ความทรงจำดีๆ..เกิดขึ้นได้เสมอ...
Group Blog
 
All blogs
 

ของน่าซื้อจากฮาลอง-ฮานอย

หลายๆคนอาจกำลังมองหาของฝากที่จะซื้อมาเป็นที่ระลึก..หรือมอบให้คนรู้จักกัน..วันนี้เลยขอยกตัวอย่างของที่น่าสนใจซื้อหามาได้ราคาไม่แพงค่ะ
..
1.หมวกเวียดนาม...อันนี้ซื้อมาจากตลาดไนท์มาร์เก็ต..ริมทะเลที่ฮาลองค่ะ..ตลาดที่นี่ของถูกค่ะเมื่อเทียบกับตลาดอื่น..การต่อรองราคาให้ต่อแบบครึ่งๆ.....ต่อราคาไปแบบไม่ตั้งใจ..จาก 60 ต่อเหลือ 30 จะต่อเหลือ 20 บาทก็เกรงใจค่ะ
2. กระจกไม้เวียดนามค่ะ..อันนี้ซื้อกลับมาหลายโหลค่ะ หลังจากยืนต่อรองราคาแล้ว..ได้อันละ 20 บาท ที่ตลาดไนท์มาร์เก็ตเช่นเดียวกันค่ะ
3. กระเป๋าปักรูปสาวเวียดนามค่ะ....ใช้ดีใช้ทนค่ะ..มีหลายแบบให้เลือกซื้อมาแค่โหลเดียวเองค่ะ..จาก 90 ต่อสุดๆแล้วได้ใบละ 50 บาทค่ะที่ตลาดไนท์มาร์เก็ตเช่นเดียวกันค่ะ
4. กระเป๋ายีนส์ปักลายดอกไม้..ใบนี้ซื้อที่ฮานอยค่ะ..แต่ได้มาแค่ใบเดียวค่ะ..ถ้าจำไม่ผิดใบละ 120 เอง
5.และนอกจากนั้นก็ยังมีพวกตุ๊กตาเซรามิคสาวเวียดนาม...(ตัวละ 30)....กล่องใส่เครื่องประดับ..(ราคาแล้วแต่ขนาดของกล่อง)...กระเป๋าตังค์ปัก(งานแฮนด์เมก)..ใบละ 40 บาท..มีคนบอกว่าที่เวียงจันท์ใบละร้อยกว่าบาท
...สรุปแล้วของถูกจริงๆค่ะที่เวียดนามเนี้ย...ใครที่กำลังจะเดินทางไป..บอกได้เลยค่ะ..ไม่ต้องกังวัลเรื่องเงินซื้อของฝาก..มีแค่ 2 พันกว่าๆก็ได้ของกลับมาเพียบ....





 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 1:01:24 น.
Counter : 1855 Pageviews.  

เก็บตกรายทาง..

<<ว่าด้วยเรื่องอาหาร>>



คุณภาพ...ดี  
หน้าตา...ดี 
บรรยากาศ...ดีมาก  
การบริการ..ดี
วัตถุดิบ..ดีมาก
รสชาด..พอใช้
Comment อื่น ๆ    มีแต่รส  จืด  มัน   เค็ม....ถ้าใครจะไปแนะนำให้พกน้ำปลา  น้ำจิ้มสุกี้/น้ำจิ้มทะเล  น้ำพริก หมูยอง...มีแค่นี้รับรองเจริญอาหาร ส่วนใครไม่ชอบกินผักก็แย่ไป


<<การเดินทาง>>
 -  ใช้เวลาจากยุดยาไปสนามบินเกือบ 2 ชม.
 -  เดินทางโดย Air Aais ใช้เวลา 1.45 นาที (เร็วกว่าขับรถมาสนามบินอีก)


<<สภาพการจราจร>>


ใช้เลนถนนสลับกับบ้านเรา (ขับซ้าย)
- กฎหมายเวียดนามกำหนดให้รถวิ่งความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.
            (ในเวียดนามเลยไม่ค่อยมีอุบัติเหตุแต่ช้าโคตร..)
- มอเตอร์ไซต์เยอะมากๆ...ขับแบบไม่สนใจชาวบ้านแต่เขาสวมหมวกกันน็อคและมีผ้าปิดปากทุกคนเลย
- มีไฟเขียวไฟแดงเหมือนบ้านเรานั้นแหละ


