ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ย้อนรอย Comiket งานคนการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุด

เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ก็เลยแปลมาให้อ่านกันครับสำหรับประวัติความเป็นมาของงานรวมพลคนการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Comic Market หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ Comiket ซึ่งปัจจุบันจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง โดยช่วงแรกที่เรียกว่า Summer นั้นจะจัดขึ้นช่วงกลางเดือนส.ค. และที่เรียกว่า Winter นั้นจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนธ.ค. (ซึ่งหลังๆ ก็จะชนกับช่วงปีใหม่ทุกที) แน่นอนว่าสถานที่จัดนั้นก็คือ Tokyo Big Sight ที่โอไดบะนั่นเอง สำหรับงาน Comiket ครั้งที่ 72 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17-19 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานว่ามีแฟนๆ ไปเข้าร่วมงานมากกว่า 170,000 คนในวันแรก ซึ่งมากกว่าที่จัดเมื่อปลายเดือนธ.ค.ปีที่แล้วถึง 40,000 คนเลยทีเดียว

พูดถึงคอมมิคเก็ตแล้ว ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็คือสถานที่ๆ นักวาดโดจินที่ทั้งเป็นศิลปินเดี่ยวหรือว่ากลุ่มจะได้มารวมตัวกันเพื่อขายงานของตัวเอง แน่นอนว่าก็มีหลายกลุ่มที่ทำผลงานออกมาแล้วเข้าเนื้อ แต่คอมมิคเก็ตยังคงเป็นสถานที่พวกเขาจะได้ทดลองทำ และสร้างชื่อให้กับตัวเองอยู่ดีนั่นเอง ในปัจจุบันมีนักเขียนชื่อดังหลายคนรวมถึงกลายกลุ่มที่สร้างชื่อมาจากงานคอมมิคเก็ตจนได้มาอยู่แนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นอ.รูมิโกะ ทาคาฮาชิ หรือแม้แต่ 4 จตุinw CLAMP และแน่นอนว่าอย่าง Type-Moon และ 07th Expansion ก็ได้ก้าวขึ้นมาอยู่แนวหน้าและได้รับความนิยมจนสามารถกลายเป็นมืออาชีพที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ประวัติศาสตร์ของคอมมิคเก็ตเริ่มต้นขึ้นในปี 1975 และก็กลายเป็นงานการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวันที่มากกว่า 100,000 คน และรวมทุกวันแล้วไม่ต่ำกว่า 510,000 คน อะไรทำให้งานนี้ได้รับความนิยมมากขนาดนี้กันนะ

ยุคเริ่มต้นแห่ง Comiket

ในช่วงราวๆ ยุคปี 1970 แฟนๆ ของภาพยนตร์และนิยายวิทยาศาสตร์ได้เริ่มเขียนโดจินชิขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องการสถานที่สำหรับการขายและซื้อผลงานของพวกเขากันเอง งาน Comic Market หรือ Comiket เลยเกิดขึ้นตามความต้องการตรงนั้น อันที่จริงแล้วคอมมิคก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสวยหรูอะไรมากนัก งานถูกจัดขึ้นเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง Meiku กลุ่มเซอร์เคิลโดจินที่เป็นผู้ริเริ่มจัดงานนี้ และ Japan Manga Convention (JMC) ซึ่งได้ปฎิเสธที่จะรับพวกเขาเข้าร่วมงาน และคนอื่นๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ JMC ดังนั้นคอมมิคเก็ตจึงถูกจัดขึ้นโดยโดยมีนโยบายอย่างกว้างๆ ว่า "จะไม่ปฏิเสธใคร" พวกเขาตั้งมั่นที่จะเป็นงานของแฟน โดยแฟน เพื่อแฟน

