~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่3)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่3)

ถ้าหากว่าเธอคือฟ้า ฉันคือทะเล จะเปรียบทะเลดั่งความมั่นคง หากแผ่นฟ้าเป็นรักที่ซื่อตรง ทุก ๆ สิ่งจะคงนิรันดร์ ไม่ต่างกับเรา มีเพียงหาดทราย ทะเล สายลม กับสองเรา ยินเพียงแผ่วเบา ยินเพียง เสียงคลื่น กับเสียงเรา
นกน้อย บินมาคู่กัน เคียงกัน เหมือนดังใจมัน ผูกพัน ไม่ต่างกับเรา


เพลงที่เกิดจากการประสานเสียงของคู่ซี้ต่างวัย ที่ตื่นแต่เช้าตรู่ ก่อนที่จะอาบน้ำ แต่งตัว และพากันไปวิ่งออกกำลังกายบนชายหาด โดยมีหัวโจก คือ กานต์ ซึ่งวันนี้สวมเสื้อสีส้มแจ๊ดตัดกับกางเกงสีเขียวสะท้อนแสง (คิดได้ยังไงเนี่ย) กำลังสอนเด็ก ๆ ทำท่าเต้นกระโดดเหยง ๆ ราวกับนกกระยางปีกหัก ส่วนเด็ก ๆ ก็พากันเอามือเกาะเอวต่อกันเป็นแถวพร้อมกับทำท่าตามผู้นำกันอย่างสนุกสนาน จนทำให้ทุก ๆ คนในบ้านปู่ทองและผู้ที่อยู่ในละแวกนั้นพากันหัวเราะอย่างขบขัน (ดีนะที่ไม่ได้ขันบินบริจาคมาด้วย) ไม่เว้นแม้แต่ฟ้าซึ่งยืนอมยิ้มแอบมองเด็กแคระและเด็กโข่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง อืม ถึงเสียงจะเพี้ยนไปนิดแต่ดูรวม ๆ แล้วก็ใช้ได้ หญิงสาวแอบคิดอยู่ในใจ ก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกเธอของหัวโจกตัวโย่ง อุตส่าห์ยืนแอบ ๆ แล้วยังเห็นอีก อะไรจะสายตาดีขนาดนั้น ฟ้าแอบหมั่นไส้ชายหนุ่มนิด ๆ ก่อนที่จะเดินออกไปหาเด็ก ๆ ที่พากันโบกมือไหว ๆ

“พี่กานต์บอกกับพวกเราว่า พี่กานต์อยากเป็นทะเล เพราะทะเลได้อยู่คู่กับท้องฟ้าสวย ๆ แบบนี้ตลอดไป”

เด็ก ๆ พูดพลางชี้มือไปยังท้องฟ้าสีสดใส ที่ดูกลมกลืนกับท้องทะเลสีครามในยามเช้า โดยมีกานต์ยืนยิ้มแก้มปริ ทำหน้าทะเล้น แอบเป็นกองเชียร์อยู่ด้านหลัง ฟ้ามองไปทางชายหนุ่ม ก่อนที่จะส่ายหน้าอย่างระอานิด ๆ

“ฟ้าดีใจจังเลยคะที่พี่กานต์อยากเป็นทะเล เพราะว่านอกจากทะเลจะสวยและมีประโยชน์แล้ว ทะเลยังพูดไม่ได้อีกด้วยแถมทะเลก็คงร้องเพลงเสียงไม่เพี้ยนด้วย”

หญิงสาวพูดพลางยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม ก่อนที่จะเดินหนีไปเก็บเปลือกหอยกับพวกเด็ก ๆ ปล่อยให้เขายืนนิ่งอึ้งขำไม่ออกอยู่ตรงนั้น เจอกันครั้งแรกก็นึกว่าจะเป็นคนเรียบร้อยน่ารัก ที่ไหนได้กะล่อนไม่แพ้ผู้ชายคนอื่นเลย ฟ้าแอบค้อนให้ชายหนุ่ม

กานต์มองตามไปด้วยสายตาละห้อย ก่อนที่จะถอนหายใจออกมานิด ๆ เฮ้อ สโนว์ไว้ท์ ท่าทางจะไม่ได้อ่อนหวาน ใจดี มีเมตตา และเถียงใครไม่เป็น เหมือนกับในนิทานซะแล้ว ว่าแต่แบบนี้เจ้าชายจะทำอย่างไรดีหละ

“วันนี้ปู่จะให้เจ้ากานต์พาเรากับเด็ก ๆ ไปเที่ยวนะฟ้า พอดีช่วง 3-4 วันนี้ มีคนงานขอลากลับบ้านไป 2 คน เลยต้องให้เจ้าศิวา อยู่ช่วยงานปู่สักหน่อย ”

ฟ้าซึ่งกำลังทำความสะอาดเปลือกหอยที่เก็บมา ชำเลืองมองไปกานต์แวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันไปยกมือขอบคุณชายชราผู้สูงวัย

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฟ้าอยู่ช่วยงานคุณปู่ดีกว่าคะ เรื่องเที่ยวไปวันไหนก็ได้ ยังอยู่ที่นี่อีกตั้งหลายวัน อีกอย่างเกรงใจพี่กานต์ด้วยคะ ไม่รบกวนดีกว่า”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ถึงน้องฟ้าจะไม่อยากไปแต่ดูท่าทางเด็ก ๆ จะอยากไปเที่ยวนะครับ ลองถามดูก็ได้ “

กานต์พูดพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาวด้วยสายตาที่ดูมีเลศนัยชอบกล

“ใช่แล้วครับ/คะ พี่ฟ้า เมื่อคืนพี่กานต์บอกว่าจะพาพวกเราไปตลาดบ้านเพ พาไปหาด.....และ.......”

หลังจากที่ฟังเด็ก ๆ พากันสารธารยาย สถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเอาเวลาที่ไหนเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง แล้วแบบนี้หญิงสาวจะปฏิเสธ คำขอร้องของเด็กตาดำ ๆ ที่โดนผู้ใหญ่ตัวโต ๆ หลอกไปเป็นพวกอย่างไม่รู้ตัวได้อย่างไร

“เอ้อ งั้นก็ไปกันเถอะ เจ้ากานต์เอ้ย ปู่ฝากดูพวกเด็กๆด้วยล่ะ เราด้วยนะฟ้าเอ้ย ” ว่าแล้วชายชราก็ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินไปทางโรงเรือนหลังใหญ่

กานต์ขับรถพาฟ้าและเด็ก ๆ ออกเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง โดยมีจุดหมายแรกอยู่ที่ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสมุนไพรถึง 20,000 ต้น โดยจัดกลุ่มจำแนกตามสรรพคุณการรักษาตามคัมภีร์ยาไทยโบราณ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์บำรุงรักษาและบ้านพัก บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) ต.มาบข่า กิ่ง อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

“ทำไมวันนี้น้องฟ้าดูหน้างอจังเลยครับ ตาก็ดูเขียว ๆ ผิดปกติ ไม่ทราบว่าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ปวดท้องหรือ อาหารไม่ย่อย จะให้พี่ช่วยอะไรก็บอกได้นะครับ”

น้ำเสียงอันแสนอบอุ่นและดวงตาที่แสนจะใสซื่อเกินเหตุของกานต์ ยิ่งเพิ่มดีกรีความหมั่นไส้ให้หญิงสาวมากขึ้นเป็นทวีคูณ แถมตอนก่อนออกเดินทางก็ไม่รู้ไปหาเสื้อคอฮาวายสีฟ้าสดที่ไหนมาใส่ก็ไม่ทราบ เท่านั้นไม่พอยังมีเผื่อแผ่มาถึงเด็ก ๆ ด้วย

“เปล่าคะ ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้ามากับคนที่ทำตัวเหมือนคนปกติ หรือตัวเราที่ไม่ปกติเองนะเนี่ย” ประโยคสุดท้ายหญิงสาวแอบบ่นกับตัวเองเบา ๆ ฟาริดา เอ๋ย ฟาริดา ทำไมเธอถึงรู้สึกแปลก ๆ ทุก ๆ ครั้งที่สายตาคม ๆ คู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ ยิ่งอยากอยู่ไกลผู้ชายคนนี้มากเท่าไหร่ ก็เหมือนโชคชะตายิ่งกลั่นแกล้งให้ได้พบเจอหน้ากันมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อไปถึงจุดหมาย กานต์ก็เดินเข้าไปทักทายเจ้าหน้าที่อย่างคุ้นเคย ก่อนที่จะพาทุกคนไปยังห้องนิทรรศการ ซึ่งได้จัดแสดงรายละเอียดและสรรพคุณต่าง ๆ ที่สำคัญของสมุนไพรไทย ก่อนที่จะเดินออกมาขึ้นรถ NGV (รถที่ใช้เชื้อเพลิงจากแก๊สธรรมชาติ) เพื่อชมตัวอย่างจริง ของต้นสมุนไพรพันธุ์ต่าง ๆ ที่ทาง ปตท. ได้นำมาปลูกไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชมพร้อมกับศึกษาหาความรู้ โดยตลอดทางจะมีมัคคุเทศก์คอยช่วยแนะนำรายละเอียดต่าง ๆ ให้ทุกคนได้ทราบตลอดทั้งวัน สร้างความเพลิดเพลินใจให้กับฟ้าและเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก ปกติแล้วที่นี่จะเปิดทำการตั้งแต่วันอังคาร - วันอาทิตย์ โดยที่จะหยุดวันจันทร์เพียง 1 วันเท่านั้น

ฟ้าไม่รู้สึกตัวเลยว่า ความน่ารักและสดใส ของเธอนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนหันมามองด้วยความชื่นชม บางคนถึงกับขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเลยก็มี ส่วนกานต์นั้นไม่ต้องพูดถึง บรรดาแฟน ๆ รายการที่จำได้ต่างพากันแห่เข้ามาขอถ่ายรูป โดยมีเด็ก ๆ ร่วมเป็น background ให้อย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นกานต์ก็พาทุกคนไปนั่งพักเหนื่อยที่ร้านขายเครื่องดื่ม ก่อนที่จะขับรถพาทุกคน ไปรับประทานอาหารที่หาดแม่รำพึง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของปู่ทองเอกนัก

“ฟ้าไม่รู้มาก่อนเลย ว่าพี่กานต์เป็นคนมีชื่อเสียงขนาดนี้” หญิงสาวพูดพลางมองอย่างทึ่งๆ เมื่อเพิ่งจะรู้จากสถานการณ์ระหว่างท่องเที่ยวว่า พี่กานต์ที่เธอรู้จักนั้น แท้จริงแล้วเป็นพิธีกรรายการชื่อดังของเมืองไทย

ชายหนุ่มยิ้มพร้อมยักไหล่ “ไม่แปลกหรอก ก็น้องฟ้าอยู่เมืองนอกมานานนี่ อีกอย่าง พี่เองก็ไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้น แค่คนพอจำหน้าได้เท่านั้นเองครับ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ตักอาหารใส่ปาก เหมือนไม่มีอะไรต่อไป

