~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 
หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 11)

หาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่ 11)
“กล้องพร้อม ไฟพร้อม 5...4...3...2”

“สวัสดีครับท่านผู้ชมผู้มีเกียรติทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ ‘Life Style by Kan’ ในวันนี้ ผมขอพาทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศอันแสนสวยงามท่ามกลางเสียงคลื่นและกลิ่นไอทะเลกับงานประจำปีของมูลนิธิ..........”

กานต์กล่าวต้อนรับผู้ชมทางบ้านด้วยน้ำเสียงอันแสนสดใส และเป็นกันเอง วันนี้เขาสวมเสื้อคอฮาวายลายสีฟ้าน้ำทะเล กับกางเกงขาสั้นสีครีม โดยมีมาฆะกับการะบุหนิง ยืนอยู่ข้าง ๆ รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยพิธีกรในวันนี้ วันที่กานต์กลับเข้ามาทำงานหน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง

ตึกสีขาวหลังใหญ่ของมูลนิธิกับดูแปลกตาไป เมื่อได้รับการตกแต่งประดับประดาด้วยลูกโป่งสีสันสดใส ซึ่งทางเจ้าของบริษัททำลูกโป่งเจ้าใหญ่ที่เคยเป็นแขกรับเชิญในรายการได้ให้ความอนุเคราะห์อุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมกับส่งทีมงานเข้ามาช่วยตกแต่งบริเวณต่าง ๆ ภายในมูลนิธิ โดยเริ่มจากซุ้มลูกโป่งตรงทางเข้าหน้างาน เสาลูกโป่ง ถุงลมเต้นระบำ ลูกโป่งสวรรค์ แถมปิดท้ายด้วยการแสดงโชว์บิดลูกโป่งจากตัวตลก (bozo) ซึ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนาน และความมีชีวิตชีวา ให้กับงานเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีแฟนประจำรายการอีกท่านหนึ่งรับอาสามานำวงดนตรีมาช่วยบรรเลงบทเพลงเพราะ ๆ ภายในงานให้อีกด้วย

สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ภายในงาน ก็ได้ปู่ทองเอกและศิวาต่างช่วยกันสร้างสรรค์เกมส์สนุก ๆ มาเรียกเสียงหัวเราะพร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานร่วมเข้าแข่งขันกับสมาชิกตัวน้อย ๆ ของมูลนิธิ ทั้งการแข่งขันประกอบบ้านเรือนไทยขนาดจิ๋ว รวมถึงการแข่งขันทำขนมไทย 4 ภาค มีผู้สนใจเข้ามาร่วมชมงานกันอย่างไม่ขาดสาย บางคนถึงกับหอบเอาของใช้ต่าง ๆ มาให้เด็ก ๆ อีกด้วย ซึ่งงานนี้ต้องยกความดีให้กับการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าที่ทางรายการได้จัดเตรียมไว้

และเมื่อการแสดงบนเวทีเริ่มขึ้น ทุกคนก็พากันเดินเข้าไปดูด้วยความสนใจ โดยเริ่มจากการแสดงโชว์ของเด็ก ๆ ซึ่งได้เสียงอันไพเราะและสดใสของฟ้าที่เป็นผู้ร้องเพลงและเล่นเปียโน ประกอบการแสดงให้กับพวกเด็ก ๆ ที่ทำท่าประกอบเพลงกันอย่างพร้อมเพรียง ในเพลง 'Sing' และ เพลง 'จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน'และ เมื่อการแสดงจบลงก็สามารถเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมงานได้อย่างกึกก้อง

การถ่ายทำรายการดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยทางมาฆะกับการะบุหนิงก็พาผู้ชมทางบ้าน ไปเยี่ยมเยียนซุ้มสำหรับจัดจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ที่บรรดาเจ้าตัวเล็กต่างพากันประดิษฐ์ขึ้นอย่างสุดความสามารถ (งานนี้ทั้งคู่แอบโชว์ฝีมือการแต่งซุ้มของตัวเองกันยกใหญ่) แล้วทั้งคู่ก็ทำตาโตและยิ้มอย่างดีใจ เมื่อทางทีมงานแจ้งว่ามีผู้ประสงค์จะบริจาคเงินให้กับทางมูลนิธิเป็นจำนวนถึง 3 ล้านบาท ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีผู้ชมรายการอีกหลายท่านมีความประสงค์จะมอบทุนและอุปกรณ์การศึกษาให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย

