Group Blog
 
All Blogs
 
44-แท็กซี่กับธรรมปฎิบัติ

**เรื่องเล่าแท็กซี่นิวยอร์ก**( ตอน แท็กซี่กับธรรมปฎิบัติ)


เคยได้ฟังเรื่องนี้ไหมครับ ใช้ฉากนิวยอร์กเสียด้วยสิ เล่าๆกัน ผมฟังมาอีกต่อ
คือมีอาเฮียคนจีนคนหนึ่ง เป็นเจ้าของร้านอาหารจีนที่ดังพอได้อยู่ในหมู่คนไทย คนจีน
ร้านก็อยู่ในควีนส์ นี่แหละครับ รสชาติอาหารที่มีในเมนูก็ถูกปากคนไทย
และที่สำคัญ เจ้าของร้านและพวกเวทเตอร์หลายคนพูดภาษาไทยใช้ได้ ฟังออก
จึงง่ายที่จะสั่งอาหาร ไม่ต้องพูดอังกฤษให้ยุ่งยากกันทั้งคนสั่ง คนรับออร์เดอร์
สั่งปลาทอด ก็โอเค๊ได้ ปาทอกมากิน
สั่งเลือดเป็ด ก็ได้เลือกเป็ก
เอาเผ็ดๆหน่อย นะ ก็ได้แผะๆจิๆนะ

ร้านที่ว่านี้ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดไทยวัดหนึ่งด้วยครับ
อาเฮียเจ้าของร้านมีจิตใจเลื่อมใส ศรัทธากับวัดไทยและพุทธศาสนา เสียด้วย
ก็ได้คุยๆถามๆ คนไทยที่มากิน มาเป็นลูกค้า บ่อยๆ
ถึงกิจกรรมของวัด และ การจะร่วมสร้างกุศล สร้างบุญกับทางวัดด้วย
เมื่อแรกๆที่เริ่มการก่อตั้งวัดไทยนี้ แกก็อยากมีส่วนร่วมด้วยนะครับ
แต่อาเฮียแกก็ไม่ได้รู้ไรเกี่ยวกับพิธีกรรม พิธีการทางศาสนาเสียเลย
ก็เหมือนคนไทย ที่ได้ชื่อว่าเป็นพุทธศาสนิกชน อีกมากแหละครับ
จะเรียกคำศัพท์ทางพระทางบาลี ก็เรียกไม่ถูก
บางคนใช้มั่วปนเปไปหมด ฟังแล้วขำ
แต่น่าจะเอาหนังสือพระมาต้มให้กิน จะได้รู้เรื่องบ้าง

เคยได้ยินบางคนบอกเด็กแบบดุๆในงานทำบุญบ้าน
" เฮ้ยไอ้ไข่ย้อย อย่าเพิ่งฉัน ให้พระแดะก่อน "
บ้างก็กล่าวทักพระว่า " เจริญพรนะขอรับโยมหลวงพี่"
หรือแบบไอ้หนุ่มแรกเข้าวัดเข้าวา " เอ้อ หลวงพี่ครับ หากมีไรขาดเหลือ นิมนต์ผมได้เลยครับ"
หรืออีกคนว่า "แม่ที่ตายไปจะมาทำสังฆทานคะพี่หลวง ดิฉันต้องทำไรบ้างคะ"
และที่ร้ายเอาการ สองหนุ่มสาวไปวัดบอกหลวงพี่ว่า " ผมอยากทำบังสุกุลวันเกิดให้แฟนครับ "

เอ้า ต่อเรื่องอาเฮียครับ
แรกๆนั้นนะครับอาเฮียไปเห็นงานพิธีทำบุญบ้านใหม่ ของคนไทยคนหนึ่ง
แกก็ได้รับเชิญจาก จากคนไทยเจ้าของบ้าน ที่ชื่อเสียงดัง คนรู้จักันทั่วนิวยอร์ก
แกได้เห็นพิธีการ ตั้งแต่การสวดมนต์ สวดเจริญพรของพระสงฆ์ไทย
และการถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์
ไปจนจบพิธีด้วยการถวายจตุปัจจัยแด่พระ และการบริจาคให้กับวัด
หลังจากนั้นไม่นาน อาเฮียก็เกิดไอเดีย อยากทำบุญร้านของแก
เพื่อเพิ่มมงคลให้สวัสดีมีโชค ทำมาค้าขึ้น
หรือที่คนไทยสรุปให้แกฟัง ง่ายๆว่า FOR YOUR GOOD LUCK

