Group Blog
 
All Blogs
 

12-ผิวเหลือง ผิวขาว

เรื่องเล่าแทกซี่ นิวยอร์ก 9
ตอน ผิวเหลือง ผิวขาว

ผมเคยเขียนถึงสิ่งดีๆบางอย่างของอเมริกัน ที่น่านำมาปฎิบัติตาม
มากกว่าการไปหลงใหลวัฒนธรรมบ้าๆ ซึ่งไม่เข้ากับความเป็นอยู่และสภาพแบบไทยไทยของเรา
ไอ้ของดีเค้าไม่เอาอะ เช่น การเคารพกฎหมายอย่างเคร่ง ครัด การใช้สิทธ์ที่พึงมีพึงได้ของตัวเอง และการเคารพในสิทธ์ของผู้อื่น เห็นความสำคัญของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ไม่แสดงอาการดูถูกเหยียดหยามผู้ที่ด้อยกว่า ด้วยกิริยาท่าทางและวาจา

…TREAT OTHER PEOPLE THE WAY YOU WANT TO BE TREATED …

สิ่งดีๆ เหล่านี้ก็ใช่ว่าจะเกิดจะมีกันหมดถ้วนทั่วประเทศ ทุกพลเมืองเมกัน
กันหมดนะครับ
ที่มันแย่ๆ แม้จะไม่ได้พบเจอกับตัวเองก็มีมาก
คือ อเมริกาเป็นประเทศที่รวมตัวจากหลายชาติพันธ์ หลายผิวพรรณ ตั้งแต่เริ่มสร้างประเทศเมื่อสองร้อยกว่าปีมา
มีสงครามกลางเมือง มีการเหยียดผิว หยามสี สีดำสีขาว การยึดติดกับเผ่าพันธ์เดิม
การแบ่งชนชั้น ทุกวันนี้ก็ยังมีให้เห็น แม้ธรรมนูญสูงสุดจะเขียนไว้เป็นข้อแรกเสียเพราะพริ้งว่า ทุกคนมีสิทธ์ในความเป็นมนุษย์เป็นพลเมืองของประเทศนี้ เท่าเทียมกันหมด คนผิวขาวยังมองดูคนผิวดำ
เหมือนไม่ใช่คนที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมตน
พวกที่มีรากเหง้าชาวยิว ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มคนที่คุมธุรกิจกิจใหญ่ๆของประเทศ
จะไม่มีทางที่จะมาร่วมวงศ์พงษ์เผ่ากับชนชาติอื่นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
คบกันทำงานด้วยกันโอเค พอทนได้ แต่จะให้ร่วมสมานฉันท์ดับไฟใต้ เอ้ย ดับไฟในอก ไม่เอาอะ
พวกกรูต้องเก่งและรักษาไว้กับสิ่งที่เรียกกันมานานว่า TRADITION
คนผิวขาวที่มาจากตระกูลใหญ่ๆ ดังๆ มีชื่อเสียง ก็ยังคงรักษาความภูมิใจในเหล่ากอของตน
พวกนี้จะให้ความสำคัญกับการศึกษาสูงๆ
บ้างก็สืบสานต่อเป็น นักการเมือง เป็นเจ้าของธุรกิจ ใหญ่โต เป็นกรรมการ เป็นประธานบริหารบริษัทการเงิน เป็นนายแบงค์คนดัง
คนผิวดำหรือคนเอเชีย ปัจจุบันนี้แม้จะมีมากที่นับว่าเป็นคนเก่ง คนมีหัว การศึกษาสูง แต่ก็เป็นได้แค่ถึงระดับหนึ่งเท่านั้นเอง
เมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์แล้ว ก็นับว่าน้อยอยู่ และคงไม่มีทางที่จะให้เป็นอัตราเฉลี่ยเพิ่มจนเป็นเมเจอร์ได้
คนดำ คนเอเชีย คนฮิสแปนิค หรือพวกที่ใช้ภาษาสเปนิช เป็นภาษาดั้งเดิม ยังนับเป็นชนชั้นที่ด้อยกว่า ใสังคมอเมริกัน เกือบทุกด้าน
พวกผิวขาวที่ร่ำรวยถือยศถือชั้น จะมองพวกเราเหล่าดำโก้เอเชีย (รวมหมู่ไปเลย)
แม้บางครั้งอาจจะไม่กล้าแสดงออกตรงๆ แต่ก็สังเกตได้ หากแอบๆมองเอาจากสายตา
คนผิวขาวจะไม่กล้าไปตอแยกับพวกผิวดำ ไม่อยากมีเรื่อง บางคนถือติดตัวไปเลยว่า ไม่อยากไปแลกกับขยะ (TRASH , GARBAGE )
พวกคนรวยๆ แถวฟิฟท์ แอฟวะนิว, พาร์ก แอฟวะนิว, หรือ อัพทาวน์ อีสไซด์ ไม่กล้าไปทนกลิ่นอับๆ นั่งรถไฟใต้ดินร่วมกับชนชาติอื่นๆ ที่ใช้แรงงานเป็นลูกจ้างทั่วไป
ที่ยอมบ้าง ก็ทนนั่งรถบัสไปดีกว่า
ส่วนมากก็เรียกแทกซี่นี่แหละ นั่งไป ในใจก็คิดเหยียดไป แต่ดีที่ว่า บริการแทกซี่มันสะดวกรวดเร็ว
พวกคนขาวนี่หากไปเจอแทกซี่ที่ขับโดยคนดำ ไม่ว่าจะดำจากไหน ดำเมกัน ดำจาไมก้า ดำเฮติ มักไม่กล้าบ่นหรือแสดงออกตามใจตัวนะครับไม่กล้าถามไรมากด้วย

เพราะพี่ดำเรานี่ใจก็อคติกับเรื่องผิวๆ อยู่แล้วด้วย เลยไม่ค่อยจะพลีสไอ้ขาวๆ เท่าไร หากถูกกวนใจมากๆ พี่ดำจะไล่ลงจากรถไปเลย
พวกพี่บังแขกๆ จากชมพูทวีป ( เอ ไม่รู้เค้ายังเรียกคำนี้อยู่ไหมน้า มาได้ยังไง ชมพูทวีป แล้วทวีปอื่นสีอะไรอะ) ก็มีไรที่แข็งๆ เหมือนกันนะ กับผู้โดยสาร
พวกแขกจะเกลียดพี่ดำ และพี่โก้
แต่กลางๆ กับพี่ขาว เพราะพวกแขกเคยเป็นขี้ข้าฝรั่งมาก่อนมั้ง
หากพี่ขาวผู้โดยสารทนกลิ่นเนยแกงกาหรี่ที่อบจากตัวพี่แขก มาแทรกซึมไปทั่วทั้งคันรถ ก็จะไม่ค่อยมีไรให้เป็นข่าว
อ้อ อีกอย่างที่เป็นจุดเด่นของแทกซี่ขับโดยคนแขก คือ พี่ราเชนเดอร์กุมารทั้งหลายจะเปิดเพลงอินตะระเดียลั่นเลยอะ แกจะไม่แคร์ใครนะ
นั่งรถฉาน อีนีนายต้องฟังเพลงอินเดียนะนาย
ตอนรถว่างพี่แขกจะยิ่งเปิดเสียงดัง ฟังเอง และให้เพื่อนอาบังด้วยกันที่ขับอยู่บนถนนได้ฟังด้วย
อือ อือ กาโห กาเฮ สนุกนะนาย ฉานขอบอก
แล้วแทกซี่หน้าเหลืองที่ขับรถสีเหลืองละ ก็แบบผมและไอ้ตี่ (มีหมวย และสาวไทย ขับด้วยนะ สองสามคน)
ไอ้เหงียน ฟักเบา จากเวียตนาม ไอ้เฮง ฤทธ์แสม จากเขมร ท่านท้าวเย็น ตีนอุ่น จากเวี้ยงจั่น
พวกจากเอเชียออกเฉียงใต้ แบบเราๆนี่นะ
น่าเจ็บใจอะ ไอ้ทุกสี เอาเป็นที่รองรับ
ไอ้ขาวไม่กล้าลงไอ้มืด ก็มาลงที่หน้าเจ๊กนี่
ไอ้มืดก็อัดไอ้ไชน่าแมน
ไอ้โก้ก็ลงเอาที่ เฮ้ ชินิโต้
น่าฉงฉานจังอะ
ผมว่าคนขับแทกซี่จากเซ้าท์อีสเอเชีย นี่แหละดีและฉลาดที่สุด(รวมผมด้วยนะ ฮา ฮา)
เ พราะไม่คิดไปเหยียดไปดูถูกใครเขาก่อน
แต่ก็มีไรแบบใครดีดีด้วย ใครห่วยช่วยกันตี
คือ พวกผู้โดยสารคนขาวนะ จะชอบการบริการจากคนขับทางเอเชียมากกว่า
พวกเราไม่เรื่องมาก (จะมากได้ไง พูดอังกฤษได้น้อย ฮา ฮา ) จะสับๆ โขกด้วยวาจานิดๆ พี่เอเชียก็ไม่โต้กลับ เอางี้นะ
เปรียบให้เห็นง่ายๆดีกว่า คือเขาดูเราไม่มีพิษสงเท่าพี่มืด พี่แขก
บางทีก็น่าเอ็นดูเหมือนหมาตัวเล็กของเขานะ
พอเลี้ยงไว้ดูได้ บางตัวก็ดูซื่อ แต่ฉลาดนะ ให้เขาเทรนหน่อย เด๋วก็ให้กระโดดงับ จานบินได้ ( เรียกไรนะ นึกชื่อไม่ออก บี้ๆๆ ฟริสบี้มั้ง)
แต่จะให้เลี้ยงพี่มืด พี่แขกเขาไม่เอาอะ เลี้ยงได้ไง เสือ จระเข้ งูนะ น่ากลัว
พวกคนขาวที่เจ้ายศ และร่ำรวยนี่ คิดดูถูกนะกับที่ไม่ได้ผิวพรรณและเป็นคอเคเขี่ยนด้วยกัน
บ้าที่สุด ยิ่งประเภทคุณนายๆ นี่แหละ เหมือนแม่ตัวอิจฉาละครไทยเลยละครับ

