~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 
หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 5)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 5)

เวลา 5.00 น. ณ บ้านของปู่ทองเอก

ขณะที่กานต์ค่อย ๆ เปิดประตูห้องของตนออกมาอย่างช้า ๆ ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเงาตะคุ่ม ๆ กำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่บริเวณหน้าห้องของเขา ก่อนที่กานต์จะตัดสินใจว่าควรจะเรียกหาพระหรือจะเรียกหาตำรวจ ก็พอดีกับที่เขาได้เห็นเจ้าของเงานั้นอย่างถนัดตา

"เฮ้ย ไอ้ศิวา แกเป็นอะไรไปวะ ทำท่าอย่างกับจะมีข้าศึกมาโจมตีที่นี่อย่างนั้นหละ”

กานต์ถึงกับเกาหัวอย่างงง ๆ เมื่อเห็นเพื่อนรัก จู่ ๆ ก็ทำตัวราวกับเป็นยามเฝ้าแผ่นบ้านไปซะอย่างนั้น

ศิวาหันมาทำหน้ายักษ์ใส่เพื่อน ก่อนที่จะหันกลับไปมองรอบ ๆ บ้านอย่างระมัดระวัง อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกหลาย ๆ ครั้ง

“ไอ้บ้าเอ๊ย นักข่าวจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำไมแกถึงทำใจเย็นอยู่ได้วะไอ้กานต์”

ว่าแล้วศิวาก็คว้ากล้องส่องทางไกลออกมาจากกระเป๋ากางเกง และค่อย ๆ เอาหน้าโผล่ไปที่หน้าต่าง อย่างหวาดระแวง ราวกับกลัวใครจะเอาระเบิดมาวางที่บ้าน จนทำให้กานต์อดที่จะยกขาขึ้นเตะก้นเพื่อนตนเองเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

“ไม่มีนักข่าวที่ไหนมาหรอกน่าไอ้ศิวาเอ๊ย ฉันใช้กำลังภายในสกัดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วเฟ้ย”

กานต์พูดขึ้นพร้อมกับยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจถึงสิ่งที่ตัวเองทำไว้ เมื่อคืนหลังจากที่กานต์พาทุกคนกลับมาที่บ้าน เขาก็เอาแต่ครุ่นคิดหาวิธีป้องกันการสอดแนมของบรรดานักข่าวทั้งหลาย ที่ตั้งอกตั้งใจจะทำข่าวเรื่องเขากันเสียเหลือเกิน หลังจากนั่งนึกอยู่สักพักใหญ่ ๆ เขาก็รีบโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เขาสนิทมากคนหนึ่งซึ่งมีบิดาเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการโทรทัศน์ให้ช่วยระงับบรรดานักข่าวไว้ได้ทันท่วงที

สำหรับตัวเขาเองนั้นจะเป็นข่าวคาวมากน้อยแค่ไหน กานต์ไม่เคยคิดสนใจสักเท่าไหร่ แต่เขาไม่อยากให้ปู่ทอง ศิวา ฟ้า และ พวกเด็ก ๆ ต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟ้า เขาไม่อยากให้เธอต้องมาเดือดร้อนและเสียหายเพราะเขา ต่อจากนี้ไปหากเขาจะทำอะไร ที่ไหน คงจะต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น ว่าแต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ กานต์พูดกับตัวเองเบา ๆ

“พี่กานต์ ครับ/คะ พี่อยู่ที่ไหน”

เสียงเรียกของบรรดาเด็กแคระทั้งเจ็ดดังขึ้นพร้อม ๆ กัน เพราะวันนี้ พวกเด็กๆทั้งหมด รวมทั้ง ศิวา และปู่ทองเอก นัดกันไว้ว่าจะออกไปเที่ยว แต่ว่าตั้งแต่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ ยังไม่เห็นแม้แต่เงาหัวหน้าแก๊งตัวโข่งของพวกตนแม้แต่น้อย จึงพากันมาส่งเสียงร้องเรียกดังเจื้อยแจ้ว

“พี่อยู่นี่ค้าบบบบบ”

