ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
บทบาทหน้าที่ขององคมนตรีภายใต้รัฐธรรมนูญ

โดย รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3 กันยายน 2552*

1.ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ตำแหน่ง “องคมนตรี” มีมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพียงแต่ในยุคนั้นใช้คำว่า “ปรีวี เคาน์ซิล” (Privy Council) หรือ “ที่ปฤกษา” ในพระองค์”

2.ยุคประชาธิปไตยแบบ Constitutional Monarchy

หลัง จากการเปลี่ยนแปลงการปกครองวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ในพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕ มิได้รับรองสถานะขององคมนตรีแต่อย่างใด รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับต่อๆ มาด้วย คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๗๕ และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๘๙

รัฐธรรมนูญฉบับแรก ที่รับรองสถานะขององคมนตรีก็คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๙๐ เพียงแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มิได้ใช้คำว่า “องคมนตรี” แต่ใช้คำว่า “อภิรัฐมนตรี”[1] แทน จากนั้น รัฐธรรมนูญฉบับต่อ ๆ มาก็รับรองสถานะของตำแหน่งองคมนตรีไว้ทุกฉบับ[2]

สำหรับประเด็นที่เกี่ยวกับองคมนตรีนั้น มีข้อสังเกตดังนี้

1) จำนวนขององคมนตรี ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๙๐ มาตรา 13 ได้บัญญัติให้อภิรัฐมนตรีมีจำนวน 5 ท่าน แต่รัฐธรรมนูญฉบับต่อ ๆ มามีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขององคมนตรีมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิม 5 ท่าน เป็นไม่มากกว่า 8 ท่าน[3] ไม่เกิน 9 ท่าน[4] ไม่เกิน15 ท่าน[5] และไม่เกิน 19 ท่าน[6] ในที่สุด

2) หน้าที่ขององคมนตรี รัฐธรรมนูญในอดีตจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมือง พุทธศักราช ๒๕๔๐รับรองว่าองคมนตรีมีหน้าที่อยู่สองประการคือ

1.ถวายความเห็น[7] ต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา

และ 2. มีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้



ซึ่งหากดูรายละเอียดในรัฐธรรมนูญแล้วสามารถสรุปอำนาจหน้าที่ของคณะองคมนตรีออกเป็น ดังนี้

ในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่ถวายความเห็น มีข้อสังเกตดังนี้

ประการแรก การที่รัฐธรรมนูญใช้คำว่า “ถวายคำปรึกษา” ก็ดี หรือ “ถวายความเห็น” ก็ดีแสดงนัยยะอยู่ในตัวว่า ลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะองมนตรีนั้นมีลักษณะ “เชิงรับ” (passive) มากกว่าที่จะมีลักษณะ “เชิงรุก” (active)

กล่าวคือ หากพระมหากษัตริย์มิได้ทรงปรึกษาแล้ว คณะองคมนตรีจะถวายความเห็นเองมิได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับลักษณะปกติทั่วไปของงานให้คำปรึกษา (advisory opinion) ที่โดยปกติแล้ว จะต้องมีผู้มาขอคำปรึกษาเสียก่อน หากไม่มีใครริเริ่มขอคำปรึกษา ผู้ที่จะให้คำปรึกษาก็ไม่อาจให้คำปรึกษาได้ เพราะไม่รู้ว่าจะให้คำปรึกษาเรื่องอะไร ดังนั้นองคมนตรีจะให้ความเห็นเองโดยที่พระมหากษัตริย์ยังมิได้เรียกปรึกษามิได้ ลักษณะหน้าที่ของคณะมนตรีจึงมีลักษณะตั้งรับมากกว่าเชิงรุก

ประการที่สอง ความเห็นที่องคมนตรีถวายนั้นต้องเป็นความเห็นที่เกี่ยวกับ “พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์” ด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความเห็นที่องคมนตรีจะถวายได้นั้นต้องเกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ เช่น การพระราชทานอภัยโทษ เป็นต้น

ส่วนหน้าที่ประการที่สองนั้น ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า “และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้” มีข้อสังเกตดังนี้

ประการที่หนึ่ง คำว่า “หน้าที่อื่น” นั้น มักจะเป็นเรื่องของการสืบสันตติวงศ์ เช่น

1) อำนาจในการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
2) ให้ประธานองคมนตรีดำรงตำแหน่งเป็น ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน (Regent) ชั่วคราว
3) มีอำนาจในการจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิม ตามพระราชดำริของพระมหากษัตริย์[8]
4) เสนอพระนามผู้สืบสันตติวงศ์ ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลง โดยที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้


ประการที่สอง หน้าที่อื่นนั้นต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญด้วย นั่นหมายความว่า องคมนตรีจะใช้อำนาจนอกเหนือไปจากที่รัฐธรรมนูญให้ไว้มิได้ การใดๆที่องคมนตรีทำนอกเหนือขอบอำนาจตามรัฐธรรมนูญ (ultra vires) การนั้นย่อมถูกโต้แย้งได้ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ[9]

