~~**~~ WELCOME TO SNOWBLACK WORLD~~ **~~
Group Blog
 
All blogs
 
หาดทราย สายลมและจุดเริ่มต้นของความรัก (ตอนที่16)

1 ปีต่อมา ....

“เรียบร้อยหรือยังครับน้องฟ้า เดี๋ยวเราเราจะต้องรีบไปที่โรงแรมกันแล้ว”

“พร้อมแล้วคะ พี่กรระวี ขอโทษนะคะที่ฟ้าแต่งตัวนานไปหน่อย”

หญิงสาวตอบขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา วันนี้เธอสวมชุดราตรีสีขาว ดูสง่างามราวกับเจ้าหญิง ก่อนที่จะเดินตามชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาดี ท่าทางภูมิฐาน ที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะกลายเป็นคู่หมั้นเธอโดยสมบรูณ์แบบ

ภาพ 1 หนุ่ม 1 สาว ที่สมกันทั้งฐานะ ชาติตระกูลและหน้าตาทางสังคม ทำให้นักข่าวสายบันเทิงที่ถูกเชิญมาร่วมในงานแถลงข่าวงานหมั้นระหว่าง กรระวี การ์ดเนอร์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ อนาคตไกล กับ ฟาริดา อัศรานนท์ ลูกสาวคุณหญิงเฟื่องฝน เจ้าของร้านเพชรชื่อดังในเมืองไทย ทุกอย่างจัดขึ้นเพราะคำว่าหน้าตาทางสังคม แต่งานในวันนี้กลับทำให้ฟ้าต้องทรมานใจอย่างบอกไม่ถูก

“เป็นอะไรไปครับน้องฟ้า ทำไมถึงได้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดขนาดนั้น’

หญิงสาวหันไปยิ้มให้คนที่นั่งข้าง ๆ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาช้า ๆ

“พี่ระวีแน่ใจแล้วหรือคะ เกี่ยวกับเรื่องงานหมั้น เรื่องของหัวใจเราสองคน”

ฟ้าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่กังวลจนปิดบังไม่อยู่

‘แน่ใจซิครับ พี่ตัดสินใจแล้ว เพื่อความสุขของเราทั้งสองคน พี่จะทำให้น้องฟ้ามีความสุขมากที่สุดเท่าที่พี่จะสามารถทำได้ครับ พี่สัญญา”

ว่าแล้วอุ้งมือใหญ่ก็บีบมือเล็ก ๆ ที่แสนบอบบาง ราวกับจะให้กำลังใจคนตรงหน้า

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“แน่ใจเหรอพี่กานต์ว่างานนี้จะไม่เปลี่ยนใจ ให้แก้วเป็นคนดำเนินรายการแทนก็ได้นะคะ แก้วทำได้คะ”

การะบุหนิงถามพี่ชายของตนด้วยความเป็นห่วง แต่กับได้รับรอยยิ้มของเขาแทนคำตอบ

“ไม่เป็นไรนะแก้ว พี่เป็นมืออาชีพนะ ทำงานแบบนี้มาตั้งหลายครั้งแล้ว เราจะมาห่วงอะไรพี่หละ”

กานต์ให้ความมั่นใจกับน้องสาว พร้อมกับเอามือตบบ่าเธอเบา ๆ ก่อนที่จะสวมสูทตัวโปรดเตรียมตัวทำหน้าที่ของตนเอง

แก้วมองตามร่างสูงของพี่ชายที่เดินอย่างสง่าผ่าเผยออกไปทางด้านหน้าเวที ใช่ เธอ รู้ดีว่าพี่ชายเธอนั้น เคยเจอกับงานแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งชื่อว่าที่เจ้าสาวของงานไม่ใช่ คุณฟาริดา อัศรานันท์ หรือ ฟ้า อดีต คนรักเก่าของเขาสักหน่อย ทำไมนะพรหมลิขิตถึงได้เล่นตลกกับพี่ชายเธอขนาดนี้