ผมเคยรับคู่หนึ่งจากแถวคนรวยๆ อยู่ ฟิฟท์ แอฟวะนิว จะไปดูคอนเสิร์ท เพลงคลาสสิกนะ
“ CARNEGIE HALL PLEASE”
นี่หากเป็นหนุ่มๆสาวๆผมก็อาจปล่อยลูกเล่นไปว่า PRACTICE ,PRACTICE ไปแล้ว
เรียกเอาเป็นจุดคุยเพื่อเป็นกันเองกับผู้โดยสารที่นิสัยดีๆน่ารักด้วยละ
แต่เห็นนังคุณนายที่ท่าทางหยิ่งๆ
หน้ายังกะอดีตเฟิร์สเลดี้ แนนซี่ เรแกน ซึ่งผมเกลียดท่าและหมั่นใส้นัยตาที่เหยียดๆ คน มากเลย
หนังสือพิมพ์เคยเอาแกมาล้อ
ตอนที่แกกรอกใบรายงานเสียภาษี ในช่องอาชีพอะไร
แกกรอกว่า FIRST LADY อือฮือ อาชีพนี้มีด้วยหรือ ฮาฮา
เอ้าต่อนะครับ
ผมกดมีเตอร์ก็ออกรถนะ ก็ฟังเพลงจากในรถไปด้วย
เป็นเพลงคลาสสิกด้วยละ
สักพัก แม่แนนซี่ เรแกนหน้าเหมือนก็เอ่ย ด้วยสำเนียงเหมือนหยันๆ เยาะๆ
“96.3 FM ?..DO YOU UNDERSTAND CLASSICAL? “

ผมก็ว่า อือ โอ้เข่
แต่ในใจว่าอีนี่ ดูถูกคนจากเนื้อตัวแล้ว ยังดูถูกหูคนอีก
แกหันมาถาม ผู้ชายคงเป็นสามีนะว่า
“HONEY, CAN YOU NAME THIS TUNE?”
เพลงที่ผมเปิดอยู่นะ
คุณชายก็พยายามนึกๆนะ แต่คงนึกไม่ออก
บอกนังเมียว่า ไอ้ลืมๆ ชื่อมันติดมายลิปอยู่นะ
แล้วก็คงนึกๆ อีกสักครู่
ผมไม่ได้คิดไร เสือกไปตรงๆเลยว่า
“RHAPSODY IN BLUE ..GERSHWIN ”
คุณผู้ชายก็โพล่งออกมาว่า
“THAT’S RIGHT ,RHAPSODY IN BLUE ..VERY GOOD DRIVER YOU ‘RE GOOD”
โธ่เอ้ย ทำหัวสูง แม่แนนซี่ แค่เพลงคุ้นหูของอเมริกัน คอมโพสเซอร์ ง่ายๆ แค่นี้ยังทำลืม
ทีจริงหากเป็นเพลงอื่นๆ ผมก็คงไม่รู้หรอก ครับ
นานๆทีนะ ที่สถานีจะเอาเพลงคลาสสิกคุ้นหูฟังง่ายมาเปิด
แต่ที่ผมจำได้ดี เพราะที่เปิดอยู่นั่นเป็นเทปอะ จำได้ทุกเพลงทุกท่อนอะ เพราะซื้อมาเอง เปิดฟังแล้วฟังอีก จนฮัมตามได้
แต่ว่าก็ว่านะ ผมชอบเพลงคลาสสิกกับแจส ไม่ใช่เพราะจะทำตัวให้หัวสูงนะครับ
ก็ชอบโดยไม่มีเหตุผลประกอบละกัน และไม่ได้รู้ไรลึกๆ หรอกซื้อแผ่นที่ตัวชอบเป็นหลัก
ไปดูไปฟังตามแจสคลับดีๆ ก็มีบ้างและเคยไปเข้าคอร์ส
หัดฟังเพลงคลาสิกที่ชื่อคอร์สว่า
DO NOT BE AFRAID OF CLASSICAL MUSIC ด้วย
แต่ไม่เคยว่าจะต้องแยกดนตรีว่า เหมาะกับชนชั้น ไม่ว่าขี้ข้า หรือเศรษฐี
ดนตรีก็คือดนตรี ฟังเมื่อไรก็เข้าได้ หากจะฟังผมว่า
คุณแนนซี่หน้าเหมือนนั่นแกดูถูกนะ
ไอ้แค่คนขับแทกซี่ มันจะมารู้ไร พวกมาจากประเทศที่สาม
ทำไมนะ คนเราต้องมองกันแต่ภายนอก แล้วเหยียดฐานะความเป็นคน ด้วยกิริยาวาจา
แค่มองไปเองว่า เขาไม่ได้รู้สิ่งที่เรารู้
ที่จริงนะ เพลงคลาสิกอาจจะมีรากมาจากพวกคนขาว
ทางยุโรป อาจมีดุริยกวีที่ยิ่งใหญ่ของโลก เป็นคนขาว
แต่ยุคใหม่นี้ คนเอเชียของเรา ที่จะยากยิ่งกว่ามากนักในการเรียนรู้ทั้งภาษาและวัฒนธรรมหรือทางกายภาพ
ได้แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะทางดนตรีสาขานี้
มีคอนดักเตอร์ จากเอเชีย ที่มีชื่อเสียงก้องโลก เช่น สุบิน เมธา จากอินเดีย นายเซจิ โอซาว่า จากญี่ปุ่น
คุณ ……จากเมืองไทย ขอทานโทษครับ ที่ผมจำชื่อไม่ได้ และก็บรรดาโซโลอิสท์เก่งๆ ก็จากเอเชียทั้งนั้นแหละ
midori, yo yo ma และอีกมากที่นึกชื่อไม่ออกตอนนี้ครับ

ยาวเกินไปแล้ว ที่จริงจะแถมเรื่องการ ทรีท เห้ๆที่ทำกับผม จากคนไทยที่นี่อีกเรื่อง เอาไว้คราวหน้านะครับ
สวัสดี ด้วยเพลงของโมสาร์ท สักเพลงดีไหมครับ… อุย.. PRACTICE, PRACTICE…
.
BYE NOW




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 23 สิงหาคม 2548 12:00:55 น.
Counter : 462 Pageviews.  

11-AN ASSHOLE & A BITCH

๑๑***เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก***...(ตอนAN ASSHOLE AND A BITCH...

