"Never a failure, always a lesson !"

งาน :: เมื่อได้งานเมืองผู้ดี (แล้วดันลาออก) ภาค 1

มีท่านใดเคยทำงานประเภท Telemarketing หรือการขาย (การตลาด) ทางโทรศัพท์บ้างมั๊ยคะ?




มีท่านใดเคยทำงานประเภท
Telemarketing หรือการขาย
(การตลาด)
ทางโทรศัพท์บ้างมั๊ยคะ? Smiley


บอกตรงๆว่างานขายเป็นงานที่จขบ.ไม่ชอบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เพราะมีความรู้สึกว่าคนขายของควรหน้าตาดี
ถ้าเหมือนน้องอั้ม พัชราภา
จะขายบ้าน เครื่องบิน รถ
หรือลูกอมสามเม็ดห้าบาทก็ขายดี
คนซื้อก็คงมีความรู้สึกว่ากินใช้สินค้าตัวนั้นแล้วสวย
..
แล้วไฮโซ.. ใช้แล้วเหมือนคุณอ้ำ Smiley

แล้วคนหน้าตาเหมือนซาลาเปาเยาวราช
แถมปากยังกับอาเซเชี่ยลแบบจขบ
.นี่
จะไปขายอะไรกับเค้าได้ Smiley
..
ด้วยเหตุนี้แม้การขาย
(หรือการตลาด)
จะทำกันในโทรศัพท์
ซึ่งแม้คุณหน้าจะเน่าระดับไหนก็ตาม
ขอให้เสียงสวยและหล่อ
และมีทักษะในการจูงใจลูกค้า
..ก็ใช้งานได้..
(
เค้าว่านะ) Smiley


จขบ.มาอยู่เมืองผู้ดี
ก็หางานหาการทำเหมือนคนอื่นๆเค้า
ฝาชีบอกว่าลูกเต้าก็ไม่มี
แล้วจะมานั่งเฉยๆทำสรรค์อะไร
ด้วยเหตุนี้การหางานของจขบ
.จึงมีเรื่องเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆอย่างที่เห็นค่ะ
หามาหลายที่ เจอมาหลายอย่าง
ที่ว่าประสบความสำเร็จจริงๆถึงขึ้นทำงานเป็นปีมีเงินเก็บนี้
ยังไม่มี แต่ก็มีอยู่งานหนึ้ง
ซึ่งก็คืองานตำแหน่งที่เรียกว่าSmiley
"Executive Telemarketing”
Smileyแหม..เรียกซะเริ่ด
ที่จขบ
.กระโดดกระดี๊กระด๊าเข้าไปทำ
เพราะความอยากทำงานแท้ๆเชียว


กลับไทยสามเดือนเมื่อปลายปีที่แล้ว
กลับมาอีกที อยู่ๆก็มีโทรศัพท์เบอร์ประหลาดเข้ามา
โทรให้ไปเจอ
Recruiter
ที่บริษัทแห่งหนึ่งที่
Slough จาก
Reading ไป
Slough ต้องนั่งรถไฟไปประมาณ
15-20 นาที
เจ้าหน้าที่ท่านนี้ใจร้อนมากๆๆๆๆๆ
เขาบอกให้จขบ
.ไปพบเค้าตอนบ่ายสองในวันเดียวกันนั้น
เขาบอกว่าได้ข้อมูลจขบ
.มาจากเวพไซต์สมัครงานแห่งหนึ่ง
ฝาชีไม่พอใจอย่างแรง
ถามว่างานอะไรทำไมต้องรีบซะขนาดนั้น
เพราะวันนั้นจขบ
.มีนัดเจาะเลือดไทรอยด์ตอน
11 โมงด้วย
แต่สุดท้ายก็ใจง่าย ไปหาเค้าจนได้
ทำตามที่เค้าสั่งเหมือนสุนัขผู้ภักดี Smiley


ไปถึงออฟฟิศ
Recruiterจนท.
คนนี้ก็มาพบ
มาสัมภาษณ์ เป็นชายหนุ่มผมบลอนด์
ตาสีฟ้า อายุไม่น่าจะเกิน
25 หล่อเริ่ด
ประมาณหนึ่งในสมาชิกวงบอยแบรนด์
Westlife จขบ.ใจละลาย
Smileyเค้าว่าอะไรก็ว่าตามกัน
การสัมภาษณ์เบื้องต้นก็เป็นคำถามเกร็งข้อสอบทั่วไป
"เคยทำอะไรมาบ้าง..
ทำงานออฟฟิศได้หรือไม่..เงินเดือนเท่าไหร่...เงินเดือนที่ต้องการ..มีปัญหาการเดือนทางหรือไม่..และอื่นๆอีกมากมาย)
จนท.คนนี้โทรมาหาจขบ.ตอนนั่งรถไฟกลับมาถึง
Reading ว่า
เธอได้ส่ง
CV
จขบ.ไปที่บริษัทที่ต้องการคนแล้ว
ทางบริษัทเห็นว่าเบื้องต้นผ่าน
..
และขอให้เข้าไปทำแบบทดสอบ
Online
ซึ่งจะเป็นการวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ
ไหวพริบ ความเข้าใจ
และความสามารถทางการคำนวณ
(จขบ.สอบตกเลขมาไม่รู้กี่ครั้งในชีวิต)
จนท.บอกว่าให้แน่ใจนะว่าฝาชีมาช่วยทำด้วย
เพราะเท่าที่คุยกันจนท
.จับความได้ว่า
จขบ
. ไม่เก่งเลข..
อ่ะนะ แบบนี้มันก็โกงข้อสอบดิ Smiley มารู้จากฝาชีว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องทำงานแข่งกับเวลา ยิ่งหาคนให้บริษัทที่ต้องการคนได้มากและเร็วเท่าไหร่ เขาเหล่านั้นก็ยิ่งได้ "ค่าหัว" เร็วและมากเท่านั้น.. ฮึ่ม เห็นเราเป็นแค่ตัวเงินตัวทองของเค้านี่เอ๊ง !! Smiley


