ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
รัฐสวัสดิการกับคนรวยต้องเสียสละของคอลัมนิสต์มติชน

วันที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4051

คนรวยต้องเสียสละ (ครับ)
คอลัมน์ ประชาชาติปริทัศน์
โดย ขุนสำราญภักดี

" ยังมองไม่เห็นทางออก"...ผมได้ยินคำตอบลักษณะนี้มานานหลายเดือนแล้ว เมื่อผมถามชนชั้นนำไทยมากมายหลายคนว่า เราจะออกจากวิกฤตความขัดแย้งได้อย่างไร ? ไม่ใครตอบผมได้...สักคนเดียว

นัก วิชาการที่เคยผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลาคม 2516 หรือ 6 ตุลาคม 2519 หรือพฤษภาคม 2535 บอกผมว่า วิกฤตรอบนี้ยืดเยื้อและยาวนาน

ผมฟังแล้วก็ได้แต่ทำใจ ว่าเราคงจะอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเครียดไปอีกหลายปี

แต่ท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างคนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อแดง ผมมั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า ที่สุดไม่ว่าใครชนะ ผลลัพธ์ก็ไม่แตกต่าง

ถ้า เสื้อเหลืองชนะ พวกทุนเก่าบวกพวกอำมาตยาธิปไตยก็กลับมาครองเมืองเช่นเดิม กอบโกยส่วนเกินทางเศรษฐกิจกันต่อไปในกลุ่มของชนชั้นกลางจนถึงชนชั้นสูง ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนก็จะห่างกันออกไปเป็น 10 เท่า ยิ่งพัฒนาก็ยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างฟ้ากับเหว

แน่นอนเศรษฐีที่บริจาคเงินให้ม็อบพันธมิตรฯ พวกคุณก็ทำมาหากินกันต่อไป แล้วที่แน่ๆ พวกคุณก็ทำซีเอสอาร์แบบผักชีโรยหน้ากันต่อไป

อาจจะแปลกไปบ้างก็ตรงที่เราอาจมีนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่เป็นสายตรงจากพวกพันธมิตรฯ

ถ้า พวกเสื้อแดงชนะ พรรคเพื่อไทยก็จะใช้นโยบายประชานิยมสูตรเดียวกับที่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน โปรยเงินสู่รากหญ้าเพื่อซื้อเสียงคนจน

งบประมาณ แผ่นดินเป็นแสนๆ ล้านจะถูกตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแบบไม่มีหูรูด ชนชั้นกลางที่จ่ายภาษีก็จะหงุดหงิด ไม่พอใจที่เงินกู ภาษีกู ถูกรัฐบาลเอาไปใช้หาเสียง

วงจรแบบเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลทักษิณก็จะกลับมาอีก ยิ่งเลือกตั้งก็ยิ่งชนะ เพราะนโยบายลดแลกแจกแถม รากหญ้าไม่ว่าหน้าไหนก็ชอบ "ป๊อปปูลิสต์ โพลีซี"

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงเห็นว่าใครชนะก็ไม่แตกต่าง เพราะมันชั่วร้ายพอกัน

ผมเสนอว่า ไหนจะต้องเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคนกันแล้ว อย่าไปใส่ใจการเมืองใหม่แบบไร้ราก (ให้เสียเวลา)

ผมเสนอให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ระบบรัฐสวัสดิการกันเลยดีไหม

คน จนแทนที่จะแบมือรับเงินจากรัฐบาลประชานิยมก็เปลี่ยนไปอยู่ในระบบรัฐ สวัสดิการ แต่คุณต้องทำงานหนักขึ้น และคุณต้องเห็นคุณค่าของงานมากกว่าเงิน

รัฐสวัสดิการจะดูแลคุณตั้งแต่ครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน

คนรวยคุณก็ต้องเสียสละมากขึ้น ถ้าไม่อยากเห็นประเทศไทยจมปลักอยู่ในความขัดแย้งระหว่างคนจนกับคนรวย

ฉะนั้นคุณคนรวย...คุณต้องจ่ายภาษีมากขึ้น

คุณ ต้องยอมจ่ายภาษีทรัพย์สิน ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก คุณต้องยอมจ่ายภาษีกำไรจากตลาดหุ้น คุณต้องยอมเสียสละมากกว่าในอดีต...ผมขอร้องให้คุณเสียสละ

