้านวีดีโอ อะไรพวกนี้แยะเลย ของเราตกแค่ ไม่ถึง 3 บาท รวมทุกอย่าง แต่ของร้านแบบนั้น ต้องใช้ค่าบัตรมากกว่า 5 บาทนะ ของเราถูกกว่า ฮ่าๆ ดีใจจริง
4. ตัวระบบออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย คนที่ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์อย่างเราๆ ท่านๆ รับรองว่าใช้งานได้ ง่ายเหมือนคอมที่ seven แหละ รับรองทุกคนเห็นแล้วใช้ได้เลยทันที ไม่มีอะไรยากหรอก
5. ตัวระบบ ต้องทำการกรอกข้อมูลเข้าไปก่อน ซึ่งเป็นงานที่เหนื่อยที่สุดพอๆ กับการหาหนังสือหรือจัดหนังสือไปวางที่ชั้นเลยนะ เพราะทุกเรื่องเราต้องเป็นคนคีย์ เข้าไปในระบบ อันนี้รวมถึงเล่มใหม่ทุกเล่มที่เข้ามาใหม่ด้วยนะ
ข้อควรจำไว้ : เวลาจัดชั้นวางหนังสือให้ทำเป็น index ไว้ด้วย จะเรียกว่าอะไรหละ เอาเป็นยกตัวอย่างแล้วกัน สมมุติว่าเรามีชั้นวางหนังสืออยุ่อันหนึ่ง มี 5 ชั้นย่อย แต่ละ ชั้นย่อยให้ระบุ index ไป เช่น AA1, AA2 เป็นต้น เวลาคีย์ชื่อหนังสือเข้าไปก็ให้ระบุไปด้วย นะ ตัวอย่างหนังสือชื่อ โดราเอมอน เล่ม 8 AA1 เป็นต้น เวลาเราไปเก็บคือเวลาคนถามจะได้บอกเค้าถูกว่าหนังสือมันอยู่ตรงไหน แต่ถ้าใครมีระบบที่ดีกว่านี้ก็ว่ากัน

อย่างไรก็ดี จริงๆ แล้ว ระบบการบริหารงานร้านหนังสือเช่านั้น ในท้องตลาดตอนนี้มี แบ่งออกเป็น 2 แบบ แล้วก็มีอะไรๆ ที่ต่างกันบ้างนิดหน่อย ขอเล่าให้ฟังง่ายๆ แล้วกันนะ
1. ระบบ แบบ ฟรี ฟรี หาได้จากใน internet ไม่รับประกัน อันนี้เป็นของนักเขียนโปรแกรม กรุณามาให้เรา เราก็เอาที่เค้าให้ฟรี นั่นแหละมาใช้ อันนี้ก็แล้วแต่นะ สิ่งที่ได้แน่ๆ คือระบบมันจะฟรี ไม่เสียเงิน โหลดมาก็มาทำความเข้าใจสักเล็กน้อยแล้วค่อยเอาไปใช้จริงๆ
2. ระบบที่ซื้อผ่านพวกร้านจัดหาหนังสือ อันนี้เราใช้ ข้อดีคือ พวกนี้มีพวกติดตั้ง สอนใช้ ระบบใช้งานง่ายจริงๆ มีปัญหาก็ถามเค้าได้ รับประกัน ระบบผ่านการทดสอบมาพอควรแล้ว เลยใช้ได้ค่อยข้างดี ไม่มีปัญหา แต่ข้อเสียคือเสียเงินให้พวกนี้ไป แล้วแต่ราคาที่ต่อรองได้ ใช้งานได้เครื่องเดียวด้วย มันงกจริงๆ แต่ถือว่าช่วยกัน มีคู่มือให้ด้วยนะ ใช้งานได้ง่ายๆ จริงๆ มีระบบ back up ข้อมูลด้วยนะ ถือว่าช่วยป้องกัน โปรแกรมล่มได้ดี

