photo Untitled-1_zps5d978a2e.jpg
Group Blog
 
All blogs
 
เมื่อผมได้ดู Star Wars ในโรงเป็นครั้งแรก

 ก่อนอื่นเลยผมไม่ได้เป็นถึงขนาดแฟนพันธ์แท้ของภาพยนตร์เรื่องนี้  แต่เป็นแค่คนที่รักสตาร์วอร์คนหนึ่ง  ผมเริ่มตามสตาร์วอร์มาได้ประมาณ 7 ปีแล้วล่ะครับ  คือเคยดูแค่ vcd,dvd แล้วก็จากเว็บดูฟรีบ้าง Smiley จำได้ว่าแต่ละภาคก็ดูหลายรอบอยู่  ที่ประจับใจกับหนังเรื่องนี้คือ การออกแบบตัวละคร ยานอวกาศ ความเป็นอยุ่บนดาวแต่ละดวง บลาๆๆ แต่ที่ประทับใจสุดคงจะเป็น "เจได" รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เท่มาก ถึงกับอยากเป็นเลย 55+

แต่ก็ไม่ได้ถึงกับติดตามข่าวสารของหนังเรื่องนี้ตลอด  แค่ตามข่าวจากเพจหรือเว็บไวต์ที่เกี่ยวกับสตาร์วอร์บ้างประปราย  จนเมื่อวันนึงที่รู้ว่า ภาค 7 จะฉายช่วงปลายปี 58  ตอนนั้นตั้งใจเลย ว่ายังไงก็จะไปดูให้ได้  วางแผนล่วงหน้าเลย บอกแฟน บอกน้องสาวก่อน 3 เดือน ว่าช่วงนี้ต้องไปดูด้วยกันให้ (ปรกติผมเป็นคนเข้าโรงหนังน้อยมาก ปีๆนึงดูไม่กี่เรื่อง ครั้งล่าสุดที่เข้าโรงคือไปดูอเวนเจอร์เนี้ยล่ะ - -) 

 photo The-Force-Awakens-Mobile-Wallpaper-Poster_zpsg5ernpt8.jpg

ช่วง star wars เข้าโรงแล้วนั้น เป็นช่วงที่ผมกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบมิดเทอมอยู่ เลยกะรอว่าสอบเสร็จค่อยกลับไปดูที่บ้านแล้วกัน (เรียนอยู่โคราช แต่บ้านอยู่อยุธยา) ความจริงคือไม่ชอบบรรยากาศคนเยอะๆด้วยละ มันน่ารำคาญ แย่งกันกินแย่งกินซื้อ

ถ้าจำไม่ผิดสตาร์วอร์เข้าโรงวันที่ 17 แต่ผมสอบเสร็จวันที่ 23 กว่าจะกลับบ้านก็ 26 แล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทรมานที่สุด  หลายๆคนคงเข้าใจเพราะในเฟสบุ๊คมันจะเต็มไปด้วยสปอย (อ่านสปอยหนังเรื่องแฟซิฟิกริมเป็นครั้งแรก พอเข้าไปดูในโรงแล้วแบบ เอ่ออ มันสนุกแต่ไม่สุด เพราะกุแม่งรู้หมดแล้วอ่ะ เลยไม่อ่านสปอยอีกเลย) ซึ่งความจริงไม่กดอ่านก็ได้  แต่จะเจอแบบพวกแชร์เว็บจัดอันดับหนังมานี้โดนเต็ม  เพราะวันแรกที่เข้าฉาย มีคนแชร์มาว่า 10/10 มันก็ทำให้เราคาดหวังแล้วล่ะ ว่าหนังแม่งต้องดีแน่ๆ  ตามมาด้วยแล้วมิตรสหายในเฟสที่ไปดูมาแล้ว มารีวิวกันในเฟสให้พรึ๊บบบ ช่วงสองวันก่อนดูนี้ผมเลยไม่เข้าเฟสเลย  มาครับ บ่นไปเยอะ มาเข้าเรื่องดีกว่า


