Group Blog
 
All Blogs
 
20-เกือบซวยเพราะช่วยคน

เรื่องเล่าแทกซี่นิวยอร์ก 17

ตอน เกือบซวยเพราะช่วยคน

สวัสดีครับ คุณๆ คนอ่านที่เคารพทุกท่านครับ นึกว่าต้องแย่นานกว่านี้แล้วสิ ก็ไอ้คอมผม วินโดว 54 เจ้านั่นไงครับ
บทจะเกจะพัง มันทำไมต้องมาทำกันตอนนี้ ตอนที่ผมกำลังจะพังหรือจะดังกับเขา
หุหุ ทีแรกก็คิดว่าคงต้องซื้อใหม่แล้วอะ เพื่อนก็ดีครับ นี่หากผมใช้พูดเอาก็จะเอ่ยชื่อขอบใจเพื่อนออกอากาศซักหน่อย
เขายกของผมไปซ่อม แล้วก็ยกเครื่องที่ใช้ อยู่ตอนนี้มาให้ เครื่องเก่ากว่าของผมตั้งสี่ปี แต่ใช้งานดีกว่ามากเลย หากเขาซ่อมอันนั้นได้ ก็จะขอแลกกันเลย
แถมจอมอนิเตอร์ LCD-19" ให้อีกยังได้
เมื่อเขาเอามาเมื่อคืนตี่สี่เครื่องนี้มันเป็นฝรั่งไปแล้ว พูดไทยไม่ได้ กว่าจะทำให้มันพูดไทยได้ก็ล่อเอาเหนื่อย
วานนี้ผมดัดจริต เขียนภาษาอังกะหลิด ไปตอบในกระทู้ ถามหลานอายุเก้าขวบว่า ลุงเขียนแบบนี้ใช้ได้ไหม หลานบอกโอเค๊
ยังไงๆ หากผิดพลาดก็ไปโทษหลานผมละกัน ขออภัยในความไม่สดวก ด้วยครับ

.......................................................................................................................................................................................................................................................
ตอนที่แล้ว ผมเล่าเรื่องแม่สาวน้อยวัยสิบสี่อ่อนหน้า สิบห้าอ่อนรู้ ตอนจบผมไม่ได้บอกไว้ว่า แม่สาวนั่นจะเป็นไงบ้างหลังจากนั้น
บางท่านก็คงสงสัย ว่าผมอาจจะกักเก็บตัวแกไว้กับน้องพยาบาลไปเลยมั๊ง
ไม่ได้หรอกครับ พรากลูกสาวเขามาแม้เจตนาจะไม่ร้าย แต่ผิดกฎหมายครับ
ตอนเย็นวันนั้น ผมก็โทรไปถามอาการจากน้องพยาบาล น้องบอกว่าหลังจากพักผ่อน อาการดีขึ้นมาก เลือดหยุดไปนานแล้ว แค่เพลียจากเสียเลือด และความกลัว กับสิ่งที่ตนเอง ไม่ประสีประสา
น้องพยาบาลโทรศัพท์ถามและขอคำแนะนำพี่หมอคนไทยใจดีของชาวนิวยอร์ก

ผมไปรับแม่สาวมาเรียตอนค่ำๆ แกใส่เสื้อ กางเกง ของน้องพยาบาล แล้วก็พาแกไปส่งจนถึงบ้าน จอดรถรอดูจนแน่ใจว่าเธอเข้าบ้าน เฮ้อ เด็กเอ๋ย เด็กน้อย....