ครั้งแรก

งานคอมมิคเก็ตครั้งแรก หรือว่า C1 นั้นจัดขึ้นที่ห้องประชุมของตึกหน่วยป้องกันอัคคีภัยแห่งญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ปี 1975 โดยทางเซอร์เคิล Meiku มีกลุ่มเซอร์เคิลเข้าร่วม 32 กลุ่ม และมีผู้เข้าเยี่ยมชมถึง 700 คน แถมยังมีข่าวลือด้วยว่าในคืนก่อนวันจัดงาน มีกลุ่มแฟนๆ นั้นได้ออกมาค้างคืนรอเข้างาน และจับกลุ่มกันร้องเพลงอนิเม (ซึ่งในยุคนั้นมันมีอนิเมอะไรเยอะซะที่ไหนกันละ) สำหรับเซอร์เคิลที่เข้าร่วมงานนั้นกว่าครึ่งก็เป็นสมาชิกของชมรมการ์ตูนจากม.ปลายและม.ต้น และบางส่วนนั้นก็เป็นแฟนคลับของอ.โมโตะ ฮางิโอะ (ซึ่งถือได้ว่าเป็นมารดาแห่งการ์ตูนผู้หญิงยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง YAOI) ซึ่งกว่า 90% ของกลุ่มแฟนคลับนี้ก็เป็นนักเรียนหญิงที่ชื่นชอบในการ์ตูนผู้หญิงเหล่านั้น
หลังจากงาน C1 คอมมิคเก็ตก็จัดขึ้นอีก 3 ครั้งในอีกปีนั้น ในช่วงระหว่างปิดภาคเรียน Meiku ที่เป็นผู้เริ่มต้นในการจัดงานก็เลิกจากการเป็นผู้จัด แต่พวกเขาก็ยังคงได้เกียรติและสิทธิชั่วนิรันดร์ในการได้พื้นที่ในงานจนถึงในปัจจุบัน

ในปี 1976 C2-C4 งานถูกจัดขึ้นที่ตึกของสมาพันธ์อุตสาหกรรมอิตาบาชิ จำนวนของเซอร์เคิลที่เข้าร่วมยังคงมีไม่เกิน 100 กลุ่มในช่วงนั้น และงาน C5 สถานที่จัดก็ถูกเปลี่ยนไปที่ตึกอุตสาหกรรมโอตะ และงานก็ยังคงจัดที่นั่นเรื่อยมาจนกระทั่งถึงงาน C13 ในปี 1979 จำนวนเซอร์เคิลก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งผู้เข้าร่วมงานนั้นต้องต่อคิวเป็นแถวยาวหน้าประตูทางเข้า ซึ่งเมื่อนับจำนวนแล้วก็พวกว่ามีเซอร์เคิลมากถึงเกือบ 300 และจำนวนผู้เข้าชมกว่า 4,000 คน ซึ่งแม้ว่าจำนวนเซอร์เคิลจากสมาชิกชมรมนั้นจะลดลง แต่ว่าเซอร์เคิลจากกลุ่มอนิเมนั้นมีมากขึ้น แน่นอนว่าคงต้องยกความดีความชอบให้กับอนิเมอย่างเรือรบอวกาศยามาโต้ และกันดั้มที่ฉายในยุคนั้น ซึ่งกลุ่มแฟนเหล่านี้เนี่ยแหละที่เป็นบรรพบุรุษที่ทำให้เกิดโอตาคุในปัจจุบัน และความมุ่งมั่นของพวกเขาที่ทำให้งานคอมมิคเก็ตยังคงพัฒนาต่อไป ในช่วงเวลานี้ที่ Meiku ไม่ได้เป็นผู้จัดงานแล้ว คอมมิคเก็ตก็กลายเป็นองค์กรอิสระไป