แกก็ตรงไปที่วัดเลยแหละครับ
"ซาหวักลี คัก หลงพี่ ผงจามา make a reservation คัก"
หลงพี่ เอ๊ย หลวงพี่ก็ว่า" อ้อ จะมาจองอะไรหรือโยม"
"ผงจามาเชิงพระซิก อ้อ หกคนไปออกร้านคับ"
หุหุ หลงพี่ขำแกเหมือนกัน " หกองค์ โยม ร้านของโยมนะหรือ"
"คับผง ผงอยากลู้ ว่าทางวัก คิดค่า เอ้อ ฮาวมัช อะ เซอร์หวิกชาท นะหลงพี่"
อาเฮียก็พูดต่ออีกว่า
"คือ ผงจาเอาแบบสองอย่างเลย ทั้งกินข้าว ทั้งร้องเพลงล่วยคัก สามวันติกๆกังล่วย"
"How much you gonna charge me ?"
5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
บ้านที่ผมอยู่นี่มีสามห้องนอนครับ สองห้องน้ำ ก็อยู่กันไม่กี่คนเองแหละ
ผมกับภรรยา ห้องหนึ่ง น้องสาวกับลูกสาววัยสิบขวบห้องหนึ่ง
อีกห้องหนึ่งที่เหลือยกให้พระท่านไป
เอ้อ ห้องพระ ที่เรียกๆกันนะครับ หุหุไม่ใช่ห้องให้พระสงฆ์มาจำพรรษา
ก็ภรรยาผมนี่แหละครับ เชื่อถือกับความเป็น ศิริมงคล ศอ เอ้อ ไม่ใช่นักมวยไทยคนนั้นนะ
คือแกเป็นเหมือนๆกับคนไทยทั่วไปแหละครับ ที่นับถือพุทธศาสนา
มียินดีมีสุข คิดเป็นศิริมงคลจากการได้ปฏิบัติตน ได้เคารพนับถือ พระรัตนตรัย
ก็ได้รวบรวมพระพุทธรูป พระรูป พระเครื่อง พระต่างๆเท่าที่จะหาได้ ยกเว้นพระสงฆ์องค์เจ้า
มีพระแก้วมรกตจำลอง ขนาดไม่เล็กเป็นพระประธานอีกด้วย
ตามด้วยโต๊ะหมู่บูชา ประดับด้วยไม้แกะสลักรูบดอกบัว
มีเชิงเทียน กระถางธูป เป็นโลหะ ทั้งหนัก ทั้งดูสวย
และก็มีกระบอกไม้ไผ่สำหรับ ที่ใส่ก้านไม้เสี่ยงเซียมซีนะครับ
เวลาเขย่าๆจะเอาอันเดียวก้านเดียว มักจะเทออกมาเกือบหมด เสียงกราวๆพรวด
เซียมซีนี่ เป็นจุดขาย เอ้ย จุดสนใจของคนมาเยี่ยมบ้านผมเกือบทุกคนครับ
ทั้งพวกน้องๆพี่ๆสาวๆแก่ๆ เขาว่าเสี่ยงเซียมซี บ้านผม นี่แม่นดีจัง
บ้างก็มาไหว้พระบ้านผม หุหุ เพื่อขอเลขทีเด็ดยังมีเลยครับ เจ้าประคู๊นเอ๊ยยยย
ก็น่าสนุกดีอยู่เหมือนกันนะครับ เหมือนไม่ใช่อยู่เมกานิ
ทำไรก็ทำกันเถอะครับ กับความเป็นไทยๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์
หากการกระทำ หรือความเชื่อนั้น ไม่ทำให้ใครไหนเขาเดือดร้อน
สำหรับผมนี่ บอกตรงๆครับ ผมนี่ไม่เอาไหน ไม่เคร่ง ไม่เอาจริงเอาจัง
ไม่เชื่อถือ หรือตามแบบใครๆที่เขาทำกันเสียเลย
เรื่องผีๆเรื่องวิญญาน เรื่องไสยศาสตร์ นี่ไม่เชื่อมาแต่เด็กเลยครับ
แม้แต่พุทธาภินิหาร ก็แค่เอาไว้พูดเอาไว้เขียนให้ดูดีต่อคนอื่น
ไม่ได้เชื่อถือจริงๆเลยครับ
แต่สำหรับ หลักและแก่นแท้ของศาสนาพุทธ
ผมต้องเชื่อครับ และจะคัดค้านข้อไหนก็ไม่มีทางได้
ก็คือ ความจริง คืออริยสัจจ์ ที่พระพุทธองค์ ทรงตรัสรู้มาถึง๒๕๔๘ ปีแล้ว
ผมก็ไม่ได้ไปว่าใคร ไปคัดค้านคนที่เชื่อที่นับถือ เช่นที่เกี่ยวกับพิธีการ ลัทธิบูชาต่างๆ
ก็มันเป็นสิทธ์ของเขานี่ครับ หากเขาเต็มใจจะเชื่อ หรือจะยินดีที่โดนหลอกทีหลัง หุหุ
ผมนี่คงไม่โดนให้ใครไหนในโลกนี้ มาหลอกผมได้แน่ครับ หากเกี่ยวกับเรื่องอย่างนี้
แต่หากหลอกด้วยเล่ห์เหลี่ยมของคนและ กลโกง
การเจรจาพาที การเชื่อใจ ไว้ใจ โอ้ยโดนบ่อยครับ
ที่ห้องพระบ้านผม ยังมีหนังสือเกี่ยวกับ ธรรมะ ศาสนา อีกมากมายก่ายกองเลยครับ
รวมถึงเทปคาเซ็ทท์ เทปวีดีโอ บันทึกการแสดงธรรมของท่านผู้มีชื่อเสียงดังๆ หลายท่าน
ใครไปเมืองไทยมา ก็ขนมาฝากกัน บางคนนี่สองกระเป๋าใหญ่
มีธรรมะ มีพระอาศัยมา มากว่า ขนมอร่อย น้ำพริกเครื่องแกงหายาก เสียดายแทนดีไม๊นี่ หุหุ
ผมฟังอยู่องค์เดียวครับ ของพระพยอม ก็รุ่นที่ท่านเพิ่งดังนะ สนุกดี ตลกมาก ชอบท่านนะครับ

