,,,ต....
.....
Group Blog
 
All Blogs
 
ฝังหัวใจไว้ที่แม่น้ำเงา

05年0

星期五

天氣
:陰

 

 

 
 
 

แม่น่ำเงาที่รัก

เสียงปืนดังปัง ก้องอยู่ในหุบเขา
เป็นเสียงที่คุ้นเคยเพราะชาวบ้าน
มักจะออกล่าสัตว์ในตอนกลางคืน
แต่นานๆครั้งหรอกนะที่จะได้ยินเสียงอย่างนี้
กระท่อมไม่มีฝาบ้าน
มีแต่หลังคาที่ยาวกรอมพื้นฟากไม้ไผ่
ช่วยกั้นลมหนาว
กองไฟลุกโชน ประทุประกายเล็กๆดุจดวงดาว ให้พอตื่นตา

ชายหนุ่มเจ้าของไร่
ปล่อยให้ฉันครองครองกระท่อมนี้เพียงลำพัง
ส่วนตัวเขาเข้าไปนอนที่หมู่บ้านกูแปทะ
แม้เขาจะอยู่ในไร่ แต่เราก็เจอกันเฉพาะเวลากินข้าวเท่านั้น
เวลาที่เหลือต่างอยู่กับงานของตัวเอง
เขาทิ้งไร่ไปไม่กี่วัน เมื่อกลับมา
ไร่ก็มีสภาพยับเยินไปแล้ว ด้วยรอยเท้าของวัวควาย
ชาวบ้าน ที่เลี้ยงแบบปล่อยป่า
เขาหัวเราะหึ หึ ฉวยมีดเดินดุ่มไปทางในไร่ ฟันฉับที่ต้นกล้วยซึ่งหักพับ เพราะแรงทึ้งของเจ้าสี่ขาสองเขา
กอกล้วยที่เหลืออยู่ยังสามารถแตกยอดอ่อนได้อีก
มีบางต้นที่เครือกล้วยยังสมบูรณ์ ลูกแก่จัดอวบอ้วน
อย่างน้อยผลผลิตอื่นที่เหลืออยู่ เช่น พริก บวบ
ยังให้ผลสะพรั่งพอกินทั้งเจ้าของไร่และนกหนูแมลง

ล้มตัวลงนอนยังไม่ทันจะหลับ
ได้ยินเสียงแกรกกรากของฝีเท้าบางอย่าง บนฟากไม้ไผ่
แล้วมันก็มาไต่ที่ปลายเท้า ไฟฉายหลอดขาดใช้งานไม่ได้
จึงต้องค่อยๆควานหาไม้ขีดไฟเพื่อจะจุดเทียน แสงไฟจากฟืนมอดไปนานแล้วเหลือแต่สีแดงเรื่องเรืองของถ่านไฟ
ยังไม่ทันได้จุดไฟ เจ้าตัวนั้นก็กระโจนพรวดลงเรือนไป
ใจเต้นตึ๊กตั๊กล้มตัวลงนอน ไม่ถึงกับหวาดกลัว แต่ระแวง
ใจตื่นโพลง ยากจะหลับ เสียงน้ำไหลพรากจากท่อไม้ไผ่ ที่เจ้าของทำไว้เพื่อนำน้ำเข้ามารดผักในแปลง เสียงซู่ ชัดเจน
ตั้งใจฟังเสียงนั้น จนผลอยหลับไป

และแล้วต้องตกใจตื่นอีกครั้ง เมื่อเจ้าสิ่งนั้นมายืนเหยียบอยู่บนเท้า ที่ซุกอยู่ในถุงนอน คราวนี้คว้าเทียนมาจุดได้เร็ว จึงได้ทันเห็นแขกยามวิกาล ที่ถลาลงกระท่อมไป
มันคืออีเห็นตัวใหญ่ หางใหญ่ เฮ้อ...โล่งอกไป

ในที่สุดคืนนั้น หลับๆตื่นๆ เพราะเจ้าของบ้านตัวจริงตัวนั้น
กลับมาลากซองกาแฟและคอฟฟี่เมตไปเคี้ยวกินสบายใจเฉิบที่ปลายเท้านั้นเอง

การเข้ามาที่นี่ ในครั้งนี้เราต้องเดินเข้ามา ใช้เวลาถึงสามวัน
เพราะถนนถูกต้นไม้ล้มขวางทาง เนื่องจากฝนตกหนัก ระดับน้ำสูง ไม่มีเรือโดยสาร ที่เคยโดยสารได้ครึ่งทาง
เราผจญเรื่องร้าย จนฉันกลายเป็นคนหวาดระแวง