ผมเชื่อว่าคุณจ่ายเงินเข้าระบบรัฐสวัสดิการย่อมดีกว่าคุณต้องทนดูรัฐบาลประชานิยมเอาเงินของคุณไปแจกคนจนเพื่อหาเสียง

ผมเชื่อว่าคุณจ่ายเงินเข้าระบบรัฐสวัสดิการย่อมดีกว่าคุณจ่ายเงินให้ม็อบที่เห็นตัวเองเป็นเทวดา คนอื่นชั่วหมด

และที่แย่ที่สุดคือคุณจะยอมให้ม็อบพวกนี้...ทำลายระบอบประชาธิปไตย (งั้นหรือ)

และ ผมเสนอให้พรรคการเมืองต่างๆ ศึกษาระบบรัฐสวัสดิการและการปฎิรูประบบภาษี อย่างจริงจัง อาจถึงขั้นทำวิจัยหาความรู้กันจริงๆ เพื่ออนาคตของประเทศไทย

ผมไม่อยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์ถูกวิจารณ์ว่า ดีแต่ด่าศัตรู แต่เวลาหาเสียงก็ก๊อบปี้นโยบายทักษิณ

ผมเสนอให้นักวิชาการศึกษาระบบรัฐสวัสดิการเตรียมไว้เลย อีกไม่นานได้ใช้แน่ !!!



รัฐสวัสดิการ (อังกฤษ Welfare state)

เป็น ระบบทางสังคมที่รัฐให้ หลักประกันแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น สำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น หลักประกันด้านสุขภาพ ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับบริการป้องกันและรักษาโรคฟรี หลักประกันด้านการศึกษา ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาตามความสามารถโดยได้รับทุนการศึกษาฟรีจนทำงานได้ ตามความสามารถในการเรียน หลักประกันด้านการว่างงาน รัฐต้องช่วยให้ทุกคนได้งานทำ ใครยังหางานไม่ได้รัฐต้องให้เงินเดือนขั้นต่ำไปพลางก่อน หลักประกันด้านชราภาพ รัฐให้หลักประกันด้านบำนาญสำหรับผู้สูงอายุทุกคน หลักประกันด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน เป็นต้น

ประเทศที่มีระบบรัฐ สวัสดิการจะใช้ระบบการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า คือเก็บภาษีจากคนรวยใน % ต่อรายได้สูงกว่าคนจนมาก เก็บจากชนชั้นกลางในระดับพอประมาณ และเก็บจากคนจนน้อยหรือไม่เก็บเลยถ้าจนมาก นอกจากนั้นอาจมีการเก็บเบี้ยประกันสังคมจาก คนที่มีงานทำตามอัตราเงินเดือน เงินที่เก็บได้ทั้งหมดรัฐก็จะนำมาใช้จ่ายสำหรับบริการทางสังคมทั้งหมดในระบบ รัฐสวัสดิการ ระบบนี้จึงเป็นการ เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข คนที่มีรายได้ดีต้องช่วยจ่ายค่าบริการทางสังคมส่วนหนึ่งแก่คนที่ยากจนกว่า

นอก จากนี้จะเน้นไปที่ภาษีทางตรง คือเก็บจากรายได้ มากกว่าภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะอย่างหลังจะถูกบวกในราคาสินค้า รวมถึงสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภค ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เพราะคนรวยคนจนก็บริโภคสิ่งจำเป็นพอๆกัน ทำให้คนจนเสียภาษีทางอ้อมใน % ที่มากกว่าคนรวย

*****************************************************

Credit: //th.wikipedia.org


"ระบบนี้จึงเป็นการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขคนที่มีรายได้ดีต้องช่วยจ่ายค่าบริการทางสังคมส่วนหนึ่งแก่คนที่ยากจนกว่า"

ประโยคนี้ก็คือการเอาเงินคนชั้นกลางไปช่วยคนชั้นล่างนั่นแหละ แต่เป็นประโยคที่ผู้เขียนคอลัมน์บอกว่าเป็นการซื้อเสียง

"หลักประกันด้านสุขภาพ ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับบริการป้องกันและรักษาโรคฟรี"
อันนี้ยิ่งเห็นชัด 30 บาทรักษาทุกโรคมันไม่ใช่รัฐสวัสดิการตรงไหน