ผมยังมีเรื่องสาวๆ กับปัญหาที่เริ่มจากการไม่รู้จักป้องกันตนเอง การเอาแต่ได้ เห็นแก่ตัวของฝ่ายชาย วัยพอๆกัน
ตอนสนุกสุขด้วยกัน ตอนมีครรค์ปัญหายู
บ้างคิดจะทำอะไรหลังจากรู้ตัวว่าป่องแน่ๆๆ ก็สายเกินการไปแล้ว
การทำแท้ง ทำabortion ไม่ใช่คิดจะฆ่า จะทำลายเมื่อไร ตอนไหนก็ได้
หมอเขาก็ต้องดูด้วยว่า สี่เดือน ห้าเดือนนี่ มันเป็นตัว มีหัวมีตาแล้ว ทำไม่ได้
เบ่บี๋ ยูน่าจะมาหาไอ แต่เดือนแรกๆ แล้วนะ
ก็ต้องทน ต้องแบกท้องไป กว่าทารกจะออกมาดูโลก
ดูเมืองนิวยอร์ก ดูย่านที่มีพวกเจอปัญหานี้มากกว่าย่านอื่นๆ
คือ ย่านที่อยู่อาศัยของคนผิวดำหรือพวกสเปนิช
ย่านที่รับเงินช่วยจากรัฐบาลกินเงิน welfare ได้ค่ารักษาพยาบาล medicaid ก็เงินจากภาษีที่เรากระเหรี่ยงไทยจีนได้ร่วมด้วยช่วยเมกา

พูดถึงพวกเราชาวเอเชียนี่ เราทำงานกันค่อนข้างจะหนัก ใช้แรงงานแลกเงิน
นอกจากคนจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่ หรือฮ่องกง ซึ่งมีจำนวน immigrant มากกว่าชาวเอเชียอื่นๆ แล้ว
เราไทย ฟิลิบปินส์ อินโด ก็นับว่าเราได้งานที่ทำเงินดีกว่า สบายกว่า พวกอื่นๆ มาก เช่น พวกแมกซิกัน พวกโดมินิกัน รีปับลิก พวกเฮติ
คนเอเชียต้องพูดภาษาที่หนึ่งในเมกา คือพูดภาษาอังกฤษ ทางที่จะได้รับรู้กับภาษาที่สองเหมือนพวกสปนิช ก็ไม่มี หรือน้อยมาก
แต่พวกเราเป็นพวกที่สร้างปัญหาให้ทางรัฐน้อยมากไปด้วย
เราทำงาน เราเก็บ เราสร้างอนาคต หรืออย่างไม่เอาไหน ก็พอใจกับสภาพที่เรียกว่าสบายพออยู่ได้ เหมือนคนเมกัน ชั้นกลางๆทั่วไป
หากคุณมาเดินบนถนนนิวยอร์กสักวันสองวัน คุณได้เจอคนร่อนเร่ ไม่มีบ้าน homeless หรือ bum ที่เป็นคนเอเชีย ผมว่าคุณโชคดีนะ
มันก็ต้องมีบ้างหรอก แถวไชน่าทาวน์ สักคนสองคน
แต่ที่เห็นๆ กันนะ คนดำ คนขาว หลายชาติพันธ์เชื้อ เอ้อ ที่เราคนไทยรู้ๆ กันนะครับ มีคนไทยแค่ หนึ่งคนครับ ที่เป็นถึงขั้นเรียกว่า ‘บัม’ ต้องคุ้ยเขี่ย เศษอาหารจากถังขยะ ตัวเหม็น นอนตามสถานีรถไฟใต้ดิน
แล้วสักวันจะเล่าถึงเขา แบบไม่ใช่ซ้ำเติมเขาครับ
ผมรู้จักเขาดี สนิทด้วย จากผู้ที่เรียกว่าชีวิตกำลังไปได้ดี มีเงิน มีเพื่อน
แล้ววันหนึ่ง ต้องสูญเสียหมดทุกอย่าง เรียกว่า เอาเป็นอุธาหรณ์ สอนคนได้ดี
เล่ามายาวจนเกือบเลี้ยวกลับ ยูเทิร์น ไปหาเรื่องที่เกริ่นไว้ไม่ทัน เรื่องนี้ขอเล่าเสียตอนนี้ดีกว่า เพราะมีเรื่องคล้ายๆกับตอนที่แล้วด้วย ก็แค่สองเรื่องเองนะ