จนท.
ย้ำๆๆๆๆมากว่าต้องอ่านตัวอย่างข้อสอบก่อนเข้าไปทำ
..บอกผิดคนแล้ว
เพราะจขบ
.ใจร้อน
หารู้ไม่ว่าจะกระโดดเข้าไปทำไม่เกินวันพรุ่งนี้แล้วหล่ะ
...
ฮึ่มๆๆๆๆ งานอาร้าย
ทำไมมันมีขั้นตอนมากมายอ่ะ (แต่ก็นะ.อยากได้งานเหลือเกินตอนนั้น..ถ้าเค้าให้ไปกระโดดบันจี้จั๊มก็คงไปเป็นแน่ค่ะ)


เขียนยาวไปเดี๋ยวเบื่อ..
รอต่อภาคสองค่า


With lots of love Smiley


Sorrow's
Sucker








Free TextEditor




 

Create Date : 01 เมษายน 2553    
Last Update : 1 เมษายน 2553 15:26:27 น.
Counter : 454 Pageviews.  

งาน :: วันได้งานในเมืองผู้ดี (ที่ชอบจริงๆ) และเสียงาน..ในวันเดียวกัน..



วันเสียว...

วันได้งาน(ที่ชอบจริงๆ)
และเสียงาน..ในวันเดียวกัน.. SmileySmiley




กำลังกิน
Rump
Steak
เลือดกลบปาก
(เสต็กมันไม่สุก)
Smileyอยู่ดีๆ
วันนี้ก็มีสายเข้ามา
..
จำเบอร์ได้..
แต่ไม่รับสาย..
เป็นเบอร์โรงแรมที่เพิ่งไปสัมภาษณ์มา
..
สายหลุดไป
จขบ
.ลองเช็คอีเมลล์แบบหวาดหวั่น..
ได้รับอีเมลล์จากฝ่ายบุคคลของโรงแรม
ตามข้อความดังนี้



Dear
จขบ,





Further
to your interview for the Receptionist position in our Leisure Club,
I am happy to offer you this position, congratulations!





I
have tried to call you to discuss. Could you please attend company
induction on Monday (29th March), 9.30am – 2.30pm at the
Hotel . We will discuss shifts with you on the day.





I
am shortly leaving for the day but will try to call you again.





Thank
you,





Kind
regards,


Hannah





ได้งานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!! Smiley
แต่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีรถไฟไปทำงาน
ขากลับ ถ้าเลิกกะบ่าย
ออกมาสี่ทุ่ม
มืดๆเปลี่ยวๆ
..
จะมีไอ้บ้าที่ไหนมาเสียบด้วยมีดก็ไม่รู้... Smiley

ว่าแล้วก็เลยตอบอีเมลล์ไปแบบนี้
(จขบ.เกลียดการเผชิญหน้ากับเรื่องแบบนี้เป็นที่สุด)
ท่านไหนกรุณาช่วยแก้แกรมม่าให้จะขอบคุณอย่างยิ่ง
ภาษาที่ไม่ใช่ภาษากระเหรี่ยง
ก็ได้แค่นี้หล่ะค่ะ


Dear
Hannah,




Thank
you very much for your email. I was in the city and the noise was
over the phone. I am truly delighted to hear such great news.
Gorgina was a very kind person and I felt this could have been my
dream place to work.




However,
the shift would be 6am-2pm or 2pm-10pm, but the first bus from
Basingstoke train station to Chineham only depart at 6.42am (and
arrive Chineham at 7am), and the last bus from Chineham to rail
station is 22.29pm. I informed Gorgina that I will try to get driving
license as soon as possible. But the process may take approximately
60 days for the license to be completed. This is unavoidable dilemma.
I never want to waste of any of your time in any kind of way. I
realised this is big favour to ask, but would it be possible for you
to consider me again once I have a driving license and a car in the
future? Or else, would you have any other ideas I can get to work in
time?




Again,
Hannah, thank you very much for giving me this opportunity to join
your team. I hope to hear from you soon.