................................................................................................................................
วันนี้ ผมขอเล่าแบบไม่ยาวเรื่องเดียว ส่วนตั้ว ส่วนตัวนะครับ ที่ต่อจากวันก่อนเรื่องการ
ทรีท คน ของผิวขาว ที่มีต่อผิวเหลืองหน้ากระเหรี่ยง คนขับแทกซี่อย่างผม
แบบที่เคยบอกนะครับว่า คนขับแทกซี่นี่ หากใจร้อนจะยึดอาชีพนี้ไม่ได้ เพราะแต่ละวัน
ก็จะได้พบได้เจอหลายสิ่งหลายอย่าง
เริ่มแต่การจราจร จนไปเกี่ยวพันกับ อารมณ์ผู้โดยสารและคนขับทีหลัง หากรถติดแบบ
ไปยึกหยุดยัก มีเตอร์ทีขึ้นไป จากเวลาที่รถไม่ขยับนะ มันไม่เป็น ที่ต้องการของคนขับเลย
นะ ไม่คุ้มครับ สู้ขับไปได้รวดพรวดเดียว มีเตอร์ขึ้นติ๊กๆๆๆ ไม่ได้ ผู้โดยสารก็อึดอัดที่ต้อง
นั่งอ่านตัวเลข ตัวเงิน ที่ขึ้นไปเรื่อยๆ พออารมณ์เสียก็มาลงกับคนขับ ยังกะว่า คนขับเป็น
ตัวทำให้รถติด บ่นๆๆ นี่หากใจร้อนก็ต้องทะเลาะกัน อาจมีเรื่องถึงตำรวจ หรือพาลให้
ไม่อยากขับต่อไปเลย
ผู้โดยสารมีทั้งดีเลว บ้างก็เอานิสัยแย่ๆมาอัดกับแทกซี่ โวยวายยังกะว่าคนขับเป็นลูกไล่
ไม่พูดก็ว่าพูดอังกฤษไม่เป็น พูดมากก็ว่า ขับช้าก็บ่น ขับเร็วก็ว่าเฮ้ นี่นิวยอร์กนะเว้ย
ไม่ใช่โฮจิมินต์ไฮเวย์ หรือ บอมเบย์เอ็กเพรส
ครั้งหนึ่ง กลางวัน หน้าร้อน ผมรับสาวสวย ก็ คนขาวอะนะ จากแถวมิดทาวน์ คือ ตอน
กลางๆ ของแมนฮัทตั้นนะ จะไปทีตึกเวร์ลเทรด เซ็นเตอร์ WTC ตึกที่สิบกว่าปีต่อมา
โดนถล่มนะ (คิดถึงก็เศร้าอีกแล้ว ฮือๆๆ แต่ไม่กล่าวต่อละ เดี๋ยว นอกเรื่อง ยาวไป น้ำลาย
ท่วมรถ)
ผมรับแม่นั่นแถว5TH AVENUE พอหล่อนคนสวย ขึ้นรถมา ผมเปิดมีเตอร์ เธอก็ว่าไปทาง
WEST SIDE HIGHWAY ดีกว่าไหม ผมก็ว่า อย่าเลยไม่ดี อ้อมอีกนาน รถก็ติด ไปตรงทาง
นี้เรื่อยๆแล้ววกเข้า BROADWAY ตอนใกล้ๆดาวน์ทาวน์ดีกว่า วันนั้นวันไหนผมก็จำไม่
ได้ แต่เป็นวันที่รถติดทั้งเมือง
พอขับมาใกล้ๆจะถึง กรีนิช วิลเลจ ถิ่นทางของพวกทิสท์ พวกเกย์ และย่านคึกคัก ของ
หนุ่มสาวนิวยอร์กและทัวริสท์ รถมันไม่ขยับเลยอะ ต้องมีไรผิดปกติข้างหน้าแน่ ผมเปิด
วิทยุฟังรายงานจราจร ก็รู้ว่า เขาปิดอุโมงค์HOLLAND TUNNEL ที่จะข้ามไปฝั่ง NEW
JERSEY เลยทำให้รถติดบริเวรนั้น เลยลามมาไกลเลย เพราะใครๆก็อยากหลบแถวนั้น
ยิ่งหลบก็ยิ่งติด
แม่สาวสวยเริ่มบ่นแล้วอะ ผมเหลือบไปดูกระจกหลัง แม่สาวนี่สวยมากอะ แม้ท่าทางจะ
หงุดงิดหน้าบึ้ง ก็ยังสวยนิหล่อนบ่นว่า ไอ บอกยูแล้ว ว่าให้ไปไฮเวย์ ยูไม่ไป ผมก็บอก
ซอรี่นะมิส ทางนั้นมันอ้อมมาก และรถก็ติดทุกแห่ง ทุกถนนด้วย
พรีทตี้เลดี้นั่น เห็นมิเตอร์ตัวเงินตัวทอง เอ้อ ตัวเงินอย่างเดียวมันก็ขึ้นสินะ ไม่ขึ้นก็บ้าหรือ
มิเตอร์กรูเสียแน่ๆ หล่อนว่าไม่แฟร์นะ
ผมก็อธิบายให้แกฟัง ว่ามันก็ยังงี้ทุกคันนะพรีทตี้เลดี้ ผมก็ทำงาน ไม่ได้โกงยูเลย ทำไงได้
เรื่องทราฟฟิกแจม นี่ใครๆก็ไม่ชอบนะจ๊ะ
เธอนั่นก็ชักเสียงดังขึ้น มีด่า ฟัก ฟัก ด้วยนะแต่แปลก เสียงดัง เสียงด่าก็จริง แต่หน้ายิ้ม
คนอาไรหว่า คือหล่อนบ่น ดังๆ และคงหงุดหงิดที่จะไปไม่ทันตามนัดที่ปลายทางด้วย
มีคำนึง เธอปล่อยคำว่า ไดร์เวอร์ ยู SUCK นะ
ไม่ใช่เธอมาเรียกผมไปดูดไปดมไปดันไรของเธอหรอกครับ เธอด่าผมอะ หมายถึง ยูแย่
มากๆ แต่คงไม่มากเท่าไอ้ควายมั้ง เพราะแม่คุณพูดก็จริง แต่หน้าตาก็ไม่บอกอารมณ์โกรธ
เท่าไรเลย
ผมก็บอกคนสวยว่า ยูลงเดินดีกว่าไหมละ เพราะรถไม่ขยับยังงี้ เสียเวลาเสียเงินเปล่าๆนะ
ตอนนั้น รถหยุดแหง็กทุกคันเป็นเหมือน PARKING LOT ลานจอดรถแล้ว บางคันก็ ดับ
เครื่องเสียเลย คนขับก็ลงรถมากินลมร้อนๆนอกรถ
แม่คนสวยไม่ลงอะ แต่บ่นด่าด้วยใบหน้ายิ้มไปเรื่อยๆที่นี้เลยมาด่าคนขับแล้วอะแกว่า ยู
SMARTUPID เอ้อ ไม่ใช่. STUPID DRIVER อือ ออกตัวตรงอะ
คำนี้ คนที่สติวปิดจริงๆ หรือไม่สติวปิด ก็ฟังออกอะ ไอ้คนขับควายๆเอ้ย แต่ อีนังนี่ทำไม
มันด่าคนหน้ามันไม่ไปด้วยหว่า
ผมก็ชักโกรธๆเครื่องร้อนแล้วอะ ผมจะด่ามั่งแล้วนะ ทายสิ ผมจะด่าคำไหน ใช่แล้ว
คำประจำเจ้าเก่า
" YOU’RE AN ASSHOLE"
ผมด่าคำนั้นจริงๆนะ พอหล่อนได้ยิน โห ไม่อะ ไม่โกรธ แต่หัวเราะลั่นเลย หัวเราะเสียงดัง
แล้วโยกตัวเอามือกุมท้องเลยอะ ผมชักงง อีนังนี่คงบ้าไปแล้ว มีด้วยหรือ โดนด่า แล้ว
หัวเราะผมก็ชักยั่วะและโกรธแล้วจริงๆนา เลยด่าสำทับคำเดิมไปอีกที
