Group Blog
 
All blogs
 
Work and Travel ตอนที่ 1 : สวัสดีค่ะฟลอริด้า

หลังจากที่ดองมานานเหลือเกิน ในที่สุดก็ต้องเขียนให้ได้สักครา

อิอิ

สำหรับการเดินทางมาทำงานที่ Walt Disney Wold ที่ Florida นี้ เราใช้บริการนายหน้าของทางบริษัท Acadex เข้าจัดการให้หมด และไม่ยุ่งยากในเรื่องค่าใช้จ่ายเลย

หลังจากสอบเสร็จวันที่ 6 มีนาคม ก็ใช้เวลากับเพื่อนๆ และจัดของ พอถึงวันที่ 10 มีนาคม ก็ออกเดินทางด้วยสายการบิน ANA รอต่อเครื่องที่ Narita 5 ชั่วโมง และ รอต่อเครื่องที่ สนามบิน Dullas ใน DC อีก 3 ชั่วโมง จากนั้นมาถึงที่ สนามบิน Orlando International Airport เวลา 5 โมงเย็น สายการบินที่นั่งมาด้วยนี้ ก้อมีเพื่อนๆ ร่วมเดินทางทั้งสิ้น 9 คน ได้แก่
ซินเอ๋อ (เราเอง) สาวปีสองวิศวะ จุฬา
เล้ง หนุ่มปีสองวิศวะจุฬา ผู้เรียบร้อย
เคลวิน(หอู่ หายเหว่ย) เด็กจีนเรียนเอแบค ไฟแนนซ์ ที่พูดไทยไม่ได้ =='
พี่เอ็ด สาวม.รังสิตสาขาท่องเที่ยวปีสี ผู้เพ้อฝัน ที่จะต้องหาแฟนเป็นฝรั่ง =='
พี่นิค คุณหนูอารมรณ์ร้าย จาก ม.รังสิตสาขาท่องเที่ยว
พี่แป้ง สาวสวยเพื่อน พี่เอ็ดกับพี่นิค ผู้เป็นดาวคณะ
พี่หยก เด็กเก่าโครงการเวิคที่มากับแฟน ผู้ที่กระเป๋าอุดมไปด้วยของกิน
พีกิม หนุ่มปีสี่ วิศวะลาดกระบัง แฟนพี่หยก ผู้ที่กวนประสาทได้ทุกเวลา
น้องปลา สาวน้อยไม่ค่อยพูด แต่เล่นไฮไฟฟ์ทุกวัน

เมื่อมาถึงสนามบินออลันโด เราเกิดปัญหานิดหน่อย ด้วยความที่ว่า ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ทำให้เสียเงินกันไป 30 เหรียญ กับอีตานิกเก้อที่มายกกระเป๋า แล้วเราก็คลาดกับคนที่ออกมารับเรา ทำไงได้ละคะ คนบางคนเอาแต่พูดว่าไม่เปนไรใช้มือถือชั้น แค่นาทีละ 79 บาท ชั้นสบายๆ ไม่แพงอะไร ทำให้คลาดกับคนมารับ ทั้งๆที่ปัญหานี้แก้ไขง่ายๆแค่ เราเดินออกตามหาผู้ที่มารับเรา แม้จะไม่เจอ ก็ไปกดบัตรโทรศ์พท์ออกมา และก็ใช้บัตรนั้นโทรไปออฟฟิศ แค่นั้นล่ะ ง่ายนิดเดียว แหม=='

หลังจากนั้นเราก็ได้ผู้ร่วมเดินทางเพิ่มอีกคน คือพี่นัทหนุ่มอารมณืดี ปีสี่วิทยาศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผู้ตกเครื่องบินอยู่ LA ทำให้มาถึงช้าไป12 ชั่วโมง !! น่าสงสารจิง แต่ก็มีเรื่องให้ล้อได้ทุกวัน อิอิ

คนที่มารับที่สนามบินคือนายจ้างของเรา บริษัท American pool enterprise เป็นบริษัทที่เค้าอธิบายว่า จัดการเรื่องสระว่ายน้ำได้เพอร์เฟคมาทั่วสหรัฐ==' เค้าจัดหาเด็กไปลงที่วอลท์ดิสนีย์เวิล์ด ที่คนมารับ สามคนได้แก่ คริส ซารา และ แมท เรานั่งรถมากับ อีก สามหนุ่ม มากับ แมท แมทก็พาไปดูนั่นดูนี่บริเวณที่พักว่ามีอะไรบ้าง ก่อนจะเข้าถึงโรงแรม Days Inn Hotel at the main gate of Universal Studio ช่ายแล้วละ ที่พักเรา เดินไป 10 นาที ถึง Universal Studio เลย และนั่งรถครึ่งชั่วโมง ถึง Walt Disney World

วันแรกเรามาถึง กว่าจะได้ห้องพักก้อ เกือบสามทุ่ม เพราะว่า ทางโรงแรม มันจัดห้องงงๆ แล้วจากนั้นทุกคนก้อเอาอาหารที่ติดตัวมา มาแชร์กินกัน คนที่น่าสงสารสุดคือ เคลวิน เพราะโดน ตม. ที่ วอชิงตันดีซีตรวจโดนทิ้งอาหารหมดเลยแย่จัง (มารู้ที่หลังว่าเขาไม่เดือดร้อนเลย เพราะเขารวยม๊ากกกก) กินอิ่มก้อแยกย้ายกันไปนอน แล้ววันต่อมาก้อ ว่าง 1 วัน

