เหนื่อยใจ...แต่ไหวอยู่
Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อคืนนี้ฉันฝันไปว่า

รถคันนั้น
คนโบราณท่านว่าไว้ หลังจากการหัวเราะที่มากเกินไป มักจะมีเหตุร้ายตามมา...

เป็นเวลาเที่ยงวันของวันหยุดสุดสัปดาห์ สี่สาวเพื่อนเคยร่วมรั้วมหาวิทยาลัย หลังจากจบหลักสูตรต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานในสายอาชีพต่าง ๆ ทั้ง สี่นั่งอยู่ในรถเก๋งคันงามโดยมีฉันเป็นคนขับ พวกเราหัวเราะและมีความสุขกันมาก สนุกสนานกันจนลืมตัว..

พวกเรานั่งคุยอยู่ริมถนนจนใกล้ค่ำ
“กลับกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า” หนึ่งในสี่เอ่ยปาก
“ก็กลับสิ ลุก ๆ ไปที่รถกัน”
ฉันเอ่ยสบทบเพราะเห็นด้วยว่าถึงเวลาที่จะกลับบ้านกันได้แล้ว
ทั้งสี่ละจากที่นั่งแล้วเดินไปยังที่ ๆ รถจอดอยู่
ระหว่างทางที่เดินไปนั้นดูเหมือนว่าข้างหน้าจะมีอุบัติเหตุใหญ่เกิดขึ้น ผู้คนมากมายออกมายืนเรียงรายตามขอบถนนต่างพากันวิพากวิจารณ์ถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ฉันเห็นศพที่ถูกห่อด้วยผ้าสีขาววางเรียงรายอยู่หลายศพ ห่างออกไปเป็นซากรถเก๋ง 2 คัน รถกะบะ 1 คัน จอดสิ้นสภาพอยู่
“เฮ้ย! ทำไมเป็นแบบนี้วะ แล้วเราจะกลับบ้านกันยังไงหล่ะ”
ฉันโวยวายหันไปหาความเห็นจากเพื่อน
“ไม่เป็นไร แกอย่าตกใจ ฉันมีวิธีแก้ไข”
นกพูดเพื่อให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายกับเหตุการณ์ที่เกิด แล้วนกก็หยิบที่สูบลมออกมา
“สูบลมเข้าไปใหม่มันก็ใช้ได้เหมือนเดิมแล้ว อิอิอิ”
พูดไปก็ทำหน้าตาภาคภูมิใจกับความคิดของตัวเองมาก จ๋าเพื่อนสาวอีกคนผู้มีอาชีพเป็นผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์โนเนมแห่งหนึ่งก็รีบเข้าไปช่วยนกทำการสูบลมเข้ารถเพราะเห็นว่ามันช่างเป็นความคิดที่วิเศษเหลือแสน ส่วนปิ๊กเพื่อนอีกคนที่มีอาชีพเป็นนักคอลัมนิสก็ออกเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ ตามประสานิสัยของนักข่าว
“เดี๋ยวหยุดก่อนแก”
ฉันเอ่ยปรามจ๋ากับนกที่กำลังวุ่นวายกับการทำให้รถคืนสภาพเดิม
“ฉันต้องโทรหาประกันก่อน ทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพเดิมหลังจากเกิดเหตุเพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาในการเครมประกัน”
ฉันเองก็อดภูมิใจในตัวเองอยู่เล็ก ๆ ว่า แม้เกิดสถานะการณ์อันเลวร้ายแต่ฉันก็ยังสามารถตั้งสติไว้ได้ ยังไม่ทันพูดจบดี ปิ๊กก็เดินมาสะกิดหลังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเครียด ๆ ว่า
“แกตามฉันมานี่ ฉันคิดว่าไอ้ศพที่กอง ๆ กันอยู่ที่พื้น 4 ใน 7 รายที่นอนเรียงอยู่น่าจะเป็นพวกเราหว่ะ”
ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่ปิ๊กพูดแล้วแย้งกลับว่า
“บ้าเหรอจะเป็นพวกเราได้ไง ก็ในเมื่อพวกเรายังยืนอยู่ด้วยกันตรงนี้”
“ไม่เชื่อก็ดูเองละกัน” พูดไปพลางชี้ไปที่ห่อผ้า
สี่ร่างที่เห็นนั้นถึงแม้ว่าสภาพร่างกายที่แหลกเหลวจนไม่เหลือเคล้าของตอนที่เคยมีชีวิตอยู่ แต่ฉันรู้อยู่แน่ว่ามันคือพวกเราจริง ๆ

