Group Blog
 
All Blogs
 

เซ็งเป็ด - ไม่เซ็งแต่ตลก ซึ้ง แล้วก็เศร้า

วันก่่อน search หาข้อมูลเที่ยวของทริปปีหน้าเปิดไปเปิดมาเจอหนังเรื่องเซ็งเป็ด เห็นว่ามาจากพันทิพย์เลยไปหาอ่านดู อ่านแล้วช่วงแรกมักตลกเพราะอารมณ์เขียนแนวระบาบความอัดอั้นในใจของคุณเป็ด มีคนอ่านเยอะมากจนทำหนังสือขาย แล้วก็มาเป็นหนัง เลยไปหามาอ่านจนได้ คูณหล่อใสไร้รักรวมมาให้ เรื่องมันตั้งแต่ ปี 49 ตอนนั้นเรามาป้วนเปี้ยนที่พันทิพยังนะ

อ่านไปช่วงแรกตลกด้วยคำพูดและมุกบ้านๆ ที่จริงใจแต่อ่านไปเริ่มติดชวีตของ เป็ดและอ้อยน่าสนใจมากเลยตามอ่านต่อไม่หลับไม่นอน แต่มันเยอะมาก อ่านตั้ง 2 วันยังเพิ่งจบ เลยเอามาเก็บก่อนเดี๋ยวจะหาอ่านไม่ได้อีก อิอิ ใครไม่คเยอ่านมาอ่านที่นี่ได้

ช่วงใกล้จบมันเศร้ามาก อ่านไปร้องไห้บนยิ้แล้วก็หัวเราะ อืมมีหนังสือด้วยไปหาอ่านบ้างดีก่า.....

แปะกระทู้ได้ไม่หมดแฮะเซ็งเป็ดดเจงๆ เอาไปแต่ลิ้งก่อนถ้าหาวิธีแปะได้หมดจะมาแปะต่อ


//topicstock.pantip.com/lumpini/topicstock/2006/09/L467

8033/L4678033.html


มาคุยช้าไปเป็นปี เพิ่งได้อ่านที่หลังโชคดีมากครับ เพราะผมสามารถไขข้อข้องใจได้หมดแล้ว

อยากเขียนกระทู้ถึงคุณเป็ดเหมือนกันตอนนั้นคงมีอารมณ์ร่วมดี ผมได้อ่านจากเว็บถึงตอนที่คุณเป็ดไม่ได้เขียนเพราะสาเหตุบางประการ ซึ่งผมก็ได้รู้อีกปหละว่าทำไม ตอนที่คุณเป็ดเลิกเขียนความรู้สึงยังวิงๆ มันเศร้ามากครับ และแล้วผมก็ไปหาหนังสือมาอ่าน ปรากฏว่าไม่เจอ แต่เจอเล่มอื่นที่เค้าเขียนก็เลยซื้อมา แล้วมันก็เป็น ไดอารี่อีกเล่มที่พระอ้อยเขียนซึ่งเค้าเขียนมาแล้วก่อนหน้านั้น 8 เลม คาดว่าเขียนประจำอยู่แล้ว ซึ่งบางตอนได้ถูกเขียนในพันทิพย์อยู่แล้ว ผมเลยเปิดผ่านไปตอนที่ยังไม่ได้อ่านเลย ยิ่งอ่านอีกเล่มยิ่งเข้าใจอ้อยมากครับ

มันมีสาเหตและเหตผลครับ แบบว่าแค่หยดน้ำในทะเลทรายมันมีค่ามากแล้วไม่อยากให้มันเหือดหายไป

อ่านจบเศร้าต่อ ครับ แต่ว่ามันเป็นไดอารี่นะครับ เนื้อเรื่องอาจาจไม่มี แต่ว่ามันเป็นส่วนเติมเต็มอีกด้านของเรื่องคุณเป็ดได้ดีทีเดียว หลังจากที่เศร้ากับเรื่องคุณอ้อย ผมก็อ่านเรื่องคุณเป็ดอีกรอบทั้งหัวเราะและน้ำตาไหล เป็นหนังสือเล่มแรกที่ทำเราได้บ้าขนาดนี้

