Group Blog
 
All Blogs
 
48-วันแรกเที่ยวแรกของแท็กซี่

ผมซื้อรถยนต์ใหม่ขับคันแรกในเมกานี่ก็สักยี่สิบปีที่แล้วครับ
การไปซื้อรถสักคันก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญอะไร ไม่เหมือนคนที่เมืองไทยทำกัน
ก็แค่ซื้อรถเอาไว้ใช้เพื่อสดวกกับตัวเอง ไม่ได้เอาไว้บ่งบอกโอ้อวดใครๆ
เพราะอยู่ที่เมกานี่ มีงานทำ มีเครดิท ใครๆก็ซื้อกันได้ แค่มีเงินดาวน์สักหน่อยก็โอเคแล้ว
ผมยังจำได้ วันที่ผมไปซื้อรถวันนั้น
สมัยที่ทำงานเป็นเวทอยู่นะครับ เห็นยังมีเวลาก่อนเข้าทำงานอีกตั้งชั่วโมงกว่า
ผมเลยบอกเพื่อนที่มาด้วยกันว่า เด๋วกรูจะไปซื้อรถก่อนนะ
แล้วก็เดินไปที่ดีลเลอร์รถ นิสสัน ที่อยู่ใกล้ๆที่ทำงาน
ผมเข้าไปในโชว์รูม เดินไปที่รถนิสสัน แมกซิม่า
สำรวจอยู่ครู่หนึ่ง มีนายเซลล์แมนเข้ามาทัก
ผมเลยถามว่า ในสต๊อก มีแมกซิม่า สีไรบ้าง
นายเซลล์แมนตอบว่า ตอนนี้มีเหลืออยู่สองคันสี บราวน์
ผมก็ถามราคาไปว่าเท่าไรก่อนภาษี เขาบอกราคามาว่า ประมาณหมึ่นหนึ่งพันกว่า เหรียญ
ผมบอกงั้นผมซื้อคันหนึ่ง จ่ายเงินดาวน์ไปสองพันผ่านเครดิทคาร์ด
เขาโทรไปที่แบงค์แห่งหนึ่ง สักพักก็บอกว่า car loan's approved
นายเซลล์แมนคนดำ ท่าจะชอบใจผมที่ขายรถได้ง่ายโดยไม่ต้องพูดชักจูงอะไรเลย
บอกให้มารับรถได้พรุ่งนี้ เอาเบอร์ประจำรถหรือVIN ไปทำประกันภัยได้เลย
ผมไม่ได้บอกภรรยาผมด้วยนะ ไม่อยากให้เหมือนที่คนอื่นเขาทำกัน
เช่น ชั้นต้องเป็นคนเลือกสีนะเธอ หรือพอได้รถแล้วไปให้หลวงพี่หลวงพ่อเจิมรถ
ผมเห็นเป็นเรื่องตลก และคงอายคนน่าดูหากต้องไปทำแบบคนอื่นเขา
โถ ต่อให้หลวงพ่อวัดไหนเจิมด้วยคาถาป้องกันภัยไหนก็เถอะ
หากขับแบบประมาทไม่ระวัง ก็ตายได้อยู่ดี
หรือต่อให้หลวงพี่เจิมด้วยคาถาศักดิ์สิทธ์แท่งทองไหนเพื่อป้องกันขโมย
หากจอดในที่เปลี่ยว ก็โดนพี่มืด พี่โก้ทุบรถ งัดรถเสียทุกทีแหละนะ
อีกอย่างผมคิดตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้วไม่เห็นว่า การมีรถมันจะโก้
หรือเพิ่มคุณลักษณะให้กับตัวเองตรงไหน
เคยเห็นนายเหมืองใหญ่คนหนึ่ง ทำหน้ายักษ์ด่าเด็กข้างบ้านที่เอามือลูบตัวรถคันใหม่ของเขา
เหมือนว่า มรึงอย่ามาแตะรถกรูนะ เด๋วรถกรูจะหมอง
แบบนี้ หากมาทำด่าว่าแค่เรื่องอย่างนั้นที่นี่ ดีไม่ดี จะโดนF..k. Youโดนก้อนหินปารถเอาเปล่าๆ
ก่อนนี้ผมก็เคยคิดนะ เออ วันไหนผมถูกลอตโต้ เป็นล้านๆเหรียญ
ผมจะซื้อรถแพงๆขับ อาจจะรถ เมอร์ซิเดส รถ บีเอ็ม ดับเบิลยู รถพอร์ช
แต่พอเห็นใครๆเมื่อมีเงินเข้าแล้ว ต้องซื้อรถยี่ห้อแพงๆอย่างนี้กันเกือบทุกคน
ผมเลยเปลี่ยนใจ งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า เอาของเกาหลี ฮุนเด ฮอนเดรุ่นที่ถูกที่สุดไปเลย
เศรษฐีใหญ่ขับรถกิ๊กก๊อก เท่ห์นะ กวนดีด้วย
เอ้อ ต่อเรื่องรถใหม่นิสสันของผมก่อนนะ
วันแรกที่ไปรับรถนะครับ ไปหาบริษัทประกัน กว่าจะเสร็จ รับรถได้ก็ค่ำแล้ว
ผมพยายามหาที่จอดหน้าบ้าน เอาที่พอมองจากหน้าต่างบนบ้านแล้วเห็นรถนะครับ
ผมยอมขับวนหา เกือบชั่วโมง กว่าจะได้ที่จอด
คืนนั้นทั้งคืนผมไม่ได้เป็นอันนอน ต้องคอยโผล่หัวมาดูรถจากหน้าต่างอยู่ตลอด
คงอายคนน่าดูนะ หากรถที่ได้มาแค่วันแรกโดนขโมย
แถวบ้านผมสมัยนั้น พี่มืด พี่โก้อยู่กันมากด้วย
แล้วมีให้เห็นทุกวันกับรถที่โดนงัด โดนทุบกระจก
กว่าจะนอนได้ก็เกือบสว่างแล้ว เฮ้อ ผ่านไปคืนแรกก่อน ขอให้รถตูปลอดภัยนะ
แต่เมื่อผมตื่นมาแบบเช้ากว่าปกติ กะจะเอารถไปติดสัญญานป้องกันขโมย
เมื่อไปที่รถ ผมเห็นกระจกด้านขวาหน้า โดนทุบแหลกละเอียด
ของในรถก็ไม่ได้มีอะไรเสีย มีแต่ร่องรอยรื้อค้น ท่าจะมีคนผ่านมาพอดีมั๊ง ผมคิด
แต่ หุหุ มันก็โดนจนได้แต่วันแรก น่าอายจัง หากไปบอกใครเขา
ผมก็ไม่ได้บอกแฟนผมนะ เรื่องรถที่โดนทุบแต่วันแรก
เอาไปให้เขาติดกระจกใหม่ แค่เก้าสิบเหรียญ
จะเคลมประกันก็ไม่ได้ เพราะน้อยกว่าค่าdeductible250$
ซวยแต่วันแรกเชียวนะ
หลังจากนั้นรถคันนี้ ก็โดนขโมยอีกสองครั้งครับ
ครั้งแรกตำรวจไปเจอ แต่รถโดนทะลวงของดีไปหมดแล้ว
บริษัทประกันซ่อมให้อย่างดี จนเกือบเหมือนคันใหม่
อีกสามปีต่อจากนั้น ก็โดนขโมยอีกครั้ง
เที่ยวนี้หายจ้อย ไม่รู้ไปเป็นซากทิ้งไว้ที่ไหน
ดีที่ยังมีประกันแบบครบชุด จึงได้เงินคืนหกพันหว่าเหรียญ