<<น้ำดื่มนั้นสำคัญไฉน?>>


-  ในภัตตาคาร....เสิร์ฟน้ำครึ่งแก้ว
-   ขวดน้ำไซส์  มินิ....(ครึ่งหนึ่งของขวดเล็กบ้านเรา)
-  ราคาน้ำดื่มแพงมาก...อย่างน้ำเปล่าขวดละ 20 บาท ส่วนน้ำอัดลมกระป๋องละ เกือบ ๆ 50 บาท    
 
<<ประเทศนี้ไม่มีคนอ้วน>>
-ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีคนอ้วนเลย...เพราะเขาบริโภคกันแต่ผักๆๆ



<<เกษตรกรรมอย่างแท้จริง>>


-ปลูกข้าวกันทุกหย่อม...ตั้งแต่ภาคเหนือของประเทศถึงภาคใต้...จะเห็นได้ตั้งแต่ออกจากสนามบิน...และทำนากันจนถึง 5 โมงเย็น
-ปลูกผักไว้กินเอง...ซอกเล็กซอกน้อยมีที่นิดนึงปลูกผักกินเองหมด..(เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ) ฉะนั้นเมื่อมาที่นี้จะได้กินผัก ผลไม้ สด ๆ (ส้มลูกเล็กอร่อยมาก)


<<การแต่งกายของคนเวียดนาม>>
-วัยรุ่นผู้หญิง...กางเกงขาเดฟ+เสื้อยืด มีเสื้อคุมอีกตัว + รองเท้าผ้าใบ ส่วนใครแรง ๆ หน่อยก็ใส่รองทองบู๊ต
-วัยรุ่นชาย ....เสื้อเชิ๊ตสีขาว+กางเกงยีนส์...รองเท้าผ้าใบ
-ส่วนชุดอ๊าวหญ่าย ไม่ค่อยมีเห็นทั่วไป..จะเจอแต่พนักงานเสิร์ฟในภัตคาร


<<เรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ>>


-อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 10,000 ดอง (บ้านเขาออกเสียง ดง) คิดเป็น 20 บาท
มาอยู่ที่นี่พกกันเป็นล้าน
-บางร้านก็รับเงินไทย..และUS


<<ภูมิใจไทยโกอินเตอร์>>


-กระทิงแดง..แบบกระป๋องได้รับความนิยมมาก..ถึงขนาดมีไว้ในตู้เย็นของโรงแรม


<<ว่าด้วยเรื่องห้องน้ำ>>


-มีปัญหากับห้องน้ำทุกทีเลย  ห้องไหนมีประตูจะไม่มีกอน/หรือมีแต่ไม่สมบูรณ์
-บางที่ไม่มีประตู..(ทำใจไม่ได้) นั่งกันเห็น ๆ
-ประตูบานสไลด์บ้าง...กระจกบ้าง
(แต่ถ้าในโรงแรมก็จะดีหน่อย..เหมือนบ้านเรา)


<<โทรศัพท์..เปิดใช้งานไม่ต้องเติมเงิน>>
   ใช้ซิมเวียดนาม..ระบบ VINA PHONE เพิ่มโบนัสค่าโทรเป็นแสน..โทรกลับเมืองไทยสบายๆ


**************************************


ปิดบันทึกการเดินทาง....(บรรยายไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่เลย)...แล้วเจอกันใหม่เมื่อมีโอกาส
ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านกันนะจ๊ะ....






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 1:02:09 น.
Counter : 170 Pageviews.  

