~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 
หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 6)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 6)

หลังจากที่พาเด็ก ๆ เข้านอนเรียบร้อยแล้ว ฟ้าก็ออกมายืนรับลมที่ระเบียงชั้นสองของบ้านพัก พร้อมกับนึกถึงคำพูดที่เด็ก ๆ ต่างพากันถามถึงพ่อกับแม่อย่างเศร้าสร้อย นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ซึนามิละก็ ป่านนี้เด็ก ๆ คงจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แต่ในเวลาไม่ถึง 1 วัน ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่กับพรากบุคคลที่รักไปจากพวกเขาเอย่างไม่มีวันกลับ หญิงสาวแหงนหน้ามองดูพระจันทร์ดวงโตที่ทอแสงสีหม่นอยู่บนท้องฟ้า ด้วยความรู้สึกที่หดหู่และหมองเศร้าอย่างบอกไม่ถูก มนุษย์เรามีใครบ้างหละที่ไม่อยากอยู่กับพ่อแม่ และมีใครบ้างหละที่ไม่อยากได้ความรักความห่วงใยจากพ่อแม่ คงไม่มีหรอก อาจเป็นเพราะความเมตตากรุณา ที่อยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ ทำให้หญิงสาวอดที่จะร้องไห้ออกมา ด้วยความโศกเศร้าไม่ได้ ในขณะนั้นเองกานต์เห็นหญิงสาวหายไปจากห้องนั่งเล่นจึงตามมาดูด้วยความเป็นห่วง


“น้องฟ้าเป็นอะไรไปครับ” กานต์ถามด้วยน้ำสียงตกใจเมื่อเห็นหยดน้ำตาบนใบหน้าของหญิงสาวอย่างชัดเจน

“เปล่าคะพี่กานต์ ฟ้าแค่สงสารเด็ก ๆ ฟ้าไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเค้าต้องโชคร้าย ทำไมพวกเค้าต้องไม่มีพ่อแม่”

ว่าแล้วหยาดน้ำตาก็ยิ่ง ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างไม่ขาดสาย กานต์ค่อย ๆ มองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะค่อย ๆ เอามือ ซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ใครบอกว่าเค้าพาเด็กมาแค่ 7 คน จริง ๆ เค้าพาเด็กมา 8 คนต่างหาก

“โอ๋ โอ๋ โอ๋ เด็กน้อยคนดีอย่าร้องไห้เลยนะครับ” กานต์ยิ้มพูด พร้อมกับค่อย ๆ ลูบศรีษะของหญิงสาวเป็นเชิงปลอบอย่างอ่อนโยน

“อย่ามาทำเหมือนฟ้าเป็นเด็กๆนะ ฟ้าโตแล้วนะพี่กานต์” อดที่จะเถียงออกมาไม่ได้ ทั้งที่นัยน์ตาคู่สวยยังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา

“ถ้าน้องฟ้าไม่ใช่เด็ก แล้วน้องฟ้าร้องไห้ทำไมครับ”กานต์กระซิบถามอย่างอ่อนโยน จนหญิงสาวเงยหน้าสวย ๆ ขึ้นมองเขาอย่างไม่ตั้งใจ

ทั้งสองได้สบตากันอีกครั้ง สายตาที่กานต์มองฟ้า เต็มไปด้วยความห่วงใยบอกกล่าวถ้อยคำปลอบประโลมให้เธอคลายความเศร้าใจ ชายหนุ่มมองหญิงสาวอยู่เนิ่นนาน พลางขยับเข้ามาใกล้จนปลายเท้าชนกัน กานต์ก้มหน้าลงมาใกล้หญิงสาว ราวกับจะรับรู้ได้ฟ้ายิ้มพลางหลับตาลงช้าๆ ชายหนุ่มได้ประทับริมฝีปากอุ่น ๆ ลงบนหน้าผากของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เมื่อสบตากันอีกครั้ง กานต์จึงรวบตัวหญิงสาวมากอดไว้อย่างอ่อนโยน ฟ้ายืนนิ่งด้วยความเขินอาย สักพักจึงยกสองมือขึ้นกอดชายหนุ่มกลับอย่างแผ่วเบา ร่างของทั้งสองอยู่แนบชิดกัน งดงามเหมือนดังภาพในความฝันอันแสนหวาน