ตอนที่ 6 หนังสือใหม่ (นิตยสาร) ซื้อที่ไหน ทำไงดี

มาเรามาว่ากันต่อ เรื่อง กว่าจะเป็นร้านหนังสือเช่า ตอนที่ 6 เรื่อง หนังสือใหม่ ซื้อที่ไหน ทำไงดี ง่ายๆ ก่อน หนังสือใหม่ที่เราว่ากันนี้ หมายถึงหนังสือใหม่จริงๆ ที่เราต้องซื้อเข้าร้านทุกอาทิตย์ และก็หนังสือใหม่ของเราแต่เก่าที่อื่น ที่เราต้องไปตะเวนหาซื้อ จะด้วยเหตุผล ชอบส่วนตัว หรือลูกค้าถามหา อะไรก็ตาม พวกนี้ เราต้องทำให้สายตา กว้างไกลนิดหนึ่ง อะไรประหยัดได้ แม้แต่เล็กน้อยก็ขอให้อย่ามองข้ามนะ อย่าลืมว่า มีหนึ่งบาทควรบรรจบให้ครบสิบ (ก็แหม สลึงมันน้อยนี่หน่า ขอเริ่มตั้งแต่ 1 บาทนะ – เข้าใจง่ายดี ) เข้าเรื่องเลยนะ แต่ก่อนแต่ไร เคยซื้อแต่หนังสือราคาเต็ม หรือไม่ก็ลด 5% ก้อดีใจตายแล้ว เหล่าเอี๊ยปอห่อ (พระเจ้าคุ้มครองแล้ว) สำหรับร้านหนังสือที่เราจะว่ากันนี่ ต้องลดแบบว่า 15% ขึ้นไป เป็น คำตอบสุดท้ายและท้ายสุด (ถูกต้องแล้วคร้าบบบบบ เสียงเสี่ยปัญญาตามมา ตอนนี้เปลี่ยนพิธีกรแล้ว) หนังสืออะไรก็ตามที่เราซื้อเข้าร้านหนังสือของเรา ต้องได้ลดอย่างน้อย 15% ขึ้นไปนะ ต้องจำเอาไว้ (15 ขึ้น 15 ขึ้น 15 ขึ้น ท่องให้เหมือนสวดมนต์เลย สวดเข้าไป) ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรืออะไรก็ตาม จริงๆ แล้วการ์ตูนใหม่ อ่ะ บางทีลดได้ถึง 20 ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นนิตยสาร ส่วนมากจะ 15 ก็เอาไว้ก่อน เอ้า แล้วเราจะไปหาที่ไหนหละ ไอ้ร้านพวกนี้ ฮ่าๆ ไม่ยากไม่ยาก (ไม่ต้องตระเวนข่าวดึก หรือต้องลักลอบซื้อ หาได้ทั่วไป พอๆกับซีดีผีจ้า) แถวจรัญก็มี รัชโยธินก็พบ หรือสะพานควาย เยอะแยะ หรือจะเป็นจัตุจักร ก็มีร้านแบบนี้ให้เลือกนะ จะซื้ออะไร ซื้อเท่าไรหละ อันนี้ ก็กลับไปที่งบลงทุนนะ งบมากซื้อมาก (แต่ถ้าเจ๊ง ก็เจ็บ แต่น้อยไปไม่ได้นะ น้อยไปจะโหวงนะ เอาเป็นว่าเพื่อความประทับใจ การ์ตูนต้องอย่างน้อย ตอนเริ่มสัก 5000 แล้วกัน อย่างอื่น สัก 2 – 3 ร้อย (อันนี้พวกนิยาย + พ็อกเก็ตบุ๊ค) แล้วกัน ขึ้นอยู่กับเงินที่ฟ้าประทาน (เงินของตู ฮือๆๆ หรือของท่านพ่อ ท่านแม่ตู)

