อิสระตามเส้นสี...ของชีวิต

สีน้ำกับพู่กัน
Location :
นครราชสีมา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




โลกยังหมุน ตะวันยังมี ฉ้นยังอยู่ต่อไป
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สีน้ำกับพู่กัน's blog to your web]
Links
 

 

งานสัมมาทิฐิ ที่เดอะมอลล์

เป็นปีที่สองแล้วที่เดอะมอลล์จัดงานวันวิสาขบูชา มีการทำบุญทั้งเดือนพฤษภาคม

โดยวันนี้ ๑๖ พ.ค.๕๑ ได้ไปฟังธรรมบรรยาย โดย ดังตฤน
"เก็บเสบียงไว้เลี้ยงตัว"

และได้ซื้อ เสียดายคนตาย ไม่ได้อ่าน พร้อมลายเซนต์มาเก็บไว้เช่นเคย
ดีมากๆ

ตอบคำถามได้ชัดเจน บรรยายตั้งแต่บ่ายโมงถึง บ่ายสี่โมง เก็บภาพบางส่วนในงานมาให้ดู

ปีที่แล้วจัดซุ้ม นรก สวรรค์ แต่ปีนี้ เป็น พุทธประวัติ แทน ก็สวยไปอีกแบบ

อ้อ ภายในงานมีนิทรรศการ ถวายสังฆทาน ทำบุญวันเกิด ปิดทองพระ ทอดผ้าป่า และฟังธรรม

ใครมีโอกาสได้มาโคราช ก็แวะมาที่เดอะมอลล์ชั้น ๓ นะจ๊ะ

พระบรมสารีริกธาตุ




ภาพคุณดังตฤน















พอหล่ะ เดี๋ยวโหลดช้า




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2552 0:03:48 น.
Counter : 168 Pageviews.  

ชาติที่แล้วเราผูกมัดใครไว้บ้างป่าว‏

ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างหรือปล่าว
> ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างก็ไม่รู้ด้วยคำสัญญา
> เช่น เราจะรักกันทุกชาติไป
> โดยหารู้ไม่ว่ากรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
> ชาติภพใหม่ก็เลยแตกต่างกันไป
> แต่คำมั่นที่สาบานยังอยู่
> อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณยังเป็นโสดจนทุกวันนี้
> ลองสวดมนต์บทนี้ดูอาจจะดีขึ้นนะ คำขอขมาและอธิษฐานจิต
> อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้
> (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ)
> สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
> สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
> 'หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา
> ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า
> ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ
> และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี
> ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา
> ขออนุญาติมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน
> คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต
> ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
> ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร
> ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
> จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว
> ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ
> ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ
> โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก
> ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ
> หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า
> ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้
> ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ
> ขอใ! ห้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร'
> คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ
> แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน
> การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง
> (คาถา บทนี้ เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย
> และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ ที่ติดตามมา
> เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่เว้นแม้กระทั้ง
> พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น
> เพราะบางคนทำการใดๆ มักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า
> ขอผู้ได้รับใบคำขอขมาและอธิษฐานจิตนี้




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2551 16:52:45 น.
Counter : 133 Pageviews.  

ช่วยกันกด 1900-222-200 ครั้งละ 9 บาท บริจาคให้วัดพระบาทน้ำพุด้วยค่ะ



ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมทำบุญกับทางวัดพระบาทน้ำพุในโครงการ
( สายทานบารมี )
( บริจาคผ่านการกดเบอร์โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1900-222-200 )

ลองทำดูนะคะ ทำไปแล้ว OK ไม่มีปัญหา ร่วมด้วยช่วยกันนะคะ สาธุ....

ทำบุญแล้วอย่าลืมอธิษฐานให้ตัวเราปราศจาคโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน
ไปทุกภพ ทุกชาตินะ