ผมคิดของผมเอง และเห็นว่าเป็นความจริงที่จะปฏิบัติได้ ให้เกิดความสุข หรือลดทุกข์
แต่คงยากมากที่จะปฎิบัติให้เป็นนิสัย เป็นกิจวัตร เป็นความเคยชิน
นั่นก็คือ การหมั่นฝึกสมาธิ การทำจิตใจให้สงบ การนึกรู้ การมีสติ
และอีกคำก็คือ คำว่า แผ่เมตตา ให้แก่สัตว์โลก
ก็ต้องอาศัยการฝึกปรือจิตใจ ให้จิตเกิดเมตตา จิตมีอภัย
หากใครฝึกจนถึงขั้นเป็นนิสัยได้ ผมว่า เขาจะมองโลกด้วยความสุข สดใสแท้จริง
จะไม่มีสัตว์โลกเลวๆ ในสายตาเขา
จะมีก็แต่เพื่อนซึ่ง มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น
หุหุ ที่พูดมานี่ รู้ครับ แต่ทำไม่เคยได้ครับ

ผมค่อนข้างใจร้อนและรู้ว่าตัวเองนี่ Sensitive ง่ายเสียจริงๆเลย
เมื่อผมยังยึดอาชีพขับแท็กซี่อยู่สมัยนั้น
ผมต้องเจอผู้คน มากมายหลายแบบทุกวัน นานถึงหกปี
เช่นที่ผมเคยกล่าวหลายครั้งแหละครับ
ที่ว่า บางคนที่มานั่งรถผม ดีเกินไปจนผมน่าจะต้องให้นั่งฟรีๆแล้วแถมเงินให้
กับที่มีบางคน เลวจนผมน่าขับพุ่งชนให้ตายข้างถนนที่มันโบกมือเรียก
จำมาบอกเล่าสักคน เป็นตัวอย่างด้านบวก ที่ผมพบเจอครับ

ฝรั่งวัยกลางคนหน้าตาใจดี นั่งรถผมเกิดหิวมากๆ
ยื่นแบงค์ยี่สิบให้บอกผมว่า นี่เงินประกันหากผมกลัวแกหนี
แล้วขอลงไปซื้อแมคโดนัลกิน ผมก็โอเคจอดรอ
พอแกกลับมาขึ้นรถ แกยื่นถุงบิ๊กแมคให้ผมถุงหนึ่ง โถ ซื้อมาฝากผมด้วย
บอกผมด้วยว่าจะจอดกินกันสองคนก่อนดีไหม
ผมบอกไม่เอาไม่รับ แกก็ไม่ยอม ผมเลยรับไว้
วางถุงไว้แล้วออกรถต่อ ให้แกกินไปในรถคนเดียว
และผมก็คืนเงินประกันยี่สิบนั้นให้
พอถึงที่ ค่าแท็กซี่สิบเอ็ดเหรียญ
ผมบอกว่า" Burger's on you.. but..this ride's on me okay..."
แกบอกโอเค บั๊ดดี้
แต่พอจะลงรถไปแกโยนเงินแบงค์ยี่สิบไว้บนเบาะหลัง ตอนเปิดประตูให้ผมเห็น
แล้วแกรีบเดินเข้าตึกหนึ่งไป หันหน้ามาโบกมือบาย กับผมเสียอีก
น่าซาบซึ้งใจไหมครับ คนนะครับ หากจะดี จะชั่ว ไม่ว่า ฝรั่ง ไทย จีน แขก เป็นได้หมดครับ
ไอ้ที่เลวๆนั้น ผมก็เคยเขียนเล่าให้ฟังไปก็หลายเรื่องอยู่นะครับ
บางทีก็ไม่อยากจำไอ้พวกพันนั้น
ไอ้คนที่โดนรถชนตาย เพราะวิ่งหนีผมหลังจากทุบกระจกรถผม
สำหรับคนนี้ ลืมอยากหน่อยครับ เป็นตัวเตือนสติผม ตอนเดินข้ามถนนได้อย่างดีอีกด้วย
จำกันได้ไหมครับ แฟนแท็กซี่ตัวจริง ขอเสียงหน่อยคร๊าบบบบบบบบ