ล่องเรือฮาลอง..เดินเล่นฮานอย ตอนที่ 4

เคารพศพ ลุงโฮ โบกมือลาฮานอย...
**************************************
เช้าวันใหม่..วันสุดท้ายของการเดินทาง เวลานัดเหมือนเดิม 6 7 8
...บรรยากาศห้องอาหารไฮโซ ...แต่รสชาติไม่ได้เลย...สุดท้ายต้องขึ้นมากินมาม่าที่เตรียมใส่กระเป๋ามาจากเมืองไทย



08.00 น.  เดินทางสู่สุสานโฮจิมินท์  คณะของเราโชคดีได้วางพวงมาลาโดยมีทหาร
เดินนำหน้าด้วย (วันนึงจะรับแค่ไม่กี่คณะและมีเฉพาะช่วงเช้า)
กล้อง + โทรศัพท์มือถือ ทุกอย่างต้องฝากไว้ที่ลุงไกด์ เพราะเขาจะไม่ให้เอาเข้าไป
และลุงไกด์จะไปรออีกทางตรงทางออก มีการเอ็กซ์เรย์ทีละคนเลยนะ
ฝนตกลงเม็ดเป็นละออง....อากาศเย็น
ยิ่งพอวางพวงมาลาเสร็จแล้ว...เดินเข้าไปเคารพศพลุงโฮยิ่งเย็นใหญ่...เปิดแอร์เย็น
มาก ๆ  ภาพที่เราเห็นคือ...ห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีเคารพลุงโฮนอนอยู่ในโล่ง
แก้ว สภาพศพไม่เน่าเปื่อยเพราะต้องไปอาบน้ำยาที่รัสเซียทุกปี (เสียชีวิตประมาณ
40 กว่าปีแล้ว )เหมือนคนนอนหลับ มีทหารอารักขาอยู่รอบโล่งแก้ว 4 ด้าน และ
ตลอดทางเดินของเราก็จะมีทหารยืนอยู่ทุก ๆ 5 เมตร ลักษณะการเดินชมคือ
ห้ามหยุดให้เดินไปเรื่อย ๆ ออกมาปุ๊บก็จะเจอลุงไกด์โบกธงแดงแสลงใจ อยู่รออยู่
ลุงให้เวลาสักพักในการถ่ายรูปด้านหน้าสุสาน
9.30 น.  เข้าชมบ้านพักลุงโฮ.....ต้นไม้เยอะ+อากาศเย็น พูดกันควันออกปากเลย...
(ส่วนเบียร์ฟันออกปากแถมมีกลิ่นด้วย)…ลุงแกเล่าอะไรเยอะแยะ นานมากพวก
เราก็ไม่ค่อยสนใจนักหรอกถ่ายรูปเล่นดีฝ่า....แต่ที่รู้ๆทหารที่บ้านลุงโฮหล่อ...ฮิฮิ



10.30 น. ต่อกันที่พิพิธภัณฑ์ โฮจิมินท์ ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์สงครามเวียดนาม และไหว้พระขอเจ้าแม่กวนอิม ที่วัดเจดีย์เสาเดียว
11.30 น. วัดวันเหมียว ...ที่ไว้ใช้สอบจอหงวนในสมัยก่อน..เขาว่ากันว่าถ้าได้ลูบหัวรูปปั้นเต่าที่นี้แล้วจะเรียนเก่ง เต่าหัวเป็นมันเลย ......และที่นี่ยังได้ส่งโปสการ์ดกลับเมืองไทยด้วย
12.30 น. อาหารกลางวัน ที่มื้อนี้กินเรียบ คือร้านอาหารไทย ที่มีแม่ครัวและเจ้าของเป็นคนเวียดนาม รสชาติใกล้เคียงกับอาหารไทย มี
 ส้มตำไทย
 ยำหมูยอ
 ต้มยำกุ้ง
 กระเพราไก่
 ปลาทอด
 ลาบ
 ข้าวเหนียว     ฯลฯ
 มีพริกน้ำปลาให้ด้วย
 ของหวานเป็น  แตงโม อีกแล้ว