มีข่าวเข้ามาว่า

อีกไม่เกิน3เดือนวัดพระบาทน้ำพุต้องปิดลง!! ถ้าไม่ อ่าน กรุณา Forward >>
ถ้าไม่ช่วย อีกไม่ เกิน 3 เดือน วัดพระบาทน้ำพุ ต้องปิดลง
ทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ
จังหวัดลพบุรี ที่มีหลวงพ่ออลงกตเป็นเจ้าอาวาส
ซึ่งท่านได้อุทิศตัวช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์และเด็กกำพร้ามาสิบกว่าปี
แล้วทั้งๆที่ท่านมีพร้อม ทุกอย่าง
จบการศึกษาระดับปริญญาโทวิศวะจากออสเตรเลีย
แต่ท่านก็เสียสละ ได้ เพียงเพราะท่านเห็น ว่า
ผู้ป่วยโรคเอดส์นั้นไร้ที่พึ่ง จริงๆ ขนาดบางคนพอพ่อแม่รู้ว่าติดเชื้อเอดส์
ยังรังเกียจและทอดทิ้งลูกของตัว เองได้เลย หลวงพ่อท่านเห็น
ว่าถ้าท่านไม่ช่วยพวกเขาเหล่านี้ท่านก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็น มนุษย์ได้
ทุกวันนี้ที่วัดมีผู้ป่วยและเด็กกำพร้าที่หลวงพ่อต้องคอยดูแลรวมถึงพนักงานและอาสาสมัครราวหนึ่งพันคน ค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ สามล้านกว่าบาท
แต่ยอดบริจาคกลับน้อยลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา
เห็นว่า ลดลงเหลือเพียงเดือนละสองแสนบาทเอง
ส่วน รัฐบาลก็ช่วยเหลือเพียงเดือนละหนึ่งแสนบาทเท่า นั้น
เคยโทรไปถามที่วัด เกี่ยวกับสถานะทางารเงิน พนักงานก็บอกว่า รายรับเท่าเดิม
แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ค่ายารักษาหรือเพิ่มภูมิต้านทานก็ แสนจะแพง
แถมผู้ป่วยก็มีแต่จะเพิ่มมาก ขึ้น ทางวัดจะไม่รับก็ไม่ ได้
เนื่องจากมีคนพาผู้บ่วยมาทิ้งไว้ที่ หน้าประตูวัดเสมอ
ซึ่งพวกเขาก็ไม่มีทาง ไป
ที่วัดก็เมตตาช่วยเหลือแม้กระทั่งคน
ชราและเด็กที่คนในครอบครัวเสียชีวิตเพราะเอดส์แล้วไม่มีใครดูแล
ตอนนี้ต้องมีการส่ง ผู้ป่วยที่อาการดีแล้วและพอมีฐานะกลับบ้านบ้าง แล้ว
และอีกสามเดือนอาจต้องปิดตัว ลง!!!!!!
หลวงพ่อเองต้องลงมาบิณฑบาตรที่ กรุงเทพฯทุกสัปดาห์
ต้องไปหลายที่ต่อ หนึ่งวัน
เพราะรอคนไปช่วยเหลือถึงวัด ไม่ไหว เห็นแล้วก็เหนื่อยแทน จริงๆ
เมืองไทยมีผู้ติดชื้อเอดส์มาก เป็นอันดับสี่ของโลกแล้ว
และแนวโน้มก็มี มากขึ้นเรื่อยๆ
สวนทางกับอายุของผู้ที่ ติดเชื้อเอดส์ซึ่งกลับกลายเป็นว่าอายุน้อยลง ทุกที
อยากให้พวกเราเข้าใจ ว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาของประเทศชาติและ เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกัน

ปล.ในส่วนตัวแล้วจะจริงไม่จริงแต่เราก็ได้ทำบุญนะ

ที่มา : forward mail จากเพื่อน




 

Create Date : 17 มกราคม 2551    
Last Update : 17 มกราคม 2551 17:36:02 น.
Counter : 255 Pageviews.  

เวลาที่เราทำบุญให้เราตั้งจิตอธิษฐานดังนี้



ขอบุญจาก............(ธรรมทาน,สังฆทาน,วิหารทาน )นี้
จงถึงแก่เจ้ากรรมนายเวรและผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือข้าพเจ้าและครอบครัว
ที่มาถึงตัวทุกภพทุกภูมิ
ขอบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบัน
หากไม่ถึงเพียงใดขอให้คำว่าไม่มีไม่รู้ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้า
ขอให้เกิดในภพภูมิเขตประเทศที่มีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง
และได้ศึกษาพระธรรมได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ลึกซึ้งตลอดจนกว่าจะเข้าพระนิพพานด้วยเทอญ
ขอท่านพระยมราชจงเป็นสักขีพยานในการบำเพ็ญบุญของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ

ผลบุญของการตั้งจิตอธิฐานจะเป็นไปตามที่เราตั้งทุกภพ ทุกชาติ อย่างไรก็ตาม
ขอให้เราตั้งด้วยความศรัทธา จริงใจในพระพุทธศาสนา
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีจิตกุศล.....สาธุ




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2550    
Last Update : 13 ธันวาคม 2550 9:33:40 น.
Counter : 175 Pageviews.  

