ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
เจาะลึกประเด็นปัญหาของเด็กแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม

ด้านสังคม

ถึงแม้เด็กแอสเพอร์เกอร์จะไม่แยกตัวอยู่ตามลำพัง (หากไม่ถูกปฏิเสธจากเพื่อนหรือสังคมเสียก่อน) เฉกเช่นเด็กออทิสติก แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เด็กไม่สามารถเข้ากลุ่มกับเด็กปกติอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น ได้แก่

1. เด็กขาดความเข้าใจกฎ ระเบียบ มารยาทและการปฏิบัติตัวทางสังคม ทำให้เด็กไม่สามารถตอบสนองต่อบุคคลหรือเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เช่น เด็กจะหัวเราะผิดเวลา พูดขัดจังหวะขณะที่ผู้อื่นกำลังพูด แสดงความเห็นไม่สอดคล้องกับเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่ เดินชนหรือเบียดผู้อื่น (ราวกับบุคคลนั้นเป็นสิ่งของ) โดยไม่กล่าวคำขอโทษ แย่งของจากเพื่อน ไม่ผลัดเปลี่ยนหรือรอคอย ไม่เข้าใจการทำงานเป็นทีม ไม่เข้าใจการกระทำของบุคคลอื่นว่าหมายความว่าอย่างไร เป็นต้น


2. เด็กขาดความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวหรือเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ๆ เช่นไม่ใส่ใจว่าเพื่อนกำลังทำอะไร ใครสนิทกับใคร ใครไม่ชอบใคร เขาคุยกันเรื่องอะไร รายการทีวีช่องใด เพลงแนวไหนหรือภาพยนตร์เรื่องใดกำลังเป็นที่นิยม ของเล่นหรือแฟชั่นอะไรที่นำสมัย ฟุตบอลทีมใดกำลังได้รับความนิยมสูงสุด เป็นต้น


3. เด็กไม่คิดที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัว (เช่น เดินทางไปเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ ไปร้านอาหารอร่อย ๆ ฯลฯ) หรือบอกเล่าข่าวสารอื่น ๆ ให้ผู้อื่นได้รับรู้


4. เด็กขาดความเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น มีบ่อยครั้งที่เด็กอาจทำให้เพื่อนเสียใจ (ด้วยคำพูดและการกระทำ) โดยมิได้เจตนา เด็กไม่สามารถอ่านใจผู้อื่นหรือคิดกลับด้วยตัวเองว่าถ้าเขาถูกกระทำแบบนั้นบ้างเขาจะมีความรู้สึกอย่างเดียวกันหรือไม่


5. เด็กสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่นเองไม่เป็น เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรและจะพูดคุยกันด้วยเรื่องอะไร (เว้นเสียแต่ว่าเด็กจะเริ่มต้นด้วยเรื่องที่ตัวเองสนใจมาก ๆ ก่อนเป็นลำดับแรก) ท่าทางที่แสดงออกก็แปลก ๆ เก้งก้าง งุ่มง่าม เคอะเขิน ดูตลกน่าขำ


6. เด็กไม่เข้าใจความหมายและความสำคัญของ “มิตรสัมพันธ์” หากให้เด็กลองอธิบายความหมายของคำว่า “เพื่อน” เด็กจะอธิบายไม่ได้ “เพื่อน” มีกี่ลักษณะเด็กก็อธิบายไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงเป็นการยากที่สัมพันธภาพระหว่างเด็กแอสเพอร์เกอร์กับเด็กคนอื่นจะพัฒนาไปได้หลายระดับตามกลไกธรรมชาติ ถึงแม้ในรายที่ได้รับการฝึกฝนในเรื่องการสร้างมิตรจนชำนาญก็ยังประสบปัญหาใน การ ”ดำรง” สัมพันธภาพนั้นไว้ให้ยั่งยืนยาวนาน


7. เด็กมักจะซื่อ จริงใจ จริงจังและไม่ “ทันคน” (เพราะเนื่องจากอ่านเจตนาของผู้อื่นไม่ออกและไม่เข้าใจว่าเพื่อนคนใดเป็น “เพื่อนแท้” และเพื่อนคนใดเป็น “เพื่อนเทียม”) ทำให้บ่อยครั้งที่เด็กกลายเป็น “แพะรับบาป” แทนเพื่อนหรือกลายเป็น “ผู้รับใช้” เพื่อนในเรื่องที่ไม่เหมาะสม


