ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ยุบองค์การนำแต่ไม่ยุบพรรค: บทวิเคราะห์ถ้อยแถลงธง แจ่มศรีในวันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศไทยครบ66ปี

ถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยครบรอบ 66 ปี

ธง แจ่มศรี

1 ธันวาคม 2551

สวัสดีครับ

เนื่องในโอกาสก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี ผมขอถือโอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีและคำอวยพรมายังมิตรสหายผู้ร่วมอุดมการณ์ ทั้งหลาย ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่และการงานของตน มีพลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมจะต่อสู้เพื่อภารกิจก้าวหน้าเป็นธรรม ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทุกคนแบกรับอยู่ให้ก้าวหน้าไปตาม ความเรียกร้องต้องการของสถานการณ์ในปัจจุบัน

ผมในนามเลขาธิการใหญ่ของพรรค ซึ่งบัดนี้เหลือแต่ชื่อ แต่ในทางเป็นจริงไม่ได้ดำรงสถานภาพนี้อยู่อีกต่อไปแล้ว ดังที่ทราบกันดี นับแต่การประชุมคณะกรรมการบริหารกลางเต็มคณะสมัยที่ 2 ชุดที่ 4 ในปี 2526 เป็นต้นมา เนื่องด้วยเหตุปัจจัยทั้งทางภววิสัยและอัตวิสัย โดยเฉพาะเหตุปัจจัยทางอัตวิสัย คณะกรรมการบริหารกลางชุดนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์การนำสูงสุดของพรรคมาจนบัดนี้ เท่ากับได้สูญเสียบทบาทขององค์การนำไปแล้วโดยสิ้นเชิง

ปัจจุบัน สถานการณ์ของประเทศเราเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่ากำลังอยู่ในสภาวการณ์ที่ สับสน แตกแยกกันอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สภาพเช่นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อขบวนของเราอย่างมาก กล่าว สำหรับมวลชนที่ก้าวหน้าและสหายเราที่ยังยึดมั่นในภารกิจที่ก้าวหน้าเป็นธรรม ต่างเรียกร้องให้ฝ่ายนำของเรามีบทบาทที่เป็นจริงในการชี้นำทางความคิด ผลักดันสถานการณ์ให้เป็นผลดีต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้ก้าวรุดหน้า ตามทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย แต่ก็เป็นที่น่า เสียใจอย่างมากที่องค์การนำของเราไม่สามารถมีบทบาทตามความเรียกร้องต้องการ ของสหายและมวลชนได้ด้วยสาเหตุที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมจึงจำต้องใช้ฐานะส่วนตัวแจ้งให้มิตรสหายทราบถึงแนวความคิดและทิศทางที่ควร จะเป็นของเราต่อไป จะผิดถูกอย่างไรให้ถือเป็นภาระหน้าที่ร่วมกัน วิพากษ์วิจารณ์กันได้เต็มที่

ปมประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกกันครั้งใหญ่ในสังคมไทยปัจจุบันนี้ กล่าวโดยสรุปก็สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นชนชั้นปกครองสองกลุ่ม ขอ เรียกสั้นๆ ว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนเก่า (อนุรักษ์นิยม) กับกลุ่มทุนใหม่ (เสรีนิยม) ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ จึงปะทุออกมาในรูปแบบการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549

แม้กลุ่มทุนเก่าจะได้เปรียบ เนื่องจากเป็นฝ่ายที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือรัฐสืบเนื่องมายาวนาน โดยเฉพาะคือสามารถมีอำนาจเหนือข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และตุลาการได้อย่างเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่เนื่องจากรูปแบบการปกครองของประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา เมื่อกลุ่มทุนเก่าสามารถตั้งรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารได้ซึ่งก็คือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธฺ จุลลานนท์ โดย ที่พวกเขาพยายามใช้เวลาหนึ่งปีกว่ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่บิดเบี้ยว คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับอำมาตยาธิปไตย และกฎหมายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อลิดรอนทำลาย อำนาจอธิปไตยของประชาชนในรูปแบบที่แอบแฝงแนบเนียน โดยคาดหวังว่าเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ปี พ.ศ.2550 พวกเขาจะได้รับชัยชนะ สามารถกุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม กล่าวคือพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ และสามารถตั้งรัฐบาลใหม่กลับเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ของพวกเขา เมื่อไม่สามารถยับยั้งคู่ปรปักษ์ได้ จึงต้องใช้อิทธิพลที่มีอยู่มาระดมลูกน้องลูกสมุนมาก่อกวนขัดขวางรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะคือการใช้อิทธิพลครอบงำสื่อต่างๆ มาปลุกปั่นสร้างกระแสบิดเบือน ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนจนไม่สามารถจำแนกแยกแยะความเท็จความจริงและความถูกผิดได้

ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ แม้จะมีนักวิชาการออกมามาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันต่างๆ นานา มีความคิดเห็นกันหลากหลาย แต่ในความหลากหลายเหล่านั้น เรา ก็สามารถใช้ทัศนะวัตถุนิยมวิภาษและวัตถุนิยมประวัติศาสตร์มาจำแนกแยกแยะได้ ว่าโดยเนื้อแท้แล้วก็คือการต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างระบอบประชาธิปไตยของชน ชั้นนายทุนกับระบอบอำมาตยาธิปไตยของศักดินานั่นเอง

มาจนถึงจุดนี้ก็มีมิตรสหายบางคนเสนอแง่คิดว่า ในเมื่อมันเป็นความขัดแย้งระหว่างเผด็จการอำมาตยาธิปไตยกับนักประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนแล้ว ก็ ไม่น่าจะเกี่ยวกับเราที่เป็นประชาชนคนธรรมดา และยังมีมิตรสหายอีกบางคนให้แง่คิดว่า เราไม่ควรเพ้อฝันมากนักกับประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน ซึ่งมีแต่การซื้อเสียงขายเสียง คอรัปชั่นโกงกินอย่างชั่วช้าสามานย์

แน่นอน นักต่อสู้ของประชาชนเรา จะต้องไม่นั่งงอมืองอเท้ารอคอยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างเด็ดขาด หากจะต้องใช้สถานการณ์ให้การศึกษามวลชนในรูปแบบเงื่อนไขต่างๆ อย่างทรหดอดทนไปยกระดับความสำนึกตื่นตัวของมวลชนให้สูงขึ้น จนสามารถผลักดันให้พวกเขาสามัคคีรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งไปช่วงชิงผลประโยชน์ที่เป็นจริงของพวกเขาเอง

ส่วนเรื่องที่ว่าประชาชนเราสมควรจะสนับสนุนรัฐสภาของชนชั้นนายทุนหรือไม่นั้น ก็มิใช่ว่าเรารักชอบระบอบทุนนิยมหรือไม่ชอบ แต่อยู่ที่ว่าการวิวัฒนาการของสังคมมนุษยชาติปัจจุบันได้ก้าวถึงขั้นตอนที่ เป็นยุคสมัยของทุนนิยมแล้ว ประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมทั้งประเทศไทยก็ได้พัฒนาก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยม แม้ว่าโครงสร้างสังคมบางส่วนยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยมแล้ว สำหรับ ปัญหาความรับรู้ของเราที่มีต่อระบบทุนนิยมดีหรือเลวอย่างไรนั้น ปรมาจารย์ลัทธิมาร์กซ์คือ ท่านคาลมาร์กซ์ก็ได้ให้ข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าเรานักลัทธิมาร์กซ์ได้เรียนรู้ ประยุกต์ใช้กับความเป็นจริงของเราอย่างไรต่างหาก ด้วย เหตุนี้ท่าทีของเราต่อทุนนิยมจึงมิใช่รับหรือปฏิเสธอย่างเดียว เพราะแม้เราจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม แต่การดำรงอยู่ของทุนนิยมก็เป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ดัง นั้นเมื่อรับรู้ต่อกฎภววิสัยแห่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของสังคม ก็ยิ่งเรียกร้องให้เราต้องพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ซึ่งก็คือต้องคำนึงถึงจุดอ่อนจุดแข็งของชนชั้นปกครอง และฝ่ายประชาชนเรา จากนี้ไปกำหนดขั้นตอนยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไปข้าง หน้าอย่างมีจังหวะก้าวและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางภววิสัย นี่คือทิศทางใหญ่ที่จะต้องเป็นไป

อย่างไรก็ดี เพื่อทำความกระจ่างต่อข้อสงสัยของเพื่อนบางท่าน ที่มีต่อระบอบรัฐสภาของชนชั้นนายทุน จึงใคร่ยกเอาคำสอนของปรมาจารย์ท่านหนึ่งคือท่านเลนิน ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือชื่อ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์ โดยท่านชี้ว่า “เรายังไม่มีกำลังพอจะโค่นล้มรัฐสภาชนชั้นนายทุนได้ เรายังต้องเข้าร่วมการต่อสู้บนเวทีรัฐสภาชนชั้นนายทุน จุดมุ่งหมายก็อยู่ที่ให้การศึกษาแก่ชนชั้นที่ล้าหลังในชนชั้นของตนนั่นแหละ อยู่ที่ปลุกและให้การศึกษาแก่มวลชนในชนบทที่การศึกษายังไม่เจริญ ถูกปิดหูปิดตาและขาดความรู้นั่นแหละ ขณะที่พวกท่านยังไม่มีกำลังพอที่จะยุบรัฐสภาชนชั้นนายทุนและองค์กรปฏิกิริยาประเภทอื่นๆ นั้น พวกท่านจะต้องทำงานภายในองค์กรเหล่านี้” (จากบทที่ 7 “จะเข้าร่วมรัฐสภาชนชั้นนายทุนหรือไม่” ในหนังสือ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์)