ทันทีที่เด็ก ๆ หันไปทางต้นเสียง ก็ถึงกับยืนอ้าปากค้างกันเป็นแถว เมื่อเห็นกานต์ซึ่งขณะนี้อยู่ในชุดเสื้อสีแดงแป๊ด กางเกงขาก๊วย รองเท้าแตะ แถมตัวดำปี๋ เหมือนกับเพิ่งไปคลุกปลักเลนปลักโคลนมา แถมผมที่เคยได้รูปได้ทรง ก็กลายเป็นรังนกกระจอกไปซะแล้ว หากใครที่มีโอกาสได้เห็นชายหนุ่มในขณะนี้รับรองว่ารางวัลการแต่งกายยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน จากนิตยสารชื่อดังคงถูกบรรดากรรมการสั่งให้ริบคืนหมดชัวร์ แน่ล่ะลงทุนปลอมตัวซะประหลาดขนาดนี้ ถ้าพวกนักข่าวยังจำได้อีก คงต้องเลยตามเลยแล้วล่ะ

“พี่กานต์ดูเปลี่ยนไปเยอะนะคะ ฟ้ามองตั้งหลายรอบกว่าจะแน่ใจว่าเป็นพี่จริง ๆ “ ว่าแล้วหญิงสาวก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ จนทำให้คนอื่น ๆ พากันหัวเราะตามอย่างกลั้นไม่อยู่ เมื่อได้เห็นความแปลกของชายหนุ่มอย่างเต็มตา แบบนี้ดูว่าจะเด่นกว่าเดิมซะอีก นะคะพี่กานต์ ฟ้าแอบคิดในใจอย่างปลง ๆ

ก่อนที่ทุกคนจะเปิดหัวข้ออภิปรายเขามากไปกว่านี้ กานต์ก็รีบตัดบท พาคณะออกเดินทางไปยัง The Park Adventure Land ทั้งหมดขับรถมุ่งหน้าไปทางบ้านเพ “เดอะปาร์ค” นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวเกษตร เดิมทีมีชื่อว่า “สวนเกษตรศิริ” มีพื้นที่ประมาณ 2000 ไร่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาและธารน้ำ สวนยางพารา และสวนผลไม้นานาพรรณ เหมาะกับเด็กๆ และผู้ที่ชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการผจญภัย เมื่อไปถึงเขาพาทุกคนไปที่ Colonial Club เป็นศูนย์รวมของกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งร้านอาหาร จักรยานเสือภูเขา เรือพาย รวมทั้งบริการ Internet ด้วย ซึ่งสร้างขึ้นในแบบ British – India ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ มีความกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ

กานต์เลือกที่พักเป็นบ้านแบบ 2 ชั้น ขนาด 2 ห้องนอน พร้อมกับมีห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคน ได้พักผ่อนดูทีวีกัน เนื่องจากทุกคนนั่งรถกันมาเป็นเวลายาวนาน ประกอบกับตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ ดังนั้นพอถึงห้องพัก ปู่ทอง ได้ขอตัวพักผ่อนที่ห้อง ส่วนพวกเด็ก ๆ ที่ตอนเดินทางตื่นเต้น เล่นสนุกสนานกันมาตลอดทาง ตอนนี้พากันเหนื่อยอ่อนง่วงงัวเงียพากันเดินเข้าห้องไปฟุบหลับกันเป็นแถว แม้แต่ศิวาเองที่ตอนแรกก็ตั้งใจจะตามกานต์และฟ้าออกไปสำรวจพื้นที่ แต่พอเดินออกมาได้สัก 4 เมตร ก็ขอตัวกลับมาพักผ่อนปล่อยให้ทั้งคู่เดินต่อไปเอง

กานต์และฟ้าต่างพากันเดินดูวิวทิวทัศน์ข้างทางอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ แถมผลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใครไม่รู้ก็คงคิดว่าคุณหนูของบ้านนี้ช่างใจดีเหลือเกินที่ยอมให้คน(รับใช้)ในบ้านร่วมถ่ายรูปด้วย