8. เด็กไม่ชอบให้สัมผัสตัว หากผู้ปกครองหรือเพื่อนพยายามเข้าใกล้เพื่อจับมือถือแขนหรือโอบไหล่ เด็กจะเดินหนีห่างออกไปทันที


9. เด็กจะแสดงอาการหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับวัย เช่น กรีดร้อง ทำลายข้าวของ โวยวาย บ่นว่า ฯลฯ เมื่อถูกขัดใจหรือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างกระทันหัน


10. เด็กจะจริงจังกับทุกเรื่องมากเกินไป แยกแยะไม่ออกว่าอะไรจริงอะไรหลอก เช่น หากเพื่อนชี้ให้มองเพดานเด็กก็มองตาม ชี้ไปที่พื้นแล้วหลอกให้หาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เด็กก็จะควานหาตามคำบอก ชี้สุ่มไปทางใดทางหนึ่งแล้วถามว่า “นั่นอะไร” เด็กก็จะพินิจพิเคราะห์มองอย่างตั้งใจเพื่อหาสิ่ง ๆ นั้น ดังนั้น เด็กแอสเพอร์เกอร์จึงถูกหลอกให้อับอายอยู่เป็นประจำ


11. เด็กจะเก็บความลับไม่เป็น เมื่อเห็นเพื่อนทำผิดกฎ ระเบียบของชั้นเรียน เด็กจะฟ้องครูทันที หรือถ้าเพื่อนกระซิบบอกอะไรและกำชับว่าห้ามบอกใคร เด็กก็กลับโพล่ง “ความลับ” นั้นออกมา ทำให้เพื่อนเข้าใจผิดคิดว่าเด็กมีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งตน แต่ถ้าเพื่อนเรียนรู้ในภายหลังว่าเด็กแอสเพอร์เกอร์เก็บความลับไม่เป็นก็อาจจะเจตนาให้เด็กเปิดเผยความลับนั้น เพื่อให้เด็กแอสเพอร์เกอร์กลายเป็นตัวตลกหรือถูกทำโทษในสิ่งที่พูด

ด้านภาษา

ถึงแม้ว่าเด็กแอสเพอร์เกอร์จะพูดเก่ง พูดได้คล่องและใช้คำศัพท์ได้หลากหลาย (ออกจะเกินวัยและแปลก ๆ ไปบ้าง) แต่เด็กก็มีปัญหาในเรื่องการพูดคุยกับผู้อื่นรวมทั้งการใช้ท่าทางและการแสดงสีหน้าบ่งบอกความรู้สึกของตัวเองให้ผู้อื่นเข้าใจพัฒนาการทางภาษาของเด็กแอสเพอร์เกอร์จะปรับตัวขึ้นได้เร็วกว่าเด็กออทิสติก ถึงแม้ว่าเด็กทั้งสองกลุ่มจะได้รับการฝึกฝนพร้อม ๆ กันและเท่า ๆ กันก็ตาม ผลความก้าวหน้าทางภาษาของเด็กแอสเพอร์เกอร์นี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบ่งชี้ความสำเร็จในอนาคตของเด็กด้วย เด็กแอสเพอร์เกอร์ในกลุ่มของฮันส์จะมีพัฒนาการทางภาษาตามวัย (ไม่ล่าช้า) แต่เด็กออทิสติกในกลุ่มของวิงก์ (ที่เธอได้ติดตามบันทึกข้อมูล) ก็สามารถที่จะพัฒนาภาษาให้ดีขึ้นได้หากได้รับการกระตุ้นช่วยเหลืออย่างจริงจังตั้งแต่ยังเล็ก เด็กเหล่านี้สามารถพูดได้ภายใน 5 ขวบ ฉะนั้นหากส่งเด็กกลุ่มนี้ไปรับการวินิจฉัยใหม่อีกครั้งหนึ่ง (เมื่อภาษามีมากขึ้น) จะพบว่าเด็กได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์แทนกกลุ่มออทิซึมที่แต่เดิมเด็กเคยถูกจัดไว้ แต่อย่างไรก็ตามระดับสติปัญญาของเด็กคนนั้นก็จะต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติด้วยจึงจะเข้าข่ายเป็นเด็กแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมอย่างสมบูรณ์ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องความบกพร่องทางด้านภาษาของเด็กแอสเพอร์เกอร์ให้ศึกษากันเพิ่มเติมอีก ดังนี้

1. เด็กจะพูดแต่เรื่องที่ตัวเองสนใจมาก ๆ (ไม่จำกัดหัวข้อแต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เด็กชอบในเวลานั้น) โดยไม่เลือกว่าควรจะพูดกับใคร พูดนานเท่าใดหรือพูดเวลาใดและผู้ฟังจะรู้สึกอย่างไร


