ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กแอสเพอร์เกอร์และบทบาทของครู

นอกจากประเด็นปัญหาในเรื่องความผิดปกติของพัฒนาการในเด็กแอสเพอร์เกอร์ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ยังมีประเด็นปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ผู้เขียนอยากขอกล่าวถึง ณ ที่นี้ นั่นคือเรื่องสถานศึกษาและการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กแอสเพอร์เกอร์ ถึงแม้ว่าเด็กแอสเพอร์เกอร์จะไม่แสดงพฤติกรรมปัญหาทางด้านสังคมและการเรียนรุนแรงเหมือนเด็กออทิสติก แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่จำเป็นต้องได้รับการบริการช่วยเหลือพิเศษในเรื่องการศึกษาแต่อย่างใด เราทุกคนคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีสติปัญญาดีและการเรียนหนังสือได้เพียงอย่างเดียวนั้นจะเพียงพอที่จะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยและอยู่อย่างมีความสุขในสังคมได้ตลอดไป เด็กแอสเพอร์เกอร์ก็เช่นกัน เขาจะไม่สามารถอยู่อย่างมีความสุขได้หากเขาไม่เข้าใจการปฏิบัติตัวและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในสังคมอย่างถูกต้องเหมาะสม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกคนจะหันมาเอาใจใส่กับประเด็นปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยการสอนทักษะการดำรงชีวิตให้เขาเหมือนกับการสอนวิชาบังคับอื่น ๆ และหากสามารถบรรจุเรื่องที่สอนนั้นเข้าในแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Plan: IEP) ด้วยก็จะยิ่งเป็นการดีเพราะครูจะสามารถซ่อมเสริมในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกต้องและได้เต็มที่

