NO TIME TO UPDATE....
Group Blog
 
All Blogs
 
A340 - 500 ....... สัญญาณที่ไม่ค่อยดี(หรือเปล่า)ของ Airbus อีกแล้ว

จากคราวที่แล้วก็เว้นว่างไปนานเลยครับ หลังจากวิเคราะห์เรื่อง A380 ไปทีนึง ว่าจะเขียนเรื่องนั้นเรื่องนี้เพิ่ม ก็ไม่ได้เขียนซะทีครับ แต่วันนี้พอดีไปส่งเพื่อนที่สนามบินและก็ไปดูนู่นดูนี่เรื่อยเปื่อยตามประสาครับ และก็บังเอิญได้ใช้เวลานานหน่อย เพราะไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ๆ และเพื่อนก็บิน QF ออกไปตอนห้าโมงกว่า ซึ่งก็ยังไม่มืด เลยถือโอกาสนั่งดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย ๆ ครับ ผมมีบัตร Pass ก็เลยเข้าไปนั่งเล่นอยู่แถว Gate 40 กว่า ๆ นั่งดูเครื่องบินไปเรื่อย ๆ ซะนานเลยครับ วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร ที่จอดกันแถวนั้น และที่แท๊กซี่ผ่านไปผ่านมา มีแต่ B777 กับ A330 และ A340 กันทั้งนั้น ตอนนั่งอยู่แถว Gate ก็มี A340 ของ Gulf และมี 772 กับ 773 ของ CX ผ่านไปผ่านมา และก็ได้เห็น 777-300ER ของ EVA แบบชัด ๆ ด้วย อีกแป๊บ ๆ ก็มี A330 ของ CX มาอีก แล้วก็เห็น A340 ของ TG บินออกไปด้วย น่าจะไป AKL มั๊ง

พอเห็นแต่พวก 777 และ 330/340 เยอะแยะ ยุ่บยั่บไปหมด แบบนี้ เลยฉุกคิดถึงเรื่องของ A340-500 ขึ้นมาได้ครับ ว่าปีที่ผ่านมาเนี่ย หลาย ๆ คนตื่นเต้นกับการเป็น Ultra Long Range ของมันพอสมควร ตอนที่ TG ได้มาใหม่ ๆ ที่จะเอามาบินไปนิวยอร์คเนี่ยก็เล่นเอา เพื่อน ๆ ใน Blueplanet ฮือฮาและหาโอกาสจะลองนั่งกันมากมายเลยพอสมควร หลายท่านก็โชคดีได้นั่งไป SIN บ้าง CNX บ้าง ส่วนผมยังไม่เคยซะทีเลย 55555

A340-500 เป็นผลงานจากการ Extend Product Portfolio ของ Airbus ที่ต้องการทำเครื่องบินแบบ Ultra Long Range ออกมา โดยอาศัย Base Model ของ A340 มาพัฒนาต่อ ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่ Airbus ถนัด นั่นคือจับ Product ที่มีอยู่มาขยาย Line ออกไปให้กว้างและครอบคลุมที่สุด โดยยังคงพื้นฐานทางวิศวกรรมเดิมให้มากที่สุด และตั้งชื่อรูปแบบนี้ว่า Commonality Concept ซึ่งถือว่าได้ผลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่พัฒนา A330/340 ต่อจาก A320 เพราะสามารถลดต้นทุนทุนในด้าน Crew Development รวมถึง Cost ด้านการปฎิบัติการได้อีกมากมายมหาศาล จากระบบ Fly By Wire ที่เริ่มเอามาใช้ในเครื่องบินพาณิชย์ด้วย

ทีนี้ความผิดพลาดของแอร์บัสมันอยู่ที่ตรงไหน ผมมองว่าที่ผ่านมาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก เพราะแอร์บัสก็ไปได้เรื่อย ๆ จนผมเริ่มมาตั้งข้อสงสัยในกรณีของ A380 ที่ปัจจุบันยอดจองก็ยังไม่ขยับไปจาก 130 กว่าลำ เรียกว่ายังห่างไกลจาก Break Even ที่ 300 ลำอีกโขครับ แต่ไอ้ A340-500 นี่สิ ผมไปค้นมา พบว่าปัจจุบันมันมียอด Order ไปแค่ 26 ลำเอง โดยมี Emirates เอาไป 10 ลำ TG อีก 4 และ SQ อีก 5 ที่เหลือก็มี แอร์ แคนาดา เอทิฮัด อีกนิด ๆ หน่อย ๆ