ท่ามกลางหมู่ดาวที่ส่องแสงพร่างพราว ความอบอุ่นได้ถูกถ่ายทอดจากหัวใจดวงหนึ่งไปยังหัวใจอีกดวงหนึ่ง อย่างช้า ๆ จนทำให้ฟ้ารู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก นอกจากพ่อกับแม่ของเธอแล้ว ไม่เคยมีอ้อมแขนของใครจะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจได้มากมายขนาดนี้


อาจจะมีพร้อม แต่ชีวิตก็ยังวุ่นวาย
ยังไม่พอดี ยังไม่พอใจ ถึงไม่หนาวกายแต่หนาวใจอยู่ดี

อาจจะมีน้อย แต่ไม่ขอให้มีมากมาย
มีแค่พอดี มีแค่พอใจ ถึงต้องหนาวกายแต่หัวใจอุ่นดี

อุ่นใจแล้ว แค่มีเธอกับฉัน
รักกันตลอดไปด้วยใจ ใจที่หวังดี
อุ่นใจแล้ว หนาวเย็นสักแค่ไหน
เมื่อมีรักเข้าใจ จะมีอะไรอุ่นกว่านี้

อยู่ในความรัก อาจจะเหมือนว่าไม่มีใคร
แต่รู้ว่ามีเธอ เธอที่เข้าใจ
ถึงต้องหนาวกายแต่หัวใจอุ่นดี


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แม้เสียงนาฬิกาจะตีบอกเวลาของวันใหม่ แต่ฟ้ากับนั่งใจลอย เฝ้านึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ความรู้สึกหวั่นไหวแต่ก็สุขใจอย่างประหลาดที่เกิดขึ้นกับเธอนั้น มันคืออะไรกันแน่ หญิงสาวเฝ้าถามตัวเองหลายครั้ง หลายหน แต่ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้มีเวลาคิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงดังโครมคราม ตามด้วยเสียงโวยวายของศิลา และเสียงหัวเราะของบรรดาเด็ก ๆ ก็ทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ พร้อมกับรีบอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมที่จะพาเด็ก ๆ ไปปั่นจักรยานเสือภูเขากันอีกรอบ

“วันนี้พี่ฟ้าเป็นอะไรไป ครับ/คะ ทำไมหน้าแดงจังเลย ไม่สบายหรือเปล่า”

บรรดาเด็กแคระทั้งเจ็ดถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าก้มตา เหมือนกับจะหาสมบัติที่ตกอยู่บนพื้นดินมาตลอดทาง แต่แทนที่จะได้คำตอบ เจ้าตัวกับเฉไฉเดินไปหาเจ้าหน้าที่เพื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ส่วนกานต์ วันนี้ก็ดูอารมณ์ดีแบบแปลก ๆ คือ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่กับไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนปกติ ราวกับมีอะไรปกปิดไว้ในใจ

ก่อนที่จะมีคนใดคนหนึ่งเขิน หรืออายม้วนกันไปมากกว่านี้ ความโกลาหลวุ่นวาย ก็มาเยี่ยมเยียนทุก ๆ คนอีกครั้ง เมื่อฟ้าปรารภกับทุกคนว่าอยากจะมีส่วนร่วมในงานประจำปีของ “มูลนิธิชลาธิป” ซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า เดิมทีหญิงสาวเพียงแต่ตั้งใจอยากจะช่วยสอนการแสดงให้เด็ก ๆ เพื่อใช้ในวันงานเท่านั้น เพราะที่นี่เป็นเพียงมูลนิธิเล็ก ๆ ที่เจ้าของจัดตั้งขึ้นแบบส่วนตัว จึงทำให้มีรายได้เข้ามูลนิธิไม่มากนัก ดังนั้นกานต์จึงปรึกษากับปู่ทองเอก ศิวา และฟ้าเพื่อขอความเห็น ก่อนที่จะตัดสินใจทำเรื่องขอนำประวัติ และเรื่องราวต่าง ๆ ของมูลนิธิไปออกรายการทีวีของเขา หลังจากนั้นกานต์จึงรีบโทรหาทีมงานในรายการ พร้อมกับชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ในเบื้องต้น เขาตัดสินใจที่จะเป็นพ่องานและผู้ดำเนินรายการในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่งานนี้คงจะไม่สามารถสำเร็จลุล่วงไปได้หากขาดแก้วซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญอีกคนหนึ่ง