วันหนึ่ง หน้าร้อนตอนปลาย ประมาณปลายสิงหาคม

ใกล้ๆ กับถนน west 110 -112 street /broadway
หรือใกล้ๆกับ columbia university
ผมจอดรับผู้หญิงผิวดำกับเด็กน้อย
ผู้หญิงนั่นก็อยู่ในวัยคงไม่เกิน 23-24 เรียกว่าดำเมกัน
ผมหยิก ปากหนา ก้นใหญ่ ตูดโด่ง ที่เหล่าชายทั้งหลายชอบหันไปมอง
แล้วบอก ummm nice asssssss แหละครับ
แม่สาวนี้อุ้มเด็กคงไม่เกินหนึ่งขวบ และก็คงลูกชายหล่อนเองด้วยละ
บอกผมไป แถวๆ east village ถนน 8th/2nd.avenue

ผมเปิดมีเตอร์แล้วออกรถต่อ
ขับมาได้สักพัก ผมสังเกตจากกระจกหลังก็ปกตินะ ที่จะต้องสนใจผู้โดยสารบ้าง
ฟังเสียงที่เธอพูดก็ไม่ได้หยาบกระด้างเลย ลูกน้อยนอนพาดตัก ตาปรือเหมือนกำลังจะหลับ มือหล่อนก็โอบประคอง
สองตาผู้แม่ก็จ้องมองหน้า หนูน้อย แบบไม่ละสายตา มีช่วงหนึ่ง ได้ยินเสียงเธอพูดเบาๆ ว่า
" i love you ,oh..my baby i love you..i love you"

ผมดูจากกระจก ก็เห็นเธอยกร่างของเบบี๋นั้น มากอดรัดแน่น แล้วจูบแก้มเด็กชายน้อย เอาตัวเจ้าเบบี๋ตาโตผิวดำ มาแนบอกตัวอีกครั้ง
ผมก็คิดนะ อือม์ แกคงรักลูกผูกพันธ์มากสิ
เจ้าหนูนั่นก็น่ารักจริงๆแหละ
เอ้อ เด็กในโลกนะ น่ารักทุกคนแหละครับ ไม่ว่า เชื้อไหน ผิวไหน จะดูดี หรือส่อเค้าขี้เหร่ ก็มีความน่ารัก ความบริสุทธ์ เท่ากันหมด
ขึ้นอยู่ที่เราจะเอาตาที่เปื้อนโลกเปื้อนกิเลศมาแล้ว หรือ ตาที่ยังรับได้กับความเป็นมนุษย์ไปมองเด็ก
แล้วหล่อนก็เอ่ยขึ้นมา เมื่อผมขับมาได้แค่ถนน 102nd.street บนถนนใหญ่ broadway หล่อนก็บอกว่า

" driver can you stop by the supermarket.. i need a pint of milk for my baby”
"โอ๊เข่ no problem lady."
แล้วผมก็ได้ที่จอดรอใกล้ๆ กับ "associatted supermarket "
ก่อนลงรถเธอบอกผมว่า
"please keep your eyes on him,he 'ssleeping ,thank you"
ผมพยักหน้าตอบ ด้อนท์ วอรี่
ใจอยากคิดจะสูบบุหรี่ซักมวน ระหว่างที่รอ ก็เลิกล้ม
เพราะเห็นแก่เด็ก
แม้ตอนนั้นกฎหมาย no smoking in the cab ยังไม่ออก

