Group Blog
 
All blogs
 

ท้าพิสูจน์ ยานอวกาศยักษ์ของจริงใกล้ดวงอาทิตย์ ตั้งรางวัล $ 50,000.00 USD ใครจับผิดได้



นี่เป็นภาพของยานอวกาศ ที่ชัดที่สุด...
และนาซ่า...ก็ได้เคยพยามยามลบ ปิดบังยานดังกล่าว มาแล้ว

เมื่อ 22 มกราคม 2011 คลิปนี้ถูกโพสต์ลง Youtube โดย BPOD (BeePeeOilDisaster) ในชื่อ ยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวที่น่าตื่นตาตื่นใจใกล้ดวงอาทิตย์
(amazing Alien Spacecraft near the Sun)
ภาพที่นำมาจากวิดีโอต้นฉบับของ 22 มกราคม 2011


เมื่อ 27 มกราคม 2011 BeePee เริ่มได้รับความเห็นบอกว่าวิดีโอของเขาเป็นของปลอม
โดยความจริงที่ว่าวัตถุ UFO นั้นไม่สามารถดูได้จากภาพต้นฉบับที่อยู่บนเว็บไซต์ STEREO ของนาซ่า
และวันที่ 30 มกราคม 2011 - : นาซ่าได้เซ็นเซอร์วัตถุที่ค้ลายยานอวกาศอีกครั้ง

BeePee: ผู้ที่ศึกษาคลิปดังกล่าว กล่าวว่า
หลังจากที่ผมได้โพสต์วิดีโอและศึกษาเกี่ยวกับมัน! ครั้งนี้เป็นครั้งที่3
ที่นาซ่าได้พยายาม โดยการตัดทอนภาพเหล่านี้
ผมค้นพบอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก
และวิดีโอถูกลบออกจาก Youtube

ภาพเดิม




ภาพที่นาซ่าพยาามเซ็นเซอร์ :




เมื่อ 30 มกราคม 2011 วิดีโอต้นฉบับถูกโพสต์อีกครั้งภายใต้บัญชีอื่น





BeePee: เชื่อว่าเขาได้ค้นพบยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์
โดยความจริงที่ว่านาซ่ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภาพและ URLต้นฉบับออก,

BeePee:กล่าวว่า
โชคยังดีที่เขายังมีข้อมูลสำรองอยู่
สิ่งที่เราได้ค้นพบในคลิปนั้น คือ ยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวขนาดใหญ่มากที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์
และมันเป็นของจริง!

BeePee :
เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาพบคือความจริง และนาซ่าพยายามปิดบังมัน
เขาได้ตั้งรางวัลให้กับผู้ที่จับผิดได้ว่า มันเป็นของปลอม เป็นเงินถึง $ 50,000.00!

BPOD (BeePeeOilDisaster) : ผมท้าทายองค์กรข่าวใด ๆ , CNN, ABC, NBC, CBS, FOX, MSNBC หรือ บริษัท ในเครือข่าวอื่น ๆ หรือหนังสือพิมพ์ใด ๆ
ที่สามารถ วิเคราะห์และพิสูจน์แล้วว่า รูปภาพที่เป็นต้นฉบับ ที่มีจุดสว่างสดใสคมชัด ฯลฯ
เป็นการเพิ่มตกแต่งเพิ่มเข้าไปในวิดีโอ ผมยินดีจ่ายเงิน $ 50,000.00 เงินสด USD







วันที 23 พฤษภาคม 2011 ERiGIA007 โพสต์วิดีโอลง YouTube ด้วยการวิเคราะห์เกี่ยวกับวัตถุที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์รวมทั้งวัตถุ BeePee เจอ!









ที่มา : //thetruthbehindthescenes.wordpress.com/2011/10/17/the-clearest-alien-spacecraft-near-the-sun-you-ever-have-seen/
____________________


ติดต่อรับรางวัล :

BeePeeOilDisaster



ติดตาม เรื่องอื่นๆได้ที่นี้ครับ

allmysteryworld.blogspot.com




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2554    
Last Update : 18 ตุลาคม 2554 21:53:56 น.
Counter : 528 Pageviews.  

เด็กน้อยวัย 7 ขวบ กับข้อความต่างมิติ ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น!




บทสนทนากับเดวิดจาก Inua
วันที่ : 13 มีนาคม 2011
เรื่อง : สิ่งที่เกิดขึ้น และจะเกิดอะไรขึ้น!



ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของเด็ก 7 ขวบ
ที่แม่ของเขานำไปพบจิตแพทย์เพราะเขาได้รับการติดต่อด้วยเสียงของมนุษย์จากดาวเคราะห์ดวงอื่น
เด็กคนนี้ชื่อ"เดวิด"แม้อายุของเขาจะยังน้อยมากบนโลก แต่เขาก็ได้ถือคำตอบของจักรวาลมาด้วย
ดังที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้

เดวิดบอกจิตแพทย์ของเขาที่ชื่อ Aryana ว่า...
เสียงที่เขาได้ยินนั้นมาจากดาวเคราะห์ดวงอื่น เขาเรียกเสียงที่เขาได้ยินว่า Aghton
พวกเขาทั้งสองมาจากกลุ่มดาวอื่น ซึ่งจะทำให้มีการติดต่อนี้ต่อไป
จนกว่าเดวิดจะสิ้นสุดการเดินทางของเขาบนโลก

เขาจะอยู่ที่นี่ประมาณ 200 ปี หากเรานับปีเหมือนที่เราทำในตอนนี้
แต่เร็วๆนี้ เราจะเข้าใจถึงความแตกต่างกันของเวลาดังที่เป็นอยู่
และก่อนที่จะจบช่วงแรก เดวิดบอกว่า Aghton ได้ขอให้จิตแพทย์ของเขา
ช่วยเขียนหนังสือเพื่อที่ข้อความของเขาได้ส่งกระจายไปในวงกว้างยิ่งขึ้น..

เดวิตบอกว่าโลกจะถูกทำให้การสั่นสะเทือนในการกระโดดเข้าสู่มิติที่สี่และที่ห้า
แต่อาจทำให้มนุษย์สับสน เพราะคิดว่าเราอยู่ในความหนาแน่นของมิติที่สาม
และมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีของร่างกายมนุษย์
ที่จะทำให้ร่างกายโปร่งเบาขึ้น พร้อมกับได้รับดีเอ็นเอสายใหม่ที่กระฉับกระเฉง

เดวิดยังกล่าวว่า ดาวเคราะห์ทุกดวงมีภารกิจแตกต่างกัน
เมื่อมีก้าวกระโดดเกิดขึ้น (ที่มีการทดสอบใหม่ๆอยู่เสมอ)
ภารกิจของโลกเรา คือการจะได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งหมด โดยรักษารูปร่างและโครงสร้างเอาไว้
สิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้ ยังไม่เคยมีการทำมาก่อน ดังนั้นเราทั้งหมดจะได้รับประสบการณ์นี้พร้อมกันเป็นครั้งแรก

เดวิดกล่าวว่า โลกที่เขาจากมา เรียกว่า Inua และตั้งอยู่ใกล้กับ Orion
และนี่ เป็นส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ของเขา...


