ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
จะทำยังไงกับลัทธิล่าแม่มดใหม่ใน ค.ศ 2010

2 พฤษภาคม 2553
สาวตรี สุขศรี
ที่มา – ประชาไท

“ขบวนการล่าแม่มดออนไลน์” ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 2010 ในแวดวงผู้เล่นเฟสบ๊ค (Facebook) ไทย เว็บไซท์ประเภท Social Network ที่ปัจจุบัน นับเป็นเวทีสาธารณะสำคัญเวทีหนึ่งที่ผู้คนในยุคข้อมูลข่าวสารใช้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ระบาย ใส่ร้าย ฯลฯ เรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันในหมู่เพื่อนฝูง คนรู้จัก หรือคนอยากรู้จัก สำหรับ “ขบวนการล่าแม่มดออนไลน์” ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่กลุ่มเฟสบุคที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า “Social Sanction: ยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคม” [1] นั้น น่าจะมีแรงขับเคลื่อนหลักเป็นความ “เกลียดชัง” ที่มีต่อตัวผู้ชุนนุมประท้วง รวมทั้งผู้ที่เห็นด้วย หรือทำท่าว่าจะเห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งในระยะหลังถูกจับไปเชื่อมโยง หรือยัดเยียดข้อหาเป็นอีกขบวนการหนึ่งที่เรียกว่า “ขบวนการล้มเจ้า” ซึ่งถูกตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดย “ขบวนการ ศอฉ.”

ลัทธิ กรรมวิธี หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่เกี่ยวกับการล่าและประหัตประหารแม่มดอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการพิพากษาของศาลที่สนับสนุนโดยพระสันตะปาปา ที่จัดตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 13 หรือช่วงปลายยุคกลาง (เรื่องราวการต่อต้านแม่มด และคุณไสยมีอยู่ก่อนยุคกลางแล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย) แต่การเข่นฆ่า ทารุณกรรมแม่มดขนานใหญ่ เกิดขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 15 ต่อเนื่องไปจนถึงศตวรรษที่ 17 โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเหตุการณ์ทรมานให้รับสารภาพ และประหารแม่มดจำนวนมากด้วยการเผาไฟทั้งเป็น ในข้อหากบฏ เพราะมีแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสก๊อตแลนด์ ในคดีที่ นอร์ธ เบอร์วิก (North Berwick) ลัทธิล่าแม่มดนี้ถือเป็นรอยแปดเปื้อนรอยใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติของโลกตะวันตก เป็นสิ่งที่คนยุคหลังล้วนสรุปต้องตรงกันว่า มันเป็นวิธีการอันป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม มุ่งใส่ความประจานหยามเหยียด เป็นเครื่องมือเพื่อใช้กำจัดผู้มีความคิดเห็นต่างจากผู้มีอำนาจ ทั้งนี้ไม่เฉพาะในวงศาสนจักรแต่ยังล่วงเข้าไปถึงฝ่ายอาณาจักร ด้วยการยัดเยียดข้อหาร้ายแรงโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน หรือเหตุผลที่หนักแน่นมารองรับ ซึ่งล้วนขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งสิ้น

ด้วยเหตุต่าง ๆ ดังกล่าวมา อันที่จริงแล้ว จึงไม่น่าจะมีเหตุผลหรือความชอบธรรมใด ๆ อีกเลยที่แนวความคิดสามานย์ ที่ว่าด้วยการใส่ร้าย หรือยัดเยียดข้อกล่าวหาที่รุนแรง ประจาน และลงโทษกันเองโดยขาดเหตุผลแบบนี้ จะกลับฟื้นคืนชีพ กลายเป็นสิ่งพึงพิศมัย สามารถปรากฏตัว และผสมผสานอยู่ได้กับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ในโลกอินเทอร์เน็ต คนที่อ้างหรือเชื่อว่าตนมีความเป็นศิวิไลน์แล้วในยุคข้อมูลข่าวสาร ที่สำคัญกว่านั้น คือ มันกำลังกลายเป็นความรุนแรงอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์หรือโลกเสมือน นอกเหนือจากความรุนแรงในโลกแห่งความเป็นจริงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ชนิดที่ยังไม่มีใครล่วงรู้ถึงจุดจบ อนึ่ง ปัจจุบัน มิเพียงแต่ในเครือข่าย Social Network อย่าง Feacbook เท่านั้น แต่กลุ่มที่มีแนวความคิดแบบเดียวกันนี้ยังใช้วิธีการส่งต่อข้อมูลทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมลเพื่อประจานเหยื่อแบบเป็นกลุ่มลูกโซ่อีกด้วย

