YoU CoUlD SaY ThAt I'm A NeRd, BuT I'm A cHiC NeRd!!!
Group Blog
 
All Blogs
 

แชร์ประสบการณ์ Air France ทริปสู่ประเทศฝรั่งเศส Part1 : เตรียมการเดินทางและบินๆลัดฟ้าสู่ปารีสกันค่ะ

สวัสดีค่ะ กิ๊บนะคะ

วันนี้กิ๊บมาชวนเที่ยวกันอีกแล้ว หลายๆคนที่ติดตามกันคงจะพอทราบว่ากิ๊บเป็นคนชอบท่องเที่ยวม้ากมาก มีเวลาจากงานประจำและการเขียนบลอคปั๊บต้องขอไปเที่ยวทันที หลังๆนี่ส่วนใหญ่จะไปดำน้ำ แต่ไม่ได้มาเขียนบลอคเล่าให้ฟังกันสักเท่าไหร่ รอบนี้เป็นการไปยุโรปในรอบสามปี เป็นทริปอลังการเริ่มตั้งแต่วันที่ 4-15 กันยายน 2557 เป็นเวลาทั้งหมด 13 วัน 12 คืนที่จะไล่เที่ยวไปตั้งแต่ Paris – Nice – Monaco – Cannes – Barcelona และแถมท้ายแบบไม่ได้ตั้งใจไว้ก่อนคือ Amsterdam เรียกได้ว่าผจญภัยทั่วยุโรปเลยฮะ ทั้งหมดนี้ Backpack ไปเองหมด และมีบางช่วงที่ไปคนเดียว เที่ยวตลุยเดี่ยวด้วย ก็รู้สึกว่าอยากจะเอามาเขียนเป็น diary ไว้เผื่อใครจะอยากไปตามรอยกันบ้างนะ ฮิฮิฮิ

ทริปนี้กิ๊บวางแผนเองหมดเลย จริงๆการไปเที่ยวส่วนนึงที่สนุกก็ตรงวางแผน คิดทริป จองโรงแรม หาตารางรถไฟเนี่ยล่ะนะ แต่คิดอีกที ก็เหนื่อยตรงนี้เหมือนกันล่ะ 555

เอาภาพตัวอย่างจากทริปนี้ มาให้ดูกันก่อนว่า ได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง แล้วจะมาแบ่งเป็นตอนๆ ค่อยๆรีวิวให้ดูกันนะจ้ะ ตอนแรกนี้ขอมาเล่ารายละเอียดการเตรียมตัว และประสบการณ์ดีๆกับการบินกันสายการบิน Air France หน่อย เพราะกิ๊บได้เข้าไปใช้บริการ sky lounge และได้นั่งที่นั่งแบบ Premium economy ด้วย ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไง ต้องรอติดตามชมค่ะ

Eiffel tower



Notre Dame Cathedral


Pont des Arts


Sainte Chapelle


Montmatre – Moulin Rouge

Musee du Louvre 


Arc de Triomphe


Mont St. Michel


Loire Valley – Chateau de Chenonceau


Loire Valley – Chateau Chombord


Nice



Eze village


Monaco


ขั้นตอนการไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสก็ไม่ยากเลยค่ะ เริ่มจากหาตั๋วเครื่องบินก่อน

ทริปนี้กิ๊บได้สปอนเซอร์ตั๋วเครื่องบินจากสายการบิน Air France มา 1 ที่นั่งนะคะ เลยไม่ได้ทำการจองเอง แต่จองให้เพื่อนที่ไปด้วยกันอีกคนทางอินเตอร์เนตค่ะ ไม่ยากเลยจริงๆ เข้าไปดูตั๋วเครื่องบิน โปรโมชั่นต่างๆและรอบบินที่มีได้ทางนี้เลยค่ะ www.airfrance.co.th / call center 02-610-0808 / 00-1800-441-0771

หลายๆคนจะคิดว่าบินไปยุโรปอย่างฝรั่งเศสกับสายการบินชั้นนำ อย่าง Air France แบบนี้ จะแพงรึเปล่า แต่จริงๆเค้ามี promotion อยู่เรื่อยๆนะ ขนาดของเพื่อนกิ๊บ กิ๊บจองให้ก่อนเดินทางแค่สองอาทิตย์ยังได้ราคาไม่แพงมากเลย ประมาณ 33000 บาทรวมภาษีสนามบินค่ะ แต่ถ้าใครอยากได้ promotion ดีๆ เข้าไปดูได้ที่ www.facebook.com/Airfrance
เค้ามีกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับตั๋วฟรี และข่าวสารอื่นๆด้วย และยังสมัครรับข่าวสารทางอีเมล์ได้ที่นี่ค่ะ //alturl.com/t9ja9

พอจองทางอินเตอร์เนต ก็ได้ Electronic ticket มาแล้ว หน้าตาเป็นแบบนี้ แค่นี้ก็เริ่มต้นวางแผนการเดินทางได้แล้วจ้า


ที่สำคัญและต้องรีบทำที่สุดก็คือ Visa ใช่มั้ยคะ เดินทางเข้าฝรั่งเศสตอนนี้ ต้องขอเป็น Schengen visa ค่ะ ข้อดีคือทำให้เราไปเที่ยวประเทศอื่นๆในยุโรปได้ตามใจอยากเลย เหมือนอยากกิ๊บ วีซ่าเดียวตลุยสามประเทศ สะใจกันไปข้างเลย

Schengen visa ของแต่ละประเทศในยุโรปก็ต้องขอตามประเทศที่เราเดินทางเข้ายุโรปเป็นประเทศแรก หรือเป็นประเทศที่เราจะเดินทางเป็นที่หมายหลักเนอะ อย่างกิ๊บเข้ายุโรปทางฝรั่งเศส และอยู่ที่ฝรั่งเศสนานที่สุด ก็ต้องขอ Schengen visa จากประเทศฝรั่งเศสค่ะ แต่ละประเทศเค้าจะมีที่ติดต่อในการขอ visa ที่แตกต่างกันไป แต่ของฝรั่งเศสจะติดต่อที่ TLS Center ดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.tlscontact.com/th2fr/login.php?l=th ใช้เวลาในการนัดและขอวีซ่าไม่ได้นานมากนะคะ แต่ยังไงก็ควรเผื่อเวลาไปขอวีซ่าก่อนเดินทางประมาณ 1 เดือนนะ ไม่งั้นมันกระชั้นชิดมากไป แอบบอกนิดนึงว่าเดี๋ยวนี้ต้องใช้ electronic ticket ของสายการบิน และเอกสารการจองโรงแรมในการขอวีซ่าด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ต้องแพลนทริปให้เรียบร้อย จองโรงแรมให้เรียบร้อย แล้วเอาเอกสารไปขอวีซ่าค่ะ

แอบเสริมเรื่องการวางแผนเที่ยวนิดนึง เดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็สะดวกขึ้นจริงๆนะ เทียบกับรอบที่แล้วที่กิ๊บวางแผนเองเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้มี application ในมือถือที่ช่วยได้ทุกอย่างเลยจริงๆ อย่างแผนที่แบบ offline ก็มี แทบจะวางแผนเที่ยวได้ใน app เดียวเลยอ้ะ แต่แนะนำๆๆๆๆมากๆ ว่าไปประเทศไหน ควรหาซื้อ sim ที่ใช้เล่นอินเตอร์เนตได้ เพราะว่าช่วยได้เยอะมากๆจริงๆ เวลาหลงทาง หรือเดินๆอยู่แล้วอยากหาร้านอร่อยๆ ก็แค่เปิดเนต มันง่ายสุดๆไปเลย อย่างกิ๊บไม่ได้แพลนเลยว่าจะไปเที่ยว Amsterdam แต่พอรู้ว่าจะไปปั๊บ คืนนั้นนั่งเปิดเนต แป้บเดียวก็ได้แพลนเที่ยวละ สบายจริงๆ

แอพที่แนะนำในการเที่ยวมีตามนี้เลย บอกก่อนนะค้า ว่ากิ๊บใช้ iOS เพราะฉะนั้นถ้าคุณใช้ Android ลองเชคดูก่อนน้า อาจจะมี app ใกล้เคียงกันจ้า


- Tripomatic อันนี้ใช้วางแผนทริป และมี offline map ให้ด้วย แบบละเอียดมากค่ะ

- maps.me เป็น app สำหรับ off line map

- Tripomatic france อันนี้จะมี mapแบบละเอียด และบอกถึงที่เที่ยวสำคัญๆที่ไม่ควรพลาด มีรายละเอียดของที่เที่ยวแบบ offline  ให้ด้วยค่ะ

- Ulmon อันนี้คล้าย tripomatic แต่ละเอียดกว่ามาก กิ๊บชอบ map ของตัวนี้ที่สุดค่ะ

- tripadvisor สุดยอดเวบที่คนชอบเที่ยวเองต้องรู้จัก เอาไว้หาโรงแรม หาที่เที่ยว โดยมี rating review แบบน่าเชื่อถือจากผู้ใช้เหมือนกัน ก่อนจองโรงแรมต้องเชค rating และรีวิวจากเวบนี้ก่อนเพื่อความชัวร์ค่ะ

- Airbnb เวบหาคอนโด อพาร์ตเมนต์ที่เปิดให้เช่าระยะสั้นๆ ตอนไป barcelona กิ๊บได้ลองใช้ด้วย ดีทีเดียวสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการนอนโรงแรมค่ะ

ยังมีอีกหลายแอพที่อยากแนะนำ ที่ขาดไม่ได้ก็แอพแปลภาษานะคะ ไว้ว่างๆจะมาเขียนเรื่องนี้ให้อ่านละเอียดกันค่ะ

พอเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็มาเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่า

อย่างที่บอกว่าเดี๋ยวนี้ทำทุกอย่างได้ทางอินเตอร์เนตจริงๆ อย่างการ check in  เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไป airport เช้าเว่อร์ๆแล้วจ้า ก็แค่ check in ไปจากบ้านเลยก็ได้ สะดวกขึ้นเยอะ แถมลดระยะเวลาที่ต้องไปรอคิวที่ airport ด้วยนะ สามารถ check in online ได้ 30 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องขึ้นค่ะ

 Air France เค้ามี app สำหรับการ check in ซื้อตั๋วเครื่องบิน เชคไฟลท์ต่างๆได้ กิ๊บเลยลอง Check in ทาง app ดูค่ะ วิธีการง่ายๆ ก็เข้าไปที่ app store แล้ว search air france จะขึ้น app นี้มาเป็นอันแรกเลยค่ะ


พอเปิดเข้ามาในแอพ จะเจอหน้า log in ถ้าเราต้องการซื้อตั๋วเครื่องบิน หรือ หาไฟลท์ ดู promotion ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลยค่ะ

แต่ถ้าจะ check in ก็แค่กรอก email  ที่เราใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน และ password ค่ะ เสร็จแล้วก็เลือกปุ่ม check in พอเข้ามาที่จอนี้เค้าจะให้เรากรอก ticket number หรือรหัสการจอง ก็แล้วแต่เราเลือกเลยค่ะ แล้วก็แค่กรอก flight number ที่เราจะบิน


แค่นี้เอง ก็จะเข้ามาเจอรายละเอียดของตั๋วเครื่องบินที่เราทำการจองไว้ เช็ครายละเอียดให้ถูกต้อง แล้วก็ติ๊กช่องว่าเราจะเตรียมเอกสารที่จำเป็นในการเดินทาง และไม่มีสิ่งต้องห้ามสำหรับการขึ้นเครื่อง แล้วกด continue

ก็จะเข้ามาที่หน้าจอที่มีรายละเอียดของตั๋วของเราค่ะ กิ๊บได้ที่นั่งเบอร์ 23A ซึ่งถ้าเราต้องการเปลี่ยนที่นั่ง หรือจะเพิ่มกระเป๋าที่จะโหลดขึ้นเครื่อง ก็สามารถทำการเปลี่ยนใน app นี้ได้เลยนะคะ (ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มตามที่สายการบินกำหนดค่ะ)