Aryana Havah ได้พูดคุยกับเดวิดและถามคำถามที่สำคัญบางประการ
เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกและสิ่งที่จะมาถึง
ถ้าคุณไม่ทราบว่าดาวิดเป็นใครโปรดอ่านบทความเหล่านี้ :

Our True History (by David);

David about the Universal Matrix;



กรุณาเก็บข้อความไว้ในใจด้วยว่า เดวิดเกิดมาในร่างกายมนุษย์
ซึ่งเขาคำนึงแล้วว่าตัวเองป็นมนุษย์ในช่วงชีวิตนี้
เมื่อเขาพูดถึงอดีต ผมสังเกตเห็นว่าเขาหมายถึงเราคนเดียว
ซึ่งเพราะเป็นชาติแรกของเขาในโลก

13 มีนาคม 2011

Aryana : เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม? ที่คุณได้บอกฉันว่า มนุษย์ได้เลือกแล้ว
David : มีเวลาไม่มากนัก และมนุษย์ได้เลือกเส้นทางแล้ว

A : เราเลือกเส้นทางที่เป็นด้านบวกหรือไม่?
D : เส้นทางทั้งหมดเป็นบวก เพราะมันจะนำทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่าทั้งหมด
มนุษยชาติจะตื่นตัวและจะทบทวนทัศนคติของตนใหม่

A : คุณกล่าวว่าเราจะต้องเชื่อมต่อกับการสั่นสะเทือนของโลก เราจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร ?
D : โดยการทำความเข้าใจในธรรมชาติและดาวเคราะห์โลก

A : ช่วยอธิบายให้ชัดเจนขึ้นอีกหน่อย ว่าหมายถึงอย่างไร ?
D : คุณเห็นมั๊ย ว่าโลกมีชีวิตและมีความตระหนักรู้ เธอรู้สึกถึงสิ่งที่คุณและผมคิด (หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ )
เราถูกล้อมรอบด้วยพลังงาน และทุกอย่างที่เรารู้สึก คิดหรือทำ คือการส่งผ่านข้อมูล
ทุกอย่างของความคิดเป็นรูปแบบทางพลังงาน สิ่งที่คุณให้ไป จะถูกส่งกลับมาที่คุณเสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้! เมื่อเราทำให้อารมณ์ก่อตัวเป็นตัวรูปเป็นร่างขึ้น
หากคุณมีความกลัว คุณก็จะได้รับความหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
แต่ถ้าคุณผลิตหรือสร้างความสงบสุข ความสงบก็จะห่อหุ้มคุณ

A : ช่วยบอกหน่อย ว่าเราควรทำอย่างไร?
D : ให้คิดบวก มีความเชื่อความศรัทธา และมองโลกในแง่ดี
แต่คุณต้องซื่อสัตย์ในทุกสิ่งที่คุณทำ (ผู้สร้างมีความยุติธรรม)

คุณไม่สามารถทำแต่สิ่งไม่ดี แต่ร้องขอเพื่อจะได้รับสิ่งดีๆได้
หรือการที่คุณโกหก แต่ขอความถูกต้อง ทุกสรรพสิ่งล้วนมีการเชื่อมต่อ
สิ่งที่คุณคิด สิ่งทีคุณพูด สิ่งที่คุณทำ จะต้องเป็นบวกเท่านั้น

A : คุณได้ทราบข่าวแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ และคุณคิดอย่างไร?
D : ใช่ มันก็จะเกิดขึ้นและจะเกิดในที่อื่นๆด้วย โลกกำลังทำความสะอาด

A : แล้วที่ไหนล่ะที่จะมีความปลอดภัยสำหรับฉัน ฉันควรต้องย้ายหนีหรือไม่?
D : หากภารกิจของคุณคือการย้ายล่ะก็ จนถึงตอนนี้ คุณต้องย้ายไปก่อนแล้ว

A : หลายคนบอกว่าเราควรจะย้ายขึ้นไปบนภูเขา หรือที่สูงๆ
D : บางที ผู้ที่บอกว่าจริงๆเราต้องย้ายนั้น
ไม่ว่าจะได้เข้าพำนักที่ใดใดก็ตาม มันก็เป็นที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว


Alex : นี้หมายความว่าเราได้เลือกเส้นทางของเราแล้ว
และสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น จะเป็นรูปแบบเฉพาะ
นำความเชื่อมั่นของจิตวิญญาณผู้นำทางของคุณด้วยตนเองและทำตามที่คุณรู้สึก!
ทุกอย่างจะถูกเปิดเผยหลังแผนอันศักดิ์สิทธิ์
เราจะต้องสงบ มีความสมดุล และยึดมั่นอยู่ในแผน
ยอมรับมันและยอมรับพลังงานใหม่
การดำรงอยู่ด้วยสมาธิมากขึ้น จะเป็นการทำให้มี"ฟอง"แห่งความรักคุ้มครองอยู่เสมอ
จงมีพลังด้านบวกแห่งอนาคตอยู่ในหัวใจ จงอฐิษฐานถึงมันเถิด...!
---------------------------------------------------------------
และข้อมูลต่อไปนี้จะต้องส่งถึงผู้ที่ต้องการ
กรุณาแบ่งปันให้กับคนที่คุณรู้จัก เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญมาก
---------------------------------------------------------------

A : ดวงอาทิตย์จะส่งผลกระทบต่อเราหรือไม่?
D : ใช่ เป็นอันตรายมาก! มันจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้แย่ลง หลายๆคนจะบ้าคลั่ง
เราควรจะทราบวิธีการป้องกันตัวเองเอาไว้

A : ด้วยวิธีการใดหรือ?
D : Aghton บอกว่า คุณมีความคิด ที่ถูกต้องอยู่แล้ว

--------------------------------------------------------------------

Alex : "Aghton" เขามีชีวิตอยู่ที่ดาว Inua
ที่ยังมีการมีการติดต่อเกือบตลอดเวลากับเดวิด และคอยช่วยเขา
เดวิดเป็นผู้ที่สามารถได้ยินเสียง" Aghton"เช่นเดียวกับเสียงโทรศัพท์ภายในหัวของเขา