14.00 น. เดินช้อปตลาดโบ๊เบ๊ เวียดนาม.....ไม่ได้อะไรเลย..ไม่รู้จะซื้ออะไร แต่กระเป๋าเดินทางก๊อปหลุยส์ถูกมากมีล้อลากด้วย..800 เอง
17.00 น. ได้เวลาอาหารเย็น...มื้อสุดท้ายที่ฮานอย...เป็นอาหารท้องถิ่นของเขาเลยรสชาติ
ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่..กินอะไรก็ไม่ได้
 อิ่มกันแล้วก็ออกมาช้อปที่ด้านหน้าร้าน..งานนี้เสียกันไปเป็นแสน



18.30 น. เดินทางสู่สนามบินนอยไบ....เช็คอินกระเป๋า (ขามาเบาขากลับหนักบ้าเลย)รอเวลาเครื่องออก
20.50 น. เครื่องออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ....ทัศนะวิสัยไม่ดี...เครื่องตกหลุมอากาศบ่อย   กัปตันประกาศให้รัดเข็มขัด...เป็นระยะ
22.45 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ...(ความจริงถึงตั้งนานแล้วเห็นไฟถนนด้านล่าง..บินวนรอเวลาตั้งเกือบ 20 นาที)  กัปตันตีนผี ล้อแตะรันเวย์ ลงไม่นิ่มเลย



แวะกินข้าวต้มกันตอน ตี 1  ถึงบ้านเบียร์ ตี 2  กว่าจะอาบน้ำ...โหลดรูป  ดูวีดีโอเสร็จก็ตี 4 กว่า


***********************************






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 1:02:59 น.
Counter : 220 Pageviews.  

ล่องเรือฮาลอง..เดินเล่นฮานอย ตอนที่ 3

เวลาที่เรานัดกันวันนี้คือ   6   7   8   หลาย ๆ คนคงสงสัยใช่มั๊ยว่ามันคืออะไร
6   คือ   ตื่น หกโมงเช้า (พนักงานโทรปลุกทีละห้อง)
7   คือ  7.00 น.  ลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร
8   คือ  8.00 น.  เวลาออกเดินทางไปที่ท่าเรือ


วันนี้พวกเราในคณะตัดสินใจที่จะจ้างให้ตากล้องที่นั่นตามบันทึกเทปพวกเรา (คนละ 200 บาทจะได้ DVD คนละ 1 แผ่น)  ก็ถ่ายพวกเราตั้งแต่ลงมาขึ้นรถ ถึงไปเที่ยวเกาะและกลับมายังฝั่ง แล้วเขาจะเอาไปตัดต่อ ในตอนบ่ายและขับมอเตอร์ไซค์ไปให้เราที่ฮานอยตอน 4 – 5 ทุ่ม
8.30 น.    ถึงท่าเรือ อากาศหนาว...ก็เลยเตรียมผ้าพันคอมาด้วย
                ทะเลที่นี้ไม่เหนียวแบบบ้านเรา แถมอากาศก็ดี
                เรือของเราเป็นเรือสองชั้น ด้านล่างจะแบ่งเป็นส่วนเป็นห้องพัก (แบบนอนค้างในเรือ)
และที่นั่งกินข้าวส่วนด้านบนเป็นเก้าอี้นอนสีขาว ไว้นอนตากอากาศ แต่ไม่มีใครนอนเพราะมันเปียกฝน    วันนี้เรือเขาไม่มีลูกค้ามาพักโชคดีจึงเป็นของเราชาวคณะ
9.30 น.   มากันถึงเกาะ (ชื่อเกาะอะไรก็ไม่รู้) ที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนยูเนสโกซะด้วย
  อารมณ์เหมือนมาเที่ยวเมืองจีนมาก ๆ แหล่งท่องเที่ยวของเขาสะอาดไม่มีขยะตามพื้นทิ้ง
กระจายเหมือนบ้านเรา เดินขึ้นบันไดไป (รู้สึกตัวว่าแกเลย..เหนื่อยมาก) ข้างในมีถ้ำ
ขนาดใหญ่  พบประติมากรรมที่รังสรรค์มาจากธรรมชาติ (ใช้คำวิชาการซะด้วย) เป็นถ้ำ
หินปูน มีหินงอกหินย้อย และก็ตกแต่งโดยใช้ไฟ  ลุงไกด์ก็บอกจะเห็นจินตนาการเป็น
รูปนั่นรูปนี้ มองไม่ออกเลยเรา (จินตนาการไม่ถึงจริง ๆ ) มาจินตนาการออกก็ตรง
ก้อนหินนมนางฟ้านี้แหละ เหมือนจริง ๆ ที่ลุงไกด์บอกว่า ใครที่อยากมีกล้ามหน้าอก หรือ อยากให้หน้าอกใหญ่ ก็ให้อธิฐานแล้วเอามือไปลูบ... เบียร์กับพี่เปิ้ล ลูบอยู่เป็นนานสองนาน สงสัยเจ้าท่านคงฟังภาษาไทยไม่ค่อยเข้าใจ จนป่านนี้แล้วยังไม่เห็นผลเปลี่ยนแปลงของเบียร์เลย  ส่วนพี่ผู้ชายอีกคนก็ขอพรให้คนที่บ้านถึงขนาดไปกอดก้อนหินเลย