สีของจิต


สีของจิต
สีของจิตนี้ บางแห่งก็เรียกว่า "น้ำเลี้ยงของจิต" ปรากฏเป็นสีออกมาโดยอาศัยอารมณ์ของจิตเป็นตัวเหตุ การที่จะรู้อารมณ์จิตนั้นต้องมี เจโตปริยญาณ ก่อนจึงจะรู้อารมณ์ของจิต สีนั้นบอกถึงจิตเป็นสุข เป็นทุกข์ อารมณ์ขัดข้องขุ่นมัวหรือผ่องใส ท่านกล่าวไว้ดังนี้

จิตที่มีความยินดีด้วยการหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง กระแสจิตมีสีแดง

จิตที่มีอารมณ์โกรธ หรือมีความอาฆาตจองล้างจองผลาญ กระแสจิตมีสีดำ

จิตที่มีความผูกพันด้วยความลุ่มหลง เสียดายห่วงใยในทรัพย์สิน และสิ่งมีชีวิต กระแสจิตมีสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ

จิตที่มีกังวล ตัดสินใจอะไรไม่ได้เด็ดขาด มีความวิตกกังวลอยู่เสมอ กระแสจิตมีสีเหมือนน้ำต้มตั่วหรือน้ำซาวข้าว

จิตที่มีอารมณ์น้อมไปในความเชื่อง่าย เชื่อโดยไม่ใคร่ครวญทบทวนหาเหตุผล คนประเภทนี้ที่ถูกต้มตุ๋นอยู่เสมอ ๆ จิตของคนประเภทนี้กระแสมีสีเหมือนดอกกรรณิการ์ คือ สีขาว

คนที่มีความเฉลียวฉลาด รู้เท่าทันเหตุการณ์เสมอ เข้าใจอะไรก็ง่าย เล่าเรียนก็เก่ง จดจำดี มีไหวพริบ คนประเภทนี้ กระแสจิตมีสีผ่องใสคล้ายแก้วประกายพรึก หรือคล้ายน้ำกลิ้งอยู่ในใบบัว คือมีสีใสคล้ายเพชร

สีของจิตโดยย่อ

เพื่อให้เห็นกันง่าย ๆ ยิ่งขึ้น โดยแบ่งสีของจิตออกเป็นสามอย่างคือ

จิตมีความดีใจ เพราะผลอย่างใดอย่างหนึ่ง กระแสจิตมีสีแดง

จิตมีทุกข์เพราะความปรารถนาไม่สมหวัง กระแสจิตมีสีดำ

จิตบริสุทธิ์ผ่องใสไม่มีกังวล คือสุขไม่กวน ทุกข์ไม่เบียดเบียน จิตมีสีผ่องใส
กายในกาย สำหรับนักปฏิบัติขั้นต้น ถือเอาอวัยวะภายในเป็นกายในกาย ส่วนท่านที่ได้จุตูปปาตญาณแล้ว ก็ถือเอากายที่ซ้อนกายอยู่นี้เป็นกายในกาย กายในกายนั้น เป็นกายประเภทอทิสมานกาย คือดูด้วยตาเนื้อไม่เห็น ต้องดูด้วยญาณจึงเห็น ตามปกติกายในกาย หรือกายซ้อนกายนี้ปรากฏตัวให้เจ้าของกายรู้อยู่เสมอในเวลาหลับ ในขณะหลับนั้น ฝันว่าไปไหนทำอะไรที่อื่น จากสถานที่เรานอนอยู่ ตอนนั้นเราว่าเราไปและทำอะไรต่ออะไรอยู่ ความจริงเรานอนและเมื่อไปก็ไปจริง จำเรื่องราวที่ไปทำได้ กายนั้นแหละที่เป็นกายซ้อนกาย หรือกายในกาย ตามที่มีอยู่ในมหาสติปัฏฐาน กายในกายนี้แบ่งออกเป็น 5 ขั้น คือ

กายอบายภูมิ มีรูปร่างลักษณะ คล้ายกับคนขอทานที่มีแต่กายเศร้าหมองอิดโรย หน้าตาซูบซีด ไม่ผ่องใส พวกนี้ตายแล้วไปอบายภูมิ

กายมนุษย์ มีรูปร่างลักษณะค่อนข้างผ่องใส เป็นมนุษย์เต็มอัตรา จะต่างกันตรงที่ผิวพรรณ สัดส่วน ขาวดำ งดงามต่างกัน แต่ลักษณะบอกความเป็นมนุษย์ชัดเจน พวกนี้ตายแล้วไปเกิดเป็นมนุษย์อีก

กายทิพย์ คือกายเทวดาชั้นกามาวจร มีลักษณะผ่องใส ละเอียดอ่อน ถ้าเป็นเทพชั้นอากาศเทวดา หรือรุกขเทวดาขึ้นไป ก็จะเห็นสวมมงกุฎแพรวพราว เครื่องประดับสวยสดงดงามมาก ท่านพวกนี้ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาชั้นกามาวจรสวรรค์