คืนแรก เราต้องค้างคืนที่กระท่อมนาของชาวบ้าน เพราะเห็นว่ากระท่อมหลังนั้นมีกองฟางปูพื้นเอาไว้แล้วอย่างดี และมีลำน้ำเล็กๆสองสายขนาบอยู่ ได้อาบน้ำล้างตัว นอนฟังเสียงสายน้ำไหล จุ๋งจิ๋ง
ตอนหัวค่ำ นั่งดูดาวที่พราวฟ้าจนเพลิน ได้ยินเสียงคนพูดพึมพำกันอยู่ที่ริมน้ำ เห็นแสงไฟฉายส่องกราดไปทั่วทิศ ไม่มีอะไรน่ากล้วเพราะรู้ว่าคนกลุ่มนั้นเป็นชาว
ปกาเกอญอละแวกนี้ แต่พอยามดึก ไฟจากเชื้อไม้ไผ่ราแสง เหลือแต่ความเงียบและความหนาวเหน็บที่โอบล้อมอยู่รอบตัว ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินวนอยู่รอบกระท่อม ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับตัวเองได้แต่นอนนิ่งๆ กลั้นลมหายใจเอาไว้ ราวกับกลัวว่าพวกเขาจะได้ยิน จินตนาการว่าพวกนั้นเดินขึ้นมาบนกระท่อม แล้วเรื่องน่ากลัวก็เกิดขึ้น

ตื่นเช้าขึ้นมา ไม่ได้หันหน้ามามองเขาคนนั้น ว่าเป็นอย่างไร
รีบลุกขึ้นชะโงกดูที่พื้นดิน เห็นรอยเท้าเจ้าสองเขามากมาย จึงถอยหายใจ แต่ยังไม่โล่งเสียทีเดียว

เมื่อคืนนี้ เจ้าของไร่บอกว่าจะเข้าไปหมู่บ้าน เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับเรื่องนั้น....ฉันได้แต่ภาวนาว่า
อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเลย

เสียงร้องระเบ็งเซ็งแซ่รอบๆกระท่อม ปลุกให้ฉันตื่นนอนแต่เช้าตรู่ ทั้งที่เมื่อวานกว่าจะเดินมาถึงไร่ก็เย็นแล้ว กว่าจะได้นอนก็ค่ำมาก ตอนเย็นฉันต้องออกแรงตัดฟืนจนมือพอง เหนื่อยแทบขาดใจ แต่ความสดใสสดชื่นของป่า ทำให้เวลาเช้าๆ น่าพิสมัยจริงๆ

เสียงนกกระรางหัวโขนเป็นร้อยๆตัว ตะเบ็งเสียงเกินงาม สมแล้วที่มันถูกเรียกว่านกระวังไพร คงได้กลิ่นควันไฟในกระท่อม หลังจากที่ไม่ได้กลิ่นนี้มานาน วันนี้เหล่านกทั้งหลายอาจไม่เพลินใจ ในการจิกกินผลผลิตของเขา เพราะมันรู้แล้วว่าเจ้าของกลับมาแล้ว

เสียงนกเขาคู อยู่ใต้ถุนกระท่อม ค่อยพลิกตัวอย่างเงียบ แอบมองทางช่องฟากไม้ไผ่ มีนกเปล้าคู่หนึ่งกำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหาร และเมื่อกระดึ๊บตัวไปทางชายคาบ้าน เห็นนกแซงแซวหวงบ่วงขนาดใหญ่ เกาะอยู่ที่ต้นไผ่ ปะปนด้วยนกสีสวยๆ เขียวๆ แดงๆ คล้ายนกโพระดกแต่มีขนาดใหญ่กว่า อีกฝูงหนึ่ง ที่มากที่สุดคือ เจ้ากระรางหัวโขนฝูงนั้นนั่นเอง

สายแล้วเจ้าของไร่ยังไม่กลับมา ฉันหุงข้าวเอาไว้รอท่า เผื่อเขาอาจกลับมาพร้อมกับปลาในแม่น้ำ เพราะเขาถือคันเบ็ดไปด้วยนี่ เช้าๆอย่างนี้ ไม่หิวนัก แค่ต้มน้ำชงกาแฟกินกับขนมที่ติดกระเป๋าอยู่บ้าง ก็รอดตัวแล้ว
ส่วนเขาถ้ายังไม่มาเร็วๆ คงตีความได้สองอย่าง อย่างแรกกำลังลุ้นการตกปลาอยู่ อย่างที่สอง ต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆในหมู่บ้าน หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดขนาดเดินประมาณสี่สิบนาทีแห่งนั้น

ที่ในไร่นี้ อาจมีอันตรายได้ แต่น้อยกว่าคนในหมู่บ้านแน่นอน เพราะพวกเขามีศัตรูที่ไม่อาจต่อรองได้

เจ้าของไร่ ให้ความมั่นใจกับฉันว่า
"ผมอยู่ที่นี่มานานมาก ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยงกลุ่มไหน รู้จักผมทั้งนั้น เขาคงไม่สงสัยว่าผมมาทำอะไรในนี้อีกแล้ว อย่ากลัวไปเลย ถ้ามีคนแปลกหน้ามาถาม ก็ให้บอกว่ามากับผม บอกชื่อกะเหรี่ยงของผมไปก็พอ ถ้าเขาไม่พูดภาษาไทย"

เออ...นะ ฉันแอบหัวเราะอยู่ในใจ
คนอะไร แปลกพิลึก มาอยู่ในพื้นที่ ที่คุกรุ่นไปด้วยการสู้รบ
โดยไม่หวาดกลัว