วันหนึ่ง ของปีนั้น หน้า...............................สปริง หุหุ
วันนี้ผมตื่นมาด้วยอาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รู้สึกโล่งๆในหัว
รู้สึกว่าตัวเองสดชื่น ไม่คิดเบื่อ คิดบ่นกับตัวเอง ที่เคยเป็นมา จนจำเจ
ตอนเดินไปที่รถแท็กซี่ ที่จอดในปาร์กกิ้งลอทข้างบ้าน
กำลังจะออกไปทำมาหากินแล้วนะครับ
ผมทักทายผู้คน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เอ วันนี้ เรารู้ตัวว่าเราดีขึ้นในอารมณ์ และจิตใจจริงๆแหะ
หนังสือของหลวงปู่มั่นในห้องพระที่นานๆเราเข้าไปที
เราอ่านเมื่อคืนนี้ แล้วคิดว่าจะลองปฏิบัติตามแนวหลวงปู่
เออนิ ได้ผลนิ รู้จิต ตามจิตให้ทัน รู้ตนว่ากำลังคิด กำลังทำไรอยู่
คิดแต่ดี เห็นแต่ดี หากจิตเริ่มเขว จะคิดไม่ดี เห็นไม่ดี
ก็ให้เตือนจิตมัน แล้วเริ่มใหม่ มองผู้คนทั้งโลกให้เป็นเพื่อน
ให้คิดว่า เราก็ไม่ดีไปกว่าเขา หรือปักษ์ใต้ว่ากันว่า มันก็พันหนั่นแหล๊ะ
วันนี้ตั้งแต่เช้า จากผู้โดยสารคนแรกที่รับ จนถึงเย็นผู้โดยสารเที่ยวที่สามสิบได้มั๊ง
ผมทำงานด้วยความสุข สดชื่นไม่เหนื่อยไม่บ่น
รถติดยาวผมก็เห็นเป็นธรรมดา รถคันอื่นขับแย่ๆ ผมกลับยิ้มให้
ที่จอดรถเกะกะทาง ผมเคยด่าแม่ วันนี้ผมไม่ด่า ช่างเขาเถอะเขามีเหตุผลน่า
ผู้โดยสารบางคนบ่นโน่นนี่ ผมก็ไม่โต้ตอบ ไม่ทิปก็คิดว่า แหม เขาไม่มีเงินมากมั๊ง
ผมรับคุณมืดวัยรุ่น ใส่สนี๊กเกอร์สองเที่ยว ที่เคยว่าพวกกวนทีนนี่กรูจะไม่รับหร้อก
วันนี้ก็รับครับ ขึ้นรถมาก็เอะอะ เสียงดัง พูดจาฟักๆ แอสๆ โฮลๆ ก็ไม่ถือสาอีก
ฟังเป็นว่าตลกและน่ารักดีด้วย
เอ ผมดีเอามากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ นี่ขนาดการฝึกสติแค่วันแรกนะจะบอกให้ หุหุ
หากทำได้อย่างนี้ตลอดไป ผมจะไม่ทุกข์ร้อนนอนไม่หลับ
ก็สุข ทุกข์ มันอยู่ที่ไหน ที่ใจเราเองนิ
แต่ ต้องฝึกนะ ไม่ใช่เอาแต่อ่านแต่พูดบอกคนเขา
จะเลิกงานแล้วนิ เงินที่ทำได้ขับได้ได้วันนี้กลับดีเกินคาดด้วยแหละ คุณเอ๊ย

