Group Blog
 
All Blogs
 
37-เรื่องของคนจีน

ช่วงนี้ผมหยุดงานได้พักร้อนสองอาทิตย์
ขอหยุดขับแท็กซี่ เอาเรื่องแท็กซี่มาเล่าสักพักนะครับ
ก็ไม่ได้กะไปเที่ยวไหนไกลๆนะครับ
และได้ไปมาตอนยังหนุ่มกว่านี้ ก็เกือบทั่วเมกาแล้ว
อาจจะไปแบบใกล้ๆ เช้าไปเย็นกลับขับรถเที่ยว
หรืออาจเหมือนที่พวกที่ทำงานผมชอบว่าคนที่ไม่เดินทางไปเที่ยวไหน
ว่า subway vacation,shopping malls vacation,bronx zoo-coney island vacation
หมายถึงพวกที่ไม่มีปัญญาไปไหน ได้แต่ไปๆมาๆอยู่แต่ในเมืองนี้

อยู่บ้านพักผ่อน ไม่ต้องทำงานแต่ได้เงินนี่ ก็ดีเท่าไรแล้วละนะ
เป็นความสุขที่พอหาได้อย่างหนึ่งทีเดียวละครับ
ก็การอยู่เมืองนอกนี่ หากไม่ทำงานอยู่ไม่ได้นะครับ
ยิ่งอย่างชีวิตที่นิวยอร์ก อะไรๆก็แพงกะอัก
ชีวิตบั้นปลายหลังรีไทร์ของคนไทย ส่วนมาก
ท่าจะต้องไปตายรัง กลับไปบ้านเกิดที่เมืองไทย
อาศัยเงินบำนาญจากเมกา ก็คิดว่าคงอยู่ไปได้จนตาย

Public School ที่นี่ก็กำลังจะเปิดเรียนอีกวันสองวันนี่แล้วครับ
หลานสาววัยสิบขวบผม ก็ต้องไปโรงเรียนแล้วละ
ตอนโรงเรียนปิดเทอมซัมเมอร์ วันหยุดงานของผม
ก็ต้องพาแกออกตระเวณไปเรื่อยทั้ง มิวเซี่ยม และตามพาร์ก ตามสวนสนุก

วานนี้ครับ มีเรื่องตลกครับ
หลานสาวผมรับโทรศัพท์ ได้ยินแกพูดตอบว่า โทรผิด wrong number
เมื่อแกวางหู ก็มีเสียงกริ่งดังมาอีก
แกรับแล้ว บอกคำเดิมอีกว่า wrong number แล้ววางหู
ผมเลยถามว่า ใครละที่โทรมา
หลานสาวผมตอบว่า เสียงไชนิสนะลุง ฮี คี๊พ เซย์อิ้งไชนิส
เสียงโทรมาอีกแล้วครับ ทีนี้ผมเลยรับเสียเอง
เป็นเสียงคนจีนผู้ชายนะครับ พูดรัวเลยครับ
เหมือนจะว่าถามหาใครสักคนมั๊ง
ผมก็ตอบไปเหมือนหลานผมนะครับว่า ยู ต่อเบอร์ผิดนะยู
แต่ผมไม่วางหูทันที เพราะอารมณ์อยากสนุกเริ่มจับผมอีกแล้วอะ
เสียงอาเฮียนั่น ก็ยังพูดต่อเหมือนโวยวายเป็นภาษาจีนอีกนะ
ผมเลยเอาลูกเล่นที่เคยทำตลกให้เพื่อนๆฟังหลายครั้ง
คือการพูดภาษาจีนแบบดำน้ำนะครับ
โหย ภาษาจีนแบบมั่วๆนี่ผมพูดคล่องเลย
ลากเสียง หนักสระอา หน่อยก็เหมือนแล้ว
ผมเลยพูดไป(สมมุตินะครับ เพราะหากให้พูดซ้ำคงไม่เหมือนทั้งร้อยครั้ง)
"เฉียนเต้าจุ่งเก้หา"
นายนั่นก็ตอบมาครับ (สมมุติอีกแหละครับ ผมจะไปจำได้ไงว่าแกพูดไรมา)
" เจี๋ยงเต่ากุ้งกี่หม่า ห๊าหล่า"
เสียงผม" กี้หล่าเผสี่ม้าหน่า เก่เต้าหมิงหาหล้า"
เสียงเขา" เหย่ก้าห้านดี๋ซี่อึ่มเก๊ ฟลัชชิ่ง ควีน หา"
คำท้ายนี่ออก ฟลัชชิ่ง ควีนส์ อาเฮียคงถามหาคนที่อยู่นั่นมั๊ง
ผมเลยบอกไป" ไอ๋ด่อนโน้ หา สี่เปะสี่เป๊นแปด ซือต้าหม่า หล่า."
นายนั้นก็ยังบ้านะครับ ต่อความมาอีก สนุกจริงว้อย
หลานผม แฟนผม หัวเราะลั่น ผมเลยจบเสียที ด้วยคำว่า
" หร่องหน่ำเบอ ห่าหล่า ฝักหยู่"
แล้วจะวางหูครับ แต่ได้ยินนายนั่น ชิงพูดมาเสียก่อนว่า
" ติ๋วหน่า ฝัก หยู่ ทู โอ่เค๊"
หุหุ อาเฮียนั่น ฟังคำด่าออกนีหว่า ฟักหยู่ ผมหัวเราะลั่นเลย
บอกหลานผมไป แฟนผมว่า โสนะหน้า ทาลึ่ง