คืนที่สอง ที่เราเดินเท้าเข้ามาในป่าแห่งนี้
ฉันเร่งฝีเท้าตามเขาแทบไม่ทัน มืดแล้ว มองทางแทบไม่เห็น ไฟฉายฉันเล็กเกินไป เขาเดินเร็วมาก บางครั้งฉันต้องวิ่งตาม แต่อย่างไรฉันก็ไม่ย่อท้อ เพราะฉันชอบที่จะมาที่นี่
การมาครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นับเป็นครั้งที่สิบแล้วกระมัง ฉันเคยคิดว่า เมื่อไหร่หนอฉันไม่ต้องกลับออกไปอีก
ฉันอยากอยู่ที่นี่ อยู่กับเขาที่นี่ เพื่อทำความฝันให้เป็นจริงเสียที

คืนนั้น เมื่อเราเข้าเขตหมู่บ้าน ค่อนข้างดึกมากแล้ว จำเป็นที่จะต้องหาที่นอน แต่ในหมู่บ้านเงียบกริบ เรารู้สึกแปลกใจ แม้ชาวบ้านจะนอนเร็ว แต่แสงตะเกียงหรือกองไฟก็น่าจะมีให้เห็นบ้าง แล้วมันก็ผิดปกติจริงๆ

ขณะที่เราเดินเข้าประตูหมู่บ้าน เสียงผู้ชายตะโกนมาจากเงามืดเป็นภาษาของเขา คนที่เดินนำหน้าฉัน ร้องตอบไปด้วยภาษาเดียวกัน สักพักชายฉกรรจ์สี่ห้าคน เดินออกมาจากที่ซ่อนแถวๆรั้วหมู่บ้าน แล้วเขาทั้งหลายก็พูดคุยกัน
อย่างเคร่งเครียด โดยที่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

เราถูกพามาที่บ้านหลังหนึ่ง แต่เจ้าของบ้านยังไม่ยอมเปิดประตูรับ ได้แต่ตะโกนออกมาจากบนบ้าน จนกระทั่งเขาคนนั้นต้องเอาไฟฉายส่องหน้าตัวเอง แล้วพูดในสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจเหมือนเดิม เราจึงได้รับการต้อนรับ ทั้งข้าวปลาอาหารและที่นอน

ฉันได้รับคำอธิบายว่า กองโจรกลุ่มหนึ่งตระเวณปล้นบ้านชาวบ้านอยู่ โดยเฉพาะหมู่บ้านที่เป็นคริสต์ โจรกลุ่มนั้น ถูกเรียกว่า "กองโจรผ้าเหลือง" หมู่บ้านนี้ยังไม่ถูกปล้น แต่ก็กลัวจะถูกปล้น จึงต้องตั้งเวรยามไว้ที่หน้าหมู่บ้าน
คนอื่นๆหลบไปนอนตามในป่าบ้าง คนที่อยู่ในบ้านก็ต้องทำทีว่าไม่อยู่
ฉันคิดถึงคำพูดของเขา ที่บอกว่า
"ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับข่าวลืออีกแล้ว"
เขาจึงต้องไปหาความจริงในหมู่บ้านที่นับถือศาสนาพุทธ
น่าเศร้า...พวกเขาล้วนมีรากเหง้ามาจากที่เดียวกัน แต่มาแตกแยกเพราะสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ก่อมันขึ้นมา

เมื่อไหร่หนอ สงครามบนโลกนี้จะยุติเสียที
เขาคนนั้น พูดเสมอว่า
"ใครที่อยากจะรบกัน จงไปรบราฆ่าฟันกัน ในที่ใดที่หนึ่งเถิด เหลือแผ่นดินที่สมบูรณ์ไว้ให้ชาวไร่ชาวนา ได้เพาะปลูก ได้สร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆให้กับโลกด้วยเถิด"

ฉันนั่งอยู่บนเนินสูงริมป่า เนื่องจากที่ไร่อยู่ริมน้ำ พื้นที่ลาดชัน จึงเห็นเขาเดินกลับมาแต่ไกล
เมื่อมาใกล้ ฉันเห็นรอยยิ้มอย่างสุขใจ และในมือมีแต่ผักไม่มีปลา
"ไม่มีอะไรเลย ที่หมูบ้านนี้ หัวเราะกันใหญ่ เขาว่าพวกกะเหรี่ยงคริสต์ตื่นตูมไปเอง โจรผ้าเหลืองมีที่ไหน ถ้ามีก็โจรกระจอก หนีสงครามมาแล้วอดยาก จนต้องปล้นนั่นแหละ"
"แต่เราก็ต้องระวังตัว ฤดูแล้งทุกปี ฝั่งโน้นฆ่าฟันกันทุกปี หนีกระเซอะกระเซิง มาหลบอยู่ในป่ามากขึ้นทุกที ไม่รู้ใครเป็นใคร"
"แต่นั่นก็ไม่ร้ายเท่ากับข่าว ที่เรารู้มาไม่ใช่หรือ"
เขามองหน้าฉัน แววตาหมกมุ่นครุ่นคิด
แล้วทรุดตัวนั่งลงข้างๆ มองเหม่อออกไปทางแม่น้ำ
เขาเลือกที่นี่ เป็นที่สุดท้ายที่จะฝังร่าง
ฉันเข้าใจหัวใจเขาดี...
คนๆนี้ คงไม่ยอมให้สายน้ำ มาท่วมทับผืนดินของเขาแน่
ไม่ใช่เพราะตัวเขา ไม่ใช่เพราะปากท้องเขา
แต่เพราะ....
เขารักสายน้ำนี้เกินกว่า ที่จะเห็นมันถูกจองจำ

ใช่แล้ว ในแผนของรัฐบาล เขาจะสร้างเขื่อนที่นี่


 






Create Date : 17 กันยายน 2548
Last Update : 25 กันยายน 2548 0:25:19 น. 44 comments
Counter : 372 Pageviews.