กายพรหม มีลักษณะคล้ายเทวดา แต่ผิวกายละเอียดกว่า ใสคล้ายแก้ว มีเครื่องประดับสีทองล้วน แลดูเหลืองแพรวพราวไปหมด ตลอดจนมงกุฎที่สวมใส่ ท่านพวกนี้ตายไปแล้ว ไปเกิดเป็นพรหม

กายแก้ว หรือกายธรรม ที่เรียกว่าธรรมกายก็เรียก กายของท่านประเภทนี้ เป็น

กายของพระอรหันต์ จะเห็นเป็นประกายพรึกทั้งองค์ ใสสะอาดยิ่งกว่ากายพรหม และเป็นประกายทั้งองค์ ท่านพวกนี้ตายแล้วไปนิพพาน การที่จะรู้กายพระอรหันต์ได้ ต้องเป็นพระอรหันต์เองด้วย มิฉะนั้นจะดูท่านไม่รู้เลย

ตั้งแต่ข้อหนึ่งถึงข้อสี่นั้น กล่าวว่า ท่านพวกนี้ตายแล้วไปเกิดที่นั้น ๆ หมายถึงว่า ท่านพวกนั้นไม่สร้างกรรมดีหรือกรรมชั่วที่มีกำลังแรงกว่าที่เห็น พวกที่ไปสร้างกรรมดีหรือกรรมชั่วที่แรงกว่า ก็ย่อมไปเสวยผลตามกรรมที่ให้ผลแรงกว่า

การรู้อารมณ์จิตนั้นมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการรู้อารมณ์จิตของตนเองสำคัญมาก คอยสกัดกั้นอารมณ์ชั่วร้ายที่เป็นกิเลสและอุปกิเลสไม่ให้มาพัวพันกับจิต ด้วยการคอยตรวจสอบกระแสจิตว่า ขณะนี้เราจะมีสีอะไร ควรรังเกียจสีทุกประเภท เพราะสีทุกอย่างที่ปรากฎนั้น เป็นอาการของกิเลสทั้งสิ้น สีที่ต้องการคือสีใสคล้ายแก้ว ต้องเป็นแก้วทั้งแท่ง อย่าให้มีแกนที่เป็นสีปนแม้แต่นิดหนึ่ง สีที่เป็นแก้วนี้ เป็นอาการของจิตที่ทรงฌาน 4

ท่านผู้ทรงฌานหนึ่ง หรือที่เรียกว่า ปฐมฌาน จะมีกระแสจิตเหมือนเนื้อที่ถูกแก้วบาง ๆ เคลือบไว้ภายนอก

ท่านที่ทรงฌานสอง หรือที่เรียกว่าทุติยฌานมีเสมือนแก้วเคลือบหนาลงไปครึ่งหนึ่ง

ท่านที่ทรงฌานสาม หรือที่เรียกว่า ตติยฌาน มีภาพเหมือนแก้วเคลือบหนามาก เห็นแกนในสั้นไม่เต็มดวง และเป็นแกนนิดหน่อย

ท่านที่ทรงฌานสี่ หรือที่เรียกว่า จตุตถฌาน กระแสจิตจะดูเป็นแก้วทั้งดวง เป็นเสมือนแก้วลอยอยู่ในอก

จิตของพระอริยะ

ท่านที่มีอารมณ์วิปัสสนาญาณเล็กน้อย เรียกว่าได้เจริญวิปัสสนาญาณพอมีผลบ้าง จะเห็นจิตเริ่มมีประกายออกเล็กน้อย เป็นลักษณะบอกชัดว่า ท่านผู้นั้นเจริญวิปัสสนาญาณได้ผลบ้างแล้ว

พระโสดาบัน กระแสจิตจะเกิดเป็นประกายคลุมจิตเข้ามา ประมาณหนึ่งในสี่

พระสกิทาคามี กระแสจิตจะมีประกายออกประมาณครึ่งหนึ่ง

พระอนาคามี กระแสจิตจะเป็นประกายเกือบหมดดวง จะเหลือส่วนที่ไม่เป็นประกายนิดหน่อย

ท่านที่บรรลุอรหันต์ กระแสจิตจะเป็นประกายหมดทั้งดวง คล้ายดาวประกายพรึกลอยอยู่ในอก กระแสจิตที่เป็นประกายทั้งดวงนี้ ควรเป็นกระแสจิตที่นักปฏิบัติสนใจแสวงหาให้ได้ เอาชีวิตเข้าแลกประกายจิตไว้ เพราะถ้าได้จิตเป็นประกายก็จะหมดทุกข์สิ้นกรรมกันเสียที มีพระนิพพานเป็นที่ไป จะพบแต่สุขอย่างประเสริฐ






 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2550 16:14:09 น.
Counter : 297 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.