ผมว่าผู้เขียนคอลัมน์อคติทักษิณ และผิดหวังกับพันธมิตรจนเขียนอะไรด้วยความไม่รู้ออกมาเช่นนี้เอง

จากคุณ : I_Feel_Control - [ 6 พ.ย. 51 12:56:26 A:116.58.231.242 X: ]

"...งบประมาณ แผ่นดินเป็นแสนๆ ล้านจะถูกตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแบบไม่มีหูรูด ชนชั้นกลางที่จ่ายภาษีก็จะหงุดหงิด ไม่พอใจที่เงินกู ภาษีกู ถูกรัฐบาลเอาไปใช้หาเสียง..."
////////////////////

คนจนไม่มีเงินได้พอที่จะจ่ายภาษีทางตรงน่ะ ใช่อยู่ แต่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คิดเป็นสัดส่วนเท่าใดต่อภาษีทางอ้อมอื่นๆ ที่คนจนเกือบร้อยละ 80 ของประชากรทั้งประเทศ จ่ายอยู่ทุกวัน ลองคิดดู ???
กรุณาอย่าคิดว่าชนชั้นกลางกับชนชั้นสูงจ่ายภาษีอยู่ฝ่ายเดียว

จากคุณ : ตะเข็บชายแดน - [ 6 พ.ย. 51 13:18:21 A:118.175.220.95 X: ]


สงสัยว่าผู้เขียนบทความมีความเข้าใจเรื่อง
1. รัฐสวัสดิการ
2. ข้อเขียน "ครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน" ของ อ.ป๋วยมากน้อยเพียงไร ผมข้อตัดข้อความบางส่วนจาก "ครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน" นะครับ
ไม่ได้จะเชียร์คุณทักษิณแต่อย่างใด ข้อความในวงเล็บคือสิ่งที่นโยบายที่เทียบกันได้กับของ ทรท.

...
ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้รู้คุณธรรมแห่งชีวิต (1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน?)
ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูงๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวยหรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น (ทุนหวยบนดิน?)
...
ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน (กองทุนหมู่บ้าน?)
มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ๆ มีตลาดดี (หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์?)
และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม (การประกันราคาพืชผล?)
...
ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรีกับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก (30 บาทรักษาทุกโรค?)
...

จริงๆ ในข้อเขียนยังมีอีกเยอะ ผมเชื่อว่าหาอ่านได้ไม่ยาก ทุกนโยบายที่กล่าวมาถูกกล่าวหาว่าว่าเป็น "ประชานิยม" ซื้อเสียงทางอ้อม
คำว่า รัฐสวัสดิการ กับ ประชานิยม มันต่างกันตรงไหน?
จริงๆ มันก็ต่างนะครับ แต่เส้นแบ่งมันบางมาก แล้วเส้นแบ่งนี้มันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามเวลาด้วย

นโยบาย ทรท ที่กล่าวถึงก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ แค่เอาบางส่วนของ อ.ป๋วย มาทำใส่ชื่อให้ติดหู
แต่ก็ต้องนับถือที่ทำให้เป็นรูปเป็นร่างได้ (แต่ก็โดนด่าว่า"ประชานิยม"?)

แล้ว"รัฐสวัสดิการ"จริงๆ ใช้เงินขนาดไหน ทราบไหมครับ?
ทุึกวันนี้มีัการรั่วไหลของงบประมาณรัฐเยอะมาก สมมติว่าเมื่อมี"รัฐสวัสดิการ"แล้ว ไม่มีการรั่วไหลเลย (ซึ่งเป็นไปไม่ได้)
ต่อให้ขึ้นภา๋ษีทุกประเภท 2 เท่ายังทำไม่ได้เลยครับ ยกเว้นว่าจะทำรัฐสวัสดิการแบบขอไปที(อนาถา) อย่างที่เป็นมา ซึ่งคนที่จ่ายภาษีก็จะไม่ยอมอีก
ผมสนับสนุนรัฐสวัสดิการนะครับ แต่มันต้องค่อยเป็นค่อยไป

จากคุณ : Pseudonoise - [ 6 พ.ย. 51 14:17:48 A:24.159.242.106 X: ]


ตามความเห็นของผม สิ่งที่เขาเขียนขึ้นมาน่าจะคล้ายกับ ระบอบคอมมิวนิสต์มากกว่า คือทุกคนเท่าเทียมกัน คนจนทำงานหนักขึ้นเพื่อแลกกับปัจจัยในการดำรงชีวิต พร้อมทั้งสวัสดิการของรัฐ ส่วนกำไรของคนรวยก็เอามาเป็นสวัสดิการ ผมว่าก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่....

