เหนื่อยใจ...แต่ไหวอยู่
Group Blog
 
All blogs
 

Le Petit Princes

สิ่งสำคัญมิอาจเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ

ว่ากันว่า “เจ้าชายน้อย” เป็นงานวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกระดับโลก
ฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อตอนเข้าอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ ๑
หลังจากที่ฉันใช้เวลากับงานชิ้นเอกของโลกอยู่นาน ๓๐ นาที...
สมแล้วกับการเป็นวรรณกรรมเอกของโลก
ฉันแอบค่อนแคะในใจ
ฉันค่อย ๆ ปิดหนังสือลงอย่างบรรจง

พอกันที!
ฉันอ่านไม่รู้เรื่อง
มันคงสูงส่งเกินไปสำหรับคนอย่างฉัน
จากวันนั้นฉันไม่เคยสนใจที่หยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาอ่านอีกเลย
จนกระทั่งวันหนึ่ง..
ธรรมชาติดลใจให้ฉันมีความรู้สึกพิเศษ ๆ กับเพื่อนร่วมคณะคนหนึ่ง เขามีชื่อว่า “น้อย”

“น้อย” เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ห้องสมุดนับว่าเป็นบ้านหลังที่สองของเขาเลยหร่ะ
(ฉันได้แต่หวังในใจอยู่ว่าขอให้น้อยไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะฉันต้องการให้มันเป็นความลับระหว่างฉันกั[น้อยต่อไป)

“น้อย” เป็นประธาน กนวส. ซึ่งความหมายของอักษรย่อทั้ง ๔ ตัวก็คือ คณะกรรมการนักศึกษา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน

“น้อย” ดูเหมือนเป็นชายหนุ่มที่ไม่เรื่องมาก สบาย ๆ แต่เอาเข้าจริงแล้วน้อยเป็นคนประเภทหัวอนุรักษ์นิยม และเป็นคนที่เรื่องมากเอาการอยู่

“น้อย” มีคู่แฝดที่เกิดมาในจากไข่ใบเดียวกัน ซึ่งหมายถึงว่าหน้าตาของแฝดผู้พี่เหมือนกันกับน้อยอย่างกับแกะ เพียงแต่ว่าลึก ๆ แล้วฉันคิดว่าแฝดผู้พี่ของน้อยนั้นยังมีนิสัยที่น่าคบหามากกว่าน้อยซะอีกแต่ถึงกระนั้นในหัวของฉันวัน ๆ ก็มีแต่คำว่า น้อย น้อย และน้อย จนเมื่อเวลาผ่านไปเข้าปี ๔ เทอม ๒ เราก็ยังคงได้แต่แอบเฝ้ามอง “น้อย” อยู่ห่าง ๆ เหมือนดั่งสุนัขเห่าใบตองแห้ง ๆ ไปวัน ๆ ใบตองนั้นก็หารับรู้ถึงเสียงเห่าของสุนัขที่เฝ้าขยันเห่ามาเป็นเวลานานถึง ๒ ปี

“ทำอย่างไรดี ? อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว”
“น้อยยังไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบชอบเขาอยู่”
“ฉันจะปล่อยให้ความรักของฉันจบลงง่าย ๆ แบบนี้หรือ ?”

ปิ้ง!
ในที่สุดฉันก็พบทางออกของเรื่องนี้ ฉันตัดสินใจว่าจะซื้อ “เจ้าชายน้อย” ให้กับ “น้อย” เหตุผลที่เลือกเล่มนี้ให้น้อยหน่ะเหรอ มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่า
ข้อ ๑ น้อยเป็นหนอนหนังสืออยู่แล้วน้อยต้องชอบเรื่องนี้แน่เพราะว่ามันเป็นวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลก
ข้อ ๒ ราคาไม่แพง
ข้อ ๓ เป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุดนั้นคือชื่อของเรื่องที่สอดคล้องกับชื่อเล่นของเขาไง

ไม่แน่นะ วันหนึ่งน้อยอาจจะกลับมาเล่าเรื่องที่อ่านแล้วไม่เข้าใจให้ฉันฟ้งก็ได้ ฉันไม่ลืมที่จะแอบเขียนโน้ตสั้น ๆ ถึงน้อยที่ปีกปกด้านในว่า “ฝากดูแลเจ้าชายน้อยด้วย” ความหมายที่ฉันแอบแฝงอยู่ในตัวอักษรเหล่านั้นก็คือ “ดูแลตัวเองด้วยนะ เจ้าชายน้อยของฉัน เพราะเราคงจะไม่ได้เจอกันอีก”

นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๑ ปีก่อน เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ สมัยวัยสะรุ่นได้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันในวันนี้
ทุกครั้งที่มีการพูดคุยถึงวีรกรรมวีรกามในยุคที่พวกเรายังคงเป็นนักศึกษา เรื่องนี้จะถูกขุดขึ้นมาเผากันทุกครั้งไป
“ผมอยากได้หนังสือเล่มนั้นบ้าง ซื้อให้ผมทีสิ ได้ไหม” เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นในวงสนทนา
ซึ่ง ณ เวลานั้น ฉันเองก็เริ่มกึมได้ที่ คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ฉันและเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยได้ไปรวมตัวกันที่ ร้านกินลมชมสะพาน แต่ทว่าคืนนี้เรามีแขกพิเศษ ๒ ราย นั่นคือ
วิน วินเป็นนักศึกษาคณะวิศวะกรรมศาสตร์ ปี ๒
อีกคนเป็นหนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ ที่ชื่อว่า สุ สุก็เป็นนักศึกษาเช่นเดียวกับวิน แต่เป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์
เจ้าของเสียงที่ดังขึ้นแทรกแซงความขบขันนั่นคือ เด็กหนุ่มที่ชื่อ วิน
“อ๊ะ ๆ ไอ้วิน อย่าเชียวนะ ฉันเห็นแกแอบมองเจ้เค้าหลายทีแล้ว พูดแบบนี้มีเลสนัยอะไรหรือเปล่า”
เอ๋พูดแบบหยั่งเชิงแขกพิเศษ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นเอ๋นี่แหร่ะที่นำพา ๒ หนุ่มนี้มาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จัก
“จะซื้อให้หรือเปล่าหล่ะ” เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถามของเอ๋แต่ยังคงยืนยันที่จะได้คำตอบจากสิ่งที่ตัวเองถาม
“อยากได้ก็ซื้อเองสิ ไม่ได้หรอกเล่มนี้มีไว้สำหรับซื้อให้กับคนพิเศษเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า..” ฉันหัวเราะตอบอย่างอารมณ์ดี คืนนั้นเรากินเบียร์กันไปได้ประมาณ ๑๐ ลิตรกว่าๆเห็นจะได้ เมื่อเมากันได้ที่เราต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ยังไม่ทันที่ฉันจะโบกรถแท็กซี่ วินก็พูดขึ้นว่า “อย่าลืมเจ้าชายน้อยซะหล่ะ ผมอยากได้จริงๆนะ”

ฉันนั่งรถกลับบ้านแบบอารมณ์ชื่นมื่นและนึกขำกับท่าทีของเด็กที่ชื่อวิน พรางนึกถึงตัวเลขที่สอดคล้องกันแบบแปลก ๆ นับจากวันนี้เป็นระยะเวลา ๑๑ ปีแล้วที่ฉันได้ซื้อหนังสือเล่มนั้นให้กับน้อย ซึ่งน้อยไม่เคยกลับมาเล่าเรื่องเจ้าชายน้อยให้ฉันฟัง และฉันก็ยังคงไม่คิดจะหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านอีก
ตัวเลข ๑๑ นี้เท่ากันพอดีกับความห่างทางอายุระหว่าฉันกับวิน มันจะเป็นยังไงหนอ หากฉันซื้อเจ้าชายน้อยให้เด็กคนนี้ แล้วฉันจะซื้อให้เขาในฐานะอะไรดีหล่ะ?

