เหตุเกิดที่ Secret Recipe
จะคลอดอยู่แล้วยังมาบ่นอะไรเนี่ย

ขออีกสักเรื่องเถอะ ไปเจอเหตุการณ์นี้มาที่ร้าน Secret Recipe แล้วอดไม่ได้ที่จะเอามาเขียนบล๊อค

ฟังดูเหมือนเหตุร้ายแรงเลยเนอะ จริงๆแล้วไม่มีอะไรมากมายหรอกก็แค่เรามันชอบไปเจือกเรื่องชาวบ้านเท่านั้นเอง



เรื่องของเรื่องก็คือ อยากกินโซบะผัดที่ร้าน Secret Recipe ก็เลยชวนสามีไปกินกันและช่วงนี้มีโปรโมชั่น สามโมงถึงหกโมงเย็น กินเค้กแถมกาแฟหรือชา ซึ่งมันก็คุ้มอะนะเพราะชาหรือกาแฟถ้วยนึงอย่างต่ำก็ 5-6 ริงกิตแล้ว (จำราคาแน่ๆไม่ได้ประมาณนี้แหละ)



คุณสามีก็เลยมากินเค้กเป็นเพื่อน อีเมียกินโซบะ ใจจริงอยากโซ้ยเค้กอีกด้วยแต่ไม่ไหวแล้ว นน. พุ่งพรวดๆๆ ต้องลดของหวาน



พอสั่งเสร็จแล้ว ด้วยความที่ชอบเจือกก็เหลือบไปเห็นโต๊ะข้างๆ มากันสองครอบครัว ดูหน้าแล้ว คนจีนชัวร์

ครอบครัวนึงมีพ่อกับแม่และลูกอีกบ้านละสอง มากินเค้กกัน ช่วงโปรนี่แหละ ก็ไม่แปลกอะไรหรอก เราเองก็แอบงกมากินช่วงโปรเหมือนกันนี่



เคยได้มาว่า "ลูกรักพ่อแม่ไม่เท่ากับที่พ่อแม่นั้นรักลูก"

เราเองก็กำลังเป็นแม่คน ก็รู้สึกเริ่มที่จะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่มากขึ้นทุกวันๆ ขนาดตอนนี้ลูกยังไม่คลอดออกมาเลย เดินชอปปิ้งทีไรก็ดูแต่ของลูก จากคนที่ชอบแต่งตัว ก็กลายมาเป็นยัยหมู ยัยเพิ้ง หน้าเน่อไม่แต่ง คสอ.เลิกซื้อ เสื้อผ้าตัวเองเลิกชอป

แต่พอมาเจอสองครอบครัวนี้ ทำให้รู้เลยว่า ไอ้ประโยคข้างบนมันไม่ใช่ว่าจะเป็นกันทุกคนนี่หว่า และแอบตกใจเล็กน้อยว่า พ่อแม่แบบนี้มันมีจริงๆด้วยหรือนี่ เคยแต่ได้ยินคนเค้าเอามาพูดให้ได้ยินบ้างแต่ไม่เคยเห็นกับตาเลยอะ

เล่าต่อ สองครอบครัวนั้นเค้าสั่งเค้กมากินกันบ้านละสองชิ้น

ครอบครัวที่หนึ่ง พ่อไม่กินเค้ก ลูกสองคนกินเค้กด้วยกันหนึ่งชิ้น กับแม่กินอีกหนึ่งชิ้น

ครอบครัวที่สอง พ่อกินเค้กหนึ่งชิ้น แม่กินเค้กหนึ่งชิ้น ลูกชายสองคนไม่ได้กินเค้ก (คนเล็กอายุประมาณแปดขวบ คนโตน่าจะสิบขวบ)

เป็นงัยสายตาอิชั้น เป็นบุคคลที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่งชิมิ