จากที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ภาระหน้าที่ของพวกเราคือจะต้องยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ คัดค้านการใช้อำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยให้เข้ม แข็งสมบูรณ์เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง มีแต่เช่นนี้เท่านั้นจึงจะทำให้เราสามารถผลักดันให้สังคมก้าวรุดหน้าต่อไป ได้ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย


สมพร จันทรชัย

เผยแพร่ครั้งแรกในจุลสาร”ไฟลามทุ่ง” ฉบับที่ 1/2552 มกราคม-มีนาคม 2552

เมื่อ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา คุณธง แจ่มศรี ในนามส่วนตัวของเลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ โอกาสครบรอบ 66 ปีแห่งการก่อตั้งพรรคฯ โดยเผยแพร่ผ่านสื่อประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์

ซึ่งคำแถลงนี้อาจจะนับได้ว่าเป็นแถลงการณ์ของเลขาธิการพรรคฯ ที่เป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่สมัชชา 4 เป็นต้นมา แถลงการณ์ดังกล่าวนี้ได้ตอบคำถามอันคั่งค้างอยู่หลายประการ และยังเป็นการช่วยอภิปรายและชี้นำทิศทางทางการเมืองอันถูกต้องในสถานการณ์ ปัจจุบันอีกด้วย แถลงการณ์ฉบับนี้จึงถือเป็นเอกสารสำคัญที่น่าจะต้องนำมาศึกษาวิเคราะห์ เพื่อจะช่วยทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งในบทความนี้จะขออภิปรายเรื่องราวของแถลงการณ์ดังกล่าว โดยตั้งประเด็นต่อไปนี้


1.สถานะของพรรคคอมมิวนิสต์ไทยจนถึง พ.ศ. 2549

นับ แต่มีการเปิดประชุม สมัชชาพรรคครั้งที่ 4 ราวเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา อาจอธิบายได้ว่า พรรคคอมมิวนิสต์ไทยอยู่ภายใต้สภาพแห่งการถดถอย ตกต่ำและแตกสลาย กองกำลังอาวุธปฏิวัติที่เคยมีอยู่กระจัดกระจายในเขตงานต่างๆ ทั่วประเทศก็ยุบเลิก วางอาวุธ หรือบางส่วนก็ยอมจำนนต่อฝ่ายรัฐบาล องค์กรปฏิวัติทั้งในเมืองและในชนบทต่างก็เสื่อมสภาพ สลายตัว การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคฯสมัยแรก หลังจากการประชุมสมัชชาในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2525 และการประชุมคณะกรรมการกลางเต็มคณะครั้งที่ 2 ใน พ.ศ.2526 ก็ไม่อาจยับยั้งการเสื่อมถอยล่มสลายนี้ได้

และหลังจากนั้นคณะกรรมการกลางพรรคฯ ก็ไม่ได้มีการประชุมกันอย่างเป็นทางการอีกเลย เพราะคณะกรรมการกลางพรรคฯ ถูกจับกุมครั้งใหญ่ 2 ระลอก ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2527 และต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2530 ซึ่งในครั้งหลังนี้ คณะกรรมการกลางและกรมการเมืองถูกจับกุมเกือบหมดคณะในขณะเตรียมการประชุมขยาย วงที่หาดบางแสน ชลบุรี ผลของการถูกจับครั้งนี้ทำให้การเคลื่อนไหวของพรรคฯ ปิดฉากลง สำหรับ คุณ ธง แจ่มศรี ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมสมัชชาครั้งที่ 4 ไม่ได้ถูกจับกุมตัวและยังคงหลบในเขตป่าเขาที่เหลืออยู่ในแถบจังหวัดเพชรบุรี แม้ว่าจะมีการตั้งองค์กรนำชั่วคราวขึ้นมารับผิดชอบงาน แต่ พรรคฯ ก็อยู่ในฐานะที่แทบจะไม่สามารถจะแสดงบทบาทได้ตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งคุณธง แจ่มศรี ต้องออกจากป่าเขามาใช้ชีวิตที่ปกติในสังคมตั้งแต่ พ.ศ.2533 เป็นต้นมา แต่สภาพทางการเมืองที่พรรคคอมมิวนิสต์ยังถือเป็น พรรคผิดกฎหมาย คุณธง ก็ยังคงต้องอยู่อย่างปิดลับและติดต่อพบปะกับผู้คนได้ในวงจำกัด

ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการกลางเต็มคณะที่ได้รับเลือกจากสมัชชาพรรคฯ ครั้งที่ 4 จำนวน 35 คน ถึงแก่กรรมไปบ้าง บางส่วนจำนนต่อศัตรู ยุติบทบาทลงบ้างหรือปลีกออกไปใช้ชีวิตปกติบ้าง ส่วนที่ยังคงเคลื่อนไหวมีบทบาทการเมืองนั้นมีอยู่ไม่กี่คน ในสภาพเช่นนั้น คุณธง แจ่มศรี ในฐานะ เลขาธิการใหญ่ก็ได้จัดตั้ง องค์กรนำเฉพาะกิจขึ้นบริหารงานเป็นการชั่วคราว โดยเลือกกรรมการที่ยังพอทำงานร่วมกันได้เป็นหลัก

แต่ในภาวะเช่นนี้ปัญหาในด้านการนำและปัญหาคั่งค้างอื่นๆ ยังมีอยู่มากมายดังที่ คุณธง แจ่มศรี ได้อธิบายให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ด้วยเหตุปัจจัยทั้งในด้านภววิสัยและ อัตวิสัยจึงทำให้เกิดการดำเนินการของพรรคฯ เป็นไปอย่างยากลำบาก

ในด้านภววิสัย ไม่มีสถานการณ์ปฏิวัติดำรงอยู่เลย ในเงื่อนไขที่การเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภายังดำเนินไปด้วยดีตั้งแต่ หลังกรณีพฤษภาประชาธรรม พ.ศ. 2535

ในด้านอัตวิสัยของพรรคคือ ความแตกแยก แตกต่างทางความคิดและไม่ยอมรับซึ่งกันและกันจนยากที่จะประสานกันได้ในส่วน อดีตกรรมการและผู้ปฏิบัติงานจึงแยกกันเป็นกลุ่มๆ แม้จะมีการเลิกพระราชบัญญัติคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 การเรียกประชุมอย่างเป็นทางการก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ การดำเนินการของพรรคคอมมิวนิสต์จึงต้องปรับตัวไปตามสภาพไม่มีการเคลื่อนไหว ที่จะสร้างสะเทือนทางการเมืองแต่อย่างใด

2.วิกฤตการณ์ทักษิณ และความขัดแย้งทางสังคมไทย

เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนั้นจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 เป็นต้นมาได้เกิดกรณีที่เรียกว่า วิกฤตการณ์ทักษิณ นั่นคือเกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนที่เป็นกระบวนการทางสังคมเพื่อต่อ ต้านรัฐบาลไทยรักไทย ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สถานการณ์ขยายตัวลุกลามอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ จำลอง ศรีเมือง แห่งขบวนการสันติอโศก

ขบวนการต่อต้านรัฐบาลทักษิณนี้มีนักคิดนักวิชาการจำนวนมากสนับสนุน รวมทั้งมีผู้ปฏิบัติงานองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนมากเข้าร่วมผนึกกำลังด้วย ในกลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ 3 คน ก็มาจากขบวนการภาคประชาชน อันได้แก่ พิภพ ธงชัย จากมูลนิธิหมู่บ้านเด็ก สมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้นำสหภาพแรงงานรถไฟ และ สมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ จากองค์กรพัฒนาเอกชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนั้นยังปรากฏว่าขบวนการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ อดีตผู้ปฏิบัติงาน และแม้กระทั่งคนเดือนตุลาจำนวนมากเข้าร่วมสนับสนุน ก่อให้เกิดความสามัคคี ผนึกกำลังต่อต้านทักษิณอย่างกว้างขวาง

สาเหตุความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ทางการเมืองนี้ เป็นที่อธิบายกันได้หลายลักษณะ ในความเห็นของกลุ่มพันธมิตรฯ ปัญหาเริ่มต้นจากการทุจริตฉ้อฉลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จนทำให้ประเทศเสียหาย จึงได้เรียกร้องให้กู้ชาติ หรือ “เอาประเทศไทยคืนมา” เพื่อนำประเทศให้พ้นจากอำนาจของทักษิณ แต่ถ้าหากพิจารณาให้กว้างขึ้นตามหลักทฤษฎีที่ คุณ ธง แจ่มศรี อธิบายปัญหานั้นมาจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มทุนผูกขาด 2 กลุ่มคือ กลุ่มทุนเก่า หรือทุนอำมาตยาธิปไตยฝ่ายหนึ่ง และกลุ่มทุนใหม่ที่แวดล้อมรัฐบาลทักษิณเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ในลักษณะเช่นนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรจึงเป็นไปตามทิศทางของฝ่ายทุน ศักดินา