ฟ้าพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก เธอกินอาหารช้าๆ และชำเลืองมองมองเด็ก ๆ ที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ตรงหน้าอย่างมีความสุข โดยมีกานต์คอยตอบคำถามที่เด็ก ๆ ต่างพากันถามด้วยความสงสัย ถ้าหากคำถามไหนตอบไม่ได้ก็จะชี้มือให้ฟ้าช่วยตอบให้ หญิงสาวมองภาพเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมนะโชคชะตาถึงทำให้คนเราเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน โชคดีที่เธอเกิดมามีครอบครัวที่อบอุ่น ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มีเสื้อผ้าสวย ๆ มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย

“อย่าคิดอะไรมากไปเลยครับน้องฟ้า สิ่งที่เราได้ทำไปทั้งหมดในวันนี้ รวมทั้งอีกหลาย ๆ สิ่ง ที่น้องฟ้าได้ทำไป ล้วนแต่ทำให้พวกเค้ามีความสุข ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วเราต้องสอนให้เค้าสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยคำว่า 'ความพอเพียง' ”

ฟ้ามองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ เพราะอะไรเขาถึงได้รู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยเข้าใจความหมายของสิ่งที่กานต์พูด และเผลอจ้องมองเขาโดยไม่รู้ตัว กานต์ยิ้มกว้างตอบ จนเธอรู้สึกตัวยิ้มตอบน้อยๆและรีบเบือนหน้าไปทางเด็กๆเป็นการกลบเกลื่อน สักพักจึงแอบมองชายหนุ่มอีกครั้ง กานต์ยังคงนั่งกินอาหารและคุยเล่นกับเด็กๆ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบชำเลืองมองเขาอยู่ ทุกครั้งที่ชายหนุ่มมองมา ฟ้าเป็นต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อไม่ให้รู้ว่าเธอแอบมอบเขาอยู่

“ไปเถอะครับเด็ก ๆ เดี๋ยวเราไปซื้ออาหารทะเลสด ๆ ที่ตลาดบ้านเพกัน วันนี้พี่กานต์กับพี่ฟ้าจะช่วยกันทำบาบีคิวให้ทานนะครับ” พูดแล้วก็หันมายิ้มกว้าง พยักหน้ากับฟ้า เป็นเชิงว่าตกลงไว้กันเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวได้แต่ยิ้มน้อยๆเป็นเชิงยอมรับ

ก่อนที่จะพาคณะลูกทัวร์เดินทางต่อไปที่ตลาดบ้านเพ กานต์ก็แวะเข้าไปในห้างสรรพสินค้า พร้อมกับซื้อขนมเยอะแยะมากมาย หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อไปที่ตลาดบ้านเพ เมื่อมาถึงฟ้าและเด็ก ๆ ต่างพากันเลือกอาหารทะเลที่วางขายอยู่อย่างมากมาย เช่น ปลาหมึก กุ้ง หอยกาบ อย่างเพลิดเพลินเจริญตา นอกจากนี้ฟ้ายังซื้ออาหารทะเลแห้ง ที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่ เพื่อนำไปฝากคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางมาในวันนี้ด้วย

ส่วนกานต์นั้นเมื่อปล่อยให้ทุกคนได้สนุกกับการจับจ่ายสินค้าแล้ว ก็เอาขนมถุงใหญ่ไปแจกให้บรรดาเด็ก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ในบริเวณนั้น

“พวกเราพี่กานต์มาเยี่ยม แถมเอาขนมมาแจกอีกแล้ว"

เสียงตะโกนโหวกเหวกของเด็กชายตัวเล็ก ๆ 2-3 คน ดังขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังเดินหอบถุงใบโตเดินมายังบริเวณที่ตนกำลังนั่งเล่นกับเพื่อน ๆ อยู่ ยังไม่ทันที่กานต์จะเดินไปถึง เด็ก ๆ ที่อยู่แถวนั้นก็พากันมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งอย่างเรียบร้อย ก่อนที่จะพากันยกมือไหว้พร้อมกับกล่าว “สวัสดี” อย่างพร้อมเพรียงกัน

อีกด้านหนึ่ง เมื่อบรรดา พ่อค้า แม่ค้า ต่างทราบว่าฟ้ามากับกานต์แถมยังเป็นหลานของปู่ทอง เจ้าของเรือนไทยผู้อารี ที่มักจะเอื้อเฟื้อสิ่งของต่าง ๆ มาให้อยู่บ่อย ๆ นั้น ก็พากันแถมสิ่งของให้อย่างมากมาย แต่ฟ้าก็เลือกที่จะรับและปฏิเสธของบางอย่างที่มีราคาแพง แม้ว่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้าจะคะยั้นคะยอมากแค่ไหนก็ตาม ฟ้ามองภาพกานต์ที่ขณะนี้กำลังนำขนมแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ ทั้งหลายด้วยแววตาที่อ่อนโยน ฟ้าได้รู้จากหลาย ๆ คนว่ากานต์เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีน้ำใจมาก ผ่านมาแถวนี้ทีไรก็มักจะซื้อของมาฝากบ่อย ๆ แถมยังสอนข้อคิดดี ๆ ให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย ภาพตรงหน้าทำให้ความหมั่นไส้ค่อยๆกลับกลายเป็นความชื่นชมโดยไม่รู้ตัว

เมื่อนำของทั้งหมดไปวางไว้ตรงที่ว่างบริเวณท้ายรถแล้ว กานต์ก็บอกให้ฟ้าและเด็ก ๆ นั่งรออยู่ในรถ เพราะเห็นว่าค่อนข้างเย็นมากแล้ว ไม่อยากให้ฟ้าและเด็กๆไปเดินต่อ เกรงว่าจะเหนื่อยเกินไป ส่วนตัวเขาเดินกลับเข้าไปหาซื้อของอื่นที่ยังขาดอยู่คนเดียว แต่ด้วยความที่ฟ้าไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเที่ยวไหนในประเทศไทยมากนัก ดังนั้นเธอจึงฝ่าฝืนคำสั่งของกานต์แอบพาเด็ก ๆ ไปเดินดูร้านรวงต่าง ๆ ที่อยู่ไกลออกไปทางชายหาดอีกด้านหนึ่ง ด้วยความที่ไม่รู้จักทางแถวนั้น จึงทำให้เดินห่างออกไปจากบริเวณตลาดไปเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณชายหาดที่ค่อนข้างมีคนอยู่บางตา

ขณะที่กำลังพาเด็ก ๆ เดินเที่ยวชมวิวทิวทัศน์กันอยู่นั้น ฟ้าก็ต้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็น วัยรุ่นจำนวน 3-4 คน กำลังนั่งกินเหล้า อยู่หลังโขดหิน เพราะความมืดทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นคนกลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจนในระยะไกล กว่าจะรู้เธอและเด็ก ๆ ก็อยู่ใกล้กับพวกมันมาก และก่อนที่ฟ้าตัดสินใจชวนเด็ก ๆ กลับไปยังรถ พวกมัน ก็เดินมาล้อมหน้าล้อมหลังฟ้าและเด็ก ๆ เอาไว้ ก่อนที่ พวกมันคนหนึ่งจะเอามือมาคว้าตัวฟ้าไว้ แต่ฟ้ากับสะบัดหลุดออกจากมันมาได้

“ว่าไงจ๊ะ คนสวย จะรีบไปไหนจ๊ะ มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า โห พาลูกมาด้วยหรือจ๊ะ ไม่รู้น้อง ๆ มีพ่อหรือยัง ถ้าไม่มีพวกพี่จะเป็นให้เอามั๊ยจ๊ะ”

ในเวลานี้ฟ้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบตั้งสติพาเด็ก ๆ เดินหนี แต่ว่าก็สายไปเสียแล้วเมื่อพวกมันที่เหลือลุกขึ้นมาจับแขนเด็ก ๆ ไว้คนละข้าง หญิงสาวจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

“ร้องไปเถอะคนสวย แถวนี้ไม่มีใครเค้าได้ยินหรอก” ว่าแล้วพวกมันก็บีบข้อมือเด็ก ๆ จนต่างพากันร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ

จริงอย่างที่พวกมันว่าแถวนี้ทั้งมืด ทั้งเปลี่ยว ไม่รู้ว่าเธอพาเด็ก ๆ มาได้ยังไง ว่าแต่เธอจะทำยังไงดี จะวิ่งหนีไปตามคนมาช่วยเธอก็คงจะทิ้งพวกเด็ก ๆ ไปไม่ได้ เพราะความที่ฟ้ามัวแต่พะว้าพะวง จึงทำให้โดนจับมือไว้ได้ พวกมันเอามือเหวี่ยงเด็ก ๆ ไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะรุมจับตัวหญิงสาวเอาไว้
“เด็ก ๆ รีบหนีไปเร็วเข้า ไม่ต้องห่วงพี่นะ ไปเร็ววว!”

ฟ้าร้องตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงดังลั่น ทั้งๆ ที่ในใจนึกหวาดกลัวมาก ๆ ก่อนที่ฟ้าจะถูกพวกมันลวนลามมากไปกว่านี้ พวกเด็ก ๆ ก็ตัดสินใจวิ่งเข้ามาทั้งทุบ ทั้งต่อย พวกมันทั้งหมด แต่ก็ถูกจับเหวี่ยงบ้าง เตะบ้าง ฟ้าแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ในขณะที่หญิงสาว และ เด็ก ๆ ต่างพากันสู้สุดแรงเกิด ทันใดนั้นเอง ก็มีร่างๆหนึ่ง ถือท่อนไม้ขนาดเหมาะมือกำลังวิ่งเข้ามาช่วยฟ้าและพวกเด็ก ๆ

“พี่กานต์!”

ทุกคนไม่เว้นแม้แต่ฟ้าต่างพากันส่งเสียงเรียกชายหนุ่ม ที่ขณะนี้กำลังเอาไม้ท่อนโตสู้กับพวกขี้เหล้าอย่างดุเดือด นับว่าเป็นโชคดีที่กานต์นั้นฝึกศิลปะการป้องกันตัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้สามารถสู้กับคนพวกนี้ได้อย่างไม่อยากนัก

“เฮ้ย! ปล่อยเดี๋ยวนี้! ลูกผู้ชายเค้าไม่รังแกผู้หญิงกันหรอก”

กานต์ ตะโกนใส่หน้าพวกนักเลง ด้วยความโกรธ เค้าเกร็งข้อมือที่ถือท่อนไม้แน่นขึ้น และไล่ฟาดพวกมันอย่างไม่เกรงกลัว

“เฮ้ย! มึงเป็นใครวะ มายุ่งอะไร พวกเราส่งมันไปลงนรก”

ทันใดนั้น พวกนักเลงต่างก็ปรี่เข้าล้อมกานต์ไว้ แต่ชายหนุ่มก็หาได้หวั่นเกรงไม่ พร้อมสบถออกไปว่า

“เข้ามาเลย พวกหมาหมู่!”