คนจีนที่นิวยอร์กนี่ มีมาก เขาว่าเป็นที่สองรองจากซานฟรานซิสโก
ไชน่าทาวน์ที่นี่ จะเรียกว่าตอนนี้มีสองแห่งแล้วก็ได้
ไชน่าทาวน์ ของแท้ ในแมนฮัตตั้นนั่น ที่เป็นแลนด์มาร์ก
จุดสำคัญของทัวริสท์แห่งหนึ่ง
มีคนจีนอาศัยและเปิดกิจการร้านค้าขายของขายผัก ร้านอาหาร
อีกแห่งหนึ่งก็ที่ FLUSHING ,QUEENS
ก็เหมือนไชน่าทาวน์แล้วครับ
เพราะมีคนจีนและคนเอเชียอื่นๆอยู่กันมาก

รถไฟใต้ดินสาย7 วิ่งระหว่างflushing- times square
ถูกขนานนามให้เป็นสาย The Orient Express
เรื่องคนจีนกับรถไฟใต้ดินนี่ ก็มีขำๆมาเล่ากันมากครับ

แต่ที่รู้เห็นกันมา ก็เนื่องจากการขาดมรรยาทและเห็นแก่ตัว นี่แหละมาก
ผมไม่ได้เจาะจงดูถูกเชื้อชาติ เผ่าพันธ์อะไรนะครับ บอกไว้ก่อน
ผมก็เชื้อจีนคนหนึ่ง ที่จังหวัดบ้านผมแปดสิบเปอร์เซ็นต์
เป็นคนเชื้อสายฮกเกี้ยน ที่มีชื่อเรียกเผ่าพันธ์ว่า พวกจีน บาบา
ไม่ใช่จีนบ้าบ้า นะ เรียกให้ถูกด้วยครับ
ชุดย่าหยาของสาวเมืองนี้ ก็ผ้านุ่งปาเต๊ะ กับเสื้อรัดรูปฉลุลายไงครับ สวยนะ