อ่นไปก็ไม่ไหวครับแถมฟังเพลงของอ๊อฟไปด้วยหลายเพลงมันเศ้ามาก เลยหยุด ทะชีวิตให้แจ่มใสด้วยการทำความสะอดห้องครับ แล้วก็มานอนเป็ดหนังสือที่คุณอ้อยเขียนอีก แล้วก็เริ่มอ่านตั้งแต่คำนำก็ร้องอีก (บ้าป่าววะกรู) อ่านไปก็มาเจอช่วงแรกของหนังสือ มันไม่ใช้ไดอารี่ของคุณอ้อยครับ แต่เป็นไดอารี่ของคุณเป็ดหลังจากที่ทำงานที่ใหม่ ซึ่งคุณอ้อยให้คุณเป็ดมาเขียนต่อวันที่จะจากกัน และอ่านๆไปก็ถึงตอนที่คุณเป็ดได้มาเจอพระอ้อยอีกครั้ง และมันไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายแต่ผมมีความสุขที่มันจบแแบบที่มันควรจะเป็น
เรื่องไม่ได้จบแต่ความรู้สึกว่าเราควรปล่อยเค้าไปมีชีวิตของเค้าได้แล้ว และมีความสุขที่จะได้รับรู้เรื่องราวตอนนึงของชีวิตคนบนโลกนี้ มีสวยงามมากครับ เรื่องของคุณเป็ดก็ไม่ได้บรรยายอไรที่เว่อเลย จะบอกกว่าแต่งก็ไม่เห็นจะต้องแต่งเลย กับคำที่ใช้ภาษาตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเรื่องการระบายอารมณ์มากกว่า แต่คุณเป็ดสื่ออารมณ์ได้เข้าใจง่ายดี และคนที่ทำตัวได้น้ำเน่าหยั่งอ้อย ซึ่งจริงๆแล้วทุกคำที่พูดออกมาเค้าหมายความอย่างั้น แต่ด้วยภาษาอาการกับเราไม่ค่อยได้เจอคนแบบนี้เลยคิดว่ามันน้ำเน่า

หนังสืออีกเล่มชื่อ Diary ลาก่อนที่รัก ซึ่งคุณเป็ดได้ขออนุญาตพระอ้อยแล้ว ถ้าอ่านทั้ง 2เล่มเหมือนดูหนังเลยครับ มี 2มุมมองที่คนละด้านแต่ทำให้เรื่องสมบูรณ์มาก

ผมยังไม่เคยอ่านหนังสือ2เล่มที่ทำได้ดีเท่านี้เลย จะบอกว่าเรื่องแต่งผมว่าคนเขียนมีพรสววค์มากครับกับอายุเท่านี้ที่เขียนได้ขนาดนี้ (หมายถึงถ้าจงใจแต่งเรื่อง) แต่ถ้าไม่ใช่มันก็คือปรากฏการณ์ที่วิเศษมากที่รังสรรค์ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา

สาเหตุที่คุณเป็ดไม่เขียนอีกเพราะมีคนมาด่าว่าเป็นเรื่องแต่งครับ สำหรับผมไม่ว่ามันจะแต่งหรือจริืงไม่สำคัญเลย แต่ผมก็เชื่อครับ มันไม่ได้เสียหายนี่ถาจะเชื่อแล้วมันเกิดไม่เป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้วงัย!? ดูหนังเรารู้ว่าเรื่องแต่งยังอินเลย ถ้าเราจะอินกับเรื่องจริงทำไมถึงไปคิดว่าเป็นเรื่องแต่งล่ะ...?

ผมได้พบเจอพูดคุยกับคนหลายคนยิ่งรู้ยิ่งประหลาดใจ คนที่ดูเหมือนมีอะไรเหมือนเราทุกอย่างแต่ผ่านเรื่องราวต่างๆอะไรมากมายจนแทบไม่น่าเชื่อครับ ไม่ว่าผูชสายผู้หญิง ถ้าคุณอยากรับรู้เรื่องราวที่สนุกเหล่านี้ แค่เปิดใจและรับฟังดูจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมีจริง เพราะชีวิตจริงมันยิ่งกว่านิยายจริงๆ ....


Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

เพลงนี้ที่อ้อยส่งให้เป็ดครับ


ฟังวิทยุออนไลน์ ที่ izeemusic




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 13:34:25 น.
Counter : 985 Pageviews.  

My Chevy Folding Bike - ของเล่นใหม่ จักยานพับได้

17 Sep 09

วันนี้ได้ของเล่นใหม่ที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อ แต่คิดเล่นๆไว้นานแล้ว ว่าอยากได้จักยานพับได้เอาไว้หลังรถเวลาไปเที่ยวจะได้ไปขี่ เพราะขี้เกียจหาเช่า บังเอิญเห็นคุณแฟนเก่าเค้าเอามาขายบนเว็บไซต์ ที่ออฟฟิสก็ดูกัน เห็นเลยขอไปดู เห็นเค้าจะซื้อกันเลยขอตัดหน้า อิอิ เค้าไม่ว่าเลยไปดูตัวจริง ถ้าถูกใจก็ซื้อเลยเหอๆๆ

ไปถึงก็อึ้งมีจักรยานหลายแบบที่ไม่ค่อยเห็น แต่ว่าขอลอง Chevy ก่อน พับแล้วก็เล็กดี แต่น้ำหนักไม่ลดลงเลย ขี่ไปก็ดี เพราะสามารถปรับความสูงของเบาะได้ ปรับเปลี่ยน speed ได้ 6 เกียร์

