Group Blog
 
All Blogs
 

07-อาบังโกงแขก

เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก 4
ตอนอาบัง โกง อาบัง

..คนขับแทกซี่ในนิวยอร์ก ก็เช่นที่ผมเคยบอกนะครับว่า ส่วนมากจะเป็นคนต่างชาติที่ได้วีซ่าถาวร หรือกรีนคาร์ด มาตั้งรกรากในเมกา ก่อนนี้คนขับแทกซี่เป็นพวกกรีก โปลิช พวกเกาหลี และจีน กับพวกจากแถวคาริบเบียน
เช่น พวกเฮติ จาไมก้า ปนๆ กันไป จำนวนกว่า 85% ที่เหลือก็ผิวดำผิวขาวเมกัน
แต่ปัจจุบันนี้โดนยึดครองโดยพวกแขกกว่า 90% ทั้งแขกอินเดีย แขกปากี แขกบังคลาเด้ช ที่เหลือก็เป็นคนเอเชียอื่นๆ และกลุ่ม HISPANIC คือกลุ่มคนที่ใช้ภาษาสแปนิชครับ.........................................
เพราะการที่มีคนขับแทกซี่ ที่มาจากหลายแหล่ง ถิ่นเกิดนี่แหละครับ ส่วนมากจึงเห็นการหาเงินที่ง่ายและสบายกว่าตอนอยู่ประเทศตัวเอง ที่ลำบากเร้นแค้น จึงเกิดงกที่จะทำเงินให้ได้มากๆ และเร็วๆ ด้วยเท่าที่จะทำได้ พกเอาความขี้โกง เห็นแก่ตัวมาหากินที่นี่ พวกขี้โกงเหล่านี้ แรกๆ ก็จะเช่าป้ายที่เรียกว่า TAXI MEDALLION จากเอเยนต์ ซื้อขาย ไปดาวน์รถเช่า ด้วยทุนตัวเอง แค่มีเงินสักพันสองพันเหรียญ ก็ซื้อได้แล้วครับ แล้วก็ขับไปหาทางโกงทางฟันกันไป พวกที่เป็นเหยื่อก็ส่วนมากเป็นทัวริสท์หรือคนที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษจากบ้านเกิดเก่าการโกงการฟันก็มีหลายวิธีการ เช่น พาอ้อมระยะทางให้มีเตอร์ขึ้นจำนวนเงินสูง..การใช้ยางล้อรถผิดขนาดเพิ่มรอบการหมุนของล้อ หรือการใช้ ZAPPER ซึ่งก็คือการเอาไปให้ช่างร้านขายซ่อมมีเตอร์ ที่ทาง TLC (TAXI & LIMOUSINE COMMISIONS-NYC) รับรองและควบคุมอยู่ มันก็จะจ้างช่างให้ปรับมีเตอร์ให้เร็วกว่าระยะทางจริงสองเท่า จะมีปุ่มติดไว้ใต้พวงมาลัย ก็ใช้หากินจากสนามบินเข้าเกาะ MANHATTAN ................................
ว่ากันว่าพวกที่โกงและฟันได้โหดสุดๆ ก็พวกแขกนี่แหละ ทั้งแขกอินเดีย แขกปากี แขกบังคลา ผมเคยได้ฟังเรื่องจริงๆ จากปากคนขับอินเดีย เมื่อไปรอคิวที่สนามบิน JFK มันเล่าว่าเป็นการโกง ที่ไม่มีใครคิดมาก่อน ลือลั่นไปทั่ววงการแทกซี่ เพราะเป็นการโกงของแขกที่โกงแขก ชาติเดียวกันอีกด้วย ไอ้อาบังตัวร้าย มันภูมิใจนักหนากับการโกงแบบนึกไม่ถึงของมัน มันเล่าเรื่องนี้ ด้วยตัวมันเอง และต่อมาก็ร่ำลือไปทั่ววงการถึงความเลวของมัน บางคนฟังเห็นเป็นเรื่องตลก บ้างก็สงสารเหยื่อ และที่เกือบทุกคนพูดเหมือนกันก็คือ กรูจะไม่คบพวกแขกนี้เด็ดขาด.......................................

เรื่องมีอยู่ว่า ไอ้แขกอินเดียคนขับแทกซี่ขี้โกง มันได้ผู้โดยสารจาก JFK เป็นคน
อินเดียบ้านเดียวกัน วัยสูงอายุแล้ว ไม่เคยบินไปไหนมาก่อน ลูกชายอยู่นิวยอร์กAPPLY กรีนคาร์ดให้พ่อได้ พ่อก็บินจะมาอยู่กับลูก บังเอิญวันนั้นลูกชายมีเหตุกระทันหันมารับพ่อไม่ได้ แต่ก็สั่งทางโทรศัพท์ทางไกลไว้ก่อนว่า พอถึงสนามบินให้หาแทกซี่ที่เป็นคนอินเดียด้วยกัน จะได้ช่วยส่งให้ถึงที่หมายที่แมนฮัทตั้น อย่างปลอดภัย ไอ้ขี้โกงแทกซี่เรียกเงิน 300$ จากตาลุงราเชนเดอร์ (ราคาจริงสมัยนั้นไม่เกิน30$) มันบอกว่าราคานี้รวมค่าจ่ายเจ้าหน้าที่เพื่อ ขอวีซ่าผ่านด่าน ข้ามเกาะไปเกาะแมนฮัทตั้น เพราะคนไม่พูดอังกฤษจะมีปัญหาได้
ดูมันเห้ จริงๆนะ .....หลังจากนั้นมันก็พาขับอ้อม ไปทาง BROOKLYN แล้วย้อนมาข้ามสะพาน TRIBOROUGH ที่QUEENS ชายแก่ชาติเดียวกับมัน ก็นั่งมาด้วยความตื่นเต้นกับภาพเมืองใหญ่ที่มองผ่านจากไฮเวย์ เห็นแมนฮัทตั้นเป็นเกาะ เต็มไปด้วยตึกสูงๆ พอข้ามสะพานมาแล้ว ก็จะมีด่านเก็บเงิน เพื่อผ่านเข้าสู่ตัวเมืองแมนฮัทตั้น มันชลอรถ แล้วจอดริมทาง บอกขอเงินชายแก่ผู้น่าสงสาร 300$ กับพาสปอร์ท บอกจะไปขอวีซ่าจากคนที่มันรู้จักและจ่ายเงินให้ไปเลย
มันก็บอกให้ชายแก่นั่งรอในรถ มันลงเดินไปที่ บูทเก็บเงินค่าโทล ขอซื้อTOKEN หรือเหรียญสำหรับผ่านแผงกั้นอัตโนมัติ 1 อัน 2.50$ แล้วเดินทำหน้าดีใจมาที่รถ ยื่นพาสปอร์ท คืนให้ตาลุง พลางก็ยกมือไหว้พระนาราย์หรือพระวิศณุไรไม่รู้ บอกว่าโอเค สำเร็จแล้ว ทุกอย่างผ่านหมด
..........อีนีฉานดีใจด้วยนะลุ้ง.............
และแล้วมันก็ขับผ่านช่องที่รับ TOKEN โยนเหรียญลงไปในตระกร้า เหล็กกั้นก็เปิดออกมันขับผ่านไป เพื่อเข้าสู่ แมนฮัทตั้น
WELCOME TO NEW YORK CITY ไอ้ขี้โกงบอก หันมายกมือข้างหนึ่งจับมือ ชายแก่เขย่า แสดงความยินดี ชายแก่ก็ยกมือไหว้พระอะไรไม่รู้ บอกขอบคุณพระเจ้านะ กาโหอีนี่ฉานโชคดี ที่ได้คนอินเดียด้วยกันช่วยฉานนา ฮาเลวังก้า นาร้าย นารายเห็นไหมครับ ที่เขาว่า งูกับแขก ให้ตีแขกก่อนตีงู แสบจริงๆๆ เรื่องนี้ผมฟังแล้ว หัวเราะไม่ออกครับ.... เกลียดแขกขึ้นอีกมาก....
............แขกหลอกได้แม้แต่แขก........................................……………............
จบแบบไม่ตลกอะ น่าสงสารคนแก่....................เนอะ..................