เอาละ เพื่อเข้าใจง่ายขึ้น เราสรุปจากประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกซื้อหนังสือให้ เป็นข้อๆ ดังนี้นะ (โทษด้วย ชอบแบ่งเป็นข้อๆ ก็แหม จบวิทยาศาสตร์นี่หน่า ต้องทำอะไรเป็นขั้นๆ หน่อยสิ เริ่มตั้งแต่ ตั้งสมมติฐาน ทำการทดลอง สรุปผล จบด้วยทฤษฎี อะไรประมาณนี้ เพ้อเจ้อนะเราเนี่ย แต่จริงๆแล้วก้อ จำไม่ได้ เหมือนกัน อิอิ ) เข้าเรื่อง
1. หนังสือใหม่ ลด 15 % เป็นอย่างน้อย น้อยกว่านี้ อย่าซื้อ (เดี๋ยวหาว่าเราใจไม่ถึง ไม่ซื้อนะ ถ้าน้อยกว่านี้) ไม่ว่าจะใหม่ แค่ไหน ลด 15 ขึ้นไปเท่านั้น ที่ช่วยเราได้ ร้านค้าตามที่เคยบอกนั่นแหละ หาได้โดยทั่วไป แล้วแต่สะดวก ถ้าไม่สะดวก เดินหรือขับรถไป โทรไป เค้าก็ส่ง แต่จะทำให้เรา เสียค่าส่ง ซึ่งเป็นเงินที่พึงได้นะ แต่ถ้าคุ้ม ก็เลือกเอาได้เลย ส่งก็ช่วยได้ ไปเอาเองก้อดี
2. ร้านค้าบางร้าน ให้เราส่งรายชื่อหนังสือให้ก่อนเพื่อเค้าจะได้เตรียมให้ ก็ใช้ซะให้คุ้ม จะฝากเพื่อน พี่หรือญาติที่บ้านไปพิมพ์ และส่ง fax ที่ทำงานได้ ก็จะถือว่าประหยัดนะ (บอกแล้ว 1 บาทก็ต้องเอา) ใช้ญาติให้คุ้ม
3. ร้านค้าบางร้าน กวนมากๆ ให้ถือซะว่า ชาติก่อน เคยไปทำกรรมเอาไว้ อโหสิ ให้เค้าไป (แต่พยาบาทไว้ในใจ ทีใครทีมัน ฮึ่ม อยากให้ได้แต่งงานกับพวกโรงพิมพ์หรือเจ้าของลิขสิทธิ์นะ จะเล่นตัวซะ) แต่ถ้ามันถูกจริง ก็ทนทำใจ แล้วซื้อร้านนั้นต่อไป
4. สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ หาได้ช่วยชีวิต ร้านของพวกเราไม่ เพราะว่าเต็มที่ก็ลด 20 % แต่ถ้าไปจตุจักร แล้วซื้อแยะ บางทีจะได้ลดถึง 25-30 นะจ๊ะ (งานสัปดาห์มันงานถูกกฎหมาย แต่จัตุจักรสิ แน่นอนกว่า ฮ่าๆ ถูกกว่าเห็นๆ)
5. หนังสือใหม่ หรือเก่า ยิ่งซื้อเยอะ ต้องลดเยอะขึ้นนะ ต้องจำฝังใจเลย บางร้านเขี้ยวมากๆนะ ทำมาเป็นไม่ยอมลด พอเราจะได้เดินออกจากร้าน แหม แทบจะมาอุ้มกลับไป (อันนี้โดยเฉพาะ แถวจตุจักรเป็นกันมาก สงสัยเป็นหลักสูตรการขาย ที่ต้องเรียนก่อนเข้าไปขาย มหาลัยไหนสอน มันน่านัก อิอิ แอบแซว อย่าถือ)