A340-500 เนี่ยจริง ๆ แล้วมันถูกออกแบบมาเพื่อทำตลาดที่เค้าเรียกกันว่า "Ultra Long and Thin" คือ เป็นเส้นทางที่มีความยาวมาก ๆ ระดับแถว ๆ 9000 Nm แต่ไม่สามารถขนคนไปได้เยอะมากนัก เพราะต้องแบ่งเนื้อที่สวนหนึ่ง(เยอะ)ไปให้กับ Fuel Tank ที่เพิ่มขึ้น ส่วนเครื่องยนต์นั้นผูกขาดกับ Rolls Royce Trent 500 ครับ แต่ก็ยังดีครับที่ ตัว Trent 500 นี้สามารถใช้กับ A340-600 ที่มี Order ไปแล้วร้อยกว่าลำได้ด้วย Rolls Royce จึงยังพอจะสบายใจได้(ขึ้น)บ้าง

แต่เหลือบ ๆ ไปมองพวก Carrier ที่ใช้ A340-500 ทั้งหลาย ก็ชักจะเป็นห่วง A340-500 ขึ้นมาจับใจครับ อย่าง TG เราเองก็ดูจะไม่ได้ Happy กับเส้นทาง NYC กับ LAX เท่าไรเลย ได้ยินมาว่า ราคาขายของตั๋วถูกเกินไป เมือ่เทียบกับ Cost ของ A345 ต่อหนึ่งไฟลท์ ซึ่งปัญหานี้ก็ (เหมือนว่า) จะเกิดกับ SQ ด้วยเช่นกัน เพราะ SQ พยายามจะวาง Product สองตัวที่แตกต่างกันสำหรับเส้นทาง
New York กล่าวคือ

1. เส้นทาง SIN-FRA-JFK 23.00 HRS
(รวมพักที่ FRA 2 ชม.)
บินด้วย 744 ที่มี Skysuite ใน F Class

2. เส้นทาง SIN-EWR 18.40Hrs
บินด้วย A345 ไม่มี F Class

มองดู Product สองอันของ SQ แค่นี้ ผมเองในฐานะที่เป็นคนทำงานการตลาดมา ก็งงเป็นไก่ตาแตกล่ะครับ ว่ามันจะขายกันยังไงหว่า เส้นที่บินตรงมันควรจะเป็นอะไรที่ Luxury กว่า ด้วย Nature ของกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังจ่ายมากกว่า และต้องการการเดินทางที่สั้นกว่า เพราะเวลามีค่า พวกนี้คือ Businessmen เกือบทั้งนั้น แต่ไฟลท์นี้ดันบินด้วยเครื่องบินที่ที่ไม่มี F Class และไปลงที่สนามบิน Newark และ Cost ในการ Operate ของ A340-500 นี้ก็ไม่ได้ถูก ๆ เลย บินไม่หยุด 19 ชั่วโมง แค่อาหาร และลูกเรือ ก็มหาศาลแล้ว จะขายราคาถูกก็ไม่ได้ จะขายราคาแพงภาพพจน์มันก็ไม่ออก เพราะไม่มีชั้นหนึ่งและไม่ได้ลงที่ JFK

แต่กับอีกเส้นทางที่บินผ่าน FRA ดันดูน่าสนใจกว่าเยอะเลย บินด้วย 747 ซึ่งยังไงมันก็โอ่โถงกว่า A340-500 แถมดันได้แวะที่ FRA ยืดเส้นยืดสายสองชั่วโมง และเข้าใจว่าน่าจะมี Lounge ที่ดีมาก ๆ ของ SQ หรือไม่ก็ LH ให้รอระหว่างใช้ด้วย สำหรับผู้โดยสารในชั้นพรีเมี่ยม ส่วนผู้โดยสารในชั้นประหยัดก็ได้เดินลงมายืดเส้นยืดสายบ้าง ไม่ใช่นั่งตัวแข็งไป 19 ชั่วโมง.... ดูไปดูมา ผมก็ว่ามันดีกว่าเส้นทางบินตรงด้วยซ้ำ คนที่ต้องการพรีเมี่ยมจริง ๆ ก็ได้นั่งชั้นหนึ่งที่ดีอันดับต้น ๆ ของโลก คนที่นั่งธุรกิจก็จ่ายราคาสมเหตุสมผล ส่วนคนที่นั่งชั้นประหยัดก็ได้พัก ตัวสายการบินก็ Happy กว่า ลูกเรือก็ทำงานง่ายกว่า