แค่นี้เองก็ check in เรียบร้อย ได้ boarding pass แล้วค่ะ ซึ่ง boarding pass นี้ใช้ขึ้นเครื่องได้เลย ไม่ต้องการเอกสารใดๆเพิ่มเติมแล้วนะ เพื่อนๆก็แค่ต้องไปโหลดกระเป๋าที่ counter check in ก่อน และไปที่ gate ก่อนเวลาเครื่องขึ้น 30 นาทีค่ะ(แต่เผื่อเวลาหน่อยก็ดีนะตัว)

  ทีนี้เวลาไป check in ก็เลือกเข้าช่อง drop off luggage ได้เลยค่ะ ซึ่งขั้นตอนการไปโหลดกระเป๋าที่ counter ที่ไทย ยังไม่ได้รวดเร็วขึ้นเยอะนะคะ เพราะยังต้องแสดงเอกสารอย่าง passport และชั่งน้ำหนักกระเป๋า ก็มีคิวอยู่บ้างล่ะ เพราะฉะนั้นก็ต้องไปเร็วหน่อยอยู่ดี แต่การ check in online จะช่วยให้รอคิวสั้นลง จากคิว check in ปกติที่อาจจะคิวยาวกว่าค่ะ

แต่ถ้าเป็นเมืองนอกนะ เร็วสุดๆไปเลยค่ะ อย่างขากลับกิ๊บ online check in  ทั้งที่ paris CDG และ amsterdam ไปถึงไม่มีคิวเลย แค่เอากระเป๋าเข้าโหลด เดินตัวปลิวเลยค่ะ และไม่ต้องไปที่ airport เร็วเลยจริงๆ สามารถไปถึง gate ก่อนเครื่องขึ้นสามสิบนาทีได้จริงๆ หวังว่าต่อไปบ้านเราก็จะพัฒนาให้เป็นแบบนั้นได้เร็วๆน้า  เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น check in online มันจะช่วยให้สบายม้ากมากจริงๆค่ะ

รอบนี้ ทาง Air France ได้อัพเกรดที่นั่ง ให้กิ๊บเป็นแบบ Premium Economy ด้วย เดี๋ยวรอดูกันนะ ว่าจะเป็นยังไง ต่างกับ economy มากน้อยขนาดไหน


แอบบอกนิดนึงว่า ของ Air France กระเป๋าโหลดเครื่องได้ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 kg นะคะ สามารถนำสัมภาระข้ึนเครื่องได้อีก 1 ใบที่ขนาดไม่ใหญ่และหนักเกิดนกว่าที่ทางสายการบินกำหนดค่ะ

แต่ทริปนี้ กิ๊บต้องบินในประเทศ ข้ามประเทศในยุโรปอีกเยอะมากๆ ซึ่งไฟลท์ในประเทศจะให้น้ำหนักไม่เกิน 20  kg แล้วประเทศทางยุโรปเค้าซีเรียสมากนะตัว ไม่มีแถมๆยืดหยุ่นแบบไทยนะคะ กิ๊บเคยต้อง repack และโยนของทิ้งที่สนามบิน frankfurt มาแล้ว รอบนี้เลยเข็ด เอาของไปแค่ 15 กิโล กะว่าต้องไปเพิ่มน้ำหนักจากของฝากและของที่เราซื้ออีก แถมไปคนเดียวด้วย แบกกระเป๋าไปให้เล็กที่สุดที่จะไม่ลำบาก (แต่ต้องพอใส่ชุดสวยไปเปลี่ยนทุกวัน) เรียกว่ากระเป๋าเล็กและเบาเป็นประวัติการณ์ 555

SKY LOUNGE

ก่อนขึ้นเครื่อง ทาง Air France ได้ให้กิ๊บเข้าไปใช้บริการ Sky Lounge ของเค้าด้วยค่ะ ซึ่งปกติ Sky Louge จะเป็นสิทธิ์ของผู้โดยสารแบบ Business และ First class และสมาชิกของบัตรต่างๆค่ะ เช็คสิทธิ์การใช้ได้ที่นี่เลยจ้า //www.airfrance.com/TH/en/local/resainfovol/meilleuresoffres/New_AF_KL_Lounge.htm

หรือผู้โดยสารชั้น economy ที่อยากเข้าใช้ก็สามารถใช้ได้นะ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1000 บาท หรือ 750 บาทถ้าเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 17 ปีค่ะ

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ Sky Lounge อยู่หลังจาก check in ผ่านขั้นตอนตรวจ security แล้ว ทาง gate G ที่ชั้น 3  หาไม่ยากค่ะ

แอบตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปใน sky lounge นะนี่ เพราะปกติ กิ๊บไม่เค้ยไม่เคยใช้บริการ lounge หรือห้องรอพิเศษของสายการบินเลยค่ะ


ด้านในบรรยากาศสบายๆดีค่ะ เงียบสงบดีด้วย ใครที่เดินทางบ่อยๆคงรู้ว่าบรรยากาศที่สนามบินมันวุ่นวายมากเนอะ นั่งก็ไม่สบาย พอได้มาเจออารมณ์สบายๆผ่อนคลาย นั่งชิลๆใน sky lounge แบบนี้ชักจะติดใจ 5555


นอกจากบรรยากาศสบายแล้ว เค้ายังมีอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกเยอะเลยค่ะ มีหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้อ่านฆ่าเวลา มี wifi ให้เล่นฟรีไม่จำกัดเลย มีปลั๊กไฟให้ใช้อุปกรณ์ electronic ได้เต็มที่ และที่ชอบมากกกก คือวิวด้านนอก เป็นวิวที่สวยมากค่ะ มองเห็นวิวงามๆ นั่งมองก็สบายใจแล้ว


ถ้าใครต้อง transit เครื่องนานๆ ก็สบายเลยค่ะ เพราะห้องน้ำเค้าอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ มีห้องอาบน้ำ และมีไดร์เป่าผมไว้ให้บริการด้วย


แต่ๆๆๆๆ จุดเด่นที่สุด คงไม่แพ้เรื่องอาหารใช่มั้ย 555 กิ๊บเตรียมท้องมาเต็มที่ค่ะ เค้ามีอาหารเสริฟ์แบบบุฟเฟ่ต์ค่ะ ทานแบบเอาอิ่มหนึ่งมื้อได้เลยอ่ะ เพราะว่ามีอาหารให้เลือกทานเยอะมากๆ ถึงจะเป็นอาหารแบบทานเป็นคำๆ แต่ก็ปริมาณและมีให้เลือกเยอะสะใจ ชิมไปชิมมา อิ่มไม่รู้ตัว


อาหารก็มีให้เลือกหลากหลายนะ ทั้งอาหารฝรั่งแบบ sandwich, puff ขนมปัง มีติ๋มซำและซุปให้ทานด้วย ช่วงที่กิ๊บเข้ามาเป็นช่วงเช้าค่ะ ไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นช่วงบ่ายและเย็น อาหารจะเปลี่ยนเมนูตามช่วงเวลารึเปล่า แต่บอกได้เลยว่า ที่ทานนะ อร่อยยยยย 


ยังไม่ทันจะเริ่มทริป ก็เริ่มเติมน้ำหนักกันแล้ว 5555 แล้วจะบอกว่า เป็นการใช้เวลาใน airport ที่ผ่านไปเร็วมากๆสำหรับกิ๊บเลยค่ะ เพราะว่านั่งเลือกอาหาร ทานขนม แค่แป๊บๆ อ้าว ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วหรอ เพลินมากจนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจัง ปกตินั่งรอที่ airport บางทีเบื่อจนอยากจะร้องไห้ 555


นอกจากอาหารคาวหวานแล้ว ยังมีเครื่องดื่มให้หยิบจากตู้ทานได้เลยไม่อั้น และมีเครื่องดื่ม alcohol ด้วยค่ะ แต่กิ๊บขอตัวนะ ยังเป็นมื้อเช้าอยู่เลยจ้า

นั่งรอสบายๆไม่ต้องกังวลใจได้เลย เพราะพอถึงเวลา boarding time จะมีการประกาศให้เราทราบด้วยค่ะ


ออกเดินทางกันเลยดีกว่า ไฟลท์จากกรุงเทพ ไปฝรั่งเศส ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 12 ชั่วโมง 30 นาทีค่ะ

เครื่องที่บินวันนี้เป็นของสายการบิน Air France แบบ Boeing 777-300 ER นะคะ เครื่องใหญ่ แถมใหม่ด้วย


PREMIUM ECONOMY

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า กิ๊บได้อัพเกรดที่นั่งเป็นแบบ Premium Economy ค่ะ ซึ่งไม่ใช่แค่ที่นั่งบนเครื่องและบริการที่แตกต่างนะ แต่ว่าตั้งแต่เช็คอนที่ airport ก็เริ่มได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นแล้วล่ะ เพราะว่าสามารถเข้าแถวที่เคาทเตอร์เช็คอินแบบ Sky priority ได้เลย ซึ่งไม่มีคิวเลยค่ะ

และพอจะขึ้นเครื่อง ก็จะได้รับสิทธิ์ให้ขึ้นเครื่องก่อน เวลาลงจากเครื่องก็จะลงเป็นกลุ่มแรกเลยนะ

7787576452_fb3b6c4455_z

มาดูที่นั่งกันค่ะ ที่นั่งของกิ๊บได้รับการอัพเกรดเป็นแบบ Premium Economy ซึ่งจะมีขนาดเก้าอี้และพื้นที่ใหญ่กว่าแบบ economy มากขึ้นถึง 40% เลยค่ะ  นอกจากที่นั่งแล้ว ยังมีสิทธิพิเศษในเรื่องการเป็น sky priority ทั้งการ check in ที่จะทำได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น และตอนขึ้นเครื่องที่จะได้รับสิทธิ์ในการขึ้นเครื่องก่อนด้วย นอกจากนี้ บริการอาหารบนเครื่องก็จะ  premium มากขึ้นกว่าปกติด้วยนะ

ที่นั่งแบบนี้สามารถอัพเกรดได้ ตอนทำการจองที่นั่งค่ะ ถ้าจองไปแล้วก็สามารถอัพเกรดได้ตลอดจนถึงเวลา check in  นะคะ โดยราคาจะแตกต่างกันแล้วแต่เส้นทางการบินค่ะ แต่ว่าราคาก็จะเพิ่มขึ้นจาก economy ประมาณนึง ในเครื่องจะมี 32 ที่ต่อเครื่อง โดยอย่างเครื่องที่กิ๊บบิน cabin จะแยกเป็นสัดส่วนออกจากส่วน economy เลยค่ะ

ที่นั่งของกิ๊บกิ๊บเลือกแบบ window seat ค่ะเพราะชอบมองวิวนอกเครื่อง และชอบนอนพิงกำแพง 555 แต่พอมาเห็นที่นั่งแล้ว โอ้วววว เก้าอี้ใหญ่มากกก และมีพนักพิงใหญ่ ที่สามารถปรับตามศรีษะเราได้ด้วยอ้ะ อย่างงี้ไม่ต้องนอนพิงกำแพงแล้วจ้า

ที่แตกต่างชัดเลย คือ ขนาดและความสบายของเก้าอี้ที่นั่งเนอะ เก้าอี้แบบ premium economy จะมี lumbar support และมีพนักพิงศรีษะขนาดใหญ่ ที่ปรับได้ตามที่เราต้องการค่ะ ขนาดเก้าอี้จะใหญ่กว่าเก้าอี้ปกติเยอะเลย ทั้งความกว้างและพื้นที่สำหรับขา ทำให้ด้านที่นั่งฝั่งติดหน้าต่าง ที่ปกติในชั้น economy จะมีสามที่ พอเป็นแบบ premium economy จะเหลือแค่สองที่เท่านั้น แถมที่นั่งจะสามารถปรับเอนนอนได้มากกว่าปกติด้วย เรียกว่า นั่งและนอนสบายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

กิ๊บเคยนั่งสายการบินอื่นแบบ Business มาแล้ว ขอบอกว่า ไม่ต่างกันกับแบบ premium economy เลยค่า สบายมากพอๆกันเลย


ดูขนาดว่า seat belt ยังบุนวมและเป็นหนังเพื่อความนุ่มสบายอ้ะ และขาก็มีที่เหลือเยอะมากๆ กิ๊บเป็นคนขายาวนะคะ เพราะว่าสูงประมาณ 167 เซนติเมตร ปกตินั่ง economy ก็อึดอัดเล็กน้อยแต่ก็ทนไหว ไม่ถึงกับเมื่อยขาหรือไม่มีที่วางขาเหมือนคุณผู้ชายสูงๆขายาวๆ แต่พอมานั่ง premium economy แล้วแบบเหลือที่วางขาเยอะมากๆ สบายมากๆไปเลย