จากคุณ : jengchai

^
^
ไม่ ถึงคอมมิวนิสต์ครับ ความจริงระบอบการปกครองทั้งการเมืองและเศรษฐกิจมันไม่มีขาวกับดำ มันมีสี เทาอ่อน เทาแก่ ด้วย ถ้าผมจะไล่จาก ซ้ายจัด (คอมฯ) ไปถึง ขวาจัด (ทุนนิยมสุดๆ) ก็ได้ดังนี้ครับ

คอมฯ > สังคมนิยม > รัฐสวัสดิการแก่ (สแกนดิเนเวีย) > รัฐสวัสดิการอ่อน (อังกฤษ) > ทุนนิยมซ้าย (แดโมแครต) > ทุนนิยมขวาจัด (ริพับริกัน) > อนาธิปไตย (ไม่มีรัฐบาล)

ไม่ใช่ทุนนิยมขวาจัดซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลควรมีขนาดเล็ก ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่ควรแทรกแซงเอกชน เก็บภาษีน้อยที่สุด แปรรูปรัฐวิสาหกิจให้หมด ปล่อยคนจนให้สู้กับคนรวยตามระบบตลาด จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะจะเห็นแล้วว่าจะขาดการควบคุมและเกิดปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมดัง ที่เกิดขึ้นตอนนี้ คนอเมริกันเลยแกว่งกลับไปเลือก แดโมแครต

อีกข้อหนึ่ง ส่วนมากเผด็จการทหาร มักจะอยู่คู่กับ ทุนนิยมขวาจัด ดังเช่น ประเทศแถบอเมริกาใต้

คุณ ใจ อึ้งภากรณ์ และ สหภาพไทรอัมพ์ ครับ สำหรับ รัฐสวัสดิการ ออกรายการ NBT ครั้งเดียว ตัวคนสัมภาษณ์โดนปลดเลย

ภาษีคงสักประมาณ 40 - 60% แบบประเทศแถบ สแกนดิเนเวีย

ภาษีดอกเบี้ย กับ ภาษีมรดก มหาศาล

พวกเด็กรวย หรือ ผู้ดีเก่า อย่าง ซูโม่ตู้, นายอภิสิทธิ์, หรือ ราชนิกูลทั้งหลาย มีปัญหาแน่ๆ

เหมือนที่คุณวีระเคยบอก กฏหมายประเภทนี้โผ่ลเข้ามาในสภาเมื่อไหร่ ทั้งตัวกฏหมาย ทั้งตัวคนเสนอ จะกลายเป็นอากาศธาตุไปในทันที

ผม ไม่รู้ว่า ขุนสำราญภักดี รู้เรื่องนี้ดีแค่ไหน หรือจำคำเขามาอีกที แต่แค่นายกมาจากพรรคที่เน้นนโยบายรากหญ้ายังมีการต่อต้านจากอภิสิทธิ์ชนถึง ขนาดนี้ ชั่วชีวิตผมคงไม่ได้เห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการหรอกครับ

จากคุณ : Rights of Man - [ 6 พ.ย. 51 14:30:28 A:58.8.221.30 X: ]