 
โลกมีหลายมุมแล้วแต่เราเลือกมองค่ะ


โดย: p_tham วันที่: 18 กันยายน 2548 เวลา:2:19:31 น.  

 
เรียนท่านผู้ผ่านทาง
คอมเม้นท์แรก...เนื่องมาจากข้อเขียนอื่นนะคะ
พอดีแก้ไขเฉพาะข้อเขียน
ไม่ได้ลบทั้งหมด....ก็อยากเก็บไว้อ่ะ


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.166 วันที่: 18 กันยายน 2548 เวลา:15:59:05 น.  

 
โลกหลากมุม.....



เข้ามาชม+คอมเม้นท์แล่วนะคับ


โดย: Mr.Tsunami วันที่: 18 กันยายน 2548 เวลา:16:44:06 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมครับเป็นบล็อกเย็นๆที่น่าอยู่ครับ
จะเข้ามาเยี่ยมเรื่อยๆนะครับ


โดย: ช่างประชันพันธุ์ประชด (ช่างประชันพันธุ์ประชด ) วันที่: 19 กันยายน 2548 เวลา:9:45:00 น.  

 
ชอบที่เขียนจังเลยค่ะ

แวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:2:56:55 น.  

 
เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยครับ ที่ผมได้อ่านในช่วงนี้
ขอคาระวะเลยครับ
บรรยายได้เห็นภาพมากๆ ทำไมคนในพื้นที่ต้องมาต่อสู้กันเอง
น่าเศร้านัก เพราะผู้ที่เคยมายึดครองไม่ใช่หรือที่เเบ่งเเยกพวกเขา
พวกฝรั่งหัวเเดงบางทีก็ไม่ได้นำความเจริญมาอย่างเดียว เเต่ก็นำความเสื่อม
เเละการเปลี่ยนเเปลงมาด้วย ซึ้งมากครับ ช่วงท้ายๆ โดยเฉพาะเรื่องสร้างเขื่อนเนี่ย
ขออภัย คอมเม้นท์ยาว เเบบว่าอินจัดน่ะครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:12:30:28 น.  

 
มาแวะลงชื่อก่อนค่ะ สไตล์เวบเก๋ดีค่ะ


โดย: ดา ดา วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:19:27:18 น.  

 
ขอบคุณค่ะทุกๆท่าน ที่ให้กำลังใจ
อย่างนี้ค่อยมันใจ...เพราะรู้สึกวิถีชีวิตตัวเองผิดแผกจากคนอื่น
เอาการ


โดย: shadow-of-art (shadow-of-art ) วันที่: 21 กันยายน 2548 เวลา:22:38:07 น.  

 
มองเห็นภาพ ธรรมชาติ และชีวิตได้ชัดเจนดีเดียว

มีการสอดแทรกจิตสำนึกในการรักบ้านเกิด ชอบค่ะ
ชอบทุกเรื่องที่เขียน

แม้จะไม่ค่อบถนัดเรื่องการเขียน แต่การเปิดโลกของการอ่านยังทำอยู่ค่ะ

ปล. สีตัวหนังสือใน comment เข้ากับ BG ไปนิดนึงค่ะ ดูยากสักนิดนะคะ


โดย: MDA IP: 203.159.12.15 วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:10:03:59 น.  

 
วันนี้อากาศดีครับ ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าได้ไปเยือน ณ สถานที่ที่คุณ shadow-of-art
พูดถึง จะสัมผัสได้ถึงอากาศบริสุทธิ์ขนาดไหน สวัสดียามสายๆครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:11:38:57 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ที่วิจารณ์เรื่องสีในคอมเมนท์
จะพยายามแก้ไข พอดีใส่รหัสสีผิด แล้วยังไม่ได้แก้นะค่ะ
ขอบพระคุณจริงๆ ที่ใส่ใจกันขนาดนี้


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.164 วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:11:40:36 น.  