มาดูรูปก่อนพับกัน
Photobucket

หลังพับแล้วเหลือเท่านี้
Photobucket

เสียดายเบาขาด ดีมีของปลอบใจเป็นไฟหน้ารถ
ราคามือ 2 อดีตคนเคยรู้ใจ ได้ 3500 บาท เห็นมือ1 ตอนนี้เมืองไทยมีขายบ้างแล้ว ราคาเกือบหมื่น

ตอนแรกก็ลังเลอยู่ แต่พอลองขับ + พับแล้วใส่หลังรถได้พอดี ไม่มีติดขัดเลยต้องเสียตังค์เลย



วันก่อนลองเอาขึ้นไปที่ห้อง ถ้ายกไปก็หนักพอควร เล่นเอากล้ามขึ้นเหมือนกัน แต่ตอนเอาลงมาเข็นมาได้ เลยสบาย แค่พับก่อนเข้าลิพท์แป๊บเดียว

แต่ว่าจะวางไว้ในห้องก็ใช่เรื่องนะ เพาะที่ห้องก็ใช่ว่าจะใหญ่ ของที่มีอยู่ก็เยอะอยู่แล้วด้วย ต้องคิดหาวิธีก่อนว่าจะทำงัยดี




 

Create Date : 22 กันยายน 2552    
Last Update : 22 กันยายน 2552 16:00:42 น.
Counter : 731 Pageviews.  

ุอุทยาน 3 ก๊ก - บ้านสุขาวดี @ พัทยา

Pattaya fun fun fun all the way ; )
พัทยาสนุกทุกตารางนิ้ว - 11 Sep 09

ไปพัทยาทีไร สดุดกับคำนี้ทุกทีและมันก็จริงซะด้วยสิ
ปีนึงๆไปพัทยานบ่อยมากยิ่งเดี๋ยวนี้ไอ้เหลิม ไปทำงานด้วยยิ่งไปได้บ่อยเพราะนอนฟรี

กุ้ง มันไปสัมมนาที่พัทยาแล้วโทรมาชวนว่าไปไหม อยู่บ้านเซ็งๆเลยไปยิ่งใจง่ายเรื่องเที่ยวอยู่ด้วย เลิกงานก็บึ่งไปพัทยาเลย




 

Create Date : 22 กันยายน 2552    
Last Update : 22 กันยายน 2552 10:49:46 น.
Counter : 260 Pageviews.  

Dinner @ Baiyoke Suite - former tallest building in Thailand

Photobucket

วันนี้ 19 กันยายน 2552 ไปกิน Seafood Buffet Dinner ที่ Baiyoke Suite มาหลังจากที่ได้โปรสุดคุ้มจากงานไทยเที่ยวไทยมา ราคา คนละ 300 บาท (ผู้ใหญ่) หลังจากที่เช็คกับเพื่อนและรวมที่บ้านก็ได้สมาชิกทั้งหมด 9 ผู้ใหญ่ 2 เด็ก

บุฟเฟต์เริ่ม 6โมงเย็น ถึง 5ทุ่ม(มั๊ง) ออกจากบ้านตั้งแต่5โมงเผื่อการจราจรเพราะบ้านไกล แต่ไม่แคล้วโดนหางเลขสะพานที่ปิดปรับปรุง แต่ก็มาถึงโรงแรมได้ 6 โมงกว่าๆ ก่อนไปโทรจองล่วงหน้าไปแล้วเลยไม่ห่วงเรื่องที่นั่งเพราะมีชัวร์ ตอนไปถึงก็ยังไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ก็เริ่มไปซักพักสมาชิกก็มากันครบ

เพราะว่าเป็นบุฟเฟต์Seafood เลยมุ่งหวังว่าจะมากินอาหารทะเลให้เต็มคราบ หลังจากที่อาทิตย์ที่แล้วไปพัทยามายังกินไม่หนำใจ เริ่มแรกก็ตื่นเต้นกับกุ้งหอยปูปลาที่ดูสดดี โดยเฉพาะหอยแมงภู่ตัวเท่าฝ่ามือ !! แต่ว่าพอซักพักคนเริ่มเยอะมันก็หายไปไวมากๆ ดีนะที่ไปก่อนช่วงแรกได้กินมา 2-3 ตัว หลังจากนั้นก็ลุยกุ้งๆๆๆ ปูๆๆๆ แล้วก็ ข้างห่อสาหร่าย ตอนแรกเอามาเยอะเต็มโต๊ะไปหมดเลย ไม่มีที่วาง เพราะว่ามีหม้อสุกี้วางอยู่เลยไม่มีที่เลยให้เจ้าหน้าที่เอาออกไป จะได้กินสะดวกๆ แต่ว่าถึงมันจะมีเยอะแค่ไหนก็โดนเสกเข้าท้องไปได้หมดซะไม่เหลือ