10.45 น.  ได้เวลาขึ้นเรือ  แวะกันที่กระชังปลากลางทะเล ดู กุ้ง หอย ปู ปลา แบบสด ๆ ที่สามารถ
ซื้อมาปรุงอาหารกันได้แบบสด ๆ เลย แวะกันสักครู่แล้วก็ขึ้นมาบนเรือต่อ
และอาหารมื้อนี้ของเราก็มาเสิร์ฟ 
 เมนูอาหารแนะนำสำหรับมื้อกลางวันบนเรือ กับอากาศเย็นๆ  มีดังนี้
ปูนึ่ง 4 ตัว
ปอเปี๊ยะทอด
ผักกระหล่ำผัด (อีกแล้ว)
หอยตลับต้ม
กุ้งต้ม     น้ำจิ้ม (เค็มกับเผ็ด)
ปลาทอด สงสัยทอดมานานแล้ว (เย็นเชียว)
ต้มจืดทะเล (ถ้ารสชาติเหมือนต้มยำบ้านเราก็คงจะดี)
น้ำพริกเผา (เอามาจากเมืองไทย)
ของหวานล้างปากเป็น  ส้มซันควิก ที่ฝานมาแล้ว(อร่อยมาก)
...และเรือก็แล่นผ่านเกาะ ไก่คู่จู๋จี๊ งานนี้ก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูป เพราะเขาบอกว่าใครมา
ไม่ถ่ายเหมือนมาไม่ถึงเวียดนาม
12.00 น.  เรือถึงฝั่ง ก็ได้เวลา Bye Bye  ฮาลองเบย์กันแล้ว



วันนี้ในช่วงบ่ายพวกเราจะต้องนั่งรถย้อนไปยัง ฮานอย
12.30 น.  แวะดูผลิตภัณฑ์จากไข่มุกเลี้ยง แต่ไม่ได้เข้าไปหรอก รอคนอื่นอยู่ด้านนอกดีฝ่า..
เก็บตะขบเวียดนามกิน
13.30 น.  ก็แวะพักรถกันที่ ศูนย์ศิลปหัตถกรรมคนพิการ ของแพงมาก แต่คนพิการก็เก่งมาก
เช่นกัน ไม่มีแขนแต่ปักผ้าแบบคล่องแคล่ว ของที่นี้คิดเป็น US คำนวณเป็นเงินไทยแพง
ใช้ได้เลย
17.00  น. เดินทางมาถึงทางเข้าวัดหง็อกซิน (ปิดตอน 2 ทุ่ม ถ้าวัดบ้านเรา 4 โมงครึ่งก็ปิดแล้ว)
 ซึ่งจะต้องเดินผ่านสะพานไม้ แทฮุก  (ชื่อยังกับเกาหลี) หรือที่คนไทยเรียกว่าสะพาน
แดง  สะพานแสงอาทิตย์   คงจำกันได้จากละครเรื่องฮอยอันฉันรักเธอ บรรยากาศ
โรแมนติค แต่เนื่องแน่นไปด้วยผู้คน  มียืนกอดกันกลางสะพานก็มี ...