ถาดสำหรับวางอาหารก็สามารถพับออกมาได้มากกว่าปกติ ทำให้มีพื้นที่เยอะมากขึ้นค่ะ แต่ไม่ได้ทำให้เราอึดอัดเลยนะ เพราะอย่างที่อบกว่าเก้าอี้กว้างมาก เพราะฉะนั้นถึงจะเลื่อนโต๊ะออกมาได้เยอะก็ยังสบายค่ะ


อีกจุดนึงที่ surprise มากๆคือ มีช่องสำหรับชารต์ไฟสำหรับแต่ละที่นั่งด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้งานอุปกรณ์อิเลคทรอนิคจนไฟหมดแล้วล่ะ อย่างกิ๊บก็เล่น iPad ได้สบายเลย ชาร์ตไฟเพิ่มใหม่ได้ตลอดค่ะ


จุดเล็กๆที่กิ๊บแอบรู้สึกว่าน่ารักอีกอย่าง คือทุกที่นั่ง มีน้ำแร่ให้บริการแบบนี้ฮะ ไฟลท์ที่บินค่อนข้างนาน หลายๆคนคงรู้ว่า บางทีเราก็กระหายน้ำ แต่ยังไม่ถึงเวลาเสริฟอ่าเนอะ ก็ต้องขอน้ำอะไร ซึ่งสำหรับคนไทยอาจจะขี้เกรงใจ 555 แต่มีน้ำมาวางไว้ให้ตลอดเวลาแบบนี้ ก็สะดวกดีค่ะ


มาดูทีวีบนเครื่องบ้าง แต่ละที่นั่งจะมีจอทีวี เป็นของตัวเองเลยค่ะ ซึ่งเป็นระบบ interactive แบบจอสัมผัสด้วย เราควบคุมและเลือกโปรแกรมได้เอง หน้าจอสัมผัสออกจะทำงานช้านิดนึง เพราะเราอาจจะชินกะจอสัมผัสของมือถือนะ อันนี้จะดีเลย์กว่านิดหน่อย แต่ไม่ได้ใช้ยากอะไรค่ะ


โปรแกรมที่มีเลือกให้ชมบนเครื่องก็หลากหลายมากค่ะ ไม่ต้องกลัวว่ามาขึ้น Air France จะมีแต่หนังฝรั่งเศสให้ชมนะ 555 เพราะว่ามีหนังใหม่ๆเยอะเลย หรือถ้าเป็นคนชอบดูซีรี่ย์นี่ยิ่งไม่ต้องห่วงเลยค่ะ มีซีรี่ย์ใหม่ๆมาแบบครบทุกตอนทั้ง season ให้ดูเลยอ้ะ นอกจากนี้ก็มีเกมส์ให้เล่น เพลงให้เลือกฟัง หรือถ้าอยากชมข่าวก็มี แต่เป็นภาษาอังกฤษกับฝรั่งเศสนะจ้ะ ที่เก๋คือมีระบบ chat ระหว่างที่นั่งได้ด้วยนะ เผื่อนั่งไกลจากเพื่อน อยากจะแอบเม้ากันก็ทำได้สบายๆเลย

ไฟลท์นี้กิ๊บเลยนอนดูหนังสบายเลย ดูเรื่องชีวิตของ designer ​ชาวฝรั่งเศส Yves Saint Lorent ซะเลย ไหนๆจะไปฝรั่งเศสแล้ว จะได้แรงบันดาลใจในการเที่ยวและช็อปปิ้ง 5555


หลายๆคนชอบบ่นว่าหูฟังบนเครื่อง ไม่ดีเลย ดูหนังไม่สนุก ขอบอกว่า ถ้าบินกับ Air France แบบ  premium economy ไม่ต้องเซ็งเลยนะ เพราะหูฟังเค้าอย่างดีจ้า เป็นของแบรนด์ Sennheiser เสียงแน่น ชัดมาก แหม…เลิศแม้กระทั่งหูฟังอ้ะ คิดดู

ในทุกที่นั่ง เค้าจะมีกระเป๋าผ้าเล็กๆให้คนละใบฮะ พอเปิดมาจะเจอ อุปกรณ์จุ๊กจิ๊กที่ใช้ประโยชน์บนเครื่องบินนะ ตั้งแต่ ถุงเท้า ที่อุดหู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เข้าใจคิดดีค่ะ


มาดูที่อาหารกันบ้างฮะ เค้าบอกว่า Premium Economy จะเสริฟ์อาหารที่ premium กว่าปกติด้วยนะ กิ๊บได้ทานบนเครื่องสองมื้อฮะ

มื้อแรก เป็นสตูไก่ รสชาติโอเคเลย ทานแกล้มกับไวน์ที่เสริฟ์มาทั้งขวด อร่อยดี จะตินิดนึงว่าปริมาณน้อยไปนิด อิ่มแต่อิ่มแบบเบาๆท้องค่ะ



มื้อที่สองเป็นมื้อเบาๆ เป็นมักกะโรนีชีสค่ะ ขอบอกว่า ของหวานอร่อยมาก


ก่อนลงจากเครื่อง มีของที่ระลึกมาแจกกันด้วย พอแกะออกมาแล้วดีใจปลื้มปริ่ม เป็นของหวานจากร้าน Fauchon เบเกอรี่และร้านขนมชื่อดังของฝรั่งเศสที่เพิ่งมาเปิดสาขาที่ไทยไปไม่นานนี้ด้วยแหละ รีบหม่ำเลย เพราะขนมร้านนี้เค้าอร่อยมากจ้า


ขอบอกว่า ไฟลท์นี้ประทับใจมากๆเลยค่ะ เพราะว่า เป็นหนึ่งในไฟลท์ที่สบายที่สุดตั้งแต่เคยนั่งมาเลยแหละ เพราะที่นั่งที่เป็นแบบ Premium economy ที่ใหญ่และนั่งสบายมากๆ แล้วยังได้รับบริการทั้งบนไฟลท์และที่ airport แบบเหนือกว่าไฟลท์ปกติที่เคยได้รับมา สมเป็นที่นั่งแบบ premium จริงๆ ก็บอกเลยว่า ใครที่ต้องนั่งเครื่องบินนานๆ แล้วอยากได้อะไรที่ดีกว่า ในราคาที่ไม่ต้องสูงมากจนเกินเอื้อม ก็ลองเปลี่ยนมานั่งแบบ Premium Economy กันได้นะคะ เพราะที่เช็คมา ราคาสูงกว่ากันไม่มากค่ะ แต่บริการและความสบายมันเยอะกว่ากันจริงๆนะ

ก็ต้องขอขอบคุณสายการบิน Air France ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้หลายๆอย่าง ทำให้รู้สึกว่า สโลแกนเค้าที่ว่า FRANCE IS IN THE AIR มันสมกับประโยคนี้จริงๆนะ 

วันนี้ก็ขอลาไปที่ตรงนี้ก่อนค่ะ แล้วตอนหน้า เรามาตลุยเที่ยวด้วยกัน รับรองว่า เต็มที่แน่นอน

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมค่ะ

Disclaimer – Sponsored by Air France





 

Create Date : 22 ตุลาคม 2557    
Last Update : 22 ตุลาคม 2557 15:49:56 น.
Counter : 1606 Pageviews.  

มานำเที่ยว Paris เมืองในฝัน ที่ครบทุกรสชาติจริงๆ มาช็อป หม่ำ และเที่ยวให้สะใจเลยฮะ

สวัสดีค่ะ สาวๆ

วันนี้กิ๊บมาแปลกแหวกแนวนิดนึง เพราะว่ากิ๊บจะมาพาเพื่อนๆไปเที่ยว Paris กันค่ะ อ้ะๆ อย่าเพิ่งงงว่าทำไมแหวกแนวจากแนวบิวตี้ปกติ ก็แหม จริงๆ กิ๊บก็เคยรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเยอรมันไว้น้า จำกันไม่ได้แล้วหรอ วันนี้เลยอยากจะพาเพื่อนๆมาเที่ยว Paris  ในแบบฉบับของกิ๊บ ที่รับรองว่า มาครบทุกรูปแบบ ถูกใจสาวๆแน่นอน เพราะคราวนี้ เราจัดเต็ม มาทั้ง แนะนำหม่ำของอร่อยๆ พาไปช็อปปิ้งกันให้สะใจ และที่ขาดไม่ได้เลย คือพาไปดู ความสวยงาม ของเมืองที่เค้าบอกว่า เป็น“เมืองที่สวยที่สุดในโลก” กันค่ะ

แอบ Note นิดนึงว่า ภาพในบลอคนี้ เป็นภาพที่กิ๊บและเพื่อนถ่ายเอง จากทริปที่ไปมาค่ะ เพราะฉะนั้น อาจจะติดรูปคนมาเยอะนิดนึงนะตะเอง ก็เหมือนเพื่อนๆมาไปเที่ยวไปด้วยกันกะกิ๊บละกันน้า

พร้อมแล้วหรือยังคะ ไปเที่ยว Paris ด้วยกันน้า ^^

sight17

เวลาถูกถามว่า กิ๊บไปเที่ยวมาบ่อยๆทั่วโลกแล้ว ที่ไหนที่เป็นเมืองที่ชอบมากที่สุด กิ๊บจะตอบแบบเต็มเสียงเชียร์สุดใจเลยว่า Paris หลายๆคนอาจจะแบบ ทำไมไม่แปลกแหวกแนวเลย? แต่กิ๊บตอบตามตรงเลย ว่ากิ๊บชอบและรักปารีสมากจริงๆ ไปมาแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดในโลก เพราะ

- Paris เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเองแบบล้ำลึก เริ่มจากความสวยงามของสถาปัตยกรรม กิ๊บบอกเลยว่า ไม่มีมุมไหนของ Paris ที่ไม่สวย คือมองไปทางไหน ไม่ว่ามุมไหนของเมือง ก็มีความงามของตึกรามบ้านช่องให้เห็นตลอดเวลา เป็นความสุขจริงๆค่ะ ที่แค่นั่งจิบกาแฟ มองผู้คนและตึกรอบๆตัวก็มีความสุขแล้วอ้ะ

- ผู้คนและวัฒนธรรม คนฝรั่งเศส โดยเฉพาะปารีส เป็นการรวมตัวของคนหลายเชื้อชาติและหลายเอกลักษณ์ เวลาเดินถนน เจอผู้คน มันรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวาของเมือง และในมุมมองของผู้หญิงนะ คนปารีสเป็นคนที่แต่งตัวเก่งและมีความเก๋มากกกก เพราะฉะนั้นเวลาไปปารีสได้เห็นสาวๆและหนุ่มๆแต่งตัวสวยๆเก๋ๆมีสไตล์ สมกับที่เป็นเมืองแฟชั่น มันฟินมากค่ะ 555

- วัฒนธรรม คนยุโรปจะมีความนิยมเรื่องศิลปะ และวัฒนธรรมมากๆเลยค่ะ เพราะฉะนั้น การที่เราได้ไปสัมผัสศิลปะ ไม่ว่าจะในพิพิธพันธ์ อย่างรูปภาพดังๆที่มีชื่อเสียง หรือแค่เดินตามถนน แล้วได้ดูศิลปะแสดงสดข้างถนน มันสนุกจริงๆ

- อาหาร ขอบอกว่าอันนี้เป็นข้อที่สำคัญมากๆสำหรับกิ๊บ เวลาไปไหน ก็ชอบกินอะไรอร่อยๆอ่านะ แล้วปารีส เป็นต้นตำรับของอาหารที่อร่อยขึ้นชื่อระดับโลกอยู่แล้ว ขอบอกเลยว่า กิ๊บไปปารีสทุกครั้งกลับมาแล้วอ้วนเลย เพราะว่า อะไรๆก็อร่อย ไม่ต้องเดินหาร้านดัง แค่เดินเข้าร้านไหนก็ได้ รับรองได้กินอาหารอร่อย

