Group Blog
 
All blogs
 
~ หลวงพระบาง (day III) ตอน : เที่ยววัด เที่ยววัง วันสุดท้ายที่หลวงพระบาง ~

หลวงพระบางวันสุดท้าย เรามีโปรแกรมเที่ยวครึ่งวันก่อนกลับกรงเทพฯค่ะ ไกด์นัดเวลามารับเราตอน 8 โมงครึ่ง แต่ด้วยความเคยชินที่ต้องตื่นแต่เช้ามาหลายวัน เราเลยตื่นกันแต่เช้า และตัดสินใจกันว่าจะไปเที่ยวตลาดตอนเช้า ๆ หาอะไรอร่อย ๆ (กว่าอาหารเช้าของโรงแรม) ทานกัน
ว่าแล้วก็ let's go ไปเรียกสามล้อเครื่องหน้าโรงแรมกันเลย เราได้ข้อมูลจากน้อง ๆ พนักงานของโรงแรมว่าตลาดที่ไม่ไกลจากที่นี่นัก คือ ตลาดโพสี ซึ่งน้อง ๆ บอกเราว่าค่ารถสามล้อเครื่องคนละประมาณ 6000 กีบ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท) เราก็ท่องไว้เลยว่าต้องต่อรองค่ารถให้ได้เท่านี้ แต่ต่อรองกันไปมา ดันไปบอกคนขับว่า 6000 กีบ ไม่ได้งั้นคนละ 40 บาทก็แล้วกัน คุณลุงคนขับทำหน้างงอยู่ 1 นาทีก่อนจะพาเราไปส่งที่ตลาด โดยที่เราก็ยังงงว่าต่อรองกันยังไงฟะ 6000 กีบไม่เอาจะเอา 40 บาทนี่
สุดท้ายการทัวร์ตลาดเช้าของหญิงไทยสองคน(ที่งงกับชีวิต) ก็คือการเปลี่ยนที่ทานข้าวจี่ทาแยม(ที่โรงแรมก็มี)กับข้าวไข่เจียวหมูสับ(ที่โรงแรมก็สั่งได้อีกเหมือนกัน)แค่นั้นจริง ๆ ค่ะ-*-



(รูปข้างบนไม่ใช่ตลาดโพสีนะคะ กะไปกินเต็มที่เลยไม่ได้เอากล้องไป)
เมื่อเรากลับมาจากตลาดนั้นปรากฎว่าคุณไกด์มารอรับเราที่โรงแรมแล้ว เลยรีบ check out แล้วออกเดินทางค่ะ โปรแกรมแรกของวันนี้ คุณไกด์พาเราไปเที่ยวตลาดเช้าของชาวหลวงพระบางกันค่ะ (เรากับเพื่อนแอบมองหน้ากันด้วยอารมณ์เบื่อโลกสุดขีด ประมาณว่าแล้วเมื่อกี้จะนั่งสามล้อเครื่องไปตลาดทำไม) ตลาดที่นี่คล้าย ๆ ตลาดตามต่างจังหวัดบ้านเราเลยค่ะ จะมีที่แปลกตาหน่อยก็คงจะเป็นนกหลากหลายพันธุ์ที่วางขายคู่กับเจ้าปูสีส้มเนี่ยล่ะค่ะ สงสัยจะเป็นของยอดฮิตของคนที่นี่ เพราะเห็นวางขายอยู่เยอะมาก



เพื่อนร่วมทริปเราแวะทานกาแฟแกล้มข้าวจี่กันที่ร้านกาแฟประชานิยม ร้านฮิตที่ใครมาเมืองหลวงพระบางต้องไม่พลาด แต่เรากับเพื่อนไม่ทานกาแฟแถมยังอิ่มกับอาหารเช้าอร่อย ๆ ที่ไปทานที่ตลาดมาแล้วเลยขอบายค่ะ เดินเล่นดูของขายในตลาดเช้าดีกว่า เมื่อเดินไปจนสุดทางเดินที่ขายของกันแล้วก็จะเจอประตูด้านหลังของพิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวง ที่หมายแรกที่เราจะไปเที่ยวชมกันวันนี้ค่ะ



โดยปกติแล้วคนที่ไปเที่ยวชมพระราชวังหลวงมักจะเข้าทางประตูด้านหน้าซึ่งตรงข้ามกับพูสี แต่วันนี้คุณไกด์พาเราเดินเข้าพิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวงทางประตูด้านหลังค่ะ เลยได้เก็บภาพพระราชวังหลวงพระบางในมุมมองที่แปลกตาออกไปมาฝาก