ภาพชายหนุ่มร่างคุ้นตาที่ยืนยิ้ม แถมพูดแซวเธอกับคู่หมั้นอย่างสนุกสนาน ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนนั้น ทำให้ฟ้ายิ่งรู้สึกเจ็บแปลบในใจอย่างบอกไม่ถูก แถมนางแบบที่เป็นคนนำกล่องแหวนหมั้นมาให้เธอกับกรระวีนั้น ก็คือ อลิศรา ที่ในขณะนี้มีข่าวว่าคงจะเป็นว่าที่เจ้าสาวตัวจริงของกานต์อย่างแน่นอน หญิงสาวอดนึกถึง ภาพและข่าวที่ได้เห็นทางหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อเช้านี้ไม่ได้ กานต์ยิ้มอย่างมีความสุขในขณะที่จับมือของอลิสไว้แน่น เขาคงจะลืมเลือนเธอไปจากหัวใจซะแล้ว ใช่ซิก็เธอเป็นแค่คนที่มีค่าเวลาที่เขาเหงาเท่านั้น ความปรารถนาของเธอในตอนนี้คือ อยากให้งานในวันนี้จบไปเร็ว ๆ สักที เธออยากจะหนีให้ไกลจากคนที่ชื่อ กานต์ ธรรมธารัย เหลือเกิน แต่ก็เหมือนว่าฟ้ายิ่งกลั่นแกล้ง เมื่อทางสถานีโทรทัศน์ได้ขอให้รายการ ‘Life Style By Kan’ ได้สิทธิในการสัมภาษณ์ฟ้า และติดตามฟ้าไปทำกิจกรรมที่ ‘มูลนิธิชลาธิป’ ตลอดทั้ง 7 วัน และแน่นอนผู้ดำเนินรายการจะเป็นใครได้ถ้าไม่ใช่คนที่เธอเคยเสียน้ำตาและความรักให้กับเขา

“อึ๋ย ทำไมทางผู้ใหญ่ต้องมาเลือกรายการเราสัมภาษณ์คุณฟ้า แถมยังให้พี่กานต์เป็นผู้ดำเนินรายการในงานหมั้นอีกต่างหาก แถมตอกย้ำกันอยุ่ได้ว่าสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก น่าสงสารพี่กานต์จริง ๆ เลย”

การะบุหนิงบ่นให้ทีมงานฟัง หลังจากที่เห็นตารางงานที่ทางสถานีส่งมาให้ หญิงสาวเล่าเรื่องทั้งหมดให้ มีนา มาฆะ และฮินะ ฟังอย่างละเอียด ทุกคนต่างก็พากันนิ่งเงียบเพื่อไว้อาลัยให้กับกานต์ เอ๊ย ไม่ใช่ ต่างพากันครุ่นคิดว่าจะสามารถช่วยกานต์ได้อย่างไรบ้าง

“ก็ในเมื่อพี่กานต์เป็นพี่ชายที่พวกเราเคารพรัก ดังนั้นพวกเราต้องหาทางให้ทั้งคู่คืนดีกันให้ได้ มีเวลาอีกตั้ง 7 วัน ในระหว่างการถ่ายทำ เราต้องทำให้ 2 คนนั่นกลับมารักกันเหมือนเดิมให้ได้”

มาฆะพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ

“ว่าแต่นายว่างขนาดนั้นเลยเหรอ”

เสียงอีก 3 คนที่เหลือดังขึ้นพร้อมกัน

“แหะ ๆ ไม่ได้ว่างทุกวัน ก็ต้องช่วย ๆ กันหละ แต่ตัวแปรสำคัญก็ คือ อลิส พวกเราควรจะพูดความจริงให้คุณฟ้าได้รู้เข้าใจมั๊ย อีกอย่างพวกเราลืมผู้ช่วยคนสำคัญกันไปหรือเปล่า ก็พวกเด็ก ๆ ไง”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“พี่กานต์ / พี่ฟ้า คิดถึงจังเลย ครับ/คะ”

เสียงอึกกะทึกครึกโครม และความโกลาหลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำเอามูลนิธิปั่นป่วนไปครู่ใหญ่เลยทีเดียว เมื่อบรรดาเด็กแคระทั้ง 7 ต่างพากันวิ่งเข้ามากอดคนทั้งคู่ด้วยความคิดถึง

“พี่ฟ้าหายไปตั้งนาน พวกเราคิดถึงมากเลย ครับ/คะ มีแต่พี่กานต์ พี่แก้ว พี่มาฆะ ที่มาเยี่ยมพวกเราบ่อย ๆ ต่อไปพี่ฟ้าต้องมาบ่อย ๆ น๊า ให้พี่กานต์พามาก็ได้ ครับ/คะ“