Kind
Regards,




เค้าไม่โทรมาอีกเลย... Smiley
หลังจากวันนี้เป็นต้นไป
จะไม่สมัครงานต่างเมืองให้หนักใจอีกแล้ว

งานอะไรจขบ.ก็จะทำ
จขบ
.อยู่เมือง
Reading
และเป็นคนที่ไม่กลัวงานหนัก
ขอให้เป็นงานสุจริต
ถ้าเผื่อมีท่านไหนผ่านมาเห็นข้อความนี้
และอยากให้ไปทำงาน
กรุณาติดต่อเลยนะคะ




เงิน..งาน..บรรดาลสุด
เป็นเรื่องจริง
..
อย่างน้อยก็จริงสำหรับ
จขบ
.หล่ะ..


เสียดายภาคสอง..จบลงด้วยประการฉะนี้..






With
lots of love Smiley




Sorrow's
Sucker








Free TextEditor




 

Create Date : 26 มีนาคม 2553    
Last Update : 26 มีนาคม 2553 23:17:59 น.
Counter : 303 Pageviews.  

งาน :: สัมภาษณ์งานรีเซฟชั่น..เดือนมีนาคม 2010 ดวงดี แต่กรรมบัง


สัมภาษณ์งานเมืองผู้ดี
รอบที่เท่าไหร่ไม่ได้จำแล้ว Smiley


เมื่อวานนี้ไปสัมภาษณ์งานมาอีกแล้วค่ะ
ตำแหน่ง
RECEPTIONIST อีกแล้ว..
แต่คราวนี้เป็นในส่วนของ
Leisure Club โรงแรมไม่ใช่แบบ
City Hotel แต่เท่าที่ดูเหมือนเป็นรีสอร์ต
เพราะมีสระว่ายน้ำสองสระ
เทนนิสคอร์ตแปดคอร์ต สปา
ฟิสเนส ห้องโยคะและอื่นๆอีกมากมายก่ายกอง
เหมาะกับการไปพักผ่อนประเภทเช็คอินแล้วก็ใช้
facilities โรงแรมอย่างคุ้มค่า
โรงแรมนี้อยู่ในเมืองน่ารักๆชื่อ
Basingstoke และเหตุที่ได้ไปสัมภาษณ์ก็เพราะความสะระแน
(สมัคร)ของ
จขบ
.อีกนั่นเอง..Smiley


เรื่องของเรื่องคือโทรไปหาตามเบอร์ที่ได้มาจากเวพไซต์หางานเวพไซต์หนึ่งค่ะ
โทรไปหลังจากที่ส่ง
CV
ไปได้สามสิบนาที
ก็ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเลย
จริงๆไม่ต้องโทรก็ได้
แต่ด้วยชื่อตัวดูไม่อังกฤษ
คิดไปเองว่าเค้าอาจจะเข้าใจว่าเราเป็นกระเหรี่ยง
ไม่พูดอังกฤษ ก็เลย
(แกล้ง)
โทรไปถามว่าได้รับซีวีหรือไม่
และพอจะบอกภาพรวมของงานนี้ได้หรือไม่
เจ้าหน้าที่ใจดีก็ดีค่ะ
เธอบอกว่าดูจาก
qualification
ไอจะส่งซีวียูไปที่
Leisure Manager ว่ายูสมัครตำแหน่ง
Head Receptionist นะ
(เอางั้นเลยเร๊อะ Smiley)
เพราะดูว่าเคยเป็นตำแหน่งคล้ายๆกันนี่มาก่อนที่ไทย..
จขบ.ก็ตอบรับไป
ชั่วโมงนี้ยังไงก็ได้อ่ะค่ะ
สรุปว่าผ่านไปสองวันผู้จัดการก็โทรไปเรียกสัมภาษณ์เมื่อวานนี้ตอนเที่ยงตรง


กสถานีก็นั่งรถเมลล์ต่อไปอีกสิบห้านาที
แล้วเดินจากป้ายรถเมลล์อีกเจ็ดนาที
ก็ถึงโรงแรมที่ว่า
แฟนอุตส่าห์ไปเป็นกำลังใจให้
เลยไปด้อมๆรอๆแถวๆเทสโก้
ตัวเองก็ได้เข้าไปสัมภาษณ์กับผู้จัดการที่หน้าตาประมาณ
Julia Robert เธอดูดีมากๆ
และเป็นกันเองมากๆๆๆๆๆ
การสัมภาษณ์เป็นไปด้วยดีมากๆ
เธอแทบไม่ถามอะไรที่เป็น
Technique เลย
ส่วนใหญ่ถามเรื่องเกี่ยวกับจขบ
.
ถามว่าทำไมมาอยู่อังกฤษ
ก็เล่าชีวิตที่เข้มข้นหวานมันส์ให้เธอฟังSmiley
และเธอก็ถามถึงงานที่เคยทำ
ถามว่าอยากเป็นผู้นำหรือผู้ตาม
และพาเดินทัวร์ในส่วนของสปา
สระว่ายน้ำ ฟิตเนส
ห้องโยคะที่เล่าให้ฟัง
และมาจบที่ระบบส่วนหน้า
ซึ่งเธอก็สาธิตวิธีเช็คประวัติลูกค้า
การบุ๊คคิวลูกค้า
และการทำบิลต่างๆให้ฟัง
เป็นประสบการณ์ที่ดีทีเดียว
เพราะที่เคยไปสัมภาษณ์มา
ไม่มีใครที่น่ารักแบบเธอคนนี้
ที่พาเข้าไปดูข้างใน
แถมยังให้ดูหน้าจอคอมพิวเตอร์อีก