- ช็อปปิ้ง สาวๆชอบข้อนี้กันมากใช่ม้าาา ปารีสเค้าเป็นเมืองสุดยอดช็อปปิ้งค่ะ เพราะว่าแบรนด์ดังๆที่มีต้นกำเนิดที่ฝรั่งเศส แถมยังราคาถูกมากก เมื่อเทียบกับเมืองไทย ไม่ต้องแปลกใจเลย ว่า เวลาสาวๆมาเยือนปารีส จะเจอหิ้วถุง brandname กันพะรุงพะรัง เพราะว่าช็อปปิ้งที่นี่ มันสุดยอดไปเลยจริงๆ

ด้วยเหตุผลเหล่านี้แหละ ทำให้ปารีสเป็นสุดยอดที่ท่องเที่ยว ที่ครบทุกรสชาติ และไม่ว่าจะไปมากี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลย

อย่างกิ๊บเอง เคยไป Paris มาทั้งหมด 4 ครั้งแล้วค่ะ 5555 หลายคนฟังแล้วอาจจะตกใจ ว่าทำไมไปซ้ำๆเยอะขนาดนั้น แต่อย่างที่บอกว่า เป็นเมืองที่รักมาก ชอบมากๆจริงๆ คิดว่าต้องมีไปอีกเรื่อยๆ บ่อยๆแน่ๆ เพราะไม่ว่าจะไปครั้งไหนๆ จำนวนวันกี่ครั้ง ก็สนุก และได้เจออะไรใหม่ๆสุดครั้ง

บอกก่อนว่าที่กิ๊บพาไปเที่ยวกันในวันนี้ เป็นการยกตัวอย่างจุดเด็ดๆที่ไม่ควรพลาดของปารีสเท่านั้นเองน้า เพราะว่า ที่เที่ยวในปารีสมีเยอะมาก แนะนำยังไงก็ไม่หมด ลองดูเป็นแนวทางละกันนะคะ

วันนี้กิ๊บเลยจะพาเพื่อนๆมาดู ทริป Paris ล่าสุดของกิ๊บเมื่อสองปีก่อน ที่ใช้เวลาในปารีสทั้งหมด 4 วันกันนะคะ ไปเที่ยวกันเถอะ ^^

DINING

ที่หมายแรกที่พามากันเลย คือ แนะนำหม่ำๆของอร่อยกันเลย 555 ก็บอกแล้วว่ากิ๊บเน้นเรื่องหม่ำของอร่อยจริงๆ แล้วอาหารที่นี่ อะไรๆก็อร่อย เดินเข้าร้านไหนก็อร่อย อาหารคาว อาหารหวาน อร่อยไปหมด มาดูกันเลยว่า กิ๊บไปหม่ำอะไรมาบ้าง

dining1

Chartier

ร้านแรกที่อยากจะแนะนำกันเลย คือ Chartier ร้านนี้เค้าเป็นร้านดัง ที่มีประวัติยาวนานมาถึง 100 ปีเลยทีเดียวนะ อาหารที่เสิร์ฟเลยเป็นอาหารฝรั่งเศสแบบ traditional ที่สำคัญคือราคาไม่แรงเลยด้วย สังเกตจากร้านคนแน่นมาก และมีคนท้องถิ่นฝรั่งเศสมาทานเยอะด้วย รับรองว่า อร่อยแน่นอน ที่ชอบอีกอย่างคือร้านเค้าสวยมากค่ะ บรรยากาศ ฝรั่งเศสแท้ๆ

อาหารที่นี่ ที่เป็นจานเด็ดไม่ลองไม่ได้ คือ Escargot หรือหอยทากอมสมุนไพร บางคนฟังแล้วอาจจะไม่กล้าทาน แต่บอกเลยว่า รสชาติเหมือนหอยเลยค่ะ และเค้าจะอบกับสมุนไพรเข้มข้น จนหอมและรสชาติจะมันๆหอมๆในปาก อร่อยมากกกกก

dining2

Laduree

สุดยอด Luxury Bakery ที่มีต้นกำเนิดที่ฝรั่งเศสจนดังไปทั่วโลกแล้ว กิ๊บเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินว่า Macaron ที่นี่รสชาติสุดยอด แต่ไม่ใช่แค่ Macaron ที่อร่อยนะ เค้กที่นี่ก็สุดยอดค่ะ หน้าตาสวยงามมาก และรสชาติของเค้าจะเป็นรสชาติที่ทานแล้วติดใจไปตลอดจริงๆ อย่างกิ๊บชอบทาน เค้กรสกุหลาบ ที่เรียกว่า Saint-Honore Rose Framboise cake ของเค้ามากจริงๆ อร่อยและหอมกุหลาบ โอย พูดแล้วน้ำลายไหล

dining3

ร้านอื่นๆที่กิ๊บทาน เป็นร้านที่ไม่ได้มีใครแนะนำแล้วค่ะ แต่เป็นร้านที่เดินเข้าไปชิมเลย แล้วเชื่อมั้ย ว่าขนาดเดินเข้าไปแบบสุ่มๆ แต่รสชาติคืออร่อยทุกร้าน อย่างร้านที่เอาภาพมาให้ดูนี้ อยู่ที่ Ile St Louis ที่มีร้านอาหารเปิดเป็นแนวยาวเลย แนะนำเมนูที่มาฝรั่งเศสแล้วห้ามพลาดเลยคือ French onion soup (Soupe à l’oignon) อูยยยยย ซุปหัวหอมที่ต้มจนเปื่อย ใส่ชีส มันหวานหอมมากอ้ะ อีกเมนูที่หลายๆคนฟังแล้วอาจจะกลัว แต่มันอร่อยจริงๆ คือ Steak tartare หรือ Tartar steak คือสเต็กเนื้อดิบๆเลย เอามาปรุงใส่ผักและไข่สด มันหอม นุ่มและลื่นลิ้นมากๆ ตอนแรกกิ๊บก็ไม่กล้าทานเลย แต่พอทานแล้ว อร่อยแบบเหมือนปลาดิบแต่นุ่มกว่าอีก หยุดไม่ได้เลยค่ะ dining4

นอกจากของคาวแล้ว ก็ขาดไม่ได้กับของหวาน ที่กิ๊บว่า อร่อยกว่าของคาวอีก เพราะ Bakery ที่นี่ เค้ามีศิลปะ ที่ทำให้ขนมทุกอย่าง ออกมาสวยและอร่อยมากๆๆๆๆ แบบบอกไม่ถูกเลย นอกจาก Laduree แล้ว ร้านที่อยากแนะนำให้ไปเยือนแบบห้ามพลาดเลย คือ Pierre Herme มาการองเค้าอร่อยแบบละลายในปากเลยค่ะ, ร้าน bakery อื่นๆ ก็ลองชิมได้เลย เพราะกิ๊บลองสุ่มมาแล้ว สุดยอดทุกร้าน ขนมที่ห้ามพลาด คือพายทุกชนิด เค้กก็อร่อยมาก แม้แต่ Panini หรือขนมปังหนีบร้อนๆที่ขายตามข้างทางยังอร่อยละลายเลย

อีกประสบการณ์ที่แนะนำห้ามพลาดคือ การนั่ง Cafe ที่เปิด Open air อยู่รอบๆเมือง ที่ชาวปารีเซียง ชอบมานั่งอาบแดด จิบกาแฟ ดูทัศนียภาพกันยามบ่าย ขอบอกว่า มันสุนทรีย์มากๆจริงๆ และทำให้เราเข้าถึงความสุขในการท่องเที่ยว แบบได้สัมผัสความเป็นคนปารีสจริงๆด้วยล่ะ  dining5ตบท้ายด้วย ร้านไอศครีมชื่อดัง Berthillon ที่อยู่ตรง Saint-Louis en l’Île ร้านไอศครีมที่ขึ้นชื่อมากจนมีคนต่อแถวยาวเฟื้อย อย่างกิ๊บ ต่อแถวไปเกือบชั่วโมง แต่พอได้ทานแล้ว คุ้มค่ะ อร่อยเว่อร์ หอม นุ่ม เนียนมากๆ dining6

SHOPPING

สาวๆอ่านถึงบรรทัดนี้คงกริ๊ดกันแล้วใช่มั้ยคะ 5555 ก็เมืองนี้เป็นสุดยอดของที่หมายแห่งการช็อปปิ้ง ที่กิ๊บว่า shopaholic ตัวแม่ทุกคน ต้องฝันอยากไปเยือนสักครั้ง ไม่ต้องห่วงค่ะ เดินพุ่งตัวมาช็อปกะกิ๊บเลย เดี๋ยวกิ๊บนำเที่ยวเอง

เริ่มจากพุ่งตัวมาที่ Avenue des Champs-Élysées ถนนช็อปปิ้งชื่อดังของโลกเลย ที่นี่จะมีช็อปใหญ่มากๆของแบรนด์ดังๆระดับโลก อย่าง Louis Vuitton, Swarovski, Cartier, Balenciaga, Armani, Prada, Bottega venetta อีกเยอะเลย บอกไม่หมดแน่ๆค่ะ แต่บอกเลยว่า ถ้าคุณเป็นคนชอบช็อปปิ้ง คุณได้เดินจนเมื่อยจนยอมแพ้ก่อนเลยแน่ๆ 555 เพราะถนนยาว และมีร้านให้ช็อปเยอะมาก ดูยังไงก็ดูไม่หมดจริงๆค่ะ

shopping1

อีกอย่างที่ห้ามพลาดเลย คือ ร้าน Sephora สุดยอดร้านเครื่องสำอางค์ Multibrand ของโลก ที่มีต้นกำเนิดที่ฝรั่งเศสนั่นแหละ และร้าน Sephora ที่นี่ก็ใหญ่แบบอลังการสะใจ กิ๊บแบบรู้สึกเหมือนได้อยู่ในสวรรค์ของคนบ้าเครื่องสำอางค์ 5555

shopping2

ถ้าคุณเป็นคนชอบช็อปมากๆ แต่ไม่นิยมเดินทางไกลๆ ต้องไปที่ Galleries Lafayette ตรงถนน Haussman (ตรงนี้เป็นอีกแแหล่งช็อปปิ้งที่ได้เดินกันจนเหนื่อยจริงๆค่ะ) เพราะห้างชื่อดังระดับโลกอันนี้เค้ารวบรวม แบรนด์เนมชื่อดังมารวมอยู่ในที่เดียว มีของให้เลือกเยอะมากแบบไม่ต้องเดินไกล ซึ่งอันนี้กิ๊บนิยมมาก 555 บอกเลยว่า ห้างนี้ห้างเดียว สามวันก็ช็อปไม่หมดค่ะ ต้องระวังอย่างเดียวว่าแบรนด์ดังๆ อย่าง Louis Vuitton คนเยอะมากกกก ขนาดต้องต่อแถวสองชั่วโมงเข้าร้าน และพอซื้อเสร็จ ต้องใช้เวลาทำ tax อีกค่อนข้างนาน เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมากค่ะ แต่ที่นี่มีพนักงานคนไทยให้ด้วยนะเอออ เก๋มั้ยล่ะ

shopping3

SIGHTSEEING

ช็อปปิ้งคนเหนื่อยแล้ว มาดูสถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาดในปารีสกันบ้างดีกว่า บอกก่อนเลยนะคะ ว่ากิ๊บเป็นคนชอบเที่ยวพิพิธพันธ์และโบสถ์มากๆเลยค่ะ 555 เพราะฉะนั้นไม่ว่าไปประเทศไหน กิ๊บก็จะพุ่งตัวเข้าหา Museum ก่อนเลย แล้ว Paris เป็นเมืองที่มี Museum เยอะมากๆ แต่ละอันมีความเด็ด ที่เดินได้ทั้งวัน ไปแต่ละครั้งก็ได้ดูอะไรไม่เหมือนเดิมทุกครั้ง เพราะฉะนั้น ใครเป็นคนชอบดูภาพเขียน หรือศิลปะ รับรองว่าเดินไม่หมดแน่ๆค่ะ ยกตัวอย่างอย่าง Lourve ไปสี่ครั้งแล้วแต่ก็ยังอยากไปอีกนะ 555

Eiffel Tower

สุดยอดจุด Sight Seeing ของ Paris ที่ใครไม่ได้มาถ่ายรูปด้วย คงบอกว่ามาไม่ถึงปารีสแน่ๆ ต้องหอไอเฟลเลย หอที่สร้างขึ้นเพื่องาน 1889 World’s Fair ที่สร้างแล้วมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของปารีสและเป็นไอคอนระดับโลก จนมีคนมาเยี่ยมชมมากกว่าปีละ 250 ล้านคน ขอบอกว่ามาทุกครั้ง ก็ต้องขอมาถ่ายรูปกับหอไอเฟลสักนิด เป็นหอที่สวยจริงๆ และที่สำคัญจุดชมที่เป็นสวยรอบๆ ก็งามมากๆ เป็นจุดที่ดีในการแอบเมียงมองชาวปารีสที่มาพักผ่อนด้วยนะ  อย่างในภาพกิ๊บ รอบนั้นกิ๊บไปชมที่  Place du Trocadéro  ที่จะมองเห็นหอไอเฟลจากมุมสูงเป็นมุมที่ถ่ายรูปสวยค่ะ

sight1.

