ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ว่าด้วยเรื่องจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ชนชั้นกลางและหาบเร่แผงลอย

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ไม่ใช่ครั้งแรกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งด้วยเจตนาของกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์คนแรกของประเทศ มีนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนระดับล่าง คงจำเป็นต้องมีการเท้าความที่มาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้สักเล็กน้อยเพื่อความเข้าใจในพื้นหลังแบบเดียวกัน...มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นหนึ่งในกลไกการสถาปนารัฐทุนนิยม ของกษัตริย์สี่รัชกาลก่อนหน้านี้ โดยมีจุดมุ่งหมายในการผลิตข้าราชการแบบรัฐสมัยใหม่ เพื่อมาทดแทนระบบขุนนางแบบรัฐศักดินาที่ยากจะควบคุม มักจะกระด้างกระเดื่องกับอำนาจส่วนกลางของกษัตริย์ และล้มราชวงศ์บ่อยครั้ง การสร้างระบบบริหารแผ่นดินสมัยใหม่โดยมีข้าราชการที่สังกัดโดยตรงกับตัวกษัตริย์ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยสมัยใหม่แห่งแรกของประเทศ โดยการทำการสำเร็จลุล่วงอย่างเป็นทางการ ในรัชกาลถัดมา จึงได้นำเอาชื่อของกษัตริย์ที่ปรารถนาจะสร้างพระราชอำนาจของพระองค์ผ่านระบบราชการที่ภักดีขึ้นตรงกับพระองค์เอง มาตั้งชื่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้

หากสังเกตแล้ว คณะที่ทำการผลิตบัณฑิตรายแรกๆ คือ วิศวกรรมศาสตร์ และรัฐศาสตร์ อันมีจุดมุ่งหมายคือการสร้างทางรถไฟ (นำเทคโนโลยีจากเยอรมัน) และกลไกการควบคุม “ไพร่” สมัยใหม่ (กลไกการศึกษาแบบอังกฤษ) ภายใต้แนวคิดพลเมืองที่สังกัดกับอำนาจส่วนกลางในกรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งใน “กลไกการล่าอาณานิคมตัวเอง” ของรัฐสยาม แน่นอนว่าการต่อต้านเกิดขึ้นเป็นระลอกคลื่นจากเจ้าเมืองเก่าในรัฐศักดินาเดิม ที่ไม่รู้เท่าทันและถูกสยามกลืนเข้าเป็นแผ่นดินเดียวกัน ,ที่สำคัญที่สุดกลไกของหมาวิทยาลัยแห่งนี้ได้สร้างศัพท์แสงที่ประหลาดและไม่สามารถหาได้ทั่วไปตามรัฐสมัยใหม่ในตะวันตก นั่นคือคำว่า “ข้าราชการ-คนรับใช้ภารกิจของพระราชา” ที่คนไทยคุ้นเคยกับคำแปลภาษาอังกฤษ Bureaucrat, state officer, State servant ฯลฯ แต่หากลองแปลดูแล้วก็ไม่มีคำใดที่ดูศักดิ์สิทธิ์และเชื่อมตรงกับอำนาจส่วนกลางได้เท่ากับคำว่า “ข้าราชการ” แม้กระทั่งคำแปลในภาษาฝรั่งเศสจุดกำเนิดของระบบราชการสมัยใหม่ก็ตาม

มหาวิทยาลัยแห่งนี้กลายเป็นเครื่องหมายของชนชั้นสูง และการชุบตัวของเจ้าสัวจีนที่เริ่มมั่งคั่งขึ้นจากกลไกตลาดโลกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มันเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่าง ชนชั้นสูงและพ่อค้านักธุรกิจ แม้จะมีปณิธานของผู้ก่อตั้งว่า แม้แต่”ไพร่” ก็สมควรที่จะได้เรียน แต่ก็หมายถึงไพร่ที่พร้อมจะรับอุดมการณ์แบบเจ้านาย และการเป็นข้าราชการที่ภักดีต่อไป