 
คุณ Dark Secret ได้ดู"คนค้นคน" ตอน "ไร่ในเงา" มั้ยคะ
ที่นั่นแหละค่ะ เป็นผืนป่าสุดท้ายในบ้านเรา ที่ผู้คนมีชีวิตกลมกลืนกับธรรมชาติ บางหมู่บ้านไม่มีโรงเรียน ไม่มีหน่วยงานรัฐลงไปจัดการ พวกเขาพูดภาษาไทยได้บ้าง เขาไม่ใช่คนต่างแผ่นดิน เขาเกิดที่นั่น เป็นคนของที่นั่น และยังคงสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ให้ลูกหลาน ที่จริงเขาเป็นกลุ่มคนที่น่าอนุรักษ์ไว้แบบนั้น เพราะหากโลกล่มสลายด้วยสงครามยุคใหม่ คนที่สามารถเอาชีวิตรอดได้ ก็เห็นจะเป็นพวกเขานี่แหละค่ะ เพราะเขาใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานการพึ่งตนเองเองจริงๆ ปลูกข้าวไร่ หาผักป่า หาปลาในแม่น้ำ หายาในพงไพร ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ ไม่ต้องรับแฟชั่นเดี๋ยวสั้นเดี๋ยวยาวไม่ต้องฟังข่าวดูโทรทัศน์
ไม่ต้องฮึดฮัดกับอารมณ์ไม่พอใจสิ่งแวดล้อม (ค่อนข้างคิดแทนเขามากไปหน่อย ฮิ ฮิ) แต่แววตาเขาสดใสจริงๆ เสียดายรูปสมัยเก่าๆ ไม่ใช่กล้องดิจิตอล แต่ยังไงจะพยามสแกนลงมาให้ดู เผื่อคุณ อยากจะไปเป็นหัวหน้าเผ่าแถวนั้น หนุ่มโรแมนติคแบบคุณ อาจได้ผลิตงานศิลปะ ออกมาอย่าง......อื้อ ฮื้อ ไงคะ


โดย: shadow-of-art (shadow-of-art ) วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:12:26:31 น.  

 
ฮือหือ เลยอ่ะครับผม เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ดูทีวีเท่าไหร่เลยครับ ติดเน็ต
ผมไม่ใช่หนุ่มโรเเมนซ์หรอกคับ อิอิ เเค่คนบ้าเพลงน่ะคับ
ว่าเเต่อยากดูภาพมากเลยครับ ถ้าได้เห็น ก็จะเป็นความกรุณาอย่างสูง
เต็มที่ชีวิตผมเคยขึ้นดอยไปที่ จ.เชียงใหม่ ไปดูวิถีชีวิตชาวเขา
น่ารักมากครับ สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เเต่ก็สื่อกันได้ทางสายตา
ขากลับรถเสีย เพราะใจเกินร้อย บุกไปกันเเค่สองคนกับเพื่อน
ก็ได้น้ำใจจากคนที่นั่นช่วยเหลือ จำไม่ลืมเลยครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 23 กันยายน 2548 เวลา:15:17:48 น.  

 
ตามมาๆ อ่ะ
blog สวยมากเลย อิจฉาๆ


โดย: vicente IP: 203.113.80.12 วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:0:37:16 น.  

 
ตามหนุ่มร็อคโรแมนติคมาค่ะ....
อ่านแล้วสะเทือนใจจัง....

เจอเรื่องคล้ายๆ กันนี้ที่เชียงของค่ะ
พ่อเฒ่าคนหนึ่งบอกว่า
...พ่อจะไม่ไปไหน...ถ้าจะตายก็อยากให้น้ำของรดหัวเหมือนตอนที่เกิดมานั่นล่ะ......

ฟังแล้วน้ำตาร่วงเลยค่ะ

เราจะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้ก็ไม่รู้
เสียงคนมีอำนาจทุกวันนี้มันใหญ่คับฟ้าเหลือเกิน.....


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:2:04:19 น.  

 
อ้อ...ลืมไป
ขออนุญาติแอดบล๊อกเลยนะคะ
ต่อไปเราอาจจะมีอะไรมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้าง

ตอนนี้กำลังจะเริ่มทำโปรเจคท์นึงที่เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หลังจากไปเซอร์เวย์มารอบหนึ่งแล้วที่เชียงราย
แต่ลงพื้นที่จริงคราวนี้คงเป็นทั่วประเทศอ่ะค่ะ

ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปชนกับอิทธิพลมืดบ้างรึเปล่า
แต่รับงานเค้ามาแล้ว....ถอยไม่ได้แล้วค่ะ
ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาเล่าให้ฟังเรื่อยๆ นะคะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:2:09:37 น.  

 
เเง้คุณกี๋ อย่าเสี่ยงน้า โก๋เป็นห่วง อุ้ย ขอโทษคับ คุณ shadow-of-art
ลืมไปไม่ใช่บล็อคตัวเอง


โดย: Dark Secret วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:2:18:47 น.  

 
หวัดดีค่ะ มาชวนไปเยี่ยมบ้านค่ะ


โดย: p_tham วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:4:51:21 น.  

 
คุณกี๋พกแป้งค่ะ แวะมาเล่าอะไรๆ เกี่ยวกับงานแบบยาวหน่อยได้ไหมคะ มีเรื่องอยากปรึกษาด้วยเกี่ยวกับภูเขาที่บ้าน อยากป้องกันก่อนที่จะสาย ติดตามต่อนะคะแลัวจะเล่าเกี่ยวกับภูเขาลูกนั้นให้ฟัง


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.167 วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:9:56:49 น.  

