YoU CoUlD SaY ThAt I'm A NeRd, BuT I'm A cHiC NeRd!!!
Group Blog
 
All Blogs
 

ประสบการณ์การทำ Miracle Crystal Bubble Therapy แบบตุรกีที่ Spa Life

สวัสดีค่า สาวๆ

เคยเป็นมั้ยคะ เวลาทำงานเหนื่อยๆ ล้ามากๆ นอนพักเฉยๆยังไม่หายอ้ะ มันอึนอึดดัดไปหมด กิ๊บเป็นบ่อยมากเลย เพราะงานประจำกิ๊บเครียดมากค่ะ นานๆทีก็ต้องหนีไปนวดให้ช่วยผ่อนคลายบ้าง กิ๊บชอบนวดแผนไทยกับ Aroma therapy ค่ะ เพราะว่าคลายเส้นได้ดี สบาย หายปวดตามตัว

ทีนี้ Spa life สุขุมวิท ชวนกิ๊บไปลอง Spa ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Turkish Bath แหม ฟังแล้วสงสัยว่าเป็นยังไงเลยต้องรีบไปลองค่ะ

 

spa1

SPA LIFE

www.bangkokspa.net 

www.facebook.com/SpaLifeClub

มาดูบรรยากาศกันก่อน Spa Life มีทั้งหมด 7 สาขา แล้วค่ะ ที่เก๋คือแต่ละสาขาจะมี Theme บรรยากาศ และ specialty ของแต่ละสาขาที่แตกต่างกันไป ของสาขาสุขุมวิทที่กิ๊บมาลอง เป็นแนวชายหาด หาดทราย เพราะฉะนั้นบรรยากาศเลยชิล และสบายๆมากค่ะ

ห้องนวดเค้าก็น่ารักดีนะ

spa2

TREATMENT “MIRACLE CRYSTAL BUBBLE THERAPY”

ราคาเต็ม 3200 บาท

ช่วงโปรโมชั่นถึงสิ้นเดือน มิย 57 1600 บาทค่ะ

spa5


อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ >>>




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2557    
Last Update : 30 มิถุนายน 2557 22:31:10 น.
Counter : 1209 Pageviews.  

Meiji Amino Collagen คอลลาเจนคุณภาพที่กิ๊บทานแล้วเห็นผลจริง ผิวแน่นเนียนสวยจริงๆค่ะ

สวัสดีค่ะ สาวๆ

กิ๊บว่าเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้ของผู้หญิงอย่างนึงเลย คือผิวสวยๆนะคะ  อย่างเวลาเดินผ่านผู้หญิงที่ผิวสวยๆ กิ๊บว่าน่ามองมากๆเลยค่ะ จากเดิมที่สวยด้วยหน้าตา และหุ่นแล้ว ผิวก็เป็นอีกอย่างนึงที่ไม่ดูแลไม่ได้เลยจริงค่ะ ทีนี้ถ้ามีวิธีการดูแลผิวพรรณใหม่ๆ นอกเหนือจากการบำรุงจากภายนอกด้วยการทาครีมบำรุงผิวอย่างเดียว แต่สามารถดูแลให้ผิวเราสวยได้ จากภายในเลย แถมวิธีการก็ง่ายแสนง่ายด้วย ยิ่งน่าสนใจเลยใช่มั้ยคะ

นั่นก็คือ การทาน Collagen นั่นเองค่า ทีนี้ในปัจจุบัน มีทางเลือกให้เลือกเยอะมากๆ แล้วเราจะเลือกแบรนด์ไหน ตัวไหนที่ดีกับเราและเชื่อถือได้ว่าไม่เป็นอันตรายด้วย วันนี้กิ๊บจะมาพาไปรู้จักกับอีกหนึ่งแบรนด์ ที่กิ๊บซื้อทานเป็นประจำมานานแล้วค่ะ  แล้วตัวกิ๊บเองรู้สึกว่าให้ผลดีจริงๆ และมีความน่าเชื่อถือ เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสูงแน่นอน  เลยอยากจะมาแนะนำให้รู้จักกัน

MEIJI AMINO COLLAGEN

www.meiji.co.th/aminocollagen.html

www.facebook.com/MeijiAminoCollagenThailand

ราคา แบบกระป๋อง 200 gm/1300 บาท

แบบซอง 1 กล่องมี 7 กรัม 14ซอง/ 790 บาท 

มีจำหน่ายที่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA


อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ >>>




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2557 9:40:56 น.
Counter : 769 Pageviews.  

ต้องรู้อะไรก่อนและหลังสักคิ้วสามมิติ และรีวิวคิ้วสามมิติ แบบ Micropigmentation ที่ Tingle ค่ะ


สวัสดีค่ะ สาวๆ 

เพื่อนๆรู้มั้ยคะ ว่าเวลาเราแต่งหน้า จุดที่ทำให้หน้าตาเรา
เปลี่ยนแปลงไปได้มากที่สุดคือ คิ้ว 
ตรงนี้เป็นจุดที่กำหนดโทนหน้าทั้งหมดของเราได้เลยนะ
นอกจากนี้คิ้วยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับโหงวเฮ้ง อีกด้วย 
แต่ทีนี้ คิ้ว เนี่ยล่ะ คือจุดที่หลายๆคนยอมรับว่าเป็นส่วนที่แต่งยากที่สุดของใบหน้า

เริ่มตั้งแต่ การกันคิ้วละ เป็นอะไรที่ยากมากๆ กว่าจะกันคิ้วได้สวยด้วยตัวเอง
พอกันสวยแล้ว ก็ต้องเขียนให้สวยอีก แถมบางทีเขียนแล้วก็คิ้วไม่เท่ากัน
(ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาที่เจอแทบทุกวันนะฮะ 555)
เอามือปาด คิ้วแหว่งระหว่างวัน หรือเวลาไม่เขียนคิ้วหน้าก็ดูโล้นซะงั้น

เดี๋ยวนี้ มีตัวช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย ทั้งบริการกันคิ้ว หรือ wax คิ้ว
แต่ที่วันนี้กิ๊บจะพาไปดูกัน คือ การสักคิ้วสามมิติ ค่ะ

ถ้าพูดถึงการสักคิ้ว หลายๆคนคงคิดถึง สมัยคุณแม่ ที่สักคิ้วบางโก่ง
 ทึบๆแถมยังเป็นสีเขียวอีกตังหาก ดูยังไงก็ไม่สวย 
แต่เดี๋ยวนี้มีการสักแบบใหม่ ที่เป็นธรรมชาติมากๆ คือการสักแบบสามมิติ ฮะ 
 ตอนนี้สาวๆนิยมกันมากเลยเนอะ แต่ว่ามีร้านให้เลือกหลากหลาย 
ราคาก็แตกต่างกันมาก แล้วจะเลือกร้านยังไงดี เลยเขียนบลอคนี้เพื่อ
เป็นการให้ข้อมูลเรื่องการสักคิ้วให้กับสาวๆที่สนใจกันค่ะ 

กิ๊บจริงๆอยากสักคิ้วมาตั้งนานแล้วค่ะ เพราะว่าไปดำน้ำบ่อย แล้วหน้ามันโล้นๆ
ไม่มีคิ้วไม่สวยเลย พี่ๆน้องๆที่ดำน้ำด้วยกันก็ไปสักมา เลยอยากทำมั่ง

