ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ปัญญาชนสาธารณะแห่งปี

January 1, 2009

ไม่ได้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ หากมีการคัดเลือกให้นักวิชาการที่ชื่อ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้รับตำแหน่งปัญญาชนสาธารณะแห่งปี แม้ว่าจะไม่ได้ออกโทรทัศน์บ่อยๆ หรือให้สัมภาษณ์สื่อบ่อยครั้ง แถลงการณ์ก็ออกมาเมื่อจำเป็น แต่หากถามถึงบุคคลที่ควรต้องรับฟังทัศนะ หลายคนจะชี้ไปยัง อาจารย์ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลายคนอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเขาก็ตาม แต่อาจารย์วรเจตน์และเพื่อนๆอาจารย์อีกสามคน (อาจารย์ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช, อาจารย์ ธีระ สุธีวรางกูร และ อาจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล) ก็เป็นคนกลุ่มๆ แรกที่ออกมาออกมา แสดงความเห็นคัดค้านการทำรัฐประหารเมื่อ 3 ปีที่แล้วอย่างเปิดเผย ซึ่งตรงข้ามทัศนะของคนส่วนใหญ่ในสังคมขณะนั้นที่ต้องการ ยุติสิ่งที่เขามองว่าเป็นปัญหาในสังคมให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด และในเวลาต่อมาการทำรัฐประหารที่ว่านั้นก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแต่กลับสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้น

แม้จะดูเป็นเสียงส่วนน้อย แต่ด้วยการแสดงทัศนะอย่างตรงไปตรงมา แฝงหลักวิชาการ และอิงอยู่กับความเป็นธรรมของคนในสังคม จะเห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยยังคอยฟังทัศนะของอาจารย์วรเจตน์อยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็ตรงกับความเชื่อของเขา

“ผมมองว่าการแถลงการณ์หลังๆ มีลักษณะแฟชั่นของหมู่คนซึ่งเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย คือดูว่าใครรวบรวมรายชื่อได้มากได้น้อย แต่เนื้อหาของบางแถลงการณ์นั้นก็ดีมาก แต่ไม่ใช่ว่าทุกแถลงการณ์จะเป็นอย่างนี้ บาง แถลงการณ์มีการรวบรวมรายชื่อจำนวนมาก แต่เนื้อหาไม่ได้มีสาระอะไร ไม่ได้บอกอะไรกับสังคม หรือไม่ได้มีความเป็นธรรมกับคนในสังคมอย่างเพียงพอ

มีคนถามเยอะว่าทำไมออกแถลงการณ์ถึงมีเพียง 5 คน

คำตอบคือ เวลาที่เราออกแถลงการณ์ เราก็รับผิดชอบต่อคนอ่าน ต่อสังคม แถลงการณ์เมื่อออกไปแล้วก็เป็นของที่คนจะนำไปอ่านและวิพากษ์วิจารณ์ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไป แต่ในหมู่พวกเราเองก็จะมีคุยกัน อ่านกัน ถกเถียงกัน ถึงจะออกไปได้

ผมไม่ชอบในแง่การล่ารายชื่อ ช่วยๆกันเซ็นต์ มีคนร่าง มีโต้โผอยู่คนหนึ่ง มีความมุ่งหมายอย่างหนึ่งในการร่างแถลงการณ์ พอได้เสร็จก็เขียนแล้วก็ขอๆกัน ผมรู้สึกว่าตัวปริมาณในแถลงการณ์ไม่เป็นสาระสำคัญ ผมและเพื่อนๆ อาจารย์อีก 4 คน พยายามแสดงให้สังคมเห็นว่าอย่าไปสนใจที่ปริมาณ เราสนใจพลังของเหตุผลที่อยู่ในแถลงการณ์ ถ้าแถลงการณ์เรามีเหตุผล ก็คือมีเหตุผล ถ้ามันไม่มีก็คือมันไม่มี แถลงการณ์จำนวนนับร้อยคน ก็ไม่ได้ช่วยให้มีเหตุผลมากขึ้นไปกว่าแถลงการณ์ที่มีคน 5 คน