 
ยินดีค่ะ

แต่เดี๋ยวรอให้คนจ้างเค้าเซ็นสัญญากับโครงการก่อนก้อแล้วกันนะคะ
ทีมเราต้องคุยเรื่องค่าจ้างกับเค้าให้เคลียร์ก่อนด้วยอ่ะค่ะ
ถึงจะเริ่มงานจริง

แต่บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่งานที่มีอำนาจหน้าที่จัดการอะไรหรอกค่ะ
เป็นเพียงผู้เผยแพร่แค่นั้นเอง แต่อะไรที่ช่วยได้ก้อยินดีค่ะ

เรียบร้อยเมื่อไรจะเข้ามาบอกนะคะ

โก๋...มาโวยวายไรแถวนี้ฮะ กลับบ้านเร้วววว...อิอิ


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 25 กันยายน 2548 เวลา:4:09:13 น.  

 


โดย: p_tham วันที่: 26 กันยายน 2548 เวลา:10:19:17 น.  

 
สวัสดีครับ เป็นยังไงบ้างครับ คุณ shadow-of-art สบายดีนะครับ
คุณกี๋พกเเป้งก็ท่าทางจะรับงาน เเล้ว ช่วงนี้ก็เลยไม่ได้เห็นเข้าบล็อคเลย
มีความสุขมากๆกับวันหยุดครับ คุณ shadow-of-art


โดย: Dark Secret วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:10:42:45 น.  

 
เเวะมาอีกรอบครับ อยากดูมากๆครับ รูปถ่ายน่ะครับ
เดี๋ยวจะมาตามอ่านเรื่อยๆครับ คุณ shadow-of-art

เรื่องเพลงผมก็พอรู้นิดหน่อยอ่ะครับ ไม่ได้รู้มากอะไร
จะรู้เกี่ยวกับเรื่องทำนองมากกว่า เรื่องเนื้อหาเพลงนี่บางที
ก็งูๆปลาๆครับ เพราะไม่เก่งภาษาอังกฎษเท่าไหร่ เเหะๆ

เมื่อสามวันก่อน ผมนับหนึ่งใหม่เหมือนกันครับ เลยเมล์ไปถาม เเล้วทาง จนท.บล็อคเขาก็จัดการให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:23:23:56 น.  

 
หวัดดีค่า
มีความสุขอ่ะเปล่าคะ



โดย: p_tham IP: 61.91.191.111 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:8:49:33 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ p_tham
สบายดีค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่แวะมา

คุณโก๋ รออักนิดนะคะ แล้วจะเอารูปมาฝาก


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.165 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:8:56:39 น.  

 
ได้ครับ รบกวนด้วยนะครับ อยากชมจริงๆ


โดย: Dark Secret วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:7:18:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ...คุณ shadow-of-art

สบายดีมั้ยคะ

งานยังตกลงเรื่องค่าจ้างกันไม่ได้เลยค่ะ
เบื่อระบบทุนนิยมบ้านเราที่สุด
ดูถูกมันสมองและตีราคาความคิดของคนต่ำมากๆ
ถ้าไม่ใช่งานที่อยากทำคงทิ้งไปนานแล้วค่ะ
เดี๋ยวลองดูอีกสักตั้ง แล้วได้เรื่องยังไงจะมาคุยให้ฟังค่ะ

รอดูรูปเช่นกันค่ะ


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 9 ตุลาคม 2548 เวลา:23:48:00 น.  

 
สวัสดีค่ะ ตอนนี้อยู่ที่เกาะค่ะ ท่ามกลางข่าวลือร้ายระงม
รูปบางส่วนใส่ไว้แล้ว ในห้องเก็บของเก่า เข้าไปดูซีคะ
ยังไงก็เล่าเรื่องงานมานะคะ แล้วจะบอกเล่าตอบแทน
คิดถึงค่ะ


โดย: shadow-of-art (shadow-of-art ) วันที่: 10 ตุลาคม 2548 เวลา:16:48:40 น.  

 
เจ๊กี๋อ่ะ ดูซิไม่เห็นเล่าให้เราฟังเลย งอนเจงๆ
เราเป็นห่วงนะ มีอะไรก็บอกกันบ้างเด้อ

อุ้ยโทษอีกทีครับ คุณ shadow-of-art เดี๋ยวจะตามไปดูรูปนะครับ
เหตุการณ์อะไรที่มันทำท่าจะไม่ดี ก็ขอให้มันเเคล้วคลาดไป
คนที่ทำดีนั้นไม่ต้องกลัวครับ ขอให้ทำงานสำเร็จลุล่วงเเละปลอดภัยนะครับ
คุณ shadow-of-art


โดย: Dark Secret วันที่: 11 ตุลาคม 2548 เวลา:20:11:46 น.  

 
มาสวัสดีค่ะ

แต่เจอน้าdark c อีกแล้ว


โดย: erol วันที่: 14 ตุลาคม 2548 เวลา:19:12:44 น.  

 
หวัดดีค่ะ...คุณ shadow
เอาความคิดถึงมาแปะไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวเข้ามาคุยอีกที
วันนี้ขอไปนอนก่อน อดนอนมาหลายวันแล้วอ่ะค่ะ ฝันดีนะคะ


ตาคนบนโน้นมาโวยวายไรอีกเนี่ย...ก้อไม่ถามจะเล่าได้ไง


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 15 ตุลาคม 2548 เวลา:3:58:46 น.  