6. หนังสือดี ติดอันดับ ไม่ใช่ว่าจะมีคนเช่าเสมอไป เข้าทำนอง พระท่านว่าไว้ในกาลามสูตร อย่าเชื่อเพราะคนอื่นเค้าเชื่อกัน (คิดแล้วก็ขำ เหมือนหนังออสการ์เลย ดูกี่เรื่องก็ไม่เข้าใจ – ว่ามันได้รางวัลได้ไงฟ่ะ) เช่นอันดับหนึ่ง พิมพ์หลายสิบครั้ง ต้องนี่เลย เข็มทิศชีวิต ขอโทษ ตั้งแต่เอาเข้าร้าน ไม่มีแมวซะคน อ่าน เศร้าจัง ท่องไว้ให้ขึ้นใจ หนังสือ ดีคือหนังสือที่มีคนเช่า ไม่ใช่อยู่ที่อารมณ์คนซื้อ หรือจำนวนที่พิมพ์ นั่นก็หมายความว่า มันอยู่ที่ลูกค้าเป็นหลัก อันนี้ไม่ตายตัว ทำไปก่อน ลองผิดลองถูกสักพัก จะรู้ว่าลูกค้าต้องการแบบไหน
7. หนังสือพวกแฉต่างๆ จะขายดีมากๆ ขอบอก โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวกับเซ็กส์ จะขายดิบขายดี (อันนี้แสดงว่า ประเทศเรายังเห็นว่าเรื่องแบบนี้ ถ้าพูดจะไม่ดี ไม่ควรเปิดเผย แต่ถ้าเป็นหนังสือ เอาเลย เต็มที่ – ขอบคุณประเทศไทยไชโยของเราจริงๆ) เช่น คืนที่นอนกับดารา ชีวิตโคโยตี้ หรือ หนูเป็นเด็กป๋า อ่านกันทุกคนไม่ว่าเด็กหรือแก่ ผู้ชายผู้หญิง (ทั้งๆ ที่แหม แถบจะไม่มีบทพิศวาส หรือสาระ อะไรเท่าไร เว้นบรรทัด พิมพ์ตัวใหญ่ เพื่อขายเพิ่มราคา ก็ยังทำกันนะ การตลาดจริงๆ พวกโรงพิมพ์เนี่ย) อ่านกันเข้าไป ยังไงซะก็ดีกว่าไปทำอย่างอื่น อย่างน้อยก็รู้มากขึ้นใช่ป่ะ เพราะงั้น หน้าที่ของเรา คือซื้อมันทุกเล่ม (เราส่งเสริมให้คนรักการอ่านนี่หน่า) ทำกำไร เป็นกอบเป็นกำ เช่ากันอย่างครึกโครม ขอรับรองด้วยเกียรติ กำไรจริงๆนะ เช่าไปเช่ามาหลายครั้ง จนเยินก็มีคนเช่าต่อไป (เซ็กส์ คือชีวิต)
8. การ์ตูน classic พวก โดราเอมอน dragon ball ต้องมีให้ครบทุก เวอร์ชั่น บ้าบอคอแตก ยังไงก็มีคนเช่า เช่ากันเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนกับเป็นการ์ตูนที่ทุกคนควรอ่าน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นหนังสือสอน กอ ขอ คอ งอ (กระทรวงศึกษา บรรจุหลักสูตรด่วนเลย จริงๆนะ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน เด็กมากๆ หรือคนที่เริ่มจะอ่านการ์ตูน ต้องเริ่มต้นที่พวกนี้ก่อน พวกอ่านนานๆ แล้ว ยังกลับมาอ่านใหม่เลย