“ว่าไงพี่กานต์ หนีงานไปหลายวันแล้วตอนนี้เกิดอาการสำนึกได้หรือไง ถึงได้เปลี่ยนใจกลับมาทำงานได้” แก้วเปิดฉากพูดกับพี่ชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงประชดประชันเล็ก ๆ

“ใครบอกเราหละ ยายแก้ว พี่กำลังอยู่ในระหว่างพักร้อนนะ แต่ว่างานนี้ยอมทำเพราะว่าเห็นแก่เด็กตาดำ ๆ ต่างหาก”

กานต์ย้อนตอบน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่ดูแข็งขันน่าเชื่อถือ

“ เชอะ เด็กตาดำ ๆ หรือผู้หญิงตาดำ ๆ กันแน่พี่กานต์ แก้วรู้นะ พวกทีมงานแอบเอาคาบข่าวมาบอกหมดแล้ว ระวังเถอะจะเจอ พี่อลิส ลอบฆ่าอย่างไม่รู้ตัว สงหน้าข่าวคาวบันเทิงไม่พอ อยากลงหนังสืออาชญากรรมต่อหรือไงพี่กานต์”

แก้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนทำให้กานต์ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

“นี่ไอ้ตัวแสบ เอายาย อลิส มาขู่เหรอ เดี๋ยวพี่ก็หนีไปต่างประเทศ ทิ้งให้แกทำรายการอยู่คนเดียวหรอก แล้วรายละเอียดงานอีก 4 วัน ช่วยเอามาให้พี่ที่นี่หน่อยนะ ไม่ต้องส่งเมลมา ยังไม่ก็ไม่ผ่านเพราะไฟล์งานใหญ่พอสมควร แล้วนี่เป็นยังไงบ้างได้ทำงานกับเพื่อนเก่าเนี่ย พี่เองยังตกใจเลยนะที่เจ้าเด็กแฝดสองคนนั่นจะดังได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะเจ้ามาร์คโตขึ้นมากเชียว แถมเก่งอีกต่างหาก”

กานต์ไม่รู้ว่าคำพูดของตนได้ไปจุดประกายแค้นของน้องสาวให้เพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“อืม ดีใจมากจนอยากจะเนรเทศให้กลับประเทศไปซะเดี๋ยวนี้เลย พอใจมั๊ย งั้นแค่นี้ก่อนหละกัน บายคะ”

“เดี๋ยวก่อนซิยายแก้ว โธ๋เอ๋ย ยังคุยงานกันไม่เสร็จเลย ยายเด็กบ๊อง” เอ ! เราพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าหว่า กานต์พึมพำกับตัวเองอย่างงง ๆ

กลางดึกคืนนั้น กานต์ไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะมัวแต่ร่างแผนงานใหม่ที่เขาเพิ่งคิดขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ เพื่อการถ่ายทำรายการที่มูลนิธิอย่างขะมักเขม้น ในขณะที่กานต์กำลังหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทอยู่นั้น ก็เห็นชื่อที่คุ้นตาทักทายเขาเข้ามาทาง MSN

Alice In Wonderland : พี่กานต์ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ รู้มั๊ยว่าอลิสเป็นห่วงมากแค่ไหน T_T

Mr.ก่าน ก๊าน : พี่แค่ลาพักร้อนเท่านั้นเอง ไม่ได้หายไปไหน แล้วก็ไม่ต้องกังวลใจกับข่าวที่ออกมานะ พี่ชินซะแล้วละอลิส ปล่อยมันไปเถอะ @(^_^)@

Alice In Wonderland : แต่อลิสเป็นห่วงพี่มากที่สุดในโลก พี่กานต์ก็ทราบนี่คะ ว่าอลิสมีแต่พี่กานต์ อลิสไม่เหลือใครอีกแล้ว อีกสักพักอลิส จะกลับไปที่เมืองไทย แล้วก็เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดของเรา

Mr.ก่าน ก๊าน : *_*’ พี่ว่าเราไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้นะ อลิสพักผ่อนให้สบายใจนะ แล้วค่อยกลับมาว่า......กันต่อ