การนำกลุ่มของพันธมิตรได้ก่อให้เกิดปัญหาตั้งแต่แรก กล่าวคือในเดือนมีนาคม พ.ศ.2549 แกนนำกลุ่มพันธมิตรก็เสนอข้อเรียกร้องให้ใช้มาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญ เพื่อกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานรัฐบาลชุดใหม่มาแทนรัฐบาลในขณะนั้น แต่เมื่อข้อเรียกร้องนี้ไม่บรรลุ ก็ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อให้กองทัพก่อการรัฐประหาร ทำให้พลังฝ่ายก้าวหน้าบางส่วนเริ่มถอนตัว จากการร่วมสนับสนุนกลุ่มพันธมิตร

แต่กระนั้นการเคลื่อนไหวสร้างกระแสผลักดันของกลุ่มพันธมิตรก็เปิดทางให้กลุ่ม นายทหารที่นำโดย พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ก่อการรัฐประหารทำลายระบอบประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 และในวันที่ 20กันยายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มีพระราชโองการแต่งตั้ง พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน เป็นหัวหน้าการปฏิรูปการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้นบ้านเมืองไทยก็เข้าสู่ยุคเผด็จการ คณะทหารที่ยึดอำนาจได้มีการประกาศกฎอัยการศึก ล้มล้างรัฐธรรมนูนฉบับประชาธิปไตย โดยได้ออกประกาศ คณะปฏิรูป ให้รัฐธรรมนูนฉบับ พ.ศ.2540 สิ้นสุดลง ให้วุฒิสภา สภาผู้แทน คณะรัฐมนตรี และศาลรัฐธรรมนูนสิ้นสุดลง ให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทนรัฐมนตรี จากนั้นคณะปฏิรูปได้ใช้เวลาบริหารประเทศ 10 วันจึงประกาศใช้ธรรมนูนฉบับชั่วคราวมาปกครองราชย์อาณาจักร ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูนที่มี 39 มาตรา ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และได้ตั้งให้ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ ต่อมาคณะรัฐประหารได้ก่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขึ้นใช้

การก่อการรัฐประหารสถาปนารัฐเผด็จการ ได้นำมาซึ่งการต่อต้านจากฝ่ายประชาชนโดยทันที มีการตั้งกลุ่มต่างๆ ที่เรียกว่า กลุ่ม 19 กันยา กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ สมาพันธ์ประชาธิปไตย กลุ่มพลเมืองภิวัตน์และกลุ่มอื่นๆ เพื่อต่อต้านรัฐประหาร ซึ่งในกลุ่มต้านรัฐประหารก็มีคนเดือนตุลาจำนวนหนึ่งเข้าร่วมด้วย ต่อมากลุ่มต้านรัฐประหาร 12 กลุ่มได้รวมตัวกันเป็นแนวร่วมต่อต้านรัฐประหาร เคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านเผด็จการที่ท้องสนามหลวงทุกวันหยุดสุดสัปดาห์

ในอีกด้านหนึ่ง ชนชั้นปกครองกลุ่มทุนเก่าก็ยังเดินหน้าทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ดังจะเห็นได้จากการสนับสนุนให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญออกประกาศยุบพรรคไทยรัก ไทย และตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องอีก 111 คนย้อนหลังและลงโทษแบบเหมารวมซึ่งเป็นการละเมิดหลักนิติศาสตร์สากลของคณะ ตุลาการอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังให้สภาร่างรัฐธรรมนูนเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับอำมาตยาธิปไตย ออกมาใช้ แล้วสร้างความชอบทำด้วยการให้ประชาชนลงมติรับรองในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2550 แม้รัฐบาลยังเป็นฝ่ายชนะ โดยเสียงประชาชนรับรองรัฐธรรมนูนฉบับนี้ด้วยเสียง 16 ล้านเสียง แต่การลงประชามติในหลายพื้นที่ของประเทศกว่า 35 จังหวัด ประชากรรวม 25 ล้านคน ยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก

อนึ่งหลังการยุบพรรคไทยรักไทย กลุ่มพี-ทีวี และกลุ่มทางการเมืองต่างๆได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการ หรือ นปก. เมื่อปลายเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2550 จากนั้น นปก. ก็ชุมนุมยืดเยื้อที่สนามหลวง ถึง 60 วัน ก่อนที่บุกไปล้อมบ้านของ พล อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประทางองคมนตรีผู้สนับสนุนการรัฐประหาร