สี่ปีต่อมา เมื่อถึงวันที่ผมจะเริ่มอาชีพขับแท็กซี่
หลังจากที่ได้ใบขับขี่แท็กซี่Hack Licence
ผมติดต่อขอเช่าป้ายMedallion Taxi จ่ายค่าเช่าเป็นอาทิตย์
แล้วผมก็ไปซื้อรถแท็กซี่ คันใหม่จากดีลเลอร์
สมัยนั้นมีแค่สองยี่ห้อเองครับ ที่ผลิตรถแท็กซี่ออกมาขาย
คือ Chevrolet- Carprice และFord- LTD ราคาก็ประมาณคันละ หมึ่นหกพันกว่าเหรียญ
วันนั้น ผมจำได้อีกแหละว่า ไปรับรถ Chevy taxi สีเหลืองจ๋อยคันใหม่
กว่าจะออกรถได้ก็เกือบค่ำ ผมต้องขับมาจอดใกล้บ้านอีกแหละครับ
ไว้พรุ่งนี้จะไปติดป้าย ติดมีเตอร์
และให้ทางTLC ตรวจInspect รถ แล้วก็จะได้เริ่มหากิน รับคนโดยสารเสียที
นึกไปถึงไอ้แมกซิม่า คันนั้นขึ้นมาเลยนะครับ
คืนนี้ได้ที่จอด เยื้องหน้าบ้านไปหน่อย
หน้าร้อนอย่างนี้ พี่มืด พี่โก้ไม่ค่อยอยู่บ้านกันนะ
คงออกหากิน คงเล่นเอาตูไม่ได้นอนอีกมั๊ง และคงต้องโผล่หัวมาดูอีกทั้งคืน
จะคอยดักยิงแมร่งด้วยหนังติ๊ก เหมือนเมืองไทยก็ไม่ได้นิ
ขออย่าให้โดนแต่วันแรกเหมือนแมกซิม่าเลย
วันหลังพี่จะทุบจะขโมยก็ยังพอทนได้นิ
หุหุ แต่ใจไม่ดีเลย ใกล้สว่างผมนอนแบบหลับๆตื่นๆก็ได้ยินเสียง เพล้งๆๆ
ผมไม่นอนแล้วละ ลงไปดูที่รถเลย มันจะซวยอีกก็ให้รู้
เมื่อผมไปที่รถ แหะๆๆ ไม่มีไรครับ คันอื่นนะครับที่โดน
ท่านไหนที่ทายไว้ก่อนว่า ผมจะโดนอีก กรุณากล่าวหน่อยครับว่า อือม์ ดีนะที่ไม่โดน
แหม ใครมันจะซวยแต่มีรถวันแรก สองคราซ้อนละครับ จะมากไปแล้วมั๊งน้องเอ๊ย