จะ เห็นได้ว่า อำนาจของคณะรัฐมนตรีมีจำกัดมาก กล่าวคือ มีอำนาจในการให้ความเห็นแด่พระมหากษัตริย์และหน้าที่อื่นตามรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่รัฐธรรมนูญบัญญัติกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะองคมนตรีไว้จำกัด เนื่องจากระบอบประชาธิปไตย มี “รัฐบาล” (Government) บริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว

3) การวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

รัฐธรรมนูญในอดีตจนถึงปัจจุบัน บัญญัติให้องคมนตรีต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ รัฐมนตรี หรือข้าราชการเมืองอื่น และที่สำคัญต้อง “ไม่แสดงการฝักใฝ่พรรคการเมืองใดๆ” เจตนารมณ์ของบทบัญญัตินี้ก็คือ องคมนตรีนั้นต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง หากเกี่ยวข้องไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแล้ว ก็อาจเป็นผลเสียต่อตัวองคมนตรีนั้นเอง และอาจส่งผลกระทบต่อพระมหากษัตริย์อีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติให้การเลือกและแต่งตั้ง รวมถึงการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเป็นพระราชอัธยาศัยของพระมหากษัตริย์[10]

บทส่งท้าย

เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทและการวางตัวของท่านประธานองคมนตรี มากว่าไม่เหมาะสม จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น “ผู้มีบารมีในรัฐธรรมนูญ” [11] แต่ใช้ “อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้ความเห็นชอบบัญชีรายชื่อการโยกย้ายทหาร คณะรัฐมนตรี หรือการออกมาให้ความเห็นทางการเมืองอยู่เนืองๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององคมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หรือ ไม่ สาธารณชนพึงตัดสินเอาเองเถิด

นอกจากนี้รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับสำทับอีกว่า ก่อนที่องคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่จะต้องกล่าวปฎิญาณตนว่า

“…..ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรทุกประการ”

[12] ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า องคมนตรีมีอำนาจเพียงเท่าที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ อีกทั้งองคมนตรียังต้อง “ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ” อีกด้วย ส่วนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นสาธารณชนพึงตัดสินเอาเอง เถิดอีกเช่นกัน

สุดท้ายนี้ หากองคมนตรีท่านใดทำนอกเหนือที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้อำนาจไว้ นั่นหมายความว่าท่านพร้อมที่จะรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนแล้ว

เชิงอรรถ

[1] โปรดดู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๙๐ หมวด ๒
[2] มีข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๙๐ ได้บัญญัติเรื่องอภิรัฐมนตรีไว้เป็นหมวดหนึ่งแยกออกจากหมวด “พระมหากษัตริย์” โดยในหมวด 2 จั่วหัวว่า “อภิรัฐมนตรี” แต่รัฐธรรมนูญฉบับต่อๆ มาได้บัญญัติสถานะขององมนตรีอยู่ภายใต้หมวด “พระมหากษัตริย์” มาโดยตลอด มิได้แยกออกเป็นเอกเทศจากหมวด “พระมหากษัตริย์” อย่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๙๐
[3] โปรดดู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๙๒ มาตรา ๑๓ วรรค ๑
[4] โปรดดู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๕๐๒ มาตรา ๔
[5] โปรดดู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๕๑๗ มาตรา ๑๕ โดย 15 ท่านประกอบด้วยประธานองคมนตรี 1 ท่านและคณะองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 14 ท่าน
[6] โปรดดู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ โดย 19 ท่านประกอบด้วยประธานองคมนตรี 1 ท่านและคณะองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 18 ท่าน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๑๒ ก็บัญญัติทำนองเดียวกัน
ท่าน
[7] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๔๙๐ มาตรา ๑๓ ใช้คำว่า “ ถวายคำปรึกษา”
[8] โปรดดูมาตรา 20 แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ประกอบ
[9] ประเด็นนี้ นักวิชาการไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่รัฐธรรมนูญที่ผ่านๆ มา ไม่เปิดโอกาสให้ตุลาการรัฐธรรมนูญหรือศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยรัฐ ธรรมนูญ “การกระทำ” (act) ขององคมนตรี เนื่องจากต้องการให้องค์กรนี้อยู่ในปริมณฑลของ “พระราชอำนาจ” หรือ “พระราชอัธยาศัย” ของพระมหากษัตริย์โดยแท้ หรือเป็นไปได้ว่า ยังไม่มีการอภิปรายถกเถียงกันอย่างจริงจังในหมู่นักวิชาการว่า คณะองคมนตรีเป็นองค์กรหนึ่งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
[10] โปรดดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๑๔ วรรค ๑
[11] ประเด็นนี้ผู้เขียนไม่เห็นพ้องด้วยที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรใช้คำว่า “ ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ”
[12] โปรดดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๑๕ วรรค ๒

บทความนี้เผยแร่ครั้งแรกในประชาไท เมื่อ 2 มกราคม 2551


Create Date : 04 กันยายน 2552
Last Update : 4 กันยายน 2552 18:39:47 น. 1 comments
Counter : 319 Pageviews.

 
ดีค่ะ

ได้ความรู้ดี


โดย: มนต์ IP: 113.53.207.122 วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:14:30:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.