เท่าที่อ่านดูแล้ว ความคิดความอ่านของผู้เขียนก็ไม่ได้ดีเด่อะไร
ไปทางอคติต่อนโยบายของทักษินเสียด้วย แถมผู้เขียนน่าจะเป็นคนเห็นแก่ตัวและเอาแต่ได้อีกต่างหาก
....
จากบทความข้างต้นนั้นผมขอเดาว่าผู้เขียนน่าจะเป็นคนชั้นกลางผู้เสียภาษีทั่วไป
ที่ใจแคบไม่สามารถรับได้หากรัฐบาลใดเข้ามาแล้วเอาภาษีที่ตัวเองเสียไปพัฒนาคนอื่น
ทั้งที่บทความที่ตัวเองเขียนอยู่นั้นก็เรียกร้องให้คนอื่นเสียสละ(คนรวย) แต่กับตัวเองแล้วกลับยอมไม่ได้
หนำซ้ำยังมีการเสนอการเมืองใหม่แบบไร้รากซึ่งน่าจะใช้ชื่อว่าการเมืองใหม่ไร้ราคาเสียมากกว่า
เพราะนอกจากจะเป็นการดูถูกคนจน กล่าวหาว่าคนจนเหล่านั้นไม่ทำงานหนักแล้วยังเป็นการเมืองใหม่ที่ไม่ใหม่จริงอีกต่างหาก
คนอ่านคงจะสับสน ไม่ทราบว่าสวัสดิการที่ผู้เขียนหมายถึงนั้นคืออะไร
เพราะรัฐบาลทุกรัฐบาลก็พยายามจัดสวัสดิการให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว
หรือหากการเมืองใหม่อย่างที่ผู้เขียนเสนอมาดันเกิดขึ้นจริง
ผู้เขียนก็อาจจะมาเขียนบทความกล่าวหาว่ารัฐบาลนำเงินภาษีของผู้เขียนไปหาเสียงอีกเป็นได้
เพราะรัฐบาลจะนำเงินมาจากไหนมาจัดสวัสดิการให้ประชาชนหากไม่ใช่เงินภาษีจากทุกคน
......
เพราะฉะนั้นทางออกจึงไม่ใช่การมาเปลี่ยนการเมืองใหม่ทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง(หรือมีคนเสียประโยชน์เลยสร้างความขัดแย้ง)
ทางออกที่แท้จริงคือการยึดกฏหมายเป็นหลัก
ไม่นอกลู่นอกทาง วิกฤตความขัดแย้งก็ไม่เกิด

จากคุณ : นายทุน นิยม - [ 6 พ.ย. 51 14:43:26 A:60.240.81.10 X:203.213.7.137 ]


ถ้าพูดเฉพาะเจาะจงถึงแนวทางที่ผู้เขียนคอลัมน์นี้นำ เสนอ ผมยังไม่ได้เห็นด้วยกับทฤษฎี"รัฐสวัสดิการ"สักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยบทความแบบนี้ก็ยังแสดงให้เห็นว่ายังมีคนมองเห็นทางออกที่ไม่ ต้องอิงความคิดของเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงเป็นหลัก ถ้ามีการระดมความคิดทางสังคมให้มากกว่านี้ทางออกที่ตรงเป้าจริงๆอาจจะเกิด ขึ้นมาก็ได้

ตลอดมาผมเห็นแต่การอ้างอิงทฤษฎีชี้ผิดชี้ถูกของพวก พันธมิตร แล้วด่าแต่ประชานิยมด้านเดียวในประชาชาติธุรกิจ นอกจากความเห็นของดร.วีระพงษ์แล้วก็ไม่มีบทความอะไรที่ชี้ทางใหม่ๆให้สังคม ขบคิดเลย

ถ้าเครือมติชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชาติธุรกิจ พยายามเปิดช่องให้เกิดการระดมความคิดแนวทางอื่นๆบ้าง อย่างที่ผู้เขียนบทความนี้แสดงออก สังคมไทยก็อาจจะมีตัวเลือกที่ไม่ต้องลำบากใจที่จะแสดงความเห็นชอบสนับสนุน เพราะกลัวจะถูกต้อนไปเข้ากลุ่มเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงโดยที่ตนเองไม่เต็มใจ

หมู่นี้ผมได้อ่านอะไรๆที่ดีๆจากนสพ.ฉบับนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะยังมีบทความประเภทหลับหูหลับตาด่าคนต่อต้านพันธมิตรอยู่บ้าง อย่างเช่นบทความของ ทวี มีเงินเป็นต้น แต่ความเสียดายเงินที่ซื้ออ่านเริ่มลดลงแล้วครับ

ด้านที่ผมเห็นด้วยกับแนวรัฐสวัสดิการ ก็คือการสร้างหลักประกันชีวิตให้กับคนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างค่อนข้างทั่วถึงและได้ผล