…………สวัสดี โชคดีทุกคนครับ นั่งแทกซี่อย่าโดนโกง………………………

ปล. หากคุณๆใครๆจะนั่งแทกซี่จากสนามบิน jfk ตอนนี้ เขามี flat rate นะครับ
45$+toll 4.50$ ไม่ต้องเปิดมีเตอร์ไป midtown manhattan นั่งได้สี่คน อย่าไปให้แขกอาบังหลอกว่าคิดเป็นคนๆนะครับ และให้ขอใบเสร็จ ด้วยทุกครั้งที่นั่งแทกซี่ มีอะไรก็เอาเป็นหลักฐานได้ เช่น ลืมของในรถ หรือโดนคนขับโกงเอา
และหากเป็นได้ให้เลือกแทกซี่จาก fleet คือคันที่มักมีป้ายโฆษณา บนหลังคานะ
เป็นรถเช่าจากอู่แทกซี่ เชื่อได้เรื่องมีเตอร์ ไม่เร็วแน่ มีแต่ปกติ ถึงช้ากว่านิดหน่อย
ไอ้คันที่โกงส่วนมากเป็นรถของคนขับเอง..............




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 12:25:57 น.
Counter : 501 Pageviews.  

06-ดารา คนดัง นั่งแทกซี่

เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก 3
ตอน เมื่อดาราดังขึ้นรถผม

...พูดถึงคนขับแทกซี่ ที่นิวยอร์ก ซึ่งมีชื่อมากพอๆ กับรถสีเหลืองที่ใช้หากิน ก็ส่วนมากมีชื่อด้านลบเสียแหละมาก จนเขาเอามาเป็นโจ๊กล้อกันของพวCOMEDIAN ทั้งหลาย เช่น สำเนียงแอกเซ่น ของคนขับชาวอินเดีย หรือ โปลิช หรือ คนเอเชียและกะเหรี่ยงอย่างผม ( ฮา ฮา) หรือการไม่รู้จักทาง พาผู้โดยสารไปหลง ไปวก ไปวน กว่าจะถึงที่หมาย ค่ามีเตอร์ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายตังค์ การขอใบอนุญาติขับนี่ก็ไม่ยาก เขาว่าคนอินเดีย นะมาอยู่นิวยอร์กแค่เดือนกว่าก็ไปขับแล้ว ที่คุณๆ เห็นจากในหนังที่มีฉากแทกซี่นิวยอร์กนะ ก็ไม่ผิดจากความจริงเท่าไรครับ การขับที่ไม่มีมรรยาท บทจะจอดก็จอด บทจะรับผู้โดยสาร มันก็อาจจะปาดจากเลนกลางตัดหน้ารถคันอื่นเฉย ไปจอดรับที่เลนซ้ายหรือขวาก็แล้วแต่
พอถนนว่างก็ขับเต็มสปีด เหมือนอยู่บนโฮจิมินท์ไฮเวย์ หรือบอมเบย์เอ็กเพรส ยิ่งตอนกลางคืนดึกหน่อย ไฟเขียวบนFIFTH AVENUE ผ่านตลอด มันทำเวลา จาก UPPER MANHATTAN ถึง DOWNTOWN รวดเดียวโดยไม่ต้องหยุดเลยก็ได้นะครับท่าน แบบนี้ส่วนมากผู้โดยสารวัยรุ่นฝรั่งจะชอบมาก มันทำเวลาไปรับแฟนไปเที่ยวบาร์เที่ยวคลับได้ดีมาก
และก็คนขับCAB นิวยอร์กนี่ นับเป็นพวกโชคดี(หรือโชคร้าย) พวกหนึ่ง ที่มีโอกาสได้เจอกับบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียง หรือคนดัง ดาราหนัง นักกีฬา ก็คนดังเหล่านี้เขาไม่ต้องทำท่าวางฟอร์มว่าจะนั่ง CAB ไม่ได้ (CAB=เป็นชื่อใช้แทน TAXI ครับ) ไม่ทำเหมือนคนดัง ดาราเมืองไทย ที่นี่เขาไม่แสดงออกกับอาการดูถูกคนทำงานทุกอาชีพนะ และเราคนใช้แรงทั้งหลายก็ไม่ได้ถึงกับต้องไปทำพินอบพิเทา บริการอะไรพิเศษเลย นอกเสียว่าจะคิดเอาใจเพื่อเอาทิปหนักก็อีกอย่าง คนดังเหล่านี้เขารู้ว่าในบางโอกาสการใช้บริการของแทกซี่นี่เร็วกว่าไปกับรถลิมูซีนคันยาวอีก ทั้งได้หลบตานักข่าวหรือบรรดาแฟนๆ ทั่วไปได้ด้วย ผมก็เคยได้บริการขับให้ คนดังนั่งมาก็หลายคนแล้วอะ ที่จำได้ก็มี โรเบร์ท เดอนีโร คนนี้จำได้แม่น เพราะชอบพี่แกในหนังทุกเรื่อง นิสัยไม่ถือตัว ไม่เบ่ง ทำตัวปกติ ทั้งๆที่แกเป็นถึงขั้น SUPER STAR ผมรับพี่แกจากร้านอาหารในค่ำคืนหนึ่ง แถว 74th.STREET/COLUMBUS AVE. ไปส่งที่แกมีธุรกิจหุ้นส่วนร้านอาหารแถว RIBECA โดยสารออกมา 13.50$ แกยื่นให้แบ๊งค์ 20 แล้วกล่าว 'KEEP IT,,GOODNIGHT' นอกนั้นผมก็เคยรับ ดไวท์ กูดเด็น กับ คีท เฮอร์นันเดส สองนักเบสบอล ทีมนิวยอร์ก เม็ทส์ (ในช่วงสมัยนั้น) เคยรับ เมียเก่า วูดดี้ แอลเลน นักแสดงด้วยชื่อ MIA FARROW แล้วที่พอจำได้อีกคนก็คนดำ คนสำคัญนักเคลื่อนไหวคนหนึ่งของเมกา AL SHARPTON