Arc de Triomphe / Arc de Triomphe de l’Étoile

อนุเสาวรีย์ที่ดังที่สุดในโลก ที่ตั้งอยุ่กลางจัตุรัส Place Charles de Gaulle เหนือสุดของ Champs Elyssees ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกทหารและพลเรือนที่เสียชีวิตในช่วง French Revolution และ Napoleon War ด้านใต้มีสุสานของทหารจากช่วงสงครามโลกที่ 1 อยู่ด้วย เป็นอนุเสาวรีย์ที่สวย และมีการออกแบบที่เป็นจุดเด่นมากๆ มาทุกครั้ง ต้องขอตามไปถ่ายรูปด้วยทุกรอบ

sight9

Lourve Museum / Musée du Louvre

พิพิธพันธ์ที่ได้ชื่อว่า ดังและมีคนเข้าชมมากที่สุดในโลก Lourve มีเสน่ห์ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามภายนอก เพราะเป็นวังที่สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 และเคยเป็นที่พักของกษัตริย์มาก่อน (จุดด้านนี้ของ Lourve สวยจริงๆ ถ่ายรูปมางามมากค่ะ) หรือแม้แต่ศิลปะทั้งหมด  380,000 ชิ้นด้านใน ขนาด Lourve ใหญ่มากจน เค้าบอกว่า ถ้าคุณจะดูทุกชิ่นของศิลปะใน lourve ต้องใช้เวลาแปดปีเลยทีเดียว

sight2

กิ๊บชอบสถาปัตกรรมของ Lourve มากค่ะ ไม่ใช่แค่ศิลปะข้างใน แต่ตัว Lourve Palace ก็เป็นศิลปะ ที่เดินดูไม่เบื่อเหมือนกัน sight4

 ศิลปะใน lourve ที่เป็นจุดเด่น คือ ภาพวาดค่ะ ที่มีที่มาตั้งแต่ยุค 13th century  ถึง 1848 ส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะที่วาดโดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส มีภาพวาดที่ดังขึ้นชื่อระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นของ Raphael, Michelangelo, Caravaggio หรือยุคใหม่ขึ้นอย่าง Vermeer  แต่ภาพที่ดังที่สุดและเป็นนางเอกของที่นี่ ต้อง Mona Lisa ของ Leonardo Davinci ที่ต้องไปเข้าคิวดูกันเลยทีเดียว

นอกจากภาพวาด ยังมีรูปปั้นชื่อดังอีกมากมาย และมีศิลปะของประเทศอื่นๆ อาทิ กรีกโรมัน อียิปต์ และอิสลามด้วย ขอบอกว่าส่วนอียิปต์ของ Lourve เด็ดมากๆเลยค่ะ สาวกนิยมมัมมี่อย่างกิ๊บ เดินดูแบบเคลิ้มไปเลย

sight3
sight5

Notre-Dame Cathedral/ Notre-Dame de Paris

โบสถ์ที่ดังที่สุดของปารีส ที่เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1160 เป็นโบสถ์แบบ Catholic ที่อยู่บนเกาะ Île de la Cité กลางปารีส เป็นศิลปะแบบ French Gothic ที่มีเอกลักษณ์และมีความสวยงามมากค่ะ  จุดเด่นของโบสถ์นี้คือ สถาปัตยกรรมภายนอกที่สวยงามมากๆและ กระจก stained glass ที่งามสุดๆไปเลย

ใกล้ๆ Notre-dame มีโบสถ์ชื่อว่า Sainte-Chapelle สวยเว่อร์ๆเลยค่ะ ต้องเวะไปดูให้ได้นะ

sight10

sight18

 Opera Garnier / Palais Garnier

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ Paris คือ โรงโอเปร่าแห่งนี้ละค่า สร้างตั้งแต่ปี 1861 เป็นโรงโอเปร่าที่เป็นแรงบันดาลใจของละครเวทีเรื่อง Phantom of the opera มีความงามมากเพราะใช้เงินทุนในการสร้างสูงสุด ได้รับขนานนามว่าเป็นผลงานโรงโอเปร่าชิ้นเอกเลยแหละ

กิ๊บไปครั้งล่าสุด ซื้อตั๋ว Ballet เข้าไปชมด้วยล่ะ ได้บรรยากาศซึมซาบความงามของโรงโอเปร่าเต็มที่เลย ไม่ต้องกลัวว่า ตั๋วเข้าชมจะแพงเลยค่ะ เพราะค่าเข้าชมโรงโอเปร่า ก็ 9 ยูโรแล้ว ซึ่งแอบบอกให้ว่าเท่ากับราคาตั๋วที่ถูกที่สุดของการแสดงแต่ละอย่างเลย (แต่จะเป็นที่นั่งมุมอับที่มองเห็นการแสดงแค่บางส่วนหรือไม่ชัดค่ะ)

sight19

Basilica of the Sacred Heart of Paris Sacré-Cœur Basilica

โบสถ์นี้ตั้งอยู่บนเนินที่สูงที่สุดของ Paris อยู่ใจกลางของย่าน Montmatre ย่านราตรีต้นกำเนิด Moulin Rouge นั่นเองค่ะ โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ที่กิ๊บชอบที่สุดในปารีสเลยค่ะ เพราะว่าเป็นโบสถ์ที่มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์เพราะเป็นศิลปะแบบ  Romano-Byzantine ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนโบสถ์อื่นในปารีส โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ Roman Catholic ด้านในเรียบง่าย แต่จุดเด่นของโบสถ์นี้ คือวิวที่มองลงมาเห็นปารีสทั้งเมือง รวมทั้งเวลาที่อยู่ไม่ว่าจุดไหนในปารีส ก็จะมองเห็นโบสถ์นี้ กิ๊บชอบบรรยากาศของที่นี่มากๆ แต่เดินทางมาตอนค่ำๆต้องระวังนะคะ เพราะย่านนี้ค่อนข้างอันตรายค่ะ

sight14

National Museum of Modern ArtMusée National d’Art Modern

ดูศิลปะยุคเก่ากันมาเยอะแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาดูศิลปะสมัยใหม่กันบ้างมั้ยคะ พิพิธพันธ์ชื่อดังแห่งนี้ บางทีก็ถูกเรียกว่า Centre Pompidou เป็นพิพิธพันธ์ที่เน้นศิลปะแนว modern art ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ทั้งภาพวาด รูปปั้น ภาพพิมพ์ มีภาพของศิลปินดังอย่าง Picasso ด้วย จุดเด่นอีกอย่าง คือ ตึกนี้ล่ะค่ะ เพราะว่ามันเป็นศิลปะอีกอย่างนึงเลย เพราะ การก่อสร้างแบบไฮเทคและแหวกแนวสุดๆที่เอาทุกอย่างที่ควรอยู่ภายในของตึกเอามาไว้ข้างนอกให้ดูชัดๆกันไปเลย เก๋ดีค่ะ

sight15

Palace of Versailles / Chateau de Versailles

ไม่พูดถึง Versailles เลยคงไม่ได้ เพราะเป็นพระราชวังที่เป็นอีกหนึ่งสุดยอดของโลก เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1664 และเป็นที่พำนักของกษัตริย์หลายองค์ จนถึงยุคของ King Louis 16 ที่เป็นกษัตริย์ของฝรั่งเศสองค์สุดท้าย ด้วยความอลังการของวัง และความสวยงามทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่ามองไปมุมไหน ก็งดงามจริงๆค่ะ การตกแต่งภายในก็อลังการ ยังไม่ต้องกล่าวถึงประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นสุดๆทุกมุมอีก ทำให้ที่นี่เป็นสุดยอดที่ต้องมาให้ได้จริงๆ กิ๊บไป versailles มาทั้งหมด 3 ครั้ง ทุกครั้งก็ตะลึงกับความอลังการของที่นี่ แค่ได้มาเดินก็รู้สึกมีความสุขแล้วจริงๆค่ะ

sight6

ทุกมุมของที่นี่สวยงามจริงๆ อยากจะเล่าถึงรายละเอียดของแต่ละห้องมากๆเลย แต่ถ้าเล่าจริง คงต้องเขียนอีกบลอคเพราะว่า แต่ละห้องก็มีประวัติของเค้า แต่ห้องที่สวย และเป็นนางเอกที่ห้ามพลาดของที่นี่เลย คือ Mirror room เลยค่ะ

เวลามาที่นี่ทุกครั้งกิ๊บจะขนลุก ที่คิดว่า เราได้เดิน ในจุดที่กษัตริย์ฝรั่งเศสหลายๆองค์เคยเดิน ได้เห็นจุดบรรทม ของกษัตริย์และราชินี มันเป็นอะไรที่เป็นความรู้สึกซาบซึ้งจริงๆนะไม่ได้ล้อเล่น

sight7

จุดที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ สวนด้านนอกของ Versailles ที่ได้รับการตกแต่งและดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีพระราชวังเล็กๆที่อยู่ล้อมรอบอีก สวยน่ารัก ห้ามพลาดมากๆค่ะ

sight8


sight13


จ บแล้วค่ะ กิ๊บมายกตัวอย่างที่ท่องเที่ยวที่เป็น highlight ที่ห้ามพลาดของ paris ให้เพื่อนๆดูกัน แต่บอกเลยว่า จริงๆแล้วปารีสยังมีเสน่ห์และที่ท่องเที่ยวให้ไปค้นหาอีกเยอะค่ะ อย่างที่ที่กิ๊บไปแล้ว อยากจะแนะนำ อีกก็ Grand Palais, Musee d’Orsay,  Muséum National d’Histoire NaturelleJardin du Luxembourg โอยยย มีอีกเพียบ เขียนได้อีก 5 ภาคค่ะ 5555

บอกเลยว่า แค่นั่งดูรูปเก่าๆของทริปนี้ กิ๊บก็มีอาการอยากจะไปเที่ยว Paris อีกแล้ว อย่างที่บอกเลยว่า ไปมาแล้วกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลยจริงๆ เป็นเมืองที่มีสีสันและทำให้แปลกใจได้ตลอด ไม่ว่าจะไปกี่ครั้ง นานกี่วัน ก็ได้เจออะไรใหม่ๆ ที่ทำให้หลงเสน่ห์เมืองนี้ทุกครั้ง กิ๊บตั้งใจไว้เลย ว่าต้องไปเยือน Paris ในเร็วๆนี้แน่นอนค่ะ 5555 แต่คราวนี้ มีของแถมที่อยากไปให้ได้ คือ ไปดูปราสาทรอบๆปารีส ที่ Loire Valley ที่มีปราสาทที่สวยเหมือนในเทพนิยายเลยอย่าง Château de RambouilletChateau de Vaux Le Vicomte และที่อยากไปดูให้ได้ คือ Château de Chambord ที่เค้าบอกว่างามไม่แพ้ Verseilles เลยจริงๆ

โอ๊ยๆๆๆ เขียนไปก็อยากจะออกไปซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วออกไปฝรั่งเศสเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ

ขอบคุณเพื่อนๆนะคะที่มาอ่านและให้กำลังใจกัน ขอบคุณมากค่ะ

Disclaimer – Non Sponsored post

sight11





 

Create Date : 16 มิถุนายน 2557    
Last Update : 16 มิถุนายน 2557 22:41:15 น.
Counter : 1467 Pageviews.  