ก่อนเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวง (Royal Palace Museum) นักท่องเที่ยวต้องฝากกระเป๋าและกล้องถ่ายรูปไว้ด้านหน้าค่ะ เพราะที่นี่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในพิพิภัณฑ์เช่นเดียวกับที่เมืองไทยค่ะ ตอนที่เราเอากระเป๋าและกล้องถ่ายรูปไปฝากนั้นก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าของจะหาย เพราะที่ฝากของที่จัดไว้เป็นแค่ตู้เก็บของธรรมดาไม่มี locker แต่ก็ไม่มีอะไรหายนะคะ คุณไกด์เล่าให้ฟังว่าพระราชวังหลวงสร้างขึ้นในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งในอดีตใช้เป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ค่ะ



คุณไกด์ยังเล่าให้เราฟังอีกว่าพระราชวังหลวงนั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส โดยผสมผสานงศิลปฝรั่งเศสกับศิลปลาวเข้าด้วยกัน เป็นความงามที่เรียบง่าย เหมือนกับเมืองหลวงพระบางนี่ล่ะค่ะ



หลังจากเข้าไปชมด้านในของพระราชวังหลวงแล้ว ไกด์พาเราไปนมัสการองค์พระบาง (Pra Bang) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวหลวงพระบาง ที่ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวงค่ะ เมื่อนมัสการองค์พระบางแล้วไกด์พาเราเดินชมรอบ ๆ ในบริเวณพระราชวังหลวงนี้ยังมีหอพระบางอยู่ทางประตูด้านหน้า ซึ่งคุณไกด์บอกว่าสร้างจำลองแบบมาจากสิมวัดเชียงทอง แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่แล้วเสร็จ



ฝั่งตรงข้ามหอพระบาง ยังมีโรงละครภายในพระราชวังหลวง ซึ่งคุณไกด์บอกว่ายังมีการจัดแสดงละครที่นี่อยู่บ่อย ๆ ค่ะ แต่ trip นี้ของเราไม่มีโปรแกรมดูละคร ก็ชมโรงละครด้านนอกไปก่อนแล้วกัน (แอบขำนะคะคุณไกด์) ด้านหน้าของโรงละครเป็นรูปปั้นองค์เจ้ามหาชีวิตพระองค์หนึ่งของลาว



จากพระราชวังหลวงพระบางไกด์พาเราไปวัดเชียงทอง ซึ่งเป็นโปรแกรมสุดท้ายแล้วสำหรับทริปหลวงพระบาง เราไปถึงวัดเชียงทองประมาณ 10 โมง แดดรงทีเดียว ด้วยความที่เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองกลางหุบเขา ทำให้อากาศตอนกลางวันค่อนข้างร้อนจัด แต่กลางคืนกลับเย็นสบาย
คุณไกด์พาเราเดินผ่านตรอกเล็ก ๆ เข้าสู่ด้านข้างของวัดเชียงทอง ทำให้เราได้เห็นมุมมองอีกมุมนึงของวัดเชียงทองที่ต่างออกไป ภาพนี้คือภาพวัดเชียงทองที่เราได้เห็นครั้งแรกเมื่อเดินผ่านประตูเข้ามา



ไกด์บอกเราว่าวัดเชียงทองเป็นศิลปหลวงพระบางแท้ที่เหลืออยู่เพียงวัดเดียวในเมืองหลวงพระบางที่ไม่โดนเผาไปเมื่อโจรจีนฮ่อเข้ามาปล้นเมือง โดยสร้างในสมัยสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองเวียงจันทร์



นอกจากนี้ภายในวัดเชียงทองยังมีโรงราชรถพระโกศล (โรงเมี้ยนโกศ) ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา เป็นโรงไม้แกะสลักเรื่องราวของรามเกียรติ์ลงลักปิดทองไว้สวยงามมาก