*****ความรู้สึกแรกเมื่อผมได้ดู Star wars ในโรง*****

ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง  วันที่ต้องทรมานกับการหลบสปอย ผมกลับบ้านมาได้สองวันล่ะ แต่เป็นช่วง ส-อ เลยรอ รอให้พ้นช่วงคนเยอะไปก่อน  สิบโมงวันอังคารผมโทรหาน้องสาวให้จองตั๋วหนัง  เราจะไปดูด้วยกัน มันถึงเวลาแล้ว

ณ โรงหนังmajor สาขาบิ๊กซีอยุธยา วันที่ 29/12/2015 เวลา 12.00 โรงที่ 2 ที่นั่งหมายเลข C11
(รอบที่สองจัดวันต่อมาเลย ไปดูกับแฟนที่ SF MBK เพราะอยากดูแบบซับ แล้วก้ได้ผลครับ ฝรั่งทั้งโรง ผมชอบบรรยากาศฝรั่งดูหนังน่ะ คือเงียบ ไม่มีเล่นมือถือ แอบคุยโทรศัพท์ ลุกไปนู้นไปนี้  แต่บางฉากนี้ก็มีบางคนปรบมือบ้าง เฮบ้าง อันนี้ผมเข้าใจว่าคงอินครับ เพราะผมก็รู้สึกอินมากเช่นกัน)

เนื่องจากเป็นช่วงเที่ยงของวันทำงาน คนจึงไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไร นับๆ หัวดูไม่น่าเกิน 20 คน หลังจากรอให้ฉายโฆษณาไปกว่าสามสิบนาทีตามด้วยยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี  โรงหนังมืดลง  ใช่....ชั้นสัมผัสมันได้  เสียงซาวน์ดังตามด้วยตัวอักษรสีเหลืองบนแบล็คกราวน์สีดำที่แสดงที่ความยิ่งใหญ่ของอวกาศ  เชดดดดดแม่มมมมม......ขนลุก here here เลยครัช น้ำตาซึมด้วยอ่ะ Smiley แทบจะยืนขึ้นปรบมือเลย  ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนแล้วทำให้ผมรู้สึกแบบนี้ได้เลย  ผมรอคอยมันมานานเหลือเกิน ไม่คิดว่าจะได้เห็นฉากนี้ในโรงด้วยสายตาตัวเองเลย T^T

ตามมาด้วยฉาก BB-8 (ไอ้หุ่นนี้แม่งโคตรน่ารักอ่ะ)....แล้วภาพต่างๆ มันก็วิ่งเข้ามาตลอดเวลาเกือบสองชั่วโมง  the force awakens  ทำให้ผมขนลุกและน้ำตาซึมได้แทบจะทุกๆ สิบนาที  เหมือนได้ดู a new hope ver.2015  แต่ว่ากลับกันเพราะมันมีฉากที่ผมเคยอยากเห็นตลอด  ฉากเหล่านั้นมันได้เกิดขึ้นแล้ว  แล้วก็ทำได้สุดยอดกว่าที่ผมจินตนาการไว้ซะด้วย ขอเขียนเป็นข้อๆไปล่ะกันครับ กันคนอ่านและคนเขียน "งง"
Smiley

 photo 8_zps9w4mllzt.jpg

- การปรากฏตัวของ BB-8 ความจริงแล้วนี้คือต้นแบบของ R2D2 แต่ว่าในยุคนั้นยังเทคโนโลยียังไม่ถึง เราจึงได้เห็น R2D2 ในเวอร์ชั่นนั้นล่ะ  แต่ในยุคที่วิศวกรรมสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ เราจึงได้เห็น BB-8 ในที่สุด  และยอมรับเลยว่ามันช่างน่ารักซะเหลือเกิน