(Germany) เดินย่ำขาลากทั่วเมือง Berlin Ep2 พาไปดู Graffiti บนกำแพงเบอร์ลิน


สวัสดีค่า เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับทริปเยอรมัน
เมืองนี้ก้อเป็นเมืองสุดท้ายในทริปเยอรมันของกิ๊บแล้วล่ะค่ะ
ต่อไปเราจะย้ายไปเที่ยว Paris กัน กริ๊ดๆๆๆๆๆ
จริงๆ กิ๊บขึ้นรถไฟไป Paris ที่เมือง Frankfurt ค่ะ
ได้ทัวร์เมืองนิดหน่อยด้ว แต่เอาจริงๆ เมือง Frankfurt ไม่มีที่เที่ยวเลยอ่า
เลยคิดว่าข้ามไปเลยดีกว่า

วันนี้เรามาต่อกันที่เบอร์ลินค่ะ

ที่แรกที่เราไปวันนี้คือ Denkmal für die ermordeten Juden Europas
(แหม ชื่อยาวดีจริงๆ) หรือ อนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงชาวยิวที่ถูกสังหารทั้งหมดในยุโรป
ตั้งอยู่ใกล้ๆ Brandenburg Tor กับ Reichtag ค่ะ เดินมานิดเดียวก้อถึงแล้ว
สร้างขึ้นเมื่อ 25 มิถุนา 1999 ใช้พี้นที่ 19000 ตารางเมตร
เป็นที่ตั้งของเสาบลอคสี่เหลี่ยมจุตรัส 2711 ต้น
โดยวางที่ระนาบแตกต่างกัน บางช่วงเตี้ยกว่าช่วงเข่า บางช่วงสูงท่วมหัวเลย
แต่เรียงตัวสวยเป็ฯคลื่นเลย ของจริงสวยมากค่ะ ดีไซน์เค้าเก๋จริงๆ
เป็นอนุเสาวรีย์ที่เปิดตลอดค่ะ สามารถเข้ามาเดินชมได้ทุกวัน ตลอดเวลา


ถ่ายรูปมาแล้วไม่เห็นทั้งหมดก้อดูเฉยๆค่ะ
แต่ของจริงเรียงตัวเป็นเวฟสวยมากๆ

Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



ด้านใต้ดินเค้ามีพิพิธภัณฑ์ด้วยนะ แต่กิ๊บไม่ได้เข้าไปชม


Image Hosted by ImageShack.us






เดินออกจากอนุเสาวรีย์นึง มุ่งหน้าสู่อีกอนุเสาวรีย์อยู่ใกล้ๆกันเลยค่ะ
(ใกล้ๆ แต่กว่าจะถึงก้อเล่นเอาเหนื่อย)
Siegessäule
อนุเสาวรีย์รำลึกถึง Germany's Wars of Unification
(หมายถึง สงครามของประเทศเยอรมันตั้งแต่ช่วงปี 1864 เป็นต้นมา)
ตั้งอยู่เด่นชัดใจกลางถนน เหมือนอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยเลย คริคริคริ
สามารถเสียค่าชม 2.5Eu เข้าไปชมด้านใน และขึ้นไปชมวิวด้วย
แต่เวลาเรามีน้อยค่ะ เน้น ดมๆทัวร์ อิอิอิ


Image Hosted by ImageShack.us




Image Hosted by ImageShack.us






นี่ค่ะ เหตุผลว่าทำไมเราถึงรีบดมๆทัวร์กันจังวันนี้
เพราะกิ๊บกับยูตะตั้งใจว่าจะไปดูวัง Schloss Charlottenburg ค่ะ
อยู่ไกลออกมานอกตัวเมือง Berlin ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปค่ะ
ขึ้นที่สถานี U Sophie-Charlotte-Platz
สาย U2 แล้วต่อรถเมล์สาย 309 มาอีกต่อนึง
เดินทางไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ


Schloss Charlottenburg
เป็นวังที่ใหญ๋ที่สุดและสวยที่สุดในอาณาเขตเมือง Berlin
สร้างในช่วงปี 1695-1699 ด้วยศิลปะแบบบารอค
เพื่อเป็นวังฤดูร้อนของราชินี Sophie Charlotte
ในช่วงแรกวังสร้างมีขนาดค่อนข้างเล็ก ภายหลังมีการต่อเติมปีกทั้งสองข้าง
เพื่อจะให้วังมีความงามเทียบเท่า Versailles

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง วังถูกทำลายเสียหายมาก
ได้เริ่มมีการซ่อมแซมในปี 1950

มาถึงแล้วค่า ค่าเค่าชม 10Eu
วันนี้อากาศดีจังเลย ด้านหน้าดูอลังการมาก




Image Hosted by ImageShack.us




Image Hosted by ImageShack.us





ด้านในเค้าไม่ให้ถ่ายภาพค่ะ แต่แอบถ่ายภาพที่ถ่ายมุมบนของวังทั้งหมดมาให้ดู กว้างมากเลย

Image Hosted by ImageShack.us






เอาจริงๆนะคะ...ถ้าถามความรู้สึกกิ๊บ
กิ๊บผิดหวังกับวังนี้มากเลยอ่ะ 555 เสียเวลานั่งรถมาตั้งไกล
ตัววังด้านในไม่สวยเลยค่ะ ธรรมดามากๆๆๆๆๆถึงมากที่สุด
สวนด้านหลังก้อไม่สวย ไม่รู้ว่าเพราะเพิ่งมาจากเมือง Dresden
ซึ่งวังและสถาปัตยกรรมสวยมากๆรึเปล่า แต่กิ๊บผิดหวังสุดๆ
จำได้ว่าเดินบ่นกับยูตะสองคนตลอดทาง ว่ารู้งี้เดินเล่นในเมือง
หรือไปต่อคิวสองชั่วโมงเพื่อเข้า Reichtag ซะยังจะดีกว่า
ไม่แนะนำให้มาชมมมากๆค่ะ โกดดดด (ขนาดไม่อยากจะถ่ายรูปเลยอ้ะ คิดดู)
วังนี้ ส่วนที่สวยที่สุดคือด้านหน้าเนี่ยล่ะค่ะ T_T




เราสองคนเลยเดินคอตกออกมาจาก schloss
ไหนๆก้อนั่งรถไฟฟ้าแล้ว เลยนั่งสลับสายไปดูทีเด็ดที่ทุกคนที่มาเมือง Berlin ควรไปดูดีกว่า
"กำแพงเมืองจีน" เอ้ย ไม่ช่าย "กำแพงเบอร์ลิน" ค่ะ

ในตอนแรกกิ๊บได้เล่าประวัติศาสตร์การแยกตัวและการรวมตัวของ
เยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตกให้ฟังคร่าวๆแล้วนะคะ
กำแพงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกประเทศเยอรมันออกเป็ฯสองส่วน
ภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตยและแบบคอมมิวนิสต์
ได้ถูกทำลายลงในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989
แต่เค้าไม่ได้ทำลายกำแพงเบอร์ลินลงทั้งหมดค่ะ
ยังมีส่วนที่ยาวที่สุดของกำแพงเหลืออยู่
ซึ่งปัจจุบันเป็นที่แสดงภาพเขียนแบบ Graffiti ของศิลปินต่างๆ
เป็นความยาว 1316 เมตร ใช้ศิลปิน 118 คนจาก 21 ประเทศ

ยังเคยมีคำกล่าวแซวว่า เป็น Gallery open air ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินจาก สถานี Ostbahnhof ขึ้นมา เดินมาอีกนิดก้อเจอแล้วค่ะ
เป็นแนวกำแพงยาวมากๆ ไม่มีสิ่งก่อสร้างอะไรอยู่ใกล้ๆเลยค่ะ เดินแล้วแอบหนาว
(ตอนกลางคืนน่าจะน่ากลัว ถึงเป็นตอนกลางวันผู้หญิงก็ไม่ควรมาคนเดียวนะคะ มันเปลี่ยว)
มีร้านขายของแถวนี้ เก็บเศษ Berlin wall เป็นก้อนๆมาขายด้วย แอบซื้อมาหนึ่งก้อน


Image Hosted by ImageShack.us




Image Hosted by ImageShack.us




คนขีดเขียนเยอะมากเลย
ขอเขียนมั่งค่ะ (อันนี้ไม่ดีนะคะ โปรดอย่าเลียนแบบ)


Image Hosted by ImageShack.us




ต่อมา ก็มาที่ Kaiser-Wilhelm-Gedächtnis-Kirche
เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงสันติภาพและความปรองดอง
จริงๆเป็นสัญลักษณ์ที่โด่งดังมากนะคะ เพราะแสดงถึง
การฟื้นฟูประเทศเยอรมันในช่วงหลังสาครามโลกได้เป็นอย่างดี
ก้อดูจากตึกสิคะ ด้านนึงเป็นตัวโบสถ์โบราณที่ถูกทำลายในช่วงสงคราม
อีกด้านเป็นตัวโบสถ์ที่สร้างขึ้นมาใหม่แบบโมเดริน์
แตกต่างกัน แต่สวยสุดๆ

โบสถ์เก่า สร้างตั้งแต่ปี 1891-95 ถูกทำลายจากการโจมตีทางอากาศในปี 1943
ส่วนตึกใหม่ สร้างในปี 1959 เป็นทรงหกเหลี่ยม แถมกระจกที่บุด้านในก้อเป็นสีน้ำเงินสดทั้งหมด
เวลาอยู่ข้างใน แสงส่องมา ดูสวยสุดๆๆ


โบสถ์
Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us






ด้านในโบสถ์เก่า สวยประทับใจมากเลยอ้ะ
เห็นแล้วเสียดาย ว่าอยู่ครบทั้งโบสถ์จะสวยขนาดไหนน้าาาาา
รูปโมเสค สวยมาก



Image Hosted by ImageShack.us




Image Hosted by ImageShack.us






โบสถ์ใหม่ ด้านในเป็นแบบนี้

Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us





แถมด้วยอนุเสารีย์ขนาดย่อมๆกลางเมือง ใกล้ๆกัน เก๋จัง


Image Hosted by ImageShack.us





จากลากันวันนี้ด้วยความประทับใจกับเมืองเบอร์ลินค่ะ
ตอนแรกไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ด้วยความรู้สึกว่าอะไรๆในเมืองก้อดูใหม่ไปหมด
แต่จริงๆแล้วเป็นเพราะเมืองเบอร์ลินถูกทำลายยับเยินมากในช่วงสงครามโลกค่ะ
ฟังอย่างนี้แล้วเลยซาบซึ้งประวัติศาสตร์และความเจ็บปวดที่คนเยอรมันได้รับในช่วงสงครามเลย
จริงๆเบอร์ลินมีที่ให้เที่ยวอีกเยอะมากๆค่ะ กิ๊บว่าถ้าจะให้ดีต้องประมาณ 3-4 วันเต็มๆอ่ะ
นี่กิ๊บได้อยู่ที่เบอร์ลินจริงๆแค่วันครึ่งเอง (แถมยังไปนอนที่เมือง Halle อีกตังหาก)
ยังไม่ได้สัมผัส night life และวิถีชีวิตชาวเมือง Berlin
ที่กำลังเป็ฯที่น่าจับตามองที่สุดในหมู่เมืองใหญ่แถบยุโรปเลยค่ะ
(Reichtag ก้อยังไม่ได้เข้าไปดู เสียดายจัง)


จบแล้วค่ะ ปิดทริปเยอรมันแต่เพียงเท่านี้
เดี๋ยวคราวหน้าจะพาไปเที่ยวปารีส มหานครแห่งความโรแมนติก อย่าพลาดนะจ้าาาาา
(ถ้าเจ้าของบลอคไม่หมดไฟ ไปซะก่อนน้ะ หุหุหุ)






รูปที่ปิดท้าย ทริปเยอรมันที่ดีที่สุด ต้องรูปนี้เลยค่ะ
เบียร์ เบียร์ เบียร์ บ้ายบายนะจ้า



Image Hosted by ImageShack.us







 

Create Date : 13 ตุลาคม 2552    
Last Update : 13 ตุลาคม 2552 20:15:21 น.
Counter : 1193 Pageviews.  