เลือกร้านสักคิ้ว ร้านไหนดี

เริ่มหาข้อมูล เจอร้านให้เลือกเยอะแยะไปหมด แต่ว่าไปเจอกระทู้นี้ในพันทิพ
เลยรู้เลยว่า การเลือกร้านสักคิ้ว ที่มีความน่าเชื่อถือ มีแหล่งที่มาของอุปกรณ์
และมีความสะอาด เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกเลยค่ะ
เพราะว่า การสัก หมายความว่าใช้เข็มจิ้มเข้าไปในผิวหนัง มีการสัมผัสเลือด
ซึ่งหากไม่ได้ดูแลความสะอาดที่ถูกต้อง อาจมีการติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย
หรือร้ายแรงกว่านั้น อาจเป็นเชื้อโรคที่มีการติดต่อได้ 
อย่าง ไวรัสตับอักเสบบี หรือแม้แต่เชื้อเอดส์ 
เพราะฉะนั้นต้องเลือกร้านที่ไว้วางใจได้ในเรื่องความสะอาด
ใช้เข็มที่แพคมาเป็นอย่างดี ไม่มีการใช้ซ้ำ 
ส่วนเรื่องฝีมือการสักและการออกแบบคิ้ว ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคิดถึง
ก่อนเลือกร้านไหน เราอาจจะลองดูแบบอย่างผลงานของคนอื่นๆ
เลือกแนวทางของร้าน และฝีมือของช่างที่เราชอบ
เพราะบอกได้เลยว่า คิ้วจะสวยไม่สวย ขึ้นอยู่กับฝีมือการวาดโครงของช่างค่ะ 


ราคาที่ทำการสัก

อยู่ในช่วง 3000-30000 บาท ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้และฝีมือการสัก
ร้านที่ใช้อุปกรณ์จากจีนราคาก็จะค่อนข้างถูกมาก
ความน่าเชื่อถือก็ต้องประเมินเอาดีๆค่ะ ส่วนช่างก็มีหลายระดับ
ถ้าระดับอาจารย์ช่าง ก็ประมาณหมื่นขึ้นไป
ส่วนตัวกิ๊บแนะนำการสักที่ราคาประมาณ 10000 บาทค่ะ 
ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเลือกร้านและช่างที่มีความน่าเชื่อถือด้วยนะคะ 


ใครควรทำการสักคิ้ว สักคิ้วเหมาะกับใคร

ทุกคนทำการสักได้หมดค่ะ ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย ที่อยากให้มีคิ้วเข้ารูป
หรือต้องการให้มีโหวงเฮ้งที่ดียิ่งขึ้น
บางคนอาจจะแต่งหน้าไม่เก่ง ไม่อยากเขียนคิ้วเองทุกวัน
หรือ บางคนแต่งหน้าเก่งแล้ว แต่ไม่อยากเสียเวลากับการเขียนคิ้ว
อย่างกิ๊บ บางครั้งต้องออกไปทำงานไม่ได้แต่งหน้า หรือออกไปดำน้ำ
ไม่อยากให้ตัวเองดูโทรม อยากให้คิ้วช่วยขับหน้าให้คมเวลาไม่แต่งหน้า
เลยเลือกมาทำการสักคิ้วค่ะ 

ใครไม่ควรสักคิ้ว การสักคิ้วมีข้อห้ามอะไรบ้าง

ผู้ที่ไม่ควรเข้ารับการสักคิ้วโดยเด็ดขาด
- แพ้สี แพ้แอลกอฮอล์ (ในสีที่สักมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่)
- โรคผิวหนังบริเวณที่จะทำการสัก (แผลนูนแผลพุพอง)
- โรคมะเร็งผิวหนัง ปัญฆาโรคหัวใจเฉียบพลัน เบาหวาน ลมชัก
- โรคเลือดแข็งตัวผิดปกติ hemophilia 
- โรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ
- ใช้ยาไวอากร้า ยาต้านการแข็งตัวของเลือก ยาลดความเครียด

ผู้ที่ควรทำการเลื่อนการสักคิ้วไปก่อนจนกว่าจะแก้ไขอาการต่อไปนี้
- ไข้หวัด อาการติดเชื้อ
- ผู้ที่ติดแอลกอฮอล์หรือยาเสพติด
- หลังการทำเคมีบำบัดหรือฉายรังสี 8สัปดาห์ 
- ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร 
- หลังทำศัลยกรรม ช่วงตาหรือจมูก (เพราะอาจทำให้เคลื่อนได้ระหว่างการสัก)
ควรเว้นก่อนการสักประมาณ 1 ปี 
- ระหว่างมีประจำเดือน การสักอาจมีอาการผื่นคันหรือแดงหลังการสัก
มากกว่าปกติ ควรรอให้หมดประจำเดือนก่อนถ้าทำได้ค่ะ 
- คนที่มี Keloid หรือแผลเป็นแบบนูนได้ง่าย ไม่ควรทำค่ะ เพราะอาจเกิด
เป็นแผลเป็นทับรอยสักได้ ไม่สวยแน่ๆอ่ะทีนี้ 

ฉีด Botox ทำ Filler ก่อนหรือหลังสักคิ้วได้มั้ย

ฉีด Botox หรือ Filler บริเวณหน้ามา ควรรอจนกว่า botox หรือ filler อยู่ตัวก่อน
เพื่อให้รูปทรงคิ้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง 
กิ๊บว่า botox ควรเว้นหลังฉีดประมาณ 1 เดือน ให้ botox เข้าที่ก่อน 
และถ้าสักแล้วจะฉีด botox ก็ควรเว้นประมาณ 1 เดือน ให้สีอยู่ตัว
ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เลือนค่ะ 



แพ้ง่าย ทำการสักคิ้วได้มั้ย

คนที่แพ้ง่าย มีโอกาสการแพ้สีที่ใช้สูงกว่าคนทั่วไปค่ะ
เพราะฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อน และก่อนการสักควรแจ้งที่ร้าน
เพื่อขอทำ patch test เพื่อทดสอบการแพ้สีก่อนการสักจริง


ก่อนสักคิ้ว ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

- ไม่ควรตากแดดแรง หรือทำการลอกหน้าก่อนการสัก 1 อาทิตย์
เพราะผิวอาจบอบบางระคายเคืองง่ายกว่าปกติ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการสัก 12 ชั่วโมง เพราะมีผลต่อการสมานของผิว
- แต่งหน้ามาในวันที่สักได้มั้ย ตอบเลยว่าได้ค่ะ เพราะที่ร้านจะทำความสะอาด
ผิวหน้าส่วนคิ้วและหน้าผากของเราอยู่แล้ว อย่างกิ๊บ
เขียนคิ้วมาด้วย ในแบบที่เราชอบ เพราะกิ๊บอยากให้ช่างได้เห็นว่า
ปกติเราเขียนคิ้วยังไง ชอบแบบไหน จะได้เป็นแนวทางสื่อสารให้เข้าใจกันง่ายขึ้น



สักคิ้ว อยู่ได้นานเท่าไหร่

แล้วแต่การดูแลเลยค่ะ โดยมากจะอยู่ได้ 2-3 ปี ระหว่างนี้สีจะค่อยๆจางลงไป
แต่ถ้าทำกิจกรรมที่โดนความร้อน อย่างการซาวน่าหรือ ว่ายน้ำบ่อยๆ
อาจจะจางเร็วกว่านี้ อย่างพี่พิม MissPimpaka บอกว่าทาครีมที่หน้ามากๆ
ก็ทำให้คิ้วของพี่พิม ที่สักมาจางลงเร็วมากขึ้นเหมือนกัน
อย่างที่บอกว่า มันอยู่ได้นานตั้ง 3 ปี เพราะฉะนั้นเลือกแบบและเลือกช่าง
ที่เราถูกใจมากที่สุดก่อนที่จะทำการสักนะคะ ไม่งั้นเสียใจไปอีกนานอ้ะ 