- ตัวละครชื่อเรย์นี้ตอนแรกผมเฉยๆกะเธอน่ะ แต่ยิ่งดูยิ่งมีสเน่ห์


 photo 11_zpsxmq99wuu.jpg

- ฉากการกลับมาของรุ่นเก๋า....ตอนภาพตัดไปที่ยานมิลิเนี่ยมฟอลคอน โอ้ยยยย แทบจะลุกเฮ!!! Smiley ฉากเปิตตัวปู่ฮานกับชิวอี้ อร๊าคคคคค....ชิวอี้ เรากลับบ้านแล้ว....น้ำตากุซึมอีกแล้ว  รวมถึงฉากปู่ลุค  ตอนที่ใช้มือเหล็กถอดผ้าคลุม....อย่างกะโดนเจไดใช้ฟอร์ซสะกดจิต (เคยโดนรึไง Smiley) หลังจากนั้น เรย์ก็ยื่นไลท์เซเบอร์ให้.....ปู่เงียบ....เรย์ก็เงียบบบ....แขนเจ้ายังไม่ขาดใช่มั้ย เรย์ (ปู่คงนึกในใจ55)

 photo 18_zpsmbjlywvx.jpg

- all new Xwing&Tie fighter : ผมชอบ Xwing ตัวเก่ามากกว่าน่ะ แต่ชอบ tie fighter ตัวใหม่มากกว่า ในฐานะคนบ้าเครื่องบิน  ที่จะพูดถึงต้องเป็นฉาก dog fight เนี้ยล่ะ  ภาคนี้ทำให้ผมได้เห็นฉากที่ผมอยากจะเห็นมาตลอด....มันชัดขึ้น สวยขึ้น และขนลุกอีกแล้ววววว  โดยเฉพาะฉากบินเรี่ยน้ำมาเนี้ย เท่โฮกเลยคร้าบบ (โพนี้ระดับ ace pilot เลย อย่างกะ maverick ใน Top Gun ผมนี้อยากให้มี Star Wars ver.Top Gun เลยน่ะ)


- death star นิยามสั้นๆ edge of tomorrow เกิด ตาย วนเวียน

- all new clone trooper ชุดสวย ปืนสวย มีแบ่งหน้าที่ชัดเจน(หนังเก็บลายละเอียดดีมาก) แต่แอบฮาเหมือนเดิม โดยเฉพาะฉากมองหน้ากันแล้วเดินกลับ แล้วก็ฉากกัปตันฟาสม่ากับห้องบดขยะ (คุ้นๆน่ะ ปู่ฮานแกคงแค้น)


- ผมไม่แปลกใจกับการตายของฮาน โซโลน่ะ เพราะนี้เป็นยืนยันการเข้าด้านมืดอย่างเต็มตัวของไคโรเร็น (หวังลึกๆ ให้กลับมาอยู่ด้านสว่าง  ฉากนั้นเล่นได้ดีทั้งคู่เลย)  อีกอย่างต้องมีการไปของตัวละครเก่าบ้างเพื่อเปิดทางให้ตัวละครหน้าใหม่  ผมประทับใจฉากที่ฮานขอเรย์ไปเป็นลูกเรือน่ะ  เรย์เคยขับมิลิเนี่ยมฟอลคอนมาแล้ว  แล้วก็ทำได้ดีด้วย  และสุดท้ายเก้าอี้ฝั่งซ้าย(ซึ่งเป็นเก้าอี้ของกัปตัน) ก็เป็นเก้าอี้ของเรย์ ดูชิวอี้ก็ดีใจน่ะที่ได้เรย์มาเป็นกัปตันคนใหม่....ฉากเรย์นั่ง และชิวอี้ร้อง อ๊อคคคค สวนมา ทำผมขนลุกอีกล่ะ 555

- ไคโรเร็นบุคลิกดูเหมือนใจร้อน (ไม่เหมือนอ่ะ ใช่เลย) ไม่ต่างจากปู่อนาคินเท่าไร  มีคนแอบบ่นตอนแกถอดหมวกด้วย ตอนแรกผมก็รู้สึกแบบนั้นน่ะ แต่สักพักก็รู้สึกโอเคอ่ะ คือแบบ ต้องคนนี้อ่ะ ไคโรเร็น  รวมถึงไลท์เซเบอร์แบบมีแง่ง  เป็นไงล่ะรู้ยังไว้ทำอะไร ฟินโดนไปแล้ว ร้องลั่นป่าเบย Smiley อีกอย่างคนระดับเจไดหรือซิธนี้มันไม่โดนอาวุธเล่นงานง่ายๆ หรอก