ยังไม่ทันที่กานต์จะพูดอะไรต่อ ปลายทางก็ offline ไปเรียบร้อยแล้ว อลิส เอ๋ย อลิส กานต์คิดด้วยท่าทีที่หนักใจ เรื่องระหว่างเขากับอลิส ช่างมันเถอะเอางานนี้ให้รอดไปก่อนดีกว่า ว่าแล้วชายหนุ่มก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป

ด้วยความที่วันงานใกล้เข้ามาทุกที วันนี้กานต์และทุก ๆ คนต่างพากันเก็บข้าวเก็บของ พร้อมกับขนอุปกรณ์ต่าง ๆ จากบ้านปู่ทอง เท่าที่จะสามารถใช้ประยุกต์กับงานได้ และไม่ทำให้รถของกานต์ล้นจนเกินไป ก่อนที่จะออกเดินทาง มุ่งหน้าไปที่มูลนิธิอย่างเร่งรีบ ระหว่างที่ขับรถอยู่นั้นกานต์ก็เกิดอาการท้องร้อง เพราะเมื่อคืนมัวแต่บ้างานไม่ยอมทานอะไร และไม่ว่าใครจะเตือนก็ไม่สนใจฟัง จนทำให้ฟ้าต้องบอกให้เด็ก ๆ บังคับให้ชายหนุ่มแวะซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนที่จะเดินทางต่อไป แต่เนื่องจากกานต์กำลังขับรถอยู่ คงจะเป็นการยากลำบากถ้าหากว่าต้องหยิบอาหารมาทานเอง เด็ก ๆ จึงคะยั้นคะยอให้ฟ้าช่วยป้อนให้ ราวกับนัดหมายกันไว้ก็ไม่ปาน แต่เมื่อเห็นฟ้าทำท่าลังเลใจ กานต์ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อต่อว่า

“ถ้าน้องฟ้าไม่สะดวก เดี๋ยวพี่ทานเองดีกว่าครับ ไว้ไปทานที่นู่นเลยก็ได้”

ก่อนที่กานต์จะได้พูดอะไรต่ออีกสักคำสองคำ ไส้กรอกทั้งไม้ก็ถูกยัดเข้าไปในปากโดยฝีมือ เจ้าหญิงสโนไว้ท์แสนสวยที่ขณะนี้สายตาดุคล้าย ๆ แม่มดร้ายไปซะแล้ว ในฐานะที่เป็นเจ้าของความคิด ในฐานะที่หวังดี ในฐานะที่มีคุณธรรม ในฐานะที่ต้องทำตามความเรียกร้องของเด็ก ๆ ฟ้าจึงตัดสินใจอำนวยความสะดวกให้ชายหนุ่มอย่างเต็มที่ เล่นเอาชายหนุ่มตาเหลือก น้ำตาไหลไอสำลักด้วยความปลาบปลื้ม จนแทบหายใจไม่ออก

อีก 2 ชั่วโมงต่อมา ทั้งหมดก็มาถึงที่หมาย (ดีใจที่นายกานต์รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด) “มูลนิธิชลาธิป” ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 4 ไร่เศษ มีลักษณะเป็นตึกหลังใหญ่ 4 ชั้น ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง ปัจจุบันมีเด็ก ๆ ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิประมาณ 70 คน เป็นเด็กชายหญิง อายุ ราว ๆ 5-12 ปี และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลประสานงานอยู่เพียง 3 คนเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นแค่มูลนิธิเล็ก ๆ แต่ความมุ่งหวังของผู้ก่อตั้ง คือ ต้องการให้เด็กที่นี่ได้รับการศึกษาในระดับสูงเท่าที่ทางมูลนิธิจะให้การช่วยเหลือได้

เมื่อพักผ่อนทานอาหารกลางวัน (ตอนบ่าย 2) เรียบร้อยแล้ว กานต์ก็จัดแจงแบ่งหน้าที่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งทีมงานในบริษัทเค้าที่ตามมาที่หลัง พร้อมกับจัดการแอบโวยวายเรื่องที่ไปบอกยายแก้วเรื่องฟ้าด้วย