ฉิบหาย!! นี่พวกเราตายแล้วจริง ๆ เหรอเนียะ ฉันนึกก้องอยู่ในใจแล้วก็รีบตะโกนบอกเพื่อนอีก 2 คนด้วยความตื่นตระหนกว่า
“ ไอ้นก ไอ้จ๋า ไม่ต้องสูบลมแล้ว”




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 1 ธันวาคม 2550 9:46:42 น.
Counter : 252 Pageviews.  

วันหนึ่ง วันหนึ่ง ของมนุษย์เงินเดือน

ไม่ได้อัพเดทบล็อคมานานมากโขทีเดียว
อันเนื่องมาจากว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น
วันหนึ่ง วันหนึ่ง หมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
บางวันเรื่องราวงดงามราวกับความฝันสีชมพู
บางวันโลกก็ทำให้เรารู้สึกงุนงง สงสัย และตั้งคำถาม
บางวันทำให้เรารู้สึกสำนึก
บางวัน และ บางวัน ผ่านไป เร็วบ้าง ช้าบ้าง


กิจกรรมในวันทำงานของฉันเป็นเฉกเช่นดังนี้
ตื่น 6.30 น. อาบน้ำ และ ออกไปทำงาน
ภาพที่ได้ตามด้านล่างนี้ได้มาจากเช้าวันหนึ่ง
หลังจากที่เอารถไปเก็บยังที่เก็บ
ระหว่างทางเดินเข้าออฟฟิตนั้นมีความรู้สึกว่า
เหมือนถูกใครบางคนมองตรงมา
เค้าคือคนคนนี้
มองมาแบบเศร้า ๆ เหงา ๆ
เหมือนคนโดนทิ้ง....ไร้สภาพ
ทำอะไรไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ได้แต่ชะเง้อหน้ามองคนเดินผ่านไปมา


ฉันเก็บภาพเขามา 2 ภาพ อีกภาพได้ดังนี้ เป็นมุมที่ดูห่างเหินออกมาหน่อย
>>>>ขอตั้งชื่อภาพ 2 ภาพนี้ว่าโดนทิ้ง ลำดับที่ 1 และ โดนทิ้ง ลำดับที่ 2 ตามลำดับ



ฉันเดินผ่านไปยังที่เก็บรถอีกที่มันเป็นที่สำหรับผู้มาติดต่อ บังเอิญเหลือบไปเห็นรถฮอนด้า 3 คันจอดเรียงสีได้อย่างงดงามราวกันนัดกันมาจอด



บังเอิญว่าวันนี้เป็นวันที่บริษัทเขารณรงค์ให้ทุกคนช่วยกันทำความสะอาดออฟฟิตให้ดูสะอาดตา โดยมีการถ่ายรูปสภาพก่อนที่จะมีการรณรงค์ไว้เพื่อรอเปรียบเทียบว่าหลังจากที่ได้มีการรณรงค์ดังกล่าวแล้วออฟฟิตเราสะอาดขึ้นหรือไม่ มีผู้ให้ความร่วมมือกันพอสมควร และสนุกสนานกะกิจกรรมดังกล่าว ดังภาพด้านล่าง

