Group Blog
 
All Blogs
 
21-รถไฟสายนั้น ..ชื่อ..ประทับใจ

เรื่องเล่าจากนิวยอร์ก 2
ตอน..รถไฟสายนั้นชื่อ...ประทับใจ

ผมว่าจะเล่าเรื่องขับแทกซี่ต่อนะครับ แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาเรื่องไหนดี พยายามนึกถึง ไอ้ที่แสบๆมันๆ บางเรื่องก็ธรรมดาเกินไป กลัวคุณเบื่ออะวันนี้เลยเอาเรื่อง จริงอิงน้ำเน่ามาเล่าดีกว่า ผมเคยเอาไปลงที่ หรรษา ดอทคอม แล้วนะ เอามาให้อ่านที่นี่อีกที ให้คุณได้หมั่นไส้ ในความเป็นเย็นตะละแมนของผม จะอ้วกก็ไม่ว่ากันครับ
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,............................,,,,,,,,,,,

…..อยากเล่าเรื่องจริงที่ประทับใจของตัวเองและใครคนหนึ่ง คุณอ่านแล้วคงคิดว่า คล้ายบทเริ่มเรื่องของภาพยนตร์โรแมนติกสองเรื่อง ที่คุณเคยดูมาแล้วก็ได้ คือ BRIEF ENCOUNTER หนังเก๋ากึ๊ก กับ FALLING IN LOVE ประมาณปี 1985-86 ทั้งสองเรื่องนี้เนื้อเรื่องก็เริ่มจากการใช้ MASS TRANSIT หรือขนส่งมวลชนนี่แหละ ร่วมทาง ไป-กลับทำงานเหมือนคนนับหมื่นแสนทั่วไป ตัวเอกในหนังสองเรื่องนั้น ก็พบกันที่สถานีรถไฟประจำทาง นั่งขบวนเดียวกัน ตู้เดียวกัน เห็นกันทุกวัน จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ ความรักต้องห้าม เพราะทั้งคู่ต่างมีพันธะผูกพันธ์ หนังจบแบบเศร้าซึ้งกินใจ ประเภทรักต้องพราก พบเธอเมื่อสาย อะไรปานนั้น.................
....เรื่องของผมไม่ไปไกลขนาดนั้นหรอกครับ เป็นแค่เรื่องประทับใจความรู้สึกดีดีที่มีต่อกัน ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