..เดินเข้าวัดกันดีฝ่า...เนื่องจากที่นี่อยู่ติดกับทะเลสาบคืนดาบ และมีเต่าอาศัยอยู่
ทางวัดได้นำเอาเต่าที่ตายมาสตาฟไว้ คนที่นี่เขาเชื่อกันว่าเต่าเป็นสัตว์คู่บุญบารมี
(ถ้าเทียบกับบ้านเราก็เป็นช้าง) มีขนาดใหญ่มาก กว้าง  1  เมตร ลำตัวยาว 1.20  เมตร
หนัก 400 กิโลกรัม  หลังจากที่เข้าไปขอพรเทพเจ้าด้านใน  งานนี้ สิ เบียร์ พี่เปิ้ล งานเข้า
มีฝรั่งมาถามว่า ที่นี่คืออะไร คือวัด หรือศาลเจ้า เมื่อกี้อาจารย์อยู่ใกล้ ๆก็ไม่มาถาม และก็
คิดถึงพี่ป้อมในบัดดล  ก็ช่วยกันอธิบายใหญ่...ฝรั่งคงงงมันพูดไรกัน  แล้วก็เดินจากไป
18.30 น.  ได้เวลาอาหารเย็น  มื้อนี้ฝากท้องไว้ที่ภัตตาคารอาหารจีน 
  รสชาติใกล้เคียงโต๊ะจีนบ้านเรา มื้อนี้เลยเจริญอาหารกันถ้วนหน้า เมนูมีดังนี้
  ไก่ต้ม
  หมูสามชั้นผัด  (มีซีอิ๊วขาวให้ด้วย ดี ๆ )
  ไข่เจียว
  ต้มจืดทะเล (หอยยังไม่แกะเปลือกเลย)
  ปลาชุบแป้งทอด  ((อร่อยมาก))
  ผัดถั่วผักยาว  ฯลฯ
  ของหวานเป็น  แป้งทอดจิ้มน้ำข้นหวาน
20.00 น.  ชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ  สนุกสนานครื้นเครง แม้จะฟังไม่เข้าใจภาษาเขา
  เจอคนไทยเยอะเลย
21.30 น.  เข้าเช็คอินที่ โรงแรม Vesna Hotel   นอนหลับปุ๋ยๆๆ..ก่อนนอนดูละครเวียดนาม555
- - - - - - - - - - - -  จบตอน 3 เจอกันตอน 4 จ้า ...- - - - - - -- - - - - - - -  -






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 1:07:54 น.
Counter : 159 Pageviews.  

ล่องเรือฮาลอง..เดินเล่นฮานอย ตอนที่ 2

09.45 น.  หลังจากที่ลงมาเหยียบพื้นดินอีกครั้ง แต่คราวนี้ให้ความรู้สึกแปลกๆตื่นเต้นกับการมาต่างบ้านต่างเมือง
เครื่องบินใช้เวลาบินจากบ้านเรา 1ชม.45 นาที หลังจากผ่าน ตม.  ที่หน้าตาเหมือนแม้วชาวเขาบ้านเราและได้พบกับลุงไกด์แล้ว
ก็เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหลวงนั้นคือ ฮานอย  ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากสนามบิน 45 นาที
ผ่านสิ่งปลูกสร้างที่น่าตื่นเต้น + ทุ่งนาเขียวขจี ตลอด 2 ข้างทาง ที่สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก
(ทำนากันจริงๆ)