 
หวัดดีค่ะ...ก้อยังไม่ได้คุยยาวๆ สักที
มันยังไม่ลงตัวน่ะค่ะ
แต่เริ่มทำไปบ้างแล้ว
ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้คุยเรื่องเงินเลย

ทำเพราะเห็นใจทีมงานแท้ๆ ...เฮ้อ...

อุ๊ย...ขอโทษนะคะ มาบ่นซะอีก
ที่เกาะเป็นไงบ้างคะคุณชาโดว์
ทะเลมีคลื่นแรงรึป่าว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

เดี๋ยวมาคุยอีกค่ะ คุยยาวยังไม่ได้ คุยสั้นไปก่อนละกันนะ อิอิ...


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:2:38:18 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ที่เกาะก็พยายามสร้างฐานวิถีชุมชน ให้มั่นคงขึ้นค่ะ
โดยที่เขาต้องรู้ว่าเขาเองมีสิทธ์ที่จะกำหนดวิถีทางการท่ิองเที่ยวโดยตัวเขาเอง
ส่วนเรื่องงานอาชีพ กลุ่มที่ประสบภัยสึนามิ ยังมีอาการฝันร้ายอยู่หลายเปอร์เซ็นต์ เพราะงานฝีมือที่พยายามทำกัน ต้องฝึกปรืออีกมาก จึงจะขายได้ในตลาดจริง

เรื่องที่อยากจะขอความคิดเห็นคืิอเรื่อง "ภูเขา" ที่บ้านมากกว่า เพิ่งได้ข่าวว่า จะมีโครงการ"สร้างถนนขึ้นบนภูเขา" ด้วยเหตุผลที่ว่า "ง่ายต่อการดูแล ป้องกันขโมย"
เพราะที่นั่นมีรองเท้านารี และกล้วยไม้อื่นๆมาก ถูกขโมยไปเยอะแล้วด้วย

กลุ่มคนแถวนี้ ไม่เห็นด้วยก็มี เห็นด้วยก็มี จึงกลายเป็นประเด็นโต้่แย้งที่ต้องหาบทสรุปน่ะค่ะ


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.166 วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:10:05:27 น.  

 
ถามเเล้วเจ๊ก็ไม่เห็นตอบอ่ะ ทำเฉยๆทุกเรื่องเลย
อยากให้โก๋อกเเตกตายหรอไง อิอิ

อืม เหตุการณ์สาหัสเหมือนกันนะครับคุณ shadow-of-art
ขอให้หาบทสรุปได้ไวๆนะครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:8:19:54 น.  

 
^
^
มันอึดอัดขนาดนั้นเลยรึโก๋


คุณชาโดว์คะ...เหมือนกี๋จะเคยเห็นโครงการพระราชดำริ
ที่เกี่ยวกับกล้วยไม้รองเท้านารี
ขอเวลาค้นหน่อยเดี๋ยวจะเอามาบอกค่ะ...

ที่เกาะน่าไปเยี่ยมจังเลยค่ะ
แต่ช่วงนี้ยังไปต่างจังหวัดไม่ได้ เพราะติดงานตัวอื่นอยู่ด้วย
ไปได้แค่ใกล้ๆ น่าจะเดือน พ.ย. ไปแล้วถึงจะไปได้อ่ะค่ะ


ถนนบนภูเขาเหรอ...ตลกดีอ่ะค่ะ...
อยากจะอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ไม่ศึกษาระบบนิเวศ
เอะอะก้อจะยึดความสะดวกสบายทั้งปี
โดนล้างสมองจนคิดหาวิธีอื่นกันไม่ได้แล้วหรือนี่
อย่างงี้กี๋ว่าน่าจะต้องทำประชาพิจารณ์ค่ะ
เพราะทุกคนในพื้นที่ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน
แต่ที่จริงมันป็นสมบัติของชาติมากกว่านะนั่น

ถ้าร้อนใจยังไง...
ลองส่งรายละเอียดภูเขาลูกนั้นมาให้กี๋ดูสิคะ
ถ้ามีเพื่อนๆ สนใจจะทำเรื่องนี้จะลองส่งต่อให้เค้าดูน่ะค่ะ

ที่จริงงานตัวที่กี๋จับอยู่ตอนนี้ตรงที่สุดแล้ว
เพราะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง
แต่ยังไม่รู้ว่าลูกค้าจะเอายังไง
ตอนนี้คอนเซ็ปต์มันแตกหน่อออกไปเยอะมาก
เราทำงานลำบาก เลยไม่รู้ว่าจะรับทำตลอดไปหรือเปล่า
ถ้าสรุปได้เดี๋ยวกี๋ทำให้เองค่ะ แต่เป็นงานเผยแพร่นะคะ
อย่างน้อยให้สังคมได้รู้ก็ยังดีว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