ทีนี้แม่สาวสวย พูดตอบกับผมว่า
" I LIKE YOU.. DRIVER.. YOU ‘RE VERY FUNNY"
อาไรหว่า เจอผู้หญิงบ้าแต่หน้าสวย ธรรมดา ผมไม่ด่าผู้หญิงนะ และการด่าคำแบบ
F..CK.. SUCK ที่เมกานี่มันก็ไม่ถึงคนถูกด่าจะไปถือเท่าไร อย่างมากก็ด่ากลับไปกลับมา
นังนี่กลับบอก ชอบคนฟันนี่แบบผม มันต้องมีไรผิดปกติแน่ๆเลย อือ หรือว่า พระขุนแผน
ออกฤทธ์ เอามือคลำที่คอดู วันนี้ตูไม่ห้อยพระนิ หรือนั่งนี่ มาติดบ่วงแห่งความหล่อของเรา
ผมคิดอยาก ยกมือเสยผมนิดๆ แล้ว เอียงข้าง เอามือจับคาง เหมือนแบบที่สตูดิโอสมัยผม
ชอบถ่ายโชว์มาปะหน้าร้าน อือ จำได้ มิตร์ ชัยบัญชาไง
แม่คนสวยหน้ายิ้มแบบคนอารม์ดีอะกล่าวต่อว่า นี่ ไดร์เวอร์ ไอจะบอกไรให้นะ คำ
ASSHOLE ที่ยูด่าไอนะ วียูส ดิสเวิรด ทู เคิรส เอ แมน นอท เอ วูแมน
" IF YOU WANTED TO CURSE ME SAY “A BITCH”, “A SLUT,” OKAY"
อย่างนี้ก็มี สอนผมให้ด่าให้ถูกคำด้วย ผมก็อายนะ ที่ด่าแบบไม่รู้จักคำด่า ว่าใช้ยังไง
แล้วเสือกไปด่าเขาอีก ก็ตามๆเอามาจากในหนังบ้าง จากที่ได้ยินบ้าง หรือ เพราะผมอาจจะ
มาจากสกุลวงค์พงษ์เผ่าชั้นสูง เลยด่าไม่เป็นก็ได้ ถุย ถุย ถุยสามที
ผมชักอยากเอานิสัยจริงๆออกมาใช้กับเธอแล้วอะ คือ นิสัยสนุก ทลึ่ง ขี้เล่น ตอนนั้น
ไม่โกรธ ไม่ถือเธอแล้วละ เลยบอกคนสวยกลับไปว่า
โอ่เค้..... แท้งกิ้ว บิทช์
แกก็ตอบกลับผมว่า
โอเข่ แอสโฮล
แล้วผมกับเธอก็หัวเราะลั่นรถกัน สักครู่ผมก็กล่าวกับเธอว่า ซอรี่นะที่ไอพูดหยาบกับยู แม่
คนสวยท่าแปลกก็บอกไม่เป็นไร
ผมก็บอก ยูลงเดินไปเถอะ ไอไม่คิดเงินยู
ตอนนั้นมีเตอร์ขึ้นมาที่ 11.50$ แล้วครับ
เธอก็ว่า ไม่ได้หรอก เธอจะจ่าย และบอกยังไงก็ไปสายแล้ว ต้องไปเดินหาอีก ว่าเพื่อนไออยู่ไหน
ไอไม่ไปแล้วละ
เธอก็ถามผมว่า มาจากประเทศไหน พอรู้ว่า จากไทยแลนด์ก็ทำท่าว่า ตื่นเต้น เล่าให้ฟังว่า
พี่ชายเคยไปเที่ยวแล้วชอบมากๆ
รถเริ่มเคลื่อนได้แล้วละครับ โอ้ย จากวิกฤติจะเอาเป็นโอกาศ ผมบอกเธอว่า หากเธอจะ
จ่ายค่ารถ ผมก็จะขอเลี้ยงลั้นช์เธอไชนิสท์ฟู้ดที่ไชน่าทาวน์ โอเคไหม
เธอ ที่หลังผมเรียก แพม PAMELA นะครับ ก็ตอบโอเค
เออบ้าดีนะ วันนี้ ด่ากันแล้วได้เพื่อน จริงๆนะ ผมหาที่จอดรถ ยอมใจป้ำเข้า PARKING
GARRAGE ยอมเสียเงินค่าจอด แล้วลงรถพร้อมกับแพม เดินไปด้วยกัน ไปกินอาหาร ที่
ไชน่าทาวน์ซึ่งไม่ไกลจากแถวโซโหแถวที่ผมจอดรถ
แพมจบคอลเลจนะ มาจากฟลอริดา จะมาหางานด้านการแสดงที่นิวยอร์ก เธอเรียนทาง
ด้านการลครมา
หลังจากอาหารมื้อนั้น เราก็เป็นเพื่อนกัน และต่อมาก็สนิทกันมาก ผมหางานwaitress ให้
เธอ หาอพาร์ทเมนท์ไม่แพงให้ ทาสีห้องให้ บางโอกาศเธอให้ผมอ่านบทพูดตัวลคร ตอบ
กับเธอ เมื่อตอนซ้อมลคร ผมไปมาหาสู่กับเธอ ไปเที่ยว ไปดูหนังฟังเพลง เมื่อมีโอกาส
หลังจากที่ผมเลิกขับรถแทกซี่ไม่นานต่อมา
เมื่ออยู่สองต่อสอง ผมก็เหมือนผู้ชายธรรมดา ทั่วไปอะนะ อยากมีไรเหมือนกัน แต่ไม่เคยได้
แดะอะ ผมเป็นคนที่ไม่หลอกคนและเจียมบอดี้ แบบugly but cute ด้วยนะ เธอรู้จากผมว่า
ผมแต่งงานแล้ว
แม้บางทีจะ dog หยอก chicken ยังไง เหมือนเธอจะแกล้ง ยั่วผมนะ และจากการไม่
ถือเนื้อตัวตัวของเธอด้วย
พอจะถึงบทที่เหมือนว่าจะได้เแดะ ไม่เคยได้แดะเลย แต่ก็ไม่เคยรู้สึก จะคิดหวังแบบนั้น
กับเธอจริงๆจังๆ แม้เสียดายชมัดก็ตาม
เคยบอกขู่เธอเล่นๆนะ ว่า หากไปห้องเธอคืนนี้ เธอไม่ให้ผมจะRapeนะแพม
แพมพูดฉลาดจังเลย ว่า ไม่ต้องเรปหรอก เธอจะไม่ขัดขืน แต่จะร้องไห้น้ำตาไหล แล้วจะ
ไปฟ้องเมียผมว่าเสียใจที่ผมทำไรเธอไป โห พูดงี้ใครจะกล้าทำลง
กลายเป็น ตอนหลังเธอสนิทและดีกับเมียผมซะอีก วันแต่งงานของแพม กับฝรั่งนักแสดง
ด้วยกัน ผมและเมียเป็นเจ้าภาพออกเงินให้ทั้งคู่ก่อน
พอพิธีวันนั้นเสร็จหมดจะร่ำลา เธอกราบที่อกผม แบบที่ผมเคยสอน เรื่องประเพณีไทยๆ
แล้วกล่าวพร้อมยิ้มซึ้งๆด้วยคำว่า
" THANK YOU, ASSHOLE"
ผมก็อวยพรเธอ แบบซึ้งๆสั้นๆได้ใจความนะ
" BE GOOD ,BITCH...โอ่เค้ ."............................
''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
หลังจากแต่งงานไป แพมกับผมก็ไม่ได้ติดต่อกันบ่อยๆ เหมือนก่อนนี้ เจออีกครั้ง ก็ได้
รู้ว่าเธอไปทำงานเป็น แอร์โฮสเตสท์ ของอเมริกันแอร์ไลน์ งานลครก็ไม่ได้เป็นดั่งคาด
หวัง สามีก็ทำงาน เป็นคนสอนศาสนา เล่นเปียโนในโบสถ์คาทอลิกใหญ่แห่งหนึ่ง