เช้านั้นผมก็เอารถไปให้เจ้าที่TLC จัดการตีตราครั่ง ตอกป้ายแผ่นโลหะกลม
"NYC MEDALLION TAXI NO. 8B38" ล้อกแน่นกับฝากระโปรงรถ
หลังจากนั้นก็ไปที่ ร้านขายและซ่อมมีเตอร์ ให้เขาติดตั้งมีเตอร์ให้ประจำรถ
และก็ติดป้ายเลขทะเบียนแท็กซี่ บนหลังคา ที่เราเห็นๆกันนะครับ
จะได้หากินแล้วนิ อ้อ เด๋วๆๆ ต้องเอารถไปที่อู่ซ่อมรถยนต์ที่ทาง TLC authorize ก่อนครับ
ก็เป็นการตรวจสภาพที่เรียกว่า NY state Emission Inspection นะครับ
ผมได้รู้ว่า ไอ้พวกเจ้าหน้าที่นี้ มันก็กินแบบเก๋าเจิ๊ยะเหมือนเมืองไทยด้วยนะ
คือมันรู้กันกับเจ้าของอู่นะ เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าที่ตรวจไป หากเจอไรที่ไม่ผ่านการตรวจ
ก็ต้องซ่อมกับอู่ ส่วนบุคคลนั้น ที่ทางTLCรับรอง
อู่ขี้โกงนั้น ก็โขกราคาเอากับเจ้าของรถ ที่จำใจต้องยอม เพื่อให้การตรวจนั้นผ่านไป
ปีหนึ่งต้องตรวจสภาพทุกๆสามเดือน
รถผมเพิ่งออกมาใหม่แค่วันเดียว เจ้าหน้าที่มันว่า คาร์บอนโมนอกไซด์ เกินอัตราเฉลี่ย
ผมว่า งั้นทำไงละ มันว่า ก็ต้องให้ช่างปรับให้ งั้นไม่ผ่าน
ดูมันสิ มันจะเอาให้ได้ ผมก็ต้องกัดฟัน ด่าแม่มันในใจ
ช่างมันเรียกสามสิบเหรียญแค่เอาไขควงปรับแต่ง ที่คาร์บูเรเตอร์
สมัยนั้นรถยังใช้ระบบน้ำมันแบบนี้อยู่นะครับ เด๋วนี้ คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้ว
หลังจากนั้น เมื่อผมขับแท็กซี่นานวันเข้า พอวันจะต้องไปตรวจสภาพรถ
ก็ต้องได้เจออะไรในทางเสียเงินตลอด พวกคนขับ เจ้าของรถด่ากันและเกลียดพวกนี้เข้าใส้
จนในที่สุด TLC ทนโดนด่าไม่ได้ ก็รับช่วงมาเปิดอู่ตรวจสภาพเสียเอง
ตรวจอย่างเดียว หากไม่ผ่านไปซ่อมที่ไหนก็ได้ ให้เวลาสิบวัน
เรื่องเก๋าเจิ๊ยะหากิน กับพวกกระเหรี่ยงมาจากประเทศที่สามนี่ ไปไหนก็หนีไม่พ้น
เกลียดแมร่งจริงครับ ขอแช่งมัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