"Aghton"สามารถที่จะแสดงทุกอย่างที่เดวิดต้องการ
เช่นเดียวกับภาพยนตร์ รวมทั้งอดีตของเขา เมื่อครั้งที่เขามีชีวิตอยู่บนดาว Inua
โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดาวิดในลิงค์ที่ให้ไว้ข้างต้น
---------------------------------------------------------------
A : กรงขังของฟาราเดย์?
D : Aghton กล่าวว่าใช่ แต่ฉันเองก็ไม่ทราบว่าสิ่งนี้คืออะไร

A : เป็นกรงโลหะที่จะสร้างเขตพื้นที่ที่ทะลุทะลวงเข้าไปไม่ได้
แต่นานเท่าไหร่ที่เราควรจะต้องอยู่ภายในนั้นล่ะ?
D : 6 วัน สองวันต่อครั้ง -- (รวม 3 ครั้ง) --

(เกี่ยวกับกรงขังฟาราเดย์ : //en.wikipedia.org/wiki/Faraday_cage)

A : หลังจากนั้น ก็หมายความว่าจะมีไม่มีไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภค ฯลฯ ?
D : ใช่

A : ผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นจำนวนมาก พวกเขาจะเป็นยังไง?
D : ผมไม่ทราบ มีสิ่งหนึ่งที่แต่ละคนสามารถเลือกที่จะมีชีวิตอยู่

A : ฉันไม่เห็นด้วย! มีคนที่ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรและพวกเขาจะสับสนมาก
D : พวกเขารู้สิ่งที่จะต้องทำ แต่เขาไม่สนใจมัน พวกเขาควรจะทำในสิ่งที่พวกเขารู้สึกและปรารถนา!
แต่ทุกอย่างถูกตั้งค่าแล้ว มันจะเป็นวิธีการที่มันควรจะเป็นและมนุษย์จะมีการเริ่มต้นใหม่ (...)

ผมรู้ถึงสิ่งที่จะถูกเปิดเผยให้ปรากฎ
แต่ฉันไม่ต้องการที่จะบอกคุณ Aghton กล่าวว่า มันไม่ใช่ภารกิจของฉัน
บรรดาผู้ที่ปกครองเหนือเราเกือบจะประสบความสำเร็จแล้ว
และแผนการของพวกเขานี้เกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือ (มนุษย์) ของคุณ!
จากนี้ไปมีเพียงผู้สร้างเท่านั้นที่สามารถช่วยเราได้
จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ขึ้นอยู่กับความดีของตัวเราเอง ซึ่งหากปราศจากสิ่งนี้
สิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้จะเลวร้ายมากสำหรับมนุษย์...

จงปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นไปตามแผน
และเราจะได้รับการปลดปล่อยจากการสั่นสะเทือนเชิงลบ ฉันไม่สามารถพูดมากกว่านี้ได้
เพราะ Aghton บอกว่าคุณจะไม่เก็บเรื่องนี้ไว้สำหรับตัวคุณเอง

สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำคือการนำ"ความหวัง"
ไม่ใช่ "ความกลัว"
ถ้าคุณเพียงแต่ขอ แต่ไม่ทำอะไรเลย มันก็ไร้ประโยชน์


A : เราสามารถหลบหนีรังสีโดยอาศัยอยู่ในถ้ำได้หรือไม่?
D : Aghton กล่าวว่าไม่ได้ การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ที่จะส่งไปถึงแกนโลก
แต่การ"สั่นสะเทือนส่วนบุคคล"จะมีความสำคัญมาก!

A : วิธีการที่เราจะสามารถยกระดับการสั่นสะเทือนของเรา จะตัองทำอย่างไร?
D : ต้องเป็นผู้มีเมตตา จิตใจดีงาม และคิดบวก

A : มีอะไรที่คุณสามารถบอกฉันได้อีกหรือไม่ ?
D : เมื่อใดที่ทุกๆอย่างสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุด...มันก็จะดี...ดีมากจริงๆ
ผู้คนจะแตกต่างไปจากเดิมมาก พวกเขาจะรู้ถึงสิ่งพวกเขาผิดพลาดไป
โลกจะเต็มไปด้วยความเมตตา มีความเอื้อเฟิ้อเผื่อแผ่ต่อกัน
มันไม่ยากเกินไปหรอก เพราะว่าพวกเราเกือบจะถึงที่นั่นอยู่แล้ว!

ฉันต้องการจะบอกกับคุณว่า มีเส้นทางสายใหม่ที่ดีกว่าที่เราจะเดินและปฎิบัติตาม
แต่ก็มีเส้นทางสายหนึ่งที่ตรงกันข้ามอย่างมากด้วยเช่นกัน โชคดีที่เราไม่ได้อยู่บนถนนสายนั้น
อย่างไรก็ตาม มนุษย์ส่วนใหญ่ที่ยอดเยี่ยม จะจัดการเพื่อสร้างความปลอดภัยต่อตัวเขาเองได้

A : และเรายังคงจะต้องเผชิญกับ 2-3 ปีแห่งความยากลำบาก?
D : ใช่

A : มันจะเริ่มต้น เมื่อไหร่ ?
D : ตอนนี้มันเริ่มต้นแล้ว ตั้งแต่เดือนมีนาคม

A : นั่นหมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเรียบร้อยในปี ค.ศ. 2014?
D : ใช่

-------------------------------------------------------------
Alex : พี่น้องของฉัน นี้เป็นบทสนทนาเล็กๆบางส่วน กับเดวิด
ฉันไม่สามารถบอกคุณได้ว่าฉันมีความสุขขนาดไหน หลังจากอ่านมัน
--------------------------------------------------------------


เพื่อให้เดวิดได้จุติลงมาบนโลก...
ชาว Inuakis รวมทั้งสิ่งมีชีวิตจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ
ได้เข้ามาแทรกแซงใน Matrix ของโลก
เพื่อที่จะให้วิญญาณของพวกเขาส่งเข้ามาในการจุติบนโลก
พวกเขาอยู่ที่นี่แล้ว และนอกจากนี้
ยังมีการเพิ่มการสั่นสะเทือนของโลกด้วยการแสดงตนของพวกเขา
เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนให้เพิ่มสูงขึ้น ก่อนและหลังการก้าวกระโดด
บางส่วนของโลกเรา ก็มีจิตวิญญาณเก่าแก่ที่มาจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆอยู่มากมายด้วย
เพื่อช่วยในมนุษย์โลกก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงในปี 2012
ซึ่งบางคนก็อาจจำอะไรไม่ได้ แต่มันมีอยู่ในโปรแกรมของพวกเขา
ที่จะไม่จำอะไรจนกว่าจะได้ระลึกรู้มันอีกครั้ง ในปี 2012

เข้าชมเรื่องราวลึกลับอื่นๆได้ที่นี่ครับ

เรื่องลึกลับจากทั่วโลก Mystery World




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2554    
Last Update : 5 ตุลาคม 2554 22:40:02 น.
Counter : 226 Pageviews.  