จากคุณ : smartupid - [ 10 มิ.ย. 48 11:07:34 A:207.38.181.133 X: TicketID:084009





 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 26 สิงหาคม 2548 8:43:28 น.
Counter : 514 Pageviews.  

10-เมื่อแทกซี่ถูกโกง

เรื่องเล่า แทกซี่นิวยอร์ก 7
ตอน เมื่อแทกซี่ถูกโกง

เรื่องเล่า แทกซี่นิวยอร์ก.... ตอน เมื่อผมถูกโกง... ทำไงอะ... เรื่องนี้แสบมากๆ ..ผมได้เคยเล่าไปแล้วนะครับว่า... กลโกงของแทกซี่นิวยอร์กนี่ มันมีแบบไหนบ้างครับ ที่คนขับตัวแสบมันจะหาทางโกงผู้โดยสารได้มันฟันได้มันจะฟัน .. ก็ส่วนมากที่เป็นเหยื่อ เป็นพวกทัวริสท์ทั้งจากนอกและในเมกาเอง จนเป็นที่กล่าวขวัญ และขึ้นชื่อในทางลบ จากคนที่ได้รับฟังและคนที่ไม่เคยนั่งแทกซี่นิวยอร์ก.. .. แต่วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังถึงเรื่องเมื่อแทกซี่ถูกโกงบ้าง มีด้วยหรือ ใครๆ ก็รู้ว่า คนจะขับแทกซี่ได้นะ ต้องเป็นคนที่รียกว่า TOUGH พอสมควร ต้องมีไรที่เป็นแบบ ห่ามๆ ทรามๆนิดๆด้วย กล้าเสียงดัง หน้าด้าน ด่าคำหยาบเป็นโวยวายเป็น และที่สำคัญต้องอ่านคนออกรอบรู้ถึงสภาพรอบตัว ทั้งผู้คนและเหตุการณ์ คนที่โกงแทกซี่ได้นี่ ก็ผู้โดยสารนี่แหละ คุณสมบัติก็มีแบบเดียวกับคนขับแทกซี่ การโกงมีตั้งแต่ หน้าด้านวิ่งลงจากรถเฉยๆ เพราะพวกนี้รู้ว่าคนขับจะไม่วิ่งหรอก ไม่คุ้มกับการเสี่ยง บางลูกค้าก็เบี้ยวแกล้งทำเสียงดัง โวยวายว่าแทกซี่โกงมีเตอร์ จาก ZAPPER ให้มีเตอร์หมุนเร็ว ต้องคอยให้ตำรวจมารับทราบ แล้วถือโอกาสหายตัวไป บางทีทำเป็นให้ไปรับเพื่อนที่จุดหนึ่ง แล้วลงหายไปไม่กลับมาจ่ายเงิน สำหรับผมตอนที่ขับใหม่ๆ ก็โดนเกือบทุกวันอะนะ เพราะขาดประสบการณ์ อ่านคนไม่ออก เชื่อใจคนที่ แต่งตัวดีพูดจาดี แต่แม่งเบี้ยวเฉย หรือบางทีก็ไว้ใจแม้ ไอ้พวกวัยรุ่นไอ้มืดไอ้โก้ แล้วอีกอย่างผมขี้หยวนด้วยนะ คิดว่าช่างแม่งมรึง ไม่กี่ตังค์ ไม่คุ้มกับการไปเสี่ยงตามมันไป ผมเกลียดมากกับเรื่องโกงๆ ของคน ตั้งแต่ตอนอยู่ไทยแลนด์แดนคอรัปชั่นแล้วละ เกลียดพวกเจ้าหน้าที่หรือราชการที่ฉ้อฉล กินบ้านโกงเมือง พอมาอยู่นี่ก็พยายามไม่ทำไรที่ผิดกฎหมาย ไม่อยากทำไรที่เป็นทริก เพื่อให้ตัวเองมีแต่ได้รับเล็กรับน้อย ไม่อยากเห็นแก่ได้อย่างเดียว ก็เล่นแบบตรงไปตรงมา เคารพกฎหมาย แบบพลเมืองดีคนหนึ่งอะนะ และเมื่อผมได้มาขับแทกซี่ ก็ตั้งใจจะเป็นคนขับที่ดี ไม่ตามไอ้พวกขี้โกงพันนั้น ไม่เคยคิดเอาเปรียบ หรือหาทางโกงผู้โดยสาร บางทีก็ทำใจดี ขี้หยวนเสียอีก หากเจอผู้โดยสารที่เห็นว่านิสัยดี บางคนบอกตรงๆ มีเงินไม่พอก็โอเค ไปส่งให้ ก็เรียกว่าขับฟรีก็หลายครั้งเมียผมยังบ่นเลย หากตอนผมมาเล่าเรื่องเจอะเจอคนดีๆ แล้วให้นั่งฟรีๆ แกว่าไม่รู้จะขับทำไม เหนื่อยเปล่า ผมก็ว่า น่าไม่ทุกวันหรอก ช่วยได้ช่วยไปเถอะ
เอ้อ เรื่องใจดีใจถึงของผมนี่ ก็อยากอวดเหมือนกันนะ ว่าผมเป็นแบบนั้นจริงๆ เอาสักเรื่องนะ ก่อนเจอกับเรื่องที่คนดีๆ อย่างผม( ฮา ฮา ฮา) ถูกคนไม่ดีโกงเอา โถน่าสงสารอะนิ.............คือวันหนึ่งนะ ผมรับคนจากสนามบิน KENNEDY เป็นคนไทยด้วยละ อือม์ เรื่องได้เจอคนไทยที่เพิ่ง เดินทางมา ท่าทางไม่ค่อยรู้เรื่อง ผิดถิ่นแปลกที่นี่ ผมจะหาทาง หรืออาสา ถามไถ่เลยละ เพราะผมเข้าใจถึงความกลัว กังวลกับสภาพใหม่ๆ กลัวไปไม่ถูกหรือหลงทางกับจุดหมาย ผมคิดถึงตอนที่ผมมาถึงนี่วันแรกได้ดีครับ โอย กลัวไปหมด ภาษาก็ไม่กระดิก ฟังไม่ออกเหมือนหลงฝูงมาอยู่กับเขานะครับน้องคนไทยนั่นพอรู้ว่าผมเป็นคนไทย ท่าทางแกดีใจนะครับ แบบยกมือไหว้สวัสดีผมเลยอะ เออ เด็กนี่นิสัยดีนีหว่า แกบอกเป็นนักศึกษามาเรียนต่อ ไม่เคยมาเมกาก่อนเลย แกจะไปเข้าแคมปัสที่ COLLEGE ซึ่งอยู่ไกลถึง LONG ISLAND ในเขต NASSAU COUNTY ผมก็บอกแกครับพร้อมทั้งให้แกดูหนังสือคู่มือแทกซี่ ว่าผมต้องชาร์ชค่าโดยสารมีเตอร์สองเท่านะ เมื่อออกนอกเขต NEW YOTK CITY ก็คงรวมแล้วประมาณ 40-45 เหรียญนะ แกคำนวน เอา 25 คูณ คือค่าเงินสมัยนั้นนะครับ แล้วบอก โห พี่ตั้งพันกว่าบาทเชียวหรือ แต่น้องนั่นก็ตกลงไปนะ ตอนนั่งรถมาแกก็คุยให้ฟัง บอกเป็นเด็กต่างจังหวัด พ่อแม่อยากให้มีอนาคตดี เลยหาเงินได้ก้อนหนึ่ง ส่งลูกมาเรียน การพูดการจาน้องคนนี้มีสัมมาคารวะดี เหมือนผ่านการอบนมจากครอบครัวที่ดีนะครับ แต่แกก็คงเหมือนไม่เชื่อใจผมนะ คงกลัวว่าผมจะหลอกโกงเงิน อาจได้รับข่าวด้านลบมาก่อนเรื่องแทกซี่นิวยอร์ก ก็ได้ เอาเถอะ น้องเอ้ย พี่เข้าใจนะ เมื่อถึงจุดหมาย วันนั้น COLLEGE ปิดทำการเพราะเป็นวันอาทิตย์ ผมยังไม่ยกกระเป๋าสองใบ ที่หนักมากๆ ลงก่อนนะ ล็อกรถไว้ แล้วทำเหมือนเป็น GAURDIAN หรือผู้ปกครองมาส่งลูกเข้าเรียนนะครับ พาแกเดินติดต่อสอบถาม ไปตามตึกต่างๆ กว่าจะแกจะเข้า ดอร์มได้ ก็เสียเวลาเกินชั่วโมงเลยละ แล้วผมก็ต้องช่วยแกขนกระเป๋าแสนหนัก เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง พอเข้าห้องก็ช่วยสำรวจความเรียบร้อย โทรไปบอกเจ้าหน้าที่ บอกขาดหลอดไฟที่โต๊ะเขียนหนังสือ พอทุกอย่างโอเคเสร็จหมดเรียบร้อย น้องนั่นยกมือไหว้ผม บอกขอบคุณผม แล้วยื่นแบงค์ร้อยเหรียญให้ผม บอกพี่รับไว้ร้อยเลยนะ พี่เสียเวลามาช่วยผม เออ ไอ้น้องนี่ ใจมันถึงหวะ ผมชอบครับ คนมีน้ำใจตอบคนแบบนี้ เลยคิดว่าหากเขาใจถึง เราต้องให้ถึงกว่า ผมเลยบอกน้องนั้นว่า พี่ยินดีช่วยนะน้อง เก็บเงินไว้เถอะ ขอให้ตั้งใจเรียน จบแล้วไปเป็นคนดีช่วยที่บ้านเรานะ ขอให้จำเริญๆนะน้อง ผมเห็นแววตาแก ที่ยกมือไหว้ผมอีกที อ่านได้ชัดว่า แกซึ้งกับที่ผมช่วยแก มีน้ำตาคลอนะ แกมาจดชื่อผมจากใบขับขี่ ที่ติดไว้ในรถด้านหน้า ยกมือไหว้ผมอีกครั้ง
แล้วผมก็บอกลาแกกลับ ขณะขับรถกลับผมรู้สึกปิติในใจนะ ไม่รู้สึกเสียดายหรือคิดถึงเรื่องเงินเลยครับและ ก็ไม่ได้คิดถึงผลบุญทานบุญคุณที่ได้ทำไรหรอกครับ แต่เมื่อสิ่งที่ทำ มีค่ากับจิตใจเองและคนที่รับที่เราช่วย ก็เป็นคนดีอีกเลย บางครั้งก็ภูมิใจตัวเองได้ลงเหมือนกันนิเรา จะว่าผมชมตัวเองบ้าง เรื่องอย่างนี้ ผมก็ยอมรับครับ.................................................................................................
หุหุหุ จบเรื่องสิ่งดีๆ แล้วมาฟังเรื่อง คนโกง ที่มาโกงคนดีๆ อย่างผม ( ฮาฮา ) บ้างนะ เอาเลยนะ.....................................................

คืนนั้น หน้าร้อน สักสองทุ่มกว่าๆนะ รู้สึกว่า ทำไมคืนนี้มันเงียบๆ ไปนะ SLOWBUSINESS มากเลยอะ ผมขับรถเปล่าขึ้นลง UPTOWN -DOWNTOWN ไม่มีคนเรียกนานแล้วนะ แล้วพอถึงถนน 63 ตัดกับ MADISON AVENUE เออ มีคนหนึ่งนะโบกแทกซี่ ผมจอดรับ ผู้ชายวัยสักยี่สิบกว่าๆ ขึ้นรถมาแล้ว ทักผมก่อนเลย HOWDY สำเนียงออกทาง WESTนะ บอกให้ไปส่งที่โรงแรม WALDORF ASTORIA ผมก็กดมีเตอร์ ขับไปโรงแรมนั่น
.........................................................................