ไม่อยากสักคิ้ว มีทางเลือกอื่นมั้ย

มีค่ะ ในคนที่กลัวเจ็บ ไม่อยากสักถาวร การ wax คิ้ว ก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ
แต่การ wax คิ้ว จะเหมาะกับคนที่มีขนคิ้วอยู่เดิม แต่ไม่เป็นทรง
จะลองมา wax คิ้ว ดูก่อน อาจจะชอบจนไม่ต้องสักคิ้วเลยก็ได้
เพราะการ wax คิ้วก็อยู่ได้ค่อนข้างนาน และทรงสวยขึ้น เขียนง่ายขึ้นเยอะแล้ว
ถ้าขนคิ้วไม่มีเลย การ wax จะไม่ค่อยช่วย การสักจะช่วยได้มากกว่า
แต่ถ้าไม่มีคิ้ว ไม่อยากสักจริงๆ เขียนคิ้วด้วยดินสอเอาทุกวันก็ได้จ้า


สักคิ้ว แล้วมีปัญหา แก้ไขได้มั้ย

แก้ได้ค่ะ มีหลายวิธีด้วย อย่างที่แก้ไขเด็ดขาดเลย คือการทำ laser
แต่ราคาก็สูงและต้องทำหลายครั้ง แต่จะแก้ไขได้หมดจด
ถ้าไม่อยาก laser มาสักแก้ เปลี่ยนสี อย่างบางคนคิ้วออกสีอมม่วงหรือเทา
ก็มาสักใช้สีแก้ไขได้เหมือนกัน ถ้าคิ้วรูปร่างผิดไปก็สักแก้ได้ ลองปรึกษารช่างดูค่ะ


สักคิ้วแล้ว ยังต้องแต่งคิ้วอีกมั้ย

แล้วแต่คนค่ะ เพราะคิ้วที่สักมาจะสวยอยู่แล้ว แต่บางครั้งเราอาจจะอยากเปลี่ยนสี
คิ้วให้เข้ากับสีผมที่เราทำมา อาจจะใช้ mascara คิ้วย้อมสีขน
หรือเราอาจจะเขียนคิ้วเพิ่ม ให้ดูหนาขึ้น หรือหางยาว หัวเข้มขึ้นก็ได้
ไม่ได้มีข้อห้ามว่าสักคิ้วแล้ว จะแต่งเพิ่มไม่ได้ เพราะคิ้วเป็นเรื่องของ fashion
ถ้าเทรนด์ตอนนั้นเป็นยังไง เราก็ปรับคิ้วให้เหมาะกับเทรนด์ได้ค่ะ

----------------------------


ที่กิ๊บมาทำในวันนี้ เป็นการสักคิ้วสามมิติขั้นสูงแบบ Micropigmentation
ที่ร้าน Tingle ชั้น 3 ตึก All Season Places 
ตรงถนนวิทยุค่ะ 

กิบเลือกสักที่นี่ เพราะเห็นจากพี่ส้ม Beautybyorangina 
ทำแล้วสวยดี พี่ส้มก็แนะนำว่าช่างที่นี่ฝีมือดี และมีระบบการทำที่สะอาด 
พอลองหาข้อมูลดู รู้สึกว่าน่าเชื่อถือดี เลยเลือกที่นี่ค่ะ 

วิธีการสักแบบ micropigmentation ต่างจากการสักคิ้วทั่วไป 
คือ คล้ายกับการสัก แต่เป็นเทคนิคขั้นสูงในการฝังสีลงบนผิว
แต่ไม่ได้ลงไปลึกเท่าการสัก และอุปกรณ์ก็ไม่รุนแรงเท่าเครื่องสัก
อุปกรณ์ที่ร้าน TINGLE ใช้พัฒนามาจากเครื่องมือแพทย์ และผลิตจากโรงงาน
เครื่องมือแพทย์ในประเทศเยอรมนี อุปกรณ์นี้ควบคุมด้วยระบบ Microprocessor 
ทำให้มีความแม่นยำสูง ทำให้สามารถฝังสีลงไปได้อย่างแม่นยำ 




จุดเด่นของร้าน Tingle ที่กิ๊บชอบคือ อุปกรณ์ทั้งหมด นำเข้าจากเยอรมันค่ะ
เป็นเครื่องและสีของ Amiea ซึ่งสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ชัดเจน 
และเข็มที่ใช้ จะเป็นเข็มที่รับประกันได้ว่าจะไม่มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลย้อนกลับเข้าไปที่ตัวเครื่อง จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย 100% ไม่มีการปนเปื้อน
จากคนอื่นแน่นอน และช่างทุกคนผ่านการอบรมและทดสอบอย่างเคร่งครัด
จาก amiea ประเทศเยอรมนี

ที่นี่ ค่าบริการสักคิ้วสามมิติ คือ 13,900 บาท รวมการเติมสีหนึ่งครั้ง
ถ้าเป็นการแก้ไขจากร้านอื่น ราคาจะสูงกว่าคือ 21,900 บาท
รวมการเติมสีและแก้ไขทั้งหมดอีก 2 ครั้ง

ซึ่งราคาค่อนข้างสูง

แต่สิ่งที่ได้มาจากราคาที่สูงขึ้น คือ
ความมั่นใจได้ถึงอุปกรณ์ที่ใช้ กิ๊บซีเรียสเรื่องนี้มาก เพราะว่าการสัก
เป็นการที่เราต้องเอาเข็มเข้าไปแทงผิวหนัง มีการสัมผัสเลือด
เพราะฉะนั้น กิ๊บจะเลือกร้านที่ไว้ใจได้มากที่สุดเรื่องความสะอาด 
อุปกรณ์ที่ใช้ต้องมีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ และต้องเลือกใข้ช่างที่มีฝีมือดี 
มีประสบการณ์การสักมานาน และมีบริการที่ดีด้วย ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์ได้หมด
(สาวๆควรเลือกร้านที่ตัวเองสบายใจมากที่สุดค่ะ เพราะสักอยู่กับเราไปอีกนาน
หากเกิดอะไรผิดพลาด มาเสียใจทีหลังมันไม่คุ้มจริงๆค่ะ)

ช่างที่นี่เอาใจใส่ดีมากๆ วันนึงจะทำเคสใหม่ไม่เกินสามราย และทุกขั้นตอนตั้งแต่
การอธิบายจะทำโดยช่างที่ทำการสักให้เราคนเดียวตลอด
เพราะฉะนั้นราคาก็จะสูงตามไปด้วยจ้า

ก่อนทำ ช่างที่จะทำการสักให้เรา จะอธิบายวิธีการทำ และวัสดุที่ใช้ 
รวมทั้งสอบถามข้อห้ามที่ไม่ควรรับการสักด้วยค่ะ 
ก่อนทำ อ่านให้ละเอียดนะคะ เช็คให้ดี เพราะเป็นความปลอดภัยของตัวเราเอง
อ่านเสร็จแล้ว ต้องเซ็นยินยอมด้วยค่ะ




ช่างเปรียบเทียบให้ดูเลยว่า เข็มของจีน ที่บางร้านราคาถูกมากๆใช้ 
มีลักษณะแตกต่างกันกับเข็มของร้าน Tingle ที่มาจากประเทศเยอรมัน 
คือเข็มจากจีน จะมีโอกาสการย้อนของเลือดเข้ามาในด้านเข็ม 
เกิดการปนเปื้อนได้
และหัวเข็มที่ใช้ จะส่งแรงไม่ต่อเนื่อง ทำให้ผิวหนังมีอาการบาดเจ็บมากกว่า
เข็มของเยอรมัน จะป้องกันการย้อนกลับของเลือด มีอนามัย 
และฝีเข็มที่สม่ำเสมอ กำหนดแรงหนักเบาได้ และไม่ทำให้ผิวหนังบาดเจ็บ




ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการเลือกสี ตรงนี้ช่างจะเป็นคนเลือกให้เราเลยค่ะ 
ว่าสีผมเรา ทรงคิ้วเราเหมาะกับสีไหน 
ปกติสีผมคนไทยจะเหมาะกับสี Cocoa หรือ Granite
แต่ของกิ๊บ คิ้วขนสีเข้มมากอยู่แล้ว และไม่อยากให้คิ้วเข้มมากจนหน้าดุ
ช่างเลยเลือกให้เป็นสี Maroon ซึ่งจะอ่อนกว่าหน่อย
ถ้าครั้งที่สองพอใจแล้ว อาจจะมาเพิ่มเป็นสีที่เข้มขึ้นได้ 
อ้อ แต่ช่างอาจจะเลือกผสมสีให้เราก็ได้นะคะ แล้วแต่ความเหมาะสมค่ะ 
(ด้านล่าง สีแปลกๆสดๆนั่นสำหรับการแก้สีคิ้วค่ะ)




สีจะแยกอยู่ในขวดแบบนี้ ไม่มีการปนเปื้อน
เข็มเปิดอันใหม่ให้เห็นทุกครั้งค่ะ





เริ่มต้น ช่างจะทำการวัดและออกแบบคิ้วให้เหมาะกับเราก่อน
จะขึ้นอยู่กับโครงหน้าของเรา ว่าเหมาะกับคิ้วแบบไหน
โดยที่ช่างจะเก็บโครงคิ้วของเราให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เป็นธรรมชาติ
โดยเราสามารถออกความเห็นได้ค่ะ ว่าเราชอบแบบไหน ไม่ชอบแบบไหน
ทั้งนี่จะขึ้นกับโครงคิ้วกะหน้าเราด้วยนะ
 อย่างบางแบบถ้าเราบอกอยากคิ้วเหมือนดารา 
แต่ว่าขัด ไม่เข้ากับรูปหน้า ช่างก็จะเสนอแนะแบบที่เหมาะให้ค่ะ 

จากนั้นจะวาดเป็นโครงไว้แบบนี้ แล้วทำการ wax ขนคิ้วส่วนเกินออกให้หมด
คนที่ไม่เคย wax คิ้วมาก่อนอย่างกิ๊บ ยอมรับเลยค่ะว่าเจ็บ 555 
ไม่ได้เจ็บมากจนทนไม่ได้ แต่ก็เจ็บอ้ะ พอwax เสร็จ เห็นโครงแล้วชื่นใจ
คิ้วออกมาสวยแน่ๆ 5555







คิ้วกิ๊บเป็นรูปสามเหลี่ยมค่ะ ตรงหัวคิ้วไม่มีเลย แต่ช่วงกลางจะหนา และโค้งสูง
แนวโค้งเลยขอบตาไปเยอะ และหางคิ้วบางและยาวมาก
เพราะฉะนั้นหัวตาจะดูห่างกันมาก และกันคิ้วยากมากๆอ้ะ 
ของเดิมกิ๊บจะกันคิ้วช่วงบนออกเยอะมากๆ 
ก่อนมาทำ ก็ไม่กันคิ้วเลยเป็นเดือน เพราะว่าอยากให้ช่างเห็นคิ้วเดิมของเรา
และออกแบบให้เข้ากับรูปคิ้วมากที่สุด (แต่จริงๆไม่จำเป็นนะคะ)

พอช่างออกแบบคิ้ว และ wax คิ้วเสร็จ ก็ออกมาเป็นแบบที่อยากได้ 
และเป็นแบบที่กิ๊บเขียนเองปกติเลย คือ เติมหัวคิ้ว
ช่างเก็บช่วงโค้งสูงสุดของกิ๊บไว้ และเอาหางคิ้วออกให้สั้นลง 

ของเดิมกิ๊บขนคิ้วยาวมาก และเข้มมาก เพราะฉะนั้นหลังสัก กิ๊บยังต้อง
จัดแต่งทรงคิ้วต่อไปอีกค่ะ ต้องเล็มและกันคิ้วส่วนที่นอนจากรอยสักออก
แต่จะทำง่ายขึ้นเพราะมีโครงสักให้เห็นอยู่แล้ว  






เสร็จแล้วทายาชาทับคิ้วที่ wax ไว้ ใช้เวลาประมาณ 45นาที ก็จะชาพร้อมสัก




รอยาชาเสร็จ ก็เข้ามาทำการสักค่ะ 
เครื่องสักและเข็มที่สักหน้าตาเป็นแบบนี้ 




มาดูวิธีการสักกัน ช่างจะใช้เข็มสักค่อยๆวาดเป็นเส้นจำลองของเส้นขนคิ้ว
เพื่อให้ใกล้เคียงกับขนจริง เป็นธรรมชาติมากที่สุด
ไม่ได้วาดเป็นเส้นปื้นๆนะคะ ขั้นตอนนี้จะมีการวาดและเติมหลายๆครั้ง

ถามว่าเจ็บมั้ย บอกเลยค่ะ ว่ากิ๊บไม่ค่อยเจ็บเลย 5555
ตอน wax คิ้วหรือฉีด botox ที่เคยๆทำมาเจ็บกว่าอ่ะ
อันนี้จะคล้ายๆมีอะไรคมๆจิ้มแต่ไม่เจ็บอ่ะ ทนไหวสบายมาก
แต่ก็แล้วแต่ประสบการณ์แต่ละคนนะคะ ช่วงสักหลังๆจะเจ็บกว่าตอนแรกหน่อย 
อาจจะเพราะยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ 





เสร็จแล้วช่างจะเช็ดทำความสะอาด แล้วทายาชาแบบใส
หลังทำจะรู้สึกแสบๆคันๆ ช่างบอกว่าคนส่วนใหญ่จะเจ็บหลังทำเสร็จ
มากกว่าตอนที่กำลังสักอยู่ กิ๊บแค่แสบๆที่คิ้ว แต่ไม่เจ็บค่ะ 





ขั้นตอนสุดท้าย ช่างจะเอา wrap ใส โปะที่คิ้ว แล้วเอาเครื่องทำความเย็น
(จำไม่ได้จริงๆว่าเครื่องชื่อจริงว่าอะไร ขออภัยค่ะ)
แปะไปที่คิ้วที่เพิ่งสักเสร็จ เป็นการสมานแผล กันน้ำเหลืองซึมออกจากรอยสัก
และทำให้สีติดทนดียิ่งขึ้น ตัวความเย็นจะลดอาการบวมและอักเสบด้วย






กิ๊บสักคิ้วกับพี่โอปอล์ค่ะ ออกแบบคิ้วสวยถูกใจม้ากมาก 






โดยปกติ หลังการสักช่วงแรก อาจมีอาการบวมหรือแดงเล็กน้อยตามมาได้

เสร็จเรียบร้อยแล้ว มาดูผลงานกันค่ะ 
Before - After 




เปลี่ยนไปเยอะมากเลยอ้ะ อย่างที่บอกว่าคิ้วเนี่ยสำคัญจริงๆ
คิ้วเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน อิอิอิ









วิธีการดูแลหลังการสักคิ้วสามมิติ ตามนี้เลยค่ะ
เป็นหลักการเหมือนการดูแลแผลสด เพราะตอนนี้เหมือนแผลเราเปิดอยู่