ตั้งแต่ปี 1980-1981 คอมมิคเก็ตย้ายไปจัดกันที่คาวาซากิชิมินพลาซ่า ยอดคนเข้างานเพิ่มเป็น 7000 คนและมีเซอร์เคิลถึง 350-400 กลุ่ม แน่นอนว่าคนแน่นเอี้ยด จนใน C18 งานก็ย้ายไปจัดที่โยโกฮาม่าซันโบะโฮล คนเข้าชมงานพุ่งทะลุ 10,000 คน ซึ่งในงานนี้กลุ่มเซอร์เคิลที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ "Urusei Yatsura" หรือลามูทรามวัยต่างดาวนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เซอร์เคิลที่เข้าร่วมงานมักจะเป็นผู้หญิง แต่ว่าด้วยความนิยมของเรื่องนี้ก็ทำให้มีผู้ชายเพิ่มมากขึ้น

ในงาน C19 เกิดความขัดแย้งในกลุ่มผู้จัดงาน โดยกลุ่มที่ต่อต้านสมาชิกกลุ่มหลักซึ่งเรียกตัวเองว่า Revolutionaries นั้นได้เข้าจองคาวาซากิชิมินพลาซ่าตัดหน้า บางคนบอกว่าต้นเหตุของความขัดแย้งมาจากการที่พวกต่อต้านนี้ได้ยืนกรานที่จะให้มีการจำกัดผู้เข้างาน บางกระแสก็บอกว่าพวกนี้พยายามที่จะฮุบงานคอมมิคเก็ตเป็นของตัวเองเพื่อหาประโยชน์เข้าตัว หรือบางพวกก็บอกว่าพวกต่อต้านนี้ต้องการจะเชิญนักพากย์มาเป็นเกสท์ แต่ทว่าความพยายามของพวกเขาก็ถูกกลุ่มผู้จัดหลักปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีการย้ายงานไปที่ World International Trade Show Hall ที่ฮารุมิแทน ทำให้กลุ่มต่อต้านนี้ต้องเปลี่ยนชื่องานเป็น "New Comiket" และภายหลังก็เปลี่ยนชื่อเป็น "Comic Squire" แทน

เวลาผ่านไปอีก 6 ปีคอมมิคเก็ตก็ยังคงยืนหยัดจัดที่ฮารุมิมาตลอด จำนวนผู้เข้าร่วมงานก็เพิ่มมากขึ้น โดยในงาน C30 มีคนเข้างานมากถึง 35,000 คน กับ 3,900 เซอร์เคิล และในช่วงปี 1985 นี่เองที่กัปตันสึบาสะนั้นดังเป็นพลุแตกในหมู่พวกผู้หญิง การ์ตูนหมวดพวก yaoi จึงได้ถึอกำเนิดขึ้นมาในยุคนี้ และ Yaoi นี่เองที่กลายเป็นแรงขับดันให้กลุ่มผู้ร่วมงานผู้หญิงนั้นมามากขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ โดยมีการบันทึกเอาไว้ว่าหัวหน้ากลุ่มของเซอร์เคิลที่ชื่นชอบกัปตันสึบาสะนั้นมีเพียงแค่ 6 คน ส่วนอีก 1,083 คนนั้นเป็นผู้หญิง
และสิ่งที่น่าจดจำอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่คุณซึกุโอะ อิวาตะ ที่เข้ามาเป็นกลุ่มผู้จัดงานคอมมิคเก็ตในปี 1983 นั้นเริ่มมีการนำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้การจัดการข้อมูลเพื่อรองรับกับงานที่ขยายตัวมากขึ้น และเขาก็ยังมีส่วนร่วมในการงานแผนจัดงานอีกหลายครั้งจนกระทั่งเขาลาออก และเสียชีวิตเมื่อปี 2004 ที่ผ่านมา