ยังไงก็ตาม
เธอบอกว่าวันศุกร์นี้เธอจะโทรมาบอกผล
ส่วนเรื่องให้เป็น
Head
Receptionist
นั้นคงไม่เหมาะสมเพราะเธอคิดว่าแม้จขบ.จะมีประสบการณ์มาก่อน
แต่ว่าเธออยากโปรโมตคนจากภายในขึ้นไปตรงนั้น
เพราะฉะนั้นเธอเลยขีดคำว่า
'HEAD'ทิ้งซะเหลือแต่
Receptionist ตัวเดียว
ฮ่าๆๆๆๆ Smiley




เรื่องเศร้าก็คือว่า
จขบ
.ไม่มีรถ
ไม่มีใบขับขี่อีกตะหาก
รถเมลล์ที่จะไปก็เริ่มคันแรกหกโมงเช้า
แต่กะเช้าเริ่มหกโมงเช้า
ส่วนรถเมลล์กลับนั้นก็หมดสี่ทุ่ม
กะบ่ายเลิกสี่ทุ่ม
กว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและปิดรอบ
(นับเงิน)
ก็ไม่ทันแล้ว... 
Smileyบล็อกนี้ไม่ฮานะคะ
ปกติโดยธรรมชาติเป็นคนฮาค่ะ
แต่ตกงานนานๆเข้าก็ชักจะฮาไม่ออกเหมือนกัน
รอบนี้ร้องไห้อีกตุ่มเพราะเสียดาย
(เค้ายังไม่ได้โทรมาเล้ยว่าได้งาน)
เสียดายอะไรหลายๆอย่างอ่ะ
ทำไม๊ ทำไม จขบ
. กะฝาชี
(สามี)
ต้องเป้นกระเหรี่ยงจนๆด้วยน้า
นี่ถ้ามีรถ มีใบขับขี่ก็คงสบายไปแล้ว
...
เฮ้อ .. แต่ยังไง  
จขบ
.จะไม่ท้อ
จะหางานที่ไม่ต้องเดินผ่านป่ารกๆตอนดึกๆคนเดียวหลังเลิกงานให้ได้
(พูดเหมือนหน้าตาดี กลัวโดนทำมิดีมิร้าย..แต่ที่กลัวคือโดนฆ่ากรีดคออ่ะSmiley) ถ้าเป็นไปได้
เดี๋ยวว่าจะลองสมัครงานกับโรงแรมเล็กๆแถวบ้านดูเร็วๆนี้ซักทีนะเออ




ลืมเล่าสู่กันฟังค่ะ
เรื่องเงินเดือนรีเซฟชั่นที่นี่ไม่ต้องพูดถึง
น้อยนักซะนี่กระไรถ้าเป็นตำแหน่งนี้
(เทียบตามค่าแรงขั้นต่ำประเทศนี้นะคะ)
แต่ว่า Benefits
นี้เยอะแยะนัก
อาหารฟรี
(อันนี้ของตาย)
ยูนิฟอร์มฟรี
(อันนี้ก็แน่นอน)
วันหยุดประมาณสี่สัปดาห์ต่อปี
พักโรงแรมที่ไหนก็ได้ในเครือคืนละ
25 ปอนด์เท่านั่น
และที่สำคัญใช้ฟิสเนสกับสระว่ายน้ำได้เมื่อไม่ได้อยู่ใน
duty เริ่ดมากๆๆๆๆ
แต่ก็อย่างว่า
... พูดได้คำเดียวว่า
"เสียดาย"
ค่ะ




ส่วนเรื่องงาน
(ที่ได้ทำในอังกฤษ)
ในเวลาสั้นๆ
ที่สัญญาว่าจะเล่าให้ฟัง
เลยต้องเลื่อนไปก่อน
เพราะมีเรื่องเศร้าเคล้าเรื่องดีเรื่องนี้มาฝากค่ะ
ยังไง จขบ
.ก็ว่ามันเป็นประสพการณ์ที่ดีทีเดียว SmileySmiley


Sorrow's Sucker Smiley








Free TextEditor




 

Create Date : 25 มีนาคม 2553    
Last Update : 26 มีนาคม 2553 23:18:22 น.
Counter : 3356 Pageviews.  