2. เด็กอาจจะพูดหรือถามเรื่องนั้นซ้ำ ๆ เป็นแรมเดือนไม่เปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับความชอบและความสนใจของเด็กว่ามีมากเท่าใด


3. เด็กจะไม่เริ่มต้นพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับผู้อื่นก่อน


4. แต่ลักษณะการพูดของเด็กจะเพียงเพื่อต้องการข้อมูลที่ตัวเองอยากรู้หรือต้องการที่จะบอกให้คนอื่นรับรู้เท่านั้นมิใช่เพราะเด็กต้องการจะพูดคุยเล่นหรือพูดเพื่อสร้างความรู้จักกับผู้ฟังให้มากขึ้น


5. เด็กจะไม่สามารถพูดจูงใจหรือพูดเพื่อให้คนอื่นสนับสนุนหรือคล้อยตามตัวเองได้


6. ในขณะที่พูดหรือเล่า เด็กจะไม่เน้นเสียหรือแสดงสีหน้าท่าทางประกอบด้วย


7. การพูดขาดจังหวะ ไม่เว้นวรรค ไม่มีท่วงทำนอง (พูดรัวและเร็ว)


8. เด็กบางคนจะใช้คำฟุ่มเฟือยเกินไป ไม่กระชับ ฟังไม่เป็นธรรมชาติ


9. เด็กอาจจะใช้คำพูดสลับที่กันในขณะที่พูด (ไม่ถูกต้องตามหลักภาษา)


10. บางคนสำเนียงจะแตกต่างจากคนในพื้นที่เดียวกัน เช่นเป็นเด็กกรุงเทพฯ โดยกำเนิดแต่พูดสำเนียงอีสานหรือทางใต้ และบางคนจะพูดสำเนียงเหมือนชาวต่างชาติ (คล้าย ๆ กับฝรั่งพูดไทย) ระดับเสียงที่ใช้ (สูง-ต่ำ) จะสูงมากหรือต่ำมากหรือไม่มีระดับเสียงเลย (ไร้วรรณยุกต์) บางคนจะพูดดังตลอดเวลาหรือเบาเกินไป


11. เด็กไม่เข้าใจคำพูดที่เป็นนามธรรม คำที่มีความหมายสองแง่สองง่าม คำทะลึ่ง หยาบคาย คำขวัญ คำตลก สุภาษิต คำพังเพย อุปมาอุปไมย หรือคำแสลงและคำใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตามความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ เช่น น้ำขึ้นให้รีบตัก เหยียบเรือสองแคม แก้ผ้าเอาหน้ารอด ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ จ๊าบ แห้ว เดี้ยง โหลยโท่ย ฯลฯ


12. เด็กจะแปลคำพูดแบบคำต่อคำ เหมือนตัวอย่างนิทานเรื่องศรีธนนชัยที่คว้านท้องน้องเพื่อทำความสะอาดเพราะแม่สั่งให้พาน้องไป “ล้างท้อง” เป็นต้น


13. เด็กจะมีปัญหาเรื่องการอ่านจับใจความจากเนื้อเรื่องในหนังสือต่าง ๆ หรือสับสนกับบทสนทนาทางภาพยนตร์ ละคร ฯลฯ ทำให้ไม่สามารถเล่า อธิบายหรือเรียบเรียงสิ่งที่อ่านและได้ยินนั้น ด้วยคำพูดของตัวเอง ดังนั้นเราจึงไม่เคยได้ยินเด็กแอสเพอร์เกอร์พูดโกหกหรือพูดโกหกหรือพูดเรื่องตลก แต่ในบางรายหากทำได้ก็จะเป็นลักษณะจำมา (อาจจะจากหนังสือหรือจากการได้ยินมาจากคนอื่น) มากกว่าจะแต่งขึ้นเอง


14. เด็กมักจะวิจารณ์คนอื่นต่อหน้าโดยไม่ได้คำนึงว่าเหมาะสมกับเวลาหรือสถานที่หรือไม่ เช่น วิจารณ์ครูว่าสอนผิดต่อหน้าเพื่อน ๆ


15. เด็กอ่านน้ำเสียง สีหน้า อารมณ์และท่าทางของผู้อื่นไม่ออก


16. ในขณะเดียวกันเด็กก็ไม่สามารถแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกผ่านทางใบหน้าให้คนอื่นเข้าใจตัวเองได้ถูกต้อง นอกจากเวลาที่ดีใจและโกรธเท่านั้น อารมณ์อื่น ๆ ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน เช่น เจ็บปวด เศร้า กังวลใจ เครียด หิว ฯลฯ จะทำไม่ได้