แต่แล้ว หนึ่งในพวกมันก็คว้ามีดอันใหญ่ขึ้นมาตั้งใจจะทำร้ายกานต์ แต่เขาก็หลบได้ทันท่วงที แต่กระนั้นปลายมีดก็ยังถากมือเขา จนเกิดบาดแผลเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บสักนิด ชายหนุ่มรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีเข้าจัดการพวกมันจนกระเด็น ไปคนละทิศละทาง

“นั่น! คุณกานต์อยู่ตรงนั้น พวกเราไปช่วยกันเร็ว” เสียงของชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเหตุการณ์ ตามมาสมทบทีหลังดังขึ้นและต่างวิ่งกรูกันเข้าไปล้อมจับพวกนักเลงขี้เหล้าพลางกร่นด่าเซ็งแซ่

“ไอ้พวกเลว ไม่รู้จักทำมาหากิน ทำแต่เรื่องเลวทรามต่ำช้า ไปเข้าคุกเลย
ไป๊”

“คุณกานต์ เป็นยังไงบ้างครับ”ชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาช่วยพยุงกานต์ ชายหนุ่มปัดฝุ่นตามตัว ยกแขนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากมองไปยังฟ้าและพวกเด็กๆ ที่ยืนอกสั่นขวัญผวากันอยู่

“ผมไม่เป็นไรหรอก ช่วยไปดูน้องฟ้ากับเด็ก ๆ ก่อนเถอะ ครับ” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ฟ้าก็รีบถลาเข้ามาประคองชายหนุ่มอย่างห่วงใย

“พี่กานต์ เป็นยังงัยบ้างค่ะ” หญิงสาวถามเสียงสั่น หน้าตาเสียขวัญ เพราะเธอแท้ๆ ทำให้เขาต้องมาบาดเจ็บแบบนี้

“พี่ไม่เป็นไรหรอก สบายมากแค่นี้เอง น้องฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย เด็กๆล่ะ เป็นยังไงกันบ้าง” ชายหนุ่มยิ้มตอบพร้อมถามกลับฟ้า และเด็กๆด้วยความห่วงใยไม่แพ้กัน

“พวกเราไม่เป็นอะไรครับ พี่กานต์เจ็บมั้ย” เด็กๆถามกลับ และเดินมากอดชายหนุ่มอย่างห่วงใย ภาพที่เห็นสร้างความประทับใจให้กับฟ้า จนอดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอออกมา ด้วยความรู้สึกผิด

“ฟ้าขอโทษนะคะ เพราะฟ้าแท้ๆ ทำให้พี่กานต์และเด็กๆต้องถูกทำร้าย ฟ้าเสียใจ ขอโทษด้วยค่ะ” หญิงสาวกลั้นน้ำตาไม่ได้ กล่าวขอโทษด้วยเสียงสั่นเครือ

“ไม่เป็นไรครับ พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่เป็นอะไร อย่าคิดมากสิครับ ไปนะ เราไปกันเถอะ กลับไปทำอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่านะ ไปครับไป ไปกันเถอะพวกเรา”

ฟ้าน้ำตาคลอพยักหน้ารับและรีบกุลีกุจอไปดูแลเด็กๆ ที่ถลอกปอกเปิกกันคนละนิดละหน่อย และขอบคุณชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเหลือได้อย่างทันเวลา

เมื่อความทราบถึงปู่ทองเอก ฟ้าก็ถูกตำหนิอย่างรุนแรง ที่เป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนต้องบาดเจ็บ กานต์จึงช่วยออกรับหน้าแทนเพราะสงสารฟ้า ที่คงจะขวัญหนีดีฝ่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวถึงกับยกมือไว้ขอบคุณชายหนุ่ม พร้อมกับขอโทษ ด้วยความจริงใจ เพราะความรั้น ของเธอแท้ ๆ ถึงทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนกันหมด จนทำให้เธอรู้สึกละอายใจนัก ยิ่งเมื่อกานต์ไม่ตำหนิเธอด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกนับถือเขามากขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายบรรยากาศไปกว่านี้ ชายหนุ่มก็เอ่ยตัดบทอย่างสุภาพชักชวนให้ทุกคนไปช่วยกันทำอาหารเย็น ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ ตามแต่ตนถนัด ยกเว้นฟ้า เธอกลับเดินตามชายหนุ่มไปอย่างกระชั้นชิด

“พี่กานต์ค่ะ ฟ้าขอบคุณพี่มาก ๆ ไม่อย่างนั้นทั้งฟ้าและเด็ก ๆคง…” ฟ้าทำเสียงสลดพร้อมก้มหน้าลง

ชายหนุ่มหันกลับมาพร้อมกล่าวด้วยเสียงอบอุ่นว่า
“น้องฟ้า ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว คราวหลังก็ระวังตัวด้วยนะครับ คราวหน้าเราอาจจะไม่โชคดีอย่างนี้”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นพบว่าชายหนุ่มกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นใจอย่างประหลาด เป็นอีกครั้งที่ได้สบตาคู่นั้น แล้วพบว่าตัวเองกำลังรู้สึกหวั่นไหว กานต์มองฟ้าด้วยสายตาอ่อนโยน ทั้งคู่สบตากันราวกับเวลาหยุดลงชั่วขณะ

“เอ้าๆๆ สองคนนั้น อย่าอู้งาน มาช่วยกันเลย มาเลยๆๆ” เสียงศิวาตะโกนเรียกทำลายความเงียบขึ้นมา

ทั้งกานต์และฟ้าจึงรู้สึกตัว ชายหนุ่มเกาศรีษะตัวเองอย่างเขินๆ หญิงสาวเองก็เขินอายเช่นกัน ก่อนที่จะเดินจากไปฟ้ายิ้มให้กานต์อย่างอ่อนหวานเป็นการขอบคุณอีกครั้ง และเดินหันหลังกลับไปช่วยเด็กๆ ซึ่งกำลังสนุกสนานวุ่นวายกับเตาบาร์บีคิว ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามโดยไม่ทันมีโอกาสได้เอ่ยอะไรต่อ สักพักจึงเดินตามไปสบทบกับเพื่อนซี้ทำโน่นทำนี่ต่อไป

“ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่อะไรของแกวะ ไอ้กานต์ ท่าจะบ้านะเนี่ย” ศิวามองเพื่อนอย่างงุนงง กานต์จึงยิ้มกว้างพร้อมกับตบฝ่ามือลงบนหลังเพื่อนดังพลั่ก “ก็ชั้นมีความสุขนี่หว่า ฮ่าๆๆๆๆ”

“เฮ้ย มีความสุขแล้วเล่นไรวะ เจ็บนะเว้ย ต้องเอาคืนๆ” ด้วยความหมั่นใส้เพื่อนและเจ็บหลัง ศิวาต้องการเอาคืนง้างฝ่ามือขึ้นมาทันที กานต์เห็นดังนั้นจึงวิ่งหนีพลางหัวเราะพลาง ทั้งคู่วิ่งเล่นกันเหมือนเด็กๆ จนทุกคนต่างหัวเราะตาม

บทส่งท้ายของวันนี้จบลงที่เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข บวกกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของบาบิคิว และอาหารทะเลเผา โดยฝีมือของฟ้าและกานต์ ซึ่งตอนนี้เริ่มต้นเถียงกันอีกครั้งเพราะต่างก็อยากจะโชว์ “บาบิคิวสูตรลับฉบับครอบครัว”ด้วยกันทั้งคู่

ปู่ทองเอกมองภาพกานต์ที่ตอนนี้กำลังยิ้มอย่างสดใส ด้วยความโล่งใจ ชายหนุ่มคงไม่รู้ว่าทำให้พ่อกับแม่ของเขาเป็นห่วงมากมายสักแค่ไหน เพราะตั้งแต่กานต์เดินทางออกมาจากกรุงเทพ ทั้งคู่ต่างผลัดกันโทรมาถามว่ากานต์แวะมาหาบ้างหรือเปล่า จนกระทั่งปู่ทองต้องให้ ศิวา เรียกกานต์มาที่นี่ (แต่คุณปู่ไม่ได้บอกศิวาให้โกหกกานต์ว่าตนไม่สบาย) เพราะข่าวที่ออกมาทางหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้ใคร ๆ หลายคนมองว่าหลานชายของเขาคนนี้เป็นคนเจ้าชู้ กานต์เองก็ไม่เคยออกมาแก้ข่าวแม้แต่น้อย กลับเลือกที่จะหนีมาตั้งหลักพักร้อนก่อนที่จะกลับไปสู้ใหม่ ปู่ทองเอกเป็นผู้ใหญ่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มาก ย่อมจะดูออกว่า กานต์ดูเหมือนจะมีใจให้กับฟ้า หลานสาวของตนไม่ใช่น้อย แต่เรื่องของความรักและความรู้สึก คงไม่อาจที่จะตัดสินกันได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ

”ความรักเกิดขึ้นได้ ขอแต่อย่าให้เป็นเพียงความหลงชั่วครั้งชั่วคราวเลย” ปู่ทองเอกรำพึงกับตัวเองและมองไปที่ทั้งสองคน

“พี่ฟ้าคะ ร้องเพลงให้พวกเราฟังหน่อยได้มั๊ยคะ เพลงที่พี่ฟ้าร้องให้พวกเราฟังบ่อย ๆ ” เด็ก ๆ ต่างคะยั้นคะยอขอให้หญิงสาวร้องเพลงกันเป็นแถว คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีพรายกระซิบแอบบอกมาเช่นเคย

“นั่นนะซิ น้องฟ้าร้องเพลงออกจะเพราะ ตอนเจอกันครั้งแรก เหตุก็เกิดจากเสียงเพลงนี่หละครับคุณปู่” กานต์รีบสนับสนุนและยิ้มให้กับปู่ทองเอก

ฟ้ายิ้มเขินพร้อมกับลุกขึ้นยืน

“ขอบคุณคะที่ชม แต่ไหน ๆ ฟ้าจะร้องเพลงทั้งที ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันร้องตามด้วยนะคะ”

"ในเมื่อมีนักร้องแล้ว ก็ควรจะมีนักดนตรีใช่มั๊ย เจ้าศิวา ไปหยิบไวโอลีนของปู่เอามาให้หน่อย แล้วเจ้าเจ้ากานต์หละไหวมั๊ย ถ้าไหวช่วยเล่นแทนปู่ทีซิ เห็นแบบนี้เจ้ากานต์มันสีไวโอลีน เก่ง พอ ๆ กับมืออาชีพเชียวนะ ยายฟ้า"

“ได้เลยครับคุณปู่ ถ้าน้องฟ้าเป็นนักร้อง ผมจะเป็นนักรัก เอ้ย!นักดนตรีให้ครับ” ชายหนุ่มกระเซ้า

หญิงสาวรู้สึกเขินอายแต่ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน

เมื่อทุกอย่างพร้อมและเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ กานต์ก็เริ่มบรรเลงเพลง ‘ปลายฟ้า’ ออกมาด้วยท่วงทำนองที่อ่อนหวาน เพื่อให้เหมาะกับเสียงของฟ้า ที่ตอนนี้เริ่มต้นร้องเพลงด้วยน้ำเสียงที่ใสราวกับเสียงระฆังก็ไม่ปาน