ที่สำคัญมากๆ คือ 
หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ 2-3 วันแรก (ล้างหน้าเว้นบริเวณคิ้ว)
- ทายา Bepanthen ที่เป็นฟิลม์เคลือบผิว ทาหนาๆได้ยิ่งดี วันละ 2-3ครั้ง
เพื่อเป็นการลดความระคายเคือง และป้องกันแผล
ทาต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ 



- หลีกเลี่ยงการทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า
เช่นเลเซอร์ ซาวน่า ใน 2 สัปดาห์แรกหลังการสัก
และไม่ควรว่ายน้ำหรือดำน้ำ ให้เลี่ยงแสงแดดที่จะ
ทำให้ผลของสีออกมาไม่สมบูรณ์
แต่ถ้าหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ให้ทาครีมกันแดดประสิทธิภาพสูงๆ
- จะเกิดการตกสะเก็ด ช่วง 3-7 วันหลังการสัก
สะเก็ดปกติจะเก็นไม่ชัดเพราะเล็กมากๆแต่อาจมีอาการคันตามมาได้
ห้ามเกาเด็ดขาดค่ะ เพราะอาจทำให้สีจางหรือหลุดได้ 
ห้ามล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหลังสัก 1 สัปดาห์
- ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่นแผลบวมแดง หรือมีน้ำเหลืองออกมากที่บริเวณแผล
แผลบวมแดงมาก ควรพบแพทย์ทันที

ปกติผลการสัก จะไม่ได้สมบรูณ์หลังการสักทันทีค่ะ สีจะเข้มที่สุดประมาณวันที่ 3 
แล้วสีจะอ่อนลงหลังวันที่ 3 อีกประมาณ 30%
และจะเห็นผลแท้จริงประมาณ 4 สัปดาห์หลังตกสะเก็ด
และแผลหายเต็มที่แล้ว 
เพราะฉะนั้นช่วง 1 เดือนหลังการสัก ช่างจะนัดเพื่อทำการเช็คงาน
และเติมรอยสักในช่วงที่ยังจางหายค่ะ 



มาดูผลการสักหลังครบ 20 วันกันค่ะ





ช่วง 7 วันแรกสีคิ้วจะเข้มค่ะ หลัง 10 วันสีเริ่มจางลงจากตอนแรก
 โดยรวมกิ๊บชอบสีคิ้วที่เข้มๆแบบตอนแรกมากกว่า
เพราะว่าเวลาแต่งหน้าตอนนี้ คิ้วจะยังจืดไปนิด
ต้องเติม eyeshadow สีน้ำตาลที่คิ้วอยู่ ไม่เหมือนตอนแรกที่เป๊ะมากๆ
เลยกะว่าครบกำหนดที่ต้องไปเติมสีคิ้วที่หนึ่งเดือน จะขอช่างลงสีเข้มๆเลย
ส่วนเรื่องทรงคิ้ว ยังถูกใจและสวยเป๊ะอยู่ค่ะ ถึงตอนนี้ขนคิ้ว
จะงอกเกินขอบรอยสักออกมานิดหน่อย แต่การที่มีโครงคิ้วที่สัก
ทำให้กันคิ้วเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลย





ขอบคุณสาวๆทุกคนที่เข้ามาชม
หวังว่าบลอคนี้จะเป็นประโยชน์กับสาวๆบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ


ดูข้อมูลหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
//www.tinglebrow.com
Tel : 02 654 0176




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2556    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2556 20:57:29 น.
Counter : 90925 Pageviews.  

พามาชมทรีตเมนต์ Active Beauty Perfect กับ Wuttisak Clinic แก้ปัญหาผิวครบถ้วนในทรีตเมนต์เดียวค่ะ



สวัสดีค่ะ สาวๆ

เรื่องผิวพรรณเนี่ย เป็นเรื่องที่นิ่งนอนใจไม่ได้เลยจริงๆค่ะ การบำรุงผิวที่ดี
จะทำให้ผิวสดใสและริ้วรอยก็ไม่เกิดก่อนวัยอันควรด้วย ต่อให้แต่งหน้าเก่งยังไง
แต่ถ้าผิวสวยจากภายในจริงๆ ไม่ต้องแต่งหน้าก็สวยได้ค่ะ
ทีนี้ ปัญหาคือ ถ้าเราไม่ค่อยมีเวลาบำรุงดูแลผิว แต่อยากผิวดีล่ะ
อย่างกิ๊บ ทำงานเยอะมากๆค่ะ เวลาพักผ่อนก็น้อย ไม่มีเวลาบำรุงผิวเท่าไหร่
อย่างมากก็ทาครึมตอนเช้าและก่อนนอน แต่ว่าเวลาที่เราพักผ่อนน้อย
รู้สึกว่าการบำรุงแบบเดิมๆ ไม่ค่อยเพียงพอเท่าไหร่เลย

เดี๋ยวนี้มีคอร์สความงามให้เลือกเยอะมากๆค่ะ
เป็นตัวช่วย ให้กับสาวๆที่ไม่ค่อยมีเวลาสักเท่าไหร่ หรือสาวๆที่ไม่สันทัด
ในการเลือกสกินแคร์ดูแลผิวพรรณ ก็เหมาะมาก บางคนอยากให้ผิวดีมีสุขภาพขึ้น
แบบเร่งรัด คอร์สการดูแลผิวก็จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ

กิ๊บมีโอกาสเข้าไปทดลองรับบริการ การดูแลผิวของ Wuttisak Clinic มาค่ะ


www.wuttisakclinic.com

กิ๊บเลือกทรีตเมนต์ที่มีชื่อว่า Active Beauty Perfect

ซึ่งเน้นการดูแลลผิวอย่างล้ำลึก เข้าสู้ระดับเซลล์ เน้นการดูแลผิวอย่างครบวงจร
ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เพิ่มการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เพื่อให้ผิวหน้าสดใสและเรียบเนียน
รักษาจุดด่างดำ จากสิวฝ้า กระให้จางลง
รบรอยเหี่ยวย่นเล็กๆเมื่อทำอย่างต่อเนี่อง
เพื่อความชุ่มชื้นให้กับผิว กระชับรูขุมขน
และลอกสิวเสี้ยน เพิ่มความเกลี้ยงเกลาให้กับใบหน้า

ก็ตรงกับที่กิ๊บต้องการเลยค่ะ เพราะว่าช่วงนี้กิ๊บพักผ่อนน้อย หน้าโทรมมาก
พอเราพักผ่อนน้อย ผิวก็จะขาดความชุ่มชื้น ดูหมองคล้ำ สักพักริ้วรอยก็จะตามมา
น่ากลัวมาก เลยเลือกทรีตเมนต์นี้ เพราะครอบคลุมทุกปัญหาที่ต้องการแก้ไขเลย









ทรีตเมนต์นี้จะใช้วิตามินและครีมบำรุง และเสริมการทำงานด้วยเครื่อง super sonic
ซึ่งเป็นเครื่องมือขนาดเล็ก ทำงานคล้ายเครื่องนวด ใช้พลังคลื่นความถี่ต่ำ
ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ช่วยผลักยาต่างๆให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ลึก กว่าการทาครีมทั่วไป
โดยมีความปลอดภัยสูง และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ใต้ผิว
ทำให้ผิวกระจ่างใส และนุ่มขึ้นด้วยจ้า


กิ๊บเข้ามารับบริการที่ Wuttisak clinic สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวค่ะ
อยู่ในเดอะวันพาร์ค ด้านหน้าของห้าง หาไม่ยากเลยค่ะ
สาขานี้ขนาดจิ๋วนิดนึง แต่ก็บรรยากาศสบายๆ