งาน :: เล่าเรื่องสัมภาษณ์งานเมืองผู้ดีกุมภาพันธ์ ปี 2010

วันนี้ไปสัมภาษณ์งานตำแหน่ง receptionist ที่ Holiday Inn ใกล้ๆบ้านมาค่ะ Smiley
สงสัยว่า SS จะกินแห้วววววว ด้วยสัญชาติญาณมันบอก Smiley
ที่ได้ก็ไม่เอา ที่อยากเอาก็ไม่ได้ ..นี่หล่ะหนอชีวิต..
เล่าเลยละกัน
เมื่อวานมีสายเข้า ผู้ชาย Accent แบบ British Indian โทรมาถามคำถามพื้นๆ ว่าที่เคยทำงานโรงแรมที่ไทยที่ Holiday Inn นั้น ทำมานานแค่ไหน และถามย้ำนักย้ำหนา ว่าวีซ่าที่มีอยู่ทำงานได้หรือไม่ (แหม..กลัวกระเหรี่ยงเหรอเกิ๊น) พอคุยกันคร่าวๆ เค้าก็บอกว่าให้ไปสัมภาษณ์วันนี้ จริงๆอยากไปสัมภาษณ์วันจันทร์ เพราะวันอาทิตย์จะ Valentine's day ง่ะ อยากไปซื้ออะไรกุ๊บกิ๊บๆให้ฝาชีก่อนในวันเสาร์ แต่เรื่องงานอย่างที่บอกว่าเลือกมากก็แห้ว.. เลยรีบกระดี๊กระด้าบอกเค้าไปว่า of course i can ! Smiley


วันนี้วันเสาร์เลยนั่งรถเมลล์ไปสัมภาษณ์ มีฝาชีเป็นพี่เลี้ยง นั่งซดเบียร์รอในบาร์โรงแรม ก่อนไปก็บอกกับ ssว่าให้ชิลๆ อยากไปอะไรมากมาย เพราะไม่ทำงานจริงๆฝาชีก็เลี้ยงได้ แต่ฝาชีเข้าใจค่ะว่าสัญชาติญาณ working woman ไปที่ไหนก็ไฮเปอร์ตลอด อยากมีค่า อยากทำงานมีเงินด้วยตัวเอง ฝาชีเลยไม่ขัดใจ หาเงินเข้าบ้าน ดีกว่าใช้เงินแน่นอน

คนสัมภาษณ์ดูจากป้ายชื่อตำแหน่งเป็น Reception Manager ไม่มีตำแหน่ง Room division manager หรือ front office manager เหมือนบ้านเราแฮ่ะ.. อาจจะจริงที่ฝาชีเคยบอกว่าที่เมืองผู้ดีมี Manager ถมถืด Toilet Manager ก็ยังมีเลย ฮ่าๆๆๆๆ เพราะฉะนั้นอยากไปกลัวใครเวลาเค้ามาสัมภาษณ์ เพราะจริงๆคนเหล่านี้ไม่ได้เริ่ดกว่ายูร้อยเท่าพันเท่าอย่างที่คิดนะจ๊ะ (เป็นคนนอบน้อม.. ไม่ได้กลัวย่ะ) Smiley

เจอคำถามคล้ายๆกับอีกที่ที่เคยสัมภาษณ์แล้วได้งาน แต่คราวนี้เจอศัพท์เฉพาะไปบานเลย ตัวเองไม่ได้ทำแคชเชียร์ฟร้อนเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อน..จริงหายบ้าเลยงานนี้ คำ technical term ด้าน cashiering ที่พี่แขกแกถามมา แต่ที่ตอบได้ก็มีพวก Pre-authorization, DND, City ledger.. แต่ที่ตอบไม่ได้ก็มีอะไร Par Par ซักอย่างนี่แหล่ะค่ะ ใครตอบได้ช่วยตอบทีเถอะว่ามันคืออะไร


นอกนั้นแกก็ถามว่า
- If you become part of Holiday Inn, what can you bring to our team?
- Have you escorted the guest into room before?
- If there are 3 different guests come to check in at the same time, One is platinum member, one is corporate guest and another is FIT guest, which one would you allocate the room to first of all?
- As guest relation, what was your check-in procedure and how important is courtesy call?



เอ่อ.. จำได้แค่นี้ค่ะ นี่ก็มึนแล้ว..
ที่บอกว่าสัญชาติญาณบอกว่าแห้วก็เพราะ ผู้จัดการเธอบอกว่า ' I really really hope our Human resource will contact you, but please be aware that there are 35 candidates who have come for an interview. So just in case you don't hear from us in 15 days from now, you're unsuccessful in this occasion.'
เธอว่า มีผู้มาสัมภาษณ์ 35 คนนะ และโพรไฟลล์ทุกคนจะถูกส่งไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อพิจารณาลำดับต่อไป ถ้าSSไม่ได้รับการติดต่อในสิบห้าวัน จงหาน้ำแห้วมากินซะ !!! Smiley


ถ้ามีอะไรประมาณ "ถ้าเราไม่ติดต่อกลับไป....." ในประโยคปิดการสัมภาษณ์ละก็ ให้ระลึกไว้เลยว่ามีโอกาสสูงที่จะไม่ได้งานค่ะ
ก่อนออกมาก็เลียไปนิดหน่อย บอกว่าไม่เป็นร้ายยย ไม่ติดต่อมาแต่อย่างน้อยก็จะถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาสัมภาษณ์กะคุณนะคะเนี่ย บลาๆๆๆ (จริงๆนึกในใจ ฮึ่ม.. รู้งี้เอาเวลาไปเดินหาของขวัญให้ฝาชีดีกว่าอีก..แต่ก็นะ ใครจะรู้ล่ะ)

ยังไงจะมาอัพเดทนะคะ แต่SSคิดว่าแห้วค่ะงานนี้ แต่ยังไงก็ไม่ท้อแท้หรอกนะ จะพยายามต่อไป สู้เค้าจินบัน !!