9. หนังสือที่เราชอบ คนอื่นอาจจะไม่ชอบหรือไม่แม้แต่จะเหลียวมองด้วยซ้ำ (ทำใจซะ อย่าคิดมาก) ถ้าชอบใจก็ซื้อนะ บางเล่ม ชอบมากมาย แต่ไม่มีคนเช่า อาทิ ผลงานของอีแร้ง มีทุกเล่ม ทุกเรื่อง บ้ามากๆ สนุกดี แต่พอแนะนำไป ไม่มีใครอ่าน ไม่มีคนสนใจ หรือหนุ่มเมืองจันทร์ มีครบทุกเล่ม ลายเซ็นยังเคยไปต่อคิวขอ แต่แหม จะบอกว่าไงดีหละ พี่หนุ่ม กับพี่แร้งไม่ช่วยดลใจคนเช่าเลย (ก็เค้ายังไม่ตายนี่หน่า อิอิ หยอกเล่น)
10. นิตยสารดารา โดยเฉพาะพวก gossip, oho, FHM ขายดี ต้องซื้อ แม้เราจะอ่านแล้ว ไม่มีสาระเลย มีแต่รูปซ็กซี่ และบทความบ้าเซ็กส์ อาทิ วิธีไหนทำให้ชายหนุ่มยอมจำนน หรือ 20 จุดเร้นลับ สร้างอารมณ์ อะไรพวกนี้ อันนี้ขอบ่น (แต่อ่านนะ สนุกดี) ขายได้รับรอง ทุกคนต้องอ่าน เพราะฉะนั้น ก็ต้องซื้อนะ เด็กชอบ ผู้ใหญ่ก็ชอบ นิตยสารทั้งหลายแหล่ ซื้อได้ แต่ถ้าแพงมาก ก็อย่าซื้อ ต้องท่องไว้ในใจ หนังสือขายคืนได้ 30% แต่นิตยสารเล่มละ 5 บาท ยังขายยาก อีกอย่างคือ นิตยสารออกตลอดเวลา ไม่มีวันจบ รายสัปดาห์มั่ง สองสัปดาห์มั่ง เดือนมั่ง เพราะงั้นมันเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน ไม่จ่ายก้อไม่ได้ ต้องซื้อเท่าที่จำเป็นแต่ไม่น้อย และไม่มากจนเกินไปนะ
11. Internet เป็นอีกหนึ่งหนทางของเรานะ ถ้าเราทำได้ ก็ให้เลือกไปซื้อหนังสือทางเน็ตบ้าง นัดส่งกันที่ไหนก็ได้ บางเล่ม ก้อถูกกว่าข้างนอกนะ หรืออาจจะ 60-70% ทั้งๆที่เป็นหนังสือใหม่ด้วย แต่อาจจะช้าไปสัก เดือน 2 เดือน ก็ไม่เป็นไรใช่ป่ะ เอาไปลองกันดูนะจ๊ะ
ถ้าครบ 11 ข้อแล้ว ก็จะมีแนวทางในการซื้อหนังสือมากขึ้นนะ แต่ของอย่างนี้ ไม่มีข้อห้ามหรือกฎตายตัว ต้องลองผิดลองถูกอย่างเดียว สักพักหนึ่งจะดีขึ้น อย่าเครียดนะ ถือว่าตอนแรกซื้อ เพื่อลองตลาดแล้วกัน เราแรกๆ ซื้อหลายสิบเล่มสำหรับนิตยสาร อย่างน้อย 20 เล่มขึ้น แต่พอนานๆ ไป อยู่สักประมาณ 10-15 เล่มก็พอแล้ว เอาที่เค้าอ่านกันจริง ต้องเอาให้ชัวร์ว่า เราไม่เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์นะ สู้ต่อไป อย่างที่บอก เกิดมาทั้งที ต้องเหลืออะไรไว้บ้างจริงป่ะ (แต่หนี้ ไม่เอานะ สงสัยคนข้างหลัง ฮ่าๆ) เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วมาทำความฝันกัน เจอข้อความอยู่ร้านหนึ่ง น่ารักดี เค้าบอกว่า “ยืมกันอ่าน ดีกว่าซื้อนะ” อันนี้น่าจะเป็นสโลแกนของพวกเราชาวร้านหนังสือเช่าได้


