,,,ต....
.....
Group Blog
 
All Blogs
 
หัวใจพูดได้

หัวใจพูดได้

หลังจากคลื่นยักษ์ผ่านไป บนเกาะลันตาวุ่นวายมากมายไปด้วยผู้แปลกหน้า ที่เข้ามาช่วยเยียวยารักษาอาการบาดเจ็บทุกข์ร้อนจากคลื่นสึนามิ

ที่หาดคลองดาว เช้าวันที่ 5 มกราคม สิ่งที่ฉันเห็นอยู่บนชายหาดคือซากเรือที่ยับเยิน และชายฉกรรจ์สามสี่คน ที่ค่อยๆ แคะแกะ ทุบ ตอก โป๊กๆๆๆ บนลำเรือ ที่แตกหักนั้น คนอื่นๆ อีกประมาณ สี่ห้าคน เดินวนเวียนเฝ้าดูลูบคลำ และทอดถอนใจ ดูเหมือนว่าไม่มีใครเลยที่มีความสุข ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบ ก้มหน้าก้มตาอยู่กับตัวเอง

วันนั้น ฉันเข้าไปกับนักข่าว ITV เพื่อจะสำรวจดูว่ามีอะไรที่คืบหน้าบ้างไหม ในการช่วยเหลือจากข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายรัฐหรือเอกชน
เมื่อนักข่าวถามถึงรายละเอียด คำตอบที่ได้ คือ ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่ข้าวปลาอาหาร เพราะคนกลุ่มนี้ ไม่ได้สูญเสียบ้าน ความเดือดร้อนจึงถูกมองผ่านไป สิ่งของเงินทองทั้งหลาย จึงถูกลำเลียงไปยังอีกฝั่งทะเลหนึ่ง ในฐานะที่พวกเขาเดือดร้อยอย่างเห็นได้ชัด

ใบหน้าหมองคล้ำ แววตาทุกข์หมองออกอย่างนั้น ใครบ้างจะเสแสร้งได้แนบเนียน หากเขาไม่เดือดร้อนจริง
“อย่าพูดมากดีกว่า พวกเรา รีบๆซ่อมเรือ แล้วออกทะเลกันดีกว่า”
ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง โผล่งประโยคนี้ออกมา ในขณะที่สมาชิกหนุ่มอีกคน พยายามจะบอกว่าพวกเขาเดือดร้อนกันอย่างไร....ฉันอึ้ง
“พูดมาก ก็ไม่มีประโยชน์ ไม่เห็นมีใครช่วยอะไรเราได้ ช่วยตัวเองกันดีกว่า”

และนี่คือที่มาของการช่วยเหลือ ในเวลาต่อมา จากทีมทำงานนอกระบบราชการของพวกเรา

ฉัน(ไทย) บิล(อเมริกัน) บุช(เบลเยี่ยม) ริชาร์ด(อังกฤษ) เทส(เยอรมัน) และคนอื่นๆ ที่เข้ามาช่วยเป็นครั้งคราว

ฉันให้พวกเขาสำรวจ หาข้อมูลคนที่เรือแตก เรือสูญหาย รวมทั้งเครื่องมือทั้งหลาย ที่ถูกคลื่นซัดจมไป โดยบอกว่า ช่วยเก็บข้อมูลมาให้ละเอียด ได้มากที่สุด อย่าให้ตกหล่น แม้แต่ลำเดียว และเขียนมาให้ด้วย เพื่อฉันจะได้เริ่มทำงานร่วมกับคนที่ต้องการบริจาคเงิน

ไม่ผิดหวังจริงๆ ข้อมูลที่ได้ เป็นข้อมูล ที่พร้อมจะใช้งานได้เลย เรือเกือบ ห้าสิบลำ ที่เป็นของชาวอุรักละโว้ย หรือชาวเล ที่อยู่ที่หาดคลองดาว และเกือบสี่สิบลำ ที่อยู่ที่หาดคอกวาง เป็นอันว่า ทีมเราเริ่มทำงานกันทันทีที่ได้ข้อมูลพร้อม ในราวๆวันที่ 10 มกราคม นั้นเอง

เรือและชีวิตของคนที่หากินกับเรือ น่าสนใจยิ่งนัก......