หลังสงครามโลกครั้งที่สองการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเริ่มแพร่หลายเพื่อการผลิตผู้ชำนาญการสมัยใหม่ ตอบสนองต่อการผลิตอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้า มหาวิทยาลัยโดยมากตั้งตามชื่อของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับผู้ก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล, ศรีนครินทรวิโรฒ, สงขลานครินทร์, แม่ฟ้าหลวง, พระจอมเกล้าฯ, ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ถูกก่อตั้งโดยไม้เบื่อไม้เมาตลอดกาลของราชวงศ์คือ ปรีดี พนมยงค์ ความขัดแย้งระหว่างสองมหาวิทยาลัยนี้ปรากฏอย่างมีนัยสำคัญในแง่อุดมการณ์ช่วง 1960-1970(พ.ศ.2503-2513) (1) อย่างไรก็ดีด้วยระบบการศึกษาไทยที่สร้างค่านิยมที่เหนือกว่าประชาชนและการยกระดับฐานะของบัณฑิตจบใหม่ผ่านความสัมพันธ์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ในปัจจุบัน ความขัดแย้งระหว่างสองมหาวิทยาลัยนี้กลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออก ในการแข่งขันเพื่อแสดงออกว่าใครเป็นมหาวิทยาลัยที่เหนือกว่าประชาชนธรรมดา ความก้าวหน้าในตลาดแรงงาน และความภักดีต่อราชวงศ์ มากกว่ากัน (แสดงออกในงานฟุตบอลประเพณีของสองมหาวิทยาลัย) (2)

หลังจากการปราบปรามนักศึกษาและความคิดฝ่ายซ้ายในปลายทศวรรษ 1970(6 ตุลาคม 2519) มหาวิทยาลัยกลายเป็นแหล่งผลิตคนงานป้อนตลาดแรงงานมากกว่าแนวรบทางอุดมการณ์เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลายเป็นมหาวิทยาลัย อันเป็นที่ต้องการอันดับหนึ่งของตลาดแรงงาน ด้วยเหตุผลใดก็ไม่อาจทราบแน่นอนได้ เพราะก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้แตกต่างจากมหาวิทยาลัยรุ่นหลังอื่นๆ เท่าใดนัก แต่เป็นที่เข้าใจว่า เส้นสายและเครือข่ายความสัมพันธ์แบบศักดินา ที่ปลูกฝังระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นตัวก่อเริ่มความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ภายในตลาดแรงงาน หากกล่าวถึงความสามารถเชิงประจักษ์แล้วพวกเขาแตกต่างจากนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่น ด้วยคะแนนสอบเข้าไม่กี่สิบคะแนนเมื่อครั้งสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมเท่านั้น

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลายเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นตัวแทนของชนชั้นสูง ชนชั้นกลางในเมือง หรือที่ทางสำหรับเด็กนักเรียนที่มีความฝันจากชนบทจะเข้ามาชุบตัว พร้อมกับความฝันในการรับราชการ และทำงานบริษัทเอกชนชั้นนำ เป็นที่รู้กันว่าสำหรับบางกระทรวงนั้น บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้เพียงแค่สอบผ่านภาค ก. ก็สามารถบรรจุเป็นข้าราชการได้ทันที

หากเปลี่ยนมามองในมิติอื่นๆ แล้ว ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เมื่อพิจารณาแล้วเป็นที่ตั้งที่ไม่ค่อยสมดุลในเชิงสังคมวิทยาเท่าใดนัก ในฐานะตัวแทนอุดมการณ์ของรัฐกษัตริย์สมัยใหม่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่าง เยาวราชย่านที่อยู่อาศัยของคนจีน และสีลม ย่านธุรกิจของคนจีน ในช่วงทศวรรษแรกๆ ของการก่อตั้งขณะที่คนจีนยังเป็นประชากรชั้นสองชนกลุ่มน้อยที่ถูกรังเกียจจากราชสำนักและขุนนางเดิม เป็นไปได้หรือที่สามย่านที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะไม่มีชุมชนคนจีนอยู่? แน่นอนว่าความขัดแย้งเรื่องการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยกับชุมชนดั้งเดิมเกิดขึ้น วีรกรรมการต่อสู้กับเจ๊กสามย่านถูกผลิตซ้ำผ่านอาจารย์ และศิษย์เก่าที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป อย่างภาคภูมิใจ เช่นเดียวกันกับสิ่งที่กำลังจะเกิดกับการไล่ “ไพร่หาบเร่” ออกจากสยามสแควร์ในศักราชปัจจุบัน

แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความคิดอนุรักษ์นิยมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ก็หาใช่ว่าพวกเขาตัดขาดและไม่เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์เศรษฐกิจโลก นับจากปี 2540 การรับนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ นำสู่การแปรรูปมหาวิทยาลัยเพื่อลดค่าใช้จ่าย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็สบโอกาสนี้ในการสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้บริหาร การออกนอกระบบส่งผลให้มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มหาวิทยาลัยทำการสร้างห้างสรรพสินค้าขึ้นบริเวณตรงข้ามตลาดสามย่าน (โดยการไล่ชุมชนสลัมดั้งเดิมอีกเช่นเคย) โดยตั้งชื่อว่าจตุรัสจามจุรี 3 และทำการไล่ผู้ประกอบการสามย่านออกจากพื้นที่เดิมเพื่อสร้างอาคารด้านธุรกิจการศึกษา แม้มหาวิทยาลัยจะมั่งคั่งขึ้น แต่ค่าเทอมกลับสูงขึ้นตามลำดับ (ประมาณร้อยละ 80 จากปี 2547-2553) 4 ภาควิชาที่ไม่เป็นที่นิยมของตลาดถูกปิดไป 5 และถูกแทนที่โดยภาคภาษาอังกฤษที่มีค่าใช้จ่ายสูงลิบลิ่วสำหรับชนชั้นสูงที่อาจสอบเข้าไม่ได้จากระบบแอดมิชชั่นและการคัดกรองแบบระบบราชการโบราณ ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งนี้หาได้เป็นเพียงแค่กลไกการสร้างอุดมการณ์แบบอุนรักษ์นิยมอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการคัดกรองและปิดโอกาสการพัฒนาการศึกษาของลูกหลานคนจนด้วยเช่นกัน

ในกรณีหาบเร่สยามสแควร์ ที่ทางมหาวิทยาลัยตั้งประเด็นว่า สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ที่เดินสัญจรไปมา และสร้างภาพพจน์ที่ไม่ดีสำหรับชาวต่างประเทศ วิธีคิดนี้เป็นวิธีคิดเดียวกันกับกรุงเทพมหานคร ภายใต้การนำของ สุขุมพันธ์ บริพัตร ที่มองว่าคนจนในประเทศอันไร้ระเบียบเป็นปัญหา กรุงเทพมหานคร ควรจะเป็น “กรุงเทพ”-เมืองของเทวดา ที่มีระเบียบโดยไล่คนจน หรือวิถีที่ไร้ระเบียบอันพึงประสงค์ออกจากเมือง โครงการของกรุงเทพมหานครที่เห็นกันโดยมากต่อเนื่องมาจากผู้ว่าทุกชุดเรื่อยมาจนถึงคนปัจจุบัน คือการไล่ชุมชนในเมืองออกไปเพื่อสร้างถนนสายวัฒนธรรม (ถนนราชดำเนินและบริเวณใกล้เคียง) ชุมชนที่จะอยู่ได้คือชุมชนที่มีการปรับตัวและสร้างทุนทางวัฒนธรรมแก่ตัวเอง หากสังเกตสนามหลวงได้มีการกั้นรั้วเพื่อขับไล่วิถีชีวิต ที่ไม่พึงประสงค์ออกไป โดยมีคำสัญญาว่าจะมีการจัดสรรที่อยู่ให้แก่คนไร้บ้าน อันนี้เป็นเรื่องตลกอีกเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาประเทศนี้ไม่เคยมีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนจนถาวรในเมืองแต่อย่างใด และนับประสากับการพัฒนาชีวิตคนไร้บ้าน