เห็นพรีเซนเตอร์มุ่งมั่นกับกิจกรรมขนาดนี้ก็น่าปลื้มใจกับฝ่ายบุคคลที่มีคนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความชื่นมื่น ม่วนใจ


เมื่อก่อนตอนเริ่มต้นทำงานใหม่ ๆ เคยตั้งใจไว้ว่า
โต๊ะทำงานของเราจะต้องเนี้ยบและกิ๊บเก๋
แต่ท้ายที่สุดเราทำได้ดีที่สุดเท่านี้
แหม..ภูมิใจจัง



ภาพอีกมุม อันนี้เป็นมุมแบบที่พวกช่างภาพมืออาชีพเค้าเรียกกันว่า "Bird eye view"
อย่างไรก็ตามฉันได้พยามแล้วจริง ๆ ที่จะให้โต๊ะฉันเรียบ เนี้ยบ เก๋ และมีสไตร์


ps. ฟองน้ำที่ตากอยู่บนมือของคุณแฟร้งกี้ตอนนี้แห้งแล้วและถูกเก็บเข้าที่ ๆ ควรจะอยู่เรียบร้อยแล้ว

สรุปว่าสำหรับกิจกรรมรณรงค์ 5ส ของฝ่ายบุคคลฉันคงต้องขออภัยที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้จริง ๆ เอาเป็นว่าจะขอไปแก้ตัวในกิจกรรมร่วมฟังธรรมในสัปดาห์หน้าละกัน

กิจกรรมที่ฉันทำในออฟฟิตแต่ละวัน คุยกับเจ้านาย คุยกับน้องในทีม ตอบคำถามกับผู้มาติดต่อ เม้าท์เรื่องชาวบ้าน อ่านหนังสือที่ออกมาใหม่ จิ้มคีย์บอร์ด ลุกเดินบ้าง ประสานงา(น) ให้กำลังใจแม่บ้านบ้าง แอบออนไลน์ msn ทั้ง ๆ ที่บริษัทห้าม ให้ไอทีมา block แล้ว block อีกก็ตาม อะไรอีกหล่ะ แว๊บไปให้อาหารปลาที่วัดแถวออฟฟิต เวลาจะค่อย ๆ ผ่านไปจนถึงเวลาเลิกงาน (เวลาที่นายจ้างอนุญาติให้กลับบ้านได้โดยไม่มีความผิดทางวินัย) บางคืน..ฉันก็ออกร่อนยามราตรี เมาแอ๋ แล้วก็ถ่ายรูปน้อง ๆ กับเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ริมถนนได้ดังภาพ



จากนั้นก็โบกแท็กซี่กลับบ้าน อาบน้ำถ้าไม่เมามากและยังมีแรงพอ เข้านิทรา เป็นอันจบไปอีกวัน กับวันหนึ่ง วันหนึ่ง ของลูกจ้างในเมืองกรุง




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2550 17:30:11 น.
Counter : 489 Pageviews.  

ขนแกะขาวแล้ว

วันก่อนได้รับของฝากจากน้องที่เพิ่งกลับมาจากเคนย่า
เราจึงได้เป็นเจ้าของหมวกขนแกะสภาพมอมแมมมา 1 ใบ
และจึงได้มีโอกาสสัมผัสขนแกะ..เป็นครั้งแรก
ในวันที่ได้มานั้นกว่าจะเดินทางกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว
จึงไม่ได้เก็บเข้าตู้ ได้แต่ขยุ่มเป็นก้อนแล้ววางไว้อยู่บนหัวเตียง
วันรุ่งขึ้นในตอนเช้า
แม่ถามว่า "นี่ก้อนอะไร ทำไมดำจัง"
เราตอบว่า "ขนแกะ เพิ่งได้มาเมื่อวาน ซักยังไงอะแม่"
เนื่องด้วยตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีขนแกะมาไว้ในครอบครองเลยยซักครั้ง
เลยไม่รู้ว่าควรจะจัดการกะมันอย่างไรจึงจะเหมาะสม
"ลื้อก็แช่ทิ้งไว้แล้วขยำเบา ๆ" แม่บอก
เราก็เลยจัดการเอาเจ้าหมวกขนแกะรูปทรงหมวกมองโก ไปแช่กะน้ำยา Essent ทิ้งไว้ 1 คืน
พอเช้าก็ลงมือขยำ ๆ ๆ ด้วยความขมี่ขมัน ผลที่ได้คือน้ำดำปิ๊ดปี๋
ช่างน่าภูมิใจจริง ๆ ยิ่งน้ำดำเท่าไหร่แสดงว่าขนแกะของฉานจะขาวขึ้นเท่านั้น อิอิอิ