เทส สาวมั่นตามสไตล์เยอรมัน ร้องคราง “ โอ้ มหัศจรรย์ จริงหนอ นี่เขาซ่อมเรือ ด้วยมือเปล่าหรือไง ดูซี ไอ้อันนี้มันใช้ทำชั้นวางของมากกว่าจะมาใช้ซ่อมเรือ” แล้วเธอก็ยกมันขึ้นมาให้เราดู เพราะว่า มันเป็นสะหว่านไฟฟ้าแบบกระจอก ที่เจาะอะไรแทบไม่ได้ เธอผู้มาจากดินแดนที่ร่ำรวยเทคโนโลยี่ ย่อมรู้ดีว่า งานละเอียดแต่ไม่เล็กแบบซ่อมเรือ ต้องใช้ของดีแบบไหน เธอจึงตัดสินไปซื้อมาให้จากในเมืองกระบี่ ด้วยตัวเอง ภายในวันนั้น สะหว่านชั้นดีนำเข้าจากเยอรมัน....และอีกจิปาถะ ที่ฉันไม่อาจเขียนได้หมด เธอซื้อมาให้ เท่าที่จะซื้อได้ เพราะเธอบอกว่า
“ฉันมีเรือเป็นของตัวเอง เพิ่งซื้อตอนก่อนสึนามิมาไม่กี่วันเอง แล้วมันก็พังด้วย ฉันศึกษาแล้วว่าจะต้องซ่อมอย่างไรบ้าง” เก่งจริงนะเทส ฉันเห็นหนุ่มๆ จากยุโรปแอบยิ้มอยู่ในหน้า ยกเว้นบิล ที่ดูจะชื่นชมเธอ

สบายไป ด้านเทคนิค เราเรียนรู้ไปอีกหนึ่งเรื่อง และอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ฉันและทีมเรียนรู้ก็คือ คำว่า
“กงเรือ”

กง หมายถึง ไม้ที่โค้งๆ เรียงขนานแบบขวางลำเรือ ตั้งแต่หัวจรดท้ายเรือ โดยมีกระดูกงูรองรับอยู่ กระดูกงูคือไม้ชิ้นสำคัญ ที่ยาวตั้งแต่หัวจรดท้ายเช่นกัน จะว่าไป ทุกอย่างก็สำคัญไปหมดนั่นแหละ ที่สำคัญ ที่มันกลายเป็นไม้สำคัญเพราะว่า ขนาดของไม้ หาซื้อไม่ค่อยจะได้น่ะซี

ปัญหาการซ่อมเรือ จึงมีตามมาอีก คือ เมื่อไม้บางอย่างไม่สามารถซื้อได้ จำเป็นต้องตัดในป่า แล้วจะทำอย่างไรเล่า เทสเริ่มงุ่นง่าน ชาวบ้านเริ่มสับสน เธอบอกว่า ถ้าไม่ใช่เวลานี้เธอไม่ยอมให้ใช้ไม้ผิดกฏหมายเด็ดขาด

เราคุยๆๆๆๆ กัน จนกระทั่ง ต้องยอม ตามนั้น หากชาวบ้านสามารถหาไม้มาได้ ก็แล้วแต่เขา เพราะเราหาให้ไม่ได้อย่างแน่นอน เราช่วยได้แค่จ่ายเงินค่าไม้ ตามที่เขาไปจ้างตัดมา

เทสบ่นพึมพำ “ฉันไม่อยากให้เขาตัดไม้ ในป่าเลยจริงๆ สงสัยเสร็จงานนี้ฉันอาจต้องทำงานอื่นอีก”
เธอหารู้ไม่ว่า ยังมีชิ้นส่วนสำคัญของเรืออีกชนิดหนึ่ง ที่นำมาประกอบลำเรือตามเอกลักษณ์และความเชื่อของคนที่นี่ ที่ไม่มีไม้ชนิดนั้น ขายในโรงเลื่อยอย่างแน่นอน นั่นคือ “หัวเรือ”