ในปี 1988 งาน C33 จำเป็นต้องย้ายไปจัดที่ Tokyo Logistic Center (TLC) เพราะว่าฮารุมินั้นมีการจัดงานอื่นอยู่ การจัดงานเลยต้องมีเพิ่มขึ้นเป็น 2 วันเนื่องจากว่าพื้นที่จัดงานนั้นแคบและเล็กกว่าที่เดิม ซึ่งในงานนี้มีเข้าร่วมถึง 40,000-60,000 คน และมีเซอร์เคิลเข้าร่วมมากว่า 4,400 กลุ่ม งานนี้ยังเป็นงานแรกที่เริ่มมีใช้ระบบจัดหมวดหมู่ของเซอร์เคิลต่างๆ เข้ามาใช้แล้วด้วย แต่แน่นอนว่าแม้งานจะมี 2 วันแต่ว่าสถานที่จัดงานก็ยังไม่สามารถรองรับจำนวนคนมหาศาลนี้ได้ จนในงาน C34 ปี 1988 จึงต้องย้ายกลับไปจัดกันที่ฮารุมิอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการจัดการนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้มีเซอร์เคิลกว่า 9,200 กลุ่มซึ่งมากกว่างานที่แล้วถึงกว่า 2 เท่าเข้าร่วมงานนี้ ส่วนงาน C35 นั้นหลังจากที่กลุ่มผู้จัดพยายามหาสถานที่ใหม่แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ทำงานงานต้องเลื่อนมาจัดในเดือนมี.ค.ปี 1989 และในงาน C36 ช่วงฤดูร้อนปี 1989 ยอดคนเข้างานก็ทะลุล้านคน พร้อมกับเซอร์เคิลที่มีมากถึง 10,000 กลุ่ม

แต่ทว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนงานคอมมิคเก็ต ก็เกิดคดีฆาตกรรมเด็กสาวถึง 4 คนโดยนายมิยาซากิ ที่เป็นโอตาคุ และยังเป็นสมาชิกในกลุ่มเซอร์เคิลที่เข้าร่วมงานคอมมิคเก็ตในครั้งนั้น ทำให้สื่อมวลชนทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์พากันประโคมข่าวประณามงานคอมมิคเก็ตที่ส่วนทำให้เกิดคนอย่างมิยาซากิขึ้น ถึงขนาดนี้รายการทอลค์โชว์เข้าไปทำรายการและตะโกนใส่ผู้ที่เข้าร่วมงานว่า เขาเห็นคนอย่างมิยาซากินับล้านคนอยู่ที่นี่ เลยทีเดียว

ด้วยจำนวนคนเข้างานที่มหาศาลมากมายเกินรับได้ของฮารุมิ ทำให้งาน C37 ต้องย้ายกันไปจัดกันที่มาคุฮาริ เมซเซ่ในจิบะ ซึ่งเป็นหนึ่งในฮอลจัดงานที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และก็มีบันทึกด้วยว่าในงาน C39 ช่วงฤดูหนาวปีถัดมานั้นมีผู้เข้าร่วมชมงานมากถึง 2.5 ล้านคน ด้วยความสำเร็จนี้งานคอมมิคเก็ตก็ควรที่จะอยู่ที่มาคุฮาริเมซเซ่ต่อไปหากไม่เกิดเหตุการณ์ว่าทางมาคุฮาริเมซเซ่นั้นเกิดปฏิเสธไมให้มีการจัดงานที่นี่ขึ้นมา เนื่องจากพบว่าในงานนั้นมีโดจินชิที่เป็นการ์ตูนโป๊มากมาย เหตุการณ์ในครั้งนี้ถูกจัดว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของการจัดงานคอมมิคเก็ต และเชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานครั้งนั้นก็ยังคงเกลียดมาคุฮาริเมซเซ่จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งการปฏิเสธการจัดงานครั้งนี้ส่งผลกระทบมากมายตั้งแต่โรงแรมบริเวณรอบๆ มาคุฮาริและจิบะนั้นถูกยกเลิกการจองเพียบ ทำให้สูญเสียรายได้มากกว่าร้อยล้านเยน ไฟจากโรงแรมและร้านค้าที่เคยส่องแสงระยิบระยับในช่วงกลางคืนเหมือนปีที่แล้วต้องมืดลงอย่างช่วยไม่ได้ ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อที่ตุนอาหารและเครื่องดื่มเอาไว้รองรับเหล่าคนการ์ตูนโดยอาศัยข้อมูลจากงานที่จัดครั้งที่แล้วก็ต้องพบกับปัญหาสต็อกบวมแบบเจ็บปวด ยอดขายของร้านอาหารรอบๆ มาคุฮารินั้นตกลงมาต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับที่ทำได้ในงานครั้งที่แล้ว