****ขอกล่าวนอกเรื่อง ถึงโรงแรม WALDORF สักนิดครับ คือโรงแรมนี้ นับเป็น
LANDMARK แห่งหนึ่งของนิวยอร์ก ในหลวงและสมเด็จพระบรมราชินีนาถของไทยเราก็ได้ทรงประทับที่โรงแรมนี้ เมื่อครั้งสองพระองค์(และพระราชโอรส กับ พระราชธิดา) เสด็จประภาสอเมริกาอย่างเป็นทางการ ประมาณปีพ.ศ2502
พอถึงวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี แม้จนปัจจุบันนี้ เขาจะปักธงชาติไทยที่หน้าตึกส่วนบนของโรงแรม ก็วันพระราชสมภพในหลวงเราไงละครับ คือโรงแรมเขาถือเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ได้ถวายการต้อนรับพระประมุขของประเทศและบุคคลสำคัญอื่นๆ ของโลกครับ *****
........................................................................................................
เอ้า มาเล่าต่อนะ ขณะที่นั่งมาในรถ ชายผู้โดยสาร ก็ถามผมว่า อยากได้ GOOD TRIP AND GOOD TIP ไหมละ ผมก็ถามกลับว่า แบบไหนละยู ไอ้หมอนั่น ( เรียกอย่างนี้ดีกว่านะ) ก็บอกว่าส่งมันที่โรงแรม มันไปเอากระเป๋า แล้วไปสนามบิน เอากระเป๋าไปส่งให้เพื่อนและจะนั่งกลับมาโรงแรมอีก ดีไหมละ ง่ายๆ ไปกลับบวกกู้ดทิป ผมก็เห็นว่า คืนนี้ธุรกิจไม่ดีเท่าไร ไปแบบง่ายๆ นี้ดีกว่า ได้เงินแล้วกลับบ้านนอนเลยจึงตอบตกลง โอ้เข่ เมื่อถึงโรงแรมผมจอดรถคอยมันโดยไม่ต้องปิดมีเตอร์ ระหว่างนั้นผมลงไปคุยกับ DOORMAN ที่รู้จักถามถึงไอ้หมอนี่ ดอร์แมนบอกว่า อ๋อ ไอ้หมอนี่ ขี้เหนียวไม่ทิป จะเช็กเอ้าท์คืนนี้ ผมก็ถามว่า มันมากับเพื่อนอีกคนใช่ปะ ดอร์แมนว่า ก็เห็นแต่มันคนเดียวนะ ผมก็ชักเอะใจแล้ว แต่ไม่ทันได้คิดไรมาก ไอ้หมอนั้นก็มาพอดี พร้อมกับกระเป๋าแบบ WEEKENDER ไม่เล็กไม่ใหญ่ ยี่ห้อ NIKE เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เสี่ยงไปดีกว่า แต่เรารู้ตัวนี่ เราได้เปรียบนีหว่า แล้วผมก็ออกรถต่อไปสนามบิน ระหว่างทางไอ้หมอนั่น ชวนพูดชมผมอย่างโน้นอย่างนี้เน้นแต่ว่า ผมโชคดีที่จะทำเงินง่ายๆ กับทริปนี้ เออ นึกว่าฉลาดตายอะ จะโกงทียิ่งพูดมาก ยิ่งไม่น่าเชื่อ แต่ผมก็พูดโต้ตอบมันดีนะ ให้มันตายใจ ทำแบบไม่รู้เรื่องนะ สีหน้ายิ้มแย้มด้วย เหลือบไปดูทางกระจก เห็นสีหน้าและนัยตาบอกสมหวัง ของมันมันคงคิดว่า ไอ้ตี๋แทกซี่นี่ คงอ่อนเชิงมาก มั้ง คงเห็นแก่เงิน หรือไม่ก็โง่ชิกหาย หนอย ไม่รู้จัก โทนี่ จา แล้วไอ้คาวบอย เอ้ย เอ้อ เพลินไปครับ ตอนนั้น โทนี่ จา ยังไม่เกิดครับ เดี๋ยวเถอะผมวางแผนแก้ไว้แล้วอะ คิดว่าไอ้หมอนี่มันรู้จักแทกซี่นิวยอร์กน้อยไปแล้ว ไอ้บ้านนอกตะวันตกเอ้ย เขามีแต่จะโดนแทกซี่นิวยอร์กโกง นี่มันจะคิดมาโกงแทกซี่นิวยอร์ก
เมื่อถึงสนามบิน ผมส่งมันที่ AMERICAN TERMINAL มันรีบบอกผมนะ ว่ายูคอยในรถสามนาที ไอเอากระเป๋านี่ให้เพื่อนไอ ที่เคาน์เตอร์ อเมริกันแอร์ไลนส์ อย่าปิดมีเตอร์นะ โอเค ซี้หยู่ แล้วมันก็ลงรถไป ผมมองตามนะ พอลับมุม ผมก็ลงจากรถเดินตามมันไป บอกพนักงานแอร์ไลน์ว่า ผู้โดยสารไม่จ่ายเงินค่าแทกซี่ จะไปตาม ฝากดูรถให้หน่อย ตาลุงนั่น ก็ใจดี บอกไปเลย พอผมเข้ามาข้างในเทอร์มินอล เห็นไอ้คาวบอยตัวแสบ เดินขึ้นไปชั้นสอง แหนะ เอากรูแน่
ผมก็เดินตามมันขึ้นไป โห ยังกะหนังสายลับ เจมส์ บอนด์เลยอะ พอขึ้นถึงชั้นสอง ผมเห็นพอดี ไอ้แสบ เดินเข้าห้องน้ำ โหะ ง่ายละทีนี้ มันจะหนีไปไหน
ผมไปยืนดักมันหน้าห้องน้ำ... ชายหนุ่มกัดกรามกรอดๆ.. แมกนั่ม.54 ชื้นเหงื่อเดี๋ยวคงได้สังเวยเลือด ..โอ้ย..ลืมตัว พล่ามเพลินไป ดูหนังสายลับมากไปอะ... ขอโทษ แล้วผมก็ตัดสินใจ เปิดประตูห้องน้ำ เดินเข้าไป เห็นไอ้แสบกำลังยืนหน้ากระจกหวีผม แน้ โกงแล้วยังจะทำหล่ออีกนิ กระเป๋ามันวางไว้ที่พื้น รวดเร็วปาน กามนิตหนุ่ม ผมถลา ไปที่กระเป๋าไนกี้ ของมัน หยิบหูกระเป๋าแล้วยกกระเป๋าเอามาไว้กับตัว ผมตะโกนใส่มันด้วยภาษาอังกฤษ สำเนียงดอกเตอร์ไตรรงค์
"HEY YOU,ASSHOLE GIVE ME THE MONEY OR I 'll CALL THE POLICE"
หน้ามันเสียเห็นชัดมากๆ เพราะมันไม่คิดว่า ผมจะตามมันได้นะ มันหยิบเงินจากกระเป๋าเสื้อ ผมกระชากมานับได้แค่แปดเหรียญเองนะ แล้วผมก็เกิดเจ็บใจที่มันจะคิดโกง เหมือนหมาบ้าแล้ว ต้องให้มันรู้บ้าง มีคนมาออดูกันนะ ที่ผมตะโกนใส่มัน ผมเหลือบเห็นตั๋วเครื่องบินที่เหน็บกับกระเป๋าเสื้อมัน ผมกระชาก ดึงตั๋วนั้นมาไว้ในมือได้อีก แล้วบอกมันอีกว่า หากยูไม่จ่ายมาอีกสามสิบดอลล่า ไอจะไปบอกโพลิสนะ ทีนี้มันอุทานว่า โอ ชิท แล้วทำหน้าเหมือนร้องไห้ ยกมือปิดหน้า ผมรู้ว่ามันไม่มีเงินให้แน่ แต่อยากให้บทเรียนแสบๆ กับมันอีกเลยชูตั๋วเครื่องบิน ตรงหน้ามัน แล้วจัดการฉีกเป็นสี่ท่อน ขยำไว้ในมือ หลังจากนั้น ผมตะโกนใส่มันอีกครั้งว่า ไอจะไปแจ้งโพลิส แล้วผมก็หิ้วกระเป๋าเดินออกมาเฉย ลงชั้นล่างจะไปที่รถแทกซี่ ผ่านตาลุงคนนั้น แกถามว่าได้ไหมค่าแทกซี่ ผมบอก มันไม่มีเงินเลยให้กระเป๋านี้มา ผมโยนกระเป๋าใส่รถแล้วขับรถกลับบ้าน หมดอารมณ์จะขับต่อ
เมื่อเข้าบ้าน เมียผมถามว่า ไปเอากระเป๋าใครมา ผมบอก ลูกค้าลืมไว้พรุ่งนี้ จะเอาไปคืน ผมเปิดกระเป๋ามันดูเจอใบขับขี่บัตร์เครดิท และเสื้อผ้าสามสี่ชุดและแว่นตายี่ห้อ ARMANI เออดีหว่า อาร์มานี่ ผมก็เอามานี่กรูจะเอาไว้ใส่ขับรถทำเท่ห์ ผมไม่ทราบว่าไอ้บ้านั่น จะหาทางขึ้นเครื่องยังไง ไม่ง่ายนะ สมัยนั้น คอมพิวเตอร์ไม่จัดการให้ทุกอย่างเหมือนสมัยนี้ แต่มันคงได้บทเรียนแสบๆ จากแทกซี่นิวยอร์กไปมากละที่จริง ที่มันไม่กล้าตามผมมา เมื่อผมบอกจะไปแจ้งตำรวจ เพราะเขามีกฎว่าผู้โดยสารต้องมีเงินสดจ่ายทันทีที่ถึงจุดหมาย ไม่จ่ายจะโดนจับฐานฉ้อโกง และอาจต้องสงสัยว่าจะทำการจี้ปล้นคนขับแทกซี่ เพราะไม่มีเงิน ขึ้นแทกซี่มาได้ไงอะ คุณว่าผมทำแรงไปไหมครับ คือผมเจ็บใจนะ ผมไม่โกงใคร แล้วมาโกงผม ผมยอมไม่ได้ ว่าใจดำก็ต้องยอมละ วันรุ่งขึ้นผมเอาประเป๋ามันกับเสื้อผ้า ไปบริจากให้ SALVATION ARMY แล้วส่งใบขับขี่ และบัตรสำคัญต่างๆของมัน พร้อมด้วยข้อความตัวโต ส่งทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ ของมัน
เมือง AUSTIN ,TEXAS ผมเขียนไปอย่างนี้ครับ

" HEY ASSHOLE, DON'T DO IT AGAIN IN NEW YORK ,
TAXI WILL F..CK UP YOUR ASS..,. NOT YOU.. F..CK TAXI 'S ASS"
.....................................................................................................................................





 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 12:30:49 น.
Counter : 446 Pageviews.  

09-เรื่องขำๆจากคนดูลครบรอดเวย์

เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก 6
ตอน เรื่องขำๆ จากคนดูลครบรอดเวย์

แทกซี่นิวยอร์กนายหนึ่งเห็นหญิงสาวเรียกแถวถนน 38th and 8thAvenue ก็จอดรับ แต่คนขับก็งงๆ นิดนึงที่ว่า ทำไมผู้โดยสารสาวนี่มานั่งเบาะหน้าใกล้คนขับ แล้วแม่สาวนางนั้นก็บอกจุดหมายที่จะไป .............
..........เมื่อถึงที่หมาย นายคนขับกดปิดมีเตอร์แล้ว บอก
"Okay ,that will be seven fifty, please"
หล่อนผู้นั้นก็หันไปดูรอบๆแล้วบอกว่า
"To tell you the truth, I don't have any money, but "
แล้วหล่อนก็ถลกกระโปรงขึ้นถึงเอว และกล่าวต่อว่า
"Maybe this will take care of it"
ทีนี้นายแคบบี้คนนั้น ก็ก้มมองไปตรงนั้นกล่าวต่อว่า
"Gee, Lady, don't you have anything smaller?"
55555555555555
***กล่าวต่อหน่อยครับ คือว่า กฎที่กำหนดจาก TAXI COMM.นี่กำหนดให้คนขับต้องสามารถ ทอนเงินให้ผู้โดยสาร ที่ชำระเงินด้วยธนบัตรไม่สูงกว่าใบละ 20 เหรียญ หากจะให้ใบที่ค่าสูงกว่า ต้องบอกกันก่อน ส่วนมากคนขับจะบอกแบบนั้นแหละ ใบที่เล็กกว่ามีไหม**************5555555555555555555555