Create Date : 12 เมษายน 2551
Last Update : 12 เมษายน 2551 1:21:47 น. 34 comments
Counter : 650 Pageviews.

 


โดย: shame_of_sins วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:11:06:36 น.  

 
อยากทำร้านอะไรแบบนี้เหมือนกันค่ะ
อยากหาทำเลดี ๆ
อยากทำ
แต่... ขาดเงินทุน


จ๊ากกกกกกกกกก ลำบากใจจริง ๆ


โดย: โสดในซอย วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:13:31:41 น.  

 
สวัสดีงับแวะมาอ่านแต่ยาวม๊ากมาย ตาลายเลย


โดย: *0* IP: 222.123.165.160 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:1:24:49 น.  

 

สู้ๆ


โดย: แมวดำ_โดนสาป วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:23:54:43 น.  

 
very good


โดย: nas IP: 202.91.19.204 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:23:20:56 น.  

 
อ่านครบทุกข้อ ทุกตัวอักษร
อยากๆๆๆ เปิดร้านจิงๆ ค่า
กลัวอย่างเดียว แบบว่าเรื่องโดนจับข้อหาว่าร้านเช่านี่มันจริงไหมคะ???


โดย: Baobao IP: 124.122.231.107 วันที่: 12 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:11:07 น.  

 
ขอบคุณค่ะ กำลังคิดจะเปิดร้านเช่า แต่อยู่ต่างจังหวัด
ตอนนี้ปวดหัวมาก


โดย: seeu IP: 124.121.245.99 วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:42:48 น.  

 
ตอนนี้กำลังคิดอยากเปิดอ่ะ จะดีป่าว จะมีใครมาเก็บค่าลิกสิทธิ์ป่าเนี่ย กลัวเหมือนกัน ..ถ้าใครมีประสบการณ์ก้อส่งบอกที่ tumbutto@thaimail.com นะ จะขอบคุณมาก มาก มาก แล้วเจอกัน..


โดย: tumbuttosai IP: 202.176.82.133 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:03:05 น.  

 
เขียนดีครับเป็นนักเขียนได้เลย อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ


โดย: taitoon IP: 125.24.233.54 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:15:34:04 น.  

 
อยากทราบว่าตอนนี้คุณใช้ระบบของอะไรอ่ะคะ อยากรู้ว่าของอะไรมันดีกว่ากันอ่ะ ทำร้านเช่าอยู่เหมือนกันแต่อยากเปลี่ยนระบบ ซื้อโปรแกรมที่ราคา599.-มาอย่า่งเซ็งเลยอ่ะ ตอนนี้กะลังปวดหัวกะการเลือกโปรแกรมมากที่สุดในโลกเลยอ่ะค่ะถ้าอยากจะรบกวน แบ่งปันโปรแกรมมาบ้างได้ป่าวอ่ะคะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เมลล์นี้นะคะoi_ilbry@hotmail.com
^_^


โดย: oil IP: 118.173.150.154 วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:23:46:57 น.  

 
กำลังคิดจะเปิด งบมีอยู่ราวๆ 1 แสน T T
อยากรุ้ครับว่าพอได้มั้ย (คนมานจน)
ใครว่าง หรือมีประสบการณ์แนะนำกันทีนะครับ

ขอบคุณมากครับ

เมลล์ hunterput@hotmail.com


โดย: ปริ้น IP: 124.120.179.155 วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:0:26:50 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: vk IP: 202.176.91.170 วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:11:39:39 น.  

 
มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณที่แบ่งปันกัน


โดย: nai IP: 58.8.111.73 วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:17:11:44 น.  

 
อ่านแล้วคิดตาม กำลังคิดอยากเปิดอยู่แต่ขาดเงินทุน
แต่จะเริ่มจากการซื้อและขอจากญาติๆ มาเก็บไว้ก่อน
แล้วค่อยเปิดอีกทีตอนมีเงินจะได้ทุ่นเงินไปบ้าง


โดย: รรรรร IP: 58.9.74.101 วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:14:11:47 น.  

 
= =

อ่านแล้วเหนื่อยแทนค่ะ

แต่ยังไงก็อยากทำ....


โดย: องค์หญิงตัวร้าย IP: 58.9.120.13 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:10:28:32 น.  