(Germany) เดินย่ำขาลากทั่วเมือง Berlin Ep1 เมื่อเมืองประวัติศาสตร์ปะทะอย่างจังกับสไตล์เก๋

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วนะคะ (เหมือนพูดคนเดียวเลยอ้ะ)
วันนี้กิ๊บจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวเมืองหลวงของประเทศเยอรมัน
เมือง Berlin ค่ะ (มาถึงสักที)


Berlin มีอายุกว่า 800 ปีซึ่งถือว่าเป็นเมืองค่อนข้างใหม่ในทวีปยุโรป
ได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงของประทเศในยุคสมัยพระเจ้า Friedrich I ในปี 1701
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปี 1945 เบอร์ลินเคยถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน (โซเวียต อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส)
และเกิดความขัดแย้งของรัสเซัยและอเมริการขึ้น ทำให้เกิดการสร้าง Berlin wall
ขึ้นในวันที่ 13 สิงหาคม 1961 เป็ฯการแบ่งแยกเบอร์ลินออกเป็นฝั่งตะวันตกและตะวันออกอย่างชัดเจน

ในปี 9 พฤศจิกายน 1989 ได้มีการทำลาย Berlin wall และกลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง

Berlin เป็นเมืองใหญ่มากค่ะ มีประชากรกว่าสามล้านคน (จิ๊บกว่ากรุงเทพเยอะ)
ถือว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการสำคัญๆ
และมีประวัติศาสตร์สำคัญในช่วงยุคนาซีมากมาย เพราะฉะนั้น ที่เที่ยวเพียบบบบบ
เวลาสองวันที่กิ๊บมาเที่ยวที่นี่ ถือว่าน้อยไปจริงๆค่ะ (ขนาดนี้ก้อรีบเดินกันขาลากแล้ว)
เบอร์ลินได้รับความเสียหายในช่วงสงครมเยอะมาก เพราะฉะนั้นสถาปัตยกรรมในเมืองนี้ส่วนใหญ่
จะเป็นการซ่อมแซมของเก่า หรือสร่างของใหม่มาทดแทน ตัวเมืองก้อสร้างขึ้นใหม่ล้วนๆ
เพราะฉะนั้นเมืองเบอร์ลินจะให้ความรู้สึกใหม่เอี่ยมอ่อง สะอาดสุดๆ มีตึก modern ใหม่ๆเยอะเลย
(ซึ่งกิ๊บชอบแบบมิวนิคที่เป็นเมืองเก่าๆของจริงมากกว่า)

เกร็ดน่ารักๆเกี่ยวกับเมืองนี้คือ Berlin จริงๆชื่อมาจาก Bear-lin
หรือเมืองหมี เพราะฉะนั้นทั้งเมืองจะมีตุ๊กตาหมีเต็มไปหมดเลย

ข้อมูลเพิ่ม
//www.visitberlin.de/index.en.php
//www.berlin.de/english/
//wikitravel.org/en/Berlin

ทริปนี้กิ๊บก้อลากกันไปกับยูตะสองคนเหมือนเดิม ดีค่ะ มีเพื่อนเที่ยวด้วยทำให้ไม่เหงา
แถมยูตะเค้าไปมาทั่วโลกแล้ว แกช่วยกิ๊บคิดวางแผนการเที่ยวตลอดทาง ทำให้เที่ยวสบายๆดีค่ะ



มาถึงจุดแรกก็ประทับใจแล้ว สถานีรถไฟ Berlin Hauptbahnhof
เป็นตึกทำด้วยกระจกแก้ว สามชั้น สวย ทันสมัยมากๆๆๆๆๆ เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อ 2006 เอง

Image Hosted by ImageShack.us





เดินออกมาตัดถนนนิดเดียวก้อเจอสถานที่สำคัญอันแรกกันแล้ว
Reichtag (Parliament)
เป็นที่ตั้งและทำการของรัฐบาลใหญ่ของประเทศเยอรมัน ก่อสร้างในปี 1884-94
เพิ่งกลับมาใช้เป็นที่ทำการสภาจริงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อ 1999 นี่เอง
มีการก่อสร้างโดมแก้วใส เพื่อเป็นสัญลักษณ์การปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
ของจริงสวยเชียวค่ะ ตัวตึกเดิมก้อสวยอยู่แล้ว พอสร้างโดมแก้วใส (มีบันไดวนขึ้นไปเดินได้ด้วย)
เลยดูแปลกตาไปเลย แต่คนต่อคิวเข้าไปชมเยอะมากๆๆๆๆ จากตัวหน้าตึกมาถึงปลายแถวประมาณเกือบกิโลอ้ะ
(ไม่ได้เว่อร์ค่ะ) คนเยอะจริงๆ กิ๊บเลยไม่รอชม เพราะถ้าต่อคิว วันนี้คงไม่ได้ไปดูอย่างอื่นแล้ว
(เจ้าหน้าที่บอกว่าคิววันนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า)


Image Hosted by ImageShack.us




เดินต่อมาอีกนิดจะเจอถนนเส้นสำคัญ Unter Din Laden
ตรงหัวถนนจะมี อนุเสาวรีย์ Brandenberg Tor เรียกไทยๆก็ประตูชัย
ตั้งอยู่ขนจตุรัส Parizer Platz
เดิมมีตึกขนาบทั้งสองข้าง ถูกระเบิดไปหมดในช่วงสงคราม แต่ก่อนเค้าให้รถสัญจรผ่านได้ด้วยค่ะ
ตกใจของจริงเล็กน้อย ทำไมเล็กกว่าที่คิดเยอะเลยหว่า


Image Hosted by ImageShack.us




มีนักแสดงเปิดหมวก (เรียกงี้ป่าวหว่า) ใส่ชุดเลียนแบบฮิตเลอร์ ให้ถ่ายรูปด้วย
เสียตังค์ ยูโรกว่าๆ ตลกดี (ตรงนี้ยูตะอายจนไม่ยอมมาถ่ายรูปด้วย)

Image Hosted by ImageShack.us






เดินเลียบถนน Unter Din Laden มาเรื่อยๆจะเจอ โรงแรม Adlon
ที่คนดัง รวมทั้งราชวงศ์ต่างๆชอบมาพัก อยู่ทางขวามือ รวมทั้งห้างดังของฝรั่งเศส Gallery Lafayette ด้วย
ตลอดแนวสองทางจะมีร้านขายของชำ กับตุ๊กตาหมียักษ์ (เจอกันอีกหลายตัวแน่ๆค่ะ)


Image Hosted by ImageShack.us








Gendarmenmarkt จตุรัสที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในจตุรัสที่สวยที่สุดในยุโรป
มีโบสถ์เยอรมัน และโบสถ์ฝรั่งเศสตั้งอยู่ (Deutscher Dom, Französischer Dom)
ระหว่างกลางของสองโบสถ์เป็น Konzerthaus (music academy)
พอมองรวมกันแล้ว สวยมากๆค่ะ จตุรัสกว้างๆเชียว
จตุรัสนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1688 ทั้งจตุรัสถูกทำลายในช่วงสงครามโลกที่สอง และได้ทำการบูรณะขึ้นมาเรื่อยๆ
แล้วเสร็จจริงๆเมื่อปี 1996 นี่เอง (มิน่า ดูใหม่สุดๆ)
น่าเสียดายที่วันนี้โบสถ์ปิด ไม่ได้เข้าไปชมด้านในค่ะ


Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us






Bebelplatz

Image Hosted by ImageShack.us




St. Hedwigs-Kathedrale ไม่ได้เดินเข้าไปดู
ดูจากภาพในเวบแล้วด้านในก้อสวยดีค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us







ระหว่างทางเดินไป Berliner Dom เจอโบสถ์แดง
ขออภัยจริงๆ ไม่ทราบชื่อจ้ะ หาไม่เจอเลย ค่าเข้าฟรีเลยแวะซะหน่อย
ด้านในมีรูปปั้นสีขาวเต็มเลย เอ หรือจะไม่ใช่โบสถ์หว่า

Image Hosted by ImageShack.us




Image Hosted by ImageShack.us







ต่อมาที่ Berliner Dom
บริเวณนี้ดูเป็น area ที่สำคัญๆของเมืองเพราะมีทั้ง Berliner Dom, Alte museum
มองไปไกลๆเห็น Fernsehturm (เสากระจายสัญญาณ) ตั้งเด่นโชว์ยอดสวยเชียวค่ะ
เสานี้สูง 368 เมตร สามารถขึ้นลิฟท์ไปชมวิวได้ด้วยค่ะ ต้องเข้าคิวยาว และค่าเข้าตั้ง 10E แหนะ แพงงงงง
Berliner Dom เป็นโบสถ์ของราชวงศ์ปรัสเซีย สร้างในปี 1894-1905
เสียค่าเข้าชม 5Eu แต่ก็น่าเข้าไปชมค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us





การตกแต่งในและนอก สวยมากๆ


Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us





ด้านล่างเป็น crypt เก็บโลงศพของบุคคลสำคัญๆในประวัติศาสตร์เยอรมันหลายคน บริ๋ยยยยย


Image Hosted by ImageShack.us





เดินต่อมาทาง Alexanderplatz จะผ่านโบสถ์เล็กๆสีเหลืองชื่อ St. Marien-Kirche
เป็นโบสถ์ที่เก่าที่สุดที่ยังมีการใช้งานอยู่ของเบอร์ลิน สร้างตั้งแต่ปี 1270
ด้านในมีเก็บรูปภาพศิลปะไว้เต็มไปหมดเลย
กิ๊บสารภาพตามตรง เที่ยวมาหนึ่งเดือน เอียนโบสถ์มากค่ะ แต่ยูตะชอบโบสถ์นี้มาก
บอกว่าชอบที่สุดตั้งแต่เที่ยวทริปนี้มา


Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us






Berliner Rathaus ศาลาว่าการของสภาบริการเมือง Berlin
สีแดง แจ่มตามากๆ เหนื่อยแล้วเลยนั่งพักกินกาแฟที่คาเฟ่แถวนี้ก่อนออกไปเที่ยวต่อค่ะ
เดินไกลขนาดนี้ก้อต้องเหนื่อยเป็นธรรมดาล่ะค่ะ


Image Hosted by ImageShack.us






หายเหนื่อยแล้วก็ออกมาเดินไป Alexanderplatz
จตุรัสที่ดังที่สุดในเบอร์ลิน เป็นฉากในหนังเรื่อง Bourne identity ด้วย
จำได้มั้ยเอ่ย ภาคแรกที่พระเอกนัดมาคุยตรงจตุสที่มีการประท้วงอยู่ที่คนเยอะมากๆ ในหนังเห็นนาฬิกาโลกด้วยล่ะ
เป็นที่ตั้งของ Fernehturm เสาสัญญาณอากาศใหญ่ที่มองเห็นจาก Berliner dom ไงคะ

ลานใหญ่ที่เป็นที่ตั้งของนาฬิกาที่สามารถบอกเวลาได้ทั้งโลก ยูตะอยากดูมากกกกกกก
กิ๊บไม่อยากดูเลยค่ะ เหนื่อยแล้ว แต่ต้องตามใจยูตะหน่อย เด๋วงอลลลล
ตรงรอบๆจะมีคนมาแสดงเปิดหมวกต่างๆเยอะมากเลย มีเครื่องเล่นแปลกๆให้เล่นด้วยค่ะ

มาถึงแล้ว มีแค่นี้เอง แง่มมๆๆๆๆๆ


Image Hosted by ImageShack.us






จากตรงนี้จุดที่เราจะไปต่อคือ Potsdamer platz
ค่อนข้างไกลเลยนั่ง subway ไป
จุดท่องเที่ยวใหมาล่าสุดของ Berlin เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 1998
ได้ชื่อว่าเป็น Architecture of the 21th century
เป็นแหล่งช็อปปิ้ง โรงหนัง ร้านอาหาร, sony plaza , museum of film
ดูแล้วไม่ค่อยน่าสนใจหรือน่าเดินเป็นพิเศษแต่ว่า
ที่สำคัญสร้างสวยมากๆๆๆๆๆๆค่ะ modern มากๆๆๆๆๆ