......เกริ่นเล่ามายาวเลย วันนี้เอารถออกไปหากินอีกดีกว่า ห้าโมงเย็นแล้ว หลังจากผมจอดส่งผู้โดยสารที่ MACY'S ผมขับรถว่างมาบนถนน 6TH.AVE.แถวๆ36TH.STREET วันนี้รถติด เหมือนเกือบทุกๆ วันในช่วง RUSH HOURS แล้วยังมีการปิดเลนหนึ่งทางขวาของถนนให้รถบัสวิ่ง โอยๆ รถไม่เคลื่อนเท่าไรเลยแบบนี้แย่ ไม่ดีกับชาวแทกซี่อะ อยากได้แบบพอคนเรียกก็ไปปั้บ ส่งเขาลงก็ได้คนใหม่ปุ้บ จะทำเงินได้มากกว่าและเร็วกว่าด้วย อ้าวนั่นข้างหน้าทางซ้ายมีผู้หญิงโบกมือเรียก ผมก็จอดรับ อือม์ ผู้หญิงวัยแก่ประมาณห้าสิบ
กว่าๆหรือหกสิบนะ แต่ดูการแต่งกายมีคลาสและ บุคคลิกดี
พอแกขึ้นนั่งผมก็กรี๊ทแกตามธรรมเนียม
' HI, WHERE TO?..'
หันไปมองแกหน่อย แกกล่าวตอบเสียงอ่อนๆเนือยๆ ว่า
" Hi...ROOSEVELT HOSPITAL.. please"
ผมก็กดมีเตอร์ แล้วเคลื่อนรถแทกซี่ต่อไปข้างหน้า บนถนนที่รถยังติดยึกยัก
สักพัก ผู้โดนสารคนนี้ก็กล่าวขึ้นมาว่า
"I NEED TO SEE A DOCTOR ,MAKE IT FAST AS YOU CAN PLEASE"
แล้วแกก็ร้องครางเหมือนปวดมากที่ไหนสักแห่ง ผมถามแกว่า แกโอเคไหม แกว่า
" โน น้อท โอเค.. ยู แคนโก ออน เดอะ บัส เลน, ด้อนท์ วอรี่ อะเบาท์ เดอะ โพลิส ลีฟ อิททู มี ..โอ่เค้ "
โอ๊เข่ ..ผมเห็นแบบนั้น ก็กลัวแกจะเป็นไรก่อน และคิดว่าการนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล เป็นหน้าที่และได้ช่วยคนด้วย จึงทำตามแกบอก ผมก็หาทางเปลี่ยนเลนไปที่บัสเลนได้ทีนี้รถไปได้คล่องเลยอะ ผมเปิดไฟหน้า และบีบแตร ถี่ๆ แสดงบอก EMERGENCY ผมทำเวลาได้ดีมากเลย แล้วลัดเลาะมาเลี้ยวที่ถนน57 เพื่อตัดไปเข้าถึงโรงพยาบาลนั่น ที่อยู่58TH./10AVE. แต่พอมาถึงถนน 8AVE./57street ผู้โดยสารก็บอกผมว่าให้จอด ผมหันไปเห็นสีหน้าแก
ตอนนี้ ยิ้มแย้มสดใส ไม่มีท่าทางป่วยไรเลย แกยื่นเงินจ่ายค่าโดยสารบวกทิปให้ผมแล้วกล่าวว่า
" Thanks,You 're a very good driver "
ผมก็งงๆนะ อะไรกันนิ แกทำท่าจะเป็นจะตายอยู่ก่อนนี้ พอตอนนี้กับยิ้มแย้ม เป็นคนละคนได้เร็วจริงเนาะ ท่าแกเห็นผมทำหน้างงสงสัยนะ แกเลยกล่าวต่อพร้อมยิ้มแบบคนอารมณ์ดี อีกว่า
" I 'am an ACTRESS .. RITA MORENO remember me?"
แล้วแกก็บอก BYE....BYE..ก่อนลงรถ...
ผมก็งงอยู่เสี้ยววินาทีหนึ่ง สั่นหัว โห จำได้แล้วผมยิ้มให้แก วาว นึกได้ถึงหนังเรื่อง WEST SIDE STORY ที่เคยดูนานแล้วและเป็นเรื่องที่ผมชอบมากด้วยใช่แก ริต้า โมรีโน่ ดาราดังเมื่อสักสามสิบปีมาแล้ว จริงแหะ เออ มาเล่นลครบทคนป่วยนอกจอหลอกตูอีก แก่แล้วยังไม่หมดไฟ..... แต่ผมชอบกับประสบการณ์นี้มาก เอาไปคุยเล่าใครต่อใครได้แบบ ทั้งทึ่งทั้งเท่ห์ และชื่นชมกับลูกเล่นดาราเก่า คุณๆที่อ่านนี้ จะเกิดทันได้ดูหนังและรู้จักแกบ้างไม๊อะ บทที่ดังของแกอีกเรื่อง ก็บทที่แกเล่นเป็น ทับทิม ในหนังเรื่องTHE KING AND I ครับ
สวัสดี แล้วผมจะขับมาแถวนี้อีกครับ
..........................................................................................................................
.....ปล...เป็นเหตการณ์ ขับแทกซี่ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วครับ ไม่ใช่ปัจจุบันนี้.........




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 12:24:38 น.
Counter : 537 Pageviews.  

05-ทีเด็ดแทกซี่ไทย

เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก 2
ตอน ทีเด็ดแทกซี่ไทย

การจะขับแทกซี่ที่นิวยอร์ก ไม่ยากเลยครับ แค่มีใบขับขี่ class4 ของ New York State มี greencard ก็ได้แล้ว แต่ก็ต้องไปสมัครเอาใบขับขี่ taxi & limousine licence แล้วผ่านการสอบข้อเขียนการใช้ภาษาอังกฤษ ขั้นเบสิก ( ยกเว้นผู้ที่เกิดในประเทศที่ใช้อังกฤษเป็นภาษาหลัก)

หลังจากนั้นก็ไปเข้าคอร์สเรียนวิชาการขับแทกซี่ที่ nyc taxi school หลักสูตรสมัยผมขับเรียนสามวัน แต่ตอนนี้เขาเพิ่มเป็นห้าวัน มีการนำทัวร์รอบเมืองแมนฮั้ทตั้นหนึ่งวัน ตามสถานที่คนขับต้องรู้จักอย่างดี การเรียนในห้องเรียนก็เรียนเรื่องกฎข้อบังคับ การปฎิบัติต่อผู้โดยสาร และการขับให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยวิธีที่ดีที่สุด การหลีกเลี่ยงจากจราจรติดขัดบนท้องถนน การรู้จักใช้แผนที่ ทั้ง 5 boroughs ภายใน nyc ฯลฯ วันสุดท้ายนั้น ก็จะมีการสอบเพื่อให้ผ่านรับใบขับขี่เป็นนิวยอร์กแทกซี่ได้เต็มตัว