แต่ถึงกระนั้นคอมมิคเก็ตก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยงาน C40 นั้นก็ย้ายกลับไปจัดกันที่ฮารุมิจนกระทั่งถึงงาน C49 ใน C40 นี้เองระบบที่ใช้ในการตรวจสอบภาพโดจินชิที่โป๊เปลือยอย่างเข้มงวดก็เริ่มขึ้นในงานนี้ โดจินชิทุกเรื่องที่ขายในงานนั้นต้องได้รับการตรวจสอบก่อนที่จะออกวางขาย และในงาน C42 ช่วงฤดูร้อนปี 1995 มีแฟนๆ กว่าร้อยคนที่เป็นลมแดดระหว่างที่รอต่อแถวเข้างานจนต้องหามส่งเต้นท์พยาบาลจนใครก็ขนาดนามคอมมิคเก็ตครั้งนั้นว่า Genocide Comiket และในงาน C48 ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษของการจัดงานคอมมิคเก็ต งานก็ถูกขยายขึ้นเป็น 3 วันเต็ม ในช่วงเวลานี้นี่เองที่การ์ตูนอย่างกลุ่มอัศวินสาวแห่งดารา "เซเลอร์มูน" ได้รับความนิยมอย่างสูง พร้อมกับการ์ตูนในตำนานอย่างอีวานเกเลี่ยน และเซนต์เซย์ย่ารวมถึงซามูไรทรูปเปอร์ มีโดจินชิมากมายถูกสร้างมาจากเรื่องเหล่านี้และแน่นอนว่าส่วนมากก็เป็น Yaoi ทั้งนั้น แม้ว่าบริษัทอนิเมชั่นทั้งหลายนั้นไม่ยอมรับว่าเทรนด์เรื่องแนวนี้นั้นมาแรง แต่ก็มีหลายๆ บริษัทที่เปลี่ยนแนวความคิดดังกล่าวและออกผลงานที่ออกมาเจาะกลุ่มแนวนี้โดยเฉพาะก็มีเหมือนกัน สำหรับ C49 ที่จัดในปี 1995 นั้นถือได้ว่าเป็นงานครั้งสุดท้ายที่จัดขึ้นที่ฮารุมิเพราะว่า World Trade Fair Hall นั้นปิดตัวลง ซึ่งทำให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 1996 มีการจัดงานทิ้งท้าย "Sayonara Harumi Comiket Special" ขึ้นมาเพื่ออำลาที่แห่งนี้ด้วย

นับตั้งแต่งาน C50 ในปี 1996 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันคอมมิคเก็ตก็ย้ายมาจัดกันที่โตเกียวบิ๊กไซท์ที่อาริอาเกะ บนเกาะโอไดบะที่ถูกถมทะเลสร้างขึ้นมา รูปแบบงานก็ยังคงมี 3 วันเช่นเดิม ในงาน C52 ในปี 1997 จำนวนเซอร์เคิลก็พุ่งทะลุ 30,000 กลุ่ม งาน C71 และ C73 ถือได้ว่าเป็นงานที่แปลกงานหนึ่งเพราะว่าจัดกันช่วงปลายปีแบบว่าจบงานก็ขึ้นปีใหม่เลยทีเดียว
พูดถึงแนวงานในช่วงนี้แล้วด้วยกระแสความแรงของอีวานเกเลี่ยนรวมถึงเซเลอร์มูน และเกมแนวไฟท์ติ้งทำให้โดจินชิเปลี่ยนจากแนววิทยาศาสตร์ไปเป็นแนวโมเอะเต็มตัว และก็ทำให้คนภายนอกมองภาพตลาดโดจินชิส่วนใหญ่นั้นเป็นแนว Hentai ไปเสียหมด