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us






ใกล้ๆ Potsdamer platz มีเอาซากสวนคงของ Berlin wall มาตั้งไว้ด้วย


Image Hosted by ImageShack.us





ออกมามุ่งหน้าไปต่อที่ Checkpoint Charlie
ไกลอยู่ต้องนั่ง subway ไปต่อ
จุดนี้เดิมเป็นประตูจุดผ่านของเยอรมันตะวันออกและตะวันตก ของเฉพาะชาวต่างชาติ
(เพราะประชากรแต่ละฝั่งของเบอร์ลินจะข้ามไปมาหากันไม่ได้เลย)
มีการสร้าง Museum ไว้ (Haus am Checkpoint Charlie)
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์นาซีและความพยายามหลบหนีจากเยอรมันตะวันออก
โดยวธีประหลาดหลายๆทาง ตั้งแต่ขุดอุโมงค์ใต้ดิน ทำเครื่องบินเล็ก
บัลลูนลมเล็กๆ หรือแม้กระทั่งซ่อนมาในกระเป๋าเดินทาง (หรือทางเรือดำน้ำจิ๋ว!!!)
พิพิธภัณฑ์ทำได้ดีมากค่ะ ถ้าดูจริงๆคงไช้เวลานานมาก แต่กิ๊บก้อต้องรีบๆเดินค่ะ เวลามีน้อย เหนื่อยแล้วด้วย


Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us





จบจากตรงนี้ กิ๊บแอบแวะช็อปนิดหน่อย ก่อนจะกะเวลากลับไป HbF เกือบไม่ทัน
เพราะ HBF ไกลมากๆๆๆ ต้องวิ่งกันไปเกือบสิบนาที ยูตะวิ่งเร็วมากๆค่ะ
แบกกระเป๋ากิ๊บไปด้วย เกือบจะมาแบกกิ๊บอยู่แล้ว555
เหนื่อยมากค่ะ แต่ไม่ตกรถโชคดีไป วันนี้กิ๊บกลับไปนอนที่ห้องของน้องคนไทยที่ halle
เหมือนเดิมอีกคืนประหยัดตังค์ค่ะ อิอิอิ



Image Hosted by ImageShack.us





หมดวันแรกในเบอร์ลินแล้วค่ะ วันนี้เดินเยอะมากๆเลย แทบสลบ
ตายูตะแกชอบเดินอยู่แล้วเลยไม่ว่าอะไร แต่กิ๊บเกือบตายยยยยย

นอนพักเอาแรงกันก่อน แล้วเดี๋ยวจะมาเที่ยวเมือง Berlin กันต่ออีกวันจ้ะ




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2552    
Last Update : 11 ตุลาคม 2552 20:05:51 น.
Counter : 3513 Pageviews.  

(Germany) เมืองแห่งความโรแมนติก Dresden Ep.2 ; พาชมวัง Zwinger

เที่ยวที่สำคัญอื่นใน dresden ให้ดูที่ตอน 1 ค่ะ
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=skippyth&month=27-09-2009&group=7&gblog=28

เช้าวันนี้กิ๊บจะพาเพื่อนๆไปดู Zwinger กันค่ะ

Zwinger Palace
Built 1710-28 สร้างมาเพื่อเป็น Orangery (อาคารเรือนกระจกเอาไว้ปลูกพืชเขตร้อน)
ต้องสร้างซะสวยขนาดนี้เลยหรอเนี่ยยยย Zwinger ถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พังเสียหายไปเยอะ
แต่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1964

บรรยากกาศดีมาากค่ะ มีที่ให้เดินชมความงามเยอ กว้างกว่าที่คิดไว้เยอะเลย
วันนีอากาศดีเลยชวนยูตะมานั่งรับแดดกันที่สวน


Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us





วิวจากชั้นบน

Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us





บนระเบียงมีรูปสลัก สวยจังค่ะ


Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us




จริงๆด้านใน Zwinger จะมีนิทรรศการจัดสลับเปลี่ยนหมุนวนไปมา
แต่ช่วงที่กิ๊บไป เป็นนิทรรศการกระเบื้องเคลือบจากเอเซีย เราสองคนเลยขอบาย


แถมรูปนี้ จำไม่ได้ว่าเห็นจากใน Zwinger รึปว่าว
รูปวาดฝีมือ Vermeer ของจริง (คนวาด Girl with the pearl earringไงคะ)


Image Hosted by ImageShack.us




หลังออกจา Zwinger เดินไปสถานีรถไป ผ่าน shopping center ใหญ่เชียวน่าเดินมากค่ะ
น่าเสียดายวันนี้เป็ฯวันอาทิตย์ ไม่มีร้านเปิดตามเคย แง่วววว

ที่น่าตกใจคือ ด้านตรงข้าม มีซากตึก ที่กำลังทุบอยู่ อยู่ใจกลางเมือเนี่ยล่ะค่ะ
คือ dresden เป็นเมืองที่กำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมปรับปรุง เพราะฉะนั้นตึกเก่าๆก็จะถูกทุบทิ้งหมด
สงสัย shopping center ก็เป็นผลมาจากการทุบทิ้งซ่อมใหม่เหม ือนกัน เพราะดูใหม่ ทันสมัยมากๆ

ขอถ่ายรูปเก็บไว้ดูหน่อย
ตายูตะแซวว่า กิ๊บจะถ่ายซากจาก สงครามโลกครั้งที่สองไปทำไมเนี่ย 555
(แกแซวกิ๊บตลอดค่ะว่า คนไทยนี่เวลามาเที่ยวถ่ายรูปทุกอย่างจริงๆ)


Image Hosted by ImageShack.us




แล้วเราก้อต้องลาจากเมือง dresden แล้วค่ะ เพราะกิ๊บมีนัดกับน้องๆคนไทย
อันนี้ไม่ได้พาเที่ยวแล้ว แต่อยากจะเล่าประสบการณ์ให้ฟังซักหน่อย เผื่อมีน้องๆที่จะต้องแลกเปลี่ยนไปอยู่เยอรมันจะได้ฟังไว้

น้องๆสองคนของกิ๊บเป็นรุ่นน้องที่มาจาก แพทย์ วชิระ แลกเปลี่ยนมากับ IFMSA เหมือนกันกิ๊บ
แต่น้องๆได้เมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แถบเยอรมันตะวันออก คือ Halle ห่างจาก Leipzig 1 ชั่วโมง
ซึ่งน้องๆที่ได้แลกเปลี่ยนไปอยู่ทางเยอรมันตะวันออก ต้องทำใจไว้เลยค่ะ
เพราะประชาชนแถบเยอรมันตะวันออกจะมีความรู้ภาษาอังกฤษค่อนข้างน้อย การศึกษาน้อยกว่าทางตะวันตก
คนแถบนี้จะดูถูกคนเอเซียทำดำอยู่มาก
โดยเฉพาะถ้าในเมืองที่เล็กๆจะเป็นมากๆจริงๆ
น้องๆสองคนที่มาอยู่ Halle เวลาเดินไปไหนในเมืองจะถูกวัยรุ่นล้อเลียนตลอด
ชาวบ้านอื่นๆก็จะจ้องเขม็ง (น้องพลบอกรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น Britney spears)
เวลาทำงานในโรงพยาบา ก็จะถูกกีดกัน ต่างกันกิ๊บ ซึ่งกิ๊บอยู่ในเมืองทางเยอรมันตะวันตก ขนาดเมืองก็คล้ายๆกัน
แต่ชาวเยอรมันทางตะวันตกจะดีกับคนเอเซีย เพื่อนที่ทำงานกีบกิ๊บทุกคนก็ดีมากๆ แถมพูดภาษษอังกฤษกันค่อนข้างคล่อง

อันนี้เอาประสบการณ์ที่เจอเองมาเล่าให้ฟังเฉยๆ นะคะ ไม่ใช่ว่าเค้าจะเหยียดสีผิวชาวเอเซียทุกคน
แต่เอาเป็นว่าช่วงที่กิ๊บอยู่เยอรมันตะวันออก (ในเมืองที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว) ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้หมด
น้องคนไหนที่ได้เมืองฝั่งนี้ ก้อไม่ต้องถึงกับหวาดกลัวหรือถึงกับจะไปยกเลิกทริป เพียงแต่ว่าต้องทำใจหน่อย
น้องๆสองคนเค้าก้ออยู่ได้ครบตลอดรอดฝั่ง เพื่อนที่คุยด้วยดีๆก็มี แต่ก็มีคนที่ไม่ยอมคุยกับน้องสองคนอยู่

--------------

อีกเรื่องคือ เวลาแลกเปลี่ยนมา ก้อเป็นการเสี่ยงดวงเหมือนกันนะคะ ว่าจะเจอ host ดีหรือไม่ดี
อย่างกิ๊บ (Gottingen)กับ ดรีม (Munich) host จัดให้อยู่หอพักมหาลัย เป็นสัดส่วนดีมากมาย มีห้องครัวส่วนรวม ห้องน้ำรวมแต่สะอาด สบายใจ
น้องหลานที่มาอยู่เมือง Halle เค้าให้ไปอยู่แฟลตที่นักศึกษาแพทย์เช่าอยู่รวมกันสามคน ให้ห้องส่วนตัว มีครัว ห้องน้ำรวม
แต่น้องหลานดูไม่ค่อยสบายใจ เพราะเค้าเป็ฯห้องส่วนตัว เพราะฉะนั้น เจ้าของห้องเค้าจู้จี้ อยู่แล้วลำบากใจ
แต่ที่แย่ที่สุดคือน้องพล อยู่ Halle เหมือนกัน น้องพลโดนให้ไปอยู่ในห้องนั่งเล่นของหนึ่งในผู้ร่วมเช่า แฟลตสามคนอย่างงี้เหมือนกัน
แต่ไม่มีห้องเป็นของตัวเองเลยนะคะ มีแค่ฟูกแล้วเค้าก็เอาม่านมากั้นรอบฟูกเอง กลางคืนก็มีคนเดินผ่านไปมา ไม่มีที่เก็บของ ไม่มีตู้เสื้อผ้าใดๆทั้งสิ้น
(ยังดีน้ะ ที่น้องเป็นผู้ชาย)

เอารูปที่นอนน้องพลมาแฉ อยู่ทางขวามือค่ะ เห็นมะๆๆๆ

Image Hosted by ImageShack.us




ซึ่งกิ๊บว่ากรณีน้องพลนี่น่าเกลียดมากค่ะ host ifmsa ที่ halle นี่แย่มากๆ
IFMSA เค้าต้องจ่ายเงินค่าที่พักด้วยนะคะ เอาเงินมา ก็คือมาหารค่าเช่าห้องแล้วให้มานอนในคอกอย่างงี้เนี่ยนะ !!!
(ส่วนนึงเพราะมหาลัย Halle ไม่มีหอพัก นักศึกษาเช่าแฟลตในเมืองอยู่กันเองหมด)
กิ๊บก้อได้ช่วยน้องๆ comment ไปแล้ว เพราะฉะนั้นใครที่ได้ไปแลกเปลี่ยน อย่าลืมถาม host เรื่องห้องนอน ที่พัก
ก่อนไปด้วยนะคะ


===========================

บ่นจบแล้ว 555
เดี๋ยวคราวหน้ากิ๊บจะพาไปเที่ยวเมือง Berlin ค่ะ อย่าลืมติดตามน้ะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมจ้า




 

Create Date : 30 กันยายน 2552    
Last Update : 30 กันยายน 2552 8:35:32 น.
Counter : 734 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

SuperGiBZz
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]





สวัสดีค่า SuperGiBZz หรือจะเรียกกิ๊บก็ได้
ปีนี้ก็เขียนบลอคมาเป็นปีที่ห้าแล้ว
บางคนอาจจะจำกันได้ในชื่อ Login เดิม"แบแบ"ค่ะ

ก็เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ชอบเรื่องความงาม แฟชั่น
ไลฟ์สไตล์ อาหารอร่อยๆ
และที่สำคัญชอบซื้อเครื่องสำอางค์ม้ากกกก
เลยอยากจะมาแชร์ความชอบกับเพื่อนๆค่ะ
ไม่ใช่คนแต่งหน้าเก่ง ไม่ได้ผิวดีเลิศเลอ
แต่มีอะไรดีดีก็อยากมาแบ่งปันจ้า

ยินดีต้อนรับเพื่อนๆทุกคนนะค๊าาา
ติดต่อกิ๊บได้ที่ skippyth@yahoo.com

มีอะไรสอบถามเพ่ิมเติมได้ ยินดีตอบทุกคำถามจ้า

Blog created : 4/12/2007








free hit counter
start counting since 19 Aug,2012
New Comments
Friends' blogs
[Add SuperGiBZz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.