ผมหันหน้าไปมองเด็ก ที่นอนหลับ
เด็กนี่ตาโต หน้าตาน่ารัก น่าชังจริงด้วย ท่าจะมีเค้า กู๊ด ลุกกิ้ง แบล้ก เมื่อโตขึ้น
มีสะดุ้งด้วยเมื่อได้ยินเสียงแตรจากรถคันอื่น
แล้วก็หลับต่อ แต่ก็แทรกด้วยเสียงอึมอัม ในภวังค์ประสาเด็กนอนหลับ
แกทำท่าจะพลิกตัว ผมรีบเอามือไปดันตัวเด็กกลับตัวแก ให้ไปชิดขอบพนัก
คุณที่สังเกตุเรื่องและรถแทกซี่ผมอย่าเพิ่งจับผิดนะ ว่าอ้าว แล้วไอ้ที่เรียกว่า partition ที่ว่าเป็นกระจกกั้นอยู่นะ แล้วนายเอามือผ่านไปได้ไงอะ
แหม ผมไม่หลวมตัว ลืมไปว่า เขียนอะไรไว้ร๊อกคุณ
จะโม้ เอ้ย จะเขียนไรก็ต้องกันๆ ไว้บ้างหรอก คือ ระยะหลังๆ นี่ผมไม่ขับกลางคืน จะออกแต่เช้ามืด พอเย็นก็กลับบ้านแล้ว
ก็ยกไอ้ตัวกั้นนั้น เก็บฝากไว้กับอู่แทกซี่