เพราะเรือที่นี่เป็นเรือ “หัวโทง” สูงและใหญ่ ความจำเป็นในการใช้ไม้ทั้งต้นจึงเกิดขึ้นแล้ว ฉันต้องทำใจ....แล้วแต่พวกเขาเถอะ ไม้อะไรก็ได้ ขอให้พวกเขาออกทะเลหาปลาได้เร็วๆก็แล้วกัน

การซ่อมเรือ จึงดำเนินไป ไม่ช้า ไม่เร็วเท่าใดนัก เพราะช่างฝืมือจริงๆมีไม่กี่คน แต่ความวุ่นวายได้จบลง เพราะพวกเราร่วมกันทำงาน เท่าที่จะมีกำลัง มีเวลามาช่วยกัน

ในที่สุด ทุกอย่างก็ใกล้จะจบ
เรือลำที่เสียหายหนัก ซ่อมไม่ได้ หรือเรือที่สูญหาย ฉันบอกกับพวกเขาแล้วว่า เงินเรามีน้อย เราจะช่วยซ่อมลำที่ใช้เงินน้อยๆ ก่อน เพราะเราไม่รู้ว่า เงินบริจาคจะมีเข้ามาเท่าไหร่กันแน่ การช่วยซ่อมเรือลำที่ไม่สาหัส พอให้ออกทะเลได้ก่อน จะช่วยได้หลายครอบครัว หลายปากท้อง เพราะเรือลำหนึ่ง เขาหากินกัน สองถึงสามครอบครัว ยังดีกว่าทุ่มเงินส่วนใหญ่ ให้เรือไม่กี่ลำ ช่วยคนไม่กี่คน

แต่ .....สุดท้าย ในที่สุด การช่วยผู้ที่หาเรือไม่เจอ ช่วยสร้างเรือลำใหม่ให้หรือช่วยซื้อเรือให้เลย ก็มาถึง
นาตาช่า สาวอังกฤษอีกคน มาบอกว่า เธอมีเรือจะขายให้ ราคาถูกๆ แบบช่วยกัน ถ้าใครอยากได้ ไปเอาได้เลย จอดไว้ที่ท่าเรืออำเภอเก่า หลังบ้านเช่าของเธอ กุญแจก็อยู่ที่เรือ ตอนนี้เธออยู่กรุงเทพฯ ไม่สามารถมาคุยด้วยได้

ฉันและลุงสะเนะ ผู้ที่ต้องการเรือ พากันไปดูเรือลำนั้น ......
แสงอาทิตย์ อ่อนๆยามเย็น ลูบไล้ผิวเรือ สะท้อนสีสวยใส แม้เรือจะถูกใช้งานมานาน แต่ความใหม่เพราะการดูแล ยังมีให้เห็นอยู่ ฉันยื่นดูลุงสะเนะ พินิจพิเคราะห์ลำเรือ อย่างใคร่รู้ ลุงต้องเดินวนรอบเรือหลายรอบ นั่นเพราะต้องการตรวจตราดูว่า เรือมีรอยชำรุดหรือไม่ แต่ที่เดินไปกางแขนไป เหมือนจะวัดอะไรนั่นน่ะซี คืออะไร ทำ ทำไม และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แกเดินทำอย่างนั้นถึงสามครั้ง