หลังจากคืนนั้นก็มีข่าวลือแปลก ๆ จากกลุ่มเพื่อนที่ไปกินเหล้ากันว่า วินสนใจในตัวฉัน
“ฉันว่าไอ้เด็กที่ชื่อวินมันคงจะชอบแกหว่ะ มันทำท่าทางว่า crazy แกสุด ๆ มันเที่ยวพร่ำเพ้อถึงแกให้คนนู้นคนนี้ฟังประมาณว่า ถึงแม้ว่าพี่เค้าจะโทรมแต่ก็น่ารัก บ้านพี่เค้าอยู่แถวไหนเหรอ ทำไมไม่มีใครกลับบ้านทางเดียวกับพี่เค้าเลยหล่ะ พี่เค้าทำงานเกี่ยวกับอะไร ฯลฯ” เอ๋พูดขึ้นในวันหนึ่งที่เราได้นัดเจอกัน ด้วยข่าวลือที่วินสร้างขึ้นบวกกับเหล่ากองเชียร์ที่แอบช่วยกันลุ้นรักข้ามรุ่น ระหว่างฉันกับวิน ทำให้ฉันชักจะรู้สึกสนุกและอยากจะลองซื้อเจ้าชายน้อยให้กับเด็กคนนี้ ด้วยความแตกต่างของเราทำให้ฉันรู้สึกสนใจในตัวเด็กคนนี้ว่าเพราะอะไรถึงมาแสดงทีท่าว่าชอบสาวแก่อย่างฉัน
วินเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียนในสมัยที่เรียนอยู่ชั้นมัธยม เป็นเด็กเรียนดี รูปร่างหน้าตาที่ดูละม้ายคล้ายพระเอกหนังเกาหลี มีความฉลาดหลักแหลม เป็นผู้ชื่นชมในหลักปรัชญาจีน เป็นลูกคหบดีจากทางใต้ และอื่นๆ อีกมากมายที่บ่งชัดว่าวินเป็นเด็กที่มีอนาคตไกล ไม่สมควรที่จะมาชอบสาววัย ๓๐ ต้นๆ อย่างฉัน

ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจซื้อ “เจ้าชายน้อย” ให้กับวิน
โอ้! ฉันทำอะไรลงไปนี่
ฉันและวิน เริ่มสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยการคุยโทรศัพท์ Chat กันทาง MSN หรือส่ง SMS หากันบ้างตามแต่โอกาส

เย็นวันหนึ่ง ซึ่งนับได้ว่าเป็นวันที่สุดแสนจะโรแมนติกวันหนึ่งในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของฉัน เรานั่งเคียงกันอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา อาทิตย์ทอแสงอ่อนละมุลมายังเราสองคน แค่เราสองคนเท่านั้น เพราะในช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกว่าโลกนี้มีเพียงแค่เราเท่านั้นจริง ๆ วินได้เริ่มเล่าเรื่องราวการผจญภัยของเจ้าชายน้อยให้ฉันฟัง ตลอดเวลาของการเล่าเรื่องวินใช้คำเรียกแทนตัวเจ้าชายน้อยว่า “เค้า” ซึ่งมันทำให้ฉันรู้คุ้นเคยราวกับว่าฉันได้รู้จักกับเจ้าชายน้อย ฉันได้เข้าไปอยู่ในโลกของเจ้าชายน้อยผ่านการเล่าเรื่องของวิน และในบางครั้งฉันเผลอดคิดไปว่าวินคือเจ้าชายน้อยที่กำลังเล่าเรื่องของตัวเองให้ฉันฟัง การผจญภัยได้เริ่มขึ้น ในวันที่เจ้าชายน้อย ตัดสินใจออกเดินทางเพราะทะเลาะกับเจ้าดอกกุหลาบแสนงอน เจ้าชายน้อยออกเดินทางมากับนกอพยพฝูงหนึ่ง และท่องเที่ยวไปยังดาวดวงต่าง ๆ มากมาย จนมาถึงโลกมนุษย์ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าชายน้อยพบว่า ดอกกุหลาบที่อยู่บนดาวของเจ้าชายน้อยที่คิดว่ามีเพียงดอกเดียวในจักรวาลนั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย เจ้าชายน้อยได้เห็นดอกกุหลาบมากมายบนโลก มากมายขนาดเกินกว่าจะนับได้ถ้วนซึ่งมันทำให้เจ้าชายน้อยรู้สึกสะเทือนใจมาก แต่เจ้าชายน้อยก็ได้ค้นพบถึงคุณค่าของเจ้ากุหลาบแสนงอนว่า ถึงแม้จะมีดอกกุหลาบมากมายบนโลกนี้ มิหนำซ้ำบางดอกยังสวยสมบูรณ์กว่าเจ้าดอกกุหลาบแสนงอนของเจ้าชายน้อยซะอีก แต่ดอกกุหลาบเหล่านั้นจะมีความสำคัญกว่าดอกกุหลาบของเจ้าชายน้อยได้อย่างไร ก็ในเมื่อดอกกุหลาบเหล่านั้นไม่ไช่ดอกกุหลาบที่เจ้าชายน้อยคอยเฝ้าดูแล ประคบประหงมเป็นอย่างดี