ปลายฟ้า(ปลายฟ้า...) แค่หลับตาลงคงพบกัน
โอบกอดดวงใจสายสัมพันธ์ ท่ามกลางความฝันของเรา
ดาวน้อย(ดาวน้อย...) โปรดลอยมาลงตรงหัวใจ
เก็บเกี่ยวความคิดถึงฉันไป ให้เธอที่ปลายฟ้าไกล


หลังจากที่ร้องจบท่อนแรก ฟ้าก็ขอให้ทุกคนช่วยกันร้อง เด็ก ๆ ต่างพากันเดินมานั่งรวมตัวกันอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ก่อนที่จะโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลง (ถึงมีบางตอนที่ศีรษะจะชนกันบ้างแต่ทุกคนก็มุ่งมั่นที่จะร้องเพลงอย่างไม่ย่อท้อ)

คิดถึงเพียงเธอ(คิดถึงเพียงเธอ...) ในใจฉันคิดถึงเพียงเธอ
ไม่มีคำใดจะแทนจิตใจมากมายเท่าคำนี้เลย
ดาวน้อย(ดาวน้อย...)โปรดลอยมาลงตรงหัวใจ
เก็บเกี่ยวความคิดถึงฉันไป...ให้เธอที่ปลายฟ้าไกล


คิดถึงเพียงเธอในใจฉันคิดถึงเพียงเธอ
ไม่มีคำใดจะแทนจิตใจมากมายเท่าคำนี้เลย


ทำนอง น้ำเสียง และใบหน้าอันแสนน่ารัก ทำให้กานต์ที่แม้ขณะนี้จะกำลังหลับสนิทแต่กับละเมอออกมาเป็นเพลงอย่างไม่รู้ตัว

ดาวน้อย(ดาวน้อย...) โปรดลอยมาลงตรงหัวใจ
เก็บเกี่ยวความคิดถึงฉันไป... ให้เธอที่ปลายฟ้าไกล


ความใกล้หรือไกลห่างในเวลาที่เรารู้สึกคิดถึงใครสักคน ระยะทางคงไม่ใช่อุปสรรค เพราะบางครั้งไม่ว่าเราจะไกลกันเพียงใด แต่ถ้าเพียงหัวใจของคนสองคนยังคงใกล้กัน ปลายทางของคำตอบก็คงจะมีสิ่งที่เรารอคอยอยู่ ณ ที่ตรงนั้น

เจ้าชายคงไม่รู้ตัวหรอกว่า ความอ่อนโยนและความมีน้ำใจ อาจทำให้เจ้าหญิงเริ่มเอนเอียงหัวใจไปให้อย่างไม่รู้ตัว





 

Create Date : 19 ตุลาคม 2550    
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 11:09:45 น.
Counter : 145 Pageviews.  

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่2)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่2)

หลังจากที่ ฟ้าและกลุ่มเด็กๆ กลับไป กานต์ก็กลับมาวุ่นวายกับอุปกรณ์วาดภาพที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง เขาตั้งใจจะวาดตกแต่งต่อเติมภาพวิวทะเลสวยในคืนนี้ ที่ที่ตัวเขาได้พบกับฟ้าครั้งแรก ชายหนุ่มคิดถึงเรื่องราวต่างๆ พร้อมกับเหลือบตามองโทรศัพท์มือถือที่เขาจงใจวางทิ้งไว้ เพื่อหลบเลี่ยงความวุ่นวาย

‘ 60 missed calls ,40 messages ,15 voicemails’ เขากดปุ่มดูรายชื่อของคนที่โทรเข้ามาทั้งหมดอย่างเบื่อหน่าย หนึ่งในนั้นมีเบอร์โทรของ “แก้ว” น้องสาวปรากฏอยู่ด้วย ชายหนุ่มมองดูสักพัก แล้วจึงตัดสินใจโทรกลับ

“โอ้โห โทรไปประมาณเกือบ 10 ครั้งได้ คุณพี่เพิ่งโทรกลับเอาป่านนี้หรือเจ้าคะ นึกว่าจะมีข่าวพิธีกรชื่อดัง ถูกนางแบบสาวสลัดรัก อกหัก เลยคิดสั้นโดดน้ำทะเลฆ่าตัวตายซะแล้ว” ปลายสายล้อเลียนด้วยน้ำเสียง ขำ ๆ ระคนห่วงใย ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว ประชดประชันที่คุ้นเคยของน้องสาว

“นี่ ไอ้แก้วแตก ชั้นไม่มีทางตายง่าย ๆ หรอกตราบใดที่ยังมีน้องสาวเป็นลิงอยู่แบบนี้ ชั้นแค่หาโอกาสใช้ข่าวลือให้เป็นประโยชน์ แล้วก็ถือโอกาสลาพักร้อนยาว หลังจากตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนักมานาน พักซะให้หายอยากตังหากเล่า ยัยเด็กต๊อง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” กานต์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าอารมณ์ดี เต็ม 100 %

“เอ๊ะ แปลกนะ พี่เราตอนไปใหม่ ๆ ยังดูเครียด ๆ อยู่แท้ ๆ แต่ทำไมวันนี้ดูสดใสร่าเริง หรือว่า.......ไป ‘แอบปิ๊ง’ สาวริมทะเลที่ไหนเอ่ย สารภาพมาซะดี ๆ นะ หนีไปมีความสุข แล้วทิ้งงานให้น้องสาวรับผิดชอบอยู่คนเดียวนะ ดูสิ ไอ้เรารึ ลำบากแทบตาย ต้องคอยรับโทรศัพท์นักข่าว สารพัดจะหาคำตอบหลบเลี่ยงแทน เหนื่อยนะเนี่ย แล้วก็ยังมีอีกนะ....................”

สาวน้อยสาธารยายเป็นชุดยาว ฝ่ายพี่ชายก็รับฟังพลางหัวเราะพลาง นี่แหละนะ สายสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้อง อบอุ่นระคนวุ่นวายเสมอ

“เอาเถอะน่ายัยแก้ว อีกไม่นานพี่ก็กลับแล้วล่ะ นะ อย่าบ่นนักเลย ยัยลิงเอ้ย”

ชายหนุ่มตัดบทหลังจากพูดคุยโทรศัพท์กับน้องสาวที่บ่นยืดยาวปนกับไถ่ถามทุกข์สุขของพี่ชายคนดัง ตามประสาพี่น้องคลานตามกันที่รู้ใจกันมานาน
หลังจากนั้นสักพัก กานต์ก็อาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหารที่ป้าแม่บ้านทำไว้ให้ เสร็จแล้วจึงไปนั่งตกแต่งภาพวาดต่อบนระเบียงชั้นสอง แต่แทนที่จะได้นั่งวาดภาพอย่างที่ใจคิด ชายหนุ่มกลับใจลอยไปไกล นึกถึงแต่ “ฟ้า” สาวน้อยที่เขาเพิ่งได้เจอ 'สวย น่ารัก จิตใจโอบอ้อมอารี ที่สำคัญไม่มีจริตมารยา' กานต์พึมพำออกมาเบา ๆ และเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“คุณกานต์คะ เป็นอะไรไปคะ นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว” เสียงเรียกของคุณป้าแม่บ้าน ทำให้เขาถึงกับสะดุ้ง พร้อมหันไปยิ้มอย่างเขิน ๆ

“เอ๊ะ หรือว่านึกถึงคุณฟ้าอยู่คะ” คนถามอมยิ้มอย่างรู้ทัน

“เปล่าครับเปล่า แค่กำลังนึกถึงเรื่องตลก ๆ เลยเผลอยิ้มออกมา คุณป้าไปนอนเถิดครับ” ชายหนุ่มบอกปัดเขินๆ

หลังจากที่แม่บ้านเดินออกไปแล้ว ชายหนุ่มก็เอนตัวลงนอนบนเก้าอี้หวายตัวใหญ่ บรรยากาศที่เงียบสงบอย่างประหลาดในคืนนี้ ทำให้กานต์อดนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาไม่ได้ ความวุ่นวายต่าง ๆ เริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มเข้ามาเป็นผู้ดำเนินรายการ ในตอนนั้นเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรไปมากมาย นอกจากอยากจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ต่อมารายการที่เขาจัดกับสามารถทำเรทติ้งอยู่ในอันดับต้น ๆ ของสถานี จนทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในช่วงเวลาไม่นานนัก

ต่อมาทางผู้ใหญ่ในสถานีได้เปิดโอกาสให้เขาทำรายการของตัวเอง และก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนชื่อของ ‘กานต์ ธรรมธารัย’ กลายเป็นผู้ดำเนินรายการชื่อดังอันดับต้นๆ ที่คนทั้งประเทศต่างก็รู้จัก และยังได้รับเสียงสนับสนุนจากบรรดาสาวแท้ สาวเทียม โหวตให้เป็น 1 ใน 5 ผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุดของนิตยสารแนวไฮโซฉบับหนึ่ง 3 ปีซ้อน แม้จะดีใจที่มีคนโหวตให้ แต่มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาถูกตั้งฉายาว่า คาสโนว่า คนที่ 5 ของวงการบันเทิง ซึ่งในระยะหลัง ๆ ยังถูกพวกปาปาราสซี่ แอบถ่ายรูปเขากับเพื่อน ๆ และบรรดาแขกรับเชิญ แล้วนำภาพไปเขียนข่าวตีไข่ใส่สีว่าเขาคบกับผู้หญิงมากหน้าหลายตา แถมบางฉบับก็ลงว่าเขาเป็นเกย์อีกต่างหาก ล่าสุดก็ถูกหนังสือพิมพ์บันเทิงหลายฉบับประโคมข่าวว่าเขานั้นถูก ‘อลิศรา’ นางแบบสาวสวยระดับอินเตอร์ซึ่งเคยเป็นแขกรับเชิญในรายการของเค้า บอกเลิกและไปมีแฟนใหม่ ตัวเขาเองได้แต่งงว่าสื่อพวกนั้นไปเอาข้อมูลมาจากไหน จนเค้ารู้สึกเบื่อหน่ายที่จะต้องรับมือกับกองทัพนักข่าว จึงขอลาพักร้อน 3 อาทิตย์ เพื่อมาหาที่สงบ ๆ คิดงานใหม่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่กว่าเดิม ก็คือ มีข่าวออกมาว่าเค้าเฮิร์ทหนักจนต้องหนีหน้าผู้คนมาหลบเลียแผลใจ ช่างคิดกันได้นะคนหนอคน

จริงอยู่ที่มีผู้หญิงมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ใครจะเชื่อว่าคนอย่างเขากับไม่เคยเอาตัวเองเข้าไปพัวพันด้วยสักคน จนกระทั่งเพื่อน ๆ และคนรอบข้างเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาเบี่ยงเบนทางเพศหรือเปล่า คงจะกลายเป็นเรื่องตลกไม่น้อยถ้าหากเขาบอกให้นักข่าวทราบว่าเขายังโสดอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีคนรักหรอกนะ เพียงแต่ว่าเพราะความที่เขามัวแต่บ้างาน ทุ่มเทเวลาทุกอย่างให้กับงาน จึงทำให้พวกเธอโบกมือลาไปจากเขา

การที่จะสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคน ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ขึ้นอยู่กับตัวของเราเองต่างหากว่า พร้อมที่จะให้ใครสักคนก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจจริงหรือเปล่า

การที่ได้พบกับฟ้าในวันนี้ กับทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างประหลาดชนิดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ทำไมเขาถึงเอาแต่คิดถึงหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักกันได้ขนาดนี้ หรือว่าเขาจะตกหลุมรักเธอเข้าแล้วจริงๆ กานต์นิ่งไปพักใหญ่จึงยิ้มออกมา ใช่สินะ เขาสามารถบอกกับตัวเองได้เลยว่าเขาได้ตกหลุมรักหญิงสาวไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น เขารู้สึกว่าคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว กานต์เผลอลุกขึ้นยืนกำมืออย่างไม่รู้ตัว

นางแม่มด : “กระจกวิเศษบอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐพี”
กระจกวิเศษ : “ก็ ‘สโนว์ไว้ท์’ นะซิทั่วทั้งปฐพีไม่มีใครงามเกิน”
ไม่อย่างนั้น เจ้าชายจะหลงรักหรือ ???