การดำเนินการเหล่านี้ กลุ่มอำมาตยาธิปไตยหวังว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พวกเขาจะประสบชัยชนะ สามารถคุมเสียงข้างมากในสภาได้ แต่ปรากฏว่า พรรคที่ได้เสียงข้างมากในสภา กลายเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคสืบเนื่องมาจาก พรรคไทยรักไทย นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค จึงได้ตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมาบริหารประเทศ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มทุนอำมาตยาธิปไตยอย่างมาก จึงได้หาทางทำลายรัฐบาลพลังประชาชนทุกวิถีทาง ตั้งแต่ฟื้นฟูกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาเคลื่อนไหวต่อต้าน รัฐบาล สนับสนุนสื่อกระแสหลัก นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการฝ่ายขวาและผู้ปฏิบัติงาน เอ็นจีโอ ฝ่ายขวา ให้ออกมาต่อต้านรัฐบาลพลังประชาชน สร้างกระแสบิดเบือนทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และใช้กลไกศาลเป็นเครื่องมือในการแทรกแซงทาการเมืองและดำเนินการให้บรรลุ เป้าหมายของตน

โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล แห่งกลุ่มหนังสือพิมพ์ผู้จัดการนั่น ได้แปลสภาพองค์กรก่อกวนของมวลชนฝ่ายขวาที่ใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ ชูคำขวัญเทิดทูนพระมหากษัตริย์ แล้วใส่ร้ายป้ายสีผู้มีความเห็นต่างด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้วใช้ วิธีการเคลื่อนไหวนำมวลชนแบบสุ่มเสี่ยง ติดอาวุธมวลชนแล้วนำไปปะทะกับตำรวจ ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย ที่สำคัญคือการนำมวลชนไปยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินนานาชาติ สร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองเหลือคณานับ

แม้กระนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ ก็ยังโค่นรัฐบาลพลังประชาชนไม่สำเร็จ ต้องให้ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยสั่งการให้ใช้กระบวนการถอดถอนโดยอำนาจตุลาการ สมัคร สุนทรเวช จึงออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อหารับจ้างทำกับข้าวออกโทรทัศน์ ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่มีกฎหมายเอาผิดได้ คณะตุลาการจึงใช้พจนานุกรมมาเอาผิดแทน และต่อมาฝ่ายอำมาตยาธิปไตยก็ใช้อำนาจองค์กรอิสระและศาลยุบพรรคพลังประชาชน เพื่อให้รัฐบาลประชาธิปไตยของสมชาย วงศ์สวัสดิ์สิ้นสภาพ และอาศัยการย้ายพรรคของกลุ่มเนวินเป็นเงื่อนไข เปิดทางให้พรรคประชาธิปัตย์มาตั้งรัฐบาลแทน ทำให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2551

3. ปัญหาอันนำมาสู่การแถลงการณ์

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ คุณธง แจ่มศรี ต้องออกแถลงการณ์ 1 ธันวาคม ครั้งนี้นั้น เนื่องมาจากว่า แม้ว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มอำมาตยาธิปไตย และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะมีลักษณะเป็นกระบวนการฝ่ายขวา เชิดชูศักดินาอย่างชัดเจน ก็ยังมีอดีตผู้ปฏิบัติงานจำนวนไม่น้อยเข้าร่วมขบวน และยังเสนอในลักษณะที่ว่า การร่วมขบวนกับกลุ่มพันธมิตรฯ นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นแนวทางของพรรคฯ

คุณธงจึงต้องใช้ฐานะในทางส่วนตัวอธิบายให้เห็นว่า ภาวะขององค์กรนำของพรรคฯ ในปัจจุบันนั้น “เหลือแต่ชื่อ แต่ในทางความเป็นจริงไม่ได้ดำรงสภาพนี้อยู่อีกต่อไปแล้ว” และอธิบายต่อไปว่า “ดัง ที่ทราบกันดี นับแต่การประชุมคณะกรรมการบริหารกลางเต็มคณะสมัยที่ 2 ชุดที่ 4 ในปี พ.ศ.2526 เป็นต้นมา เนื่องด้วยเหตุปัจจัยทั้งภววิสัย และ อัตวิสัย โดยเฉพาะเหตุปัจจัยทางอัตวิสัย คณะกรรมการบริหารกลางชุดนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์กรนำสูงสุดของ พรรคมาจนบัดนี้ เท่ากับได้สูญเสียบทบาทขององค์กรนำไปแล้วโดยสิ้นเชิง” ซึ่งเป็นการประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า องค์กรนำของพรรคฯ ทุกระดับชั้นนั้น มิได้ดำรงอยู่แล้วในทางปฏิบัติ ที่ ยังอยู่นั้นคือพรรคฯ และสถานภาพสมาชิกพรรคฯ มิได้ยุบพรรคฯ และมิได้ยุบสมาชิกพรรคฯ ดังนั้น สมาชิกพรรคฯ ทุกคนจึงอยู่ในระดับเท่าเทียมกันทั้งหมดโดยไม่สามารถกล่าวอ้างระดับการนำ อย่างเดิมได้อีก ไม่ว่าคณะกรรมการ กรมการเมือง คณะกรรมการบริหารกลาง คณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ฯลฯ เหตุเพราะไม่ได้ทำงาน ประชุมร่วมกัน มีมติหรือการชี้นำใดๆ เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการพรรคฯ มานานแล้ว เมื่อองค์การจัดตั้งชั้นบนสุดไม่ได้เคลื่อนไหวมานาน องค์การจัดตั้งในระดับรองๆ ลงมาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวมานานแล้วเช่นเดียวกัน ในที่สุดจึง “เท่ากับได้สูญเสียบทบาทขององค์การนำไปแล้วโดยสิ้นเชิง” ดังที่ได้แถลงไว้ข้างต้น ทั้งนี้ จนกว่าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