ผมเลยคิดว่า TG และ SQ ไม่น่าจะ Happy สักเท่าไรกับ A340-500 ในตอนนี้แล้วครับ เอาไปบินใกล้ก็ไม่กำไร เอาไปบินไกลก็ขาดทุน จะเอามาใช้ในเส้นทางที่ตัวเองแข็งแกร่งคือ Kangaroo Route ก็จะเป็นการใช้งานผิดประเภทเข้าไปใหญ่ คงจะได้แต่เก็บไว้ข่มกันไปมามากกว่า ในขณะที่ Emirates ที่มีอยู่ 10 ลำนั้น ดูจะยังไม่ออกอาการมากเท่าไรนักครับ แต่ก็ต้องพิจารณาจาก Vision ที่ต่างกันของสองสายการบินนี้ด้วย เพราะทั้ง SQ และ Emirates เป็นสายการบินที่เค้าเรียกกันว่า ชาตินี้(กรู)ขอเป็น Hub อย่างเดียว เนื่องจากรู้ตัวดีว่าเป็น Destination ท่องเที่ยวได้ยาก อย่าง SQ จะวางตัวเองเป็น Hub สำคัญของเส้นทาง Kangaroo Route และเส้นทาง Intra-Asia ซีงทั้งสองเส้นทางนี้แทบเรียกได้ว่าไม่ต้องการเครื่องบินผอมเพรียวเรียวบางแต่บินไกลแบบ A340-500 เลยครับ ขอเป็น A380 ไปเลยยังจะดีกว่า

แต่ Emirates มี Vision ที่แตกต่างไปอีกครับ Emirates เคลมและแสดงตนอย่างชัดเจนว่าต้องการเป็น World Hub ในเส้นทางหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Kangaroo Route จนข้ามไปถึง MiddleEast ไป USA หรือแม้แต่จาก Africa ไป ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เพราะฉะนั้น ความต้องการในการใช้งานเครื่องบินของ Emirates จะหลากหลายกว่า SQ ครับ และ A340-500 ดูจะมีอนาคตกับ Business ในอนาคตของ Emirates อยู่พอสมควร สำหรับตอนนี้ Emirates สะสมรูปแบบเครื่องบินไว้มากมายมหาศาลเหลือเกิน มี A330-200, A340-300, A340-500 และ B777 อีกมหาศาล ล่าสุดนี่ก็สั่ง 777-200LR ไปอีก 10 ลำ และสั่ง 777-300ER ไปอีก 24 ลำไม่รวม A380 อีก 41 ลำ!!!!!!!!

แต่พูดกันตรง ๆ ตอนนี้ A340-500 น่าจะทำตลาดต่อได้ลำบากครับ เพราะพวก Big Name ไม่สนใจมากนัก คนที่น่าจะซื้อก็ซื้อกันไปหมดแล้ว คนที่อยากให้ซื้อใจจะขาดอย่าง ANA หรือ JAL ก็ไปซื้อ Boeing 787 กันหมด ตัว A350 ที่กำลังจะออกตามมาก็ดูน่าสนใจกว่า เพราะออกแบบมาเป็นเครื่อง Ultra Long Range ตั้งแต่แรก แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ว่า A350 จะหมู่หรือจ่า เพราะยอดจองของ B787 ก็ทิ้ง A350 ไปสองเท่าแล้ว

ผมว่า Airbus น่าจะกำลังเครียดขนาดหนัก เพราะ A380 ก็เข็นไม่ออก แถม A350 ก็ไม่แรงมากอย่างที่คิด ถ้ามองกันในแง่การตลาดเนี่ย Product Portfolio ของ Airbus น่าจะกำลังมีปัญหาครับ มีตัวที่ลูกผีลูกคนเยอะกว่าโบอิ้งซึ่งกำลังกลับมาอย่างมั่นคงกว่า โบอิ้งมี 737 และมี 777 รวมไปถึง 787 และยังไม่รวม B747-8 ที่จะพัฒนามามาล่อลวงพวกแฟนพันธุ์แท้ B747 อย่าง British Airways, Cathay Pacific, ANA, JAL, หรือแม้แต่ SQ เพราะ 747-8 จะใช้พื้นฐานของ 747 เดิม มาใส่ Technology ล่าสุดของ 787 เข้าไป แต่ยังสามารถใช้ Equipment หลัก ๆ และ Handling ร่วมกับ 747 ได้หมด สนามบินที่รับ 747 ไหว ก็รับ 747-8 ได้เลย พวกขาใหญ่ที่ลังเลกับ A380 อยู่น่าจะตื่นเต้นพอสมควรครับ เพรราะโบอิ้งเคลมเรียบร้อยแล้วครับว่า Seat Mile Cost ต่ำกว่า A380 ตั้ง 6% แน่ะ ๆ