“น้องฟ้าครับเราไปเช่าจักรยานเสือภูเขากันดีกว่า รอบแรกเริ่มประมาณสิบโมงเช้าครับ ถือว่าเป็นการไปสำรวจเส้นทางกันก่อนดีกว่า ส่วนคืนนี้พวกเราค่อยไปพายเรือดูหิ่งห้อยกันนะครับ”

“ก็ได้คะ พี่กานต์”

ด้วยความที่เป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่กานต์จะแตะต้องเนื้อตัวของหญิงสาว นอกจากว่ามีเหตุการณ์ที่จำเป็นในบางครั้ง จนทำให้ความรู้สึกที่ฟ้ามีต่อชายหนุ่มตรงหน้าดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ จนในนาทีนี้เธอสามารถพูดคุยกับเขา ได้อย่างสนิทใจ

โดยปกติแล้วกิจกรรมการชมสวนด้วยจักรยานเสือภูเขาจะมีเพียงวันละ 3 รอบ คือ สิบโมงเช้า บ่ายสองโมง และสี่โมงเย็นเท่านั้น ส่วนเส้นทางการขี่จักรยานนั้นจะเป็นถนนลาดยางและลูกรัง โดยทุกรอบนั้นจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกแนะนำสถานที่ต่าง ๆ พร้อมกับเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรู้ทางด้านการเกษตรให้ฟังอีกด้วย โดยตลอดทางนั้นทั้งฟ้าและกานต์ ได้ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังได้ความสนุก โดยในเส้นทางจะผ่านป่ายางพารา สวนผลไม้นานาชนิด ชมฟาร์มกวางลูซ่า พร้อมกับฝายน้ำล้นที่มีอายุเกือบ 50 ปี และท้ายสุดก็แวะพักผ่อนถ่ายภาพที่ระลึกกันที่บ้านบนต้นไม้ เดิมทีนั้นทั้งคู่ตั้งใจว่าจะถ่ายภาพกันเพียงเล็กน้อย และรอมาถ่ายภาพกันอีกครั้งกับเด็ก ๆ ในวันพรุ่งนี้ แต่แล้วความสวยงามของธรรมชาติและต้นไม้นานาพันธุ์ กับทำให้ทั้งคู่อดที่จะเก็บภาพสวย ๆ ไว้ทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่ห้องน้ำ

บรรยากาศวันนี้ ทำให้คนทั้งใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น บ่อยครั้งที่กานต์เผลอมองฟ้าในยามที่หญิงสาวไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่เธอหันมาเห็น เขาเป็นต้องเฉไฉมองไปทางอื่น ฟ้าเองเมื่อรู้ตัวว่าถูกมองก็เขินอาย ระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ทุกครั้งที่เธอหันมาทางกานต์ ก็จะพบว่าชายหนุ่มมองมาทางเธอเสมอ และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เธอไม่มีโอกาสแอบมองชายหนุ่มกลับ เนื่องจากทุกครั้งที่เธอแอบมอง กานต์จะมองเธออยู่แล้ว ฟ้าจึงได้แต่เขินอายอยู่ในใจ แต่เก็บอาการไม่ให้กานต์รู้

“กลับกันเถอะค่ะพี่กานต์ ป่านนี้พวกเด็กๆคงตื่นแล้ว” ฟ้าเอ่ยปากชวนเมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลากลับ เธอเป็นห่วงเด็กๆ ที่ป่านนี้คงจะชะเง้อชะแง้คอยเธอและกานต์อยู่ที่บ้าน

“ครับ ป่านนี้คงงอแงกันน่าดู” กานต์ยิ้ม แล้วทั้งคู่ก็พากันกลับ

ด้วยความที่ทั้งสองหายไปนาน ประกอบกับมีรูปถ่ายจำนวนมากมายเป็นหลักฐาน ทำให้เด็ก ๆ ต่างพากันโอดครวญและตัดพ้อต่อว่าที่ทั้งคู่แอบหนีไปเที่ยวโดยที่ไม่บอกกล่าว

“ใครบอกว่าพี่กานต์ไม่ได้บอก พี่ชวนพวกเราแล้วนะ แต่พวกเราอยากนอนหลับกันไปก่อนเองนี่ครับ”