ห้องทรีตเมนต์แต่ละห้อง แยกเป็นสัดส่วนดีค่ะ ค่อนข้างเป็นส่วนตัว
เพราะแต่ละห้อง มีสองเตียงเท่านั้น
แต่แต่ละสาขาอาจจะแตกต่างกันได้ค่ะ

พอเข้าไปถึงจะมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำตัว และเริ่มเตรียมค่ะ
จะเอาผ้าขนหนูมารองบริเวณหน้าอก และพันรอบศรีษะกันเลอะผมและเสื้อผ้า

แนะนำสาวๆที่จะเข้ามาทำทรีตเมนต์ ว่าไม่ต้องแต่งหน้ามานะจ้า
แต่ถ้าแต่งหน้ามาก็ไม่ต้องกังวล สุดท้ายต้อง cleansing ก่อนทำทรีตเมนต์อยู่แล้วค่ะ







ขั้นตอนของทรีตเมนต์ Active Beauty Perfect มีหลายขั้นตอนเลยค่า
ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 45 นาที

มาดูแต่ละขั้นตอนกันเลย

1. cleansing ชำระสิ่งสกปรก และเครื่องสำอางค์ให้หมดจด
เพื่อให้การบำรุงผิวได้อย่างเต็มที่ - ผู้เชียวชาญจะใช้ cleanser นวดทั่วหน้า
แล้วใช้สำลีชุบน้ำเช็ดออกค่ะ เย็นๆนิดนึง แค่เริ่มขั้นตอนแรกก็สบายแล้ว เคลิ้มๆ 555

2. Oxygen Mask ช่วยผลักวิตามินเข้าสู่ผิว เนื้อมาสก์จะเป็นคล้ายๆเจล
พอทาลงบนผิว จะค่อยๆฟูขึ้นเรื่อยๆกลายเป็นเนื้อโฟม ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
ตอนที่ทามาส์กตอนแรกจะแค่เย็นๆ จากนั้นเนื้อมาส์กจะพองเป็นฟอง
ช่วงนี้จะคันหน้ามากฮะ 555 มันจะรู้สึกยิบๆที่ผิว อยากเอามือไปเกามากๆเลย
แต่ไม่ได้อยากสวยต้องอดทน พอทาครบสามนาที ลองถ่ายรูปดู
เห็นเป็นฟองฟูแต็มหน้าเลย แปลกดีจัง สดชื่นผิวดีค่ะ






3. ใช้เครื่อง Super sonic ผลักวิตามิน A เข้าสู่ผิว เพื่อให้ผิวหน้าขาวใส ไร้ริ้วรอย

4. ใช้เครื่อง Super sonic ผลักกรดผลไม้ เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่า
เพิ่มการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนสดใส ลดรอยดำจากสิว กระ
5.
ใช้เครื่อง Super sonic ผลักวิตามิน C เพื่อลดการสร้าง Melanin ซึ่งเป็นต้นเหตุ
ของสีผิวที่คล้ำ และช่วยให้กระและฝ้าจางลง
6. ใช้เครื่อง Super sonic ผลัก collagen ช่วยการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
และช่วยให้การเรียงตัวของ collagen ดีขึ้น
7. ใช้เครื่อง Super sonic ผลักตัวยากระชับรูปขุมขน
 เพื่อกระชับรูขุมขนที่กว้างให้เล็กลง

ช่วงขั้นตอนที่ 3-7 ผู้เชียวชาญจะค่อยๆลงเนื้อครีมลงไปบนผิว
แล้วใช้เครื่อง super sonic วนไปบนเนื้อครีมเรื่อยๆเลยค่ะ
เครื่อง super sonic จะวนๆบนผิวเบาๆ ไม่เจ็บนะคะ ออกแนวเย็นๆมากกว่า
จังหวะนี้เราก็นอนฟังเพลง ผิดตาสบายๆเลยค่ะ จริงๆคือเคลิ้มมาก หลับไปด้วย อิอิ

(ขออภัย รูปน่ากลัว นิดสนึง >"<)





8. Brightening mask หรือมาส์กหน้าใส ที่หน้า และ collagen mask ที่คอ
เพื่อให้ผิวหน้าและคอกระจ่างใส ไร้ริ้วรอย รูขุมขนเล็กลง
9. น้ำแร่ Detox เพิ่มความสดชื่นบนใบหน้า
10. ลอกสิวเสี้ยน
11. แปะอายเจลที่บริเวณรอบดวงตา เพื่อความสดชื่นและกระชับผิวรอบดวงตา

ถึงขั้นตอนนี้ หนาวมากกกกก กิ๊บเป็นคนขี้หนาวค่ะ
พอเอามาส์กเย็นแปะตาขนลุกเลย ในห้องทรีตเมนต์ก็หนาวนิดนึงนะ 5555
ใครจะมาทำทรีตเมนต์นี้ อย่าลืมใส่เสื้อหนาวมา







12.
ใช้เครื่องมือ super sonic ผลัก aloe vera เข้าสู่ผิว เพิ่มความสดชื่น,
antioxidant เพื่อเพิ่มปราการป้องกันให้ผิว
13. ทาครีมบำรุง และครีมกันแดด ป้องกันมลภาวะทำอันตรายต่อผิว

เห็นมั้ยคะ ขั้นตอนบำรุงเยอะมากๆอ่า แต่ว่าเรานอนเฉยๆ สบายเลย
ให้ผู้เชียวชาญช่วยดูแลผิวให้โม้ดดด พอจบขั้นตอนสุดท้าย กำลังเคลิ้มๆ
ผู้เชียวชาญยังทำการนวดศรีษะ คอ บ่าและเขนให้ด้วย
โอ้ สบายมากๆเลยจริงๆค่ะ เดินออกมาตัวปลิวเลย


จะเห็นว่าขั้นตอนบำรุงมีเยอะมากๆ เพราะฉะนั้นก็เป็นการดูแลผิวที่เรียกได้ว่า
ครบถ้วนยิ่งกว่าที่เราจะทำการบำรุงด้วยตัวเอง
กิ๊บรู้สึกว่าเหมาะมากๆจริง กับคนที่เวลาบำรุงผิวน้อยๆอย่างกิ๊บ
ถ้าเข้ามาทำทรีตเมนต์ อาทิตย์ละครั้ง ก็เหมือนเป็นการบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกเลย
แถมยังได้พักผ่อนในตัวด้วย เพราะว่าสบาย ผ่อนคลายจริงๆค่ะ

หลังทำทรีตเมนต์ รู้สึกว่า ผิวหน้าเนียนและนุ่ม ชุ่มชื้นมากๆค่ะ
 ผิวรู้สึกดีอย่างเห็นได้ชัดเลย ขนาดทำแค่ครั้งแรก ก็รู้สึกดีแล้ว
ใครอยากให้ผิวสุขภาพดีขึ้นเร็วๆ อันนี้ก็เหมาะมากค่ะ

แต่อย่าลืมว่า เนื่องจากมีการใช้ยาบำรุงในทรีตเมนต์หลายตัว สาวๆที่มีผิวแพ้ง่าย
อาจจะต้องระวังนิดนึง เพราะก็มีโอกาสแพ้ได้ค่ะ
อีกอย่างคือ ทรีตเมนต์ราคาค่อนข้างสูงอยู่ค่ะ และหากจะให้ผลชัดเจน
อาจจะต้องทำต่อเนื่อง


ขอขอบตัณ Wuttisak Clinic ที่ให้กิ๊บได้ลองทำทรีตเมนต์ดีๆนะคะ
สาวๆที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่ link เวบด้านบน
หรือเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คลินิคก็ได้ค่ะ

ขอบคุณสาวๆที่เข้ามาชมค่ะ








Disclaimer - Sponsored Content



ชอบใจยังไง อย่าลืมกด like ที่ fanpage SuperGiBZz ที่ link ด้านล่างด้วยนะค้า
มีข่าวสารความงามและกิจกรรมให้เล่นกันด้วยจ้า


SuperGiBZz

















 

Create Date : 28 สิงหาคม 2556    
Last Update : 28 สิงหาคม 2556 21:03:16 น.
Counter : 5335 Pageviews.  