ว่าไปก็ไม่รู้ไปไหนเพราเรากินปูไปแค่ 2-3 ตัวเอง กุ้งก็แค่ 2-3 ตัวเหมือนกัน เพราะขี้เกียจแกะ ทั้งที่เตรียมตัวมาแล้วแท้ๆ ที่เหลือก็บริการบุพการีอยากได้อะไรเดี๋ยวลูกจัดให้ งานที่เลยกินได้น้อยเพราะกินไปนิดก็ไปเอาอาหารเพิ่มให้ท่านอีก ช่วงแรกอยู่ในช่วงชุลมุลเลยไม่ได้ถ่ายรูปนัก ส่วนรูปอาหารก็ไม่ได้ถ่าย เพราะที่โต๊ะมันรกๆ ที่ไลน์อาหารก็ไม่อยากถ่าย เอาไว้ใครสนใจไปลองได้ครับ อาหารก็รสชาดดีครับ แม่บอกว่าดี ผมก็ว่าโอเค แต่หลายคนที่บ่นเพราะเคยกินที่ดีกว่ามากมั๊งเลยว่าไม่ค่อยดี จากรีวิวที่อ่านจากบางที่
ว่าไปปูก็ไม่สดมากอาจเป็นเพราะเจอข้อเปรียบเทียบที่ไปกินที่พัทยามาอาทิตย์ก่อนเลยไม่ประทับใจ แต่กุ้งนี่ใช้ไดเลย พ่อกับแม่บอก

ถือเป็นโชคดีของผมที่ไม่ได้ตั้งมารตฐานอะไรมาก แต่บอกว่าทั้งวิวและอาหาร+เบียร์เย็นๆ มันกลมกล่อม และกลมกลืนอย่างยิ่ง

นี่เจ้าปูลิ้งPhotobucket มารน้อยจอมโภชนากินขนาดผู้ใหญ่อายแถมได้สิทธิ์กินฟรีอีก

มุมที่โต๊ะมันน่าเจริญอาหารอย่างยิ่งเลยทีเดียวเชียว
Photobucket

บางมุมที่โต๊ะ
Photobucket

ที่อิ่มเอิบใจอีกอย่างที่ได้พาพ่อกับแม่มาได้ เห็นสีหน้าที่มีความสุขของเค้าก็มีความสุขแล้ว ปกติเป็นเรื่องยากมากที่จะแงะพ่อออกจากบ้านยามวิกาลเช่นนี้

เที่ยวนี้ส่วนตัวรู้สึกว่ากินได้ไม่มากเพราะว่าต้องเดินบ่อยมั๊ง แล้วช่วงท้ายๆก็เริ่มถ่ายรูปบ้างเลยไม่ค่อยต่อเนื่อง ตอนแรกรูปออกมาไม่ค่อยดีเพราะไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไปเลยลงไปเอาขาตั้งที่เก็บไว้ท้ายรถประจำมาถ่าย แต่ว่าเจ้าหน้าที่นี่ห้องอาหารบอกว่าห้ามใช้ขาตั้งกล้อง ก็ไม่รู้เหตุผลแต่ก็ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไปถ่ายด้านนอกก็ได้ เลยได้ภาพด้านนอกสูงๆ สวยๆมา แต่ว่าใช้ Night Mode นี่ก็ถ่ายยากเหมือนกันทั้งคนถ่ายและคนถูกถ่าย เพราะว่าห้ามขยับเลยไม่งั้นภาพจะไม่คม

แต่ก็ได้ลองถ่ายภาพที่อยากถ่ายมานาน ภาพวิวกลางคืนบนตึกโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เนื่องจากไม่มีรีโมทเลยใช้ตั้งเวลากล้่องเอาเพื่อกล้องจะได้นิ่งที่สุดก็เลยได้ภาพตามที่เห็น แต่ถ้ามีมุมกว้างจะยิ่งดีมากเลย อยากได้แต่ใจไม่กล้าอ่ะราคามันแรง บวกกลับคิดว่าถ้าซื้อมุมกว้างเก็บเงินไปอิตาลีจะดีกว่าไหม ทำให้ความอยากลดลงทันที

ที่ได้มาก็เท่านี้แต่ก็พอใจ
ตึกใบหยก the Number one Talles Building in Thailand
Photobucket

อีกมุม
Photobucket

และอีกมุม
Photobucket

และอีกมุม
Photobucket
เสียดายที่มันถ่ายได้ไม่กี่มุมเพราะระเบียงไม่กว้างนัก และถ่ายได้แค่ฝั่งเดียวอีกฝั่งมีระเบียงแต่ไม่เปิด