ผู้เขียนเคยมีโอกาสได้พบและพูดคุยกับเด็กหนุ่มแอสเพอร์เกอร์อายุประมาณ 25 ปี สัญชาติอเมริกัน เชื้อชาติเช็กคนหนึ่ง ในตอนที่พาลูกชายไปเข้าค่ายแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเป็นชายหนุ่มที่มีระดับสติปัญญาสูงมาก ประมาณ 174 จุด เลยทีเดียว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเขาไม่สามารถจะใช้ความปราดเปรื่องนั้นให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้ เขาจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า แต่ยังหางานไม่ได้เพราะสอบสัมภาษณ์ไม่ผ่าน พอเขาได้ข่าวว่ามีการจัดค่ายสำหรับบุคคลแอสเพอร์เกอร์เขาจึงเดินทางมาร่วมด้วยความเชื่อว่าเขาจะได้รับความรู้เพิ่มเติมใหม่ ๆ โดยเฉพาะความรู้ทางด้านสังคม ผู้เขียนซาบซึ้งกับความพยายามของเขาในการเดินทางข้ามรัฐมาเพื่อวัตถุประสงค์นี้ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมากที่ได้มารับรู้เรื่องราวในชีวิตของเขา ชายหนุ่มผู้นี้ได้แสดงออกถึงความต้องการอยากมีเพื่อน อยากจะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อยากจะเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับคนอื่น ๆ แต่เขาก็ไม่สามารถพาตัวเองให้เข้าไปทำอย่างที่ใจปรารถนาได้ มีอยู่วันหนึ่ง ผู้เขียนบังเอิญได้ยินคำสนทนาระหว่างเด็กสาวคนหนึ่ง (ที่เป็นอาสาสมัคร) กับเด็กหนุ่มคนนี้ว่า “เธออยากเต้นรำไหม” เด็กสาวเอ่ยชวน ชายหนุ่มคนนี้ตอบรับด้วยน้ำเสียบเรียบ ๆ ว่า “อยาก” โดยไม่แสดงท่าทางหรือสีหน้าประกอบถึงอารมณ์ความรู้สึกแต่อย่างใด สักครู่เขาก็ถามเด็กสาวคนนั้นว่า “แล้วฉันต้องทำอย่างไรล่ะช่วยสอนหน่อยสิ” เด็กสาวคนนั้นตอบว่า “ได้สิ เธอเลียนแบบท่าทางของฉันก็แล้วกัน” ผู้เขียนจึงหยุดดูว่าชายหนุ่มคนนี้จะสามารถเลียนแบบท่าทางของเธอได้หรือไม่ ปรากฎว่าเขาพยายามจะทำทุกอย่างให้เหมือนเธอแต่ท่าทางและลีลาของเขาเก้งก้างราวกับหุ่นกระบอก ในวินาทีนั้น ไม่มีใครกล้าที่จะหัวเราะออกมาแต่ทุกคนจะติดตามว่าเขาจะสามารถเต้นจนจบเพลงได้หรือไม่ ในที่สุดเมื่อเสียงเพลงหยุดลงทุกคนต่างก็ร่วมแสดงความชื่นชมยินดีในความพยายามของเขาและต่างก็แสดงความขอบคุณเด็กสาวคนนี้ที่ให้โอกาสเขาได้เต้นรำด้วย หากสังคมนอกค่ายให้โอกาสเด็กหนุ่มคนนี้ได้ร่วมฝึกร่วมทำโดยมีพี่เลี้ยงหรืออาสาสมัครให้การสนับสนุนช่วยเหลือแล้ว บุคคลแอสเพอร์เกอร์อย่างชายหนุ่มคนนี้คงจะไม่กลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ไร้ค่า ในวันสุดท้ายของโปรแกรมค่าย ผุ้จัดได้ให้โอกาสเขาเล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาทุกคนนั่งฟังด้วยความเข้าใจและซาบซึ้งใจและอีกหลายคนแอบซับน้ำตาตามไปด้วย เขาบอกว่าเขามีเพื่อน้อยมากเพราะเพื่อน ๆ จะรู้สึกว่าเขามีบุคคลิกลักษณะแปลก ๆ ไม่เหมือนคนอื่น ๆ ไม่สรวลเสเฮฮา ไม่แสดงอารมณ์ตอบสนอง ไม่สนใจพูดคุยเรื่องทั่วไป ฯลฯ ดังนั้น ทุกคนจึงค่อย ๆ ห่างเหินเขาออกไปเรื่อย ๆ เขารู้สึกโดเดี่ยวอ้างว้างและต้องการจะทำแบบคนอื่นบ้างแต่เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะเริ่มต้นอย่างไร เขาปรารถนาให้มีใครสักคนหยิบยื่นโอกาสและความเอื้ออาทรต่าง ๆ เหล่านี้กับเขาบ้าง การมาเข้าค่ายในครั้งนี้ช่วยทำให้เขามีความรู้สึกที่ดีกับตัวเองมากขึ้นเพราะคนในค่ายนี้ให้โอกาสเขาได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ได้ให้คำแนะนำปรึกษาและได้แสดงไมตรีจิตที่ดีตลอดเวลา เขารู้สึกผ่อนคลายและมองโลกในแง่ดีมากขึ้น เขาไม่ปรารถนาที่จะเห็นเด็กแอสเพอร์เกอร์รุ่นน้องต้องทนทุกข์หรือมีสภาพจิตใจแบบเดียวกับเขาและเขายินดีจะเป็นตัวแทนคนแอสเพอร์เกอร์ทั้งหมดในค่ายนี้พูดถ่ายทอดความรู้สึกเบื้องลึกในใจ ให้คนในสังคมได้รับรู้โดยหวังว่า สักวันหนึ่งสังคมจะเข้าใจและให้การยอมรับบุคคลแอสเพอร์เกอร์มากขึ้น ผู้ฟังทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างปรบมือและมอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจให้กับเขา นับว่าเป็นวันที่ผู้เขียนเกิดความรู้สึกทั้งดีและแย่ในคราวเดียวกัน แต่อย่างน้อยผู้เขียนก็เห็นคล้อยตามกับความหวังของชายหนุ่มคนนี้ที่ว่า สักวันหนึ่งสังคมจะเข้าใจและให้การยอมรับบุคคลแอสเพอร์เกอร์มากขึ้น จึงอยากขอฝากให้ผู้เกี่ยวข้องกับเด็กทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการจัดให้มีหลักสูตรเรื่องทักษะการเข้าสังคมเพื่อเด็กแอสเพอร์เกอร์อย่างจริงจังด้วย