“ สิ่งที่สำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ “

ในเวลาต่อมาเจ้าชายน้อยก็ได้พบกับสุนัขจิ้งจอกที่ร้องขอให้เจ้าชายน้อยช่วยทำให้มันเชื่อง มาถึงตอนนี้ของเรื่องฉันอดนึกไม่ได้ว่าหากจะเปรียบเราทั้งคู่เป็นเหมือนเจ้าชายน้อยกับสุนัขจิ้งจอก ก็ยังไม่อาจจะทราบได้ว่าใครคือเจ้าชายน้อย และใครคือสุนัขจิ้งจอก..
วินได้พาเราผจญภัยไปในโลกของเจ้าชายน้อยมาจนถึงตอนสุดท้ายของเรื่อง
เจ้าชายน้อยได้กลับไปยังดาวของตัวเอง ด้วยการให้งูพิษกัดตาย... เราช่วยกันตีความหมายในตอนนี้อยู่นาน
“ในทางคริสตศาสนา งู เป็นสัญญลักษณ์แทนกิเลส หรือ สิ่งมืดดำ เพราะในคัมภีร์ไบเบิ้ลถูกเขียนไว้ว่า งู เป็นสัตว์ที่ชี้ชวนให้อาดัม กับ อีฟ หลงผิดด้วยการยั่วยุให้ อาดัม กับ อีฟ แอบกินผลไม้ต้องห้าม จนกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ ทั้งคู่ ต้องมาเกิดบนโลกมนุษย์เพื่อชำระบาป” ฉันแสดงความคิดเห็นตามที่เคยได้ร่ำเรียนมาในสมัยเด็ก
“แต่ในเรื่องนี้แล้วผมว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวกัน กับการที่เจ้าชายน้อยให้งูกัดตาย” วินแย้ง
ในวันนั้นเราไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้ได้ แต่วินได้ตั้งข้อสังเกตถึงการปรากฏตัวของงูในเรื่อง งูปรากกฏตัว ๒ ครั้ง ครั้งแรกตอนที่เจ้าชายน้อยมายังโลกมนุษย์งูเป็นสัตว์ชนิดแรกที่เจ้าชายน้อยได้รู้จักและพูดคุย
ครั้งที่ ๒ คือตอนที่เจ้าชายน้อยได้ลาจากโลกนี้ไป ประเด็นที่วินทิ้งไว้ทำให้ฉันฉุกคิดมาได้ในวันหนึ่งหลังจากอ่านหนังสือธรรมะเล่มหนึ่ง ฉันได้ค้นพบความหมายของ”งู” ที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง ... “งู” คือ ความตาย ในทางพุทธนั้นทันทีที่เราเกิดนั่นหมายถึงเราได้นัดหมายกับความตายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังพทุธภาษิตที่เราได้ยินกันจนชินหูแต่ไม่เคยเห็นถึงความหมายแฝงที่ลึกซื้ง
มีเกิด ก็ย่อมมีดับ
สอดแทรกด้วยนัยยะว่าชีวิตคนเรานั้นควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ
เรื่องราวการผจญภัยของเจ้าชายน้อยได้จบลง พร้อมกับทิ้งปริศนาเอาไว้มากมายให้ฉันได้ขบคิด เฉกเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับวิน ฉันอาจจะเป็นเจ้าชายน้อยที่กำลังฝึกสุนัขจิ้งจอกให้เชื่องตามคำร้องขอ หรือในทางกลับกันอาจเป็นฉันเองที่เป็นสุนัขจิ้งจอกและวินคือเจ้าชายน้อย ทั้งสุนัขจิ้งจอกและเจ้าชายน้อยต่างต้องลาจากกันไปในวันหนึ่ง นั่นเพราะว่าทั้งเจ้าชายน้อยและสุนัขจิ้งจอกต่างมีหนทางที่ต้องเดินกันคนละสาย อย่างไรก็ตามวินคือคนที่ทำให้ฉันเข้าใจและรักหนังสือเล่มนี้ ฉันตัดสินใจว่าวินจะเป็นคนสุดท้ายที่ฉันมอบหนังสือเล่มนี้ให้เป็นของขวัญ เพราะ Le pettit prices คือของขวัญสำหรับคนพิเศษเท่านั้น




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2550 17:49:49 น.
Counter : 299 Pageviews.  