Happy Valentine's day 2010 นะคะผู้อ่านที่รัก



Sorrow's Sucker Smiley


















Free TextEditor




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2553 1:03:10 น.
Counter : 638 Pageviews.  

งาน :: เล่าเรื่องสัมภาษณ์งานเมืองผู้ดี ปี 2009


เรื่องเกิดเมื่อปี
2009 ช่วงก่อนกลับไทยค่ะ


SS (Sorrow Sucker)
มาเล่าประสบการณ์สัมภาษณ์งานรีเซฟชั่นโรงแรมค่ะ Smiley


เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับคนที่ยังหางานโรงแรมที่นี่ค่ะ
SSได้ส่งจดหมายสมัครงานและซีวีไป
ไป ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น


ก็มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่เข้ามา
เจ้าหน้าที่ทวนชื่อเต็ม


และสอบถามว่ายังสนใจงานตำแหน่งนี้หรือไม่
อยู่มาตั้งนาน


เรียนการจัดการโรงแรมก็สอบเสร็จไปหมดแล้วเมื่อเดือนที่แล้ว


เลยเริ่มหางานแบบจริงจัง


และไม่คิดว่าตัวเองจะได้สัมภาษณ์งานหน้าฟร้อนซ์โรงแรมด้วยซ้ำเพราะสำเนียงภาษาไม่เกร๋พออย่างครูเคท Smiley


แต่ก็ไม่เสียแรงที่จะลองสมัครดู
เลยดีใจมากถึงมากที่สุดที่สุดที่เจ้าหน้าที่โทรมานัดสัมภาษณ์ในวันนั้น




SS
จึงนำชุดสูทที่คิดว่าคงใสไม่ได้แล้วเพราะตั้งแต่มาอยู่ก็อืดดดได้ไม่มียั้ง
มาลองดู


คับไปนิดหน่อย
แต่ไม่ติดกระดุมหน้าและกลั้นหายใจไปจนกว่าจะได้สัมภาษณ์น่าจะไหว Smiley


เตรียมชุดสูทกระโปรง
เตรียมที่รัดผม ติดกิ๊บดำ
รวบผมเรียบร้อย รองเท้าแบบสุภาพ
แต่งหน้าอ่อนๆ
แต่แอบเขียนไลเนอร์เด้งปลายประมาณน้องๆ
Amy Winehouse ว่างั้น Smiley




แนะนำว่าเวลาไปสัมภาษณ์
ให้ไปถึงก่อนเวลาจะดีกว่าไปสาย
เพราะเราไม่ใช่เซเลบ
ทีมงานไม่นั่งรอเรา
SS
ไปถึงก่อนเวลาเกือบหนึ่งชัวโมง
(กะเวลาไม่ค่อยจะถูกเล้ย)
เข้าไปถึงก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ส่วนหน้า
(front desk) จากตรงนี้จนถึงสัมภาษณ์เสร็จ
จะขอใช้ภาษาอังกฤษ


(สไตล์
Broken English ของข้าพเจ้า
) เพื่อเล่าเรื่อง
จะได้ถึงพริกถึงขิง
เหมือนมานั่งสัมภาษณ์อยู่ด้วยกันเลยเชียว




Receptionist: Hello,
good morning, how may I help you?


Me: Yes please, I have
an appointment with Mrs….. at noon here.


Receptionist: All
right, one moment please




เธอหายเข้าไปด้านหลังฟร้อนซ์ซัก1นาทีแล้วกลับมาบอกว่า




Receptionist: Would you
take the seat for one moment? Mrs… will come and meet you shortly.


Me: All right, thank
you.




ประมาณ


10 นาทีได้
ผู้จัดการก็เดินออกมาจากด้านในค่ะ
SSลุกขึ้นเดินเข้าไปถึงตัวเธอก่อนเหมือนสุนัขเห็นเนื้อ
กระดี๊กระด๊าอย่างมาก
Smileyกล่าวทักทาย และจับมือทักทาย


เธอให้SSนั่งที่ที่นั่งโซฟาล็อบบี้


ส่วนเธอกำลังจะนั่งตรงกันข้ามซึ่งเป็นเก้าอี้พลาสติก


ดูแล้วไม่น่าจะนั่งสบาย
SSเลยเอ่ยปากกับเธอว่า




Me: Why don’t you sit
here on the couch? I am going to sit on that chair.


Hotel Manager: Are you
sure?


Me: Yes, of course.
That will be just fine with me.