นอกจากประเด็นการจัดการศึกษาที่กล่าวมาแล้วนี้ยังมีประเด็นปัญหาเรื่องการหาสถานศึกษาให้เหมาะกับความต้องการของเด็กแอสเพอร์เกอร์อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะสอบถามเข้ามายังผู้เขียนๆ จึงอยากฝากข้อแนะนำบางประการ (ซึ่งอาจจะไม่แตกต่างจากประเด็นหัวข้อที่ผู้ปกครองของเด็กปกติหาโรงเรียนใหม่ให้ลูก) ไว้พอเป็นสังเขป ดังนี้

1. ให้พิจารณาเลือกโรงเรียนที่มีขนาดเล็กแทนโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่เพราะโรงเรียนขนาดเล็กมักจะดูแลเอาใจใส่เด็กได้ทั่วถึงกว่าโรงเรียนใหญ่ ๆ และมีชื่อเสียงโด่งดัง

โดยทั่วไปเด็กแอสเพอร์เกอร์ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนในโรงเรียนพิเศษเฉพาะทาง หรือสถานบำบัดแต่ควรจะส่งเข้าโรงเรียนปกติที่เปิดรับเด็กพิเศษเข้าเรียนปกติที่เปิดรับเด็กพิเศษเข้าเรยนร่วมชั้นกับเด็กอื่น ๆมากกว่า และไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือเอกชนแต่ควรจะได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาอย่างถูกต้อง ขณะนี้ในต่างประเทศ (อังกฤษ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ) มีโรงเรียนที่เปิดรับเฉพาะเด็กแอสเพอร์เกอร์เข้าเรียนอยู่หลายโรงซึ่งจุดมุ่งหมายของทางโรงเรียนคือมุ่งเน้นที่จะสอนหรือปรับพฤติกรรมทางสังคมและภาษาของเด็กให้ดีขึ้นก่อนที่จะส่งออกไปเรียนร่วมกับเด็กปกติในโรงเรียนอื่น ๆ จากการที่ผู้เขียนได้อ่านสมุดภาพ และผลการดำเนินงานของโรงเรียนเฉพาะทางที่ว่านี้ ผู้เขียนมีความรู้สึก (ส่วนตัว) ว่าอาจจะเหมาะกับเด็กแอสเพอร์เกอร์ที่ยังไม่สามารถปรับตัวในเรื่องต่าง ๆ ได้ดีเท่าที่ควร กล่าวคือ เด็กยังมีปัญหาในเรื่องทางสังคม เช่นไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับคนหมู่มากได้หรือไม่สามารถทนฟังเสียงอึกทึกที่มาจากการเล่นของเด็กในโรงเรียนได้ หรือไม่สามารถเรียนร่วมกับเด็กอื่น ๆ ในชั้นเดียวกันได้ (อาจจะเรียนเร็วกว่า) เป็นต้น ดังนั้น เด็กเหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้ดีกว่าหากได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากโรงเรียนประภทนี้เพราะจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยช่วยเหลือแนะนำตลอดเวลาและจะจัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะกับศักยภาพที่แท้จริงของเด็กแต่ละคน แต่ข้อเสียก็คือเด็กจะไม่เห็นหรือไม่ได้รับแบบอย่างจากเด็กปกติซึ่งก็ถือเป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เด็กควรจะได้มีโอกาสเรียนรู้จากการอยู่ปะปนกับเด็กอื่น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกว่าโรงเรียนประเภทใดจะเหมาะสมกับลูกของท่านแค่ไหนก็คงจะเป็นเรื่องที่บุคคลในครอบครัวต้องช่วยกันพิจารณาต่อไป