เอ นานแล้วนีหว่า แม่สาวผิวหมึก ยังไม่มาเลย มีเตอร์ก็ยัง เ้ดินขึ้นติ้กๆ ทุกนาทีครึ่ง
เวลาผ่านไป ห้า นาที สิบนาที
หรือคงคิวจ่ายเงินยาวมั้ง
เสียงเจ้าหนูหน้าคล้ายกับไมเคิล แจกสั้น ตอนยังเด็กๆที่ป็น the jackson fives กับพี่ๆ
เบบี๋ร้องไห้แล้ว ตื่นมาไม่เห็นแม่
แกไม่ได้เรียกหาด้วยเสียง หม่าม้าหรือ หมาม หรือ หมอม ครับ
แต่ท่าแกที่ตื่นมาไม่เห็นแม่นี่ เด็กที่ไหนก็เหมือนกันแหละ สีหน้าตกใจ เหลียวหา ตาเบื่ง จากร้องไห้เบาๆ ก็หนักขึ้น ดังขึ้น
mom where 're you แกคงคิดเหมือนกันนะ
ไม่ได้การแล้วนะ นานเกินผิดปกติ จากแค่ซื้อนมหนึ่งไพนท์
ทำไงดีละ เด็กก็ร้องไห้จ้า เสียงดังด้วย
ผมลงจากด้านหน้า ไปเปิดประตูหลังรถแทกซี่
ก็ต้องจับเจ้าหนูมาอุ้ม ออกมานอกรถ
คิดว่าจะรออีกห้านาที แล้วค่อยว่ากันใหม่
อีกห้านาทีผ่านไป ผมล็อกรถแทกซี่ ดับเครื่องยนต์
แต่ปลอ่ยให้มีเตอร์รันไปเรื่อยๆ
แล้วอุ้มเจ้าไมเคิล แจ้กสั้นเดินมาที่หน้าซุปเปอร์มาเก็ต หยุดสักพักรอ
หลังจากนั้นผมก็เข้าไปข้างในร้านซุปเปอร์นั้น
เด็กยังร้องอยู่แต่ไม่ดังเท่าเก่า หน้าตาแกแฉะฉ่ำอาบไปด้วยน้ำตา
ผมเดินรอบๆ ทุกแผนกสินค้า ทุกคิวที่รอการจ่ายเงิน ไม่เห็นเลย
แม่สาวน้อยผู้เป็นแม่นี่อะไรกันวะ หรือคิดจะทิ้งลูก ก็ตอนเห็นแต่แรก แกแสดงออกว่ารัก ว่าหวง ไอ เลิฟยู เบ่บี๊ จะตาย ทำงี้ได้ไง
ผมก็แบบลนๆ พว้าพวัง กังวล และคิดไรไม่ออก ว่าทำไงดี ใจก็นึกด่าแม่สาวนั้นในใจ
นี่แหละ bitch ตัวจริง ของจริงเป็นยังงี้เอง
หมามันยังรักลูก แล้วมาทำแบบนี้ ไม่คิดไรบ้างเลยหนอ ตอนทำไม่คิด ตอนติดจะเอาทิ้ง
ผมถามกับผู้คนในร้านหมดละ ว่าเห็นสาวมืด แม่เด็กไหม
มีคนเริ่มสังเกตุผมด้วย
เหมือนว่าไอ้ไชนิ้สนี่ พ่อเด็กเปล่าหว่า อือ มีเมียสาวมืด black and chinese ดูจะไม่ good combination เท่าไรนา
ผมไปบอก ผู้จักการให้ประกาศทางลำโพงบอกตัวแม่ว่า
ให้ไปรับเด็กที่รถแทกซี่
แล้วผมก็อุ้มเจ้าหนูออกมานอกร้าน
โอ๊ะโอ่ เฮ้ย นั่นนายเจ้าที่ traffic enfrocement
กำลังจะเสียบใบสั่งกับที่ปัดน้ำฝนหน้ากระจกรถ
ผมรีบวิ่ง จะไปให้ทัน อุ้มเจ้าหนูอยู่ด้วย แกยิ่งตกใจใหญ่เข้าอีก ร้องไห้ลั่นเลย
พอไปถึงรถก็สายแล้ว ซวยหวะ
วันนี้ ซวยอีกแล้ว ตู ทำไงดีละ
เด็กตนนี้จะเอายังไง
ผมไม่คิดจะเอากลับไปเลี้ยงที่บ้านหรอกน่า
แบบนั้น มันลครไทยเกินไป
เด๋วได้มีการพิสูจน์ก้นหาปานแดงไอ้หนู
เมื่อปรากฎความจริงทีหลังว่า ไอ้หนู่นี่ที่จริงมันเป็นลูกที่เกิดกับสาวมืดนั่นกับโมฮัมหมัด อาลีบาบา
เอาไงดี ต้องแจ้งตำรวจอย่างเดียว
ผมถามคนเดินผ่านไปมาว่า โพลิส สเตขั่นใกล้สุด อยู่ไหน
คนบอกว่า แถวถนน 100/amsterdam avenue
อ้อ ใกล้แค่นี้เอง ไอ้หนูก็แผดเสียงร้องไห้ไม่หยุด
ผมรีบๆ ไขกุญแจแทกซี่ วางเจ้าหนูที่เบาะที่นั่งข้างหน้า
ดึงเข็มขัดนิรภัยมารัดตัวแกอย่างรวกๆ
สตาร์ทรถแล้วออกรถทันที
ขับมาได้สักช่วงถนน เสียงไซเรน ดังมาจากทางหลัง แบบถี่ๆ เหมือนจะรถตำรวจหลายคันเลย
เสียงใกล้เข้ามา เออ หลายคันนี่หว่า คง chase ผู้ร้าย หรือพวกขับชนแล้วหนมั้ง
ผมก็ขับแอบมาขวาสุด ตามกฎการขับขี่ เสียงหวอยิ่งใกล้มาๆๆ
อ้าวมาถึงเกือบชิด เกือบชนรถเราเลยเสียอีก
แต่ทันใด นายตำรวจไม่ต่ำกว่าแปดคน กระโจนจากรถ nypd วิ่งเข้าล้อมรถผม ทั้งหน้า ข้าง และหลัง
ในมือทุกคนถือปืนด้วยสองมือ จ้องมาที่ตัวผมซึ่งอยู่ในรถ
แบบนี้ผิดท่าแล้ว ผมเคยเห็นจากในหนัง และสารคดี หรือข่าว
หากผมขยับตัวแบบมีพิรุธ ผมโดนแน่
ที่ผมทำได้ด้วยสติ ที่ยังพอมีเหลือคือ ยกมือชูสูงสองข้างเลย
แล้วทันใดประตูรถก็ถูกดึงให้เปิดจากนาย nypd นายหนึ่ง นายหนึ่งรวบตัวผม อีกนายรวบสองแขนผม ให้ต่ำลง แล้วกดกุญแจมือคลิกเข้าที่ข้อมือ ก่อนดันร่างผมให้ออกมานอกรถ
นายตำรวจคนหนึ่งปราดไปอุ้มเด็ก ที่ยิ่งตกใจ
ร้องไห้เสียงดัง นี่อะไรกัน ผมยังงงๆ
แต่ก็ไม่ได้เสียขวัญเท่าไร แม้จะตกใจ กับอาวุธปืนของนายตำรวจเหล่านั้น
มีตำรวจท่าจะขั้น big shot บอกให้ค้นตัวผมละเอียด และแจ้งกับผมว่า
" you're being charged ..as A CHILD KIDNAPPER"
แล้วแกก็พูดเหมือนท่อง ข้อกฎหมาย ที่ให้สิทธ์ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งผมฟังรู้มั่งไม่รู้มั่ง
ผมก็ถูกนำไปสถานีตำรวจ พิมพ์ลายมือ สอบสวน
ผมก็บอกเท่าที่ความจริงที่เป็น
ไม่ได้กลัวหรอกครับ แต่รู้เลยว่า มีแต่ขาดทุน และเสียเวลา
ผมให้ตำรวจไปเอา บันทึกจากในรถ
trip sheet ไงครับ ในนั้นระบุเวลา ลำดับทริปมีเตอร์ยังเดินอยู่
ผมบอกตำรวจว่า กดมีเตอร์สรุปราคาสิ จะตรงกัน
ตำรวจบอกว่าเขารู้ว่าต้องทำอย่างไร
สักพักเจ้าหน้าที่แทกซี่ tlc ก็มาถึง
สรุปให้จบไปเลยครับ
หลังจากที่สอบประวัติ ไม่เคยมีร้ายๆ และการตอบที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักฐาน
ผมก็ได้รับการปล่อยตัว เมื่อเย็นๆ ของวันนั้น
ตำรวจบอกผมว่า พ่อของเด็กมารับเด็กเอง
หลังจากตัวนังแม่ใจร้ายโทรไปที่บ้านผู้ชายว่าทิ้งลูกในแทกซี่
ผมพยายามจะพบตัวพ่อเด็ก เพื่อ.............................. ขอค่าโดยสารหรือ?....
ไม่ช่ายๆๆ ......ผมไม่งกเพียงนั้นร้อก แต่จะบอกว่า