ใบขับขี่เป็นแผ่นแข็ง ขนาดเท่าโพสท์คาร์ด มีอายุหนึ่งปี แล้วต่อได้คราวละหนึ่งปีไปตลอด เขาจะออกใหม่เปลี่ยนสีใบขับขี่ใหม่แต่ละปีไป คนขับต้องติดใบขับขี่นี้ไว้ในกรอบด้านขวาหน้าที่นั่งข้างคนขับ จะเห็นหมายเลขประจำตัวหกตัวตัวใหญ่เห็นชัด จำง่าย ตอนผมขับตอนนั้น เลขยังจำได้นะ 425344 ตอนนี้คงเป็นหลักขึ้นด้วยเลข 8 แล้วมั้ง พอได้ใบขับขี่ ก็ไปหารถขับได้เลย อาจไปตามอู่แทกซี่ที่อยากได้คนขับ แต่หากใบขับขี่ใหม่ๆนี่
อาจโดนเอาเปรียบหน่อย เช่น เรียกเงินมัดจำมากกว่าคนเก่าๆ อาจเสียค่าเช่ารถแพงขึ้นตามไปด้วย หรืออยากมีรถเองก็หาซื้อรถที่ต้องสภาพดี แล้วไปเช่าป้ายซึ่งเรียกว่า taxi medallion จากเอเย่นต์ หรืออู่แทกซี่ที่มีให้เช่าด้วยครับ เฮ้อ ขับได้ยังอะ มีใบขับขี่ มีรถ มีป้ายแล้ว อ่อ ขาดน้ำมันรถ
ก็ขับได้เลย แต่อย่างว่าครับ ไม่ใช่แบบแท็กซี่เมืองไทย ที่จะขับจะรับไม่รับใคร ก็อยู่ที่คนขับ แต่ที่นิวยอร์ก มีกฎข้อบังคับมากเลยละครับ บางทีดูไปก็อาจเอาใจผู้โดยสารมากกว่าคนขับเสียอีก

New York City Taxi & Limousine Commission (TLC) เป็นองค์กรของ NYC ที่ควบคุมระเบียบและกฎ ข้อบังคับ กับแทกซี่ YELLOW CAB ทั้งหมด15,000 คัน ที่อยู่บนถนนนิวยอร์ก ไอ้พวก TLC นี่แหละศัตรูตัวร้ายของ แทกซี่นิวยอร์ก เหมือนเมืองไทยที่ว่ามีพวกตำรวจ ชอบหาเรื่องคนขับหาเช้ากินค่ำ จ้องจับผิดแล้วรีดไถเอาเงินใส่กระเป๋านะ แต่ที่นี่แม้จะมีบ้าง จนได้ฉายามาเฟียไปด้วยจากบรรดาแท็กซี่ ก็ไม่ได้ถึงกับจะหาเรื่องจับเอาง่ายๆแล้ว
รีดกันทันทีห้าสิบบาท หนึ่งร้อยนะครับ หากเจอแบบนั้น มีหลักฐานคนเรียกหรือ คนให้ไม่รอดครับ คนขับที่ทำผิด แม้อยากให้เงิน เพื่อซื้อความสะดวก ก็กลัว เจ้าหน้าที่ก็อยากรับ ก็กลัว ต่างคนต่างกลัว กฎที่คนขับทำผิดมากที่สุด น่าจะได้แก่ การไม่หยุดรับผู้โดยสาร และการปฎิเสธไม่ไปในถิ่นที่ไม่อยากไป อันนี้หากมีคนจดจำเบอร์แทกซี่ บอกวันเวลาให้ตรง แล้วแจ้งไปที่ TLC ว่าโบกเรียกแล้ว
แทกซี่ไม่จอดรับ ก็โดนบันทึกประวัติแล้ว หากผู้แจ้งร้องเรียนขอไปให้การด้วยตัวเอง คนขับนั้นก็ต้องเสียเวลา เอาหลักฐานประกอบไปให้ JUDGE ของ TLC ตัดสินความผิดถูก ผิดโดนปรับอีกอย่างเบาะๆ ก็120$ กับความผิดครั้งแรก หากถึงสามครั้งก็ถูกยึดใบขับขี่ นายดาราคนดำคนดัง DANNY GROVER คู่หู LAPD ใน LAETHAL WEAPON ก็เคยเป็นข่าวหน้าหนึ่ง แกเรียกแทกซี่ ไอ้พี่บัง ท่าจะไม่เคยดูหนังนอกจากหนังอินเดียมั้ง ไม่จอดรับแก เพราะเห็นเป็นคุณมืด นายนี่แกแค้นมากไปให้ข่าวหนังสือพิมพ์ ไปแจ้งความTLC คนขับก็โดนปรับ และเห็นว่ามีเร็กคอร์ดไม่ดีมาก่อน สองครั้ง ก็ถูกลงโทษ ระงับใบขับขี่ไปสองอาทิตย์ เอาอีกแล้วอีนี่อาบัง ผิดนะไอ้พวก INSPECTORของ TLC นี่แหละครับตัวแสบ หากโดนพวกนี้ บอกให้จอด เป็นอันว่าซวย
เลยเลยครับ มันจะหาผิดจนได้ เริ่มแต่ ขอดูTRIP SHEET บันทึกการรับ ส่งผู้โดยสาร คือไม่เหมือนแท็กซี่เมืองไทยนะครับ ทุกครั้งที่ผู้โดยสารขึ้นรถ ต้องบอกต้นทาง ปลายทาง ราคาโดยสาร เวลา จำนวนคนโดยสาร ลงไว้ในบันทึกหมด เช่น Trip#12-From jfk- american terminal 9.3oam- 2 passengers To 44street /madison avenue10.15am -40.50 แล้วใช่ว่าจะเขียนหลอกๆ ไปก็ได้นะครับ TLC จะบอกให้คนขับ RUN METER เพื่อเช็คว่าจำนวน
รวมราคาโดยสารจะตรงกับที่รับมาเท่าจำนวน trip ไหม เวลาตรงกันด้วยไม๊ เห็นยังครับ ข้อบังคับเขาทำไว้ปรามแท็กซี่ขี้โกงดีเลยละครับ หากไม่รับคนก็ต้องขึ้นป้ายว่า OFF DUTY และเขียนลงในบันทึกว่า OFF DUTY-บอกเหตุผลประกอบด้วย เช่น จากเวลา 11.30PM-to...Home or garrage หรือ 12.30pm-lunch..at 54 street/9avenue แท็กซี่เกือบทุกรายจะไม่อยากรับ คนดำและ สเปนิช เพราะไม่อยากไปในย่านที่ดูไม่ค่อยปลอดภัย โดยเฉพาะกลางคืน เช่นแถวHARLEM , THE BRONX, BROOKLYN บางส่วน ที่ส่วนมากคนดำ
อาศัย นอกจากไม่ได้ทิปแล้ว ยัง กลัวโดนจี้ หรือโดนเบี้ยวค่าโดยสารด้วยอีก
ผมชอบการออกแบบผังเมืองของแมนฮัตตั้นจังเลย ถนนหนทางตัดกัน จากส่วนเหนือ เรียก UPTOWN ลงตัวด้วยถนนหลักใหญ่ๆ ตัดยาวลงทางใต้ปลายเกาะ และDOWNTOWN เช่น BROADWAY ,FIFTH AVENUE,PARK AVENUE, 1 ST. 2ND. 3RD.AVENUE แล้วมีถนนตัดเรียกเป็นหมายเลข เวลาจะไปไหนก็บอกเลขถนนกับบอก AVENUE ที่ตัดกัน เช่น ไปถนน 76TH.STREET กับ FIFTH AVENUE แค่นี้ก็ง่ายมากเลย กับแท็กซี่และคนโดยสาร คือบางผู้โดยสารนี้เขาจะไม่รู้ถนนตัดกันก็มีครับ บอกแต่ ADDRESS NUMBER เช่น 1651 BROADWAY อันนี้ หากไม่มีหลักการหาก็ยากนะ ว่ามันจะอยู่แถวถนนที่ตัดกันเลขที่เท่าไร ก็มีหลักเป็นตารางให้หา สำหรับแท็กซี่และคนขับรถทั่วไปด้วยครับ
ผมนี่ค่อนข้างชอบจะหาอะไรที่อุปกรณ์ ที่เรียกว่า gadget มีไรออกใหม่เป็นต้องตาลุกอยากได้ ตอนผมขับแท็กซี่ ยังไม่มีพวก palm pda -digital camera ผมไปซื้อเครื่องขนาดเท่าเครื่องคิดเลขเล็กๆ ก็มันใช้บอกที่ตั้งของถนน ที่ตัดกันใกล้กับถนนใหญ่ แค่กดเลขที่ ตัวบ้าน ตัวตึกก็ รู้เลยไอ้เลขที่ข้างบนนะ มันก็อยู่ใกล้กับถนน west 51st.street บางนิวยอร์กเกอร์ก็กวนครับ ทั้งๆ ที่อยู่ในแมนฮัทตั้น ไม่ใช่นักท่องเที่ยว แกล้งลองภูมิแท็กซี่ก็มีครับ เช่นมีนายหนึ่ง พอขึ้นรถก็บอกผมเลย 350 FIFTH นี่หากคนขับไม่รู้เรื่องนิวยอร์กบ้าง ก็ต้องหาอีก
แต่นายนี่แกแกล้งนะ ไอ้เลขที่นี้นะ มันก็เลขของตึก EMPIRE STATE นะครับหากแกบอกแค่ว่า EMPIRE STATE BUILDING มันก็ง่ายกว่า ใครก็รู้จัก แต่นายนี่กวน แต่มันก็ทึ่งผมที่ไม่ถามต่อ ขับตรงไปตึกนั้นเลย เห็นไหม ไม่เสียชื่อ ไทยแลนด์นะคุณ ส่วนมากคนขับเก๋าๆ จำเลขที่โดยไม่ต้องหาอีก ว่าอยู่ตรงไหน ผมเคยเห็นเกมส์แฟนพันธ์แท้ ภาคแท็กซี่ที่คนขับเก๋าๆ มันเล่นพนันกันด้วยละ เสริมสมอง น่ารักดีอะ ตอนไปคอยคิวที่สนามบินนะครับ พวกนี้จะเล่นเกมส์ทายเลขที่กัน เช่น อีกคนถามว่า 1000 FIFTH หากตอบถูกก็กินเงินไป ผลัดกัน
ถามตอบ คำตอบ คือ ถนนตัดคือ 85TH.STREET หรือก็คือที่ตั้ง METROPOLITAN MUSEUM OF ART เองแหละครับ อีกGADGET ทีผมซื้อไว้ใช้งานกับการขับแทกซี่ ก็คือ เครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋ว OLYMPUS อันนี้
ช่วยผมมากเลย ผมใส่กระเป๋าเสื้อ เวลาคนขึ้นบอกจะไปไหน ผมไม่ถามซ้ำเลย บางทีคนขึ้นยังไม่เชื่อใจอีก ว่าเราฟังออกหรือเปล่า ผมจะกดปุ่ม RECORD ทุกครั้ง ไม่แน่ใจก็แนบหูฟังเอาทีหลัง ผมเอาไว้เป็นบันทึกกับตัวเองด้วย โดยไม่ต้องเขียนอีก มีอะไรก็เอามาฟังได้ เช่น ทะเลาะกับผู้โดยสาร
และเคยมีบทเรียนจากตำรวจหรือ TLC พูดจาแบบ ABUSE แบบไม่ respectful นะ ผมก็อาจเอาไปร้องเรียนได้หากเจออีก ............... ฮิฮิ ฉลาดตายเลย แทกซี่กระเหรี่ยงคนนี้
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
( ทำนองลิเก)..........." เขียนมาถึงตอนเน้... ลครบอร์ดเวย์พักคั่น.... อินเตอร์มิชชั่นกันก่อนนนนนนน โอ๊นหลี่ทู๊มิหนิด... ท่านอย่าคิดแท้ท้อ....โปรดอ่านต่ออีกต๊อนนนน......เตร่ง เตรง เตร่ง เตร้ง "
......
................................................................................................................................. .
"พระธุดงค์ลงกลด ตะวันก็หมด........"