เรามองดูเด็กสองคนนั้นด้วยความแปลกใจมาก เพราะเราไม่เชื่อว่า ไม่มีเด็กคนไหนที่จะไม่ชอบกินเค้กหรอก น้องสองคนนั้นพยายามทำตัวปกติ มองแต่ออกไปข้างนอก ไม่ทำหน้า ทำสายตาสนใจในเค้กเลย

ในใจเราคิดว่า เด็กสองคนนี้คงไม่ชอบกินเค้กจริงๆมั้ง ก็เลยไม่ได้สนใจหันมากินโซบะของตัวเอง

พอเรากินเสร็จ ก็ดันสงสัยอยากรู้อีกเลยหันไปมองโต๊ะนั้น

สิ่งที่เราเห็นมันทำให้เรารู้สึกสลดใจมาก ภาพที่เราเห็นคือ เด็กผู้ชายสองคนนั้นกำลังกินเศษเค้กที่เหลือ ซึ่งไม่รู้ว่าเหลือมาจากใคร (จากพ่อแม่ตัวเองหรือจากลูกของอีกบ้านนึง)

แล้วเด็กสองคนนั้นกินด้วยความเอร็ดอร่อยมากอ่ะ มันเลยทำให้เชื่อไม่ได้เลยว่าเค้าจะไม่อยากกินเค้กเลยตั้งแต่แรก ยังไม่พอ ยังซดชาหรือกาแฟที่เหลือมาจากพ่อแม่เค้าอีก ซดแบบยกซดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว

เห็นภาพนี้แล้วน้ำตามันจะไหลให้ได้ คนท้องยิ่ง sensitive อยู่ด้วย

หันมาบอกสามี สามีบอกว่า พึ่งรู้หรอ คนที่นี่มีเยอะที่เป็นแบบนี้

บ้านหลังใหญ่ไว้ก่อน รถเอาหรูไว้ก่อน กินน่ะประหยัดจะตาย พ่อแม่ที่กินก่อนลูกก็มีเยอะแยะไป

เราอยู่เมืองไทยมา 29 ปี ยังไม่เคยเจอภาพที่สลดหดหู่ใจอย่างนี้เลย

แต่เรามาอยู่นี่แค่ปีเดียว เรามาเห็นอะไรๆที่แปลกๆของคนที่นี่เยอะ

แล้วเราจะไม่ให้เราบ่นได้งัยอะ

เราไม่ได้ความว่าคนที่นี่ไม่ดีนะ ที่ไหนๆมันก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไปหมดแหละ

ก็เพียงแค่เล่าประสบการณ์ที่เคยพบเห็นมาเล่าสู่กันฟังเท่านั้น

หลังจากที่เห็นภาพสลดใจนั้น เราก็ก้มหน้าก้มตากินเค้กที่เหลือจากสามีต่อไปเช่นกัน ฮ่าๆๆๆๆ



Create Date : 08 ตุลาคม 2553
Last Update : 8 ตุลาคม 2553 16:03:54 น.
Counter : 529 Pageviews.

0 comment
มารู้จักกับเมืองน้ำมัน Miri (Sarawak) Malaysia
หนึ่งปีแล้วที่ได้มาอยู่ที่นี่ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาใช้ชีวิตที่เหลืออีกครึ่งชีวิตที่นี่ จากชีวิตที่เคยอยู่ในเมืองมาตลอด บอกตามตรงว่าเบื่อที่นี่มากกกกก อย่างว่าอยากดันทุรังหาปั๋วต่างชาติเอง เค้าไปอยู่ไหนเราก็ต้องไปอยู่ด้วย

เราว่าคงมีคนไทยหลายๆคนเลยแหละที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าประเทศมาเลเซียแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ มาเลเซียตะวันตก (West Malaysia) และ มาเลเซียตะวันออก (East Malaysia)

ฝั่งตะวันตก คนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว กัวลาลัมเปอร์ ยะโฮร์บารู ปีนัง มะละกา สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

แต่พอพูดถึง มาเลเซียตะวันออก บางคนอาจจะเหวอ เอ๋ มีมาเลเซียตะวันออกด้วยหรอ (อืมมม เราเองก็เคยเหวอมาก่อนเช่นกัน)