..........วันนี้มีอุ่นเครื่องด้วยแทกซี่โจ๊ก ก่อนผมจะออกรถ ดีไม๊หละ พอฟังได้เนาะ.................................................................................................................................................
*****เรื่องเล่าแทกซี่ ที่ นิวยอร์ก*****( ตอน ละครบรอดเวย์)




...Theatre District หรือย่านที่เป็นที่ตั้งของโรง Broadway ของ New York อันลือชื่อมานาน......ย่านที่ว่านี้ก็ไล่ลงมาตามถนน บรอดเวย์ ตั้งแต่ถนนที่ 54th Street จนถึงถนน 42nd Streetหรือ Times Square ที่เป็นที่ countdown วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ....บางโรงละครก็ตั้งอยู่บนถนนบรอดเวย์ ถนนใหญ่ บ้างก็ตั้งหลบไปบนถนนที่ตัดผ่าน ระหว่าง ถนนบรอดเวย์ กับ8th Avenue นับจำนวนรวมกันก็เกือบ40เธียเตอร์.... ........ละครบางเรื่องเล่นมาเกินสิบปี มีทั้ง MUSICAL, DRAMA , ROMANTIC COMEDY, VARIETY SHOW..... ลครบรอดเวย์นี้ นับเป็น a must อย่างหนึ่ง สำหรับผู้ที่ได้ไปเยือนนิวยอร์ก คือมาทั้งทีก็
ไม่น่าพลาดนะครับ ดูสิว่า มันจะยิ่งใหญ่เหมือนที่เขาลือไหม...........

สำหรับผู้ที่มาจากประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ การดูพวก MUSICAL ก็น่าจะสนุกและรับกันได้กว่าพวกที่เป็นดรามา ......ได้ฟังเพลงจากออเครสตราวงใหญ่ บวกกับฉากที่สมจริงสมจัง การเปลี่ยนฉากก็รวดเร็วทันใจ ............
ในเรื่อง Miss Saigon มีเฮลีคอปเตอร์บินจริงๆ มาลงในฉากเมืองไซ่ง่อนเลยละครับ ฉากถนนพัฒน์พงษ์ ก็เหมือนมาก แม้แต่ลังน้ำขวด Green Spot ที่ไม่มีขายในเมกา เขายังเอาจากเมืองไทยมาเข้าฉากเลย ................ ตอนผมขับแทกซี่ บางคืนหากผ่านแถวนั้นตอนละครจวนเลิก ผมก็คอยรับผู้โดยสารแถวโรงละครไปเลย... ผมชอบฟังคนที่ไปดูละครกันมาแล้วคุยกัน วิจารณ์กันไป ก็มีหลายแบบครับ ..ผู้โดยสารหรือคนดูละคร ทั้งโอเปร่าที่เมโทรโปลิแทน ,และเพลย์ที่บรอดเวย์ ,หรือพวกไปดูคอนเสิร์ท ฟิลฮาโมนิก ที่ CARNEGIE HALL..ทั้งที่หัวสูงจริงๆกับแกล้งทำเป็นหัวสูง.. ผมชอบอ่านคนด้วย บางทีก็ตลกดีนะ มนุษย์นี่.. จะเอาไรกันไปถึงไหน.. คือการที่เราได้พบคนหลายประเภทในแต่ละวัน บางทีเราสังเกตกิริยา ท่าทาง แล้วคิดตามที่เราเห็น... ในบางครั้งเราจะมองเห็นมนุษย์ด้วยกันในทางที่เข้าใจดีๆมากขึ้น อภัยในสิ่งที่เราว่าไม่เข้าท่า ..จนกลายเป็น
ขำๆไปเลยก็มีครับ คือเหมือนที่คำเขาว่า ดูละครแล้วย้อนดูตัวไงครับ เฮ้อ
"บทบาทลีลาแตกต่างกันไป ถึงสูงเพียงใด ต่างจบลงไปเหมือนกัน ."...

คืนหนึ่งผมรับคนจากโรงละครไหนก็จำชื่อโรงไม่ได้ แต่จำเพลย์เรื่องนั้นได้ ก็เรื่องDEATH OF A SALESMAN อันเลื่องชื่อของ HENRY MILLER นะครับ .... ขึ้นมาบนรถ น่าจะเป็นสามี ภรรยากันนะ วัยก็ประมาณห้าสิบกว่าๆ ทั้งคู่ เสียง บอกให้ไปส่งที่แถว 76TH กับ 5TH AVENUE... แน้ ท่าทางจะผู้ดีมีเงินด้วยละ.. ผมกดมีเตอร์ออกรถ ก็เงี่ยหูฟังแกสองคนคุยกันถึงละครที่เพิ่งดูกันมา ฟังท่าทางทั้งคู่จะไม่ENJOY THE SHOW หรือไงไม่รู้นะ ฟังต่อดีกว่า สักครู่ คุณผู้หญิงก็กล่าวขึ้นว่า...
" แพทริก ยูจำไอ้คนที่นั่งข้างยูได้ปะ โอย ทำเอาชั้นหมดมู้ด มานั่งไอแค๊กๆอยู่ได้ตั้งแต่แอ้ก วัน ยันลครจบ"
ฝ่ายตาสามีก็กล่าวต่อว่า....
"ชัวร์ ไอจำได้ แล้วไอ้คนข้างหน้ายูสิ ที่ทำเหรียญเพ็นนีร่วงทั้งถุงแล้วก้มเก็บนะ ก็ทำเอาไอ ปวดหัวอยู่ ตั้งแต่แอ้ก ทู จน ปิดเคอร์เทน"
ฝ่ายหญิงก็พูดต่ออีกว่า..
."ชั้น นั่งนับที่ไอ้หมอนั้นไอแค๊กๆ นะมันไอถึงสิบเก้าครั้งแนะ บ้าจริงๆ"
ฝ่ายชายก็เสริมอีกว่า....
"อือม์ ไอเข้าใจยูนะ เฮเลน แล้วไอ้บ้าที่ก้มเก็บเพ็นนีนั่นอีก ฉันนับรวมแล้ว ได้สองเหรียญแปดสิบเซ็นต์พอดีเป๊ะ ".......................................................

ฮ่าฮ่าฮ่า ดูแกถี เอาเวลา เสียเงินมาดูคนไอแค๊กๆ กับมานั่งนับเหรียญร่วง แล้วจะไปเอ็นจอย ละครได้ยังไง ยิ่งเรื่องดรามา แบบเรื่องนั้นด้วย เสียดายเทสท์แกจังเลย>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
แถมครับ CARNEGIE HALL เป็น คอนเสริ์ทฮอลล์ ที่ขึ้นชื่อ ของนิวยอร์ก และเป็นหนึ่งของโลก ....เป็นHOME ของNEW YORK PHILHARMONIC ORCHESTRA และเป็นที่ ที่นักดนตรี ทั้งโซโลอิสท์ และทั้งวงออเครสตร้า ที่มีในโลกอยากจะได้มาเล่นสักครั้งในชีวิต.... จนถึงคนนิวยอร์กเขามีคำสำหรับ ไว้อำ หรือKIDDING คนมาจากที่อื่น เมื่อถูกถามว่า .
"EXCUSE ME,HOW CAN I GETTO THE CARNEGIE HALL" .... ...
ก็จะมีคนตอบคนถามว่า
" PRACTICE, PRACTICE, PRACTICE.."..
..................................ฮ่าฮ่า คิดว่าคุณคง GET กันนะกับมุขวันนี้
.......PRACTICE , PRACTICE , PRACTICE........................................O KAY




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 23 สิงหาคม 2548 12:09:29 น.
Counter : 409 Pageviews.  