ด้าน ที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วย คือหากผู้บริหารประเทศใช้นโยบายนี้โดยไม่ควบคู่ไปกับการกระตุ้นให้เกิดการ แข่งขันไปด้วย ประเทศไทยจะเป็นสังคมของการ"แบมือรอรับ"ครับ หลักประกันชีวิต-ความเป็นธรรมต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาด้วย

สิ่ง ที่น่าคิดมากกว่าในสายตาของผมคือ แล้วเรามีโอกาสจะเลือกคนที่มีฝีมือพอจะมาเดินนโยบายแบบนี้อย่างสมดุลได้หรือ ไม่ เพราะกำลังมีกลุ่มคนที่กำลังพยายามสถาปนาระบบการปกครองที่ใช้วิธีเชิดหุ่น กระบอกขึ้นมาเป็นผู้นำภายใต้"เปลือก"ที่ฉาบเอาไว้ว่า"การเลือกสรร"

ผมมีความเห็นคล้ายๆกับหลายท่านว่าผู้ที่เขียนบทความ นี้อาจจะไม่ค่อยชัดเจนเรื่องรัฐสวัสดิการสักเท่าไหร่ เพราะถ้าอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ผู้เขียนก็ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง นโยบายประชานิยมซื้อเสียงรากหญ้าของไทยรักไทยกับรัฐสวัสดิการที่เขายกขึ้นมา พูดไม่ได้เหมือนกัน เนื้อหาของบทความนี้จึงดูจะคลุมๆเครือๆ

แต่ผมก็ ยังดีใจที่เขาพยายามจะแหวกกระแสเสื้อเหลือง-เสื้อแดงที่ครอบงำความรู้สึก สังคมจนดูเหมือนจะไร้ทางออก ผมพยายามอ่านบทความนี้หลายรอบแล้ว คิดว่าอย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ได้มองว่าพันธมิตรดีกว่าอีกฝ่ายหนึ่งหรอกครับ

เริ่ม จากบทความนี้ แล้วไปบวกกับบทความที่เปิดโปงปัญหาภาษีเงินบริจาคของกลุ่มพันธมิตรในฉบับ เดียวกัน ก็น่าจะเป็นสัญญาณได้ว่าต่อไปนี้พวกพันธมิตรในสายตาสื่อ"บางสำนัก" ไม่สามารถจะ"ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้"ได้อีกต่อไป

ยิ่งการเกิดแนว ความคิดที่แตกต่างเป็นขั้วใหม่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกิดทางเลือกทางความคิดครับ ถ้ากระแสการช่วยกันระดมความคิดโดยไม่เน้นไปที่ความขัดแย้งถูกจุดติดขึ้นมา ได้ ผมว่ายิ่งเป็นการละลายความแตกแยกให้เจือจางลงได้ครับ

จากคุณ : สัมมาชน - [ 6 พ.ย. 51 15:04:23 A:124.120.7.230 X: ]


Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2551 15:42:23 น. 1 comments
Counter : 255 Pageviews.

 
ต้องการเงินทำรัฐสวัสดิการ ? ทำไมต้องเก็บภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้า ?

ภาษีที่ไม่ควรเก็บคือภาษีจากการลงแรงลงทุนผลิตและค้า เพราะนี่คือวิถีทางร่วมมือกันโดยแบ่งงานกันทำซึ่งเกิดประสิทธิภาพการผลิต ช่วยให้ทุกคนสะดวกสบายขึ้น น่าจะได้รับรางวัลจากรัฐด้วยซ้ำ

ภาษีที่ควรเก็บคือภาษีการถือครองที่ดินเสมือนเป็นผู้เช่าจากรัฐ ภาษีสิ่งแวดล้อม ค่าทรัพยากรธรรมชาติที่นำมาใช้หมดเปลืองไป ค่าเอกสิทธิ์สัมปทานสำหรับกิจการที่ต้องผูกขาดเพื่อความมีระเบียบ