บทสรุป-การวิจัย กะโหลกมนุษย์ ต่างดาว - ตอนที่ 2












ช่วงต้นปี 2010 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์อเมริกันได้ทดสอบ DNA
ของสิ่งที่จะเป็นได้ว่าคือ กะโหลกของเอเลี่ยน
พยายามจะวิเคราะห์ Nuclear DNA (nDNA) แล้ว

ตัวอย่าง DNA แบ่งออกเป็นสองแบบ
nDNA มาจากพันธุกรรมทั้งฝ่ายพ่อและแม่
mitochondrial DNA มาจากพันธุกรรมทางสายแม่
ในไมโตคอนเดรีย เป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงาน





ลองเปรียบเทียบกับฐานข้อมูล DNA แห่งชาติ











แต่พบว่า ไม่พบกับตรงกับฐานข้อมูลใดๆที่มีอยู่ No Significant similarity found


มันคือวินาทีประวัติศาสตร์สำหรับวงการวิทยาศาสตร์ที่จะบอกว่า นี่มันไม่ใช่กะโหลกของมนุษย์
นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ถ้าวิจัยจีโนมของมันได้ทั้งหมดแล้ว
คงจะเป็นหลักฐานยืนยันได้แน่ชัดจนยอมรับในทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า
มันเป็น กะโหลกเอเลี่ยน จริง



ลอยด์ พาย นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเรื่องมนุษยวิทยาเกี่ยวกับวิวัฒนาการมนุษย์
พบที่จากถ้ำเม็กซิโกเมื่อช่วงทศวรรษ 1940
ตามการตรวจอายุด้วยคาร์บอน พบว่าอายุราวๆ 900 ปี
กะโหลกดังกล่าวมีลักษณะทางกายภาพมากมายแตกต่างไปจากมนุษย์




จากการตัดกะโหลกเพื่อเก็บตัวเพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ จะเห็นได้ว่า Starchild กะโหลกบางกว่าอย่างเห็นได้ชัด


สภาพความแปลกของลักษณะกะโหลกนั้นอาจจะดูเล็กน้อย
เมื่อวิเคราะลงไปถึงส่วนผสมของกระดูกกะโหลก ก็พบความปะหลาดที่แตกต่างจากมนุษย์ปกติ

ของคนปกติ ของคนปกติ คาร์บอน กับ ออกซิเจน ต่ำกว่า ฟอสฟอรัส และ แคลเซี่ยม








 แต่ของ Starchild คาร์บอน กับ ออกซิเจน สูงมากต่างจากมนุษย์ปกติ ฟอสฟอรัสลดลง เป็นสัดส่วนที่แปลกปะหลาด









ต่อมาเป็นเรื่องของ anatomy of bone







มีการแกนเครื่องจุลทรรศอิเล็กตรอน ภาพของกระดูกภายใน cortical layer(เป็นส่วนที่เป็นกระดูกแข็ง หรือ compact bone)

จะเห็นภาพว่าส่วนติดกับกระดูกแข็งจะเป็นส่วนเซลล์ในกระดูก (ส่วนspongy)ซึ่งจะมี cancellous hole (รูว่างๆที่วงสีเหลือง) เป็นที่ที่ของไขกระดูก(bone marrow)สามารถเคลื่อนที่ผ่าน

ที่ปะหลาดที่สุดคือ มีวัตถุปะหลาดมันฝังตัวลงไปใน matrix ของกระดูก(แผ่นเนื้อส่วนนั้น) มันมี fiber (เส้นใย) ปะหลาดที่ทนทานอย่างมาก ซึ่งไม่เคยมีใครได้พบเห็นมาก่อนในสปีชีย์อื่นๆ เพราะใบมีที่ตัดชิ้นส่วนเพื่อนำไปศึกษาไม่สามารถตัดตรงนี้ได้ (เห็นรอยขีดข่วนอยู่แต่เส้นไม่ขาด)







เส้นใยปะหลาดที่ว่า










ความทนทานที่เหลือเชื่อ (เห็นรอยตัดอยู่ แต่ตัดไม่ขาด)













ความปะหลาดต่อมา

ลักษณะที่แปลกปะหลาดของโพรงไซนัส(คนปกติอยู่แถวหน้าผาก แต่นี่อยู่ใต้ตาหมด)








มีกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่เล็กกว่าคนทั่วไป








โครงกระดูกการเชื่่อมต่อกับส่วนคอนั้นก็มีลักษณะปะหลาด บอกได้ว่าคอมีขนาดเล็กกว่าคอของคนทั่วไป


















มีภาพชิ้นส่วนขากรรไกรบน เมื่อดึงฟังออกมาเราจะเห็นว่าฟันนั้นยึดติดแน่นมาก และมีรากที่ยาวมาก และยังค้นพบมีฟัว่านหลายซีมากที่รอขึ้นอยู่ มากกว่าปกติ












ตรงนี้เรามองเห็นได้ชัดเจนที่สุดของความปะหลาดคือ วัตถุปะหลาดที่ฝังอยู่ใน matrix of bone

แต่พวกนักวิทยาศาสตร์ตอบกลับมาว่ามันคือ เส้นใยไฟเบอร์ที่ปนเปื้อนไปทีหลัง บอกว่ามาจากพรม (เล่นทำแกเซ็ง) ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่เคยมีอยู่ในวิทยาศาสตร์กระแสหลักเดิมๆ แต่มันเป็น fact















ในปกติกระดูกของคนเรา แบคทีเรียจากในร่างกายจะทำให้กระดูกของคุณเหมือนกับถูกเคลื่อบไว้ ทำให้เห็นส่องสะท้อนแสง

แบคทีเรียเป็นตัวทำให้เกิดสภาพเช่นนั้น แต่ของ starchild กลับไม่พบอะไรเช่นนั้น (เหมือนกับว่าแบคทีเรียทำอะไรกะโหลกนี่ไม่ได้)









และลักษณะของชั่นกระดูกจะพบได้ว่ามีของมีคอลลาเจนมากกว่า(เหมือนมันmilky)










แต่ถึงอย่างไร ก็ยังมีสิ่งที่แปลกไปกว่านั้น

เศษสีแดง ซึ่งไม่รู้ว่ามันคืออะไร ซึ่งลักษณะนี้ไม่เคยได้เห็นในสปีชีย์อื่นๆ
ซึ่งมันไม่ใช่เลือด เพราะเลือดเวลาออกซิไดซ์แล้วจะกลายเป็นสีดำ
สิ่งพวกนี้มัน unknown ไม่เป็นที่รู้จัก
they mean nothing to mainstream science
และไม่เคยอยู่ในการศึกษาของกระแสหลัก