08-SEX AND TAXI

เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก 5
ตอน SEX AND TAXI
นับได้***สามตอนแล้วสิครับ ยังพออ่านกันได้ไม๊..... เย๊ ขอเสี้ยงหน้อย ....ว่าไรน่ะ เย๊......
......................................................SEX AND TAXI..................................
..คนขับแทกซี่นิวยอร์กนี่ไม่เหมือนคนขับที่แบงค้อกนะครับ.. ที่จะต้องรู้จักแหล่งหลุมมุมมืดของราตรีทุกหนแห่ง. ขนาดที่ว่าไอ้พวกนักท่องเที่ยวฝรั่ง แขก ยุ่น จีนพอลงเครื่องปั๊บ ถามแทกซี่ปุ๊บ เฮ้ ยู โหนว แวร์ ไอ แคน ไฟด์ เอ เกิร์ล,,.. เย็ส, เย็ส ..ฟอร์ บูม บูม ฟักกี้ฟักกี้ ... แทกซี่พี่ไทย ก็จะบริการให้แบบ จะเอาแบบไหนราคาไหน ขอให้บอก.....แต่สำหรับแทกซี่นิวยอร์ก ไม่ค่อยมีครับที่จะไปรู้เรื่องราวของมุมมืด ที่ผิดกฎหมาย รู้ซ่องรู้แหล่ง..ที่จริงก็มีนะครับ ไอ้ที่ๆ อย่างว่านั้น ไม่ว่าที่ไหน เมือไหนก็ต้องมีแน่อยู่แล้ว...มีบ่อยครับ ที่มักถูกถามจาก ผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยว อยากให้ถึงนิวยอร์กแบบครบชุดสุดยอด.. อย่างมากผมก็บอกให้ไปหาเอาจากหนังสือ SCREW ที่เหมือนเป็นไกด์เที่ยวราตรีแหล่ง SEX ของนิวยอร์ก.. ส่วนมากก็เป็นแบบ CALL GIRL หรือพวกอาบอบนวดของชาวเอเชีย เกาหลี จีน ญี่ปุ่นที่ลงโฆษณา ...... หากผมบอกไรมากไป ทำรู้มากไป ก็อาจดวงซวยเจอตำรวจนอกเครื่องแบบก็เสียเวลาไปขึ้นศาลเปล่าๆ... และอีกอย่าง ที่เคยเจอด้วยตัวเอง .ไอ้คุณตัวนิวยอร์กนี่ ที่เห็นๆ ตามหัวมุมถนนนะ.. มีทั้งอีตัวที่เป็นจริงๆ กับตำรวจหญิงที่ปลอมเป็นอีตัวด้วยครับ.
...มีคืนหนึ่ง ผมรับสาวมืด สวยหุ่นดีด้วยอะ หลังจากบอกที่หมายที่หล่อนจะไปแล้ว.. ผมก็ขับไปเรื่อยๆ สักครู่ แม่สาวก็บอกว่า แกไม่มีเงินนะ.. แต่จะทำเซ็กแบบโอรัลให้ คิดราคา20$................... ผมหยุดรถกึกเลยครับ..
.... อย่าคิดไปล่วงหน้าครับ ..ไมใช่อะ ผมไม่เอานะ เรื่องแบบนี้ มันเสี่ยงหลายอย่าง.. ผมบอก ไล่แม่นั่นลงจากรถนะ .. หล่อนก็ยิ้มบอกผมว่า ยู อาร์ เอ กู้ด กาย แทงกิ้ว.. แล้ว จ่ายเงิน ตามราคามีเตอร์ ก็แค่สองเหรียญ กว่านะ..ก่อนลงจากรถ หล่อนบอกว่า ไอ แอม เอโพลิส บาย บาย ...... เกือบแล้วสิ คืนนั้นหากผม บ้าไปด้วย มีสิทธ์โดนจับ ข้อหา JOHN ซื้อบริการเซ็กแน่เลย.
คือคำว่า JOHN นะหมายถึงผู้ชายที่ไปเที่ยว หรือเตร็ดเตร่เพื่อซื้อประเวณี จาก คนขาย ..มีความผิดด้วยครับ ไม่ใช่แต่คนขายอย่างเดียว.. คุณผู้ชายไทยที่มาเที่ยวนิวยอร์ก แล้วอยากถึง นิวยอร์ก แบบสุดๆ ขอให้ระวังด้วยครับ...
...รถแทกซี่นิวยอร์ก ยามหากินกับคนกลางคืนนี่ ก็หลบไม่ได้ครับ.. ที่บางครั้งอาจพบเจอภาพห่ามๆหื่นๆของผู้โดยสาร ทั้งชายหญิง ทั้งเมาเหล้า เมายา เมากาม ลามก หน้าด้าน เมื่อไฟกามระอุ ก็หมดอาย บางทีก็เอาแทกซี่เป็นห้องรักแสดงบท แบบไม่อายคนขับ.. จะพูดจะจาไม่แคร์ว่าคนขับจะได้ยินด้วย เออ หรือว่า มันคิดกันว่า ไอ้คนขับหน้าตาอย่างนี้ ช่างแมร่งมัน.....

........ คืนหนึ่งหน้าร้อน IN THE HEAT OF THE NIGHT ..หือ ชื่อยังกับหนังแนะ ประมาณ สี่ทุ่มกว่าๆผมรับหนุ่มสาวคู่หนึ่งแถวถนน59 ใกล้กับ CENTRAL PARK SOUTH ...ก่อนขึ้นรถ ฝ่ายชายมาที่ข้างหน้าต่างด้านผม แล้วถามผมว่า ..ให้ผมขับวนในถนนรอบเซ็นทรัล พาร์ก ไปเรื่อย โอเคไหม คิดราคาตามมีเตอร์ บวกทิปอีกสิบเหรียญ.. แล้วนายนั่นก็ทำหลิ่วตาตบท้ายกับผมว่า โอ้เข่ แหมน..
..ผมเห็นว่ามันง่ายดี ก็เอาสิครับ .โอ้เข..พอทั้งคู่ขึ้นรถ ผมกดมีเตอร์ ขับเข้า PARK DRIVE ผมขับแบบไม่เร็ว ไม่ช้ามาก .... ...สักพัก ได้ยินเสียงไอ้หมอนั่น กับอีหมอนี่ ก็นัวเนีย ในทำนองห่ามหื่น มันกอดรัด กัดปาก ลากใส้.. ผมหันไปดูทางกระจกหลัง แม้มืดหน่อยก็พอรู้ครับ.... ช่างมันเถอะ.. ...แต่แทกซี่ผมมีที่กั้น ที่เรียกว่าPARTITION คือกั้นจากพื้นถึงขอบพนัก แล้วต่อด้วยกระจกกันกระสุน มีช่องใส่เงินเล็กๆ ..คือมันมองไรไม่ถนัดนะในมุมล่างนะครับ ..
เสียงXXX เงียบไปสักครู่ ได้ยินฝ่ายหญิง ..พูดบอกฝ่ายชายว่ายูชอบน้ำหอมกลิ่นนี้ไหม... ว่าแล้วก็ได้ยินเสียงหล่อนพ่นสเปรย์น้ำหอม หอมฟุ้ง ผมเปิด
แอร์อยู่ด้วย เลยอบร่ำน้ำหอมออมอวลไปทั้งคันรถ ......ผมมองจากกระจกหลังแวปหนึ่ง เอ ไอ้หมอนั่นลดตัวลงต่ำ.. แหม ไม่รักตัวเองเลย..ไอ้บ้า ผมไม่เห็นส่วนบนมันเลย... มันก็คงไถเถือกเสือกบททำไรกับแม่นั่นแหละ.... ชักไม่เข้าท่าแล้วละ ผมจึงเร่งสปีดรถเมื่อ ถึงส่วนเหนือสุดของพาร์ก ...เพื่อกลับมาที่เดิม ที่ถนน 59 พอใกล้มาหน่อย มีไฟสว่างขึ้น.... ไอ้ตัวผู้ชายโผล่หัวมาให้เห็นแล้ว ..มันคง
ทำไรไปแล้วนะ อีนังหญิงนั่น ก็ไม่ส่งเสียงไรมาก คงอายๆมั้ง......แล้วผมก็จอดรถเมื่อถึงที่ใกล้ๆกับจุดที่รับมัน มีเตอร์อ่านได้ สิบสองเหรียญห้าสิบเซ็นต์..
มันจ่ายให้ยี่สิบห้าเหรียญ.... ทั้งคู่ก็ ลงรถเดินเหมือนวิ่งข้ามถนนไป.. เฮ้อ มันน่าไปหาโมเต็ลทำกันก็ได้นิ ทำไมเอาแทกซี่ตูเป็น LOVE CAB ได้อย่างไม่อายคนขับ....
... เอ้อ.. ผมชักคิดว่า มันอาจจะทำไรเลอะเทอะเปอะเปื้อนเบาะที่นั่งเราก็ได้นะ... เลยจอดรถลงไปเปิดประตูหลัง ..เปิดไฟในรถสำรวจ เบาะหลัง.. อือม์ ไม่มีไรนี่หว่า..แต่พลันสายตาไปเจอที่พื้นรถ.. ไรวะ เอ นี่มัน จอกกี้ กางเกงในผู้ชายนี่หว่า.. กองอยู่ปิดอะไร วะ.... ปิดอะไร.. ปิดอะไร ...
.....โช้บ..ผมตัดใจเอานิ้วคีบขึ้นมา ... ไอ้หยา นี่อะไรวะ.. อะไร...????????
..ขี้ ขี้ ขี้ ขี้ ขี้คนครับ .. โอยมันทำตูแสบ มันเอาแทกซี่ตูเป็นส้วม...
เจ็บใจๆๆๆ ขี้กองใหญ่บนพื้น ..มันเอาน้ำหอมดับกลิ่น.. แล้วขี้ใส่รถผมครับ คุณผู้ฟัง ...........คืนนั้น ผมเลิกขับ... ก่อนกลับบ้านไปจ้างบริการล้างรถให้ล้างขี้ให้ เสียค่าล้างไปตั้ง 35$ นะครับ ..ไม่งั้นไม่มีคนทำ ..มีไอ้แมกสองคน ยอมล้างให้ .. ซวยไหมครับท่าน ไม่คุ้มกับยีบห้าเหรียญจากไอ้โรมีโอนอกจอเล้ย จนบัดนี้ผมยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันต้องขี้ในรถด้วย ... ปวดกระทันหัน? คนมี'รมณ์อย่างนั้น ยังปวดขี้ได้อีกหรือ บ้าจริงๆ.....แทกซี่นี่ เจอได้ทุกรูปแบบทุกเรทตั้งแต่เรท G ..เรทR.. เรทX..เรทXXX..ครับ..........
.........................................................................
.................................................
.......................................
สวัสดีทุกคนครับ ว่างๆ ผมจะขับมาแถวนี้อีก หากคุณจะยังเรียกใช้บริการครับ




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 12:27:14 น.
Counter : 728 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.