ป่านนี้ขนแกะของเราคงจะแห้งแล้ว
ไว้จะถ่ายรูปมาอวดความขาวปุยของมัน
เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปตอนที่มันมอมแมมเก็บไว้เปรียบเทียบ




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2550 13:10:09 น.
Counter : 236 Pageviews.  

วันพบญาติ

6 Jan 07
เมื่อวานนี้มีนัดค่ะ กับเพื่อน ๆ สมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย
เรานัดเจอกันที่ คาเฟ่ เดอ ลาว
ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยนัดเจอกันครั้งหนึ่งในตอนที่เลี้ยงส่ง จักร ไปเรียนต่อที่อเมริกา
มาครั้งนี้เป้าของกันนัดเจอก็เพื่อรับขวัญ จักร ในการกลับสู่เมืองไทยในช่วงปิดเทอม
สถานที่เดิม คณะบุคคลก็ชุดเดิม
อันประกอบไปด้วย
เหล่านักข่าวจากสำนักต่าง ๆ นับจำนวนได้ 3
บ.ก.นิตยสาร 1
นักวิชาการ 1
และ ผู้เก็งยอดพิมพ์ 1
คงเป็นเพราะว่าเราไม่ได้เจอหน้ากันนานจึงทำให้การนัดพบครั้งนี้เริ่มต้นที่เวลา 11.00 น. ไปจบลงที่ 17.00 น.
โดยมีการโยกย้ายสถานที่จากร้าน คาเฟ เดอ ลาว
มาเป็นนั่งจิบกาแฟ แบบโอเพ่นแอร์ ตอนช่วงเวลา 15.00 น.



ดังภาพ


หลังจากการร่วมพบปะกับเหล่าเพื่อน ๆ ที่เราขอตั้งชื่อแก้งนี้ว่า แก้งนักวิชาการ
เราก็ย้ายวิคไปหาเพื่อนอีกแก้งคือ แก้งนักท่องราตรี
เรียกได้ว่าวันนี้เป็นวันเดินสายพบญาติจริง ๆ
เราไปเจอกับจ๋าที่ร้านรวยระรินกลิ่นชา
และไปจบที่ ร้านกินลมชมสะพาน
มาวววว..ค่ะ
ซดกันไปทั้งหมด 3 หลอด (หลอดละ 3 ลิตร) นับหัวคนที่ดื่มได้ 6 คน