….เรื่องมีว่า…….ผมอยู่ NEW YORK ก็นานเกินยี่สิบปีแล้วละ อาศัยอยู่ในย่านที่เรียกว่า QUEENS แต่ที่ทำงานก็อยู่ใจกลางของ NEW YORK บนเกาะ MANHATTAN ก็ต้องพึ่งการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วที่สุดของ NYC-SUBWAY คือรถไฟใต้ดินอันลือชื่อของนิวยอร์กนี่แหละ …ผมทำงานช่วงเวลา สี่โมงเย็นเลิกงานห้าทุ่มก็เดินทางโดยรถไฟสาย ?? ซึ่งใกล้บ้านที่สุดการเดินทางก็แค่ 30 นาที ถึงที่ทำงานใกล้สถานี ?? ใน MANHATTAN ทุกคืนหลังเลิกงาน ผมจะคอยรถไฟสายนี้กลับบ้าน ผมมักจะเจอะเจอผู้คนร่วมทางหลายชาติ หลายภาษา ซึ่งส่วนมากก็เป็นคนทำงาน หลากหลายอาชีพ ที่ช่วงเวลางานใกล้เคียงกับผม..เธอ.ผู้นี้ก็เช่นกัน ผมจะเห็นเธอทุกคืน หลังเลิกงาน เธอจะยืนคอยรถใกล้ๆ ผม โดยกะเอาตู้รถที่ใกล้บันไดสถานีที่สุด เมื่อรถจอดจะได้เดินขึ้นรวดเร็ว ไม่ต้องรอเดินตามหลังคนอื่นๆ…ผมและเธอมักจะนั่ง หรือบางทีอาจต้องยืน ในรถตู้เดียวกัน เป็นเช่นนี้มาตลอด หกเดือนที่ผ่านมา ที่ผมสนใจเธอ แอบมองเธอบ่อยๆ ซึ่งเธอก็คงรู้บ้างหรอก
เธอ…เป็นผู้หญิงสเปนิช แถวอเมริกาใต้ อายุคงเลยสามสิบแล้วละ ไม่ได้สวยล้ำฉ่ำโฉมมากนักหรอก แต่ผมดูเธอสวยไปอีกแบบ สวยแบบเศร้าๆ ยังไงบอกไม่ถูก แต่วางตัวเรียบร้อย กิริยาท่าทาง ต่างกับผู้หญิงสเปนิชส่วนใหญ่ เธอไม่มีทีท่าสนอกสนใจใครที่นั่งมาด้วยกันเลย บางครั้งผมจะเห็นเธอนั่งอ่าน POCKET BOOK ผมเหลือบดูก็เห็นนิยายภาษาสเปนิช…สำหรับผม พอขึ้นรถได้ ก็จะฟังเพลงจากหูฟังเครื่องเล่น MP3 ทำท่าว่าสนุกสุขสันต์กับบทเพลงเหมือนกัน แต่ตาก็แอบมอง แอบสังเกตเธอบ่อยๆ รู้สึกชอบๆ เธอในใจ อยากรู้จัก อยากพูดคุย เป็นเพื่อนกับเธอ แต่ผมก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไม่กล้าด้วยละ กลัวเธอคิดว่าหวังอะไรจากเธอ จริงๆ นะ ผมไม่ได้คิดจีบแน่ เพราะจีบไม่เป็น และถึงจะจีบ ก็ไม่มีทางที่เธอจะเออออด้วย แต่ผมรู้สึกดีกับเธอจริงๆ และมีความห่วงปนไปด้วย ห่วงนะ ไม่ใช่หวง มีบางคืนตอนที่คอยรถ ผมไม่เห็นเธอ ก็รู้สึกกังวลแปลกๆ เธอเป็นอะไรไปหรือ มาทำงานรึปล่าว อาจจะเลิกงานสายก็ได้นะ เดี๋ยวคงตกรถเที่ยวประจำแน่….ผมเคยยอมให้ขบวนรถที่มาถึง ผ่านไป แล้วยืนคอยเที่ยวถัดไป คอยเธอ เดี๋ยวเธอคงมาหรอก….ผมรู้สึกห่วงเธอ เมื่อเธอขึ้นจากสถานีมาบนถนนใหญ่ เธอต้องเดินไปรอรถ BUS ที่อีกฟากถนน ผมจะหยุดยืนสูบบุหรี่ที่หัวมุมถนน ตาก็มองตามเธอไป จนกว่าเธอจะได้ขึ้นรถ ผมจึงเดินกลับบ้านคืนที่มีฝนตก หลังเลิกงาน ผมจะติดร่มสำรอง ไว้ใน BACKPACK กะว่าหากเธอไม่มีร่ม ก็จะยื่นร่มให้เธอ และคงเป็นโอกาสดี ที่จะได้เริ่มพูดคุยกับเธอ แบบไม่น่าเกลียด….แต่ไม่เคยมีโอกาส ฝนหยุดก่อนทุกทีเมื่อถึงปลายทาง
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมได้ที่นั่งตรงข้ามกับเธอ เธออ่านหนังสือนิยายของเธอ ผมไม่ได้เปิดเพลงฟังเหมือนคืนอื่นๆ แต่แกล้งทำเป็นหลับ หลับแบบง่วงมากๆ อยากรู้ว่าเธอจะเรียก หรือสะกิดผมไหม เมื่อถึงที่…พอรถจอด ผมแอบหรี่ตา เห็นเธอสองจิตสองใจมองมาที่ผม…แต่ไม่ครับ เธอไม่ปลุกผมตอนรถปิดประตูและเริ่มเคลื่อนตัวออก ผมเหลียวกลับไปดู เห็นเธอเดินหันหน้ามองมาที่ผม ที่ยังอยู่ในรถ ผมอ่านภาษาตาของเธอได้ว่า “ขอโทษ” และมีอยู่ครั้งหนึ่งอีก คืนนั้น ผมทำตัวเป็น GENTLEMAN ช่วยผู้หญิงผิวดำ ยกรถเข็นเด็กที่มีเด็กน้อยหลับสนิทอยู่ ผมยกเดินขึ้นบันไดมาจนถึงบนถนน ก็หนักพอดู เธอ…ผู้นั้นเดินตามมา ผมเห็นรอยยิ้มชื่นชมจากเธอ มองมาที่ผมตรงๆ เป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่พูดอะไร…
.คืนนั้น ผมอิ่มใจนิดๆ ……หกเดือนผ่านแล้ว เพื่อนร่วมทางที่พบเจอกัน ทุกคืนวันทำงาน ทุกอย่างดูเป็นกิจวัตรปกติ…ผมและเธอก็ไม่ได้พุดกันเลย แม้แต่คำเดียว ก็เราไม่รู้จักกันนี่