ในช่วงปี 2000 กลุ่มโดจินเกมอย่าง Tsukihime,Higurashi no Naku Koroni และ Toho Project ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก จนถึงขึ้นเกิดโดจินชิล้อโดจินชิอีกที เมื่อโดจินชิกลายเป็นงานออริจินั่ลขึ้นมาก็เลยทำให้ TYPE-MOON ที่เป็นผู้สร้าง Tsukihime นั้นผันตัวเองกลายเป็นคนสร้างเกมอย่างจริงจังแทนที่จะเป็นแค่เซอร์เคิลธรรมดา กลุ่มเซอร์เคิลที่เกี่ยวกับเพลงอย่าง Sound Horizon และ Rakka Katagiri นั้นก็กลายเป็นมืออาชีพ

ปัจจุบันคอมมิคเก็ตกลายเป็นประตูสู่หนทางแห่งมืออาชีพสำหรับหลายๆ เซอร์เคิล ในช่วงตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมามีผู้เข้าร่วมงานมากว่า 5 ล้านคน และจำนวนของรูปแบบหมวดหมู่สินค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในปัจจุบันเรียกได้ว่าถ้าเรื่องไหนฮิตๆ จะต้องมีอยู่ที่งานนี้แน่นอน

จุดน่าสนใจอย่างหนึ่งที่น่าจับตาก็คือในงาน C51 มีบางส่วนของพื้นที่จัดงานนั้นถูกจัดเป็นพื้นที่ให้กับบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้งหลาย ทำให้มีแฟนๆ บางส่วนวิจารณ์ตรงนี้ว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงของคอมมิคเก็ตที่เปิดโอกาสให้กลุ่มมือสมัครเล่น แต่ว่าส่วนนี้กลับเป็นการช่วยให้กลุ่มบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้งหลายยอมรับในงานที่แฟนๆ สร้างสรรค์ขึ้นในงานคอมมิคเก็ต จนทำให้มีแฟนๆ บางส่วนมาที่งานคอมมิคเก็ตเพื่อที่จะมายังบูธของบริษัทต่างๆ นี้ แถมบริษัทต่างๆ นี้ก็ยังใช้งานคอมมิคเก็ตเพื่อเป็นที่โปรโมทด้วย แต่ว่าก็ยังมีบางบริษัทที่ได้รับการปฏิเสธไม่ให้มาเข้าร่วมงานนี้ก็มีเช่นกัน

ด้วยความนิยมของคอมมิคเก็ตที่สูงมากขึ้นทุกๆ ปี กลุ่มนักวาดมืออาชีพ และบริษัทเกมมากมายซึ่งส่วนมากเป็นพวกเกมโป๊ทั้งหลายก็เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในงานนี้มากขึ้น จนทำให้เกิดเป็นพื้นที่พิเศษซึ่งจะกันเอาไว้ให้พวกมืออาชีพทั้งหลาย และแม้ว่างานคอมมิคเก็ตนี้จะเป็นงานของโดจินจากทั้งการ์ตูน,อนิเมและเกม แต่ว่ากลุ่มคนที่ออกแบบแฟชั่นสไตล์ก็อธธิคโลลิต้าและวงดนตรีต่างๆ ก็พากันมางานนี้เพื่อขายงานของตัวเองเช่นกัน

จบแล้วคร้าบ

ที่มา //www.comipress.com/article/2008/08/03/3636
Arden Endrain "สำนักข่าว Questnews"


Create Date : 10 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2551 4:33:05 น. 0 comments
Counter : 355 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.