ฟ้าถึงกับน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ เมื่อได้ยินคำพูดของเด็ก ๆ นอกจากนี้ ทุกคนต่างก็ขนเอาอัลบั๊มรูปเก่า ๆ มาให้พี่ ๆ ทุกคนได้ดู ทำให้ฟ้าอดที่จะหวนรำลึกถึงวันแรกที่เธอพาเด็ก ๆ ไปเดินเล่นจนได้พบกันกานต์ และการพบกันหลังจากนั้น รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ทั้งคู่เคยทำร่วมกัน รวมทั้งภาพสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้ถ่ายร่วมกันท่ามกลาง หาดทรายและสายลม ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม เดิมที ทั้งกานต์และฟ้า ต่างก็ตั้งใจว่าจะเผชิญหน้ากันให้น้อยที่สุด จะคุยกันเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น แต่พอมาถึงที่นี่ รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ทำให้ทั้งคู่อดที่จะมองหน้ากันพร้อมกับหัวเราะตามไม่ได้

“ช่วงเวลาที่คุณฟ้ารู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต คือ ตอนไหนครับ” กานต์ถามคำถามนี้ขึ้น ในระหว่างการถ่ายทำ ฟ้าค่อย ๆ มองหน้าเขาและเด็ก ๆ ก่อนที่จะยิ้ม

“ช่วงเวลาที่ฟ้ามีความสุขที่สุด คือ การที่ครั้งหนึ่ง ฟ้าได้อยู่กับคนที่ฟ้ารักท่ามกลางสีสันที่สวยงามของท้องทะเล และรอยยิ้มอันสดใสของพวกเด็ก ๆ คะ ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ ก็ตามคะ”

ท้ายเสียงของหญิงสาวฟังแล้วดูเศร้าพิกล จนทำให้การะบุหนิงซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมต้องรีบเปิดประเด็นเรื่องกิจกรรมของเด็ก ๆ แทน เพื่อทำให้ความเศร้าหมองจางหายไป

ในระหว่างที่การถ่ายทำดำเนินไปเป็นวันที่ 3 พร้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างกานต์และฟ้า ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะดีขึ้นตามลำดับ ก็กลับต้องชะงักลง เมื่อ อลิส และ กรระวี ต่างเดินทางมาเยี่ยมชมการถ่ายทำ โดยที่ อลิส นั้นวางตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกานต์อย่างเปิดเผย พร้อมกับมองไปทางฟ้าและว่าที่คุ่หมั้นของเธออย่างไม่แยแส บรรยากาศภายในร้านอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัด เมื่อ อลิส เอาแต่คุยอวดเรื่องราวระหว่างเธอและกานต์ ราวกับจงใจจะให้ฟ้านั้นได้รับฟัง โดยที่การะบุหนิง มีนา และมาฆะ เท้าแขนนั่งฟังด้วยอาการเซ็ง ๆ โดยที่ กานต์ และ ฟ้า ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างเฝื่อน ๆ

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวไปเดินเล่นทางนู้นกันก่อนนะคะ ไปจ๊ะเด็ก ๆ “ ว่าแล้วการะบุหนิง มีนาและมาฆะ ก็ทำท่าจะลุกออกไป แต่ปรากฏว่าบรรดาเด็ก ๆ กลับไม่นั่งอยู่ในที่ที่ควรจะนั่งแต่กลับไปยืนออกันอยู่ตรงบริเวณตู้เพลงที่ทางร้านจัดไว้ให้บริการ

“พี่ ๆ ครับ/คะ มาร้องเพลงนี้ให้ฟังหน่อยซิคะ คนเมื่อกี๊นี้เค้าเลือกไว้แต่ว่าเค้ายังไม่ทันได้ร้องก็เดินออกไปซะก่อนคะ”

แก้ว มีนาและมาฆะ ชะโงกหน้าไปมองชื่อเพลง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างเจื่อน ๆ

“แหะ ๆ ตรงกับชีวิตจริงใครบางคนแถว ๆ นี้เลย”

ว่าแล้วมีนาและมาฆะ ต่างก็ถือไมล์คนละตัว ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปยังโต๊ะที่อีก 4 คน ที่กำลังนั่งทานอาหารกันอย่างแกน ๆ

เจ็บสักเท่าไหร่ก็ต้องรับมา เจ็บสักเท่าไหร่ก็ต้องรับมา

จากคนคนที่เคยมีใจกันอยู่ เปลี่ยนไปเป็นไม่มีเยื่อใยต่อกัน
อยากลืมลืมทุกสิ่ง ลบล้างเรื่องวันวาน หากเราไม่เห็นกันคงลืมกันได้
หนักใจตรงที่ความจำเป็นบางอย่าง กดดันทำให้เราเจอกันต่อไป
ยิ่งเจอใจยิ่งเจ็บ มันทรมานเกินไป ห่างกันไปให้ไกลมันยังดีกว่า