- ช่วงๆแรกเมื่อทิลเลอร์ออก คนบ่นกันหนักว่าหน้าตาไม่เหมาะ แต่คงจะเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนั้นสีหน้าแกเป็นแบบนั้น : ความเห็นส่วนตัว ผมว่ามีโอกาสที่ฟินจะได้เป็นเจได  ฉากแรกที่ไคโรเร็นหันมามองฟินก็เหมือนจะรับรู้อะไรได้ (ตอนนั้นฟินสับสนและไม่เห็นด้วยอย่างมากกับภารกิจแรก) รวมถึงฉากที่บอกรหัสของฟินกับนายพลฮัลก์อย่างชัดเจน FN-2187 แปลว่าเร็นแกก็เล็งๆฟินเอาไว้แล้วล่ะ

- สรุปว่านักแสดงหน้าใหม่ทุกคนสำหรับผมให้ผ่านครับ โดยเฉพาะเรย์ ที่สุดของแจ้เลย



*****ตอบข้อสงสัย ตามความเข้าใจ(บวกมโน)ของผม*****


- หลายคนอาจจะงงว่าทำไมฉากสู้กันด้วยไลท์เซเบอร์มันดูไม่รวดเร็ว ตื่นเต้น เหมือนภาค 1-3 เลย  ต้องเข้าใจก่อนว่าภาค 1-3 คือยุครุ่งเรืองของสัทธิเจได มีเจไดที่คิดค้นวิชา เพลงดาบมากมาย  แต่เมื่อหมดยุคไปแบบกะทะหันมากๆ เจไดตายเหลือกันแค่ไม่กี่คน วิชาเหล่านี้จึงหายไป  เจไดรุ่นใหม่จึงต้องเริ่มเรียนรู้กันเอง

- stromtrooper ไม่ได้ใช้โคลนแล้วน่ะคร้าบ เป็นการเกณฑ์คนมาฝึกกันตั้งแต่เด็กเลย

- เคยมีเพื่อนตั้งสเตตัสลงเฟสว่าทำไมภาค 4-6 ถึงได้ภาพดูเก่ากว่า 1-3 คือเขาสร้างภาค 4 ก่อนครับ (และตอนแรกก็กะจบแค่นั้นล่ะ แต่สุดท้ายกระแสตอบรับมันหน้ามือกับหลังเท้า เลยได้สร้างต่อ) รวมถึงเรื่องเทคโนโลยียังไม่ถึงด้วยในตอนนั้น เพราะฉากหลักๆของภาค 4-6 จะไม่อลังการเหมือน 1-3 จึงเป็นไปตามอย่างที่เห็นนี้ล่ะครับผม


- นึกออกแค่เนี้ยล่ะ Smiley

*****มันเหมือนเป็นการตอกย้ำน่ะ ภาค 7 นี้มันทำให้ผมรักหนังเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก  มันทำให้รู้สึกผูกพัน แล้วก็ดีใจน่ะ ที่ต่อไปจะมีสตาร์วอร์ให้เราดูกันไปอีกยาวๆ เลย Smiley จากกันไปด้วยภาพสุดท้าย ฉากในความทรงจำที่ยังอุตส่าห์มีให้เราเห็นในภาค 7  ขอบคุณที่ตามอ่านกันจนจบน่ะคร้าบบบ....may the force be with you ขอพลังจงสถิตกับท่าน

 photo Making-Of-Star-Wars-The-Force-Awakens-Holochess-2_zpsko3mxuqt.jpg







Create Date : 16 มกราคม 2559
Last Update : 16 มกราคม 2559 19:55:59 น. 0 comments
Counter : 630 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

SkyWalKeR-TH
Location :
พระนครศรีอยุธยา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ถ้าเรารักใครซักคน เราต้องรักเค้าให้มาก ๆ ไม่สำคัญหรอกว่าเค้าจะรักเราหรือไม่ มันสำคัญแค่ว่าเรายังรักเค้าอยู่หรือเปล่า แค่เราสามารถช่วยเค้าได้ นั้นก็มีความสุขแล้ว
Friends' blogs
[Add SkyWalKeR-TH's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.