วันที่ 12 มีนาคม เราได้หยุด 1 วัน ก่อนจะเริ่มการอบรมเพื่อเข้าทำงาน คนที่สมัครทำงานเป็น Life Guard ก็ต้องมาซ็อมว่ายน้ำกับพี่แมนสุดหล่อ จะสอนดำน้ำท่าใหม่ให้ เพราะที่ฝึกมามันคนละท่ากับที่เค้าใช้สอบเพราะเขาเพิ่งมาเปลี่ยนนี่เอง ชุดว่ายน้ำที่เอามามันหาย ก็เลยไปยืมเพื่อนคนนึง ซึ่งเป้นเพื่อนของเพื่อนเราสมัยประถมและมัธยมต้น (เจ๋งมะ มาเจอกันที่นี่)
หลังจากนั้นก้อไปวอลมาร์ทมาร์ทกัน (เดี๋ยวจะเล่าถึงวอลมาร์ทละเอียดๆ วันหลังนะ)เรานั่ง Lynx ไปวอลมาร์ทด้วยราคา 1.75$ ต่อคน (ไว้จะเล่าถึง Lynx วันหลังเหมือนกันนะ) ตอนนี้ใช้วิธี หารเงินกันซื้อกับข้าว แล้วก็ทานอาหารด้วยกัน แย่จังตรงที่คนไทยขาดข้าวไม่ค่อยได้ ไม่งั้นมันไม่รู้สึกอิ่มท้อง เราเลยต้องหุงข้าวกันทุกมื้อ


วันที่ 13 เรามี Orientation แล้วก็เปิดบัญชีธนาคาร Bank of America สำหรับขึ้น เชค ที่ได้รับจากการทำงาน จากนั้น เวลา สี่โฒงเย็น ก็นั่งรถไปสอบว่ายน้ำที่ Mickey's Retreat เป็นที่เทรนของ Life Guard โดยเฉพาะ ก็สอบผ่านด้วยดีใจจัง กลับมาถึงที่พักเข้าไปดูที่ทำงาน ดีใจมากได้ทำในสวนน้ำ Typhoon Lagoon ที่มันดีเพราะว่า คนทำงานในสวนน้ำจะได้เข้าสวนน้ำฟรี ไลฟ์การ์ดที่ทำงานในรีสอร์ทจะไม่ได้เข้าสวนน้ำฟรี (แต่คนที่ทำงานดิสนี่ย์ทุกคนได้เข้า 4 Theme Park ฟรีอยู่แล้ว ยกเว้น สวนน้ำ)

วันที่ 14 เป้นวันแรกที่เราไป Disney's University วันนี้เรามาเรียน วิชาประวัติศาสตร์ดีสนีย์ หรือ Tradition ของที่นี่ และ การปฏิบัติตัวต่อแขกที่มาเที่ยว ทำให้ได้รู้ว่ามันยิ่งใหญ่จิงๆ (จะเล่าถึงประวัติดีสนีย์วันหลังนะ แย่จัง ติดไว้ สามเรื่องแล้ว ยังไงช่วยเตือนด้วยนะ)

วันที่ 15 วันนี้บรรดาไลฟ์การ์ดหยุดไม่รู้เค้าไปทำอะไรกันแต่เราออกโซโล่นั่งรถไปดาวทาวน์คนเดียว ตื่นเต้นมาก มีนิกเก้อมาจีบด้วย เข้ามาคุย แล้วยัดเบอร์ใส่มือเฉยเลย ฮ่าๆๆๆ ตลกดี มันพยายามจะอาสาเป็นไกด์เราก้อบอกไปว่านัดเพื่อนไว้ เห่อๆ ได้มีโอกาสเห็นการช่วยชีวิตคนของที่นี่ด้วยเพราะว่า รถเมล์เค้า เกิดเรื่องฉุกเฉิน มีผู้หญิงนอนหลับไม่ตื่นบนรถทำให้ต้องเรียกรถพยาบาลและรถดับเพลิง (รถดับเพลิงทำหน้าที่เหมือนปอเต็ดตึ๊งบ้านเราเลย รถดับเพลิงทำทุกอย่าง แถมมาถึงก่อนรถพยาบาลอีกแหน่ะ) พอกลับมาเราก้อไป Premium Outlet เจอคนเกาหลีบนรถ เรากํบ พี่หนก ก็คุยกับเขาเต็มที่เลย บอกเขาว่า ฉันรู้จักเรน ฉันรู้จัก คิมซัมซุน ฉันรู้จัก อิมซังก๊ก ฉันใช้ Etude ฮ่าๆๆ เอาเลทที่นี่ใหญ่มาก ของถูกจิงๆ และมีหลายแบรนด์ รองเท้าอดิดาสเซลล์ถูกมาก นี่ใครอยากฝากซื้อฝากดูอะไรบอกได้นะ อิอิ

เอาเป็นว่า เดี๋ยวจะหาเวลามาเล่าละเอียดๆเรื่อง
1. Wall mart
2. Lynx
3. Disney Tradition
4. Downtown
5. Outlet Mall

มีแต่เรื่องน่าตื่นเต้นๆ ทั้งนั้นเรยน่อออ



Create Date : 18 มีนาคม 2551
Last Update : 18 มีนาคม 2551 7:28:41 น. 0 comments
Counter : 1706 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

sinilicious
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sinilicious's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.