ช่วงท้ายได้กินของหวานทั้งเค้ก ไอศครีม ก็มีความสุขกับการกินของหวานที่นี่มาก ไม่มีอะไรมากแต่รู้สึกว่าบรรยากาศกับรสชาดมันเข้ากั๊นเข้ากันทีเดียวเชียว
แต่ว่ามันก็ 4 ทุ่มได้แล้ว ห่วงพ่อเพราะปกติพ่อเข้านอนตอน 1 ทุ่มเลยตัดใจไม่ต่อแล้ว แค่นี้ก็มีความสุขกับการกิน+พาคนอื่นกิน งานนี้ถึงแม้ว่าเพื่อนจะมากันเยอะแต่ไม่ค่อยมีเวลาคุยกันเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยโทรคุยกัน ยังงัยคราวหน้าก็มากินด้วยกันใหม่นะเพื่อน แล้วจะจัดโปรแกรมดีๆ ราคาถูกไว้ให้อีกนะ


ขอสรุปนิดนึงละกัน (มาตรฐานผมอะไรที่ได้7ขึ้นไปถึอว่าพอใจครับ)
รสชาดอาหารให้ - 7.5
บรรยากาศ - 8.5 (ผมรู้สึกดีกว่ตอนกิน Baiyoke Sky อีก)
ความหลายหลายของอาหาร - 8 (อาหารไม่ได้เยอะมากแต่ชื่อก็บอกว่าSeafood มันเลยไม่ได้ไปเน้นส่วนอื่นมากแต่ว่าผมกินได้ไม่หมดเลยเหลืออีกหลายอย่างที่ไม่ได้กิน แต่ว่าของหวานชอบมากครับ ไม่พิศดารแต่ว่าเรียบง่ายที่เข้ากับบรรยากาศสุดๆ )

การบริการ - 7 บริการพอใช้ได้แต่ต้องคอยเรียกเก็บจานแล้วก็สั่งเครื่องดื่มบ่อยดูเหมือนบริกรจะไม่ค่อยพอมั๊งหรือว่าเวลาเราคอยมองแล้วเค้ามักจะมองไปทางอื่น

อารมณ์ความสุขกับมื้อนี้ให้ 9 ครับ เพราะเห็นพ่อแม่เค้ดูมีความสุขเลยมีความสุขมากขึ้นไปด้วย
ความคุ้มค่าราคา - 9 ราคา 300 บาทกับวิวและปริมาณอาหารมันถูกเหลือล้นทีเดียว

ถ้ามีโปรอีกลองไปดูนะครับหรือถ้าไม่มีโปรก็ไปได้มันได้ Feel จริงๆ แนะนำ




 

Create Date : 19 กันยายน 2552    
Last Update : 20 กันยายน 2552 1:07:51 น.
Counter : 821 Pageviews.  

มาเลย์ + อินโด +สิงคโปร์ และภูเก็ต 17 July 09

หลังจากที่ดองมานานก็เริ่มมีอารมณ์จะเขียนแล้ว วันนี้เป็นวันที่คิดว่าว่างเลยได้ทำ ข้อมูลกระจัดกระจาย เลยขี้เกียจหาเพราะงานยุ่ง + เบื่อทำงานไกล เลียเวลามาก

หลังจากที่อ่านกระทูเที่ยวคนเดียวมาเยอะในพันทิพแล้วก็มีผู้หญิงเที่ยงเองเยอะก็คิดวาเค้าทำได้เราก็ทำได้สิ ก่อนหน้านี้ไปเจอกระทู้รีวิวแบบละเอียดของคุณ Jew Never Lies ไปโบรโม (อินโดนีเซีย) มา เลยคิดว่าไม่น่ายากเลยจัดการเลย แบบว่า จองตั๋วก่อน คิดที่หลัง เพราะว่่าคิดมากทีไรจะไม่ได้เที่ยว ไม่ได้ๆ เรื่องเที่ยวเรื่องใหญ่ เรื่องานเรื่องเล็ก ถ้าจะออกก็ออกล่ะ แต่ก็โชคดีที่เจ้านายให้ลาก็รอดตัวไป

ตอนจองตั๋วก็แน่นอน หางแดงแสนประหยัด ช่วงนั้นก็มีโปรออกมาเยอะ เราก็ว่าถูกแล้ว แต่ว่าการไปโบรโม ต้องนั่งเครื่องไปลง Surabaya ซึ่งไม่มี ไฟลท์ตรงจากกรุงเทพ ต้องไปต่อเครื่องที่ มาเลเซีย ซึ่งก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน เลย จัดโปรแกรมมาเลย์ไปอีก 1 ขากลับไม่อยากกลับทางเดิมเลยดูว่าจะกลับยังงัยดี ก็มีไฟลท์ไปสิงคโปร์ เลยไปแวะสิงคโปร์ก่อนกลับ แต่ว่ไฟลท์จาก สิงคโปร์ มา กทม. ก็ถือว่าแพงเลยดูว่าทำงัยจะถูก ไปเจอโปรสิงคโปร์ภูเก็ตถูกเลยไปแวะภูเก็ต แล้วได้โปรภูเก็ต- กทม. แสนถูกอีก นี่เลยเป็นที่มาของทริปนี้ แต่ว่ากว่าจะได้มานั่งเช็คตั๋วอยู่หลายวัน จัดเวลาเผื่อเวลา สารพัด ตอนจัดก็ไม่ได้คิดว่าจะไปไหนบ้าง แค่คร่าวๆ แต่แอบเผื่อเวลาถ้ามีการหลงไป 1 วันที่อินโด เพราะว่าที่นี่ภาษาอังกฤษไม่สามารถช่วยเราได้