เฮ้อ เล่นไรแล้วเพลินไปทุกที ต่ออะนะ โอ่เค๊.................................

คืนหนึ่ง ประมาณ สี่ทุ่ม กว่า ผมขับรถเปล่า บน 6 Avenue แถวๆ ถนน23rd.Street ผมกำลังจะขับขึ้นไปแถวๆ ย่านโรงละคร แถวบอร์ดเวย์ ที่ถนน50 ไล่ลงมา เพราะละครได้เวลาเลิกแล้ว ผมหยุดคอยสัญญาณไฟเขียวอยู่ครับ ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูหลังรถ แล้วเข้ามานั่ง
อ้อ บอกหน่อย การล็อกประตูรถก็ผิดกฎ TLC ครับ นอกจากตอนOFF DUTY
คนเข้ามานั่น เป็นคนดำครับ วัยก็ราวๆ สามสิบ หน้าตา ก็ไม่ร้าย แต่ไม่ถึงดีมาก แกบอกเลย
" I wanna go to Brooklyn okay"
โอย ซวยจัง ทำไมต้องไปบรูกลีน ตอนนี้อะ ขากลับก็กลับรถเปล่า รถขึ้นสะพานไหนก็ติดเขาปิดเลนซ่อมทาง ท่าทางคนนี้ก็ ไม่น่าไว้ใจ เอาไงดีหวะ ผมถามต่อ
" What part of Brooklyn ?"
" Williamburgs ..Bedford and North Third ..You 'll go or .."
นายนั้นพูดไม่ทันจบหรอกครับ ผมรีบบอกว่า
"No,I can't ..I am gonna be off duty soon..sorry "
"Are you refusing me?,.. I am a TLC inspector.. stop the car and pull to the right"