พิมพ์ไปพิมพ์มา กลายเป็นว่าไม่ใช่แค่ A340-500 นะเนี่ยที่ไม่ใช่สัญญาณที่ไม่ค่อยดีของ Airbus เพราะดู ๆ ไปอีกหลายตัวก็น่าเป็นห่วงครับ ปีที่ผ่านมาโบอิ้งก็เพิ่งทำลายสถิติยอดจองไปด้วยตัวเลข 1002 ลำ มากกว่าสถิติเก่าปี 1998 ที่ทำไว้ 877 ลำ แต่นั่นนับรวมของ MD ด้วยนะครับ เพราะตอนนั้นเพิ่ง Merge กันเสร็จ .... และเท่าที่ไปอ่านบทสรุปความก้าวหน้าของโบอิ้งในช่วงปีที่ผ่านมาเนี่ย.... แฟนแอร์บัสอย่างผมยังอยากจะกุมขมับแทนเลยครับ



Create Date : 02 มีนาคม 2549
Last Update : 2 มีนาคม 2549 3:50:24 น. 4 comments
Counter : 637 Pageviews.

 
Wow วิเคราะห์เจาะลึกได้เยี่ยมยุทธ์จริงๆ ครับ ขอบคุณสำหรับความรู้มากๆ นะครับ


โดย: IP: 158.108.9.11 วันที่: 4 มีนาคม 2549 เวลา:9:19:26 น.  

 
เพิ่งมาอ่านเจอครับ ขอบคุณมาก

ขอร่วมแจมด้วยครับ

1. ตอนนี้แนวโน้มสายการบินหลักๆ กำลังลดฝูง 744 ไปเป็น 773ER กันหลายราย เช่น SQ,AF,CX,JL และ ANA (เท่าที่นึกออกตอนนี้ ) แล้ว TG เรามีแนวโน้มจะสั่ง 773ER มาบ้างหรือเปล่า หรือจะรอ 747-8 ไปเลย

2. ผมมองว่าการซื้อ A340-500/600 เป็นเรื่องผิดพลาดของ TG จริงๆ จริงๆ แล้วตอนที่ปลดระวาง MD-11 กับ 747-300 เป็นโอกาสดีในการลดแบบฝูงบินให้น้อยลง TG น่าจะรออีกสักนิดแล้วซื้อ 777-200LR (สำหรับ A340-500 ) และ 777-300ER (สำหรับ A340-600) มากกว่า

3. การซื้อ A330-300 8 ลำเพื่อมาแทน A300-600 ผมว่าน่าจะดีมากถ้า 1) แบ่งเป็น A330-200 บางส่วนเพื่อบินเส้นทาง thin and long route บางส่วน 2)ใช้เครื่อง PW แบบที่มีอยู่แล้วเพื่อลดต้นทุนในการซ่อมบำรุง แต่นี้สั่งติดตั้งเครื่อง RR ซึ่งเคลมว่า fuel efficiency ดีกว่า ผมว่าจะยุ่งยากเหมือนฝูง A300-600 ที่มีทั้งเครื่อง GE/PW

4. ถ้า TG ทำแบบที่ผมคิดบวกกับขาย ATR ออกไปและรอปลดระวาง A300-600 ทั้งหมดและแทนด้วย A330 ฝูงบินของ TG จะดูง่ายต่อการ operate ขึ้นมากเลยครับ มี 747 / 777 / 737 / A330 และ A380 ที่กำลังจะมา

เฮ้ออออ ได้แค่คิดครับ TG ไม่ได้เป็นของผมนี่เนอะ


โดย: - - IP: 124.120.101.130 วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:9:46:04 น.  

 


โดย: 56222 IP: 161.200.255.162 วันที่: 4 เมษายน 2551 เวลา:13:03:15 น.  

 
ว๊าวว แวะมาอ่านเก็บความรู้ครับ


โดย: PilotAP IP: 124.121.142.63 วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:14:56:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

shion
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add shion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.