เริ่มเลยดีกว่า
ตอนไปประหยัดค่ารถไปสนามบินด้วย ให้นัทไปส่ง เพราะว่านัททำงานอยู่ที่การท่า แล้วก็พาไปส่งถึงหน้าเกทขึ้นเครื่องเลย ช่างเป็นคนที่เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนเราจริงๆ เรียนที่เดียวกัน บ้านอยู่ใกล้กัน แถมทำงานใกล้กันอีก สบายไป
Photobucket

วันแรก 17 July 09 BKK (10.00) - KUL (13.05) flight AK735 by Air Asia
Photobucket
ใช้เวลาในการบิน 2 ชั่วโมงแต่เนื่องจากเวลาที่นี่จะเร็วกว่าเรา 1 ชม. เลยต้องมีการปรับนาฬิกากันหน่อย
อ้อลืมบอกไป ตอนที่ไปเป็นช่วงที่ไข้หวัด 2009 ระบาด เลยเอาหน้ากากไปใส่บนเครื่องด้วย ก็มีคนใช้หน้ากากอยู่พอควรไม่เยอะมาก แต่ว่าใส่หน้ากากบนเครื่องเป็นเรื่องดีหลายอย่างเลย แล้วจะเล่าให้ฟังว่าดียังงัย นอกจากกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
Photobucket

เมื่อมาถึงเจอด่านตรวจโรคก็มีแค่กล้องตรวจจับอุณหภูมิของร่างกาย แล้วก็มาต่อที่ตม. คิวยาวคนเยอะมาก มาจากไหนกันนะ อ่อลืมไฟลท์จากกทม.นี่หว่า


มาเจอตม.มาเลย์เป็นคนแขกดำๆ หน้ามึนมากพี่แกไม่พูดไม่จา เราใส่หน้ากากอยู่ก็ทำท่าชี้ที่ปากบอกให้เปิดแล้วก็กับ ตุ้บๆ ตั๊ปๆ ปั๊มตรายางแล้วให้ออกไป ออกไปยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนก็ได้ SMS จาก Mr. Stanley ลูกค้าที่เคยเจอกันครั้งนึงเค้าบอกว่ามาเลย์ให่บอกเค้า เราเองก็จำเค้าไม่ได้หรอกแต่มีเพื่อนดีกว่าไม่มี เลยติดต่อไปก่อนจะไปมาเลย์ เค้าตอบมาก็เลยดี เผื่อมีปัญหาจะได้พึ่งได้ เค้าก็ว่าออกมาให้เดินเลี้ยวซ้ายแล้วจะเจอรถ Sky Bus ที่เราจองไว้ ก็เดินมั่วๆมา ไหนฟะ สกายบัส เดินหมุนๆวนๆ ไปๆมาๆ แต่ไม่ลืมแวะ Tourist Information Center เก็บข้อมูลท่องเที่ยวไว้ เผื่อมีประโยชน์ข้างหน้า (มีประโยชน์จริงๆ ด้วย)

หลังจากมั่วๆ อยู่ก็ลองเดินไปเรื่อยๆก้เจอจริงๆ Sky Bus ต้องเดินพอควรเลยนะ มาถึงก็ให้คนรถโหบดกระเป๋าลงใต้รถแล้วก็ SMS ไปบอก Mr. Stanley ว่าเราอยู่บนรถแล้วนะ เค้าจะประมาณเวลา มาเจอเราเพราะจากสนามบิน ไป KL Sentral ใช้เวลา 1 ชม.!! ไม่ใช่เพาะรถติดนะ แต่เพราะมันอยู่ไกล อย่างงี้ต้องเผื่อเวลาเช็คอินไฟลท์ไปอินโดมากๆหน่อยแล้ว ตอนแรกกะ 2 ชม. แต่ว่าต้อง 3ชม. แล้วหล่ะ จาก KL Sentral

ระหว่างทางจาก KLCCT Airport มาตัวเมืองมา KL Sentral ก็ดูวิวข้างทางซึ่งต้นไม้เยอะมากเหมือนจากภูเก็ตเข้าเมืองเลย อากาศที่ทนี่จะเย็นกว่ากรุงเทพหน่อยนึงอาจจะเพราะต้นไม้เยอะมั๊ง