การถูกนำ ชื่อจริง นามสกุลจริง ประวัติการศึกษา ชื่อบิดามารดา เบอร์โทรศัพท์ รสนิยมส่วนตัวในเรื่องต่าง ๆ มาเปิดเผย การถูกรุมด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ถูกสมาชิกในกลุ่มล่าแม่มด ฯ วิเคราะห์ไปในเชิงที่จะถูกดูหมิ่น เสื่อมเสียเกียรติยศ ชื่อเสียง การถูกไล่ออกจากงาน ถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับในข้อหาต่าง ๆ อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับการถูกโทรศัพท์ข่มขู่จะเอาชีวิต และร่างกาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่หลายคนอาจยังไม่รู้

ด้วยผลพวงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปรากฏการณ์การ “ล่าแม่มด” ในอินเทอร์เน็ต (ไทย) ซึ่งกำลังปฏิบัติการกันอยู่อย่างเป็นการเป็นงาน อีกทั้งดูเหมือนจะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองบางกลุ่มอยู่ด้วย ในทศวรรษนี้ ผู้เขียนมีข้อสังเกต รวมทั้งอยากให้ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกระทำเหล่านี้ ดังนี้

1.เรื่องนี้อาจทำให้หลาย ๆ คนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจ หรือให้ความสำคัญนักกับ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของตัวเอง ที่ถูกคีย์ หรือส่งเข้าไปโลดแล่นอยู่ในเครือข่ายออนไลน์สาธารณะ ทั้งจะโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจให้คนอื่นนำไปใช้ต่อก็ตาม เริ่มหันมองปัญหา หรือกระทั่งมองหากฎหมายที่ว่าด้วย “การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ในประเทศไทยมากขึ้น แต่ความสนใจในปัญหานี้ย่อมยังไม่เพียงพอ เพราะที่ถูกแล้วคนไทยควรต้องหันมาสนใจมาตรการการป้องกันตนเอง จากการถูกใช้ข้อมูลส่วนบุคคลไปในทางอื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมายด้วย

2.น่าเศร้าใจว่า คนรุ่นใหม่ที่ควรคาดหวังได้ว่ามีหัวก้าวหน้า เคารพในสิทธิเสรีภาพในความเชื่อความศรัทธา เคารพพื้นที่ความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคารพข้อมูลส่วนบุคคล “ทรัพย์ดิจิตอล” ที่ถูกยกให้มีความสำคัญ และควรได้รับความคุ้มครองที่สุดในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มคนที่ครั้งหนึ่งเรียกร้องให้คนอื่นเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเพราะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง กลับไม่มีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ความเสมอภาคในการแสดงความคิดเห็น ขาดความเคารพในสิทธิเสรีภาพ ไม่ แม้กระทั่งเคารพข้อมูลของบุคคลอื่น หลายคนทำลืมไปว่า “ข้อมูล” ของตนเอง ณ ปัจจุบันก็โลดแล่นอยู่ในระบบออนไลน์นี้เช่นกัน บางคนทำเป็นไม่ใส่ใจว่าถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตนบ้างตนจะมีความรู้สึกหรือต้องได้รับความเสียหายอย่างไร บุคคลผู้เรียกตัวเองว่าเป็นคนทันสมัยเหล่านี้ กลับมีความคิดคับแคบ และใช้วิธีการแย่เสียยิ่งกว่า Hacker คนที่ได้ชื่อว่าเป็นอาชญากรคอมพิวเตอร์ แต่ในยุคหนึ่งพวกเขาเคยกำหนดจรรยาบรรณร่วมกันไว้ข้อหนึ่งว่า “จงใช้ข้อมูลสาธารณะ ในขณะที่ต้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” [2]