สวยแบบปลอดภัยได้มาตรฐาน ด้วย Dysport โบทอกซ์ที่ช่วยให้รอยย่นหายไปได้ ไม่หน้าตึงเป็นคุณนายโบทอกซ์ค่ะ



สวัสดีค่ะ สาวๆ
วันนี้กิ๊บจะมาชวนคุยกันเรื่องนวัตกรรมความงามใหม่ๆ
ที่กิ๊บเพิ่งไปได้รับข้อมูลมาจาก Siam Dermatik's Clinic ค่ะ
เห็นว่าน่าสนใจมากๆ เลยรีบเอามาแชร์ให้สาวๆค่ะ

งานนี้จัดที่ Siam Dermatik's Clinic สาขาพระโขนงค่ะ
อยู่ที่ชั้นสองของตึกไทซิน ชั้น2 ลงจาก BTS พระโขนงมาจะเจอเลย หาไม่ยากค่ะ
แต่ที่นี่จะมีความพิเศษนิดนึง 
ตรงที่ต้องโทรเข้ามานัดหมายคุณหมอก่อนเท่านั้นค่ะ
ใครอยากดูข้อมูลคลินิคเพิ่ม ดูได้ที่นี่ค่ะ www.siamdermatiks.com








วันนี้คุณหมอที่จะเป็นผู้มาให้ความรู้และสาธิตการฉีดโบทอกซ์
 จากประเทศอังกฤษ ชื่อ Dysport
คือ
นพ.สมิทธ์ อารยะสกุล หรือหมอโอ๊คนั่นเองค่า
กิ๊บเคยเจอหน้าคุณหมอมาบ้างแล้ว แต่เจอที่ไรก็แอบตื่นเต้น
พี่หมอหล่อมั่กๆ คิคิคิ







ปัจจุบันมีสาวๆที่นิยมฉีด โบทูลินั่มท็อกซิน หรือที่เรียกง่ายๆกันว่า โบทอกซ์
เพราะว่าเป็นวิธีที่ทำให้เราสวยกันได้แบบง่ายๆเลย
แต่สาวๆรู้มั้ยคะว่า จริงๆแล้ว Botox มีหลายผู้ผลิตมาก

แล้วถามว่า การเลือกใช้ botox ของแต่ละผู้ผลิตมีความแตกต่างกันมั้ย

อันนี้ต้องบอกเลยว่า มาตรฐานคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ก็แตกต่างกันไป
แล้วเวลาเราเข้าไปรับบริการ จะเลือก botox ไหนดี
ก็ต้องยอมรับว่า สาวๆส่วนใหญ่ก็จะเลือกตามที่แพทย์ผิวหนังประจำคลินิคเลือกให้
แต่สาวๆรู้มั้ยคะว่า จริงๆแล้วเราสามารถแจ้งระบุได้ด้วยนะ
และ botox ที่เราเลือกก็มีผล เรื่องความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานความปลอดภัย
แตกต่างกันด้วยล่ะ ไหนๆจะสวยทั้งที ก็ต้องมีความปลอดภัยใช่มั้ยล่ะคะ

วันนี้กิ๊บจะชวนมารู้จัก Dysport
มาลองอ่านบลอคนี้ดู น่าจะช่วยให้ความรู้สาวๆเรื่อง botox ได้มากขึ้นจ้า







Dysport เป็นโบทูลินั่มท็อกซิน ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษมีต้นกำเนิดตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1986 เลยนะ
กลไกการทำงาน ก็คือ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่รัดผิวหนังให้เป็นรอยพับ
รอยยับ รอยย่น ให้อ่อนแรง ทำให้ริ้วรอยต่างๆจะแลดูจางลง


ที่แตกต่างคือ Dysport ยังไม่มีสินค้าเลียนแบบ ทำให้มั่นใจว่าได้ของแท้แน่นอน
และทีเด็ดคือ ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย  Clostridium botulinum 
สายพันธุ์ที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ ที่ทำให้มีคุณลักษณะเฉพาะ
ด้านการกระจายตัวของยา ทำให้ลดเลือนริ้วรอยได้อย่าง เรียบเนียนกว่า
ขจัดได้แม้แต่รอยริ้วจางเล็กๆ ทั่วใบหน้า

เห็นผลเร็วกว่า อยู่ได้นานกว่า และแลดูเป็นธรรมชาติมากกว่า


  และด้วยเทคนิคการฉีดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Dysport
ที่เรียกว่า Dermatiks happy soft lift ซึ่งเป็นเทคนิคการฉีดที่กิ๊บจะได้มา
ทดลองในวันนี้ด้วยค่ะ ซึ่งเทคนิคนี้มีข้อดีคือ ทำให้เห็นผลหลังฉีดเร็วมาก
คือประมาณ 3-5 นาทีหลังฉีด เรียกว่าเห็นผลได้แทบจะทันทีเลย
และฉีดแล้วสามารถขยับหรือแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง
ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเรียกว่า คุณนาย โบท้อก แน่นอน ^^
แถมเทคนิคนี้
จะช่วยทำให้การจัดเรียงตัวของคอลลาเจนในชั้นผิวหนังดีขึ้น 
ช่วยยกกระชับใบหน้าให้เรียวเล็ก และ ลดเลือนริ้วรอยไปพร้อมๆกันด้วย













มาดูขั้นตอนกันเลยดีกว่าค่า

- ตอนแรก คุณหมอจะให้คำปรึกษาถึงปัญหาและข้อกังวลของเรา
และให้คำแนะนำถึงวิธีการฉีด Dysport UK ที่เหมาะสมและบริเวณที่ควรฉีดให้ค่ะ
- จากนั้น ทำความสะอาดหน้าในบริเวณที่จะทำการฉีดโบทอกซ์
ซึ่งจะทำความสะอาดและเตรียมการฆ่าเชื้อไปด้วย
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวจ้า ถ้าไม่มั่นใจจะแต่งหน้าออกจากบ้านมาก่อนก็ได้
- คุณพยาบาลจะทายาชาสีขาวทึบลงบนบริเวณที่จะทำการฉีด
แล้วพัน wrap สีใสไว้แบบนี้ ใช้เวลาให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 45 นาทีค่ะ
- พอยาชาออกฤทธิ์ คุณหมอจะเช็ดยาชาออก แล้วลงยาฆ่าเชื้อ
ในบริเวณที่จะทำการฉีดอีกครั้ง จากนั้นทำการฉีดโบทอกซ์ค่ะ



ซึ่งเทคนิค
Dermatiks happy soft lift ที่กิ๊บมาทำการฉีดในวันนี้
เน้นการยกกระชับรอบๆใบหน้าค่ะ ไม่ได้ลดขนาดของกล้ามเนื้อ
หรือแก้ไขรอยย่นตรงไหนเป็นพิเศษ เพราะว่า กิ๊บเป็นคนหน้าเรียวมากอยู่แล้ว
555 ไม่มีกล้ามเนื้อกรามเลย และไม่มีริ้วรอยอื่นเยอะ
วันนี้เลยเน้นฉีดยกกระชับ ซึ่งจะทำให้หน้าดูสดชื่น และดูหน้ากระชับมากขึ้นค่ะ