ผลดีโดยรวม
1. ให้เสรีมากขึ้น ลดการถูกเรียกตรวจสอบจากเจ้าพนักงานภาษีของรัฐ เพราะเหลือแต่ภาษีที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
2. เกิดความยุติธรรม คือใครทำงาน ใครลงทุน ได้เท่าไรก็เป็นของเขาทั้งหมด โดยตัดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการได้ครอบครองที่ดินดีเลว มากน้อยผิดกัน หรือไม่มีที่ดินเลย ออกไปด้วยภาษีที่ดิน
3. เกิดผลดี คือที่ดินไม่เสียเปล่ามากมายมหาศาลจากการเก็บกักเก็งกำไร การว่างงานจะลด ค่าแรงเพิ่ม และเมื่อคนไม่เสียภาษีเงินได้ก็ได้ค่าจ้างเงินเดือนกลับบ้านเต็มที่ ของกินของใช้ไม่ถูกภาษี ก็จะราคาต่ำลง คนจนก็สบายขึ้น และพลอยขายแข่งกับต่างประเทศได้สบายขึ้นด้วย คนต่างชาติก็จะอยากมาเที่ยวมาใช้เงินมาลงทุนที่เมืองไทยมากขึ้น ที่เป็นปัญหาก็คือแรงงานต่างด้าวจะทะลักเข้าไทย ต้องป้องกันให้ได้ผลมากกว่าปัจจุบัน

ผลดีของการเพิ่มภาษีที่ดินและลดภาษีอื่น –
(ภาษีทั้งหลายเก็บจากสิ่งใด ก็มีผลทำให้สิ่งนั้นแพงขึ้น แต่ภาษีที่ดินมีผลตรงข้าม)

1. คำว่า “มนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน” เป็นจริงมากขึ้น เพราะภาษีที่ดินแบบนี้ทำให้ทุกคนดุจเป็นเจ้าของที่ดินเสมอภาคกัน

2. การเลิก/ลดภาษีเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมาก ซึ่งดีกว่าแบบของสหรัฐฯ ที่ทำมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงชั่วคราว มิฉะนั้นรัฐบาลจะเป็นหนี้มหาศาล เพราะไม่ได้เก็บภาษีที่ดินแบบที่ผมเสนอมาชดเชย ซึ่งภาษีที่ดินก็เป็นอีกแรงหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ลองคิดด้วยว่า ถ้าไม่เลิก/ลดภาษีอื่นๆ ผลก็คือตรงข้ามกับการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเปล่า?)

3. ราคา/ค่าเช่าที่ดินจะลด เพราะที่ดินจะไม่ถูกเก็งกำไรเก็บกักปิดกั้นไว้ แต่จะเปิดออกเพื่อหาประโยชน์ให้คุ้มภาษีที่ดิน รวมทั้งให้เช่า หรือทำประโยชน์เอง หรือมิฉะนั้นก็ขายให้แก่ผู้ที่เห็นทางหาประโยชน์ การทำประโยชน์ก็มักต้องหาคนมาทำงานให้ เจ้าของที่ดินต่างคนต่างต้องทำอย่างนี้ ก็เกิดแข่งขันกันเอง การว่างงานจะลด ค่าแรงจะเพิ่ม ผลตอบแทนต่อการใช้ทุนก็เพิ่ม

4. ซ้ำแรงงานและทุนไม่ต้องเสียภาษีทางตรงจำพวกภาษีเงินได้ หรือเสียน้อย จึงมีรายได้สุทธิเพิ่ม

5. สินค้าจะมีราคาถูก เพราะการลดภาษีทางอ้อมจำพวกภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรสรรพสามิต และอากรขาเข้า ความสามารถแข่งขันกับต่างประเทศจะสูงขึ้นด้วย และต่างชาติจะนิยมมาลงทุนและเที่ยวไทย แบบฮ่องกง สิงคโปร์

6. เกิดความคล่องตัวในการย้ายถิ่นฐาน เพราะทั้งที่ดินและบ้านจะมีราคา/ค่าเช่าถูกลง และหาได้ง่ายขึ้น ที่ดินในเมืองจะได้รับการใช้ประโยชน์มากขึ้น มีบ้าน แฟลต คอนโดให้เช่ามากขึ้น ค่าเช่าต่ำลง ปัญหาการเดินทางเช้าเข้าเมืองเย็นกลับออกนอกเมืองที่ติดขัดอัดแอเสียเวลามากจะบรรเทาลง ปัญหาแหล่งเสื่อมโทรมหรือชุมชนแออัดในเมืองจะบรรเทาลงเช่นเดียวกัน