เรารู้ใจกัน 5 คนว่าแถลงการณ์อย่างนี้ เราอยากจะบอกอะไรกับสังคม และผมก็พูดแทนเพื่อนๆอีก 4 คนด้วยว่าเราบริสุทธิ์ใจ ทุกครั้งที่ทำแถลงการณ์ ก็มีคนหนึ่งเสนอขึ้นมาว่าอย่างนี้เราจะต้องทำอะไรบางอย่าง มีคนฟังเราอยู่บ้างเหมือนกัน มีคนอยากรู้ว่าพวกเราคิดในเรื่องนี้อย่างไร แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะทำ

ปกติถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าแถลงการณ์ที่กลุ่มเราทำไป จะเป็นประเด็นในทางกฎหมาย เพราะเราเป็นนักนิติศาสตร์ บังเอิญว่ามันเป็นประเด็นในทางกฎหมายมหาชน มันก็เลยมีผลกระทบในเชิงการเมืองอยู่บ้าง มีแถลงการณ์น้อยฉบับมาก ที่เป็นแถลงการณ์ที่ประกาศจุดยืนหรืออุดมการณ์ในทางการเมือง ที่ชัดๆก็เช่นการประณามรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปี 2549 หรือการ ประกาศจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วมประณามการยึดสนามบินและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการทางกฎหมาย จัดการเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของการชุมนุม เหล่านี้จะเป็นโทนที่เป็นจุดยืนทางการเมือง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ปกติเราจะไม่ทำ แต่ฉบับอื่นจะเป็นไปในเชิงกฎหมาย แถลงการณ์บางฉบับจะมีเนื้อความที่เป็นคำอธิบาย บางส่วนจะมีทฤษฎีอยู่ในนั้นด้วย

เราไม่เคยทำแถลงการณ์โดยไปเขียนในเรื่องอื่นที่เราไม่มีความรู้ หรือไปเขียนในเรื่องทางการเมือง หรือทางสังคมอื่นๆเลย เราก็พยายามทำให้เห็นว่า ใครที่เชี่ยวชาญในด้านไหน ให้ใช้ความรู้ของเขาบอกกับสังคม ว่าในมุมมองของเขา ในมุมของวิชาการของเขาคิดอย่างไร

มีอาจารย์คนอื่นให้กำลังใจ และถ้าต้องการให้ลงชื่อก็ยินดี ซึ่งเราก็ไม่ได้รังเกียจอะไร แต่ปกติแถลงการณ์จะมีการยกร่างและแก้ไขกัน แต่อย่างแถลงการณ์ฉบับล่าสุดก็ตี 1 ครึ่ง ก็ไม่มีเวลา และโดยสภาพของสถานการณ์จะทำไม่ได้ และเราไม่ได้ต้องการจะเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เราต้องการบอกประเด็นทางกฎหมายกับสังคมเท่านั้นเอง บังเอิญก็มีผู้สนใจติดตามทัศนะของพวกเรามากขึ้น ก็ถือเป็นเกียรติ และก็ยืนยันด้วยว่าจะอยู่ในหลักแบบนี้

หลักวิชาของเราเป็นอย่างไร เราก็พูดไปตามหลักวิชา ไม่มีบิดผันไปจากหลักวิชาที่เราได้ร่ำได้เรียนกันมา


(จาก : Practical Utopia : สัมภาษณ์ รศ. ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์)

ผลสำรวจข้างล่างนี้ บอกเพียงว่าใครเป็นปัญญาชนที่สาธารณชนให้ความสนใจฟังความคิดเห็น ไม่ได้เป็นตัวตัดสินชี้ขาดว่าใครจะเป็นปัญญาชนสาธารณะแห่งปีหรือไม่ แต่กระนั้นก็น่าแปลกใจที่ความเห็นของสาธารณชน (ส่วนหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต) ก็สามารถยืนยันได้ถึง จุดยืนและท่าทีที่อาจารย์ได้ประพฤติปฏิบัติมาอย่างยาวนาน และเราหวังว่าสังคมไทยจะตัดสินปัญหาทางสังคม ได้ดุจเดียวกับการตัดสินปัญญาชนสาธารณะด้วยจุดยืนเช่นนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านของปี และยุคสมัย