อยากรู้ว่าอยู่ไหน ก็ดูในแผนที่เอา



ด้านซ้ายมือคือฝั่งตะวันตกที่มีชายแดนติดกับไทย ส่วนด้านขวามือคือฝั่งตะวันออก ฮั่นแน่ คิดไม่ถึงใช่มะ ว่าพื้นที่บนเกาะบอร์เนียวส่วนนึงนั้นเป็นประเทศมาเลเซียด้วย จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าจะมีแค่ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียนะ เล็งดูให้ดีๆแอบมีบรูไนอยู่ด้วยแหละ และที่ที่เราอยู่ Miri ก็มีอาณาเขตติดกับประเทศบรูไนด้วย

มาเลตะวันออกประกอบด้วยรัฐ 2 รัฐด้วยกันคือ Sarawak และ Sabah โดยเมืองหลวงของรัฐชาราวักคือ เมือง กูชิ่ง (Kuching) ส่วนรัฐซาบาห์ก็คือ โกตาคินาบาลู Kota Kinabalu (เมืองนี้คนไทยน่าจะรู้จักกันบ้างเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว แอร์เอเชียมีบินตรงจากกรุงเทพ แต่ไมรู้ว่าตอนนี้ยังมีอยู่รึเปล่านะ)

สำหรับเมืองมิรินั้น เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ในรัฐซาราวัก มิริไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่ถือว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งน้ำมัน แก๊ส และทิมเบอร์ ว่ากันว่าน้ำมันที่นี่ถึงไม่เยอะเท่ากับบรูไนแต่มีคุณภาพเยี่ยมติดอันดับโลก (ไม่รู้ว่าจริงหรือโม้นะ คนที่นี่เค้าว่ามา) ที่นี่เลยมีนิคเนมเท่ๆว่า Oil town

ใครอยากรู้รายละเอียด Background แบบเจาะลึก search หาได้จากอากู๋ ถ้าไม่ได้สนใจมากมายก็อ่านจากนี่เอา

จะบอกให้เอาว่ามาที่นี่สามวันก็เที่ยวหมดแล้ว ไม่มีอะไรเลย ทะเลก้อไม่สวยแถมน่ากลัวอีกต่างหาก ก็อย่างว่าที่นี่มันไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวนี่ ทั้งๆที่นายกของเมืองนี้(ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรอะ) ก็มีความพยายามเหลือเกินที่จะทำให้เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว ทั้งๆที่มันคงจะเป็นไปได้ยาก ทั้งการจัดการประกวดนางงามนานาชาติ เชิญสาวงามจากหลายประเทศมาประกวดที่นี่ (มีสาวไทยมาด้วย แต่คงไม่มีใครรู้เลยใช่ม้า ก็เพราะว่ามันไม่ work งัย) จัดงานชกมวยไทยนานาชาติ (ไม่รู้อีกเหมือนกันล่ะสิ) จัดให้มีเที่ยวบินนานาชาติจากสิงคโปร์มามิริ (บินได้ไม่กี่เดือน โดนยกเลิกซะแระ)

ประชากรที่นี่ประกอบด้วย คนมาเลย์ จีน อินเดีย และชนพื้นเมืองพวก Ibans , Kayan , Kenyah ,etc... ชนพื้นเมืองพวกนี้เค้ามีภาษาของเค้าเองและไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม

เราว่าที่นี่มุสลิมน้อยนะ สุเหร่าก็ไม่ค่อยเห็น แต่โบสถ์คริสต์เยอะอะ เพราะคนจีนที่นี่ก็นับถือคริสต์เยอะเหมือนกัน ร้านค้า ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็จะมีภาษาจีนเพราะคนจีนที่นี่ยึดอาชีพค้าขายเป็นส่วนมาก