นัดที่KL Sentral ก็งงๆ เพราะเค้า SMS มาว่าอยู่ตรง Mc Donald แต่เราก็อยู่ตรง Mc แล้วนี่ สงสัยจะมีมากกว่า 1 แม็ค แตาในที่สุดก็เจอ Stanley บอกว่าเค้าจอดได้ไม่นาน ต้องรีบ เลยรีบไป รถของ Stanley รุ่นเดียวกะเลย (วีออส) แต่รุ่นสูงกว่า และสะอาดกว่า

Satnley ถามว่ากินไรยังเราก็บอกยังงั้นไปกินไรกัน เค้าก็บอกว่าที่ที่ผมจะพักอยู่ไม่ไกลจากที่ๆเค้าจะพาไปกิน เลยไป ที่แรกเป็นห้างชื่อ Parvilian เค้าบอกว่าที่นี่จะเป็นเหมือน Paragon ประเทศไทยน่ะแหล่ะ อ้าวหยั่งงี้ก็แพงดิ แต่ว่าไหนๆก็ไหนๆ เหอะ

Photobucket

Photobucket


Stanley พาไปกินที่ฟู้ดซึ่งเป็นเหมือนของว่างเป็นคล้ายๆ ซาลาเปาทอด แล้วก็เต้าทึงลักษณะเป็นเหมือนน้ำเต้าหู้ที่ออกวุ้นๆ กับโจ๊ก หร่อยดี มื้อแรก
Photobucket

Stanley เค้าจำได้คลับคล้ายคลับคลา แต่ว่าทำตัวสนิทดีมาก มื้อนี้ Stanlet เลี้ยงด้วย เค้าบอกเดี๋ยวเราค่อยจ่าย แต่ไปๆมาๆ ทุกมื้อที่อยู่กับเค้าเราไม่ต้องจ่ายเลย เกรงใจแต่ก็ถือว่าโชคดี ประหยัดๆ

หลังจากนั้นก็เดินในห้าง แล้วเค้าบอกให้เราซื้อ Sim Card ที่นี่จะด้ประหยัดค่าโทร เราก็ซื้อไป หมดไป 80 กว่าบาท มีค่าโทรให้นิดหน่อย เราก็ไม่รู้จะโทรไปไหนเลยยังไม่เติมเงิน ระบบที่นี่ดีมาก จะซื้อซิมต้องดูบัตรหรือ พาสปอร์ตด้วย ซึ่งดู ปลอดภัยดี ถ้ามีการก่อการร้ายคงตามตัวได้ไม่ยาก ทำไมบ้านเราไม่มีระบบนี้นะ บังคับไปเลยไม่หนักหนาอะไรหรอก

แล้งก็ตรวจสอบซิมใช้ได้แล้วก็ ไปกัน ต่อไปก็ใช้โทรหา Stanley ได้แล้ว ถูกๆ แล้วก็เดินๆ ไปดูของโน่นี้ก็ึคนเดินเยอะพอควรซื้อของไปอีก ราคาไม่ถูกนะ แต่ถูกใจยังงัยก็ซื้อ ได้ใช้เงินริงกิตแ้ว้ว เย้ๆๆ (มันน่าดีใจตรงไหนเนี่ย)


Photobucket

หลังจากนัั้น Stanley ก็พาเราไปที่พัก ซึ่งไม่ไกลจากห้างแต่ว่าใช้เวลานานพอควรเนื่องจากรถติด วันศุกร์รถติดเหมือนบ้านเราเลยแฮะ

เราพักที่ Paradiso Bed & Breakfast อยู่ใกล้กับสถานี Mono rail Bukit Bintang เลยสะดวกดี แถวนี้เรียกได้ว่าเป็นสีลมของ มาเลย์เซียเลยก็ว่าได้ สถานที่ธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้ง แล้วก็ที่เที่ยวกลางคืน แถวนี้เลยเหมาะมากแถมราคาถูกมาก เรานอนแบบ Mix Dorm ราคาคิดเป็นเงอนไทยตกคืนละ 310 บาท (ในเว็บ Hostelworld.com มันคำณวนให้เลย) 2 คืนเสียหายไป620 บาท ถูกกว่านี้มีอีกมั๊ย!?