ชายชราคนนี้ ยากจน ฉันเข้าไปดูบ้านแกแล้ว เสาบ้านทรุดไปสองเสา บ้านเอียงจนใกล้จะพัง และแกต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูคนในครอบครัวหลายคน ช่วงไม่มีเรือแกต้องไปทำงานรับจ้าง มีเวลามาช่วยงานกลุ่มไม่บ่อยนัก แต่ฉันจำแกได้ เพราะแกทำตัวแตกต่างจากคนอื่น อย่างเห็นได้ชัด คือเงียบๆ ซึมๆ ครุ่นคิด นานๆพูดที แต่เวลาพูดช่างแทงใจดำ ทุกคนเสียเหลือเกิน แกเคยพูดว่า
“เรามันคนจน ไม่มีใครเขาสนใจ ดูเรือเราซี ซ่อมก็ไม่ได้ ถ้ามีเงินแค่ ห้าพัน ต่อเองก็ได้หรอก”
ฉันอึ้ง....ที่อึ้ง เพราะฉันไม่เคยสัญญาว่าจะช่วยแก เพราะรู้ว่าอย่างแก เรือซ่อมไม่ได้ ต้องหาให้ใหม่ ฉันไม่สัญญาเรื่องเรือใหม่กับใครสักคน....ตั้งใจว่า ให้ทางราชการช่วยเองก็แล้วกัน เห็นกอดเงินบริจาคเอาไว้มากมาย (อันนี้ไม่อยากพูด ให้ชาวบ้านรู้แล้วเสียความรู้สึก) แต่เงินแค่ห้าพันที่ลุงเขาว่า แค่กงเรือก็ยังไม่ครบ เพราะลำหนึ่งต้องใช้เงิน ประมาณ ห้าหมื่น ในการต่อใหม่ แสดงว่า ห้าพัน คือเงินที่ใช้ซื้อ ตะปู สี น้ำมัน ด้ายตอกหมัน อะไรๆจิปาถะ ที่ทำเองไม่ได้ ส่วนไม้ แกคงวางแผนไปตัดในป่าแน่นอน ช่างเสี่ยงกับคุกกับตะรางจริงๆนะลุง

ฉันจึงตัดสิน เสนอเรือของนาตาช่าให้แก
“เป็นไงบ้างลุง จะเอามั้ย ถ้าเอาก็ขับกลับบ้านได้เลย” ฉันถาม ลุงส่ายหน้า หลบตาฉันแบบไม่มั่นใจ ฉันงุนงง... ไหนว่าเดือดร้อนจริงๆ แต่พอให้เรือกลับไม่เอา
“ผม ผม ไม่เอาครับ” ตะกุกตะกัก แล้วยังหันหน้าหนี ฉันเข้าใจพวกเขา แต่ไม่อาจบอกได้ว่าเข้าใจดี รู้แต่ว่าชาวน้ำเผ่าพันธุ์นี้ สมถะนัก ถ่อมตัวถ่อมตนนัก สุภาพและขี้อายจนคนเผ่าอื่นย่ำยีหัวใจได้ง่ายๆ
“ถ้าผมเอาไปก็ไม่มีประโยชน์ ครับ เพราะเรือลำนี้ ออกหาปลา ก็ไม่ได้ปลา มันเป็นเรือที่มีลักษณะไม่ดีครับ”
“รู้ได้ยังไง ลุงดูยังไงเหรอ”
“ผมถามหัวใจผมครับ มันบอกว่า ไม่ชอบเรือลำนี้”
................................................................................
ฉันกลับที่พัก อย่างอิ่มเอิบหัวใจ ในคำตอบ และยิ่งมีความสุขมากขึ้น เมื่อมารายงานผลให้บิล คนที่ต้องจ่ายเงินรู้ถึงเหตุผลของแก
บิล ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น จนพุงกลมๆ กระเพื่อม
“โอ้ ช่างเป็นเหตุผลที่ดีที่สุด ที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิต ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เราหัวเราะลั่นเหมือนคนบ้า จนคนอื่นๆหันมามอง
............................................................
เฮ้อ....ช่างเป็นการงานที่วิเศษอะไรเช่นนี้.......มันสอนให้ฉันรู้ว่า
หัวใจนั้น สำคัญอย่างไร....





Create Date : 06 ธันวาคม 2548
Last Update : 6 ธันวาคม 2548 21:21:14 น. 12 comments
Counter : 180 Pageviews.