คิดแบบติดตลกว่า
ถ้าคนสัมภาษณ์นั่งสบายๆ


เค้าอาจจะมีอารมณ์สัมภาษณ์เรามากขึ้น
มารู้ทีหลังจากเพื่อนสนิท


เพื่อนบอกว่าจากที่เราเชิญให้อีกฝ่ายหนึ่งนั่งสบายๆกว่าเนี่ย
เป็นการโชว์
Service-mind
ไปแล้วเรียบร้อยนัยทางหนึ่ง




หลังจากนั้นการสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น


โดยที่ผู้จัดการแอบบ่นเล็กๆว่าถ้าเอาแล็ปท็อปมานั่งสัมภาษณ์ด้วยก็คงดี


มีอะไรจะได้พิมพ์เอา
ไม่ต้องเขียนทุกอย่างแบบนี้


เธอ
น่าจะเขียนทุกอย่างที่
SSตอบลงไปจริงๆค่ะ
เพราะเห็นเขียนไป
ช่วงพักก็บีบคลายมือแก้เมื่อยไป
(แสดงว่าเม้าท์ไปเยอะ)
คำถามน่าจะมีประมาณ
20-24 ข้อ
และอะไรๆก็ตามที่
SSเคยเรียนมา


เรื่องการใช้โปรแกรมแผนกต้อนรับส่วนหน้า
Opera และ Fidelio เป็น


อันต้องลงหม้อทั้งหมด
เพราะเธอไม่ได้ถามคำถามเหล่านั้นเลย


คำถามทั้งหมดที่ถาม


จะเป็นคำถามเพื่อประเมินว่าเราสามารถรู้ความต้องการของแขกที่มา


พักได้หรือไม่
เรารู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร


และ
เราสามารถใช้ความสามารถอะไรที่มีเพื่อทำประโยชน์ให้กับผู้ร่วมงานและโรงแรม
ได้บ้าง
SSจำคำถามไม่ได้ทั้งหมด
แต่ที่พอจำได้มีดังนี้ค่า




Manager: So your name
is …………….


Me: Yes that’s
correct. But you may call me ‘....’ as it’s a short version of
my name in Thai.


Manager: Right.. Can
you tell me as a guest, what do you expect from checking-in at the
budget hotel?


Me:


As a guest, I would
expect the friendly and speedy checking in, the


cleanliness of the
room, of course with full in room amenities and I


would expect the
quality breakfast at low cost


Manager: Which hotel do
you think is our competitor?


Me: I would say there
are 2 hotels, Premier Inn and Express by Holiday Inn.


Manager: Very well !
And from your previous experience, what was the difficult situation
you had to deal with?


Me: There are many
incidents I can say they were difficult. But I will only


show you one incident
that happened on regular basis. We had hotel


policy to charge for
extra person who stayed overnight with the guest


who booked and checked
in with single occupency, and also to politely


ask him/her to leave
with us an ID card or passport until they leave.


One guest refused to
corporate with me and he got really drunk and


angry. We were concern
about his own security and the woman he was


going to spend the
night with. As he got really angry, I invited them


both to sit down and
relax at the hotel lobby and served them welcome


drink that cost almost
nothing. I tried to communicate with the joiner


and made her understand
why we had to do this, as well the guest seems


to cool down as we had
a good laugh talking about things. At the end,


he let us charge for
extra person, as well guest’s friend decided to


leave her ID at the
front desk until the morning. And things went just


fine.




ถึงตอนนี้เธอก็ถามคำถามทั่วๆไปค่ะเช่น


Manager: What are your
outstanding points that would bring benefit to the team members, and
to the hotel?


Manager: What do you
like and dislike in your previous job?


Manager: At which rate
would you sell our room for walk-in guest?




แต่คำถามแบบเปิด
(เปิดให้พูดมาก)
เป้นคำถามนี้ค่ะ


Manager: What do you
think is correct guest check-in procedures?


Me: I am going to smile
and say ‘Welcome to …….. hotel, how may I help you


sir/madam?.. May I have
your passport to make a copy and credit card


for deposit please?’
Then I am going to give them keycard, but before


that I have to inform
them room rate (FIT guest) and familiarize them


with breakfast hours,
venue and hotel facilities. Then inform them to


contact front desk or
housekeeping if we can be any assistance, and


wish them to enjoy the
stay with the hotel.




ถึงตอนนี้ผู้จัดการเธอก็แจกแจงว่าที่จะทำเนี่ย


เธอรู้ใช่มั๊ยว่าเป็นกะกลางคืนที่สมัครมา
(เอาแล้วไง) Smiley


แล้วเธอก็บอกว่าที่นี่ดีมากนะ


มีการเลื่อนชั้นให้เสมอถ้าพนักงานผ่านการทดสอบเป็นขั้นตอนไป


เธอพูดถึงเรื่องค่าแรง
และเรื่องตารางการทำงาน


การทำงานในรอบดึกจะมีรีเซฟชั่นสาว
(เหลือน้อย)
สองคนในกะ และจะได้วันหยุด


2 วันต่อสัปดาห์




แล้ววันถัดมา
เวลา
14.00 เธอก็โทรมาเสนองานให้ค่ะ
ดีใจอย่างถึงที่สุด
แม้จะรู้ว่ายังมีมรสุมอีกลูกหนึ่งรออยู่ข้างหน้า


เธอบอกว่าสัญญาการจ้างงานจะวางไว้ที่โต๊ะทำงานเธอวันศุกร์


ให้มาเริ่มงานคืนพรุ่งนี้ได้เลย...