 
10.30 น. ก็มาถึงตัวเมืองฮานอย สถานที่แรกที่เราจะมากันคือ ร.ร.ฟาง นาม (ออกเสียงถูกป่าวไม่รู้)
โรงเรียนนี้อยู่ในย่านบ้านคนรวย
ถ้าเทียบกับแถวบ้านเราก็คงประมาณ สุขุมวิท เป็นซอยเข้าไปรถไม่พุกพล่าน
ร.ร.นี้เป็น ร.ร.เอกชน ที่เปิดการสอนตั้งแต่ อ.1 – ม.6 สิ่งสะดุดตา
ก็คือเมื่อเข้ามาใน ร.ร.ตึกเขาทาสีปวดใจมากสีเหลืองขอบเขียว
และมีรูปลุงโฮ  ติดอยู่ขนาดใหญ่
ลุงไกด์พาเดินขึ้นไปที่ห้องประชุม นั่งฟังแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เขาถามว่าเราอยากรู้อะไร
อ้าว! ไม่มีใครบอกล่วงหน้าว่าจะให้มาถาม  ก็ถามเขาเท่าที่จะคิดได้
ส่วนไอ้เบียร์หันไปมองหน้ามันทีไร...ทำหน้าเซ็งโลกทุกทีที่มีวิชาการ(หน้ามันง่วงมากๆ)
ร.ร.นี้ เน้น คอมกับคณิต  รับเฉพาะครูที่จบเกียรตินิยม (โอ้แม่เจ้า)
มีเด็ก 3000 คน  ครู 250 คน
อ้อ! ที่นี้เขาเลี้ยงน้ำเปล่ากับ แล็คตาซอยเวียดนาม ไม่ได้ชิมหรอกกลัวไม่อร่อย
แล้วก็เดินดู ร.ร.เขา  ช่วงเด็กพักพอดี 10.30 – 11.30
นักเรียนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว + เกงยีนส์ (ครูก็เหมือนกัน)
ส่วนใครที่มีผ้าพันคอสีแดงผูกที่คอ..แสดงว่าเป็นเด็กดี
ทำความดีไว้เยอะจะได้ผ้าพันคอ
ห้องสมุดก็จะแยกเป็นแต่ละช่วงชั้น
ร.ร.ที่นี้ไม่มีขยะทิ้งตามพื้นให้เห็นเหมือนบ้านเราเลย
แต่ห้องน้ำไม่สะอาดเท่าไร....
จากนั้นก็มาถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหารของโรงเรียนที่หน้าตึก (ไม่มีรูปในกล้องเราอยากได้มากๆ)



12.00 น. อาหารมื้อแรกที่เวียดนามที่ภัตตาคาร แมนดาริน
บรรยากาศหรูหราไฮโซ....
ฝนตกปรอยๆด้านนอก....อย่างว่าแหละทุกคนหิว
ที่นี้เขาจะกินแบบจีนคือ กินตะเกียบทุกมื้อ
มีพนักงานมาเสิร์ฟน้ำครึ่งแก้ว..ที่กินหมดแล้วไม่มีเติม
กับข้าวทั้งหมด 10 อย่างเห็นจะได้...และเราก็ได้ชิม แหนมเนืองสูตรต้นตำหรับที่ไม่เหมือนบ้านเรา
กับข้าวจืดสิ้นดี...
เมนูแนะนำเท่าที่จำได้สำหรับมื้อนี้
แหนมเนืองที่มาพร้อมกับหมูยอ+น้ำจิ้ม หน้าตาเหมือนก๋วยเตี๋ยวลุยสวนบ้านเรา (งานนี้ก็เอาหมูยอไปกินกับข้าวแทน)
ผัดผักกะหล่ำปลีใส่ปลาหมึก...ที่สงสัยว่าลืมใส่น้ำปลาหรือป่าว
ผัดผักกวางตุ้ง  ลืมน้ำปลาอีกเช่นกัน
ต้มจืดผักอะไรก็ไม่รู้ ซอยผักซะยิบ มีเศษเนื้อกุ้งกับปลาหมึกสับติดมาหน่อย
หมูพันอ้อย  กินได้แค่ครึ่งไม้  (คิดถึงอาหารไทยว่ะ)
                     ฯลฯ
ตบท้ายของหวานด้วย  แตงโม