2. ผู้บริหารหรืออาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนั้นให้ความสำคัญในเรื่อง การจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กพิเศษแต่ละคน


3. ผู้บริหารหรืออาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนั้นแสดงการต้อนรับและแสดงความเต็มใจที่จะช่วยเหลือเด็กโดยยินดีที่จะพูดคุยกับผู้ปกครองในประเด็นความช่วยเหลือต่างๆ (ถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่เคยได้ยินหรือไม่มีความรู้ในเรื่องแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมมาก่อนก็ตาม)


4. อัตราส่วนนักเรียนต่อครูต่อชั้นไม่มากจนเกินไปจนครูไม่สามารถดูแลเอาใจใส่เด็กได้ทั่วถึง (จำนวนนักเรียนประมาณ 15-18 คน : ครู 1 คน)


5. ตัวอาคารโรงเรียนควรอยู่ห่างจากถนนใหญ่พอที่จะไม่ได้ยินเสียงรถในขณะที่มีการเรียนการสอน


6. สถานที่ตั้งของโรงเรียนควรอยู่ในที่ ๆ ปลอดภัย ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชนมากนักและผู้ปกครองสามารถไปรับ ส่งได้สะดวก


7. โรงเรียนสะอาด มีรั้วรอบขอบชิด มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีเพียงพอ มีบริเวณให้เด็กได้วิ่งเล่น ทำกิจกรรมและพักผ่อนตามสมควร


8. คุณสมบัติของครูที่จะดูแลเด็กควรจะเป็นครูที่มีความตั้งใจดี มีพื้นฐานจิตใจโอบอ้อมอารี ไม่เข้มงวดจนเกินไป เป็นคนใจกว้าง มีอารมณ์ขัน ยอมรับฟังความเห็นของผู้ปกครองและยินดีที่จะศึกษาเรื่องแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมเพิ่มเติม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จบวิชาการศึกษาพิเศษมาก่อนก็ตาม


9. มีสื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพียงพอกับจำนวนนักเรียน


10. มีบริการเสริมสำหรับเด็กพิเศษ เช่น บริการแก้ไขการพูด บริการให้คำปรึกษาแนะแนว บริการในห้องสอนเสริม เป็นต้น


บทบาทของครูต่อเด็กแอสเพอร์เกอร์

ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งในการปรับสภาพความบกพร่องของเด็กให้กระเตื้องขึ้น ถึงแม้เด็กแอสเพอร์เกอร์จะมีจุดอ่อนและจุดเด่นที่แตกต่างกันและมีความต้องการการช่วยเหลือที่หลากหลายไม่เท่ากันแต่เขาก็แสดงปัญหาพื้นฐานหลัก ๆ ที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน นั่นคือ ความบกพร่องใน 8 ประเด็นหลัก ๆ ที่กล่าวมาโดยละเอียดในตอนต้นแล้ว ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่ายิ่งที่ครูจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเพียงพอในเรื่อง “ปัญหาพื้นฐาน” เหล่านั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องศึกษา “จุดเด่นและจุดอ่อนและระดับความสามารถทางสติปัญญา” ของเด็กเหล่านี้ควบคู่กันไปด้วย หากครูเข้าใจธรรมชาติของเด็กแล้วการช่วยเหลือเด็กให้ไปได้ดีและถูกทางจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยากเกินความเป็นจริง ฉะนั้นบทบาทของครูจึงน่าจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยการอุ่นเครื่องตัวเองให้พร้อมก่อนที่จะได้สอนเด็ก วิะที่น่าจะดีและทำได้ทันทีคือการหาหนังสือเรื่องแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมมาอ่านให้มาก ๆ และสม่ำเสมอหรือเข้ารับการฝึกอบรม สัมมนาเพื่อรับข้อมูลและเทคนิคในการบริหารจัดการเพิ่มเติม ผู้เขียนมั่นใจว่าหากครูกระตือรือร้นทำดังที่กล่าวนี้ ผลสัมฤทธิ์จะต้องเกิดขึ้นกับเด็กอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน


Create Date : 01 กันยายน 2549
Last Update : 1 กันยายน 2549 21:05:11 น. 5 comments
Counter : 310 Pageviews.