จนกระทั่งถึงเวลางานต่าง ๆ ก็เสร็จสิ้นลงด้วยดี ทุกคนต่างช่วยกันเก็บของ โดยที่งานนี้มาฆะกับการะบุหนิง กับเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยถือโอกาสชวนเด็ก ๆ บางคนโดดงานหนีไปเที่ยวข้างนอก โดยไม่สนใจเสียงสวดมนต์ภาวนาของพี่ชายตัวดี ที่ตอนนี้นั่งหน้าซีดอยู่ในห้องธุรการ จนร้อนถึงฟ้าต้องตามเข้ามาดูแลด้วยความห่วงใย

“ทานอะไรก่อนมั๊ยคะทำไมหน้าพี่กานต์ดูซีด ๆ พิกล”ฟ้าพูดอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงนอนหลับตาพิงเสากลางห้องอย่างเหนื่อยอ่อน

“อุ๊ย พี่กานต์ ตัวร้อนจี๋เลย ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

ฟ้าอุทานขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเอามือแตะที่หน้าผากของชายหนุ่ม ซึ่งชายหนุ่มเอาแต่ส่ายหน้า

"พี่ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องฟ้าไปทำอย่างอื่นดีกว่า"

กานต์พูดขึ้นก่อนที่จะหลับตาลงอย่างไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว

ฟ้านั่งลงข้าง ๆ พลางมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างทึ่ง ๆ ระคนสงสาร แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าชายหนุ่มที่นั่งหน้าซีดอยู่ข้างเธอขณะนี้จะเป็นคนเดียวกับพิธีกร ที่แสนจะร่าเริง ขี้เล่น ยิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อชั่วโมบงที่ผ่าน เขาช่างอดทนเหลือเกินที่สามารถเก็บอาการเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าไว้โดยที่ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น คนอะไรนะไม่รู้จักห่วงตัวเองซะบ้างเลย

ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้คิดอะไรต่อ ร่างสูง ๆ ที่ขณะนี้หลับใหลไม่ได้สติ กับพลิกศีรษะกลับมายังฝั่งที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความที่เธอกลัวว่าชายหนุ่มจะนอนหลับได้ไม่สะดวกดังนั้นเธอจึงตัดสินใจประคองศีรษะของเขาให้วางลงบนตักของเธอ ก่อนที่จะค่อย ๆ เอามือลูบผมที่ปรกหน้าของชายหนุ่มออก ภาพชายหนุ่มที่นอนขมวดคิ้วหลับสนิทอยู่ในตอนนี้ ทำให้ฟ้าอดนึกไม่ได้ว่าเขาเป็นเด็กชายจอมดื้อที่ต้องการให้คนมาดูแลมากกว่าผู้ชายขึงขังบ้างาน ที่ไม่เคยยอมท้อกับอุปสรรคใด ๆ

“หลับซะนะคะ พี่กานต์จอมดื้อ”

หญิงสาวกระซิบข้างหูชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนที่จะเอาพัดมาพัดให้อุณหภูมิของคนที่นอนกระสับกระส่ายเหงื่อเต็มตัวคลายร้อนลงบ้าง แถมตอนนี้ยังเอามือใหญ่ ๆ ของตัวเองจับมือฟ้าไว้ ข้างหนึ่ง ดู ๆ แล้วเหมือนเด็กที่เรียกร้องความอบอุ่นจากมารดาในยามที่ป่วยไข้ แล้วแบบนี้จะไม่ให้หญิงสาวสงสาร เห็นใจ และหวั่นไหวได้ยังไง ฟ้ามองชายหนุ่มอีกครั้งด้วยสายตาอ่อนโยน ค่อยๆลูบผมหยิกเป็นลอนไปมาพลางคิด ผมเป็นลอนกลมๆ น่ารักจัง แล้วจึงมองต่อไปยังหน้าของชายหนุ่ม คนอะไร หน้าตาดีจังเลย ตาคมเข้ม ขนตายาวกว่าผู้หญิงซะอีก จมูกโด่งเป็นสัน ปากก็ได้รูป ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนกับรูปปั้นกรีกเลย ฟ้าถือโอกาสจ้องมองหน้าชายหนุ่มใกล้ๆอยู่นาน ก่อนที่จะยิ้ม และบรรจงก้มลงหอมแก้มเขาเบาๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“เจ้าข้าเอ๊ย แบบนี้เอาแบบไม้สักทั้งหลังหรือว่าเอาแบบติดแอร์ดีหนอ”