 
อ่านแล้ว ไม่เปิดดีก่า ไม่เอาแระ....


โดย: ติ๊ก IP: 124.120.236.29 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:10:35:45 น.  

 
เคยอยากเปิดนะ แต่ตอนนี้...อืม ขอคิดอีกทีก็ดี =="


โดย: จินจินต์ IP: 124.120.160.132 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:13:07:33 น.  

 
ดีมากเลยครับกำลังอยากทำอยู่พอดื ขอบคุณมากตรับ


โดย: พิภพ IP: 58.9.202.47 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:22:56:45 น.  

 
อ่านแล้วได้สาระดีงับ


โดย: TLR_7 IP: 114.128.28.74 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:37:11 น.  

 
มีประโยชน์มากๆครับ เพราะตอนนี้เพิ่งเริ่มเปิดได้ 1 อาทิตย์
สุดยอดของคำว่าอดทน จะทำตามคำแนะนำเลยครับ ออกแนวกระดึบๆไปเรื่อย

10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ตาเห็นไม่สู้ลงมือทำ ซึ้งเลยคร้าบ



โดย: sawamura IP: 125.24.252.9 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:51:37 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีดี


โดย: นังนี้น่าตบ IP: 124.120.143.23 วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:22:32:35 น.  

 
ขอบคุณที่ให้เกร็ดข้อมูลค่ะ


โดย: Yok IP: 161.200.255.162 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:22:54:31 น.  

 
ขอบคุณมากเลยมีสาระดี จะถามว่าถ้าเค้าไม่เอามาคืนทำไงดีตามยากมั้ย และเคจนี้เยอะป่าว


โดย: AA IP: 124.121.174.107 วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:10:13:16 น.  

 
กำลังหาข้อมูลเพื่อเปิดร้านเช่าหนังสือการ์ตูนคะ

ใกล้ตกงานแระ ต้องรีบหากิจการเป็นของตนเอง ขอบคุณ

สำหรับข้อมูลดีดีนะคะ


โดย: Aor IP: 202.176.86.3 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:20:53:33 น.  

 
มีประโยชน์สุด ๆ ขอบมากค่ะ


โดย: jun IP: 61.7.149.128 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:18:00 น.  

 
ก็อยากเปิดเหมือนกันนะ

กำลังหาข้อมูลอยู่

แบบว่าเงินเดือนมันมะพอกินเจ้าค่ะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่น่าสนใจนะเจ้าค่ะ



โดย: เอื้อง IP: 112.142.62.196 วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:15:49:12 น.  

 
ยาวได้สาระ แต่เหมือนไม่อยากให้คนที่เข้ามาอ่านได้ทำต่อ


โดย: โมสต์ IP: 118.173.180.175 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:18:30 น.  

 
ตอนนี้กำลังคิดกะพี่อยู่ว่าจะเปิดร้านเช่า และได้หาข้อมูลมาบ้างแล้วล่ะ แต่อยากรู้ว่าจะต้องขอลิขสิทธิ์หรือเปล่า และจะต้องทำยังไงบ้างช่วยตอบด้วย เพราะอยากทำมากๆและได้หาที่ทางไว้แล้ว


โดย: การเกด IP: 112.143.12.125 วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:16:59 น.  

 
เป็นบทความที่มีประโยชน์มากค่ะ
ตัวฉันเองยังอายุไม่มาก เรียนยังไม่จบแต่เริ่มเก็บเงินแล้วเพราะต้องการเปิดร้านเช่าหนังสือ
ส่วนตัวแล้วคิดว่า การทำร้านหนังสือเช่า ถ้าใจไม่รักจริงๆก็ยากที่จะประสบความสำเร็จเพราะส่วนใหญ่จะท้อกันซะก่อน แต่บางคนที่ทำจนสำเร็จได้เพราะเขาต้องอดทนจริงๆ เคยคุยกับพี่ๆที่ทำร้านหนังสือเช่ามาหลายคน ส่วนใหญ่ก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายาก น่าแปลกนะที่คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ตัวเองรู้สึกท้อเลย อาจเพราะเป็นคนชอบอ่านหนังสือมากก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรียนจบเมื่อไรจะต้องเปิดร้านให้ได้นั่นคือความฝันที่ต้องทำให้เป็นจริง เป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกด้วยนะคะ พอเปิดเข้ามาแล้วเห็นข้อความ
ความเป็นกลางไม่มีในโลก รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง ปกติเจอบทความยาวๆแบบนี้จะไม่ค่อยอ่านจบหรอกค่ะ มันยาว แต่คุณเขียนได้น่าสนใจและทำให้คนอ่านคล้อยตามได้ ต้องขอบคุณจริงๆค่ะ