วันนี้ไปแถวๆ ปริมณฑลมาค่ะ
มันส์ดี..ขนาดเมื่อคืนไม่ได้นอนเลยยังมันส์ขนาดนี้
คิดแล้วอยากออกต่างจังหวัดเร็วๆ
ไปสัมภาษณ์คนที่เค้าปลูกข้าวจากตอซังมาน่ะค่ะ
น่าทึ่งดี...
วันนี้มีทีมงานโดนรถที่วิ่งผ่านสะบัดอึวัวโดนกางเกงด้วย
เลยได้ฮากันคลายเครียด

วันนี้คุยยาวเป็นพิเศษ คงไม่รำคาญกันนะคะ
กี๋อาจจะรบกวนขอข้อมูลฟื้นฟูสึนามิจากคุณชาโดว์มั่งนะ
แต่ตอนนี้ยังไม่รบกวนอ่ะค่ะ
แล้วคุยกันอีกทีนะคะ


เอ...เราน่าจะคุยเมล์นะเนี่ย ยาวขนาดนี้ อิอิอิ...


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:23:59:34 น.  

 
คุยในนี้ เผื่อคุณโก๋ (dark .....) จะได้ร่วมแจมไงคะ
แล้วจะเล่ารายละเอียดทีหลังค่ะ

เรื่องที่คุณออกไปดูเขาปลูกข้าว เพื่อทำอะไรคะ


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.165 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:0:16:33 น.  

 
สวีสดีจ้ะศิลป์

ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว
มารออ่านเรื่องใหม่
มีนักเขียนชือภาณุมาศเขาอยากรู้จัก
เห็นเข้าไปเม้นท์ไว้ที่บล็อกพ่อพเยียน่ะ


โดย: พ่อพเยีย (พ่อพเยีย ) วันที่: 20 ตุลาคม 2548 เวลา:7:27:45 น.  

 
วันนี้ยังไม่เเจม เเต่ขอมานั่งฟังด้วยคับ
สาวๆคุยกันลุยดีจัง ชายหนุ่มเเบบป๋มอายไปเลย



โดย: Dark Secret วันที่: 20 ตุลาคม 2548 เวลา:20:53:17 น.  

 
วันนี้หยุดอยู่บ้านค่ะพี่โดม...
อีกสองวัน จะไปเกาะมุก(ตรัง)
แล้วล่องรถเลียบชายฝั่ง มาแวะเกาะลันตา ล่องขึ้นมาจนถึงระนอง
คงผ่านบ้านหวานใจของพี่ด้วยแหละ

คุณภาณุมาศ ที่ใช้ชื่อ"ซ้ายโลงศพ" ใช่มั้ยคะ
ยินดีค่ะ แหม..มิตรรักนักเขียน ที่ช่วยๆกันดูแล"ลุงคำ"
แห่งบ้านปางแดง....เฮ้อ...คิดถึงพวกเขาอีกแล้ว

พี่โดม หัวใจศิลป์ มันไม่ยอมรับรักทะเลซะเลย
ช่วยบอกวิธีหน่อยสิ มันดิ้นรนแต่จะกลับไปน้ำเงาตลอดเวลา


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.164 วันที่: 20 ตุลาคม 2548 เวลา:21:28:06 น.  

 
เขียนได้น่าอ่านมาก ๆ เลยค่ะ .. เก่งจัง ..

แวะมาเยี่ยมค่า ..


โดย: นู๋เจน (JANii ~~ ) วันที่: 22 ตุลาคม 2548 เวลา:13:50:57 น.  

 


โดย: p_tham วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:7:09:47 น.  

 
Oh! I love your story jing jing krab!


โดย: POL_US IP: 130.126.87.91 วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:10:07:32 น.  

 
เป็นนวัตกรรมการปลูกข้าวแบบใหม่ของเค้าค่ะ
เป็นการปลูกจากตอซังข้าว ก้อคือข้าวต้นเก่าอ่ะค่ะ
ข้าวโตเร็วกว่า ได้ผลผลิตดีกว่า ประหยัดต้นทุนกว่า
และรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยเพราะไม่ต้องเผาตอซัง ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง

หวัดดีตอนเช้านะคะ
กี๋กำลังหาเรื่องโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับกล้วยไม้รองเท้านารีอยู่
เดี๋ยวเข้ามาคุยอีกนะคะ


โดย: กี๋พกแป้ง วันที่: 25 ตุลาคม 2548 เวลา:10:26:14 น.  

 
เมื่อก่อนที่อำเภอไชยา สุราษฏร์ธานี มีการทำนา ปีละ สองครั้งครึ่ง ที่มีครึ่ง แถมมา ก็มาจากตอข้าวนี่แหละค่ะ ปัจจุบันที่นากลายเป็นสวนยางไปเกือบหมดแล้ว


ขอบคุณค่ะคุณPOL_US สำหรับคำชม


โดย: shadow-of-art IP: 203.113.71.166 วันที่: 28 ตุลาคม 2548 เวลา:21:17:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

shadow-of-art
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




............ เร่ร่อน...
............. ตามแรงสั่นสะเทือนของโลก
............. ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้
............. เพราะไฝที่เท้าเม็ดนั้น นั่นเทียว
Friends' blogs
[Add shadow-of-art's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.