เสียงแจ้ว ๆ ที่ดังแสบแก้วหูอยู่ข้าง ๆ ถึงกับทำให้กานต์เด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ก่อนที่จะหันไปมองต้นเสียงและคนอื่น ๆ อย่างงุนงง โดยเฉพาะฟ้าที่ดูหน้าแดงชอบกล

“น้องฟ้าไม่สบายหรือเปล่าครับ ทำไมหน้าแดงขนาดนี้”

กานต์ถามขึ้น และมองกลุ่มคนที่ยืนอมยิ้มมองมาที่เขาอยู่ในขณะนี้

“ก็ทำไมจะไม่แดงหละเจ้าคะ คุณพี่เล่นนอนหลับบนตักของฟ้ามาเกือบ 3 ชั่วโมงกว่า ๆ แถมใครมาปลุกก็ส่งเสียงคำรามใส่”

แก้วทำหน้าทะเล้นใส่พี่ชายก่อนที่จะเริ่มต้นเล่าเรื่องเป็นฉาก ๆ อย่างโอเว่อร์แอ๊กติ้ง

“ใครก็ไม่รู้ ไม่สบายแต่ก็ยังฝืนทำงาน อย่างกับอยากตายในหน้าที่ แล้วพอสุดท้าย เจ็บเกินที่ร่างกายจะรับไหวก็อาศัยฟ้าเป็นกำแพงพิงหลับไป จนเจ้าตัวทนไม่ไหวต้องให้น้อง ๆ เอาหมอนกับยามาให้แต่ใครก็ไม่รู้ไม่ยอมนอนหมอนเอาแต่นอนหนุนตักฟ้า ไม่ยอมปล่อยเลย รู้มั๊ยว่าฟ้าเค้าเมื่อยและเหนื่อยขนาดไหน”

ว่าแล้วแก้วและทีมงานอีก 2 คน ก็ช่วยประคองพี่ชายจอมอึดให้ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ

“ ว่าแต่ไม่สบายแล้วทำไมไม่บอก เกิดเป็นอะไรมากไปกว่านี้ พ่อกับแม่แล้วคนอื่น ๆ จะเป็นห่วงมากแค่ไหน”

หลังจากต่อว่าต่อขานพี่ชายสุดที่รักเสร็จสรรพแล้ว ก็สั่งให้ทีมงาน”ขนย้าย”กานต์ไปที่บ้านพัก ก่อนที่จะปล่อยให้ชายหนุ่มนอนหลับไปอีกพักใหญ่ และเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นบ้านดูเงียบเหงา ไร้แม้แต่เงาของนกและแมลง

“คุณกานต์อยู่ที่เองหรือคะ ไปอาบน้ำอาบท่า ลงมาทานข้าวซะนะคะ”

กานต์พยักหน้ารับคำคุณป้าแม่บ้านด้วยความน้อยใจนิด ๆ เมื่อทราบว่าทุกคนต่างพากันออกไปเที่ยวทิ้งให้เขาอยู่บ้านอยู่คนเดียว แต่ก็ยังดีที่วันนี้คุณป้าแม่บ้านชวนไปทานอาหารที่บ้านกับหลาน ๆ ของเธอ

“วันนี้ป้าเห็นคุณกานต์เหนื่อยมาทั้งวันก็เลยทำอาหารมื้อพิเศษไว้ให้นะคะ เดี๋ยวคุณกานต์เห็นต้องชอบใจแน่ ๆ เลย”

ชอบใจ ใช่เค้าชอบใจและชื่นชมในความมีน้ำใจของคุณป้าแม่บ้านเป็นอย่างมาก แต่ว่าคนอื่น ๆ เนี่ยนะซิกับทิ้งเค้าไปหมดเลย แม้แต่น้องฟ้าก็เป็นไปกับเค้าด้วย กานต์เผลอกัดปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะเดินตามคุณป้าแม่บ้านเดินลัดเลาะไปตามชายหาดอย่างเหงาหงอย

‘เอา มัวเดินเซื่องเป็นหมาเอ๊ยแมวหงอยอยู่นั่นหละพี่กานต์ ปล่อยให้พวกเรารอกันอยู่ตั้งนาน”

เสียงอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟที่ค่อย ๆ ส่องสว่างขึ้นอย่างช้า ๆ ทีละดวง ๆ จนกระทั่งความสว่างทำให้สามารถเห็นคนกลุ่มคนที่ยืนอยู่ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ ภาพของฟ้าที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อแขนกุดสีขาว ใส่กระโปรงผ้าฝ้ายสีฟ้า สวมกำไลที่ร้อยจากเปลือกหอยสีสะอาดตา สวมช่อดอกไม้ไว้บนศีรษะ กับสว่างไสวในใจเขามากเป็นพิเศษ