เช้าวันรุ่งขึ้น กานต์ตื่นแต่เช้า ตั้งใจที่จะไปที่ ‘มูลนิธิสงเคราะห์เด็กชลาธิป’ เพื่อถามข่าวคราวของฟ้า เขาขับรถเข้าไปยังตัวเมืองก่อน เพื่อซื้อหาของฝากประเภทขนมนมเนยไปฝากเด็กๆ ทั้งหลาย แต่ก็ต้องเปลี่ยนจุดมุ่งหมายกะทันหัน เมื่อทราบทางโทรศัพท์ขณะขับรถว่า “คุณปู่ทองเอก” แขกรับเชิญในรายการที่กานต์ให้ความนับถือและเป็นปู่ของเพื่อนสนิท ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศ ซึ่งอยู่ห่างจากมูลนิธิฯ ไปอีกหลายสิบกิโลเมตร อาจเป็นเพราะพรหมไม่ได้ลิขิตให้เค้าได้เจอกับหญิงสาวก็เป็นได้ ชายหนุ่มครุ่นคิดก่อนที่จะกลับรถไปในทิศทางตรงกันข้าม

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชายชราร่างเล็ก ผมบางขาวโพลน หน้าตาเอิบอิ่ม กำลังนั่งฟังวิทยุอยู่บนเก้าอี้โยกในห้องโถงขนาดกลาง ถึงกับยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างสูงของคนที่ตนรักประดุจหลานชายแท้ ๆ วิ่งหน้าตาตื่น กระหืดกระหอบ ขึ้นบันใดมาอย่างรีบร้อน

“อ้าว ค่อย ๆ เดิน ก็ได้เจ้ากานต์ เดี๋ยวก็ตกบันไดขาหักกันพอดี มา เข้ามานี่” ชายชราร้องทัก

“ปู่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก เจ้าศิวา ก็พูดเกินไป แค่เมื่อวานหกล้มนิดหน่อยเอง คนแก่หูตาไม่ค่อยดี ฮ่าๆๆ” ปู่ทองเอกหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดี

กานต์ยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อเห็นปู่ทองเอก นั่งหน้าตาสดชื่นอยู่บนบ้าน และอาการของชายชราดูจะไม่หนักหนาสาหัสมากอย่างที่เขากังวล เขาเดินเข้าไปกราบที่ตักของชายชรา ซึ่งเอื้อมมือมาลูบศีรษะชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู

“ว่าแต่ นายศิวาไปไหนซะล่ะครับปู่” กานต์ถามหาเพื่อนตัวดีพลางเหลียวมองไปรอบๆ หลังจากที่พาปู่ทองเอก ลงมารับลมเย็น ๆ หน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว ก็นายศิวา เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ที่โทรศัพท์มาแจ้งข่าวให้เขารู้ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก จนทำให้เขารีบรุดมาแทบไม่ทัน

“ปู่ใช้ให้เจ้าศิวา ไปรับหลานที่ตัวเมืองนู่นหละ คงอีกสักพักใหญ่ๆ นะ กว่าจะกลับกันมา รายนั้นเค้าเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเมืองนา เห็นว่าคราวนี้ปิดเทอมหลายอาทิตย์ คงจะพักอยู่นานสักหน่อย เมื่อสมัยเด็ก ๆ ก็ชอบแวะมาเที่ยวที่นี่บ่อย ๆ ตอนนั้น มันซนอย่างกะลิงกัง แอบไปปีนต้นมะพร้าวหน้าบ้านเล่นบ่อย ๆ ฮ่าๆๆ เดี๋ยวมาถึงปู่จะแนะนำให้รู้จักนะ จะได้ช่วยๆ กันดูแลด้วย ” ชายชราพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

กานต์อดนึกมโนภาพถึงเด็กหนุ่ม ขี้เล่นซุกซน ท่าทางปราดเปรียว ไม่ได้ หลังจากที่ฟังคุณปู่บรรยายถึงหลานคนเก่ง ด้วยสีหน้าที่มีความสุข ชายหนุ่มนั่งคุยกับชายชราอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะขอตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกับกางเกงขาก๊วยไปช่วยคนงานของปู่ทองทำงานจิปะถะภายในโรงเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นเหมือนสถานที่ทำงานของปู่ทองเอก

บ้านของปู่ทอง เป็นบ้านทรงไทยที่อยู่ติดริมทะเล ซึ่งอาจจะดูแปลกในสายตาคนทั่วไป แต่ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ที่อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ประกอบกับบรรพบุรุษของท่านเป็นเจ้าของกิจการ รับสร้างบ้านเรือนไทยสืบต่อกันมา จึงทำให้ท่านรักและรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทยมากเป็นพิเศษ

กานต์เพลินกับการทำงานจิปาถะ จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เสียงรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน กับเสียงคุยกันจ้อกแจ้ก จอแจ และเสียงหัวเราะของนายศิวา ปู่ทองเอกและคนในบ้านอีกหลายคน ทำให้ชายหนุ่มทราบว่าหลานชายของปู่คงจะมาถึงแล้ว

“ว่าไงวะกานต์ เห็นปู่บอกว่ามาถึงตั้งนานแล้วนี่”

ศิวา ทักขึ้นด้วยน้ำเสียงกวน ๆ เมื่อเห็นเพื่อนรักตั้งแต่สมัยชั้นประถม ยืนหน้าตามอมแมม หัวยุ่งกระเซิง อยู่บนบ้าน กานต์มองศิวา ด้วยสายตาอาฆาตเล็ก ๆ พร้อมกับหรี่ตาลงข้างหนึ่ง ก่อนที่จะยกขาวิ่งไล่เตะเพื่อนด้วยความหมั่นไส้

"ไหนแกบอกว่าปู่อาการหนักไง หลอกกันนี่หว่า” กานต์ต่อว่าเพื่อนที่ทำให้เขาตกใจจนเกินกว่าเหตุ

หลังจากทั้งคู่วิ่งไล่เตะหยอกเย้าเล่นหัวกันอย่างกับเด็ก ๆ จนทำให้ร่างสูงของกานต์ที่กำลังวิ่งเข้าไปในครัวต้องชนกับร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง ที่เดินสวนทางมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความตกใจทำให้เขารีบตวัดแขนรับร่างนั้นไว้อย่างรวดเร็ว

“ขอโทษครับ อ้าว...” กานต์พูดขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับอุทานขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็นหน้าตาของผู้ที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างชัดเจน
“คุณฟ้า”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โลกนี้กลมดีนะ ไม่น่าเชื่อว่า หลานสองคนจะเคยเจอกันแล้ว เป็นไง ยายหนูเจ็บมั๊ย”
ปู่ทองเอกมองร่างบางที่ตอบกลับชายชราสูงวัยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ไม่เจ็บค่ะ ไม่เป็นไรคะ ฟ้าผิดเองที่ไม่ทันดูให้ดีก่อน เลยเดินชนกับคุณกานต์เข้า”

ชายหนุ่มมองสาวน้อยที่อายุห่างจากเค้าเกือบ 8 ปี ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี

“เรียกว่า พี่กานต์ก็ได้ครับ เราเพิ่งอายุ 21 เอง ตอนแรกพี่นึกว่าหลานคุณปู่ที่จะมาในวันนี้เป็นผู้ชายซะอีก ก็เห็นบอกว่าตอนเด็ก ๆ ซนอย่างกับลิงกัง”

กานต์เกือบจะหัวเราะออกมา ถ้าไม่เห็นว่าตาสวย ๆ คู่นั้นส่งค้อนวงเบ้อเริ่มมาให้เขา ก่อนที่คนน่ารักจะได้ทันฉายแววนางมารร้ายตัวน้อย ๆ ออกมา บรรดาคนแคระทั้งเจ็ด ซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นผู้ช่วยพระเอกจำเป็นอย่างไม่รู้ตัว ก็พากันกระโดดกอดชายหนุ่มอย่างดีใจ และออดอ้อนให้ พี่กานต์ที่แสนใจดีของพวกเขา พาไปเล่นน้ำ โดยไม่สนใจสายตาอาฆาต ของอดีตลิงกัง ที่เหมือนจะบอกว่า ฝากไว้ก่อนเถอะโอฬาร

”อ้าว สองคนนี้ รู้จักกันมาก่อนแล้วเหรอเนี่ย” ศิวาเดินกลับมาถามอย่างงุนงง

“อืมมม ใช่ ชั้นกับคุณฟ้า เอ่อ ขอเรียกว่าน้องฟ้าแล้วกัน เราเคยเจอกันแล้วที่โขดหินริมหาด 2-3 วันก่อน วันนั้นน้องฟ้ากำลังยืนร้องเพลงเล่นกับพวกเด็กๆนี่แหละ จากนั้นชั้นก็ชวนน้องฟ้ากับเด็กๆไปเที่ยวบ้าน ก็เลยสนิทกัน ใช่มั้ยครับ น้องฟ้า” กานต์ว่าพลางหันไปขยิบตาให้สาวสวย

“เอ่อ ใช่ค่ะ พวกเราเคยเจอกันแล้วค่ะ” ฟ้า ยิ้มตอบพร้อมหันไปทางศิวาเป็นเชิงว่ารู้จักกับกานต์ “เอ่อ เดี๋ยวฟ้าขอตัวไปเก็บข้าวของก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะคะ” พูดเสร็จจึงขอตัวเดินกลับเข้าห้องไป

“แหม แอบไปเจอกันก่อนก็ไม่บอกนะแก” ศิวากระทุ้งศอกไปทางเพื่อนอย่างแรงเล่นเอากานต์ตัวงอเพราะไม่ทันตั้งตัว

“งั้นก็ดีเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำความคุ้นเคยกัน ฝากดูแลน้องชั้นด้วยแล้วกัน เค้าเพิ่งกลับจากเมืองนอก แกคงรู้แล้ว เผื่อช่วงไหนชั้นไม่ว่าง ก็ฝากด้วยแล้วกัน” ศิวาพูด ว่าแล้วก็เดินไปทางโรงเรือน

จะให้ดูแลตลอดไปเลยก็ได้นะ เพื่อนเอ๋ย กานต์คิดในใจและยิ้มออกมากด้วยความดีใจ


สำหรับกานต์แล้ว คืนนี้เป็นคืนที่ดาวบนท้องฟ้าสวยงามมากที่สุด และเป็นครั้งแรกที่เค้าเชื่อว่าปาฏิหาริย์มีจริง

คงต้องขอบคุณกระแสข่าวพวกนั้นที่ทำให้เค้ารู้สึกเบื่อจนลาพักร้อนมายาวๆ และต้องขอบคุณนายศิวาเพื่อนรักที่โทรตามให้เค้ามาเยี่ยมคุณปู่ ขอบคุณพรหมที่ลิขิตให้เค้าได้เจอกับเธออีกครั้ง ‘เจ้าหญิงสโนว์ไว้ท์’

กานต์แอบยิ้มอยู่คนเดียวบนที่นอน ก่อนที่จะนอนหลับอย่างมีความสุขท่ามกลางหมู่เด็กแคระทั้งเจ็ด ที่นอนฟังเค้าเล่านิทานก่อนที่จะพากันไปเข้าเฝ้าพระอินทร์กันเป็นแถว





 

Create Date : 10 สิงหาคม 2550    
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 10:51:29 น.
Counter : 152 Pageviews.  