ระหว่างกินไปก็จะมี ดนตรีพื้นเมืองบรรเลงเพลง
เขาเล่นเพลง สายฝนของในหลวงด้วย   และก็มีนักร้องร้องเพลงลอยกระทง..ด้วยสำเนียง..เวียดนาม
13.00 น. ได้เวลาเดินทางไปฮาลอง
ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฮานอย 180 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม. กว่า(บ้าโคตร)
เพราะที่นี้เขาจำกัดความเร็ว 60กม./ชม.  ออกนอกเมืองไม่ทันไรก็รู้ตัวว่าหลับ
ลุงไกด์แกก็พูดตลอดทาง (ข้อมูลเพียบจริงๆ)
มาตื่นตรง จุดพักรถ ที่ร้านขายยาจากเมืองจีน..โฆษณาซะ..แก้ปวดไขข้อ..เลือดลมไม่ปกติ
พนักงานที่นี้ต้อนพวกเราให้ไปนั่งฟังสรรพคุณในห้อง..(พูดไทยซะด้วย)
แล้วก็มีหมอดูลายมือที่ตรวจโรคจากลายมือมาดูให้..งานนี้พี่เขมรับไปเต็มๆ..(คนอื่นหนี..555)
แต่เราไม่ดู..(เดี๋ยวมันต้องให้ซื้อของมันแน่)
15.00 น. ออกเดินทางต่อ นั่งนานจริงๆ
จนเวลา 17.00 น. ก็เข้าเขตฮาลอง  ริมถนนเห็นชายหาดและป่าโกงกาง และยังมีการแบ่งที่ไว้ปลูกผักอีกด้วย (ไร่นาส่วนผสมจริงๆ..ผสมป่าโกงกาง)
17.30 น. ถึง โรงแรมที่พัก Blue Sky Hotel ด้วยความอ่อนล้า พอลงจากรถปุ๊บ! ก็รู้สึกได้ถึงอากาศหนาว(อากาศดีจริงๆ)
เวลา 18.30 น. ลุงไกด์นัดเราลงมาที่ล็อบบี้ เพื่อไปทานอาหารเย็นที่
ร้าน Hong Kong Restaurant 
รายการอาหาร 11 อย่าง ที่เป็นภาษาเวียดนาม อ่านไม่ออก เช่น
ปูผัดพริก  มาทั้งตัว แต่มีเครื่องมือช่วยตัดที่เอามาทำไมเพราะก้ามเล็ก
กุ้งลวก ใส่ตะไคร้
หอยตลับลวก ใส่ตะไคร้
น้ำจิ้มไม่ได้เรื่องเลย
ผัดปลาอะไรก็ไม่รู้คล้ายๆแกงบ้านเรา
มาอีกแล้ว ต้มจืดผักซอย
ผัดผักกระหล่ำ (ลืมน้ำปลาเหมือนเดิม)
ปลาหมึกผัดผงกระหรี่ (อันนี้อร่อยกินได้)
และตบท้ายด้วย แตงโม
เหมือนเดิม...มีน้ำกินมาให้ 1 กา  แล้วไม่มีเติม



20.00 น. เดินช๊อปปิ้ง ตลาดไนท์บาร์ซา
ที่นี้แม่ค้าพูดไทยได้และรับเงินไทยด้วย ถือว่าเป็นที่ของถูกที่สุด(ให้ต่อรองราคาครึ่งต่อครึ่ง)
 มีสินค้าหลากหลาย
อยู่ติดริมชายหาดเลย...อากาศหนาว
สงสัยจะเดินมากจัด ตะคริวกินขา...เลย(ตอนที่ไปซื้อกระเป๋าน่ะ)
21.00 น. กลับโรงแรมที่พัก 
สลบกันสนิทเพราะอดนอนกันมาตลอดคืน+ อีก 1 วัน
.........................
วันนี้พอก่อน นะจ๊ะเจอกันตอนต่อไป






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 1:08:11 น.
Counter : 219 Pageviews.  

1  2  

ss_kc2527
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งค่ะ..ที่เคยอ่านเรื่องราวผ่านblogของคนอื่นแล้วรู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องมีประโยชน์สำหรับเราก็เลยอยากลองทำบ้าง..เผื่อจะมีประโยชน์สำหรับคนอื่น(หรือเปล่า)..ฮิฮิ ..อย่างน้อยมันก็เป็นความสุขทางใจค่ะ เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันซะมากกว่า
Friends' blogs
[Add ss_kc2527's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.