การตรวจสอบ DNA เอาคร่าวๆว่ามี 2 ครั้ง
เมื่อปี 2003 ตรวจด้วยแบบ PCR (Polymerase Chain Reaction)
เทคนิคแบบเก่าข้อดี ใช้ปริมาณตัวอย่างน้อย แต่ผลที่ออกมาจะแคบกว่า
วัดได้ไม่ลึก และผลออกมาว่าเป็นมนุษย์ โดยการตรวจแบบเก่านี้
This result indicated that the female and the Starchild could not be maternally related because their mtDNA did not belong to the same haplogroup.
ผลดังกล่าวแปลความได้ว่า Starchild กับกะโหลกหญิงข้างๆนั้นไม่ได้เป็นแม่ลูกกัน เพราะ mtDNA เข้ากันไม่ได้กับ haplogroup (ตัวอย่างเทียบเคียงทางสายญาติแม่เดียวกัน)






ไมโตคอนเดรียนั้นเป็นตัวสร้างพลังงานให้กับร่างกายมนุษย์ ทำให้ร่ายกายคนเราอบอุ่นจากการเผาผลาญพลังงาน ไมโตคอนเดรียในตัวคนเราจะสืบเชื้อสายมาจากแม่เพราะว่าแม่เป็นผู้ผลิตไข่ ด้วยเหตุนี้ทำไมถึงได้บอกว่าไมโตคอนเดรีย หรือ mtDNA ที่ใช้ในบทความนี้ถึงมาจากแม่ และด้วยเหตุนี้ถ้าเราเอาไมโตคอนเดรียในร่างกายคนเรามาเปรียบเทียบกัน เราก็จะหาได้ว่าแต่ละคนนั้นมาจากบรรพบุรุษคนเดียวกันหรือเปล่าโดยเปรียบเทียบจาก DNA ของไมโตคอนเดรีย

ส่วน nuclear DNA นั้นจะเป็นส่วนที่เกิดจาก DNA ในไข่ของแม่กับ DNA ในสเปริ์มของพ่อมารวมกัน ดังนั้น nuclear DNA จะมี DNA ของพ่อครึ่งนึง และ DNA ของแม่ครึ่งนึง nuclear DNA นี่แหล่ะที่เอามาพิสุจน์กันว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันหรือเปล่าอย่างที่เห็นกันในข่าว

This result indicated that the female and the Starchild could not be maternally related because their mtDNA did not belong to the same haplogroup.
ผลดังกล่าวแปลความได้ว่า Starchild กับกะโหลกหญิงข้างๆนั้นไม่ได้เป็นแม่ลูกกัน เพราะ mtDNA เข้ากันไม่ได้กับ haplogroup (ตัวอย่างเทียบเคียงทางสายญาติแม่เดียวกัน)







แต่ปี 2010 ใช้วิธีการตรวจที่ซับซ้อนมากกว่า ด้วยวิธีเช่น
genome amplifications หรือ classic shotgun sequencing
ซึ่งเทคนิคนี้ผู้วิจัยคนเดิมเมื่อปี 2003 อย่าง Dr. Malhi and Dr. Eshleman ทำไม่ได้
เพราะความไม่เชี่ยวชาญและผลเชิงการค้าของสถาบันตรวจสอบ DNA

วิธีดังกล่าวเป็นงานที่หนักมากเพราะต้องใช้การหาจีโนมทั้งหมด ซึ่งยาก ของมนุษย์เพิ่งสำเร็จไปไม่กี่ปีมานี้เอง แต่ถึงอย่างไรก็ใช้ความพยายามจนเห็น บางส่วนที่เป็น “missing” nuclear DNA ซึ่งจะช่วยชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของการตรวจแบบเดิม

คราวนี้พบ clearly fragments of the Starchild Skull’s nuclear DNA จริงๆแล้ว หลังจากความพยายามมา 11 ปี ที่คราวนี้ไปเทียบกับฐานข้อมูลของโลกที่คราวนี้ได้รับเงินวิจัยจากสถาบันดังกล่าวด้วย โดยนำไปเข้าโปBLAST program พบว่า คราวนี้มีความคล้ายคลึงกับแบคทีเรียอื่นๆอีก แต่ที่น่าสนใจคือส่วน(fragment)ของ ลำดับนิวคลีโอไทด์ 265 base pairs in length, and it was found to correlate with a segment on human chromosome #1 มีความคล้ายคลึงกับส่วนที่อยู่บนโครโมโซม 1 ซึ่งบอกได้ว่าเป็น genome ของ human or human-like. ซึ่งเหมือนกับปี 2003







 แต่ส่วนที่เป็น 342 nucleotide fragment ให้ผลแตกต่างออกไปอย่างน่าตะลึง







It states that within the millions of DNA base pair strings catalogued in the NIH database, none were even “similar” to this section of the Starchild Skull’s DNA!
ฐานข้อมูลเป็นล้านๆคู่ของสถาบัน NIH ไม่ตรงกับของ Starchild เลย (เก็บตัวอย่างมาจากทุกๆสปีชีย์บนโลกแล้วไม่พบว่าตรงกัน)

ส่วนตรงนี้เองที่ Some of the Starchild’s nuDNA is different from anything previously found on Earth!
nuDNA แตกต่างไปจากทุกสิ่งที่พบได้ในโลกใบนี้ นี่แหละคงเป็นเครื่องยืนยันว่ามาจากนอกโลก (extraterrestrial)

ส่วนนี้มาจาก //www.starchildproject.com/dna2011march.htm




ลอยด์ พาย ให้สมมุติฐานว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ความเป็นไปได้ที่มีคือ การตัดต่อพันธุวิศวกรรมของเอเลี่ยน
Starchild นี้เป็นเอเลี่ยนเกิดจากแม่ทีเป็นมนุษย์ (ลูกผสมไฮบริด)
pure alien born to human mother >>> เอเลี่ยนที่เกิดจากแม่ที่เป็นมนุษย์อุ้มท้อง
ปัจจุบันนี้ทำได้ ถ้าเกิดกรณีที่ไมโตคอนแเดียอ่อนแอจะมีลูกไม่ได้






แต่เธออยากจะมีลูก สามารถมีได้โดยเอาไข่ของแม่ ผสมกับสเปริมพ่อ ได้ไซโกตซึ่งได้โครโมโซมจากพ่อแม่
แล้วไปเอาไข่จากคนที่สาม แล้วดึงโครโมโซมของคนที่สามทิ้ง ให้เหลือแต่ mtDNA