นักเคลื่อนไหวจำนวนไม่น้อย อาจตั้งข้อสงสัยว่าหาบเร่แผงลอยเหล่านี้คือผู้ประกอบการ พวกเขาได้รายได้จำนวนไม่น้อย จากการทำธุรกิจหาบเร่ ไม่มีความจำเป็นต้องให้ความสงสารเห็นใจแต่อย่างใด...ทั้งหมดนี้ก็มิได้มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องความเห็นใจแต่อย่างใด แต่สยามสแควร์ก็เป็นภาพสะท้อนเช่นเดียวกันกับ สีลม ราชดำริ และเซ็นทรัลเวิร์ลด์ในปัจจุบัน อันเป็นแบบฉบับภาพสะท้อนวิถีชีวิตที่หรูหราของชนชั้นกลาง และว่าที่อภิสิทธิ์ชนในโรงเรียนเตรียมอุดมฯ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนเหล่านี้เข้าใจว่าวิถีชีวิตของตนมีความศักดิ์สิทธิ์กว่าผู้อื่นเสมอ พวกเขาคือคนกลุ่มเดียวกับที่สนับสนุนให้มีการสลายการชุมนุม คนเสื้อแดง เพื่อนำ “ความสุข” และวิถีชีวิตปกติอันหรูหราของพวกเขาคืนกลับมา..เราจะถือให้วิถีชนชั้นกลางมีความศักดิ์สิทธิ์ และถือการบริโภคร้านค้าของผู้ประกอบการที่เสียค่าเช่าเป็นแสนต่อเดือน ศักดิ์สิทธิ์กว่า วิถีชาวบ้านได้อย่างไร...หรือว่านี่คือกรุงเทพ เมืองแห่งเทวดาที่วิถีชีวิตแบบเทวดาเท่านั้นสมควรได้รับการยอมรับ

การจัดระเบียบจำเป็นต้องเกิดขึ้น แต่หาใช่การจัดระเบียบบนฐานของกรรมสิทธิ์ มูลค่าแลกเปลี่ยนผ่านการเช่า และกลไกราคาตลาด มิเช่นนั้นวิถีชีวิตของคนจนก็จะถูกกำหนดให้อยู่ในพื้นที่เฉพาะ ความหลากหลายที่ลดและระยะห่างทางสังคมที่มากขึ้นคือหายนะของความสัมพันธ์ในเขตเมือง

เหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ร่วมปิดแยกราชดำริ คือคนจนเมือง...อันสะท้อนปัญหาที่สะสมในกรุงเทพมานับศตวรรษไม่เคยได้รับการแก้ปัญหา และเขี่ยพวกเขาไปอยู่ใต้พรมทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกันหากการถือวิถีชนชั้นกลางว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากกว่าวิถีชีวิตอื่น มันจะเป็นการจุดเริ่มแห่งการสะสมความขัดแย้งครั้งใหม่...อีกหลายทศวรรษถัดมามันอาจรุนแรงมากกว่าการ ”เผาบ้านเผาเมือง” ก็เป็นได้

เชิงอรรถ จากตัวเลขในวงเล็บ

1 ต้องอย่าลืม จิตร ภูมิศักดิ์ ตัวแบบ ขบวนการนักศึกษายุค1970 ปัญญาชนนอกคอกของรั้วจามจุรี ที่ถูกโยนบกโดยนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์

2 ขณะที่กระแส ปรีดี-ป๋วยนิยม ในธรรมศาสตร์กลายเป็นการกราบไหว้อนุสาวรีย์มากกว่า การศึกษาอุดมการณ์แบบจริงจัง พร้อมกันนั้น การสร้างสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกพระราชทาน ขึ้นเป็นมาสค็อตแทนปรีดีดูจะปรากฏแพร่หลายเช่นกัน

3 เป็นห้างสรรพสินค้าที่เชื่อมกับรถไฟใต้ดินสถานีสามย่านและเชื่อมตรงสู่มหาวิทยาลัย
4 ขึ้นจาก 8,500บาทต่อเทอม เป็น 14,000 บาท ในสายสังคมศาสตร์
5 ที่ปรากฏเห็นจะเป็น สาขามานุษยวิทยา ในภาควิชาสังคมวิทยา คณะรัฐศาสตร์

ที่มา ประชาไท


Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2553 4:25:40 น. 2 comments
Counter : 379 Pageviews.

 
พระราชดำริของเสด็จพ่อ ร.5น่ะดีครับ
แต่กรรมการบริหารรุ่นหลังๆเห็นแก่เงิน ควรจะมีข้อบังคับ
ที่ดีๆด้วย ไม่ใช่จ่ายค่าเช่าแล้วจะทำอะไรก็ได้


โดย: ศิษย์เก่าจุฬา IP: 223.206.196.161 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:36:02 น.  

 
เอาขี้ปากเขามาเล่า เอาขี้เต่าเขามาดม มันก็แค่นั้น ทำไมมหาลัยอ้ายนักการเมืองลวงโลกไ่่ม่รับมาทำเองเสียหละครับ โชว์ฝีมือเลยรับไปให้หมด


โดย: กลอน IP: 113.53.138.13 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:00:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.