3.น่าสนใจว่า ในขณะที่หลักการ และเหตุผลในกระบวนการลงโทษทางสังคม (Social Sanction) ที่ตั้งอยู่บนอารมณ์ ความรู้สึก หลาย ๆ กรณีที่ปรากฏอยู่ในขบวนการดังกล่าว ไม่ได้สอดคล้องกับหลักการที่ปรากฏในบทบัญญัติของกฎหมายเลย แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐไทยกลับตอบสนองข้อเสนอของขบวนการนี้ด้วยความรวดเร็วฉับไว ผิดกับการตอบสนองต่อการร้องเรียนให้ตรวจสอบการกระทำต่าง ๆ ที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ทั้งที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และของบุคคลกลุ่มอื่นใด ที่ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มที่ดูเหมือนจะสนับสนุนคนเสื้อแดง ซึ่งมักเป็นไปด้วยความล่าช้า ประวิงเวลา หรือกระทั่งโยนข้อร้องเรียนนั้นทิ้งด้วยข้ออ้างว่าตนไม่มีอำนาจ

แม้ มาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทประมุขแห่งรัฐฯ มีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างจากการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาอยู่หลายประการ กล่าวคือ ใครกล่าวโทษฟ้องร้องก็ได้, ยอมความไม่ได้, ไม่มีข้อยกเว้นความผิด หรือยกเว้นโทษ และมีโทษหนักมาก แต่ควรต้องเข้าใจด้วยว่า องค์ประกอบความผิดในมาตรานี้ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 326 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาเลยคือ ต้องเป็นการใส่ความ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง จากบุคคลอื่น หรือบุคคลที่สาม

จริงอยู่ที่ว่า การใส่ความนั้นไม่ได้หมายเฉพาะแต่การพูด การเขียน แต่หมายรวมไปถึงพฤติกรรม การกระทำ การแสดงท่าทางด้วย จริงอยู่ที่พฤติกรรมบางอย่าง ที่ถือไม่ได้ว่าถึงขั้นใส่ความแล้ว กับคนในสถานะหนึ่ง อาจเป็นการใส่ความที่เป็นหมิ่นประมาทได้เหมือนกัน ถ้าพูด เขียน หรือกระทำกับคนในอีกสถานะหนึ่ง แต่การวินิจฉัยว่าการกระทำหนึ่ง ๆ จะถึงขั้นหมิ่นประมาทหรือไม่ อย่างไร นอกจากต้องพิจารณาจากมุมผู้ถูกใส่ความเอง และศาล แล้ว จำเป็นต้องดูความคิดความเห็นของ “วิญญูชน” อื่น ๆ (ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ชัดเจนว่ามีความเกลียดชัง หรือมีอคติต่อผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด) ประกอบด้วยว่า มีความร้ายแรงถึงขนาดที่จะทำให้บุคคลผู้ถูกใส่ความ ถูกสังคม และผู้คนเกลียดชัง ดูถูกดูแคลน ได้หรือไม่

จากเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นย่อมถือเป็นสิ่งท้าทายความกล้าหาญทางวิชาชีพของ นักกฎหมาย และนักปฏิบัติการตามกฎหมาย เช่นกัน ที่จะต้องร่วมกันตั้งคำถามและวินิจฉัยให้ได้ว่าการ “ปลดรูป” ลง ถือเป็นการกระทำที่ถึงระดับขั้นที่ว่านี้แล้วหรือไม่ การกระทำเช่นนั้นแสดงได้แล้วหรือว่าจะทำให้ผู้คนทั่วไปที่ได้รู้เหตุการณ์นี้ เกิดความเกลียดชังเจ้าของรูป ทำนองเดียวกันกับกรณีการ “ไม่ยืน” เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น ถือเป็นพฤติกรรม หรืออาชญากรรมหนึ่งที่ถึงขั้นใส่ความแล้วฉะนั้นหรือ ? ที่สำคัญไม่ควรลืมว่า กฎหมายอาญาจะลงโทษ หรือจะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่การกระทำความผิดในกลุ่ม “หมิ่นประมาท” นี้ได้ ก็ต่อเมื่อ “ความเสียชื่อเสียง การถูกดูหมิ่น หรือการถูกเกลียดชัง” นั้น เกิดขึ้นหรือน่าจะเกิดขึ้นกับ “ผู้ถูกกระทำ” หาใช่ “ผู้กระทำ” ไม่ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างมากในประเทศไทย ก็คือ มิเพียงการตีความการกระทำความผิดในฐานนี้จะกว้างขวางไร้ขอบเขตแล้ว ยังดูเหมือนว่าความเสื่อมเสียทั้งหลายบรรดามี มักเกิดขึ้นทันทีต่อตัวผู้กระทำเอง และบางครั้งถึงขั้นเกี่ยวพันหรือมีอิทธิพลต่อความเป็นกลางของหน่วยงานผู้ตัดสิน

กฎหมายอาญาเปรียบเสมือนของมีคม ถูกนำไปใช้ลงโทษผู้ใดเมื่อใดผู้นั้นก็ต้องได้รับบาดเจ็บ หลักสำคัญที่สุดที่ถูกวางไว้ทั้งในแง่มุมของการบัญญัติ และการใช้บังคับกฎหมายประเภทนี้ จึงมีถึง 4 ประการด้วยกัน คือ ต้องบัญญัติให้ชัดเจนว่าอะไรห้าม หรืออะไรไม่ห้าม ต้องไม่ใช้วิธีตีความเทียบเคียงจากกฎหมายอื่นใดมาให้เป็นโทษแก่ผู้ถูกกล่าวหา ห้ามลงโทษย้อนหลัง รวมกระทั่งห้ามเอาจารีตประเพณีมาใช้ในทางที่เป็นโทษกับผู้ต้องหา แต่การณ์กลับปรากฏว่า กฎหมายหลายต่อหลายฉบับ และการใช้กฎหมายหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาในประเทศ หมิ่นเหม่ และถูกตั้งคำถามถึงความชอบด้วยหลักการทางกฎหมายอาญาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนคนไทยจำนวนมาก (ที่ยุยงให้ใช้กฎหมายอาญาโดยไม่สนใจหลักการที่ถูกต้อง) จะไม่เคยเรียนรู้ หรืออยากที่จะเรียนรู้ถึงความเสียหาย หรือรู้สึกหวาดผวากับผลกระทบใด ๆ เลย ตราบใดที่ผลกระทบและปัญหาเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้นกับตัวเขา หรือครอบครัวของเขาเอง

4.คงไม่แปลกอีกต่อไปแล้วกระมัง หากจะไม่ปรากฏข้อเรียกร้องความเป็นธรรมใด ๆ จากกลุ่มที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน หรือกลุ่มสันติวิธีที่ตั้งขึ้นเองจำนวนมาก เกี่ยวกับการนำรูป นำข้อมูลส่วนบุคคล ออกมาเผยแพร่ (เสียบ)ประจาน คนที่เห็นด้วย หรือทำท่าว่าจะเห็นด้วยกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง เพื่อให้คนอีกจำนวนมากที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเข้ามาต่อว่า ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย รุนแรง หรือกระทั่งปลุกปั่น ยุงยงให้คนที่พบเห็นทำร้ายชีวิตร่างกายของบุคคลนั้น

5.ไม่แน่ใจว่า ในประเทศไทยเคยมีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากภาคสังคม กลุ่มพนักงาน แรงงาน ฯลฯ ในประเด็นที่เกี่ยวพันกับการเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรมด้วยข้ออ้างที่ไร้เหตุผล และพยานหลักฐานที่ไม่แน่นหนา โดยผู้ประกอบการบ้างหรือไม่ อาจเคยมีก็ได้ แต่ครั้งนี้ยังไม่เห็น