แล้วเอาไซโกตใส่เข้าไปแทนในไข่ที่มีไมโตตครอนเดียแข็งแรงจากบุคคลที่สามนั้นก็โอเค ให้ไข่นั้นฝังตัวในครรภ์ก็ท้องได้
วิธีนี้ทำให้มีลูกได้ซึ่งมียีนของพ่อแม่เด็กคนแรกอยู่ แต่มีไมโตคอนเดรียของบุคคลที่สาม






กรณีนี้ก็อธิบายเหมือนข้างตนกันคือ มีเอเลี่ยนสองตัวพ่อแม่ สร้างไซโกตขึ้นมา และด้วยเหตุผลบางอย่าง
เอาไข่ของผู้หญิง(มนุษย์)มาดึงเอาพันธุกรรมออกให้เหลือไมโตครอนเดียไว้ เอาไซโกตเอเลี่ยนไส่ลงไป
จนได้เอเลี่ยนที่มีไมโตคอนเดรียของมนุษย์ นั่นคือ ที่มาของ Starchild
สิ่งนี้ยากที่จะเป็นที่ยอมรับ (ตั้งแต่เรื่องของเอเลี่ยนแล้ว) จะยอมรับว่ามี พันธุวิศวกรรม ระหว่างเอเลี่ยนกับมนุษย์
เมื่อเก้าร้อยปีก่อน ยากที่จะยอมรับมากๆ มันต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ยิ่งใหญ่มากในวงการวิทยาศาสตร์
แต่มันคือ fact จากการศึกษาด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ทั้งหมดที่เห็นครับ

กรณีดังกล่าวยังเกิดขึ้นได้กับเอเลี่ยนลักพาตัวในยุคปัจจุบัน
อย่างเคสของหญิงชาวอิตาเลี่ยนผู้นี้
หลักฐานมากมาย 
รวมทั้ง alien fetus ตัวอ่อนเอเลี่ยนที่ไม่สมบูรณ์ในครรภ์ของผู้หญิงคนนี้
เคสนี้น่าสนใจอย่างมากครับ...














ที่มา : //board.palungjit.com
____________________
เครดิต :  StarChild
________________________________




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2554    
Last Update : 25 สิงหาคม 2554 23:05:59 น.
Counter : 390 Pageviews.  

บทสรุป-การวิจัย กะโหลกมนุษย์ ต่างดาว - ตอนที่1



ความเป็นมาของกะโหลกอันนี้



ราว 50-60 ปีก่อน ครอบครัวชาวอเมริกันครอบครัวหนึ่งได้พาบุตรสาววัยรุ่นเดินทางไปเยี่ยมญาติ
ที่อยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองชิวาวา ในประเทศเม็กซิโก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปราว 100 ไมล์
บริเวณใกล้ ๆ กับหมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยถ้ำและอุโมงค์ใต้ดินที่เกิดจากการทำเหมือง
แม้ว่าบิดามารดาของสาวน้อยจะห้ามปรามไม่ให้เธอไปเล่นในพื้นที่อันตรายดัง กล่าว แต่เธอก็เหมือนสาววัยรุ่นทั่ว ๆ
ไปที่มักจะคอยขัดคำสั่งพ่อแม่อยู่เสมอ



ขณะที่เธอเข้าไปเล่นในอุโมงค์ แห่งหนึ่ง เธอพบว่าที่ปลายอุโมงค์นั้นมีโครงกระดูกมนุษย์โผล่ขึ้นมาบนพื้น และที่ข้าง ๆ กันนั้น
ก็มีโครงกระดูกรูปร่างประหลาดที่พันโอบอยู่กับกระดูกท่อนแขนส่วนบน ของมนุษย์



สาวน้อยค่อย ๆ บรรจงปัดเอาเศษดินออกจากกระดูกท่อนนั้น มันเป็นกระดุกที่มีขนาดเล็กกว่ากระดูกทั่ว ๆ ไป
เธอค่อย ๆ คุ้ยดินบริเวณนั้นออก ก็พบว่าโครงกระดูกที่ถูกฝังอยู่ในดินนั้นก็มีรูปร่างที่ผิดปรกติ
และมีขนาด เล็กกว่า โครงกระดูกของมนุษย์เช่นกัน



เธอจัดแจงรวบรวมเอาโครงกระดูก ทั้งหมดที่พบบรรจุลงในตะกร้าที่เธอนำไปด้วย เมื่อมาถึงบ้านเธอได้ทิ้งตะกร้านั้นไว้นอกบ้าน
โชคร้ายที่ต่อมาได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันทำให้โครงกระดูกถูกน้ำพัดพาไปจนหมด เหลือทิ้งไว้ก็แต่หัวกระโหลก 2 ใบกับเศษฟัน 2 ซี่เท่านั้น



สาวน้อย ได้นำเอาหัวกระโหลกคู่นั้นกลับที่อเมริกาด้วย เธอเก็บมันไว้ตลอดชั่วชีวิตของเธอ
ก่อนที่จะเสียชีวิตลงเธอยกกะโหลกคู่นั้นให้กับเพื่อนบ้านชาวอเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็เก็บมันไว้ที่บ้านนานถึง 5 ปี
แต่ภรรยาของเขาไม่ได้รู้สึกชื่นชมเจ้ากระโหลกคู่นี้ เธอทั้งรบเร้าและดุด่าให้เขานำมันไปทิ้งซะ
วึ่งในที่สุดเขาก็ต้องจำยอมทำตามที่ภรรยาบอก



แต่ชายคนนั้นก็ไม่ได้นำ มันไปทิ้งเสียทีเดียว เขานึกขึ้นมาว่ามีเพื่อนคนหนึ่งที่สนใจเรื่องจานบินและมนุษย์ต่างดาว
ซึ่งเจ้ากระโหลกที่มีรูปร่างประหลาดนี้อาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เหล่านี้
เขาจึงติดสินใจยกกระโหลกคู่นี้ให้กับเพื่อนของเขาเมื่อต้นปี 1999
และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของกระโหลกปริศนาแรกในวันนี้ครับ



เดือนกุมภาพันธ์ 1999 สามีภรรยาคู่นั้นได้ติดต่อมายัง ลล์อยด์ พาย (Llyod pye)
ผู้ที่จบการศึกษาด้านจิตวิทยาแต่กลับสนใจตามสืบหาต้นตอที่มาของเผ่าพันธุ์มนุษย์
เพื่อให้เขาช่วยไขปริศนาหัวกะโหลกประหลาด