Paradiso จะต้องเดินขึ้นไปข้างบนเป็นทางขึ้นไปนวดเล็กๆ แต่ขึ้นไปอีกชั้นซึ้งข้างในค่อน้างเล็ก ถ้ามีคนอยูหลายๆคนจะแน่นเลย โฮสเทลเป็นแบบนี้นี่เอง จ่ายค่ามัดจำกุญแจ 10 MYR แล้วกไปดูเตียงกัน เป็นที่นอน2 ชั้น เราอยู่ชั้นบน เซ็งเลยจะขึ้นจะลงทีมันมีเสียงง่า ต้องเตรียมตัวล็อคไปด้วยเพราะไม่มีล็อคให้ แต่เราเตรียมไปเพียบ ม่ายมีปัญหา
Photobucket

ตอนกลางคืนStanley มีงานต้องไป2-3 ที่เลยไม่ได้มาเจอ แต่ว่านััดกันพรุ่งนี้ตอนเช้า (วันเสาร์) ว่าจะพาไปไหนไม่รู้ เราก้ใจง่ายไปไหนก็ไป

ตอนเย็นเลยเดินไปหาอะไรกิน Stanley บอกให้เดินไปด้านหลังจะมี ถ. Jalan Alor ซึ่งเป็นที่ขายอาหารเยอะมากเหมือนเยาวราชเลย มันเยอะมาก คนนั่งล้นมานอกถนน เหลือนิดเดียว ทั้งคนเดิน รถสวน วุ่นวายไปหมดเลยเพราะว่ามันเยอะมากเลยเดินดูแล้วก็ผ่านไป วกมาเดินริมถนนเจอร้านนึงดูคนเยอะดี มีที่นั่งในร้าน เยเข้าไปดู ก็คิดไปเล็กๆน้อยๆ อร่อยดี มื้อแรกในมาเลย์
Photobucket


หลังจากนั้น ก็เดินไปเรื่อยๆ ใจอยากไปดู ตึกแฝดตอนกลางตืนเพราะเห็นอยู่ไม่ไกล เลยเดินไป ไม่รู้ทางก็เดินไปดูตึกเอาไว้ไม่น่าหลง ก็ผ่านร้านอาหาร ผับมากมาย เจอผับไทยด้วย
Photobucket

ที่นี่ว่าไปก็เหมือนประเทสไทยเลย ชีวิต Night life ค่อนข้างมีสีสัน แต่ว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากเป็น ตะวันออกกลาง หรือ ประเทศอาหรับ ซึ่ง นักเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ค่อยเยอะที่ไทย อาจจะเพราะศาสนา อาหารการกิน วึ่งของทยมีอาหารฮาลาล น้อยมาก ว่าไปก็เสียดายนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เพราะมีกำลังในการซื้อสูง ช้อปกันกระจายเลย แถมตอนที่ไปก็เป็นช่วงลดราคาแหลกกันเลยทีเดียว

เดินๆไปซักเริ่มเมื่อเพราะว่าไม่ถึงตึกแฝด Petronas ซะที และแล้วก็ เจอแล้ว ใหญ่ + สูงดีถึงยังต้อเดินอีกนิดก็ขอถ่ายไว้ก่อนล่ะ เสียดายไม่มีขาตั้งกล้องไม่งั้นก็ได้ภาพสวยกว่านี้แล้ว แต่ขี้เกียจแบกขาตั้งกล้องอย่างแรง หนักเกินไม่ไหว
Photobucket

ตอนแรกว่าจะยังไม่เข้าไปใกล้ๆ แต่เข้าไปหน่อยก็ได้ มาถึงแล้ว ก็ได้เข้าไกล้ ตึก Ptronas ยามค่ำคืนจนได้ ตอนที่เดินมาก็ประมาณ 5 ทุ่มได้ก็ ไม่อันตรายนะ Stanley เตือนว่าให้เดินตามถนนหลักนะ แต่เราก็ไม่รู้สึกอันตรายไรเลย หลังจากได้รูปมาก็ว่าจะกลับ แต่มีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่ม ถามอีกกลุ่มที่อยู่ก่อนว่ารออะไร จะดูเค้าดับไฟหรือ เค้าบอกใช่ เราได้ยินเลยอยู่ดูด้วย ก็ได้ดู ตึก Petronas จนปิดไฟเลย
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

แล้วก็เดินกลับ แอบเหนื่อยแฮะ เดินเยอะมากแต่สนุกเพราะด้เจ้า MP3 ตัวใหม่ของ Phillips ซึ่งเสียงดีมาก
Photobucket

แล้วก็ทำให้เราเดินได้สนุกจริงๆ กลับมาก็อาบน้ำนอน ห้องน้ำที่นี่แคบมากๆๆ ขนาดเราว่าเราตัวเล็กยังรู้สึกแคบเลย แล้วฝรั่งตัวใหญ่ๆ เค้าไม่อึดอัดบ้างหรือไร?

แต่ห้องน้ำใช้ได้ กว่าดี น้ำแรง ปรับได้ คืนนี้เราก็ เอากระเป๋วางไว้บนตู้ล๊อคเกอร์ แล้วก็ ไม่ลืมที่อุดหู + ที่ปิดตา ใครจะกรนหรือเปิดไฟก็ไม่มีผลล่ะ นอนหลับสบาย....






 

Create Date : 06 กันยายน 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 11:57:39 น.
Counter : 510 Pageviews.  

1  2  3  4  

Sonixsk
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Sonixsk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.