โอ้ยโย๋ ซวยแล้วตู ผมจอดรถ นึกถึงค่าปรับ อือ โดนตัวตรงแบบนี้ สองร้อยเหรียญแน่นอน นายนั้นดึง TLC BADGE แผ่นโลหะ ออกมาโชว์พร้อมกับวิทยุสื่อสาร
แล้วขอดู TRIP SHEET ให้กดมีเตอร์ อ่านบันทึก อือ มันทำตามขั้นตอน แต่ท่าทางก็ไม่ได้พูดจาแข็ง แบบที่เห็นๆ มาก่อนนะ นายอินสเป็กเตอร์ก็ อ่านตรวจบันทึกทั้งจากทริปชี้ท และจากมีเตอร์ ผมกำลังคิดว่า แบบนี้ต้อง
ขอความปราณีอย่างเดียว ผมบอกขณะที่นายนั่นอ่านตรวจทริป
" Please Officer, can you give me a big break"
คุณมืด TLC นั่งนิ่งคิดไรอยู่สักพัก แล้วกล่าวต่อ ว่า ยูรู้ไหม ความผิดยูนี้จะคอสท์ยูเท่าไร ผมก็วอนต่ออีกก็ได้แค่ พลีส พลีส
"Yes, LET PUT IT THIS WAY MAN...GIVE ME FIFTY DOLLARS AND FORGET IT okay''

อ้าว มีด้วยโว้ย นี่ไม่ใช่กำลังขับอยู่สามแยกไฟฉาย แล้วมีจ่าจะมาไถนีหว่า ผมสงสัยมันอยู่ตอนที่มัน ไม่พูดรายงานทางวิทยุ แล้วละ มันผิดวิธีการนะเท่าที่รู้ เขาต้องบอกไปยังศูนย์กลางก่อน ว่ากำลังปฎิบัติงานอะไร ที่ไหนอยู่
แทกซี่ไทยคนนี้ ปากดี ขอให้พลีสก็จริง แต่หัวไวนะจะบอกให้ ผมบอกไปครับ
" SO ,WRITE ME A TICKET OKAY ,AND I 'LL SEE YOU IN TLC COURT WITH THIS..."
ว่าแล้วผมก็ดึงเครื่องบันทึกเสียง OLYMPUS ออกจากกระเป๋าเสื้อให้มันดู พร้อมกับเปิดประตูรถลงจากรถมายืนข้างๆ รถ นายTLC ที่คงไปดูงานจากเมืองไทยมาไม่นาน เปิดประตูรถ เอาตัวเองออกมา หันมามองหน้าผมครู่
หนึ่ง กล่าวว่า
." OKAY, YOU' VE GOT ME....MOTHER F...CKER"
" ัYOU 'VE GOT ME FIRST....NIGGER"
ผมตอกกลับ ไว้ลายไทยแหล่นเดอร์......................
หุหุหุ หากเป็นเมืองไทย ผมขืนทำแบบนี้ จ่าไรสักคนคงเอาผมไปลนไข่ตายเลย
....................................ฮา ฮา ฮ่า............ อาย เหลิฟ นิว ย้อกกกกกกกกกกกกกกก...................




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 12:22:53 น.
Counter : 605 Pageviews.  

04-สาวไทยแก้เผ็ด

เรื่องเล่าแท็กซี่นิวยอร์ก 1
ตอน สาวไทยแก้เผ็ด

...........สักสิบกว่าปีก่อนนี้.............................
ผมเคยขับ Yellow Taxiที่ New York อยู่ช่วงหนึ่งครับ.. ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ อย่างนึงเหมือนกันนะ.. มีหลายเรื่องราวที่พบเห็นแต่ละวัน.. ทั้งจากผู้โดยสารและเหล่าคนขับแทกซี่นานาชาติด้วยกัน.. และเรื่องราวบนถนนรอบเกาะแมนฮัทตั้น....อาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล ตอนมานี่ครั้งนั้น ยังนั่งรถผมแล้วถือโอกาสสัมภาษณ์ผม ไปออกอากาศทางทีวีที่เมืองไทย ช่องไหน รายการไหนของแกก็จำไม่ได้แล้วครับ..พูดมาถึงตอนนี้ หากคนแถวบ้านผมมาอ่านพันติ๊บ ก็ต้องรู้แล้วละว่าผมเป็นใคร เพราะตอนนั้น คนแถวบ้านผมได้ดู รายการนั้นกันพอดี...โอย อายชิกหาย ...

..ผมมีเรื่องจะเล่ามากเลยของผู้โดยสาร ที่ผมได้บริการทั้งตลกก็มี ทั้งแสนเศร้ารันทดก็มี...........วันนี้มาบอกกันวันแรก อย่าเสียเวลาเลยนะ ขอออกรถไปหากินก่อนดีกว่าครับ

ปีนั้นนิวยอร์กหน้าร้อนนะ ผมเปิดหน้าต่างรถกินลมร้อน แทกซี่ที่นี่สมัยนั้นเขาไม่บังคับให้เปิดแอร์นะครับ ที่ไม่เปิดเพราะกลัวความร้อนที่เครื่องยนต์จะขึ้นสูงด้วยอะ.. เอ้อ ผมขับเรื่อยมาบน 1st.Avenue จนถึงหน้า องค์การสหประชาชาติ- UNนะครับ..

... เฮ้ แทกซี่ ...ผมเห็นและได้ยินคนโบกเรียกอะ .เป็น สามคนผู้หญิงหมด หน้าตาเอเชียด้วย ผมชอบรับคนเอเชียด้วยกันก่อนนะ หากเกิดเรียกพร้อมกัน ...พูดกันได้ง่ายกว่าผมได้ยินเสียงพูดไทยด้วยกันในกลุ่มสามสาวนั่นด้วย ..อาจจะนักท่องเที่ยวมาดู UN.. พอทั้งหมดเข้านั่งในรถเรียบร้อย.. เสียงจากคนที่ท่าจะแก่กว่าเพื่อนก็สั่งงานกับผมเลย

"ฟอร์ตี้เซเว่น แอนด์ เอช แอฟวะนิว"
ผมกดมีเตอร์แล้วกล่าวว่า
"สวัสดีครับ "
ยายคนพูดรีบโต้กลับทันทีเลยว่า
" รู้ไงว่าชั้นคนไทย "
ผมก็ตอบแกแบบไม่คิดว่าจะเสียหายไรนัก ว่า
" แหม คุณ คนไทยฟังสำเนียงก็รู้กันแล้ว"
เหอๆ หุๆ ดูท่าแกไม่พอใจอะ สองสาวที่นั่งมาด้วยเหมือนจะเพิ่งมาจากเมืองไทยนะ ก็ทำท่าแบบกลั้นยิ้มนะ ที่ได้ยินผมพูดออกไป..ขณะที่นั่งกันมาในรถยายคนเจ้าของถิ่น แสดงเป็นไกด์นำเที่ยวนะ ก็พูดแนะสถานที่ ที่ผ่านมาให้สองสาวฟัง ..