วิวที่ร้านกินลมชมสะพาน


ถ่ายกับเพื่อน ๆ


จ๋า และเด็ก ๆ ในคอนโทรล


ร้านนี้รู้ใจคนเมาค่ะ


งานนี้ตอนกลับบ้านมีเหตุการณ์หวาดเสียวเกิดขึ้น
คือหลังจากที่ดื่มกันจนเป็นโต๊ะสุดท้ายของร้าน
เราก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
มีเราที่แยกกลับคนเดียวเพราะบ้านไม่ได้อยู่ใกล้กับใครเลย
ตอนที่ขึ้นรถแท็กซี่นั้นคนขับถามเราว่าจะไปเส้นทางไหน
เราก็บอกว่า "แล้วแต่พี่ค่ะ"
เขาตอบว่า "ไปทางสะพานพุทธดีไหม"
เราตอบว่า "ที่จริงแล้วไปทางเยาวราชน่าจะดีกว่าเพราะดึกแล้วแถวนั้นรถคงไม่ติด"
ผ่านไปซักพัก เราสังเกตว่าเส้นทางที่เขาขับมันแปลก ๆ ชอบกล
เราจึงถามกลับเขาว่า "ตกลงจะไปทางสะพานพุทธเหรอ"
เขาตอบ "ป่าวครับ ผมก็ยัง งง อยู่ว่าจะไปทางไหน" + +
เราเห็นท่าไม่ดีจึงบอกเขาไปดีๆ ว่า "พี่ไปถูกไหม ถ้าไปไม่ถูกก็ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวขอลงเรียกคันใหม่"
เขาตอบว่า "ครับ ครับรู้ครับ"
เราตอบไปว่า "ไม่เป็นไรค่ะ คืออยากจะเปลี่ยนคัน ช่วยจอดให้ด้วย"
เขาตอบว่า "ผมไปถูกครับเดี๋ยวไปส่งให้"
ได้แต่นึกในใจว่า...ทีเมื่อกี้เจือกตอบว่าผมขับมาแบบ งง อ้ายแซดด
ถึงตอนนี้เราจำไม่ได้ว่าเราโทรหาเพื่อน หรือเป็นเพื่อนที่โทรมา (แบบว่ามันมาวววหน่ะค่ะ)
จำได้แต่ว่าประโยคแรกที่เราพูดคือ "จ๋า..จดนะ"
แล้วเราก็บอกเลขทะเบียนที่แปะอยู่ตรงประตู แล้วก็ตั้งใจพูดให้คนขับเขารับรู้ว่าเราไม่ไว้ใจเขาด้วยประโยคนี้
"แกว่าเราควรนั่งคันนี้ไปต่อไหม"
เพื่อนจ๋าตอบ "ลงเลยแก เดี๋ยวนี้"
ไอ้เรามันก็คนว่าง่ายเชื่อเพื่อนจึงบอกกับคนขับไปว่า
"พี่คะ เพื่อนบอกว่าให้ลงจากรถเดี๋ยวนี้ รบกวนพี่ช่วยจอดให้ด้วยนะคะ เพื่อนบอกมาหน่ะค่ะ ขอโทษด้วยที่ต้องเปลี่ยนคัน"
ถ้าไม่ได้โทรคุยกับเพื่อนมันคงไม่ยอมจอดให้ลงแน่
ในที่สุดเราก็ได้ลงจากรถแท็กซี่คันนั้นอย่างปลอดภัย
แปลกดีนะคะ ตอนลงเขาเองไม่มีทีท่าที่จะเรียกเก็บเงินค่าโดยสารที่เรานั่งมา
เขาจอดแล้วเราก็ลง ไม่มีการจ่าย ไม่มีการทวงค่าโดยสาร
เราได้รถคันใหม่และถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
ระหว่างทางเพื่อนจ๋าก็โทรมาเชคเป็นระยะ ๆ
เฮ้อ..รอดตัวไปอีกคราว
กรุงเทพทุกวันนี้นับวันยิ่งอันตราย

อย่างไรก็ดีวันนี้นับว่าเป็นวันแสนสุขอีกวันหนึ่ง





 

Create Date : 07 มกราคม 2550    
Last Update : 7 มกราคม 2550 13:02:31 น.
Counter : 331 Pageviews.  

จดหมายถึงชาวไร้สังกัด

เนื่องจากโพสรูปลงกระทู้ไม่ได้จึงต้องนำลายมือตัวเองมาแปะไว้ที่นี่




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2549    
Last Update : 20 ธันวาคม 2549 10:44:46 น.
Counter : 159 Pageviews.  

1  2  

คลังพลอย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คลังพลอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.