เอาแล้วนะ แท้กซี่คนใหม่เอี่ยมอ่อง จะเริ่มหากินกับอาชีพใหม่แล้วนะ
ขออำนวยอวยพรให้ประสบผล ทำเงินดี มีคนขึ้นรถ ขับได้ตลอดปลอดภัยเถอะ สาธุ
เอ้อ การจะเริ่มอะไรใหม่ๆในชีวิตนี่ ผมก็ต้องทำใจ และมีพิธีการมากพอสมควรนะ
ผมมักเก้ๆกังๆ ไม่มั่นใจอะไรกับการทำไรครั้งแรกๆ มากเลยครับ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการของรถแท็กซี่คันใหม่ ทุกอย่างเรียบร้อยหมด
นาทีต่อจากนี้ไป รถคันนี้ก็มีสิทธิ์ ตามกฎหมาย ที่จะเป็นรถรับจ้าง
จะรับส่ง ผู้คน ทุกเพศผิวพันธ์เผ่า จะเป็นส่วนหนึ่งของนิวยอร์กแลนด์มาร์ก
จะได้พบพานกับชีวิต ทุกรูปแบบ ทุกอุปนิสัย จะได้ยินทั้งเสียงชม และเสียงด่า
และต้องยอมรับกับตัวเองด้วยว่า ทุกคนขับแท็กซี่จะต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงกับภัยอันตรายต่างๆ
ทั้งจากการให้ตัวเองปลอดภัยจากรถอื่นๆ ที่เห็นบนท้องถนนทั่วไป
หรือต้องเสี่ยงกับอันตรายจากผู้คนที่ต้องพบเจอ อาจเป็นโจรผู้ร้าย ที่อาจทำร้าย ฆ่าฟัน จี้ปล้น
นี่เราเลือกทางหากินอย่างนี้ ถูกแล้วหรือ
ที่เคยคิดว่า เป็นอาชีพอิสระ ไม่ต้องคอยให้ใครบงการ
แน่ใจหรือว่า มันจะเป็นอย่างนั้น