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ใดก็ตามที่ถูกขบวนการดังกล่าวนำข้อมูลส่วนบุคคลของตน มาเปิดเผย นำออกแสดง หรือนำไปใช้ในทางที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น

1.เบื้องต้น ในประเด็นด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ธรรมชาติของสื่อสาธารณะออนไลน์ รวมทั้งปัญหาช่องโหว่ของกฎหมาย (สถานภาพปัจจุบันของ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” คือ “ร่าง”) โปรดเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ในการส่งข้อมูลส่วนบุคคลในแง่มุมต่าง ๆ ของท่านไปไว้ในบริการต่าง ๆ บนเครือข่ายออนไลน์ ทั้งนี้ไม่เฉพาะแต่เครือข่ายขนาดใหญ่อย่างอินเทอร์เน็ต แต่หมายรวมถึงเครือข่ายภายในอย่างอินทราเน็ต ด้วย

สำหรับข้อมูลใด ๆ ที่อยู่ในระบบสาธารณะอยู่แล้ว ปัญหาที่ต้องสนใจ ก็คือ บุคคลอื่นใดจะนำไปเปิดเผยที่อื่นนอกเหนือจากที่ ๆ เจ้าของนำไปโพสไว้ได้หรือไม่ ? ซึ่งประเด็นนี้อาจยังติดปัญหาดังกล่าวไปแล้วเรื่อง คือ กฎหมายที่จะเข้ามาคุ้มครองตรง ๆ ยังไม่มี แต่หากปรากฎชัด หรือผู้ได้รับความเสียหายมีพยานหลักฐานในเบื้องต้น หรือมีเหตุอันชัดเจนว่า ขบวนการล่าแม่มดออนไลน์ เจาะระบบ ดักรับ หรือจรากรรมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดที่ผู้เป็นเจ้าของไม่เคยนำไปโพสไว้ในบอร์ด หรือพื้นที่สาธารณะที่ไหนเลย การกระทำของสมาชิกขบวนการแม่มดฯ ดังกล่าวย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5, 7 หรือ 8 ได้

2.หากผู้ถูกประจานประเมินแล้วว่า ตนได้รับความเสียหายจากการกระทำต่าง ๆ โดยขบวนการล่าแม่มดออนไลน์ ในที่นี้หมายถึง ทั้งจากการที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปเปิดเผยในที่อื่นใดโดยฝ่าฝืนต่อความประสงค์ เป็นเหตุให้ข้อมูลนั้นแพร่กระจายหรือถูกนำไปใช้ต่อด้วยวัตถุประสงค์อื่น และทั้งจากการถูกรุมด่าประณามด้วยถ้อยคำเสียหายแบบขาดไร้พยานหลักฐาน ก่อให้ถูกดูหมิ่น เสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียง ถูกเกลียดชัง และข้อความต่าง ๆ เหล่านั้นไม่เป็นความจริง กรณีต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถพิจารณาได้กับความเสียหายในทางแพ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อหา “ละเมิด” ตามมาตรา 420 อันเป็นบททั่วไป หรือมาตรา 423 ที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเหล่านี้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือให้ศาลใช้มาตรการเยียวยาอื่นใดได้ เช่น ลบข้อความนั้นเสีย หรือลงข้อความขอโทษในสื่อตามระยะเวลากำหนด (มาตรา 447 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)

“มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

“มาตรา 423 ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่น ก็ดีหรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้ หรือทางเจริญของเขาโดย ประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อ ความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้

ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเอง หรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้วท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหม ทดแทนไม่”

3. นอกจากข้อพิจารณาในทางแพ่งแล้ว การกระทำของขบวนการดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาที่ว่าด้วยการ “หมิ่นประมาทบุคคลอื่น” ตามมาตรา 326 หรือ 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีทั้งโทษจำคุก และหรือปรับ ด้วย

“มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

“มาตรา 328 ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท”

โดยเมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ขบวนการล่าแม่มดออนไลน์กระทำแล้ว กล่าวคือ เพื่อ “(เสียบ)ประจาน” (ตามถ้อยคำที่กลุ่มใช้เอง) ย่อมถือไม่ได้ว่าการต่าง ๆ เหล่านั้นเป็น “การติชมโดยสุจริต” อันจะเป็นเหตุให้ได้รับยกเว้นความผิดตามมาตรา 329 ได้

อนึ่ง หากประสงค์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลใด ๆ ควรเตรียมเก็บพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เตรียมพร้อมไว้ เนื่องจากข้อมูล ถ้อยคำ ข้อความ รูปภาพในลักษณะนี้ สามารถถูกเปลี่ยนแปลง ทำลาย หรือโยกย้ายเปลี่ยนที่ทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว

4.มิเพียงแต่ความผิดที่กระทำต่อ ข้อมูลส่วนบุคคล เกียรติยศ ชื่อเสียง เท่านั้น ที่ขบวนการล่าแม่มดดังกล่าวควรต้องรับผิดชอบ แต่การกระทำความผิดต่อความปลอดภัย หรือเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย อนามัย รวมทั้งสุขภาพจิตของเหยื่อผู้ถูกกระทำ ก็ควรตกอยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของขบวนการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ อาจเป็นได้ทั้งในนามตัวการร่วม ผู้ใช้หรือยุยง หรือผู้สนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดในฐานอื่นใด (หากจะเกิดขึ้นจริง) อาทิ การข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ฯลฯ (มาตรา 309 ประมวลกฎหมายาอาญา) , ทำร้ายร่างกาย (มาตรา 297 ประมวลกฎหมายอาญา) ฯลฯ

5.หากมีบุคคลใดถูกไล่ออกจากงาน หรือถูกกระทำการใด ๆ โดยไม่เป็นธรรมในที่ทำงาน ด้วยเหตุผลเพียงเพราะถูกกลุ่มบุคคล หรือขบวนการลักษณะนี้กล่าวหา ประจานอย่างเลื่อนลอย บุคคลนั้นควรคิดหาทางเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ว่าด้วย การเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม เพื่อเรียกร้องเงิน หรือมาตรการชดเชยควบคู่ไปด้วย

6.อาจรวมกลุ่มกันดำเนินการยื่นหนังสือเปิดผนึก หรือบันทึกร้องเรียนไปยัง ผู้บริหาร Facebook เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของขบวนการล่าแม่มดฯ ดังกล่าว โดยพยายามชี้ให้เห็นว่า นอกจากจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายแล้ว ยังขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ขอให้ Facebook ใช้มาตรการที่เหมาะสมในการจัดการดูแลต่อไป

7.การตั้งกลุ่มต่อต้านขบวนการล่าแม่มดออนไลน์ อาทิ กลุ่ม “Anti -Social Sanction: ยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคม” [3] ย่อมถือเป็นสิทธิ และทำได้ตามสมควร แต่ต้องระมัดระวัง และไม่ควรใช้วิธีการเช่นเดียวกับที่กลุ่ม “Social Sanction: ยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคม” ใช้อยู่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กลายเป็นการผลิตซ้ำความรุนแรง และแนวความคิดสามานย์ที่มีลักษณะทั้งขัดต่อกฎหมาย และขัดต่อสิทธิมนุษยชนเสียเอง

สุดท้ายนี้ ขอความสันติ อหิงสา จงมีมาพร้อม ๆ กับความเท่าเทียมเสมอภาค ไม่ว่าจะในโลกจริง หรือโลกเสมือนจริง

จากใจ แม่มดตนหนึ่ง ที่รอคอยการล่า

………………………
[1] //www.facebook.com/pages/Social-Sanction-yuthhkar-lng-thh-thang-sngkhm/108738429154376?ref=ts
[2] //www.ccc.de/hackerethics
[3] //www.facebook.com/pages/ANTI-Social-Sanction-yuthhkar-lng-thh-thang-sngkhm/103397556371253?v=wall


Create Date : 04 พฤษภาคม 2553
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 3:15:45 น. 7 comments
Counter : 414 Pageviews.