คนที่รักร้างไกลนั้นเจ็บไม่นาน คนไม่รักใกล้กันช้ำใจยิ่งกว่า
แต่ว่าหนทาง ทางของคน ไม่มีให้เลือกเท่าไหร่เจ็บสักเท่าไร ก็ต้องรับมา

อีกนาน นานเท่าไร มันจึงจะจบ จบไป ไปให้ไกลไกลกันสุดตา
อยากมีชีวิตใหม่ ไม่ต้องมีเธอมา ต้องเจอกับสายตา เย็นชากันอยู่
เจ็บปวดเสมอที่ต้องเจอกัน เอ่ยปากต่อกัน เหมือนคนใหม่
จำใจแสดง แกล้งทำกันไป อย่างไม่ค่อยเต็มใจ อย่างกับคนไม่เคยรักกัน


ตั้งแต่ที่ทำนองเพลงขึ้น จนกระทั่งเพลงจบลง กานต์และฟ้าต่างก็นั่งจ้องหน้ากันไปมา ราวกับว่าจะถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดที่อยุ่ลึก ๆ ในใจ ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ อลิส เอง ก็คงสังเกตเห็นปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ดังนั้นจึงลุกพรวดขึ้น พร้อมกับขอตัวออกไปเดินเล่นข้างนอกเสียเอง

หลังจากที่รับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ อลิส และ กรระวี จะต้องเดินทางกลับ ก็ปรากฏว่ารถของอลิสเกิดเสียขึ้นมา หญิงสาวจึงทำท่าอิดออดอยากจะอยู่ค้างคืนที่บ้านพักตากอากาศของกานต์ แต่ด้วยความที่มีงานเดินแบบแฟชั่นโชว์ชุดสำคัญรออยู่ กรระวี จึงอาสาที่จะไปส่ง อลิส ให้ถึงจุดหมายด้วยตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนนะครับฟ้า ฝากคุณกานต์กับทุกคนช่วยดูแลคู่หมั้นผมด้วยนะครับ ส่วนคุณ อลิส ผมจะช่วยดูแลแทนให้นะครับ”

กรระวีโปกมืออำลาทุกคนก่อนที่จะรีบขับรถกลับกรุงเทพเพราะมีงานที่จะต้องกลับไปสะสางต่อ

การะบุหนิง ทรุดตัวลงบนผืนทราย ก่อนที่จะทำหน้าเศร้า ด้วยความสงสารและเห็นใจพี่ชายของตัวเองยิ่งนัก ยิ่งเมื่อนึกถึงสายตาที่คนทั้งสองมองกันด้วยความอาลัยอาวรณ์ หญิงสาวนึกเจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้ เพราะเรื่องราวต่าง ๆ ไปไกลกว่าที่เธอคิดนัก การที่จะให้ฟ้าถอนหมั้นกับคุณกรระวี ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ไหนจะ อลิส ที่เกาะติดพี่ชายเธอแจ แถมยังเจ็บใจที่พี่ชายตัวเองเอาแต่เงียบเฉยไม่ยอมพูดในสิ่งที่ควรจะพูดออกมาสักที หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่สักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจช่วยให้พี่ชายของเธอได้มีความสุข แม้จะเป็นความสุขในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ว่าแล้วเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเรียกบรรดาที่ปรึกษามาทำให้แผนของเธอบรรลุวัตถุประสงค์

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการถ่ายทำ ฟ้า อยู่ในชุดลำลองสีสดใส กำลังสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงอย่างมีความสุข ในช่วงเช้า ก่อนที่ทางทีมงานจะช่วยกันไปเตรียมสถานที่ถ่ายทำฉากสุดท้ายกันในงานประจำปีของวัดแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากมูลนิธินัก โดยมี กานต์ ฟ้าและเด็กแคระทั้ง 7 ที่ตอนนี้กลายเป็นดาราจำเป็น พาทุกคนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศงานวัด ที่มีทั้งร้านอาหารอร่อย ๆ มากมาย เด็ก ๆ พากันยืนเรียงแถวพร้อมกับรับประทานขนมสายไหมสีสวยกันอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับสั่งน้ำสมุนไพรอย่าง น้ำมะขาม น้ำลำไย น้ำมะพร้าว มาดื่มแก้กระหาย หลังจากนั้น ต่างก็พากันจูงมือ ฟ้าและกานต์ ไปเล่นเกมส์ปาเป้า สอยดาว ยิงปืน กันอย่างไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย

‘”ท่านผู้ชมครับงานนี้ ผมกับคุณฟ้า เพิ่งรู้ว่าพวกเราเริ่มแก่ตัวลงไปกันมาก เพราะแรงดีสู้พวกเด็ก ๆ ไม่ได้จริง ๆ ครับ”

กานต์หันมายิ้มให้กับกล้อง ก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนพื้นพร้อมกับหอบแฮ่ก ๆ จนฟ้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ แถมยังคว้ากล้องขึ้นมาถ่ายภาพชายหนุ่มนับสิบภาพ และหยิบมาชูขึ้นที่หน้ากล้องเพื่อให้ผู้ที่ติดตามรายการได้รับชมกัน เดินไปได้อีกสักพักหนึ่ง เด็ก ๆ ต่างก็พากันชี้ไม้ชี้มืออย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นเครื่องเล่นที่ชื่อว่าชิงช้าสวรรค์อย่างเต็มตา ท่ามกลางความชุนมุลวุ่นวายระหว่างเด็ก ๆ กานต์ ฟ้า และทีมงานคนอื่น ๆ การะบุหนิงและมาฆะก็อาศัยจังหวะ จับกานต์และฟ้า เข้าไปในกระเช้าของชิงช้าสวรรค์ กว่าที่คนทั้ง 2 จะรู้ตัวก็พบว่า มีเพียงแต่เขาทั้งคู่ที่ยืนอยู่ด้วยกันนั้น กระเช้าที่ทั้งคู่ยืนอยู่ก็เริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะเริ่มขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีเด็ก ๆ และคนอื่น ๆ อยู่ถัดไปอีก 3 – 4 กระเช้า

“เฮ้อ เจ้าพวกนี้เล่นอะไรกันแผลง ๆ เนี่ย น้องฟ้าตกใจหรือเปล่าครับพี่จะได้ตะโกนให้เจ้าหน้าที่เค้าหยุดก่อน”

“ไม่เป็นไรคะ เด็ก ๆ และคนอื่น ๆ เค้ากำลังสนุกกันอยู่ รออีกสักพัก เราก็คงจะได้ลงไปข้างล่างแล้วหละคะ หรือพี่กานต์ไม่อยากจะอยู่กับฟ้าตามลำพังคะ กลัวคุณ อลิส รู้เข้าจะเข้าใจผิดหรือคะ”

ฟ้าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย ระคนกับความน้อยใจ ที่ไม่สามารถปกปิดไว้ได้นัก จนกานต์ไม่สามารถหักห้ามใจได้อีกต่อไป ชายหนุ่มเอามือจับไหล่บอบบางคู่นั้น ก่อนที่จะเผยความรู้สึกที่อยู่ภายในใจออกมา

“พี่ไม่ได้กลัว อลิส หรือกลัวใครเข้าใจผิดทั้งนั้น แต่พี่กลัวว่าจะห้ามใจตัวเองให้หยุดรักฟ้า ให้หยุดคิดถึงฟ้า และยังต้องบังคับไม่ให้ตัวเองเข้าไปกอดฟ้าด้วย รู้มั๊ยว่าพี่เจ็บปวดแค่ไหน เวลาที่เห็นน้องฟ้ายิ้มให้กับคุณกรระวี และคงจะเจ็บปวดยิ่งกว่า ในวันที่เห็นแหวนหมั้นอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของน้องฟ้า ”

ฟ้าถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อได้ยินคำพูดที่ออกมาจากหัวใจของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกมา กานต์ก็คว้าร่างเล็ก ๆ เข้าไปกอดอย่างแน่นหนาราวกับว่ากลัวว่าถ้าปล่อยมือเมื่อไหร่ เธอจะจางหายไปจากตรงนี้

“ขอให้อ้อมกอดนี้ได้ถ่ายทอดความรู้สึกรัก ที่พี่มีต่อน้องฟ้าเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเถอะนะครับ”