แต่กระนั้นคุณธงก็เสนอว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งเช่นนี้ ประชาชนควรมีท่าทีบางประการ ต่อสถานการณ์ ไม่ใช่งอมืองอเท้าไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย แต่จะต้องกระทำภาระหน้าที่คือ “จะต้องยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ คัดค้านการใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ” และ “สนับ สนุนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยให้เข้มแข็ง สมบูรณ์ เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง”

ข้อเสนอของคุณธง แจ่มศรี จึงมุ่งจะชี้ให้เห็นว่า การที่อดีตกรรมการและผู้ปฏิบัติงานพรรคจำนวนหนึ่งแสดงการสนับสนุนกลุ่ม พันธมิตรฯ การรัฐประหาร และเชิดชูเสื้อเหลืองนั้น ไม่ใช่ท่าทีที่เป็นทางการของพรรคฯ และยังเป็นท่าทีที่คุณธง ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการทำลายหลักการของประชาธิปไตย และสนับสนุนอำนาจนอกระบบ เช่น กองทัพ และตุลาการ ซึ่งเป็นกลไกสองด้านของอำมาตยาธิปไตย และเป็นกลไกที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง ไม่เคยยึดโยงอำนาจประชาชน

ดังนั้น ในความขัดแย้งนี้ กลุ่มอำมาตยาธิปไตยเป็นด้านหลักที่ควบคุมกลไกรัฐไว้ได้ทั้งกองทัพ ศาล องค์กรอิสระ ฯลฯ พวกเขาสนับสนุนกลุ่มมวลชนเสื้อเหลืองให้ก่อการชุมนุมละเมิดกฎหมายบ้านเมือง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะในทางการเมือง และเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือกลุ่มอำมาตยาธิปไตยนั้นมิได้มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย ไม่สนใจทั้งเนื้อหาและรูปแบบของประชาธิปไตย ไม่เคารพกติกาที่พวกเขาร่างเอง ไม่เคารพเสียงข้างมากจากการหย่อนบัตรเลือกตั้งของประชาชน พวกเขาสนับสนุนการรัฐประหาร ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมระบอบแต่งตั้งสรรหามาแทนที่การเลือกตั้ง และท้ายสุดคือการใช้อำนาจนอกระบบสนับสนุนให้พรรคการเมืองเสียงข้างน้อยเป็น แกนจัดตั้งรัฐบาลตามอำเภอใจ กลุ่มอำมาตยาธิปไตยที่มีอิทธิพลเหนือรัฐจึงเป็นศัตรูหลักของประชาชน เป็นพลังที่ไม่อาจสามัคคีได้ ไม่ว่าในเงื่อนไขใด

ทิศทางของประวัติศาสตร์โลกได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบอบศักดินาจะต้องล่มสลาย และถูกแทนที่ด้วยระบอบทุนนิยม พลังของกลุ่มอนุรักษ์นิยมชนะได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น พลังของฝ่ายประชาชนจึงไม่มีหน้าที่ที่จะต้องไปปกป้องหรือร่วมมือกับฝ่ายอำมา ตยาธิปไตย แต่ต้องกระทำภาระหน้าที่เฉพาะหน้าของเราให้ดี

ดังที่คุณธงได้เสนอไว้ คือ “รับรู้ต่อกฎภววิสัยแห่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของสังคม” และ “ยิ่ง เรียกร้องให้เราต้องพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ซึ่งก็คือต้องคำนึงถึงจุดอ่อนจุดแข็งของชนชั้นปกครอง และฝ่ายประชาชนเรา จากนี้ ไปกำหนดขั้นตอนยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีจังหวะก้าว และสอดคล้องกับความเป็นจริงทางภววิสัย นี่คือทิศทางใหญ่ที่จะต้องเป็นไป”