กานต์พูดขึ้นพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะคุกเข่าเพื่อเป็นการง้อเด็ก ๆ ที่ขณะนี้พากันงอนแบบไม่ให้ชายหนุ่มง้อง่าย ๆ แต่เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลา กานต์จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยการชวนเด็ก ๆ ไปพายเรือดูหิ่งห้อยตอนกลางคืนตามที่ได้บอกฟ้าไว้ตั้งแต่แรก เดิมทีเด็ก ๆ ก็ทำท่าว่าจะงอนกันต่อไป ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงพูดแหย่บรรดาเด็ก ๆ ตัวน้อยขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแอบหรี่ตามอง

“ไม่เป็นไรนะครับ ถ้าหากทุกคนไม่อยากไปล่ะก็ เดี๋ยวคืนนี้พี่ คุณปู่ พี่ฟ้า พี่ศิวาก็จะไปกันแค่ 4 คน แล้วก็จะไปถ่ายภาพสวย ๆ กันดีกว่า ใครอยากงอนก็งอนไปนะ พี่กานต์ไม่ง้อล่ะ ดีซะอีกจะได้ไม่มีใครมาแย่งพี่กานต์ถ่ายรูป นับ 1 ถึง 3 คนไหนยังงอนอยู่ก็อดไป 1..2..”

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะนับถึงเลข 3 เด็ก ๆ ก็ต่างพากันโถมตัวเข้าหากานต์ จนล้มขยับเขยื้อนไม่ได้ แล้วทั้งพี่และน้องต่างพ่อต่างแม่ต่างแหล่งที่มา ก็หยอกล้อกอดรัดฟัดเหวี่ยงเล่นกันอย่างสนุกสนาน

หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเย็นกันเรียบร้อนแล้ว กานต์ก็พาลูกทัวร์ ไปพายเรือดูบรรดาเจ้าหิ่งห้อย ตัวน้อย ๆ ที่พากันส่องแสงระยิบระยับ ภายใต้บรรยากาศที่แสนสงบร่มรื่น แข่งกับหมู่ดาวมากมายที่ทอประกายอยู่บนท้องฟ้า จนกานต์อดนึกถึงบทเพลงเพลงหนึ่งซึ่งพูดถึงหิ่งห้อยไว้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง และเพลงนี้มีชื่อว่า” นิทานหิ่งห้อย” ฟ้าเองก็เคยได้ยินเพลงนี้ตั้งแต่สมัยยังเด็กเพราะคุณตา คุณยาย ของเธอก็เคยร้องให้ฟัง และแล้วเสียงอันไพเราะกังวานของฟ้าประสานกับเสียงของกานต์ และศิวา ก็เริ่มขับกล่อมบทเพลงขึ้นอีกครั้ง

เด็กน้อยได้ยินเรื่องราว กล่าวขานมานาน ว่าหากใครได้นับหิ่งห้อย
มาเก็บเอาไว้ใต้หมอน นอนคืนนั้นจะฝันดี จะฝันเห็นดวงดาวมากมาย
ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม


เด็กน้อยนั่งตักคุณยายไต่ถามความจริง ยายยิ้มกินหมาก
หนึ่งคำไม่ตอบอะไรส่ายหัว ใจเด็กน้อยอยากเห็นจริง
อยากเห็นดวงดาวมากมาย อยากเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง อยากฝันสวยงาม
หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบระยับกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู
เด็กน้อยแอบออกมา ไล่คว้าแสงน้อยมาดู ใส่ไว้ในกล่องงามหรู
ซ่อนไว้ใต้หมอน แล้วนอนคอยฝันดี


ตื่นเช้าพอได้ลืมตา มองเห็นคุณยาย มาแกล้งถามว่าเจอะอะไร
สนุกแค่ไหนที่ฝัน ใจเด็กน้อยจึงทบทวน ไม่ฝันเห็นอะไรมากมาย
รีบค้นเร็วไวใต้หมอนเปิดฝานั้นดู