วิธีการฉีด คุณหมอจะใช้เข็มขนาดเล็กๆ ค่อยๆสะกิดในชั้นผิวหนัง (Intradermal)
ซึ่งจะตื้นกว่าการฉีดโบทอกซ์เดิมๆ ที่จะฉีดเข้าไปลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ
(Intramuscular) แล้วฉีดโบทอกซ์เข้าไปให้ผิวหนังเป็นรูปนูนเล็กๆ
ทั่วกรอบหน้าเลย บอกไม่ได้ชัดๆว่าฉีดทั้งหมดกี่จุด แต่การฉีดจะฉีดกระจาย
เป็นจุดเล็กๆรอบใบหน้าเลย ถามว่าเจ็บมั้ย ก็เจ็บนิดๆคล้ายมดกัดค่ะ
แต่เพราะว่าทายาชาแล้ว ก็จะไม่เจ็บมาก ทนได้เพื่อความงามค่า






มาดูกันว่าหลังฉีดทันทีจะเป็นแบบนี้จ้า
คือจะเป็นจุดๆนูนๆเล็กๆคล้ายยุงกัด ทั่วใบหน้าในบริเวณที่ฉีดยา
ซึ่งไม่ต้องกังวลนะ จุดเล็กๆนี้จะยุบไปเองภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมงค่ะ

กิ๊บฉีดโบทอกซ์ไปทั้งหมด 120 ยูนิตรอบใบหน้าค่ะ











เปรียบเทียบให้ดูภาพก่อนและหลังฉีด ประมาณ 10 วันค่ะ
(รอประมาณ 10 วัน โบทอกซ์จะได้ออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว)
จะเห็นว่าขนาดหน้าดูไม่แตกต่างกันมาก เพราะว่ากิ๊บหน้าเรียวมากอยู่แล้ว
แต่ตัวเองแอบรู้สึกว่าหน้าเล็กลง และรู้สึกว่าหน้าดูกระชับขึ้นจริงๆค่ะ
ตามมุมหน้า ดูแก้มไม่หย่อนคล้อยเหมือนเดิม และดูคิ้วกระชับขึ้น
หางคิ้วยกขึ้นเล็กน้อย ทำให้ตาดูสดใสขึ้น

โดยรวม ไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ดูหน้าสดใสขึ้นค่ะ
ซึ่งกิ๊บพอใจแล้วค่า เพราะตัวเองไม่อยากเปลี่ยนรูปหน้าอยู่แล้ว









จุดที่สำคัญที่สุด คือความปลอดภัยใช่มั้ยคะ
แต่มั่นใจได้ในประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของ Dysport ได้
เพราะใช้เทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงในการสกัดตัวยาจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum ทำให้คงประสิทธิภาพยา
และมีความคงตัวของยาที่ดีกว่ายี่ห้ออื่น


Dysport ผ่านงานวิจัยทางการแพทย์ทั้งใน และต่างประเทศ
เรื่องประสิทธิภาพ และความ ปลอดภัยมายาวนานกว่า 30 ปี 

เป็นที่ยอมรับและนิยมใช้ทั่วยุโรปเลยค่ะ








จุดที่แตกต่างที่สุดของ Dysport คือเป็นชนิดเดียวที่มีขนาด 500 ยูนิต
คือหน่วยจะแตกต่างไป แต่การใช้งานมีความแรงเท่าๆกัน

ถ้าเทียบกันแล้ว ประสิทธิภาพ dysport 1 ขวดจะเท่ากับ 2 ขวดของยี่ห้อเดิม 
แต่มีราคาที่ย่อมเยากว่าถึง  25-40 %

สามารถใช้ได้เหมือนๆกันเลยนะคะ สามารถฉีดได้ทุกจุดเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นรอยย่น อาทิ หน้าผาก ตีนกา หรือลดขนาดกราม
ก็สามารถใช้ Dysport ได้หมดค่ะ

การทำงานของ dysport จะเห็นผลภายใน 2-7 วัน
และอาจคงสภาพอยู่ได้นาน 3-8 เดือน
ขึ้นอยู่กับการใช้งานกล้ามเนื้อของแต่ละคนค่ะ

สามารถใช้ร่วมกับเทคนิคอื่นๆในการลดเลือนริ้วรอยได้อย่างปลอดภัยค่ะ

แอบแถมข้อควรระวังหลังการใช้นิดนึงว่า
ไม่ควรนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมง

ห้ามประคบร้อน  ซาวน่า  ไอออนโต  โฟโน ที่มีอุณหภูมิสูง 7-14 วัน
ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีด เว้นแต่แพทย์จะแนะนำ


ในเรื่องราคา จะขึ้นกับปริมาณยาที่ใช้ แต่คร่าวๆคือ
ราคาเริ่มต้น 1,800 – 5,000 บาท  ต่อจุดที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย
 หรือปรับยกกระชับทั้งรูปหน้า ราคาเริ่มต้น 3,000-30,000 บาท

ส่วนที่กิ๊บฉีด ราคาอันนี้ต้องรบกวนสอบถามที่คลินิคนะคะ
เพราะว่าแต่ละคนจะใช้ปริมาณไม่เท่ากัน และเทคนิคไม่เหมือนกันค่ะ



 สาวๆที่อ่านแล้วสนใจ ก็ลองติดต่อได้ที่แพทย์ผิวหนัง ตามคลินิคและ
ในโรงพยาบาลชั้นนำทั่วไป และอย่าลืมว่าต้องถามหา Dysport (ดิสพอต)

นะคะ เพื่อให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานจริงๆ และมีความปลอดภัยสูงเนอะ


สนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
//www.dysport.com
//dysportusa.com/
https://www.youtube.com/watch?v=75o66_tmAC8
https://www.youtube.com/watch?v=sLHeOE1Znnk
https://www.youtube.com/watch?v=ToKjzNwRQZU
https://www.youtube.com/watch?v=4TYxUT54OIw   







ขอบคุณสาวๆทุกคนที่เข้ามาชมค่ะ










 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2556 23:58:29 น.
Counter : 8554 Pageviews.  

1  2  

SuperGiBZz
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]





สวัสดีค่า SuperGiBZz หรือจะเรียกกิ๊บก็ได้
ปีนี้ก็เขียนบลอคมาเป็นปีที่ห้าแล้ว
บางคนอาจจะจำกันได้ในชื่อ Login เดิม"แบแบ"ค่ะ

ก็เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ชอบเรื่องความงาม แฟชั่น
ไลฟ์สไตล์ อาหารอร่อยๆ
และที่สำคัญชอบซื้อเครื่องสำอางค์ม้ากกกก
เลยอยากจะมาแชร์ความชอบกับเพื่อนๆค่ะ
ไม่ใช่คนแต่งหน้าเก่ง ไม่ได้ผิวดีเลิศเลอ
แต่มีอะไรดีดีก็อยากมาแบ่งปันจ้า

ยินดีต้อนรับเพื่อนๆทุกคนนะค๊าาา
ติดต่อกิ๊บได้ที่ skippyth@yahoo.com

มีอะไรสอบถามเพ่ิมเติมได้ ยินดีตอบทุกคำถามจ้า

Blog created : 4/12/2007








free hit counter
start counting since 19 Aug,2012
New Comments
Friends' blogs
[Add SuperGiBZz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.