ผมขึ้นป้ายบนหลังคา OFF DUTY มาตลอดนะครับ
ขับจากQueens ข้ามสะพานเข้าสู่เกาะ Manhattan จุดเริ่มหากินของแท้กซี่เหลืองทุกคัน
ผมขับไปเรื่อยๆ ผ่านไปหลานถนน แต่คิดว่ายังไม่พร้อมที่จะรับผู้โดยสารเที่ยวแรกครับ
มีคนโบกรถเรียกอยู่ก็หลายคนนะ เอ้อ ไม่มั่นใจ ตื่นเต้นทำไมก็ไม่รู้
จนคิดเอาเมื่อขับเรื่อยๆมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว ว่า เอานะ พร้อมนะ
เอางี้ดีกว่า ขอประเดิมเที่ยวแรกของชีวิตแท็กซี่ ด้วยการบริการฟรี
ไม่ว่าคนเรียกรถจะเป็นใคร จะให้ไปส่งที่ไหน
เหมือนที่กิจการค้าอะไรๆที่ไหนเขาทำกันนะ ฟรี ฟรี ฟรี เร่เข้ามา พ่อแม่พี่น้อง
ว่าแล้วผมก็กดสวิทปิดไฟป้าย OFF DUTY มันก็จะเหลือแต่ไฟบอกเลข 8B38 บนหลังคาให้เห็น
แสดงว่า รถคันนี้ ว่าง และพร้อมแล้วจะรับผู้โดยสาร
นั่นไง ผมเห็นแล้วเหยื่อ เอ้ย คนที่จะเอาตูดมาประทับกับเบาะที่นั่งรถผมเป็นรายแรก
เป็นผู้หญิงสาวเสียด้วย โบกมือหยอยๆ ผมจอดรับ
พอเธอขึ้นรถมา ก่อนที่เธอจะบอกอะไร ผมทักสวัสดีเป็นอิงลิช
แล้วต่อด้วยอิงลิชแปลแล้วเป็นว่า ยูนี่นะเป็นคัสตอมเมอร์คนแรก ทริปแรก
และวันแรกของการขับแท้กซี่ของไอ
โซ ไม่ว่ายูจะไปไหน ไอจะเซอร์วิสยูฟรี โนเปย์ โนมันนี่ โอเค
สาวคนนั้น ทำหน้าเซอร์ไพร์ งง ไม่รู้จะว่าได้เจอสตูปิดแท็กซี่หรือไงมั๊ง
อย่างนี้ก็มีด้วย เออ ดีหว่า นานๆเจอของฟรีที่นิวยอร์ก
หล่อนก็ว่า โอ ฮาวไนซ์ ออฟยู แถ่งกิ๊ว
แล้วบอกปลายทางให้ผมรู้
หุหุ ของฟรี แต่ไปควีนส์ซะอีก เอาน่า ไหนๆก็บอกเขาไปแล้ว
จะไปแถวASTORIA ครับ
ผมก็ต้องกดมีเตอร์ แล้วเขียนไปใน ทริปชี๊ท กระดาษรายงานการขับนะครับ
ผู้โดยสารคนแรกในชีวิต ก็ชวนผมคุยนะครับ
ถามไถ่ มาจากไหน แล้วอวยพรให้ผมโชคดีกับการทำมาหากิน ให้ปลอดภัย
ผมก็ขับเข้าถนนหนึ่ง เป็นทางเอกถนนใหญ่ ผ่านตลอด นอกจากที่มีสัญญานไฟแดง
เมื่อใกล้จะถึงจุดหมายของสาวคนนี้ อีกสักสองบลอกถนนนะครับ
ผมขับมาถึงสี่แยก แล้วก็เกิดเหตุการณ์ ไม่คาดคิด
รถเก๋งคันเล็กสีดำจากอีกถนน ไม่หยุดที่ป้าย STOP
พุ่งเข้าชนรถผม ที่ด้านข้างส่วนหน้า โครมใหญ่
รถแท็กซี่ผมพังไปแถบหนึ่ง ด้านข้างขวา ยุบไปถึงกระโปรงรถส่วนหน้า
ดีที่ตัวผมไม่เป็นไร ไม่มีอาการเจ็บ คุณสาวสวยนั้นแกก็บอกไม่เป็นอะไรด้วย
แต่หน้าซีด ด้วยความตกใจกลัว
ผมโทรแจ้ง911 และโทรบอกไปที่เจ้าของป้ายแท็กซี่ที่เช่าอยู่
เมื่อตำรวจมาก็เขียนรายงาน ผมกับเจ้าของรถที่ชนผมเป็น ผู้ชายวัยหนุ่ม
ก็แค่แลกเปลี่ยน รายละเอียด จากบริษัท ประกันภัย
งานนี้ แม้ผมจะไม่เป็นฝ่ายผิด แต่ขาดทุนอยู่ดี รถต้องซ่อม เสียเวลาหลายวัน
รายได้ยังไม่ได้สักเหรียญเลย กว่าจะเคลมค่าเสียหายได้ก็อีกเดือนต่อมา
หุหุ บทมันจะซวยไงครับ โดนจนได้วันแรกของแท็กซี่
เที่ยวแรกแจกฟรี ยังโดนเลย
น่าฉงฉานที่ซู๊ด ว่าไม๊คุณ













Create Date : 12 มกราคม 2549
Last Update : 12 มกราคม 2549 19:26:21 น. 3 comments
Counter : 549 Pageviews.

 
รีบเข้ามาอ่านทันที
...............
น่าฉงฉานจัง


โดย: parachute วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:19:55:28 น.  

 
น่าฉงฉานด้วยคน

อ้อมขับรถไม่เป็นอ่ะค่ะ แต่มาอยู่นี่รถของแฟน (ฮุนได คันกระปุกลุก ฮี่ๆ) โดนไปแล้วค่ะ ไอ้โจรใจร้าย มันเข้ามางัดเครื่องเสียงไป แถมซีดีที่อยู่ในนั้นเป็น Linkin Park ด้วยอ่ะค่ะ
งัดไม่งัดเปล่า มันทำกระจกมองข้างแตก แถมทำตัวเซ็นทรัลล็อคพัง ฮือๆๆๆ

ไอ้โจรใจร้ายๆๆๆๆ


โดย: soulfighter วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:3:17:24 น.  

 
ตลกหว่ะ


โดย: [บ้าบอ IP: 58.8.33.56 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:59:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.