หิ่งห้อยในกล่องตอนนี้เหมือนหนอนตัวหนึ่ง ไม่สวยดังซึ่งตอนอยู่
ใต้ต้นลำพูส่องแสง ยายยิ้มแล้วสอนตาม จะมองเห็นความจริง
อย่าขังความจริงที่เห็น อย่างขังความงาม
หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบระยับกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู
เด็กน้อยถือกล่องออกมา เปิดฝา แล้วแง้มมองดู
หนอนน้อยในกล่องงามหรูก็เปล่งแสงสุกใสบินไปรวมกัน


เด็กน้อยนอนหลับสบายอมยิ้มละไม ใต้หมอนไม่มีกล่องอะไร
ไม่มีสิ่งใดถูกขัง นอนคืนนั้นจึงฝันดี ได้ฝันเห็นดวงดาวมากมาย
ฝันเห็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม (ลัลล้า ลัลล้า จนจางหาย)


“พี่ฟ้า พี่กานต์ คะ/ครับ ถ้าพวกเราเก็บเอาหิ่งห้อยมาเก็บไว้ใต้หมอน เราจะนอนฝันเห็นพ่อกับแม่ของเรามั๊ย’

อยู่ ๆ เด็ก ๆ ก็พากันถามขึ้นอย่างไร้เดียงสาด้วยน้ำเสียงอันแสนเศร้าหลังจากที่ทุกคนกลับมาถึงบ้าน และนอนหนุนตักฟ้าและกานต์ที่ขณะนี้กำลังร้องเพลง ” นิทานหิ่งห้อย” ตามคำขอของเด็ก ๆ อีกครั้ง

ฟ้ายิ้มพร้อมกับเอามือลูบศีรษะของเด็ก ๆ อย่างแผ่วเบาก่อนที่จะตอบคำถาม ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน

“ฝันเห็นสิจ๊ะ สักวันหนึ่งถ้าพวกหนูทำตัวเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซน สักวัน พ่อกับแม่ของหนูต้องมาหา พร้อมกับให้พรวิเศษ ให้หนูเป็นเด็กที่โชคดีตลอดไป”

“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้พ่อกับแม่ของพวกเราอยู่ที่ไหนล่ะคะ”

“ตอนนี้ท่านอยู่บนสวรรค์ไงจ๊ะ อยู่นู่นไงอยู่บนท้องฟ้า เพื่อคอยดูว่าพวกเราเป็นเด็กดีกันหรือเปล่า”

“ทำไมพ่อกับแม่ของพวกเราอยู่ไกลจัง คะ/ครับ ถ้าอย่างนั้นเวลาใครถามแล้วเราจะบอกพวกเค้าว่า พ่อแม่เราหน้าตาเป็นยังไงคะ” เสียงน้อยๆ ยังซักถามต่อไม่ลดละ

“ท่านจะรูปร่างหน้าตาเป็นยังไงก็ไม่สำคัญหรอกจ๊ะ สำคัญอยู่ที่ว่าท่านยังรักและเป็นห่วงพวกหนูอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่มีโอกาสได้อยู่กับพวกหนูอย่างใกล้ชิดก็ตาม”

ฟ้าพูดพลางชี้ชวนให้เด็ก ๆ ดูดวงดาวบนท้องฟ้า ในขณะที่กานต์ก็บรรยายถึงเรื่องเล่าของหมู่ดาวต่าง ๆ ทั้งดาวไถ ดาวลูกไก่ และสารพัดดาวเท่าที่เขาจะสามารถนึกได้ตอนนั้น

คืนนั้นเด็ก ๆ ก็นอนหลับฝันดีกันอีกครั้ง โดยที่พวกเขาไม่มีทางได้รู้ว่าตอนนี้พวกเขาได้สานสายสัมพันธ์ให้กับชายหญิงคู่หนึ่งเข้าให้แล้ว

“พี่กานต์กับพี่ฟ้า เป็นพ่อกับแม่ของพวกเราได้มั๊ยครับ/คะ”
คำถามอันแสนซื่อ จากเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา เล่นเอาทั้งคู่ถึงกับเขินไปพักใหญ่ ก่อนที่จะพากันพยักหน้ารับคำของเด็ก ๆ