แล้วรถก็ผ่านมาถึงย่านดังของนิวยอร์ก - TIMES SQUARE/42ND,STREET
..ตอนนั้นเป็นที่น่ากลัวของนักท่องเที่ยว และคนดีๆ ที่อยู่นี่ก็ไม่กล้าไปเดินนะ มีทั้งพวกติดยา ขายยา พวกจรจัด ขี้เมา และพวกขี้โกง ขี้ลัก ขี้ล้วง..รวมถึงโสเภณี ตามหัวมุมถนน คุณสาวเจ้าถิ่น ก็เป็นไกด์อธิบายฉอดๆ ผมก็ขับไปฟังแกไป พอตอนขับผ่านหัวมุมถนน 44th/8Avenue มีคุณตัวยืนอยู่สี่ห้าคน ได้ยินสาวคนมาเยือนถามแม่สาวเจ้าถิ่นว่า
" พี่ๆมีอีตัวคนจีนด้วยหรือ ดูแก่แล้ว ยังหาเงินอีกหรือ"
คุณสาวรุ่นพี่คนนิวยอร์กก็ตอบมาว่า
"มีซีน้อง อีตัวคนไทยก็มี "
"จริงเหรอพี่ มีคนไทยด้วยหรือ ไม่น่านะ"
"จริงซีน้อง "
แม่นั่นตอบไปอีกสาวหนึ่งก็ถามต่อด้วยเสียงปนหัวเราะว่า
" แล้วมันรายได้เป็นไงดีไหมพี่"
ยายคนแก่กว่าก็ตอบว่า
" คงดีมั๊ง นังนั่นที่เหมือนคนจีนคนที่เห็นนะเป็นคนไทยจริงๆ พี่รู้ คือมันไม่อยากทำงานนะ มันมีลูกแล้วด้วยละ"
ฝ่ายสาวกว่าก็ถามต่อว่า
" อ้าว พี่ แล้วลูกเค้าอยู่ไหนละ ตอนนี้ "
แม่คุณเจ้าถิ่น ผินหน้ามาทางผมนิดนึง ผมมองเห็นจากกระจกหลังพอดี

...... แล้วผมก็ได้ยินคุณนี่แกบอกสองสาวเสียงไม่เบาเลยว่า

" ลูกชายอีตัวคนไทยนั่นนะ พอมันโตมันก็ขับแทกซี่ ไงละน้อง"
.........................................................
.................................
ไอ้หยาแสบๆๆ แม่นี่แก้ลำผมเจ็บ แกคงเสียหน้ามั๊งที่ผมแค่บอกว่าพูดหรั่งฟังเป็นไทยเฮ้อ.........ก็สำเนียงมันบอก อา เจ๊ ผมก็ฮื้อ ไม่น่าปากหมานเลย
เมื่อถึงจุดหมาย แม่คุณท่าหยิ่ง จ่ายเงินแล้วไม่ทิปผมสักเพ็นนีเลย ก่อนลงรถ ทำหน้าปนค้อนนิดๆ และยิ้มๆ แบบสะใจที่มุมปาก หันมาทางผม ....................

............................................................................................................
แล้วผมจะขับมาเล่าที่นี่อีกนะครับ หากคุณๆคิดว่า พออ่านสนุกๆกันได้




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 12:21:34 น.
Counter : 489 Pageviews.  