เอ้า ออกตัวแล้วมาว่าเรื่องคนจีนที่นี่กับรถไฟต่อ
เพื่อนรุ่นน้องสองสาวสองพี่น้องคนสวย เคยเล่าให้ฟัง
น้องหนิงน้องเป้านี่จะต้องมาขึ้นรถไฟสาย7 flushing ตอนเช้าไปทำงานทุกวัน
ทุกวันจะเห็นการแย่งชิงที่นั่งกันในหมู่คนจีนคนเอเชีย
รถสายนี้นี่ขนาดเริ่มสถานีต้นทางที่flushing นะ
แต่มีคนไปทำงาน หรือเข้าเมืองเข้าแมนฮัทตั้น เป็นจำนวนมากทุกวัน
ระยะทางก็ไม่ใกล้หากต้องยืนเกาะเสาจับห่วงตลอดทาง คงเมื่อยเหมือนกันนะ
เลยทุกครั้งที่ก่อนประตูรถไฟจะเปิด จะมีเหมือนว่า
เหมือนนักวิ่งร้อยเมตร ที่จะออกสตาร์ทนะครับ
ตั้งท่าไว้เลยก็มี พอประตูเปิด ทั้งหญิงทั้งชาย
จะตรูเข้าไปพร้อมกัน ได้ก่อนนั่งก่อน
ผู้ชายก็แย่งผู้หญิง ตัวใครตัวมัน
บ้างถือแก้วกระดาษใส่กาแฟร้อน กับพวกขนมซาลาเปา
แย่งที่นั่งกัน กาแฟร้อนหกกระเซ็นใส่กันก็มี

มีครั้งหนึ่งสองสาวนั้นหนิงกะเป้า ก็ต้องทำเหมือนคนอื่นที่ทำกันนะ
คือรีบเข้ารถแล้วหาที่นั่ง
เมื่อได้ที่นั่ง และกำลังจะขยับตัวให้นั่งถนัด
ก็มีอาเฮียจากแผ่นดินใหญ่คนหนึ่งมาแทรกนั่ง
บนท่อนขาขวาน้องหนิง กับ ท่อนขาซ้ายน้องเป้า
ทั้งสองสาวทั้งงง ทั้งขำ ไอ๊หยา แหม ทำไปได้ คดีนี้
เลยมองหน้ากันแล้วลุกขึ้นยืนทั้งสองคน
ทำตัวเป็นเลดี้ เสียสละให้อาเฮียที่ดูหนุ่มแน่น
อาเฮียนั่นก็ขยับก้นนั่งเต็มที่เต็มก้น โดยไม่รู้สึกอะไรเลย
ยกกาแฟซดเฉย มองหน้าสองสาวนิดแล้วกล่าวว่า แท้งกิ๊ว หา
สองสาวนั้นก็ มองหน้าตอบ ทั้งขำทั้งไม่รู้จะว่าไง

เรื่องพูดเสียงดังลั่นด้วยภาษาจีนนี่ ก็อย่างหนึ่ง
ที่สร้างความรำคาญให้กับผู้โดยสารรถไฟใต้ดินมาก
อาเฮียอาตี่อาซิ้มอากู๋ จะส่งเสียงโล้งเล้งสื่อกันด้วยเสียงดัง
บ้างที่ไม่ได้นั่งติดชิดกัน ก็ตะโกนข้ามฝั่ง คุยกัน
ฝรั่งนิวยอร์กเกอร์ นั่งอ่านนิวยอร์กไทมส์ อยู่ต้องขยับมองแล้วส่ายหน้า
เขาจะพูดเสียงดังกันไปตลอดจนกว่าจะลงป้ายแหละ