การแต่งการที่นี่ยูนิฟอร์มเรามีเสื้อทีมให้
ให้ใส่กระโปรงดำ


รองเท้าดำมาเลย..




แต่สุดท้าย
ดวงทำงานก็ยังส่องประกายมาไม่ถึง Smiley




เหตุ


ก็คือ
สามีไม่ต้องการให้ออกจากบ้านไปขึ้นรถไฟไปทำงานคนเดียว


เวลาทำงานไม่ตรงกัน


และโรคไทรอยด์ที่เป็นอยู่ก็อาจจะกำเริบมากขึ้นถ้าไม่ได้นอนเวลา


ที่ควรจะนอน...
สรุปก็คือทะเลาะกันประมาณหนึ่งชั่วโมง
ร้องไห้ไปหลายยก
..


สุดท้ายก็ทำใจได้ว่าถ้าคิดที่จะรักษาชีวิตคู่ไว้
ก็คงต้องยอมสละงานนี้ไป


และตั้งหน้าตั้งตาหางานใหม่ที่จะได้ทำตอนกลางวันนะคะ..


โทรไปบอกผู้จัดการ
เธอเสียงอ่อยเล็กน้อย
แต่เธอบอกว่ะเธอเข้าใจ
ถ้ามีกะกลางวันเธอ
(อาจ)
จะติดต่อกลับมาค่ะ..




------------------------------------------------------------




ย๊างงงง
ยังไม่จบ อิอิอิ Smiley




วันถัดมา
เบอร์โรงแรมที่
ssว่าอกหักแน่แล้วโทรเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ
SSนึกว่าทางผู้จัดการเธอจะโทรมาต่อว่า..
ก็เลยขอโทษขอโพยใหญ่เลย


เธอบอกว่าไม่ต้องขอโทษ
เพราะที่โทรมาไม่ได้โทรมาต่อว่าอะไร
แค่จะบอกว่า ไอไลค์ยู๊
!
อยากต้องการให้โรงแรมเราได้คนอย่างเธอมาทำงานด้วย


เอาแบบนี้
ถ้าทำกลางคืนไม่ได้
งั้นทำกลางวันเป็นพาร์ทท์ม
รีเซฟชั่นไปก่อน


ทำ
2-3 วันต่อสัปดาห์
จนกว่าจะมีรีเซฟชั่นรอบเช้ายอมไปทำกลางคืน


หรือไม่ก็ออก
เราจะให้เธอทำฟูลทาร์มโอเคมั๊ย
คราวนี้หวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธอีกนะ
..




แต่...
ดวงทำงานก็ยังไม่มีอีก
!! อาร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
Smiley


ฝาชี
(สามี)
ไม่อนุมัติด้วยเรื่องของการเดินทางยามค่ำคืนที่ต้องเดินผ่านทางลอดใต้ถนน
(underpass) ทีเพิ่งมีข่าวอยู่เป็นประจำว่าคนโดนปล้น
โดนจี้ โดนจุดๆๆๆๆ อยู่บ่อยๆ
ฟังแล้วตัว
SS และสามีสุดสยอง
เลยต้องขอลา
..


แต่
ไม่เข็ดค่ะ เดี๋ยวจะมีเรื่องเล่าของอีกงาน
ที่ได้สัมภาษณ์เช่นกัน
แต่หนนี้ได้เข้าไปทำงานด้วยประมาณเกือบเดือน
น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์
(น้อย...เพราะน้ำเยอะกว่าเนื้อ)
กับผู้ที่หางานอยู่ไม่แพ้กันค่ะ
(ว่าไปจริงๆตัวเองก็หางานนะ
แต่ยังเอาเวลาว่างแทนที่จะหางานมาเขียนบล็อกอีก
)
ยังไงถ้าอ่านจนจบ
จขบ
. ก็ซึ้งใจเป็นอย่างมาก
จะดีใจมากถ้ามาฝากคำทักทายกันบ้างผ่านทาง
comment นะคะ
อะไรที่เขียนผิดพลาด
หรือรู้สึกว่าไม่ตรงกับความคิดเห็นส่วนตัวของใคร
ต้องขอประนาม
(OOPS
ไม่ใช่ค่ะ..ประทานโทษ)
มา ณ. บัดนาวด้วยนะคะ Smiley




:Sorrow Sucker: Smiley






Free TextEditor




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2553 7:34:34 น.
Counter : 1217 Pageviews.  

1  2  

Sorrow Sucker
Location :
Around UK United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ใช้ชีวิตให้เต็มที่ เพราะไม่รู้ว่าชีวิตจะจบลงเมื่อไหร่"

"Live my life just like today is the last day"
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Sorrow Sucker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.