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 1)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่1)

ภาพท้องทะเลสีฟ้าครามสดใส จรดหาดทรายขาวละเอียดแลดูสะอาดตาที่ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา ผสานกับสายลมทะเลพัดโชยเอื่อย และแดดที่ทอแสงอ่อน ๆ สะกดสายตาของชายหนุ่มร่างสูง ผิวสีแทน รูปหน้าคมเข้ม ผมดำเป็นเงาหยิกสลวยได้รูป ซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์อยู่บนชั้นสองของระเบียงบ้านไม้สีขาวหลังใหญ่ไว้เนิ่นนาน ชายหนุ่มเหม่อมองความสวยงามตรงหน้า เขากวาดสายตาไปรอบๆ พลางคิดว่าไม่ว่าจะทางไหน ทะเลก็สวยไปทุกมุมมอง จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคว้าผ้าใบสีขาวพร้อมสีและอุปกรณ์วาดภาพ เดินตรงไปยังชายหาด เพื่อเก็บภาพวิวทิวทัศน์สวย ๆ เหล่านี้ไว้

ชายหนุ่มกวาดตามองทะเลสวยตรงหน้าเพื่อหามุมที่เหมาะสม เขาตั้งใจจะวาดภาพนี้เก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับอวดเหล่าบรรดามิตรสหาย ซึ่งป่านนี้คงพากันเป็นห่วง ที่อยู่ๆ คนบ้างานอย่างเขาก็ลุกขึ้นมาเก็บเสื้อผ้า ลาพักร้อน หนีหายมาเที่ยวตามลำพังเอาดื้อ ๆ อย่างนี้ ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินลัดเลาะตามแนวชายหาดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้ทำเลที่ถูกใจ จึงปักหลักลงมือวาดภาพทิวทัศน์ตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยไม่ได้สนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

“เอ๊ะ ! นั่น คุ้นๆนะ อุ้ย ใช่จริงๆ ด้วย นี่ๆ มาดูสิ เร็วๆ”

เสียงเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่จะหันไปสะกิดเพื่อน ๆ ที่มาด้วยกัน ให้หันไปมองชายหนุ่มสูงหล่อซึ่งขณะนี้กำลังใช้สมาธิมุ่งมั่นอยู่กับการวาดภาพอย่างจดจ่อ

”ไหนๆ เออ ใช่ จริงๆ ด้วย พี่กานต์ ที่เป็นพิธีกร นามสกุลอะไรน้า ธรรมธารัย ใช่มะ” กลุ่มเด็กสาวชี้ชวนกันดู พลางจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา

“เออ ใช่ๆ ที่พี่เค้าเป็นพีธีกรรายการ ‘Life Style By Kan’ ไง ตอนนี้มีข่าวว่าถูกนางแบบสวยๆ ที่กำลังดัง ชื่อ ‘อลิศรา’ สลัดรัก ตัดสัมพันธ์อย่างไม่ใยดี ไปควงหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงแทนไง”

“แกดูซิ ตัวจริงหล้อหล่อ หล่อกว่าในทีวีอีกนะ แถมยังเพอเฟ็คมาก ๆ การศึกษาก็ดี มีดีกรีปริญญาโทเมืองนอก แถมยังเป็นเจ้าของรายการโทรทัศน์ตั้งแต่อายุยังน้อย ถ้าเค้าเป็นแฟนชั้นนะไม่ยอมเลิกไปง่าย ๆ หรอกย่ะ สมัยนี้หากันได้ง่ายๆที่ไหน จริงมะ ว่าแต่ ทำไงดีอะ ชั้นอยากไปขอถ่ายรูปจัง "

เด็กสาวคนเดิมคุยกับเพื่อนในกลุ่มอย่างตื่นเต้น พลางชักชวนกันจะเข้าไปขอถ่ายรูป

“ตื่นเต้นจังเลยอะ แต่ เราจะรบกวนพี่เค้ามั้ยเนี่ย ดูสิ เค้าตั้งอกตั้งใจวาดรูปอยู่อะ”

เด็กสาวหยุดชะงักอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็นขวัญใจของพวกเธอ กำลังมีสมาธิแน่วแน่กับการวาดรูปตรงหน้า โดยไม่ได้สนใจเสียงกรี้ดกร้าดวี้ดว้ายเหมือนนกกระจอกแตกรังของพวกเธอเลย เห็นดังนั้น บรรดาสาวน้อยทั้งหลายก็เกิดความรู้สึกเกรงใจ ต่างก็พากันเปลี่ยนใจ

"เฮ้อออ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หล่อ เท่ห์ สมาร์ท ดูดี มีชาติตระกูล แบบนี้ถ้าได้เป็นแฟนล่ะก็จะไม่ยอมให้ห่างไปไหนเลย ชั้นว่าพวกเรา อย่าไปรบกวนพี่เค้าเลยดีกว่า ท่าทางเค้าคงต้องการใช้สมาธิวาดรูปผ่อนคลายนะ อุตสาห์หนีเรื่องวุ่นวายมาพักผ่อนทั้งที อย่าไปกวนใจเค้าดีกว่า เนอะพวกเรา ไปกันเถอะ”

กลุ่มเด็กสาวจ้องมองชายหนุ่มในฝันของพวกเธออย่างชื่นชม ถึงแม้จะนึกเสียดายที่ไม่ได้ใกล้ชิดอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็พากันเดินจากไปอย่างเงียบๆ

เวลาล่วงเลยไป พระอาทิตย์เริ่มอ่อนแสงใกล้จะลาลับขอบฟ้า ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ เหยียดแขนยืดตัวตรง พร้อมกับโยกศีรษะไปมา เพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนที่จะก้มลงมองผลงานของตนเองพลางยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เขาบรรจงเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเชื่องช้า เสร็จแล้วจึงเดินลัดเลาะไปตามถนนสายเล็ก ๆ เพื่อกลับไปยังบ้านพักซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ในขณะที่กำลังเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั้น ชายหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้ยินเสียงเพลง ‘Close to you’ ดังแว่วมาจากหลังโขดหินก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เขายืนอยู่มากนัก เขาหยุดเดินและตั้งใจฟังเพลงนั้นสักพักจึงรู้ว่าเจ้าของเสียงเพลงต้องเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน เพราะเสียงเล็กหวานกังวานใสฟังดูนุ่มนวลไพเราะยิ่งนัก

เอ๊ะ เธอเป็นใครกันนะ ทำไมถึงร้องเพลงได้เพราะจับใจขนาดนี้ ลองไปดูซะหน่อยดีกว่า

กานต์คิดพลางตัดสินใจเดินลัดเลาะโขดหินตามเสียงเพลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมายืนอยู่ข้างโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่ง เบื้องหน้าเขานั้นเป็นภาพของหญิงสาวร่างเล็กนั่งหันหลังอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งนั่งฟังเธอร้องเพลงอยู่รอบๆ ตัวเธอ

ชายหนุ่มถือวิสาสะขยับเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น และยืนฟังเพลงนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และในขณะที่เขากำลังยืนฟังอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น พลันร่างของหญิงสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงลูกไม้สีชมพูอ่อนก็ค่อย ๆ หันหน้ามา เนื่องจากเด็ก ๆ หลายคนในกลุ่มชี้มือมาทางเขา พลางกระซิบบอกกับเธอ เมื่อเธอหันหน้ามาตรงๆ ชายหนุ่มถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นภาพหญิงสาวตรงหน้าเต็มตา

ผิวขาวราวกับปุยฝ้าย ดวงตากลมโตสุกใสราวกับนัยน์ตากวาง ริมผีปากแดงระเรื่อ แก้มขาวนวลอมชมพูเลือดฝาด ผมยาวตรงดำสนิทแลดูนุ่มสลวยเหมือนปอยไหม

ทันทีที่ได้เห็นหน้าหญิงสาวตรงหน้า กานต์ก็ตกตะลึงในความงดงามของเธอ เขาเผลอยืนจ้องมองราวกับตกอยู่ในภวังค์ ชายหนุ่มเกือบจินตนาการไปว่า เหมือนตัวเขาหลุดเข้ามาอยู่ในนิทานเรื่อง ‘สโนว์ไว้ท์กับคนแคระทั้งเจ็ด’

“ เพราะความงามทั้งกายใจที่บริสุทธิ์ สดใส อย่างไร้ที่ติ ของสโนไว้ท์ นั่นเอง จึงทำให้เกิดความรู้สึกอิจฉา ริษยา ชิงชังให้กับนางแม่มดอย่างมากมาย และความงดงามนี้เอง ที่ทำให้หัวใจของเจ้าชายรูปงามต้องหวั่นไหว มิอาจห้ามใจไม่ให้หลงรักเธอได้เลย “

กานต์นึกถึงประโยคในหนังสือนิทาน “สโนว์ไว้ท์กับคนแคระทั้งเจ็ด” ตอนสมัยเด็กๆ ที่บรรยายถึงลักษณะของ ‘สโนว์ไว้ท์’ เอาไว้อย่างงดงาม ทำให้ตัวเขาในขณะนี้ ไม่อาจละสายตาจากหญิงสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าได้เลย กานต์คิดว่าบางทีหญิงสาวที่งามพร้อมอย่าง ‘สโนว์ไว้ท์’ ที่เขาเคยได้อ่านจากนิทานคงมีอยู่จริง

“เอ่อ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าเสียงของฟ้า ไปรบกวนคุณเข้า คือฟ้าเห็นว่าชายหาดแถบนี้ไม่ค่อยมีคนมาพักสักเท่าไหร่ ก็เลยถือวิสาสะสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงคะ ต้องขอโทษจริงๆนะคะ”