จนมาถึงเมื่อสักสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ วันนั้น 24 JULY 2003 …..
คืนนั้นผมทำงาน เลิกงานตามปกติ แต่มาถึงสถานีช้าไปยี่สิบนาที เพราะเจอะคนรู้จักเลยหยุดคุยกัน รู้ว่าพลาดรถเที่ยวประจำแน่ และคงไม่ได้เจอเธอด้วย จึงไม่ได้เร่งรีบเท่าไร แต่พอผมลงบันไดมา ใช้บัตรผ่านเหล็กที่กั้น ก็ต้องแปลกใจมากๆ ที่เห็น เธอ ผู้นั้น ยืนคอยรถอยู่ที่ยืนประจำ ยิ่งแปลกไปอีกที่เห็นเธอยิ้มมาที่ผม ผมไม่แน่ใจ หันไปดูข้างหลัง ก็ไม่เห็นมีใคร อะไรกันนี่…พอดีรถไฟมาถึง ผมและเธอขึ้นพร้อมกัน และบังเอิญ มีที่นั่งสำหรับคนสองคน ผมให้เธอนั่งก่อน ยิ้มให้เธอ กะว่าตัวเองยืนดีกว่า เพราะการมีอะไรอยู่ในใจนี่ ทำให้ผมไม่เคยคิด จะหาที่นั่งติดกับเธอ กลัวตัวเองเขินหรือประหม่า ทำตัวยากจัง…แต่แปลกอีกละ ......
คืนนี้…….เธอยิ้ม และขยับตัว ชวนให้ผมนั่ง ผมเลยนั่งชิดติดกับเธอ แต่ผมรู้สึกเขินจริงๆ นะ ไม่สมกับที่อยู่เมืองนอก เมืองใหญ่มาได้ตั้งยี่สิบปีเลย พอรถแล่นมาได้สามสถานี ผมสะดุ้งนิดหนึ่ง เมื่อเธอหันมาทางผม แล้วเอ่ยปากว่า Are You Chinese? – คนจีนหรือ? ผมไม่คิดว่าเธอจะเป็นฝ่ายทักถามผมก่อน ก็ตอบไป….นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว ที่จะได้รู้จักเธอ หลังจากนั้น เราก็คุยกันแบบถามตอบขั้นพื้นฐานของการเริ่มเป็นมิตร เธอบอกว่าเธอชื่อ TERESA เป็นชาวเวเนเซุเอล่า ในอเมริกาใต้….และแล้วก็ผ่านมาถึงช่วงหนึ่งของการพูดคุย เธอบอกผมว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นเธอ เธอจึงกล้าพูดคุยกับผมก่อนพรุ่งนี้เธอจะบินกลับบ้าน ประเทศของเธอ และจะไม่กลับมานิวยอร์กอีกเลย เธอบอกว่า แม้เราจะไม่เคยนรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยได้พูดคุยกัน แต่การเจอะเจอทุกวัน
ที่นี่ เวลานี้ ก็เป็นเช่นเพื่อนได้ เมื่อจะจากไป ก็อยากกล่าวคำลา เธอว่าเธอจำวันที่ผมหลับในรถได้ แต่ไม่ปลุกผม เธอขอโทษด้วยละ ที่ทำให้ผมต้องเสียเวลานั่งรถย้อนกลับผมรู้สึกดีดีในตัวเธอมาก ไม่ผิดหวังที่ได้รู้จักเธอ แม้จะแค่วันเดียว ….วันสุดท้าย
ผมบอกความรู้สึก และความห่วงใย ให้เธอรู้ เป็นความชื่นชมส่วนตัว ความประทับใจจริงๆ กับเพื่อนร่วมทาง ที่ได้พบเจอทุกวัน แม้จะไม่ได้รู้จักกันเลย .....
..................
............
….. คุณๆที่อ่านอยู่ล่ะ ตอนที่คุณกำลังยืนรอรถเมล์ หรือรถไฟฟ้าอยู่ คุณเคยมีความรู้สึกอย่างนี้กับใครบ้าง……..สวัสดีจากนิวยอร์กครับ
................................................................................................................................................




Create Date : 11 สิงหาคม 2548
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 13:13:38 น. 4 comments
Counter : 376 Pageviews.

 
เห้อ รออยู่เหมอืนกันแหละพี่ บ่าว รักเค้าข้างเดียว ก็ ต้องรอต่อไป อย่างนี้ ทำไงได้รักเค้าไปแล้ว
คนเราไม่ได้รักใครกันง่ายๆ พูดแล้วเศร้า


โดย: ตุ้มเม้ง ริวซากิแอล IP: 202.142.216.225 วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:3:43:15 น.  

 
24 JULY 2003 คงมีความหมายกับพี่มาก


โดย: nutxnut วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:9:18:32 น.  

 
ซึ้งมากคับพี่
//princebank.exteen.com


โดย: prince IP: 203.114.106.64 วันที่: 21 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:13:00 น.  

 
ประทับใจ ตราบนิรันด์


โดย: ณัฎฐะมุกวารินทร์ IP: 116.58.231.242 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:19:21:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.