“ตะลึง ตะลึง ตะลึง เอาพี่กานต์มัวแต่ตะลึงอยู่ได้มานี่ดีกว่า งานนี้พวกเราจัดเพื่อพี่โดยเฉพาะกิจเลย”

สิ้นเสียงของน้อง ๆ ในทีม ชายหนุ่มผู้ที่เคยน้อยใจในโชคชะตาก็ยิ้มแก้มปริเมื่อเห็น ทุกคนช่วยกันตกแต่งสถานที่บริเวณชายหาดให้กลายเป็นที่จัดงานเลี้ยงขนาดย่อม ประดับประดาไปด้วยดอกกล้วยไม้และดอกลีลาวดี

“พี่กานต์ครับพวกเราเองก็ไม่ค่อยมีหัวคิดสร้างสรรค์เท่ากับพี่สักเท่าไหร่แต่งานนี้พวกเราพยายามจัดสถานที่กันอย่างสุดความสามารถนะครับ” หนึ่งในทีมงานของเขากล่าวขึ้น

กานต์สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อไม่ให้เผลอมีน้ำตาออกมา

“พี่ไม่ได้อยากที่จะเห็นของที่สวยงามมากที่สุด แต่ว่าน้ำใจของทุก ๆ คนที่ทำให้พี่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด ๆ ที่พี่เคยได้พบนะ”

ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดอะไรมากไปกว่านี้น้อง ๆ ทีมงานทุกคนก็วิ่งเข้าไปล้อมกลุ่มจับมือกานต์อย่างดีใจเป็นที่สุด

“แต่โบนัส คิดตามความขยันเหมือนเดิมนะ ใครมาสายก็หักตามปกติ” กานต์มองลูกน้องด้วยหางตา ยิ้มมุมปากแสดงความเจ้าเล่ห์

“โห พี่กานต์ขี้งกที่สุดในโลก เหมือนเดิม”

“ถ้าไม่งก ก็ไม่ใช่พี่ชายแก้วนะซิ” ว่าแล้วทุกคนก็พาหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

“นี่ขนาดคุณป้าแม่บ้านก็ยอมร่วมมือด้วย พวกแกนี่ร้ายจริง ๆ หลอกกระทั่งผู้ใหญ่”

“ใครบอกหละต้นคิดเรื่องนี้มาจากคุณป้านั่นหละ”ทุกคนตอบพลางหัวเราะที่เห็นกานต์หันไปมองแม่บ้านคนเก่าแก่ประจำตระกูล พร้อมกับทำหน้าเหวอ ๆ

“เฮ้ย เป็นไปได้”

หลังจากที่ทุกคนนั่งลงบนเสื่อผืนใหญ่ อาหารทะเลหลากชนิด ก็ถูกลำเลียงออกมา ให้คนที่นั่งอยู่น้ำลายสอไปตาม ๆ กัน เพราะหน้าตาอาหารแต่ละจานล้วนแต่น่ารับประทาน ไม่ว่าจะเป็น ห่อหมกทะเลเผา กุ้งอบเนย ปูผัดผงกระหรี่ ต้มยำทะเล และไข่เจียวปู

“งานใดที่ไม่มีดนตรีกาล ก็ไม่ใช่สันดานของพวกเรา”