เธอหันมาทางเขาอย่างขัดเขินและกล่าวขอโทษอย่างสุภาพ คำพูดของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าในขณะนี้ ทำให้เขาตื่นจากภวังค์ และรีบยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“ไม่หรอกครับ ผมต่างหากต้องขอโทษ ที่เสียมารยาท เดินเข้ามาแอบฟังคุณร้องเพลง ทำให้คุณเสียสมาธิ เสียงของคุณเพราะมากจริง ๆ นะครับ คุณ เอ่อ คุณฟ้า ผม ‘กานต์’ ครับ”

ชายหนุ่มกล่าวอย่างชื่นชมพร้อมกับแนะนำตัว เขาค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าหญิงสาวไม่รู้สึกรู้สาอะไรเมื่อได้เห็นเขา เป็นไปได้มากที่หญิงสาวตรงหน้าจะไม่รู้จักเขา กานต์ยิ้มน้อยๆ ดีซะอีก มันทำให้เขารู้สึกสบายอกสบายใจยิ่งนัก

คำชมของเขาทำให้หญิงสาวตั้งตัวไม่ถูกหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เธอก้มศีรษะลงน้อย ๆ เป็นเชิงขอบคุณ อาจเป็นเพราะ สีหน้า ท่าทางของชายหนุ่มนั้น ดูจะชื่นชมเธอด้วยความจริงใจมากกว่าที่จะเสแสร้งแกล้งทำ จึงทำให้เธอรู้สึกปลื้มปิติในคำชมนั้น

กานต์ยังคงจ้องมองหญิงสาวที่ชื่อ”ฟ้า”ด้วยสายตาชื่นชม เสียงร้องเพลงของเธอยังติดตรึงอยู่ในใจ เสียงที่แสนไพเราะอ่อนหวาน เขาคิดก่อนจะหันไปทักทาย ‘บรรดาเจ้าตัวเล็ก’ ที่ยืนทำตาแป๋วจ้องมองมาที่เขาด้วยความสนใจ

“ว่าไง สวัสดีครับเด็ก ๆ พี่ชื่อกานต์นะ ขอโทษที่มารบกวนครับผม”
ชายหนุ่มพูดพลางทำท่าเลียนแบบหุ่นยนต์โค้งให้เด็กๆ ซึ่งส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะหยิบท๊อฟฟี่ในกระเป๋ากางเกงที่พกไว้สำหรับกินเล่นตอนวาดรูป แจกให้เด็ก ๆ ทีละ 2-3 เม็ด โดยทำราวกับว่าตนนั้นเป็นนักมายากล

“เอาอีก เอาอีก ผม/หนูขออีกคะ พี่ชายเก่งจังเลย” บรรดาเจ้าตัวเล็กแย่งกันพูดเสียงเจื้อยแจ้ว จนเขาแทบฟังไม่ทัน “แล้วพี่ไม่มีขนมอะไรให้ ‘สโนว์ไว้ท์’ บ้างหรือ คะ/ครับ “

เมื่อได้ยินชื่อที่เด็ก ๆ ใช้เรียกหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า กานต์ก็ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ และยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนที่จะหยิบขนมชิ้นสุดท้ายออกมายื่นให้กับหญิงสาว

“นี่ครับ ของขวัญพิเศษสำหรับ ‘เจ้าหญิงสโนว์ไว้ท์’ ของบรรดาคนแคระทั้งเจ็ด ถูกต้องมั๊ยเอ่ย“ ว่าแล้วเขาก็หันไปพยักหน้ากับเด็กๆ และหันกลับมาขยิบตาคม ๆ ข้างหนึ่งให้กับหญิงสาว

หลังจากที่เขาลองนับแล้วนับอีก นับอีกนับแล้ว ก็พบว่าเด็ก ๆ มี 7 คนพอดี
“ขอบคุณคะ แต่อย่าเรียกว่า ‘เจ้าหญิงสโนว์ไว้ท์’ เลยคะ ฟังแล้วรู้สึกแปลก ๆ เรียกว่าฟ้าดีกว่าคะ“

คนพูดนั้นทำสีหน้าเรียบเฉยทั้ง ๆ ที่ใจเต้นโครมคราม ไม่เป็นจังหวะ ปกติแล้วถึงเธอจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่ก็ไม่เคยเขินอายกับบรรดาหนุ่ม ๆ ที่มักจะหาเรื่องเข้ามาพูดคุยกับเธอ แต่สำหรับชายหนุ่มตรงหน้านั้นกับตรงกันข้าม ดวงตาที่ดูมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความอบอุ่นของเขากลับมีอิทธิพลต่อเธออย่างมากมาย หญิงสาวคิดว่าหากยังยืนคุยกับเขาอยู่ต่อไปนาน ๆ เธอคงจะรู้สึกประหม่าและทำอะไรไม่ถูกแน่ ๆ ทางที่ดีควรจะรีบหาทางตัดบท ขอตัวกลับไปก่อนดีกว่า

“ขอบคุณมากนะคะ คุณกานต์ แต่ว่าวันนี้ ฟ้าคงต้องขอตัวพาเด็ก ๆ กลับก่อนดีกว่าคะ เพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว”

หญิงสาวพูดตัดบทซะดื้อ ๆ พลางชักชวนเด็ก ๆ ลุกขึ้น แต่บรรดาเจ้าตัวเล็กกับมีท่าทีอิดออดอยากจะอยู่เล่นกับชายหนุ่มกันต่อ จนเธออดที่จะดุออกมาเบา ๆ ไม่ได้

“ไหนสัญญากับพี่แล้วไงคะ ว่าจะไม่ดื้อ จะเชื่อฟังที่พี่พูดทุกอย่าง ถ้าอย่างนั้นวันหลังพี่จะไม่พาออกมาเที่ยวด้วยอีกนะ ลุกขึ้นและก็หน้าเดิน กลับกันได้แล้วจ้า”

เด็กๆ ต่างพากันอิดออด ไม่อยากจะแยกจากพี่ชายใจดีที่เพิ่งพบกัน กานต์เองเมื่อเห็นดังนั้น จึงสบโอกาสที่จะได้พบกับหญิงสาวอีก ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเอ่ยปากชักชวนให้ทุกคนมาเที่ยวที่บ้านเขาในวันรุ่งขึ้นทันที

“เอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ คุณป้าแม่บ้านที่บ้านพักของผมทำขนมไทยอร่อยอย่าบอกใครเชียว พรุ่งนี้ ถ้าคุณฟ้าสะดวก ผมขอเชิญคุณฟ้า และเด็กๆ ไปทำขนมทานด้วยกันที่บ้านผม อยู่ตรงไปอีกนิดเดียวครับ ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไร่ ตอนสายๆ ผมจะมารอรับตรงนี้ ดีมั้ยครับ”

กานต์เชิญชวน แต่เมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าอิดออดคล้ายกับอยากจะปฏิเสธ กานต์จึงคิดขึ้นได้ว่า คงเป็นเพราะเธอเพิ่งรู้จักเขา จึงรู้สึกไม่ไว้วางใจ หรือว่าอาจจะเกรงใจ กานต์คิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นอย่างหลัง ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจ อีกทั้งไม่อยากเสียโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น เขาจึงรีบย้ำว่า

“อย่าห่วงเลยครับคุณฟ้า ผมไม่ใช่คนอันตรายอะไรหรอกครับ ผมมาพักคนเดียวกับป้าแม่บ้านอีกคน มีเด็กๆไปเป็นเพื่อนอยู่ด้วยกันหลาย ๆ คนสนุกดีออกครับ ผมกลับรู้สึกดีใจซะมากกว่า ดีมั้ยครับเด็กๆ พรุ่งนี้เราจะมาทำขนมกินกัน แล้วพี่ก็มีของเล่นอยู่ที่บ้านเยอะแยะเลยครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าชักชวนเด็กๆ ซึ่งไม่สร้างความผิดหวังให้เขา

“เย้ๆๆๆๆ ดีค่ะ ดีครับ พี่ฟ้า พรุ่งนี้พาพวกเรามาเล่นที่บ้านพี่ชายนะค่ะ/ครับ” เด็กๆ พากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็คงต้องขอรบกวนคุณกานต์ด้วยนะคะ แต่วันนี้เราต้องกลับกันก่อนนะเด็กๆ”

เมื่อเห็นเด็กๆ กระโดดโลดเต้นดีอกดีใจนักหนา ฟ้าก็ทำตัวไม่ถูกปฏิเสธไม่ลง แต่ใจจริงแล้ว เธอเองก็ไม่ได้นึกรังเกียจชายหนุ่มแปลกหน้าแม้แต่น้อย กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ไม่รู้ว่าเพราะคำพูด และท่าทางที่แสนกระตือรือร้น หรือแววตาจริงจังที่ชายหนุ่มมองมาทางเธอและเด็ก ๆ อย่างอ้อนวอน จึงทำให้หญิงสาวใจอ่อน พยักหน้าตอบรับคำเชิญ เดินตามเด็ก ๆ ซึ่งขณะนี้ ’หน้าเดิน’ ตามชายหนุ่มร่างสูงไปแล้ว

“ว่าแต่ คุณฟ้ากับเด็กๆพักอยู่ที่ไหนกันเหรอครับ แล้วนี่พวกเราเป็นน้องพี่ฟ้ากันทั้งหมดเลยเหรอ” กานต์ถามพลางมองกวาดสายตามองเด็กๆไปมาด้วยความสงสัยนิดๆ เพราะทั้งหมดอายุอานามดูแล้วมีตั้งแต่ 4 ขวบ ถึง 11 ขวบ ไล่เลี่ยกันไป

“พวกหนูอยู่ที่ มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก ‘ชลาธิป’ พี่เห็นตึกใหญ่ ๆ ที่อยู่ปลายหาดทางนู้นหรือเปล่าคะ ตรงนั้นแหละคะ/ครับ“ เด็กน้อยคนหนึ่งบอก

“อืมม” กานต์พยักหน้ารับอย่างช้า ๆ เมื่อเด็ก ๆ ชี้ให้ดูตึกสีขาวเก่า ๆ ล้อมด้วยรั้วสีครีม ที่อยู่ห่างจากบ้านเขาไปทางทิศเหนือประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร

“ถ้าอย่างงั้น ขอผมเอาอุปกรณ์วาดรูปไปเก็บก่อนนะครับ แล้วจะเดินไปส่งคุณฟ้ากับเด็กๆด้วย” กานต์รีบรับอาสา

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเรามารถของมูลนิธิ รถจอดรออยู่ที่ข้างหน้านี้เองค่ะ พวกเรากลับเองได้ ไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ” หญิงสาวยิ้มและปฏิเสธอย่างนุ่มนวลพลางชี้มือออกไปที่ริมถนน กานต์จึงจำต้องยอมจำนนด้วยความเสียดาย

“อ๋อ ครับ ถ้าอย่างนั้น ให้ผมเดินไปส่งที่รถแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้เราเจอกันที่นี่นะครับ” กานต์ยืนโบกมือให้หลังจากทุกคนขึ้นรถไป เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก ก่อนจะเดินผิวปากกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี

“ฟ้า อืมม เธอมาจากไหนกันนะ” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ อดคิดไม่ได้ว่า ดีแล้วที่เธอไม่รู้จักเขา