" thank you asshole and .......where is that bitch"

เรื่องลายมือที่พิมพ์นี่ ต่อมามีปัญหากับผม
ตอนที่ผม apply american citizen
ผมต้องไปเอาใบที่เรียกว่า certificate of good conduct จาก nypd
แต่ที่สุดก็เรียบร้อย
ได้เป็นพลเมืองดีของเมกา
แต่ยังคงความเป็นไทยทุกหยดเลือด
ของความรักชาติ ไทย

สวัสดีครับ...........................................



Create Date : 11 สิงหาคม 2548
Last Update : 21 สิงหาคม 2548 15:21:58 น. 6 comments
Counter : 428 Pageviews.

 
เกือบซวยแล้วหล่าว
เหมือนแลหนัง เยย ระทึกๆ ไม่ติด เรต เลือดไม่ท่วมจอ อิอิ


โดย: ตุ้มเม้ง ริวซากิแอล IP: 202.142.216.225 วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:3:36:10 น.  

 
I like your story but I'd never worte any commente.
Thank for sharing all good story. I'll printe them off for my boss. He love to read all Thai novel. By the way we're in SF.


โดย: Mottanoy IP: 66.125.95.231 วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:4:24:31 น.  

 
ยังตามอ่านอยู่ค่ะ


โดย: แม่ตัวเล็ก IP: 61.90.21.52 วันที่: 17 กันยายน 2548 เวลา:19:22:17 น.  

 
คนดีผีคุ้นครับ


โดย: nutxnut วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:9:13:12 น.  

 
อ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ไปเรียนภาษาไทยมาไหม่ไป๊


โดย: ไอ้มดเเดง IP: 202.41.167.246 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:36:11 น.  

 
สาระพันวันทำงานอีกแล้ว เนอะน้าเนอะ



โดย: ณัฎฐะมุกวารินทร์ IP: 116.58.231.242 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:19:11:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.