7. กรณีพิพาทขัดแย้งแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินจะลดลงมากโดยอัตโนมัติ (ถ้าเก็บภาษีที่ดินเท่าค่าเช่าศักย์ ราคาที่ดินจะเป็นศูนย์หรือเกือบศูนย์ คนเราจะเลือกซื้อขายที่ดินได้ง่าย แม้ราคาที่ดินจะเป็นศูนย์ เอาเป็นหลักทรัพย์ค้ำกู้ไม่ได้ แต่การซื้อขายที่ดินเองก็คงไม่ต้องกู้แล้ว และก็จะทำให้คนเรากู้หนี้เพื่อลงทุนอย่างอื่นเกินตัวไม่ได้ ถูกหลักเศรษฐกิจพอเพียง)

แต่ควรค่อย ๆ เพิ่มภาษีที่ดิน เพื่อมิให้เจ้าของที่ดินเดือดร้อนมากนัก ค่อย ๆ ลดภาษีจากแรงงานและทุน อาจใช้เวลา 25-30 ปี

การเก็บภาษีที่ดินเพิ่ม และเลิกภาษีอื่น ๆ มีความเป็นธรรม เพราะ:-

1. ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ต้องมีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและทำกิน เพราะถ้าไม่มี เขาตาย แต่เขาเกิดมาแล้ว เขาก็มีสิทธิ์มีชีวิตต่อไป

2. ไม่มีมนุษย์คนไหนลงแรงหรือลงทุนผลิตหรือสร้างที่ดินขึ้นมา จึงไม่ควรมีใครอ้างว่ามีสิทธิ์ในที่ดิน

3. มูลค่าของที่ดินส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะที่ดินย่านชุมชนซึ่งมีราคาสูง) เกิดจากกิจกรรมของส่วนรวมที่แยกไม่ออกว่าเป็นของคนไหนเท่าไรและจากภาษีที่เก็บเอาไปสร้างสิ่งสาธารณูปโภค แต่ที่แน่ ๆ คือมูลค่าที่ดินไม่ได้เกิดจากบุคคลในฐานะเจ้าของที่ดิน (ยกเว้นการเก็งกำไรที่ดิน) เจ้าของที่ดินอาจลงแรงลงทุนก่อสร้างและทำการผลิตหรือค้าในที่ดินของตนเอง แต่ที่ทำเช่นนั้นเขาทำในฐานะผู้ลงแรงและหรือผู้ลงทุน ซึ่งเขาควรได้รับผลตอบแทนจากการลงแรงหรือลงทุนของเขาเต็มที่ ส่วนประโยชน์จากมูลค่าที่ดินควรเป็นของส่วนรวม (แต่ไม่ใช่เอาที่ดินมาแบ่งกันเพราะที่ดินมีมูลค่าแตกต่างกันตามทำเลและสภาพอื่น ๆ ที่แตกต่างกัน ซึ่งให้ผลตอบแทนแก่การลงแรงลงทุนต่างกัน และจะต้องแบ่งกันไม่รู้จบเพราะคนในครอบครัวมีตายมีเกิดทำให้จำนวนเปลี่ยนแปลงเรื่อย ๆ)

4. การซื้อที่ดินมิใช่การลงทุนที่แท้ คือลงทุนผลิตของกินของใช้ (โภคทรัพย์) หรือเครื่องมือช่วยการผลิต (ทุน) แต่เป็นการซื้อสิทธิ์สืบต่อตามกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเพื่ออำนาจเรียกแบ่งผลตอบแทนจากผู้ทำงานและนายทุน และการเก็งกำไรกักตุนที่ดินกันไว้มาก ๆ ทำให้ที่ดินแพง ค่าแรงต่ำ หางานทำยาก คนจนก็เดือดร้อนยิ่งขึ้น

5. การเก็บภาษีจากรายได้จากการลงแรงลงทุนผลิต (รวมทั้งจำหน่าย) ไม่ยุติธรรม เพราะเป็นการเอาจากแต่ละคนไปบำรุงส่วนรวม ในกรณีนี้ควรเก็บจากมูลค่าที่ดินเพราะมูลค่าที่ดินเกิดจากกิจกรรมของส่วนรวม และภาษีมูลค่าที่ดินจะขจัดความได้เปรียบเสียเปรียบกันเนื่องจากการได้ครอบครองที่ดินดีเลว มากน้อยผิดกันออกไปด้วย

ขอบคุณครับ


โดย: สุธน หิญ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:24:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.