เช้าวันรุ่งขึ้น กานต์มายืนรอรับฟ้าและกลุ่มเด็กๆ ที่เดิม ตั้งแต่ 8 โมงเช้า เมื่อคืนเขานอนไม่หลับด้วยความตื่นเต้น พลางคิดไปว่า เขากำลังทำตัวเสมือนว่านัดพบกับคนรักคนสำคัญก็ไม่ปาน คิดแล้วก็หัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ ชายหนุ่มรออยู่พักใหญ่ ก็ได้ยินเสียงเจี้ยวจ้าวของเด็กๆ แว่วมา กานต์รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อฟ้าและเด็กๆเดินเข้ามาใกล้

“เชิญครับ คุณฟ้า เอ้าไป พวกเด็กๆ ตามมา” ชายหนุ่มเชื้อเชิญ พลางจับมือพวกเด็กๆ ที่บ้างก็ร้องจะขี่หลังเขาเหมือนกับคุ้นเคยกันมานาน หญิงสาวยิ้มมองเขา และเดินตามอย่างว่าง่าย ไม่นานนัก ก็มาถึงบ้านพักหลังใหญ่สีขาว ชายหนุ่มจัดแจงให้เด็กๆ เล่นของเล่นกันอย่างสนุกสนานตามที่สัญญาไว้ จากนั้นจึงพาฟ้าเข้าไปช่วยงานทำขนมในครัวซึ่งอยู่ไม่ห่างไปเท่าไหร่

ขณะที่เขาและเด็กๆกำลังเล่นสนุกอยู่นั้น ชายหนุ่มแอบเหลือบตามองฟ้าที่กำลังช่วยคุณป้าแม่บ้านของเขาทำขนมกล้วยบวชชีอย่างตั้งใจพลางคิดว่า “ใครกันนะที่ตอนแรกอิดออดไม่อยากมา แต่พอตอนนี้กลับเพลินกับการทำขนมไปซะแล้ว”

ภาพยามที่หญิงสาวขมวดคิ้ว ขณะทำขนมอย่างตั้งใจ รวมทั้งภาพยามที่เธอหัวเราะและตบมือพร้อมกับเด็ก ๆ เมื่อสามารถทำขนมออกมาได้สำเร็จ ช่างดึงดูดใจจนทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เออ ดูท่าเขาคงจะเพี้ยนไปแล้วอยู่ ๆ ก็เสียมารยาทแอบจ้องมองคนอื่นอยู่ได้ ชายหนุ่มแอบมองพลางใจก็คิดว่า อย่าว่าแต่ตัวเขาเองเลยผู้ชายคนไหนที่ได้เห็นฟ้าก็คงคิดอย่างเขาทั้งนั้น ผู้หญิงอะไรน่ารักซะขนาดนี้ เขาคิดพลางอมยิ้ม

หลังจากที่ทำขนมเสร็จ ฟ้าจึงเรียกเด็กๆ และกานต์มาทานขนม ระหว่างนั้น คนทั้งสองจึงได้พูดคุยสอบถามความเป็นมาของกันและกัน กานต์จึงได้รู้ว่าฟ้าสนใจเกี่ยวกับศิลปะการดนตรีมาตั้งแต่เด็ก จึงตัดสินใจไปเรียนที่ประเทศออสเตรียตั้งแต่จบชั้นป.6 นาน ๆ ครั้งจึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้ง ทำให้ไม่ค่อยรู้จักสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยมากนัก จะมีก็แต่ที่ หัวหินนี่เท่านั้น เพราะเป็นสถานที่ ที่เธอเคยมากับครอบครัวเป็นประจำตั้งแต่สมัยยังเด็ก และที่สำคัญสุดคือ เธอยังไม่รู้ว่าตัวเขาเป็นใคร ทำให้กานต์วางตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติเวลาที่อยู่กับเธอ

“ขนมที่ฟ้าทำรสชาติเป็นยังไงบ้างคะ ไม่อร่อยหรือเปล่าคะ”

หญิงสาวทำหน้ากังวลเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งนิ่ง เมื่อลองทานขนมฝีมือเธอ

“ใครบอกหละครับ อร่อยเชียวหละ เพียงแต่ผมชอบทานขนมที่ไม่หวานมาก ไม่เหมือนยายแก้วน้องสาวผม แล้วก็ “

กานต์เว้นวรรคไปนิดนึง “อลิสอีกคน นั่นก็เห็นของหวานไม่ได้ทานเรียบเหมือนกัน”

ฟ้าอดที่จะหมั่นไส้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ พลางคิดว่า แหม ทำหน้าตาท่าทางซะเธอใจเสียหมด แต่ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงของเขาแล้ว นอกจาก แก้ว ที่เขาบอกว่าเป็นน้องสาว คนที่ชื่อ อลิส คงเป็นคนที่สำคัญกับเขามาก ฟ้าแอบคิดไปเรื่อยเปื่อย เอ๊ะ ทำไมเราถึงได้รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกนะ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเราซะหน่อย หญิงสาวแอบนึกโมโหตัวเอง

เมื่อทานขนมกล้วยบวดชีเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว กานต์ก็ชวนเด็กๆไปเล่นกันต่อ โดยขนเอาบรรดาของเล่นต่าง ๆ มาให้เด็ก ๆ ได้เล่นกันอย่างถ้วนทั่วหน้า ถึงกระนั้นเด็ก ๆ ก็ยังมีการทะเลาะเบาะแว้งกันตามประสา จึงถูกฟ้าดุใส่ ต่างก็ทำหน้าสลดไปตาม ๆ กัน

“อย่าไปดุเด็ก ๆ เลยครับ พวกเค้าพูดไปตามใจคิด ธรรมชาติของเด็ก ก็อยากที่จะรู้จักและเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเค้าไม่เคยรู้จัก เพียงแต่เราคอยตักเตือนให้เค้ารู้จักแบ่งปันและรู้จักคำว่าความพอเพียงเท่านั้นก็พอครับ เด็ก ๆ เค้าทราบดีว่าที่เราเตือนเค้าก็เพราะว่ารักและเป็นห่วง”

ฟ้ามองผู้ชายตรงหน้าอย่างทึ่ง ๆ ความคิด ความอ่าน ของคน ๆ นี้ดูแตกต่างจากคนอีกหลายคนที่เธอเคยรู้จัก อาจเป็นเพราะว่าคำพูดทุกคำพูดของเขานั้นมีเหตุผลเชื่อถือได้จนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังเถียงไม่ออก ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่จะชื่นชมใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ผู้ชายคนนี้นอกจากจะวางตัวเป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้างอีกต่างหาก

ส่วนกานต์เองนั้น ก็อดคิดไม่ได้ว่าวันนี้เขาช่างโชคดีที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับฟ้าและเด็ก ๆ และคงจะดีกว่านี้ถ้าฟ้าไม่บอกเขาว่ากำลังจะเดินทางกลับไปเรียนต่อในอีก 1 เดือนข้างหน้า จะตลกมั๊ยนะถ้าหากเค้าอยากจะบอกคนตรงหน้าว่าเค้ารู้สึกเหมือนจะตกหลุมรักเธอเข้าซะแล้ว คนอย่าง กานต์ ธรรมธาลัย ผู้ชายที่เคยหัวเราะให้กับคำว่า”รักแรกพบ”มาตลอดชีวิต

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงอาทิตย์เริ่มจางลง เวลาเย็นมาถึงอีกครั้ง กานต์ชวนฟ้าและเด็ก ๆ ทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่หญิงสาวปฎิเสธอย่างสุภาพ เพราะเกรงใจที่อยู่รบกวนเขาทั้งวัน อีกทั้งต้องรีบพาเด็ก ๆ กลับไปส่งยังมูลนิธิก่อนจะมืดค่ำไปกว่านี้

“เดี๋ยวก่อนครับ วันพรุ่งนี้คุณฟ้ากับเด็ก ๆ จะมาที่นี่อีกมั๊ยครับ” กานต์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามก่อนที่หญิงสาวจะเดินจากไป

“คงไม่ได้แล้วคะ เพราะพรุ่งนี้ฟ้าต้องไปเยี่ยมคุณปู่ มาเที่ยวตั้งหลายวันแล้วยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมท่านเลยคะ ขอบคุณคุณกานต์มากนะคะสำหรับวันนี้ ขอตัวก่อนนะคะ”

“งั้น ให้ผมเดินไปส่งนะครับ” ชายหนุ่มกุลีกุจอเตรียมตัว

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าลำบากเลยค่ะ แค่นี้ก็รบกวนมาทั้งวันแล้ว อีกอย่างรถของมูลนิธิก็มาจอดรอพวกเราอยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง เดินไปไม่นานก็ถึงแล้วค่ะ คุณกานต์อยู่ทำอะไรๆ ต่อเถอะค่ะ พวกเรากลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวานเป็นเชิงขอบคุณ กานต์จึงจำต้องยอมตามใจเธอ

“กลับกันดีๆนะครับ” ชายหนุ่มยกมือทำท่าบ้ายบายให้เด็กๆ พวกเด็กๆกล่าวขอบคุณทำตาละห้อย และจำใจยอมกลับ

เมื่อกล่าวลากันแล้ว “สโนว์ไว้ท์’ ก็พูดตัดบท และรีบต้อน ‘เด็กแคระทั้งเจ็ด’ ให้กลับไปยังกระท่อมกลางป่า ทิ้งให้เจ้าชายรูปงามต้องยืนมองตามอย่างอาลัยอาวรณ์ โดยลืมไปเสียสนิทว่า ในสมัยนี้นั้น ไม่ใช่ยุคเดียวกับในนิทาน เป็นยุคปัจจุบันที่มีโทรศัพท์มือถือหรืออีเมลล์ใช้กันอยู่ทั่วไป เจ้าชายได้แต่ยืนซึมนิ่งมองตาม จนเวลาผ่านไปพักใหญ่จึงรู้ว่าตัวเองนั้น ได้ลืมนึกถึงเรื่องสำคัญอย่างการขอเบอร์โทรศัพท์และอีเมลล์ของ ‘สโนว์ไว้ท’ ไปได้อย่างไร คิดแล้วเจ้าชายก็ได้แต่หัวเราะขำ และใช้ฝ่ามือตบหน้าผากตัวเองสองสามทีอย่างขุ่นเคือง




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2550    
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 10:45:38 น.
Counter : 164 Pageviews.  

***One Girl Story ***

"Welcome to my blog"

Smiley หลังจากที่เว้นว่างการเขียน blog ไปเกือบ 1825 วัน

อยู่ ๆ ก็เหมือนมีอะไรดลใจให้ชั้นกลับมาเขียน blog อีกครั้งนึงคะ

คงเป็นเพราะนิยายที่ชั้นแต่งไว้ ยังไม่เสร็จสมบรูณ์มั้งคะ

เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ชั้นกลับมา

โดยตั้งใจว่าคราวนี้จะ Re-Write นิยาย เรื่องแรกในชีวิต

ให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของฉันจะทำได้คะ

ถ้ายังไงขอให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

....... KT MANIA.......




 

Create Date : 14 มีนาคม 2550    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2556 23:53:18 น.
Counter : 139 Pageviews.  

1  2  3  4  

Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.