บนหัวมุมถนน56th.Street กับ 3rd Avenue
อ้อ นั้นทางซ้ายมือ มีคนสองคนยืนโบกเรียกแท็กซี่
ผมจอดรับ นายโก้ทั้งคู่ ไอ้หนุ่มหนวดงามแต่หน้าดุ คนหนึ่ง
กับอีกคนไอ้หนุ่มหัวสกินเฮด หน้าตาที่เห็นในวันอื่นๆ ผมคงว่าหน้ามันไม่น่าไว้ใจ
แต่วันนี้ผมว่า มันก็พันนั่นแหล๊ะ จะให้ดูดีกันหมดทั้งโลกได้ไง
หน้าข้าพเจ้าเองก็ไม่เห็นดูดีเลยนี่นา เข้าใจไหม
เมื่อทั้งสองโก้ขึ้นรถมา ผมก็กล่าวทักก่อนเลย เหมือนทุกครั้ง
"Hi, where to ....sir ?"
"The Bronx "
เป็นก่อนนี้ผมจะต้องด่าในใจ ว่าซวยแล้วกรู
แต่วันนี้ หลวงปู่มั่นที่อ่านมาให้บอกว่า อือม์ ดีไปบร๊องส์ เวลานี้
รถก็ติดจะได้มีเวลามองรถคันอื่น สวยๆ
ผมถามว่าบร๊องส์แถวไหนละ เซอร์ หุหุ ยังพูดเพราะได้อีกแนะ
"One hundred sixty seventh -Grand Concourse"
"เยส เซอร์" แล้วผมก็ออกรถขึ้นอัพทาวน์ไป ตาม Third Avenue
รถติดมากเหมือนทุกวันตอนเย็นแหละครับ
บางช่วงขยับไม่ได้เลย ไฟเขียวหลายเขียวแล้ว ก็ยังขยับไม่ได้
คุณสองโก้ก็เริ่มออกลายแล้วสิครับ เมื่อเห็นมีเตอร์เลื่อนติ๊กๆทุกหนึ่งนาฑี
เมื่อมาได้ถึงถนน เจ็ดสิบสอง ท่านบอกผมว่า ไม่แฟร์ ที่รถไม่วิ่งแต่มีเตอร์ขึ้นเอาๆ
ผมก็ใจเย็นอธิบายไปนะครับ ชี้ให้ดูข้อความที่ติดไว้ด้านหลังพนักด้วย
คุณสองโก้ ด่าไรมา ผมรับได้หมด ไม่โมโห ไม่ด่ากลับ
ที่จริงปกติกับพวกเหล่านี้ หากผมอ่านท่าทางไปถึงนิสัยใจคอออก
ในวันอื่นๆผมก็ไม่ตอบโต้ครับ ไม่คุ้มหากมีเรื่อง ดีไม่ดีเจ็บตัวด้วย
แล้วยิ่งวันฝึกปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ ผมยิ่งต้องยิ้มให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสียอีก
รถขยับไปได้บ้างแล้ว ผมเหลือบมองสองคนนั่น ที่คุยกันด้วยภาษาสเปนิช
ท่าทางไม่แฮปปี้ นัยตามองออกว่า ร้ายเอาเรื่อง แต่ผมก็ขับไปเรื่อยๆ
เมื่อรถจอดเพราะติดไฟแดง ที่ถนน 93rd
ทันใดนั้น นายสองคนนั่น เปิดประตูรถด้านซ้าย แล้วลงจากรถ
วิ่งไปบนถนนข้างๆ นั่นแหละครับ