เสียงบรรดาทีมงานกล่าวขึ้น หลังจากที่รับประทานทานอาหารกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ก่อนที่จะพากันคว้าเครื่องดนตรีประจำตัวขึ้นมาบรรเลงเพลงอย่างเมามันส์ โดยมีแก้วซึ่งอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีน้ำตาลเข้ม กางเกงขาสั้นสีขาว แถมเอาผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่สีแดงมาโพกศีรษะ ทำราวกับโจรสลัดหญิง ส่วนมาฆะเองก็ไม่รู้ว่าไปหาเสื้อกล้ามสีขาวสลับดำที่ตกแต่งด้วยลูกปัดและกระดุมดูแปลกตา กับกางเกงเลสีเหลืองแป๊ด เอาพวงมาลัยดอกกล้วยไม้ 3 พวงมาคล้องคอ เป็นหัวโจกนำทุก ๆ คน เต้นระบำชาวเกาะด้วยท่าทางประหลาด ๆ แถมท้ายด้วยการหาเกมส์มาให้ทุกคนได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่แปลกที่ทุกครั้งที่เล่นเกมส์กานต์มักจะจับสลากได้อยู่ทีมเดียวกับฟ้าเสมอ (โห ช่วยกันเชียร์จนออกนอกหน้าแบบนี้ เจ้าตัวเค้าไม่รู้กันเลยเนอะ) จนกระทั่งนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ทุกคนต่างก็พากันมานั่งล้อมวงหาเพลงเพราะ ๆ ที่เข้ากับบรรยากาศมาผลัดกันร้อง จนกระทั่งถึงคิวของการะบุหนิงและมาฆะ ทั้งคู่ต่างพากันถกเถียงถึงเพลงที่ตัวเองอยากจะร้อง จนทำให้บางคนขอตัวไปรับลมทะเลพร้อมกับกระซิบบอกคนที่เหลือว่าถ้าสองคนนี้เลือกได้เมื่อไหร่ก็ตะโกนบอกด้วยก็แล้วกัน ไม่เว้นแม้แต่กานต์กับฟ้าก็ขอลาเช่นกัน

หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง เพราะต้องการหนีเสียงที่ดังปานฟ้าผ่า ของ 2 จอมโวยวาย กานต์กับฟ้าก็พากันเดินลัดเลาะไปตามผืนทราย ที่ยังคงดูสดใสแม้จะเป็นในยามค่ำคืนก็ตาม

“เฮ้ย ๆ ๆ พวกแกว่าพี่กานต์จะยอมสารภาพมั๊ยวะ”

พวกทีมลิงเอ๊ยทีมงาน แถมท้ายด้วยนักร้องชื่อมาฆะและน้องสาวอย่างการะบุหนิง ต่างพากันกลับมาสุมหัวเอ๊ยรวมกลุ่มเมื่อเห็นเป้าหมายติดกับดักที่วางแผนไว้

“นั่น ๆ พี่กานต์เดินไปหาน้องฟ้าแล้ว เฮ้ย งานนี้น่าจะมีลุ้น เดี๋ยวก็รู้คำตอบ พวกเรามาร้องเพลงกันต่อดีกว่า”

ว่าแล้วบรรดานักวางแผน(มือใหม่)ก็พากันร้องเพลงกันไปตามเรื่องตามราว แต่ตากับจับจ้องไปที่เป้าหมายอย่างลุ้นกันสุดตัว

“วันนี้พี่ก็ต้องขอโทษที่เผลอนอนหนุนตักน้องฟ้าเป็นชั่วโมง ๆ เลย ”

กานต์พูดด้วยน้ำเสียงเขิน ๆ เมื่อนึกถึงตอนที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักฟ้าอย่างมีความสุขท่ามกลางสายตาของบรรดาพวกหูตาสับปะรดสุดแสบ แต่แค่นั้นไม่พอไอ้มือเจ้ากรรมดันไปเกาะเอวเล็ก ๆ ของหญิงสาวไว้ทั้งสองข้างอีกต่างหาก เขาไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ แต่คงจะเป็นเพราะเสียงเรียกร้องจากหัวใจมากกว่า

“ไม่เป็นไรคะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ก่อนที่จะก้มลงมองพื้นทราย ด้วยความเขินอาย เมื่อเห็นสายตาระยิบระยับของเขาที่มองมายังเธอ
ก่อนที่จะต้องร้องเพลงรอไปมากกว่านี้ วินาทีนั้น กานต์ตัดสินใจเอื้อมมือไปจับมือของฟ้าไว้ทั้งสองข้าง พร้อมกับมองไปยังใบหน้าสวยหวาน ด้วยแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าบอกความในใจให้ผู้หญิงที่ทำให้ใจเขาหวั่นไหว

“ขอบคุณที่ทำให้พี่รู้จักกับคำว่า ‘ความรัก’ นะครับ” กานต์ก้มลงกระซิบบอกรักที่ข้างหูหญิงสาวตรงหน้าอย่างอ่อนหวาน

คำพูดของเขาทำให้คนที่อยู่ตรงหน้า หัวใจเต้นแรง หน้าแดงแล้วแดงอีก เขาไม่ใช่คนแรกที่เข้ามาบอกรักแต่เป็นคนแรกที่เธอรู้สึกรัก แล้วแบบนี้เธอควรจะตอบเขาไปยังไงดีนะ