ดูใกล้ๆ ยิ่งสวย



เราเพลินกับการเดินชมศิลปะที่งดงามของวัดเชียงทองจนเกือบ 11 โมงไกด์ก็มาตามเราขึ้นรถเพื่อเตรียมเดินทางกลับ ตอนแรกเราก็ยังงง ๆ อยู่ว่าเพิ่ง 11 โมงเองทำไมรีบไปจัง ยังเดินดูไม่ทั่วเลยแถมมัวแต่ถ่ายรูปยังไม่ได้เข้าไปกราบพระในสิมอีกต่างหาก มาหายสงสัยก็ตรงที่จู่ ๆ เมื่อรถตู้พาเราไปจอดหน้าตลาดม้ง ซึ่งเป็นตลาดขายของที่พื้นเมืองและของที่ระลึก เพราะเพื่อนร่วทริปเราอีก 2 คนยังซื้อของฝากไม่ครบนี่เอง เจอแบบนี้เข้าไปเล่นเอาเรากับเพื่อนเอ๋อไปเหมือนกัน ฮึ่ม.....รีบออกจากวัดมา shopping กันเนี่ยนะ -*-



หลังจากแวะซื้อของกันที่ตลาดม้งเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาบ้าย บายหลวงพระบางกันแล้วล่ะค่ะ ไกด์พาเราไปส่งที่สนามบินหลวงพระบางตอนเที่ยงกว่า ๆ ก่อนเครื่องออกไม่นาน แต่ด้วยความที่เป็นสนามบินเล็ก ๆ การ check in จึงไม่ยุ่งยากใช้เวลาไม่นานนักก็เรียบร้อย เราบอกลาคุณไกด์แสนน่ารักของเราที่คอยดูแลเราอย่างดีตลอด 3 วันด้วยความประทับใจเต็มเปี่ยม ทั้งความงามที่เรียบง่ายของเมืองหลวงพระบาง และอัธยาศัยไม่ตรีที่น่ารักของคนที่นี่ เป็น trip 3 วัน 2 คืน ที่เป็นความทรงจำที่ดีของเราอีก trip นึงซึ่ง เราสัญญาไว้กับตัวเองว่าต้องหาโอกาสกลับไปเยือนเมืองหลวงพระบางอีกครั้งอย่างแน่นอน
สะบายดี เมืองหลวงพระบาง ^^



จบบริบูรณ์แล้วค่ะ บันทึกความทรงจำครั้งหนึ่งที่เมืองหลวงพระบาง เคยตั้งใจตั้งแต่ก่อนไปเที่ยวว่าจะกลับมาเขียนบันทึกถึงเรื่องราวประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ทันทีที่กลับมาถึง แต่ด้วยความขี้เกียจเลยเพิ่งจะมาเขียนเอาป่านนี้ เลยขอสัญญากับตัวเองอีกครั้งหนึ่งค่ะว่า trip ต่อไปของเราจะรีบเขียนทันทีที่กลับมา โปรดคอยติดตามบันทึกการเดินทางครั้งหนึ่งที่กำแพงเมืองจีน ปลายปีนี้ค่ะ (หุหุ ยังไม่ทันได้ไปเลยเห่อ ๆ ) ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมและมาช่วยกันshare ประสบการณ์กันนะคะ

Story by SoM SoM
Photo by SoM SoM


Create Date : 04 กันยายน 2550
Last Update : 29 สิงหาคม 2553 14:27:00 น. 6 comments
Counter : 1686 Pageviews.

 
สวยจัง อยากไปเที่ยวบ้าง



โดย: joblovenuk วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:9:22:23 น.  

 
เพิ่งไปมาเหมือนกัน ว่าแต่เดินสวนกันหรือเปล่าน้า


โดย: เต๋า (oattao ) วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:9:33:26 น.  

 
ถ่ายภาพได้ถูกใจจัง บรรยากาศที่นั่นดูดีนะ


โดย: thamakorn วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:11:24:57 น.  

 
แวะมาเยี่ยม มาเยียน จ้า

ว่าจะไปเหมือนกัน หลวงพระบางเนี่ย

น่าจะประมาณสิ้นปี นี้

เพราะเมื่อ เข้าพรรษาเพิ่งไป ลาวใต้ มา

สนุกมาก ปากเซ จำปาสัก พักวัง ที่ตอนนี้เขาพัฒนา

เป็น โรงแรมด้วย ...


โดย: โคมารุซัง วันที่: 8 กันยายน 2550 เวลา:10:45:34 น.  

 
มาตามเก็บข้อมูลนะคะ


โดย: CM-Thaimassage IP: 222.123.133.45 วันที่: 8 กันยายน 2550 เวลา:14:58:45 น.  

 
ดีครับ คิดจะไปอยู่ทีหลวงพระบาง


โดย: jit12-.@hotmail.com IP: 101.108.126.66 วันที่: 10 เมษายน 2554 เวลา:12:17:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

som som
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add som som's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.