 
Never'd though will see an article about ASD in Thai.



โดย: jasper IP: 60.52.80.18 วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:22:15:26 น.  

 
ลูกชายอายุ 12 เพิ่งไปพบหมอมา มีอาการปลายๆ แอสเพอร์เกอร์ โชคดีที่ได้โรงเรียนดี ทำให้เค้าไม่มีปัญหา และช่วยแนะนำพ่อแม่ในการเลี้ยงดูได้มาก เราพ่อแม่ลูกเป็นหนี้บุญคุณโรงเรียนจริงๆ


โดย: wendy IP: 124.121.218.59 วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:11:03:32 น.  

 
ชื่อโรงเรียนอะไร อยู่ที่ไหน บอกได้ไหมคะ ดิฉันกำลังเป็นทุกข์และมีปัญหาในการหาโรงเรียนที่เหมาะสมให้ลูกชายวัย 13 อยู่พอดีเลยค่ะ ตอนนี้ให้อยู่โรงเรียนที่จัดว่าแพงมากแต่ดูยังไม่ค่อยเข้าใจปัญหาของลูกเท่าที่ควร ไม่ทราบว่าจะหันหน้าไปพึ่งโรงเรียนไหนแล้วค่ะ ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้าค่ะ


โดย: กานต์ IP: 125.25.137.151 วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:1:51:52 น.  

 
เหมือนได้คุยกับคุณหมอจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ ตอนนี้ย้ายลูกมาเข้า ป.1 ร.ร.ัฐฯใกล้บ้าน(ร.ร.เดิม เทอมละ 8000 บ.)ร.ร.ใหม่นักเรียนไม่เยอะ เรียนฟรี (ป.1 มีน.ร. 15 คน) คุุยกับคุณครูแล้วท่านเข้าใจ สังเกตเด็กและคอยแก้ไข และบอกข้อมูลเด็กขณะอยู่ร.ร. เริ่มเบาใจขี้น แต่ปัญหาเดิมๆ คือถูกเพื่อนหยิก ข่วน กัด ตี ขีดเขียนเสื้อผ้า ยังมีเหมือนตอนอยู่ร.ร.เดิม สงสารลูกมากเรียนชั้นไหนก็ถูกเพื่อนตี(นับตั้งแต่อนุบาล)วันก่อนบอกครูแล้วก็ดีขี้น ดูอีกสักระยะ แล้วจะไปพบแพทย์ ไม่รู้จะแพงใหม ที่บ้านเปิด ร.ร.กวดวิชาเล็กๆ ถ้าเพื่อนยังทำร้ายลูกอยู่อาจให้เรียนที่บ้านแทนก็ได้ค่ะ (HOME SCHOOL)


โดย: คุณแม่ + ลูกชายสอง IP: 125.24.30.193 วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:13:51:41 น.  

 
ถึงคุณแม่ + ลูกชายสอง IP: 125.24.30.193 พูดถึงปัญหาเพื่อนรังแกเด็กนั้น
ผมอยากให้ลองอ่านการ์ตูนสะท้อนชีวิตสังคมวัยรุ่นวัยเรียนอย่างเรื่องLIFEของสำนักพิมพ์บงกชดู เพราะเรื่องนี้ตีแผ่เหตุปัจจัยทางอารมณ์ของคนแต่ละคนเอาไว้ได้อย่างละเอียดน่าทึ่งมาก ตอนนี้ออกมา18เล่มและเล่ม19ก็คงจะออกในเดือนหน้านี่
ผมอยากให้คุณได้รู้ว่าปัญหานี้นอกเหนือจากแอสเพอร์เกอร์แล้วมันยังมีเหตุแบบนี้รวมอยู่ด้วย


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:15:02:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.