“ถ้าอย่างนั้น พี่กานต์ กับพี่ฟ้าก็ต้องจับมือกันแล้วก็กอดพวกเราไว้ อย่างที่พ่อกับแม่ของพวกเราเคยทำนะครับ”

กานต์มองหน้าฟ้าอย่างขอความเห็น ก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับมือเล็ก ๆ ของหญิงสาวมากุมไว้ อย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นเด็ก ๆ ที่ส่งสายตาอ้อนวอน ที่ทำเนี่ยเพราะเห็นกับเด็ก ๆ หรอกนะ ฟ้าแอบส่งสายตาบอกกานต์ เล็ก ๆ

ปู่ทองและศิวา ต่างพากันมองภาพ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ขณะนี้ กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน

“อะฮ้า ท่าทางคราวนี้ไอ้กานต์ มันเสร็จแน่ ดูมันจะสนใจคนของเรานะครับปู่ สงสัยคราวนี้ปู่คงจะได้หลานเขยสมใจอยาก” ศิวาพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี

ชายชราหันมามองผู้ที่อ่อนวัยกว่า พลางพูดขึ้นอย่างถอดทอนใจ

“ถ้าอะไรมันง่ายอย่างที่เจ้าคิดก็ดีซินะ ศิวา เจ้าเองก็อย่าลืมนะว่า ยายฟ้ามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เห็นว่า พ่อแม่ของเค้าจัดการหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก ๆ แถมกานต์เองก็ยังมีเรื่อง อลิส ติดค้างอยู่ในใจอีกต่างหาก เอาเถอะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดหละนะเจ้าศิวา”

“โห ปู่ เรื่องคู่หมั้นของยายฟ้า เค้ายังไม่ได้ตกลงกันแบบเป็นทางการสักหน่อย คุณป้าเองก็ไม่เคยคิดจะบังคับลูกอยู่แล้วนี่ครับ แต่เรื่องเจ้ากานต์กับ อลิส เนี่ย ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จริง ๆ แล้วเรื่องเป็นยังไงกันแน่ เพราะมีคนเห็น อลิส เข้าออก บ้านนายกานต์บ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ปกติเจ้านั่นไม่เคยให้สาวไหนไปที่บ้านเลยนะครับ ผมเป็นเพื่อนกับมันมานาน ผมรู้ดี” ศิวาออกรับแทนเพื่อนพลางมองอย่างส่งกำลังใจ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้ อย่างไรก็ดี เขาได้แต่ภาวนาให้ความรักที่จะเกิดขึ้นราบรื่นด้วยดี

เรื่องราวของความรักไม่เคยมีคำว่าง่ายและไม่เคยมีคำว่ายาก แต่เรื่องราวความรักของกานต์กับฟ้าในวันหน้าจะเป็นอย่างไรนะ

หรือครั้งหน้าสโนว์ไว้ท์จะต้องโดนแม่มดใจร้ายกลั่นแกล้งกันนะ


Create Date : 21 ธันวาคม 2550
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 11:40:06 น. 5 comments
Counter : 134 Pageviews.

 

เดี๋ยวจะเข้ามาอ่านต่อค่ะ ลงชื่อไว้ก่อนแล้วกันนะคะ

หนุกๆ


โดย: LiLLa_JoY วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:7:52:39 น.  

 
คิคิ...ชอบนั่งดูหิ่งห้อยเหมือนกัน

ชอบมากๆ



โดย: gripenator วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:11:40:30 น.  

 
อ่านแล้วอุ่นๆดี
เพลงนิทานหิ่งห้อยผมก็ชอบมากๆ

แต่ปิดท้ายขมวดปมซะ
อยากอ่านต่อตอนนี้เลยอ่ะ...


โดย: ชรันจ์ วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:22:47:11 น.  

 
พระเอกเรื่องนี้
โดนคนเขียนแกล้งซะแล้ว


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:1:32:50 น.  

 
5555 เข้ามาอ่านกันได้เรื่อยๆนะจ๊ะทุกคน


โดย: snowblack07 (zaturday_kero ) วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:16:40:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.