แล้วความชุลมุนวุ่นวายแบบย่อย ๆ ก็เกิดขึ้นอีกครั้งในตอนบ่าย เมื่อกานต์ส่งสัญญาณให้ทุกคนเริ่มปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายไว้

เริ่มจากฟ้าที่ถึงกับเหนื่อยหอบเมื่อต้องรับบทหนักฝึกเด็ก ๆ ร้องเพลงสำหรับใช้ในการแสดงบนเวที ซึ่งกว่าเด็ก ๆ จะจำเนื้อร้องได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อย แถมยังแอบงีบหลับเมื่อหญิงสาวเดินออกไปดูงานอื่น ๆ ทางด้านนอกอีกต่างหาก หญิงสาวจึงต้องถอยไปตั้งหลัก 15 นาทีเพื่อวางแผนการรบใหม่ ก่อนที่จะพาเด็ก ๆ ไปวิ่งที่ชายหาดหน้ามูลนิธิ พร้อมกับฝึกร้องเพลงไปด้วย หากใครเผลอหลับระหว่างการวิ่งก็จะถูกลงโทษให้ แสดงท่าทางเป็นลิงเป็นค่าง ให้เพื่อน ๆ ในกลุ่ม ได้หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน (ใครเผลอหลับได้ก็นับว่าเป็นยอดคน)

ส่วนบรรดาหนุ่ม ๆ และเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิต่างก็พากัน ทำโครงร่างเวทีการแสดงและตกแต่งซุ้มต่าง ๆ สำหรับใช้ในวันงาน เว้นแต่กานต์ที่ขณะนี้กำลังเตรียมร่างสคริปต์ เพื่อส่งงานต่อให้แก้วจัดรูปแบบและแก้ไขรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อใช้ในวันถ่ายทำจริง

ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจทำงานกันอย่างแข็งขัน โดยมีเสียงร้องเพลงของเด็ก ๆ ช่วยสร้างสีสันและเสียงหัวเราะให้กับทุก ๆ คนได้ตลอดเวลา จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 6 โมงเย็น ฟ้าจึงพาพวกเด็ก ๆ ไปอาบน้ำอาบท่าและทานอาหารเย็น ก่อนที่จะล่ำลาเด็ก ๆ เพื่อไปเตรียมงานกันต่อที่บ้านของกานต์

จวบจนเวลาประมาณ 3 ทุ่ม บรรดาทีมงาน ต่างพากันแยกย้ายกันไป บ้างก็กลับไปพักผ่อน บ้างก็กลับกรุงเทพเพื่อไปเตรียมงานอื่น ๆ เหลือเพียงกานต์ ฟ้า และคุณป้าแม่บ้านที่ขนเอาหลาน ๆ มาช่วยฟ้าทำชุดสำหรับการแสดงให้พวกเด็ก ๆ ส่วนตัวเขานั้นขอตัวไปอาบน้ำและเตรียมแผนงานสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อไป

“เดี๋ยวป้าพาหลาน ๆ ไปส่งที่บ้านก่อนนะคะ แล้วจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนคุณฟ้ากับคุณกานต์ จริงซิคะ ป้าฝากคุณฟ้าเอานมร้อนให้คุณกานต์ที ทำงานทีไรลืมกิน ลืมนอนทุกทีเลยคะ”

“ได้คะป้า เดี๋ยวฟ้าจะจัดการให้นะคะ ขอบคุณมากเลยคะ”

ว่าแล้วฟ้าก็เดินขึ้นไปข้างบน แต่เมื่อไปถึงหญิงสาวกับพบว่ากานต์นอนหลับตาอยู่บนเก้าอี้หวาย ด้วยท่าทางที่เหน็ดเหนื่อย ครั้นจะปลุกก็กลัวว่าคนบ้างานจะลุกขึ้นมาทำนู่นทำนี่ให้ปวดหัวอีก เธอจึงเปลี่ยนใจเอาผ้าห่มมาคลุมให้ชายหนุ่ม แต่ยังไม่ทันที่จะสำเร็จคนบ้างานก็ลืมตาตื่นขึ้นมาซะก่อน

“กี่โมงแล้วครับน้องฟ้า”
กานต์ถามขึ้นทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่