03-NO STANDING ANYTIME

เรื่องเล่านิวยอร์ก 3
ยังจำได้ไหม วันแรกๆ ที่เมืองนอก

ผมว่านะ คนที่มาอยู่เมกาหรือเมืองนอกเมืองนาที่มันดูเจริญกว่าบ้านเรานะ คงจำกันได้ดีฝังจิตติดใจ หึหึ เออ ตอนที่คุณๆ เราๆเพิ่งมาถึงกันใหม่ๆ ทำตัวเหมือนใบ้แดะอะนะ ที่ ส่วนมากจะโดนไอ้เพื่อนๆ ไอ้พี่ๆ เฮ่ๆ ที่อยู่มาก่อนนะ อำเรา หลอกเราในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อนนะ จำได้กันอะปะละ ผมนี่โดนมากเลยอะ เซ่อซ่าจนไอ้พี่เฮ่ๆ หลอกเอา อำเอา โถ แค่ครั้งแรกที่เข้าบางกอกจาก
บ้านนอกคอกควน ก็ยังเหมือนไอ้ไข่นุ้ยหลงกรุงเล้ย แล้วมานี่เมืองเมกาเมกัน คนซื่ออย่างผมก็ต้องโดนให้ไอ้คนกระล่อน หลอนหลอกมันก็แน่อยู่แล้วละ คือว่าหากผมเป็นผู้หญิงนะ มันคงหลอกเอาผมไปขายซ่องไชนิสมาเฟียไปแล้ว ดีที่ผมไม่มีพรหมจรรย์ให้มันขยี้ จึงไม่โดนพล่าผลาญ แต่ก็หลงเป็นเหยื่อให้มันหัวเราะและเป็นตัวตลก แต่ถึงตลกผมก็ตลกใจซื่อแบบชาลี แชปลิ้น นะ ไอ้เพื่อนๆ เพ่ๆเลยไม่ถึงกับเอาให้ตาย แค่อายอับพอซับน้ำตา หาทางแก้แค้นได้วันหลัง
ผมเริ่มทำไรเชยๆ ตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นเครื่องบินแล้วอะ ไอ้แบบที่ยังไม่มีใครจะหลอกนะ คิดแล้วขำ คือคิดว่าตัวเองแน่มากจากบ้านนอก ผมก็เลยคิดไรทำไรไปเอง เฮ้ย เมกาเมกู มันจะแค่ไหนเชียว พ่อกรูก็อาเสี่ยสวนยางนีหว่าผมไม่รับรู้มันนะ จะสายไหน แพนแอมหรือทีดับเบิลยูเอ มันจะแบ่งเป็นชั้นหนึ่งชั้นสองชั้นประหยัด ชั้นสุรุ่ยสุร่าย พอมันบินขึ้นแล้ว มันไม่แวะรับใครในอากาศหรอก ที่นั่งว่างเกือบทั้งลำ ผมก็เดินแมร่งมั่วหมด หลับตานึกภาพดูสิครับ ชายหนุ่มจากเอเชียอาคเนย์ หน้ากระเหรี่ยง นุ่งกางเกงขาบาน เสื้อคับเรียบร่างส่วนบน สวมรองเท้าส้นตึก สูงกว่าสามนิ้ว ใส่สูทที่ตัดจาก อะไรเทเลอร์อะ จำไม่ได้แล้ว แถวๆสะพานควาย สมัยนั้นสองชุดพันห้าเองอะ อ้อ ลืมบอกไป วงหน้าอาบเสน่ห์ประดับด้วย แว่นดำที่ไม่ใช่เรย์แบน แต่เรย์ไรไม่รู้ละอันละ สี่สิบบาทตามร้าน
ขายแว่นตานาฬิกาทั่วไป ผมคิดตอนนั้นนะ ว่าตัวกรูนี่ช่างโก้สมเป็นนักเรียนนอกเสียจริงๆเลยนะ คิดถึงพระเอกหนังไทยที่ไปเรียนนอก กลับมาท่านแม่บังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่รัก อือ ว่าแล้วก็เอียงหน้านิดๆ เอามือจับปลายคางให้นิ้วชี้โผล่มาหน่อย ทำตาปรอยแบบซึ้งขรึม หากใครไม่แก่พอ นึกไงไม่ออกก็ไปถามคุณพ่อดูสิครับ ไอ้ที่เขาเอารูปมาโชว์ตามร้านถ่ายรูป ที่มีชื่อลงท้ายว่าฉายาลักษณ์ เทือกนี้อะผมเดินไปมาโดยไม่คิดว่าจะมีใครมาสนใจ และมันก็ไม่ควรมีสิทธ์จะสนใจกับคนที่จ่ายค่าเครื่องบินตั้งเป็นหมึ่นได้หรอก ผมจึงเดินไปที่ๆ มารู้ทีหลังว่า นั่นมันชั้นเฟริสท์คลาสนะแล้วผมก็นั่ง แล้วผมก็เอนตัว แล้วผมก็ทำจุ๊ย อือม์ รู้งี้กรูน่ามานั่งตรงนี้แต่แรกไปแล้ว ผมยังไม่รู้สาเหตุเพราะอะไรเลย ที่ทำไมพนักงานแอร์ เขาจึงมาพูดเอาๆๆ ข้างเดียว ผมก็ทำเฉย จนเขาต้องเรียกคนมาอีกสองคน แต่พอมาเล่าให้เพื่อนฟังทีหลัง จำได้คำเดียวอะ เขาว่าใส่หูเต็มรูหูเลย get out อือม์ มันไล่มรึงมานะเพื่อนรัก ฟ้องแพนแอมแมร่งเลยไม๊ เรื่องนี้ ผมเอาเป็นจุดด้อยรอยรักรอยมลทิลที่ไม่มีวันลืมเลยละ ไปเล่าใครที่ไหนผสมกับหน้าตาเด๋อดู๋ดี๋ เขาก็จะหัวเราะกัน แบบฮามากๆ ฮาเกินระดับห้าร้อยเดซเบลไปเลยโน่น ไม่ใช่ผมไม่อายนะ แต่อายก็ทำไงได้ละ ทำไปแล้วนีหว่า พอเจอเพื่อนๆ รุ่นเก๋าๆ ที่มาสมัยเดียวกัน มันสนุกฮากันขี้แตกดี เมื่อต่างคนต่างเอาจุดเชยๆ ของตนมาเล่าสู่กันฟังคนเรานะ
เมื่อโดนไรมาก ก็ต้องจำมากใช่ปะอะ ไอ้ที่ผมโดนหลอกโดนอำจากไอ้คนที่มันมาก่อนนะ มันเหมือนทฤษฎีโด่ไม่โด่ เอ้ย ไม่ใช่ domino theory คือมันจะโดนกันมาเกือบทุกคนแหละ เป็นทอดๆ สืบสายกันมา ไอ้ที่โดนก็เอาไปทำกับคนต่อไป แบบรับน้องใหม่ระบบโซสัตว์ เอ๊ะ ไม่ใช่นี่หว่า อ๋อโซตัส หรือระบบซินยอริตี้นะ ผมก็นับไว้จำไว้หมด แล้วไปอำไปหลอก พอสนุกกับน้องใหม่คนต่อไป เอาคนใกล้ตัวผมมาเล่าก่อนดีกว่านะ ยังไม่ได้รับมอบลิขสิทธ์เรื่องจากคนอื่นๆ ที่โดนอำ เด๋วมันจะมาว่าผมเขียนประจานมัน มันชอบมาอ่านพันติ๊บกันด้วยหลายคน อีกอย่างพวกเพื่อนๆ ผมมันรีไทร์กับความสนุกทะลึ่ง โปกฮา ไปนานแล้ว กลัวมันรับไม่ได้เพราะบางคนเริ่มสอนเอ เบซีให้หลานมัน สอนให้ร้อง เอ้ อี้ อ่า ไอ โอ่ โอ้ล แม้กโด่แน่ล แฮฟ เอ ฟร์าม เอ้ อี อา ไอ โอ่
มันว่ามีผมเองแหละ ที่ไม่ยอมแก่ ยังเล่นเป็นเฒ่าทารกอยู่ได้ ทำไงได้หวะเพื่อน ทำตัวสนุกสุขกันเถอะเรา ไม่เห็นผิดตรงไหน ก็อ่าฮ้านิสัย สันดานผมด้วยมั๊ง แล้วก็เข้าเรื่อง
ทันใด แบบไม่ให้คนดูทันรู้ตัวไอ้หลานผม จำกันได้บ่ รีเมมเบอร์บ่ได้ก่า ไอ้ปีเตอร์ อิวส์ แยกส์ โอมายก้อดนะ ตอนมาใหม่ ผมพามันออกเที่ยวนิวยอร์ก เดินกันเมื่อยทุกวัน ใจผมก็อยากไปรำลึกเปรียบเทียบสภาพของนิวยอร์ก then and now ด้วย มีวันหนึ่งผมชวนมันขึ้นรถบัส ก็ใช้เมโทรคาร์ด นั่งไปเรื่อยๆ ไม่มีจำกัดได้อยู่แล้ว ก็เดินกันไปคอยรถบัสอะ ผมก็ยืนสูบบุหรี่คอยนะ เห็นไอ้หลานตัวแสบยืนอยู่ สมองที่ไม่ยอมรีไทร์ของผมสั่งการทันใด ก็พูดขึ้นด้วยเสียง เหมือนคำเตือนนะครับว่า
" เตอร์เอ้ย ยืนตรงนั้น ระวังตำรวจหน่อยเว้ย"
" ทำไมเหรอ น้า "
มันถามกลับอะ ผมก็ไม่ตอบทันที แต่ชี้ไปบนๆ ใกล้ๆ ป้ายรถบัสนะ สีหน้าผมตีเก่งอะ ดูดีเชียวละ มันมองตามนิ้วผม แค่ครู่วินาที มันกระโดดตัวผลุง ออกมาห่างจากที่ๆ มันยืนก่อนนั้นนะ แล้วกล่าวว่า
" โอมายก้อด นี่สมเป็นนิวยอร์กจริงนะน้า อะไรๆ ก็เป็นกฎ เป็นห้ามหมด
โซ ฟักกิ้ง ชิท"
" น่ากลัว แกไม่รอดนะ เตอร์ กล้องจับแกไว้แล้ว "
ผมเหลือบตาไปดูกล่องสัญญานไฟแดงเขียว มันก็มองตาม และบังเอิญมีนาย NYPD นายหนึ่งเดินผ่านมาจากหัวมุมถนนพอดี

" น้าว่า แกรีบวิ่งหลบไปก่อนนะ เร็วๆๆ"

พอไอ้ปีเตอร์ฟอดิควาย ออกวิ่งๆจริงๆ ไปอีกทางมุมถนน ผมต้องนั่งเอามือกุมท้อง หัวเราะคนเดียวดังๆ น้ำตาเล็ดด้วย คนที่เดินผ่านมองผมแปลกๆ หุหุหุ
................................ซ่ำเหร็ดๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สนุกจริงว๊อย แล้วผมก็มองขึ้นไปบนป้ายนั้นอีกที เหอๆๆ
ป้ายนี้ไงครับ.
.......................NO STANDING ANYTIME..............................
........................................
.........................................หุหุหุ............อาย เหลิฟ นิว ย้อกกกกกกกก.........ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ..............




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 12:19:43 น.
Counter : 505 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.