 
สรุปคือ กูจะทำอย่างไรก็ได้ที่หมิ่นเหม่หรือผิดต่อกฏหมาย โดยอ้างว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล รัฐธรรมนูญก็ได้กำหนดไว้แล้วว่าประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิแต่ไม่ไปรุกล้ำสิทธิของผู้อื่น อยากจะถามว่าพวกเสื้อแดงพอใครแสดงความเห็นต่าง ก็ยกพวกไปข่มขู่หรือรุมทำร้าย ใช้อาวุธบังคับข่มขู่ผู้อื่นที่เป็นการรุกล้ำสิทธิของผู้อื่น อย่างนี้หรือที่เรียกว่าเป็นสิทธิของพวกเสื้อแดงที่อ้างว่าสามารถทำได้ ผมว่ามันพูดเอาแต่ได้นะครับ เหมือนแดงทำร้ายใครหรือทำความผิดเป็นแดงเทียม แต่แดงตายเป็นแดงแท้


โดย: ปากกาสีน้ำ.....เงิน IP: 113.53.177.33 วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:5:38:46 น.  

 
กุดมอร์นิ่ง ทักทายตอนสายๆ จ้า :)^^


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:53:25 น.  

 
หลงเข้ามาอ่าน เวลานี้เข้าใจแล้วล่ะค่ะเรื่องล่าแม่มด


โดย: ชิฟฟอนคาปูชิโน่ วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:58:34 น.  

 
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ


โดย: watta IP: 203.150.206.170 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:06:14 น.  

 
มึนมาก อย่างว่าแหละ เฮ้อ กลุ้มโว้ย ตูละหน่าย เซ็งง่ะ รู้บางเรื่อง ไม่รู้บางเรื่อง ไม่อยากรู้แต๋บังเอิญรู้บางเรื่อง เรื่องบางเรื่องที่รู้ก็ไม่อยากรู้ รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี


โดย: ผู้มาเยือน IP: 192.168.9.109, 124.121.164.213 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:14:37 น.  

 
ไอ้ข้อกฏหมาย ที่ว่ามา

โปรดเข้าใจไว้ด้วยว่า

กฏหมายเว้นไว้สำหรับ ถ้าเกิดเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ดังนั้น ถ้าเอ็งทำผิดกฏหมาย แล้วมีคนเข้าเอาออกมาพูด

คนพูด มันไม่ผิดกฏหมายเว้ย

แต่ถ้าเอ็งคิดว่าผิด แน่จริงๆ เอ็งก็ฟ้องสิว่ะ

กล้าหรือเปล่า


โดย: ... IP: 110.168.16.216 วันที่: 24 ตุลาคม 2553 เวลา:14:01:46 น.  

 
ปัญหาก็คือผู้ที่ใช้กฏหมาย,ผู้ที่ฟ้องเล่นงานกับผู้ตัดสินมันชอบใช้ตรรกะวิบัติอิงแอบเจตนา,โจมตีบุคคลด้วยกฏหมายที่คลุมเครือ,ห้อยโหนเจ้าเพื่อที่ตัวเองได้สร้างภาพเอาหน้า ฯลฯ
คนแค่วิพากษ์วิจารณ์แต่กลับใช้ตรรกะวิบัติตีขลุมเป็นว่าคนนั้นมีเจตนาร้ายต้องห้ามตามกฏหมายทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่เลย

ส่วนอีตาปากกาสีน้ำ.....เงิน ยังคงมีเจตนาเล่นงานสีแดงโดยลืมนึกถึงพฤติกรรมสีขี้ว่าไม่ได้ต่างกับสิ่งที่มันด่าสีแดงไว้สักนิด ดัดจริตทางศีลธรรมไปได้เรื่อยๆนะเธอวว์


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:18:00:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.