ผมเคยเจอด้วยตัวเอง ขำมากๆ เอาไปเล่าต่อ
คนได้ฟังจะหัวเราะและจะสะใจด้วย
คือวันหนึ่งในรถไฟสาย N ครับ
ชายจีนสองคนนั่งคุยเสียงลั่นกันมาในรถตลอด
เสียงหล่าห่าห่า เหยวเหยว ทำให้คนในรถรำคาญกันหมด
เหลียวดูกันว่าาใครหวา แล้วส่ายหน้า
ผมก็อายแทนไปเหมือนกันแหละ
หน้าตาเอเชียนี่ใครจะไประบุได้ละว่าใครเป็นใคร
พอถึงป้ายหนึ่งสองจีนนั่นก็เถียงกันเหมือนว่า
อีกคนว่าป้ายนี้แหละ แล้วจะเดินออกจากรถ
อีกคนก็ตะโกนเหมือนว่าไม่ใช่นะ แล้วดึงคนที่ออกไปกลับมาในรถ
เสียงคนในรถ ชักรำคาญขึ้นมากแล้วสิครับ
เพราะนายสองคนก็ยังทะเลาะ เอ้ย พูดกันเสียงลั่นอีก
พอรถจอดอีกป้าย นายจีนทั้งสองก็ตะโกนใส่กัน
เหมือนอีกคนว่าป้ายนี้แหละลงนะแล้วเดินออกไปจากรถ
นายอีกคนก็บอกเหมือนว่า โบ๋หล่าๆๆไม่ใช่ๆๆจะไปดึงตัวมาอีก
ก็พอดีประตูรถจะปิด เสียง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง บอกสัญญานแล้ว
นายจีนที่คาอยู่กับประตูก็ตะโกน โบ๋หล่าๆๆ
ทันใดก็มี ตีนเทวดา ถีบไปที่ตูดนายจีนนั่น หลุดออกไปจากรถ
ตามด้วยเสียงว่า" Get the fcuk out MAN"
ทุกคนในรถหัวเราะ ด้วยความขบขัน บ้างส่ายหน้า
แต่สายตาบอกเหมือนอ่านว่า GOOD
ผมนี่ขำมากๆ และสะใจด้วย หันไปยิ้มกับเจ้าของตีนเทวดา
เป็นคุณมืดหนุ่มครับ ไอ้คนที่ยืนอ่านหนังสือพิมพ์New York Daily News

เพราะการมาจากประเทศที่มีพลเมืองพันล้าน
ที่ผู้คนต้องแย่งชิง เพื่อเอาตัวรอด
และการได้รับข่าวจากคนที่มาอยู่เมกาก่อนแล้ว
ว่าชีวิตที่นี่สบายสดวก หาเงินคล่อง
จึงมีคนจีนจำนวนมากหาทางให้ได้มาอยู่เมกา
บ้างต้องเสียเงินจำนวนมากให้พวกมาเฟียจีน
ต้องมาแบบลักลอบมาทางเรือทั้งลำก็เคยมี
มีเรือล่มครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ยามฝั่งช่วยเหลือได้ทัน
ไม่ตาย แต่ก็ถูกกักกัน
แล้วมีพวกเกี่ยวกัฐ human rights มาช่วยเหลือ
ขอให้อย่าจัดการส่งกลับแผ่นดินใหญ่กับพวกเรือล่มนี้
ผมไม่แน่ใจว่า ตอนนี้พวกนี้ได้เป็นพวกมีกรีนคาร์ดกันหมดแล้ว

เรื่องการไม่รับรู้ขนบธรรมเนียม มรรยาทในสังคม
ของคนจีนที่มาจากโพ้นทะเลนี้
เป็นที่รังเกียจมากของคนที่พบเห็น
บ้างที่ไม่ได้ศึกษามาก่อนก็คิดเหมาไปเลยว่า
หน้าตาเอเชียทุกชาติ คือ CHINESE หมด
และการทำตัวก็คงเหมือนกันหมด
แต่พวกทีมีการศึกษาจะดูออกนะครับ ว่าไม่เหมือน
และ ชั่วดีอยู่ที่การกระทำด้วยครับ
ไม่ใช่เผ่าพันธ์เชื้อชาติ
ยังไงๆผมภูมิใจนะครับ ที่เกิดเป็นคนไทย
คนไทยที่นี่ไม่ค่อยมีหรอกครับ ที่จะทำไรน่าอายแบบนั้น

สวัสดีจาก นิวยอร์กครับ













Create Date : 07 กันยายน 2548
Last Update : 18 กันยายน 2548 16:15:31 น. 9 comments
Counter : 511 Pageviews.

 


โดย: Mottanoy IP: 67.118.28.128 วันที่: 8 กันยายน 2548 เวลา:1:08:18 น.  