โดย: sweet-sister IP: 114.128.169.127 วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:11:05:10 น.  

 
ขอบคุณค่ะอยากได้ข้อมูลอยากเปิดร้านอยู่นะค่ะ


โดย: asay IP: 112.142.40.122 วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:13:45:15 น.  

 
ขายด่วน ลวดเย็บกระดาษ MAX Staples ของใหม่ สภาพสมบูรณ์ 100% ราคาถูก

เดิมก้อยเปิดร้านเช่าหนังสือการ์ตูน จึงซื้อลูกแม็กซ์นี้มาเพื่อเย็บหนังสือในร้าน แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำร้านเช่าแล้ว จึงต้องการขายลวดเย็บกระดาษ รายการตามนี้ค่ะ สำหรับผู้ที่เปิดร้านเช่าหนังสือทุกท่านลองพิจารณาดูนะค่ะ
3/8” 1210 FA-H จำนวน 1 กล่อง ราคาเต็มกล่องละ 52 บาท รวม 52 บาท
1/2” 1213 FA-H จำนวน 11 กล่อง ราคาเต็มกล่องละ 61 บาท รวม 671 บาท
9/16” 1215 FA-H จำนวน 11 กล่อง ราคาเต็มกล่องละ 65 บาท รวม 715 บาท
5/8” 1217 FA-H จำนวน 7 กล่อง ราคาเต็มกล่องละ 70 บาท รวม 490 บาท
3/4” 1220 จำนวน 8 กล่อง ราคาเต็มกล่องละ 82 บาท รวม 656 บาท
15/16” 1224 จำนวน 3 กล่อง ราคาเต็มกล่องละ 88 บาท รวม 264 บาท

รวมทั้งหมดเป็นเงิน 2,848 บาท แต่ก้อยลดราคาเหลือเพียง 1,500 บาท

หากสนใจติดต่อ คุณก้อย โทร. 086-375-6886 หรือ waewdao@gmail.com ทั้งนี้สามารถนัดเจอเพื่อรับสินค้าหรือให้ก้อยจัดส่งให้ก็ได้ค่ะ (ราคานี้รวมค่าจัดส่งแล้ว)

ขอบคุณค่ะ


โดย: ก้อย IP: 58.9.96.13 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:17:44 น.  

 

ตอนแรกอยากทำร้านเช่าแบบนี้บ้างเพราะผมชอบอ่านการ์ตูน มีสะสมไว้ตั้ง เกือบ 3 พันเล่ม แต่พออ่านแล้วต้องคิดทบทวนหลายๆตลบ ว่าจะทำดีไหม

แต่ก็ได้ความรู้จากเจาของ blog มากมาย ไว้ทำเมื่อไหร่จะมาแจ้งอีกครั้ง



โดย: พ่อลูก3 IP: 183.89.247.72 วันที่: 25 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:32:59 น.  

 
น่าสนใจมากๆ ครับ ^_^


โดย: magic_rabbit IP: 1.47.95.98 วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:22:06:25 น.  

 
เป็นแนวทางที่ดีค่ะ
เพราะตอนน้ก้อกะลังหาข้อมูลอยู่ค่ะ


โดย: เชอร์รี่จัง IP: 118.172.80.6 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:38:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.