ทำไมเราถึงต้องฟังปัญญาชน
ถ้าเราสังเกตวิธีการให้เหตุผลของการถกเถียงประเด็นต่างๆ ทางการเมืองและทางสังคม จะเห็นว่าเรามักต้องฟังการแสดงทัศนะหรือการโต้แย้งของปัญญาชนผ่านข้อเขียน ผ่านบทสัมภาษณ์ และผ่านการแสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะ เคยถามตัวเราเองหรือไม่ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น อันโตนิโอ กรัมชี่ (Antonio Gramsci) นักคิดมาร์กซิสต์ชาวอิตาลี มีคำอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างความสัมพันธ์ระหว่าง อำนาจนำ (Hagemony), อุดมการณ์ (Ideology) และ บทบาทของ ปัญญาชน (Intellectuals)

หนังสือเรื่อง “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ : การสถาปนาพระราชอำนาจนำ” โดย ชนิดา ชิตบัณฑิตย์ ได้อธิบายกรอบทฤษฎีอำนาจนำเอาไว้ว่า กระบวนการสถาปนาอำนาจนำสามารถทำโดยผ่านการครอบงำผ่านการยินยอม (consent) มากกว่าการบังคับ (coercion) อำนาจนำนี้หมายถึงการที่ชนชั้นนำได้รับฉันทามติจากกลุ่มต่างๆ ให้ครอบงำผู้อยู่ใต้การปกครอง โดยการทำให้ปัญญาชนในระบบเชื่อฟัง ทำให้มุมมองแบบชนชั้นปกครองแพร่กระจายสู่ปัญญาชนจนกลายเป็น “สามัญสำนึก” (common sense) ของสังคม

สามัญชนจะรับเอามุมมอง/สำนึกของชนชั้นปกครองมาเป็นของตนผ่านปัญญาชนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ภายใต้อำนาจนำนี้ยังมีความขัดแย้งในตัวมันเอง และเป็นพื้นที่สำหรับการต่อสู้เพื่อสถาปนาอำนาจนำระหว่างชนชั้นครอบงำกับชน ชั้นใต้ปกครอง ปัญญาชนจะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการต่อสู้เชิงอุดมการณ์นี้ เพราะปัญญาชนจะเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในการจัดตั้ง หรือบทบาทในทางอุดมการณ์-วัฒนธรรม ในสังคม เช่น พระ ครู ช่างเทคนิค และผู้จัดการในโรงงานอุตสาหกรรม ข้าราชการ นักสังคมสงเคราะห์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักข่าว เป็นต้น ปัญญาชนจึงมีฐานะเป็นตัวจักรขับเคลื่อนการสถาปนาอำนาจนำ โดยเชื่อมโยงบทบาทหน้าที่ของปัญญาชนเข้ากับศักยภาพที่มีมาแต่กำเนิดของ มนุษย์ ในด้านความสามารถในการคิดและให้เหตุผล ผ่านการศึกษาและปฏิบัติการ

“คนทุกคนเป็นปัญญาชน แต่ไม่ใช่ทุกคนทีทำหน้าที่ของปัญญาชน”

ความนิยมของปัญญาชนสาธารณะ จากการสำรวจผ่านอินเทอร์เน็ต
SIU ได้มีโอกาสสำรวจ ทัศนะคติทางการเมืองของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่ง เราพบว่าต่อข้อถาม “นักวิชาการ หรือปัญญาชนสาธารณะ ที่แสดงความเห็นต่อสาธารณะได้ดีที่สุด” ซึ่งเป็นคำถามเปิด (ไม่ได้ระบุตัวเลือกใดๆ เอาไว้ โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามได้กรอกตามความเห็นของตนเอง) มีผลสำรวจออกมาว่า รศ. ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง (129 คะแนน) ตามมาด้วย รศ. ดร. สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี และอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (108 คะแนน) และอันดับสามคือ ศ. นพ. ประเวศ วะสี (69 คะแนน)

รายชื่อทั้งหมด (เรียงลำดับ) : วรเจตน์ ภาคีรัตน์, สุขุม นวลสกุล, ประเวศ วะสี, นิธิ เอียวศรีวงศ์, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, สุเมธ ตันติเวชกุล, อานันท์ ปันยารชุน, เหวง โตจิราการ, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, มล. ณัฏฐกรณ์ เทวกุล, พระพยอม กัลยาโณ, จาตุรนต์ ฉายแสง, จักรภพ เพ็ญแข, พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์, วีระ มุสิกพงศ์, ธีรยุทธ บุญมี, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, สนธิ ลิ้มทองกุล, ปณิธาน วัฒนายากร, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