หมายเหตุ

1.บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในจุลสาร”ไฟลามทุ่ง” ฉบับที่ 1/2552 มกราคม-มีนาคม 2552

2.อ่านถ้อยแถลงวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปีของธง แจ่มศรี ได้ที่ ถ้อยแถลง ‘ธง แจ่มศรี’ เนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ฯไทยครบรอบ 66 ปี, ประชาไท, 1 ธ.ค. 51

ที่มา ประชาไท


Create Date : 06 พฤษภาคม 2552
Last Update : 6 พฤษภาคม 2552 17:33:12 น. 4 comments
Counter : 1702 Pageviews.

 
แวะมาอ่านค่ะ อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างคงไม่ว่ากันค่ะ แบบว่าเห็นตัวอักษรเยอะๆ แล้วลายตาไปหมด ทั้งวันก็ทำงานกะตัวหนังสือ มาเจอตัวหนังสือเยอะแยะก็เลยลายตาค่ะ..ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่หามาให้อ่านและได้ความรู้ค่ะ


โดย: deeplove วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:03:29 น.  

 
Montreal police defend handling of royal visit
Last Updated: Wednesday, November 11, 2009 | 7:59 PM ET Comments32Recommend19CBC News
Riot police intervened to push back protesters ahead of Charles and Camilla's visit to the Black Watch armoury in Montreal Tuesday. (CBC)The Montreal Police department is defending its handling of a protest during a Tuesday visit to the city by Prince Charles and his wife, Camilla.

The riot squad was brought in to push back around 200 protesters gathered outside the armoury of the Black Watch Royal Highland Regiment on de Bleury Street south of Sherbrooke Street.

The incident delayed the royal couple’s arrival at a ceremony held at the armoury and frustrated some royal-watchers who were there to catch a glimpse of the two.

Douglass Dalton said he was standing in front of the armoury hoping to greet Prince Charles but was pushed back by police officers.

"They moved us all into that laneway over there," said Dalton. "We were five or six deep there so the people at the back couldn’t see the door if they wanted to."

Dalton said he doesn’t understand why police didn’t intervene earlier to move protesters out of the way.

"I think the Montreal police, if they're given the job of getting the heir to the throne to that door by 5:30, they should be able to do it."

Dalton said the protest was inappropriate.

"I don’t think the demonstration was in any way polite to a visiting dignitary even if you don’t agree with the existence of the monarchy," Dalton said.

In the end, Dalton's only glimpse of royalty was on television.Douglass Dalton says he wishes Montreal Police had intervened earlier to push back protesters. (CBC)
But police said the protest was peaceful and so there was no reason to step in.

"When it became unsafe … we had to proceed," said Const. André Leclerc. "The perimeter has to be safe, and that would include not only the real protesters but the ordinary citizens."

One of the sovereigntist groups that organized the protest said the commotion was worthwhile.

"The British monarchy needs to acknowledge and apologize for the disappearance of a large part of the francophone community in Canada," said Société St-Jean Baptiste president Mario Beaulieu.

After finally arriving at the ceremony through a service entrance, Prince Charles was apologetic.

"How very sorry my wife and I are to have kept you all waiting so long," said the Prince. "I fear there was a little local disturbance."

Three protesters were stopped by police and fined for refusing to clear the way. They will not face criminal charges.

Dalton said he still hopes to meet the Prince of Wales sometime in the future.


โดย: Paul IP: 174.93.4.156 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:2:22:09 น.  

 
//www.business24-7.ae/Articles/2009/11/Pages/PrinceCharles,CamillaeggedasCanadiansprotestCommonwealthties.aspx
Prince Charles and his wife Camilla on Tuesday were met with egg tosses and shouts of "Majesty go home" from scores of anti-royalty protesters blocking the entrance to a military armory they were visiting here.
The royal couple were not soiled or hurt during the incident, but had to be escorted to a back door of the armory, where Prince Charles presented new colors to the Black Watch (Royal Highland Regiment) of Canada, which he formally commands.

More than 200 demonstrators bearing billboards urging Montreal and Quebec to break away from the British Commonwealth sat on the pavement outside the armory, squaring off with anti-riot police who, in the end, called in reinforcements to clear the way.


โดย: Paul IP: 174.93.4.156 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:2:30:14 น.  

 
อย่างน้อยผมยังเป็นสายเลือดใหม่อีกคนหนึ่งที่ยังมีแนวคิดร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับสหายทุกท่าน


โดย: สหายเสรี IP: 182.52.188.116 วันที่: 9 ตุลาคม 2553 เวลา:11:41:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.