ผู้คนทั่วสารทิศมัก จะมาหาลล์อยด์และเล่าเรื่องพิลึกพิลั่นต่าง ๆ นานาให้เขาฟัง
และลล์อยด์ก็คิดว่าสามีภรรยาคู่นี้คงไม่ต่างจากคนอื่น แต่คราวนี้ขาคิดผิด
ทั้งคู่ได้มอบกล่องกระดาษให้กับลล์อยด์ เมื่อเขาเปิดดูก็พบหัวกะโหลกมนุษย์หนึ่งอันกับหัวกะโหลกอีกอัน
ที่มีขนาดพอ ๆกับหัวกะโหลกอันแรก แต่ว่ามีรูปร่างที่แปลกประหลาด



ลล์อยด์มองตกตะลึงกับสิ่งที่เขาเห็น เจ้ากะโหลกประหลาดนี้มีกระดูกเบ้าตาที่ไม่เหมือนกะโหลกมนุษย์
และรวมทั้งรูปร่างของกะโหลก ก็ไม่เหมือนด้วยเช่นกัน เขารู้ทันทีว่าคราวนี้เขาเจอของจริงเข้าให้แล้ว




จากการวิเคราะห์เบื้องต้น ลล์อยด์สันนิษฐานว่ากะโหลกประหลาดนั้นเป็นกะโหลกของเด็กอายุราว 5-6 ปี
ส่วนกะโหลกมนุษย์นั้นเป็นกะโหลกเพศหญิง ซึ่งอาจเป็นมารดาของเจ้ากะโหลกประหลาด สามีภรรยาคู่นั้นถามลล์อยด์ว่า
เขาสามารถหาคำอธิบายให้กับกะโหลกประหลาดนี้ได้ไหม ลล์อยด์จึงแนะนำว่ากะโหลกนี้อาจเป็นของคนพิการ
หรือไม่ก็เด็กที่ติดเชื้อตอนเกิด เขาขอให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดก่อน



ลล์อยด์เคยศึกษาเรื่องประวัติความเป็นมาของชาวอินเดียนแดงโบราณ เขาเคยได้ยินตำนานเรื่องเล่า
"สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว" ที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่าในสมัยโบราณกาล เทพเจ้า
(จากการวิเคราะห์รูปร่างหน้าตาตามคำบรรยายในตำนานพบว่ามีลักษณะคล้าย กับมนุษย์ต่างดาว เกรย์)
ได้เสด็จลงมาจากสวรค์เพื่อสมสู่กับหญิงสาวชาวโลกที่เป็นหมันและอาศัยอยู่ใน หมู่บ้านที่ห่างไกล



ต่อมาสาวชาวบ้านนางนั้นเกิดตั้งครรภ์และให้กำเนิดทารกกลายพันธุ์ที่ชาวบ้าน เรียกว่า "เด็กจากดวงดาว"
เธอได้เลี้ยงดูอุ้มชูเด็กจากดวงดาวจนเขาเติบโตได้ราว 6 ขวบปี
แต่แล้วในคืนหนึ่งเทพเจ้าได้เสด็จลงมาจากสวรรค์อีกครั้งเพื่อมารับเอาตัวบุตรไปอยู่ด้วย



เมื่อรู้ว่าลูกน้อยจะถูกพรากจากไป เธอจึงแอบพาเด็กจากดวงดาวหนีออกจากหมู่บ้าน
และแอบซ่อนอยู่ในอุโมงค์ อาจเป็นเพราะความเครียดจัดหรือประสาทหลอนเธอจึงตัดสินใจสังหารลูกตัวเอง
และฝังศพไว้ในอุโมงค์นั้น โดยให้แขนของลูกเธอโผล่ออกมาจากพื้นจับแขนของเธอไว้
และเธอก็ดื่มยาพิษฆ่าตัวตายนอนสิ้นใจอยู่ข้างหลุมศพของลูก



จากลักษณะของสถานที่ที่พบโครงกระดูกดูจะเข้ากับเรื่องราวในตำนานได้พบดิบพอดี
จึงสันนิษฐานว่าโครงกระดูกมนุษย์นั้นเป็นโครงกระดูกของผู้ที่เป็นแม่
ซึ่งปฏิเสธที่จะยอมให้มนุษย์ต่างดาวพรากตัวลูกน้อยไปจากเธอ
จึงตัดสินใจทำอัตนิวิบาตกรรมพร้อมกับลูกน้อย(หรืออาจถูกฆาตกรรม)




กะโหลกศีรษะเด็กต่างดาวนั้น มีีความจุถึง 1,600 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ในขณะที่กะโหลกศีรษะของคนทั่ว ๆ ไปที่เจริญเต็มวัยจะมีความจุเฉลี่ยเพียงแค่ 1,400 ลุกบาศก์เซนติเมตร
และถ้าหากเด็กต่างดาวเติบโตเต็มที่คาดว่าเขาน่าจะมีกะโหลกศรีษะที่ใหญ่ขนาด
บรรจุสมองได้ถึงปริมาณ 1,800 ลูกบาศก์เซนติเมตรทีเดียว
กระดูกเบ้าตามนุษย์นั้นจะมีลักษณะรูปกรวยและลึกลงไปในกะโหลกราว 5 เซนติเมตร
แต่กระดูกเบ้าตาของเด็กต่างดาวกลับเป็นรูปหยดน้ำและตื้นแค่ 3 เซนติเมตร



จากการตรวจสอบอายุฟันพบว่า เจ้าของฟันเสียชีวิตลงเมื่ออายุราว 5-6 ปีแต่ทั้งนี้ต้องพิสูจน์ Nuclear DNA ก่อน
เนื่องจากหัวกะโหลกนี้มีอายุนานมากจึงจะสามารถยืนยันได้ 100% ว่าฟัน 2 ซี่นั้นเป็นฟันที่จากหัวกะโหลกประหลาด
แต่การพิสูจน์ Nuclear DNA นั้นต้องใช้เงินสูงถึง 20,000 ดอลลาร์ ซึ่งลล์อยด์เองก็ยังคงกำลังเรี่ยไรหาเงินทุนก้อนนี้อยู่









https://lh6.googleusercontent.com/-sjUhD8EdllA/TlXs3q0GgSI/AAAAAAAABLE/korhZe_JzsE/fibers8.jpg


การพิสูจน์ DNA นี้ยังสามารถบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างกะโหลกทั้งสองได้
อีกทั้งยังสามารถบอกถึงชาติกำเนิดของเด็กต่างดาวได้อีกด้วยว่าเขาเป็นมนุษย์
ธรรมดาทั่วไป หรือมนุษย์กลายพันธุ์กันแน่



สิ่งที่แตกต่างกะโหลกทั่ว ไปเป็นอย่างมากคือ บริเวณระหว่างฟันกรามและเขี้ยว
พบว่ามีรากฟันอยู่ 3 ชุด ซึ่งในมนุษย์ทั่วไปจะมีเพียงแค่ 2 ชุด คือฟันน้ำนมกับฟันแท้
จึงเป็นไปได้ว่าเด็กต่างดาวมีฟัน 3 ชุด