“เที่ยงคืนกว่าแล้วคะ พี่กานต์ไปนอนพักดีกว่าคะพี่ทำงานดึก ๆ ดื่น ๆ มาสองวันติดกันแล้วนะคะ แล้วนี่นมร้อนทานก่อนนอนด้วยนะคะ ตื่นมาจะได้ร่างกายสดใส”

ชายหนุ่มพยักหน้า เมื่อเห็นสายตาของฟ้าที่มองมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะหมุนตัวเดินจากไปช้า ๆ

“เอ่อ น้องฟ้าครับ เดี๋ยวก่อน”
กานต์เอามือแตะที่ปลายเสื้อของฟ้าเบา ๆ จนทำให้หญิงสาวต้องหันหน้ากลับมาอีกครั้ง

“พี่กานต์มีอะไรให้ฟ้าช่วยหรือเปล่าคะ”

“เอ่อ เปล่าจ๊ะ พี่แค่รู้สึกเจ็บตรงไหล่นิดหน่อย“

”ไหนค่ะ ฟ้าดูให้ เป็นอะไรมากหรือเปล่า วันนี้พี่กานต์ทำงานหนักทั้งวัน อุ้ย” ทันทีที่เธอเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าเพื่อดูไหล่ให้ กานต์ก็โน้มตัวมาโอบกอดหญิงสาวไว้แน่น

“พี่กานต์ ปล่อยนะ เจ้าเล่ห์นักนะ” ฟ้าไม่ทันตั้งตัว ได้แต่ดิ้นขัดขืนเบาๆด้วยความเขินอาย ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ชายหนุ่มก็หอมฟอดใหญ่บนเรือนผม ก่อนปล่อยตัวเธอเป็นอิสระ ฟ้าถอยห่างออกมาพลางเงื้อมือตีเพี้ยลงไปบนแขนแข็งแรง กานต์ยิ้มกว้างตอบโดยไม่สะทกสะท้านสักนิด เขานิ่งมองหน้าฟ้าอยู่สักพักจึงค่อยๆพูดขึ้นเบาๆ ท่าทางเอียงอายดูขัดตากับร่างกำยำ

“เมื่อคืนนี้......”

เพราะเห็นว่าชายหนุ่มมัวแต่อ้ำอึงหรือด้วยความเขินของตัวเอง ฟ้าจึงพูดตัดบทขอตัวไปนอนซะก่อน

“ช่างเถอะคะพี่กานต์ ฟ้าทราบว่าพี่กานต์ ทำไปเพราะต้องการที่จะปลอบใจฟ้าเท่านั้น ฟ้าขอตัวไปนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”

ว่าแล้วฟ้าก็รีบเดินพรวด ๆ จ้ำอ้าวเข้าห้องนอน ก่อนที่กานต์จะได้เห็นหน้าสวย ๆ ที่ขนาดนี้แดงเป็นสุกตำลึงสุกไปซะแล้ว

“อ้าว เอ่อ น้องฟ้าครับ นอนหลับฝันดีนะครับ “

กานต์ตัดสินใจตะโกนไล่หลังไป แต่หญิงสาวกับทำเป็นไม่ได้ยินรีบปิดประตูห้องนอนไปซะแล้ว ทิ้งให้ชายหนุ่มยิ้มอย่างปลาบปลื้มก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนบนอย่างมีความสุข

เจ้าชายควรจะทำอย่างไรดี ในเมื่อใจดวงนี้มีแต่เจ้าหญิงสโนไว้ท์เก็บไว้อยู่ในใจทั้งดวง


Create Date : 24 ธันวาคม 2550
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 11:51:20 น. 4 comments
Counter : 122 Pageviews.

 
MERRY CHRISTMAS ค่ะ อิอิอิ


โดย: pataramin วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:11:55:53 น.  

 
พระเอกนางเอกเริ่มหวานกันแย้ว รอลุ้นต่อไป
สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ : )


โดย: ชรันจ์ วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:21:01:28 น.  

 
เหอๆๆ อยากเจอแบบนี้บ้างจัง

Photobucket



โดย: my_reflection วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:11:04:08 น.  

 
แวะมาอวยพรปีใหม่ก่อน

แล้วค่อยอ่านที่หลังเนาะ

ขอให้มีความสุขมากๆจ้า



โดย: gripenator วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:13:07:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.