 
โอ้ว อ่านเเล้วได้อะไรเพิ่มเติมเข้าไปในหยักสมองอีกเเล้ว
บางทีการเรียนรู้ที่จะใช้หัวใจก็เป็นเช่นนี้เอง ลุงเเกนิสัยดี
มากเลยนะครับ ไม่น่าเชื่อจะมีคนเเบบนี้อยู่อีก

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าที่ดีเเละมีประโยชณ์เเบบนี้นะครับ
จะเเวะมาเยี่ยม เเละตามอ่านเรื่อยๆครับ คุณ shadow-of-art


โดย: Dark Secret วันที่: 8 ธันวาคม 2548 เวลา:22:09:58 น.  

 
มาเยี่ยมบลอกครับ เพิ่งเห็นที่สมุดเยี่ยมครับ
ดูจะมีเรื่องราวในอันดามันมากมายเลยนะครับ
เดี๋ยวลองดูห้องอื่น ๆ บ้างนะครับ


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:10:55:26 น.  

 




โดย: p_tham วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:22:09:40 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๔๙ ค่ะ


โดย: MDA วันที่: 28 ธันวาคม 2548 เวลา:12:32:53 น.  

 
สวัสดีปีใหม่นะครับ
ปีนี้ก็ขอให้เป็นปีที่ดีขึ้น
สำหรับผู้ที่ประสบภัย
ที่สำคัญรวมถึงตัวคุณ
shadow-of-art ด้วยนะครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 29 ธันวาคม 2548 เวลา:21:21:51 น.  

 




โดย: p_tham วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:10:58:00 น.  

 

พรปีใหม่ จากสมเด็จพระญาณสังวรฯ ๒๕๔๙

เจริญพรสาธุชนทั้งหลาย ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2549 นี้ นับเป็นปีมหามงคลอีกปีหนึ่ง เพราะเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ถ้วน 60 ปี

จึงใคร่ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยพร้อมใจกันถวายพระพรชัยมงคล
ขอจงทรงพระเจริญยั่งยืนนาน

ขอให้ทุกคนสำรวจตนเองว่า ในรอบปีที่ผ่านมา มีอะไรบกพร่อง จะปรับปรุงแก้ไขตนเองอย่างไร วันเวลามีค่า มีความหมาย ก็เพราะเราใช้ทำสิ่งที่มีคุณค่า ประกอบด้วยธรรม มีความหมายต่อชีวิต

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจบุญกุศล
อำนวยให้ท่านทั้งหลาย เจริญสิริสวัสดิพิพัฒมงคล ตลอดไปทั่วกัน ขออำนวยพร


โดย: ป่ามืด วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:12:35:30 น.  

 
คิดถึงจังครับ
ขอให้สุขภาพกายและใจสมบูรณ์แข็งแรง ตลอดปีนะครับ


โดย: ช่างประชันพันธุ์ประชด (ช่างประชันพันธุ์ประชด ) วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:22:53:31 น.  

 

ยังไม่อัพอีกรึคะ


โดย: p_tham วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:7:09:08 น.  

 
เเวะมาเยี่ยมอีกทีนะครับ
สถานการณ์ที่นู่นเป็นอย่างไรบ้างครับ
ตอนนี้ หวังว่าคุณ shadow-of-art
คงปลอดภัยเเละทำงานนี้ต่ออย่างมี
ความสุขนะครับ เอาใจช่วยครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 15 มกราคม 2549 เวลา:1:18:40 น.  

 
มาอัพบล็อกได้แล้วจ้า


โดย: พ่อพเยีย (พ่อพเยีย ) วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:4:25:36 น.  

 


โดย: joker IP: 203.172.165.23 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:36:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

shadow-of-art
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




............ เร่ร่อน...
............. ตามแรงสั่นสะเทือนของโลก
............. ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้
............. เพราะไฝที่เท้าเม็ดนั้น นั่นเทียว
Friends' blogs
[Add shadow-of-art's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.