สันนิษฐานว่าเด็กต่างดาวอาจมีช่วงเวลาในการผลัดฟันชุดแรกเร็วกว่ามนุษย์ทั่ว ๆ
ไปจึงต้องมีฟันสำรองอีกหนึ่งชุด หรือไม่ก็เด็กต่างดาวมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์โดยทั่วไป
จึงทำให้เขาต้องใช้ผลัดฟันชุดที่สามเมื่อฟันชุดที่สองเริ่มเสื่อมสภาพลง




คาเรน สเก็ตท์(Karen Scheidt) ทราบว่าลล์อยด์กำลังวิเคราะห์หาที่มาที่ไปของกะโหลกประหลาดอยู่
เธอจึงแจ้งให้เขาทราบว่าเธอเคยพบกะโหลกรูปร่างประหลาดแบบเดียวกับที่ลล์อยด์มีอยู่



คาเรนมีภาพถ่ายกระโหลก 2 ใบที่เธอถ่ายมาจากวิหารร้างแห่งหนึ่งในเมืองโซลูล่า
ประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 1975 มันเป็นกะโหลกที่สมบูรณ์คือมีทั้งส่วนบนและส่วนล่าง
ต่างกับกะโหลกของลล์อยด์ที่ส่วนล่างหายไป



เธอบอกกับลล์อยด์ว่ากะโหลก ที่เอพบนั้นมีลักษณะไม่ผิดเพี้ยนไปจากกะโหลกเด็กต่างดาว
น่าเสียดายที่เธอมีเพียงภาพถ่ายด้านหน้า และเวลาก็ล่วงเลยมานานกว่า 25 ปีแล้ว
จึงทำให้เธอจำไม่ได้แน่ชัดว่าด้านหลังของกะโหลกนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร



แต่ความเป็นมาของกะโหลกที่เธอพบนั้นก็น่าทึ่งพอ ๆ กับกะโหลกเด็กต่างดาว
มัคคุเทศก์ที่นำกลุ่มของเธอไปทัศนาจรได้เล่าให้ฟังว่ากะโหลกทั้งสองใบนี้
เป็นของเทพเจ้าที่เดินทางมาจากท้องฟ้าเมื่อหลายพันปีก่อน



พระองค์เดินทางมาเพื่อสอนคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ
พระองค์มีหมายกำหนดการที่จะเดินทางกลับสู่เบื้องบนหลังจากที่ได้ถ่ายทอด
วิชาการให้กับมนุษย์เสร็จสิ้น ไม่นานนักก็มีเทพเจ้าอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางตามมา
และสังหารเทพเจ้าสององค์แรก



ลล์อยด์ ได้พิจารณาดูภาพถ่ายที่คาเรนส่งมาให้ เขาพบว่ามันไม่มีความเหมือนกับกะโหลกเด็กต่างดาวเลย
ลล์อยด์จึงไม่คิดที่จะเดินทางไปเม็กซิโกเพื่อที่จะพิสูจน์มัน
ลล์อยด์เชื่อว่ากะโหลกประหลาดที่เขาครองครองอยู่นี้เป็นเพียงหนึ่งเดียวในโลก
และเขาจะพิสูจน์ให้ได้ว่าแท้จริงแล้วเจ้ากะโหลกนี้เป็นสามัญชนหรือมนุษย์ต่างดาวกันแน่........




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2554    
Last Update : 25 สิงหาคม 2554 21:35:59 น.
Counter : 353 Pageviews.  

ทึ่ง!!! เมฆ หน้าคน (face in the clouds)



ภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพสมัครเล่น ชือว่า Denis Farmer ขณะที่เมฆสีดำกำลังก่อตัวอยู่ด้านหลังสวนหลังบ้านของเขา และมันก็ช่างบังเอิญที่มันปรากฎเป็นรูป ใบหน้าของมนุษย์ อย่างชัดเจน ทั้ง ตา จมูก ปาก และโหนกแก้ม



โดยก้อนเมฆค่อยๆลอยไป ตามกระแสลมก่อนจะปรากฏรูปใบหน้าที่ มีจมูก ตา และปากเปื้อนยิ้ม นานเกือบ 1 นาทีมันก่อนจะปลี่ยนรูปไป สร้างความตกตะลึงให้กับนายเดนิสอย่างมาก





คลิป




ดูบทความอื่นๆได้ที่นี่






 

Create Date : 04 สิงหาคม 2554    
Last Update : 4 สิงหาคม 2554 22:15:10 น.
Counter : 115 Pageviews.  

1  2  3  

SiAni_3D
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ไม่มีอะไร
ยากเกินความพยายาม







free counters
hit counter

Email: siani_3d@windowslive.com

AutoLISP

การติดตั้งคำสั่งAUTOLISP
https://www.bloggang.com/data/siani3d/picture/1292983826.png
AutoLISP-ปริ้นอัตโนมัติ
https://www.bloggang.com/data/s/siani3d/picture/1303271642.gif
AutoLISP-เขียนบันได เหล็ก
http://1.bp.blogspot.com/_rkn52Kckzys/TQNLsCsbRPI/AAAAAAAAAJQ/_FRJ-f_rZSY/s400/3.gif

แกะสลักลายไม้อคีลิกพลาสติก

ตัวอย่างป้าย
https://www.bloggang.com/data/siani3d/picture/1297067488.gif

ออกแบบเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์

ระบบคัดแยกขยะ
http://3.bp.blogspot.com/-BFhMOh4N58w/Td25JRkqL-I/AAAAAAAAAZQ/KzKTKe0NKAg/s1600/Assem-2.gif

AutoCAD Tips

แก้ปัญหา image ไฟล์รูป
https://www.bloggang.com/data/s/siani3d/picture/1306393322.gif
แก้ปัญหา DialogBox ไม่ขึ้นป
https://www.bloggang.com/data/s/siani3d/picture/1306463191.gif

บันทึกลึกลับ

ยานอวกาศขนาดยักษ์บนดวงจันทร์
http://www.galacticchannelings.com/afbeeldingen/moon-spaceship.jpg

พบถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ต่างดาวแล้ว
hhttps://www.bloggang.com/data/s/siani3d/picture/1305779427.jpg

พลังแห่งจินตนาการ

พลังจิต คืออะไร
http://2.bp.blogspot.com/_rkn52Kckzys/TU-J3VzDbSI/AAAAAAAAAJ4/VBzFljd3gxI/s400/Aura%2BMoving.jpg
Friends' blogs
[Add SiAni_3D's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.