17. เด็กอาจจะพูดสอดแทรก พูดเมื่อยังไม่ถึงคิวตัวหรืออาจจะแสดงความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คนอื่นกำลังคุยกันอยู่


18. บางครั้งเด็กจะพูดความคิดของตัวเองออกมา เช่น บอกเพื่อนถึงแผนการที่ตนวางไว้ว่าจะเอาชนะเพื่อนได้อย่างไรในขณะที่แล่นเกมด้วยกันหรือบางทีก็พูดกับตัวเองตามลำพังถึงสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ในขณะนั้น


19. เด็กจะไม่สบตาคู่สนทนาระหว่างพูดคุยกัน บางคนจะยืนหันข้างพูด ดูราวกับว่าเด็กกำลังพูดอยู่กับคนอื่นมากกว่ากำลังพูดกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่บางคนก็จะจ้องหรือเพ่งคู่สนทนาตลอดเวลาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด


20. บ่อยครั้งที่เด็กจะมีปัญหาในการปฏิบัติตามคำสั่ง


21. บางครั้งเด็กจะได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน เช่นเสียงน้ำไหลจากท่อในที่ไกล ๆ เสียงใบไม้ไหว ฯลฯ แต่ในทางตรงกันข้ามเด็กจะกลัวเสียงบางอย่างที่ไม่น่ากลัว เช่น เสียงโทรศัพท์ เสียงขยำถุงกระดาษ เสียงฝนตก เสียงสตาร์ทรถยนต์ เป็นต้น


Create Date : 01 กันยายน 2549
Last Update : 1 กันยายน 2549 20:57:52 น. 4 comments
Counter : 269 Pageviews.

 
น่าจะพิมพ์เป็นหนังสือนะคะ มีประโยชน์มากๆ


โดย: บัณฑิตา IP: 124.121.168.96 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:10:01:35 น.  

 
อ่านแล้วลูกชายวัย 7 ขวบเข้าข่าย 99 % ตอนนี้เข้าใจลูกมากขึ้น เคลียร์มาก...(หลังจากสงสัยมานาน) ตอนนี้น้องเค้าอายุเกือบ 2 ขวบ อาการคล้ายและเร็วกว่าพี่ชายอีก ไม่รู้ว่าเป็นกรรมพันธ์ุุหรือไม่ และจะศึกษาเรื่องนี้ต่อไป วันหน้าอาจได้ร่วมแบ่งปันความรู้บ้าง ขอบคุณมากค่ะ จะแนะนำผู้อื่นมาอ่านนะคะ และจะติดตามต่อไปค่ะ


โดย: คุณแม่+ลูกชายสอง IP: 125.24.30.193 วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:12:39:10 น.  

 
แอสเพอร์เกอร์นั้นถือว่าใกล้เคียงกับโรคปัญญาอ่อนออทิสติกแต่น้อยกว่าเยอะมากครับ ออทิสติกนั้นทราบกันดีอยู่แล้วมันคือโรคกรรมพันธ์ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้อยู่ครับ
ผมเองก็มีลูกพี่ลูกน้องอยู่ในรุ่นที่น่าจะจบมหาวิทยาลัยไปแล้ว แต่กลับเป็นโรคออทิสติกเลยกลายเป็นภาระให้กับพ่อแม่ที่เป็นแพทย์และรวมไปถึงญาติหลายคนด้วยกันเนื่องจากเขาเหมือนกับเด็กฝึกพูดไม่มีผิด
ส่วนผมกว่าจะรู้ตัวเองว่าเป็นแอสเพอร์เกอร์ ก็เมื่อ3-4ปีมาแล้วนี่แหละครับ


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:15:08:17 น.  

 
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีดีที่ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ลูกชายเป็นคืออะไร เพราะที่ผ่านมายังหาข้อสรุปไม่ได้ ลองผิดลองถูกมามาก หลายคนคิดว่าเขาเป็นเด็กออทิสติก สมาธิสั้น แต่เมื่อได้มาศึกษาแอสเพอร์เกอร์มันตรงกับเขาที่สุด จนถึงวันนี้ผ่านมา6ปี แต่มันก็ไม่สายเกินไปขอบคุณจริงๆค่ะ


โดย: แม่ลูกสอง IP: 113.53.54.16 วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:30:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.