(หมายเหตุ : ยังมีรายชื่อนักวิชาการ - ปัญญาชนสาธารณะคนอื่น อยู่ในผลการสำรวจอีก แต่คะแนนไม่มากพอที่จะอยู่ในอันดับโหวตได้)

ที่มา siamintelligence.com


Create Date : 08 มกราคม 2552
Last Update : 8 มกราคม 2552 4:12:15 น. 9 comments
Counter : 364 Pageviews.

 
อีกหนึ่งเสียงครับ สำหรับอาจารย์วรเจตน์ ชอบเหมือนกันครับ


โดย: adeagus วันที่: 8 มกราคม 2552 เวลา:4:47:17 น.  

 
ถูกต้อง

คุณค่าเท่ากัน ต่างกันที่จุดยืน

เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น จ๊ะ


โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 8 มกราคม 2552 เวลา:8:29:29 น.  

 
อันดับสามที่สื่อมวลชนชอบเชียร์
พักหลังๆ นี่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่
ทิ้งห่างอันดับหนึ่งสองกว่าครึ่งเลยนะเนี่ย


โดย: หอมกร วันที่: 8 มกราคม 2552 เวลา:9:21:09 น.  

 
ชอบเสียงอาจารย์ค่ะเพราะดีเวลาเรียนแล้วไม่ง่วง


โดย: มามา IP: 117.47.187.96 วันที่: 8 มกราคม 2552 เวลา:12:29:57 น.  

 
อาจารย์ วิเคาะห์ไว้ มีมุมมองที่น่าคิดน่าฟัง แหลมคมมาก ถือเป็นแบบอย่างของอาจารย์จริงๆ ผมติดตามมาตลอดจุดยืนของของอาจารย์ชัดเจน ขอให้อาจารย์มีบารมีมาก สมควร ขึ้น สร.1 ในอนาคต


โดย: s0201-@homail.com IP: 118.172.130.127 วันที่: 16 มกราคม 2552 เวลา:11:35:13 น.  

 
หู้....เข้ามาถ้าไม่ comment อะไรซะเลบกลัวเจ้าของ blog จะเสียใจ
แต่ว่า...นิยมอาจารย์เหมือนกันค่ะ


โดย: kukuy1463 IP: 125.26.33.248 วันที่: 27 มกราคม 2552 เวลา:13:43:44 น.  

 
ผมสวมหัวโขนสองอัน อันหนึ่งในฐานะทหารซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และวินัยทหารอย่างเคร่งครัด(ถูกต้องตามกฏหมาย) กับอีกอันหนึ่งในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ขณะนี้รู้สึกอึดอัดอย่างมาก การแสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง เป็นเรื่องต้องห้ามในกรมกอง ซึ่งก่อให้เกิดแตกความสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งไม่สมควรจะเกิดในการแสดงออก การได้เฝ้าติดตามอ่านบทความของอาจารย์ บทสัมภาษณ์ หรือแถลงการณ์ต่างๆ ของอาจารย์ เปรียบเหมือนน้ำชะโลมจิตใจ หล่อเลี้ยงให้ผมมีความหวังกับสังคมไทยมากขึ้น ถือเป็นหลักคิดให้กับผมก็ว่าได้ เป็นทางสว่างปลายอุโมงค์ที่ผมหวังว่า หลักคิดของอาจารย์เป็นของธรรมดา ที่ทุกคนจับต้องและสมผัสได้ด้วยความคิดของตัวเอง เสียดายแทนคนไทยหลายๆคน ที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักคนชื่อ วรเจตน์


โดย: ทหารเรือประทวนหนุ่ม IP: 124.120.98.127 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:4:37:12 น.  

 
อ้าวไปไงมาไงถึงหลงเข้าเวป รพ.ศรีธญญา ได้หว่า


โดย: งงจริง IP: 117.47.155.27 วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:18:40:59 น.  

 
เห็นด้วยกับ อาจารย์วรเจตน์ค่ะ


โดย: ok IP: 180.180.160.111 วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:11:49:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.