 
เห็นภาพเลยค่ะ คนจีนนี่จริงๆเลย(เหมารวม) ป่าป๊าเราก็มาจากจีนเหมือนกันค่ะ แต่ไม่โวยวาย สุภาพมากๆ แต่ว่าไปพ่อก็ไม่มีการศึกษาเหมือนกัน ไม่ได้เข้าโีรงเรียน แล้วเค้าก็รักชาติมากๆ อยู่ไทยมาเกือบทั้งชีวิตแล้วยังถือใบต่างด้าวอยู่เลยค่ะ อืมมม์ ต่างคนต่างทำต่างกัน เราว่ามันขึ้นอยู่ที่สิ่งแวดล้ิอมนะ แต่้เอ...ทำไมมาเล่าเรื่องพ่อก็ไม่รู้แหะ


โดย: pixp IP: 134.134.136.4 วันที่: 8 กันยายน 2548 เวลา:2:18:32 น.  

 
น้า ผมก็ จีน นะเนี่ย อิอิ ผมตลกอยู่อย่างนึ่งอ่ะน้า ผมชอบแกล้งบอกเพื่นมันไปว่า แก รู้จัก กั่วฟู่เฉิน ป่าว เพื่อนบอกว่ารู้จัก ดาราฮ่องกง ทำไมว่ะ ผมก็บอกเพื่อนไปว่า แกลืมไปแล้วรึไง ว่า อั๊ว แซ่กั่ว เพื่อนตอบว่า เออ แล้วทำไมว่ะ ผมก็บอกว่า เอ้าก็เป็น ญาติกันไง อั๊ว กั่วฟู่ตุ้ม รู้จักอ้ะป่าว เอิ้กๆๆ มานไล่เตะ ผมเลยน้า อิอิ


โดย: ตุ้มเม้ง ริวซากิแอล (ริวซากิ แอล ) วันที่: 8 กันยายน 2548 เวลา:9:21:53 น.  

 
เพื่อนฝรั่งที่เคยทำงานด้วยกันที่โรงแรม เค้าเรียกสาย 7 ว่า รถไฟสาย Immigrant มันบอกลองดูดิมีทุกชาติ ถึงป้ายถนน 74 ก็พวกไบ๋ อินตะระเดียลง เลยไป Corona ก็พวกไอ้โก้ โคลัมเบียลง ส่วนไอ้พวกนั่งสุดสายไปลงที่ Flushing ก็คนจีนทั้งนั้น ส่วนผมคนไทยก็แซมๆเค้าไป


โดย: ตี่ (tobetwo99 ) วันที่: 9 กันยายน 2548 เวลา:10:52:32 น.  

 
สนุกดีครับ ขอฝากกลอนแปร่งๆซักกลอน

"ยามลมหวนครวญเพลงวังเวงจิต เฝ้านิมิตพรำ่เพ้อละเมอหา
แดนสยามนามนี้ที่จากมา รอเวลาหวนพบบรรจบคืน"


โดย: praphrut608 วันที่: 10 กันยายน 2548 เวลา:12:00:05 น.  

 
สมมุติว่าเป็นหญิง มาตอบ ฮึ

ยามลมหวลอยากทวนถามความก่อนเก่า
ก็ใครเล่าหลีกไกลหนีใครก่อน
ลมสบัดตัดสบถหมดอาวรณ์
เหลือลมอยู่ดูย้อนก่อนหมดลม
ลมคงหวลแค่หามายามาก
ด้วยลมปากลืมไปหักใจข่ม
ที่ผ่านมามีแค่แต่ลมชม
อย่าทวนลมชมชวนหวลมาเลย


โดย: smartupid วันที่: 11 กันยายน 2548 เวลา:15:44:14 น.  

 
เอย.....


โดย: ตุ้มเม้ง ริวซากิแอล IP: 202.142.219.230 วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:2:08:25 น.  

 


โดย: nutxnut วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:11:52:37 น.  

 
เห็นด้วย คนจีนไร้มารยาทจริงๆ ด้วย


โดย: ณัฎฐะมุกวารินทร์ IP: 116.58.231.242 วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:22:40:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

smartupid
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




กรุณาตรวจตราสิ่งของก่อนลงจากรถไป แค่ลืมหัวใจไว้ในรถ คนขับก็สดชื่น.... โอ่เค้
Please check your belongings before leaving my cab, just leave your heart here ...Thank You
Friends' blogs
[Add smartupid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.