ในขณะนี้กระเช้าที่ทั้งสองคนนั่งมาก็ลอยไปอยู่ที่จุดสูงสุด ก่อนที่จะหยุดนิ่งอย่างเนิ่นนาน ราวกับว่าจะหยุดเวลาให้ทั้งสองคนได้มีโอกาสล่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย ฟ้าหลับตาลงพร้อมกับนึกถึงเพลง ๆ เพลงหนึ่งที่มีเนื้อหาไม่ต่างจากความรู้สึกในใจเธอในขณะนี้ ก่อนที่จะเริ่มร้องเพลงออกมาเบา ๆ เพื่อให้กานต์ได้รับรู้ถึงเสียงของหัวใจเธอในตอนนี้

อยากจะร้องไห้
อยากให้เวลาเดินช้าช้า
ขอเวลาซักหน่อย
อยากมองหน้ากัน
อยากหยุดวันเวลานี้ไว้นานเท่านาน
ก่อนจากกันสิ่งที่ใจรู้ดี
ฉันเองไม่เคยมีใคร
รักได้อย่างนี้เช่นเธอ
รักอยู่เต็มดวงใจ

อยากจะร้องไห้
อยากให้เวลาเดินช้าช้า
ขอเวลาซักหน่อย
อยากมองหน้ากัน
อยากหยุดวันเวลานี้ไว้นานเท่านาน
ก่อนเธอต้องไป


เพลง อยากหยุดเวลา ศรันย่า ส่งเสริมสวัสดิ์

แกร้ง แกร้ง แกร้ง เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา 24.00 น. ทำให้กานต์รู้สึกตัวและค่อย ๆ ปล่อยตัวฟ้าออกจากอ้อมแขน พร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่กระเช้าจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงมาจนถึงพื้นดิน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้ทั้งสองได้ออกมาข้างนอก กานต์ค่อย ๆ ถอยห่างจากหญิงสาวทีละน้อย ทีละน้อย ก่อนที่จะเรียกทีมงานมาถ่ายทำต่อเพื่อปิดรายการสักที

“ เวทมนต์แห่งความฝันหมดแล้ว เห็นทีว่าเราคงต้องกลับไปรับรู้ความจริงกันซะทีนะครับ”

กานต์พูดขึ้นเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่จะหันหลังเดินจากหญิงสาวไปในทันที ฟ้ามองตามชายหนุ่มอย่างเศร้าใจ มะรืนนี้แล้วซินะที่เธอกับเขาต้องกลายเป็นคนอื่นต่อกันโดยสิ้นเชิง การสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายคงเป็นวินาทีที่เธอต้องตัดความคิดถึงทั้งหมดที่มีต่อเขาเสีย แต่เธอจะทำได้จริง ๆ หรือ

ห่างออกไปจากบริเวณที่ทุกคนกำลังยืนอยู่ด้วยกันนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่า อลิส กำลังแอบยืนร้องไห้อยู่ตามลำพังก่อนที่จะหันหลังเดินขึ้นรถไปอย่างเงียบ ๆ ในคืนเดียวกันนั่นเอง ขณะที่กรระวีกลับมาถึงที่คอนโดหรู เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อทางพนักงานที่ดูแลอาคารบอกว่ามีคนมาขอพบ เขามองไปยังผู้ที่มาเยือนด้วยสายตาที่งุนงง

“คุณอลิศรา”

“สรุปว่าทางผู้ใหญ่ขอให้น้องแก้ว กับมาฆะ เป็นผู้ดำเนินรายการในงานหมั้นของคุณฟ้า กับ คุณกรระวี ดังนั้นถ้าพี่กานต์อยากจะพัก พวกเราก็จะอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษนะครับ/คะ “

เสียงของตัวแทนทีมงานในบริษัทเขาดังขึ้น ก่อนที่จะช่วยกันเก็บเข้าเก็บของให้กับเจ้านาย และหากันไปส่งเขาขึ้นรถ

“หวังว่าคราวนี้พี่กานต์คงทำใจได้นะ” ทุกคนพากันบ่นพึมพำ พึมพำ ด้วยความเป็นห่วง

อีกด้านของผลแอ๊ปเปิ้ลที่แสนสวย กับเคลือบไว้ด้วยความขื่นขมที่สร้างความระทมให้ยิ่งกว่ายาพิษขนานไหน ๆ



Create Date : 11 เมษายน 2551
Last Update : 11 เมษายน 2551 16:54:23 น. 0 comments
Counter : 140 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Designed By Me
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...OnE GIrL STORY...
Friends' blogs
[Add Designed By Me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.