หญิงสาวได้แต่ยืนยิ้มเขินอาย แต่ก็จ้องตาเขากลับเหมือนกับอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกของเธอให้เขารับรู้ เธอได้แต่ยืนมองสลับกับก้มหน้าโดยไม่กล้าเอ่ยคำพูดใดออกมา

“พี่ไม่ได้คาดคั้นเอาคำตอบจากเรานะ พี่แค่อยากจะบอกความรู้สึกดี ๆ ที่พี่มีต่อฟ้าเท่านั้นเองครับ”

“ฟ้าว่าให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ดีกว่าคะ ฟ้าเองก็ยังต้องกลับไปเรียนต่ออีกสักพัก อีกอย่างคุณพ่อคุณแม่ฟ้าท่านก็ดุไม่ใช่น้อยเลยนะคะ”

“นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับพี่ พี่จริงจังและพร้อมเสมอที่จะพบคุณพ่อกับคุณแม่ของฟ้า ให้ท่านรับรู้ว่า พี่รักลูกสาวของท่านจริงๆ” กานต์พูดจบก็ยกมือสองข้างของฟ้าขึ้นมาจุมพิต จนหญิงสาวเขินอายรีบดึงมือกลับเบาๆ

“ฟ้าจะคอยดูค่ะ ว่ารักของพี่กานต์เป็นของจริงหรือเปล่า”

เมื่อพูดจบประโยคแล้วฟ้าก็กลับหลังเดินจากไป ปล่อยให้กานต์ยืนนิ่งสมองไม่สั่งการอยู่พักใหญ่ เฮ้ย แบบนี้ก็มีความหวังแล้วซิเรา ไม่ใช่รักเขาข้างเดียวนี่หว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ว่าแล้วกานต์ก็ขยับจะเดินตามหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว

ราวกับรู้จังหวะเวลาเป็นอย่างดี เมื่อพวกวงดนตรีสมัครเล่นที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ต่างพากันร้องเพลง รักคุณเข้าอีกแล้ว - บอย โกสิยพงษ์ feat. ป๊อด โมเดิร์นด๊อก อย่างพร้อมเพียง โดยมีมาฆะรับหน้าที่เป็นวาทยกรจำเป็น (จริง ๆ แอบซ้อมกันมาหลายรอบมาก)

“เฮ้ย ไอ้พวกนี้” กานต์ตะโกนร้องพลางวิ่งเข้าหาวงดนตรีสมัครเล่น ที่ต่างแตกกระจายกันไปคนละทิศละทาง แต่ก็ยังคงประสานเสียงร้องเพลงกันอย่างพร้อมเพรียง

เก็บเพลงรักนี้ ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ
ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจ
ชั่วนิรันดร์ (ชั่วนิรันดร์)

มีเพลงเพลงนึงที่เคยร้องให้เธอฟัง
แต่ไม่รู้ว่ายังจำได้หรือเปล่า
วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป
แต่ใจความในเพลงนั้นของเรา

* ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึง ความรักที่ลึกซึ้ง
และยังคงตรึงในหัวใจนานแค่ใหน ก็เหมือนเก่า
เหมือนวันแรกที่เรา เจอะกัน

** เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ
ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน
แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงสักแค่ไหน
แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น
ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์
ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร
จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว
และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว
และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป
ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้
โดยไม่มีวันทวงกลับคืน

กาลและเวลาที่เปลี่ยนหมุนและเวียนไป
อาจจะทำให้หัวใจใครหมุนตาม
แต่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนหมุนไปยังไง
ใจความในเพลงนั้นของเรา


ฉันขอใช้ช่วงเวลาทั้งชีวิตที่ฉันมี
ฉันขอใช้ไปกับเธอ กับเธอ เธอคนนี้


ฉันขอมอบชีวิตทั้งหมดไว้
ฝากให้กับเธอเพียงผู้เดียว


ท่ามกลางหาดทราย สายลม และจุดเริ่มต้นของความรัก ยังมีอะไรให้ผู้คนได้รู้จักกับรอยยิ้มและการสูญเสียน้ำตาในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน





Create Date : 17 มกราคม 2551
Last Update : 25 สิงหาคม 2552 17:14:25 น. 1 comments
Counter : 110 Pageviews.

 


"แวะมาบอกลา (ชั่วคราว)
ในวันที่เศร้าอ่อนล้า
หัวใจยังเหนื่อยหนักหนา
เมื่อแกร่งแล้วจะกลับมาเหมือนเดิม"


zwani.com myspace graphic comments
Myspace Animated Graphics>


โดย: แม่ส้มแป้น วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:17:12:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.