หุหุ เที่ยวนี้ขับฟรีครับ หลวงปู่มั่นขอรับ เอาไงดี โมโหดีไหม ค่ารถเก้าเหรียญนะขอรับ
หนังสือท่านบอกว่า ทนไว้ๆ เย็นไว้ๆ แผ่เมตตาๆๆ
เอางั้นหรือขอรับ แผ่เมตตา ผมทนได้ เงินแค่นี้เอง มีมารผจญ ยิ่งแกร่งขอรับ

แต่เมื่อผมหันไปเห็นที่เบาะหลัง
รอยมีดกรีดยาวหลายกรีดบนเบาะ เบาะที่นั่งขาดจนเห็นฟองน้ำด้านใน
ผมปล่อยออกไป ให้ตัวเองได้ยิน คำนี้ครับ
"ไอ้แยะแม่ กรูไม่ทนแล้วโว้ย"





















Create Date : 08 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2548 0:05:49 น. 6 comments
Counter : 340 Pageviews.

 
ธรรมะสวัสดีคะ ลุงสมาร์ทตูปิด
ขอยืมคำพูดของพระพยอม มาแถมท้ายให้นะคะ
โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า คะ


โดย: กะทิชาวเกาะ IP: 72.234.151.90 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:03:56 น.  

 
เหมาะเจาะพอดีเลย ได้เข้ามาอ่านทันท่วงที โธ่ หลวงพ่อบอกว่าเย็นไว้ เย็นจนทะลุจุดเดือด เรื่องสนุกอีกแล้วคะ


โดย: nuyo (CooKiiE ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:08:45 น.  

 
คนที่โน้น มัยโหดจังคะ


โดย: มะแต้มมะตูม วันที่: 13 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:58:26 น.  

 
ก็เอาพลาสเตอร์ปิดซะ ก็เป็นศิลป์อย่างนึงน้า หุหุหุ
หนูก็ปล่อยไก่เป็นเล้าเหมือนกันเวลาไปวัด แต่ส่วนมากพยามเก็บคองอเข่าหุบปาก


โดย: มดตะนอย IP: 71.131.69.148 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:14:59 น.  

 
I just added you ka


โดย: Justin's mommy (Baby I love you ) วันที่: 15 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:37:37 น.  

 
เจ๋งเหมือนเดิมเลยค่าพี่ smartupid
หุหุ หนุกๆๆ


โดย: Sunset&Swing IP: 58.9.142.144 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:05:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.