คนไทยก็ใช่ว่าจะไม่มีนะ แต่อาชีพแม่บ้านอย่างเราน่ะไม่มี เพราะคนไทยที่มาที่นี่มาเพื่อทำงาน หาเงิน และหน้าที่การงานไม่ใช่ธรรมดาซะด้วย เคยเจอผู้หญิงไทยคนนึงทำงานที่ Shell คิดว่าหน้าที่การงานคงไม่ธรรมดาเพราะถึงขนาดย้ายครอบครัวมาที่นี่เลย แต่ตอนนี้พี่คนนั้นคงย้ายไปอยู่กัวลาลัมเปอร์แล้ว และจากการพูดคุยกันเล็กน้อยพี่เค้าก็รู้สึกเหมือนกันว่าที่นี่มันน่าเบื่อจริงๆ

อีกคนนึงโห หน้าที่การงานใหญ่โตเลยระดับ Chairman คุมงาน สั่งงานคนที่นี่ อายุมากแล้วแต่ไม่ยอมเกษียณ ปั๋วแอบมาบอกว่าฮีชอบเอาอีหนูมากกที่นี่ อิๆๆ เลยรู้เลยว่าทำไมถึงไม่ยอมเกษียณ



การเดินทางมานี่ก้อมาได้ สอง วิธี

1.นั่งเครื่องบิน สองต่อ bkk-kl & kl-miri ถ้าจะมาวิธีนี้ให้จองแอร์เอเชียแต่เนิ่นๆเพราะตั๋วจะถูกหน่อย แต่เหนื่อยโคตร เสียเวลาเดินทางไปวันนึงได้

2. บินตรงจากบรูไน มีแค่วันละไฟล์ท เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงกว่า แต่ต้องนั่งรถเข้ามาอีกอย่างน้อยสองชั่วโมง จริงๆก็เหนื่อยพอๆกับวิธีแรก แต่ถ้ามีคนรู้จักมารับก็สบายหน่อย เราเองก็กลับบ้านโดยใช้วิธีนี้ประจำ

ถ้าใครคิดจะมาเที่ยวที่นี่นะ อย่ามาเลย ถึงคุณจะมาเที่ยวกูชิ่ง โกตาคินาบาลูแล้วคิดจะแวะมาที่นี่ก็อย่าได้คิดเลย จากกูชิ่งมานี่ก็ 10 ชม. จากโกตาคินาบาลูมานี่ก็ 6 ชม. นั่งเครื่องไม่นานแต่ไม่คุ้ม อย่ามาเลยเชื่อเราเถอะ ยกเว้นแต่คุณมาบรูไน คุณก็แวะมาที่นี่ได้ เพราะถึงที่นี่มันจะน่าเบื่อ แต่จะบอกให้ว่า บรูไน น่าเบื่อ ยิ่งกว่า 555555


สุดท้ายเอารูปมิริไปดู รูปเหมือนดูดีเลยเนอะ

พิพิธภัณฑ์ ปิโตรเลียม



ฟาร์มจระเข้ ปั๋วแอบมารับจ๊อบที่นี่ด้วย อิๆๆๆ

ขอบอกว่าฟาร์มจระเข้ที่นี่แมร่งโคตรน่ากลัวเลย เค้าก่อกำแพงขึ้นมาไม่สูงมาก แล้วจระเข้แต่ละตัวขุนจนตัวเบ้อเร่อเฮ่อ ยังไม่พอมีป้ายติดไว้อีกว่า โปรดระวังจระเข้กระโดดงับ (เสียดายลืมถ่ายป้ายมา)



วิวที่คิดว่าสวยที่สุดของมิริแล้ว ถ่ายมาจากห้องของโรงแรม ทะเลเล่นได้มั้ยไม่แน่ใจ แต่ไม่เห็นมีใครลงไปเล่นเลย



สุดท้าย รูปในเมือง จบเท่านี้แล้วแหละค่า




Create Date : 30 กันยายน 2553
Last Update : 30 กันยายน 2553 16:13:29 น.
Counter : 7321 Pageviews.

16 comment

sim aunty
Location :
Miri  Malaysia

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]