เท่ารักเธอ

"แกฉันกำลังอินหว่ะ" ฉันพูด
"อินอะไรวะ" เพื่อนถาม
"เท่ารักเธอ เพิ่งอ่านจบเมี่อตะกี๋อะ
ฉันว่าบรรยากาศของเรื่องมันเหมือนพวกเรายังไงไม่รู้
แบบว่า..อ่านเสร็จแล้วคิดถึงพวกแก
แล้วฉันจะซื้อให้แกสองคน คนละเล่ม
เป็นของขวัญปีใหม่" ฉันตอบ
พร้อมตั้งใจแน่วแน่ว่ายังไงก็ตามจะซื้อหนังสือเล่มนี้ให้เพื่อน
เพราะอ่านแล้วมันทำให้ฉันรู้สึกช่างอินเสียนี่กระไร


เท่ารักเธอเป็นหนังสือที่เขียนแบบ Base on True Story
ในแง่ความงดงามทางด้านวรรณศิลป
หนังสือเล่มนี้อาจทำได้ไม่ถึง
หากแต่จุดเด่นของ เท่ารักเธอ อยู่ตรงเนื้อหา
ที่โดนใจโดยเฉพาะคนในวัย 30 อัพ
อ่านแล้วจะรู้สึกอินมาก ๆ
เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในท้องเรื่องนั้น
จะทำให้คนวัยนี้หวนรำลึกไปถึง
วันเวลาเก่า ๆ ของตัวเอง
และถ้าจะให้ระบายสีให้กับหนังสือเล่มนี้
เราจะเลือกโทนสีที่ออกหม่น ๆ แต่แซมไว้ด้วยโทนสีสันที่สดใส
เพราะภายใต้ความหม่นขอเท่ารักเธอนั้น
แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่สุด ๆ ในทุก ๆ เรื่อง
มิตรภาพระหว่างเพื่อน
ความบ้าระห่ำของห้วงอารมณ์
และท้ายที่สุดคือ...
ความโรแมนติกตามแบบฉบับของเท่ารักเธอ
ซึ่งอาจจะไปสกิดความต่อมทรงจำในวันเก่าก่อน
ของคนที่ร่วมยุคสมัยกับเหตุการณ์ในหนังสือ









 

Create Date : 12 มกราคม 2550    
Last Update : 12 มกราคม 2550 21:24:03 น.
Counter : 227 Pageviews.  

หนังสืออาหารต้องทำให้อร่อย

เป็นที่ชัดเจนว่าสำนักพิมพ์แสงแดดเป็นสำนักพิมพ์ที่ครองพื้นที่หนังสือในกลุ่มตำราอาหารได้อย่างเหนียวแน่ในขณะนี้ ปัจจัยอะไรบ้างเราจะมาเริ่มไล่กันตั้งแต่

ตัวสินค้า
สินค้าของแสงแดด มีความหลากหลายจับกลุ่มลูกค้าค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่กลุ่มไฮโซ (ทำอาหารเป็นงานอดิเรก) ไปจนถึงกลุ่มทำอาหารเป็นอาชีพ แถมด้วย Product Design ก็สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย มีทั้งขนานบางเย็บแม็กซ์ ไปจนถึงขนาดปกแข็งเย็บกี่ และส่วนประกอบที่สำคัญนั่นคือ รูปแบบการ Present ที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงความอร่อย นั่นคือสามารถทำให้ผู้อ่านจินตนาการถึงรสชาติได้ และต้องเป็นสิ่งที่ผู้อ่านรู้สึกได้ว่าสามารถปฏิบัติได้จริง (จุดที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ)

แบรนด์
แสงแดดสามารถสร้างภาพของความเป็นมืออาชีพในด้านอาหารอย่างชัดเจน เพราะมีการแตก Content ให้เป็นมากกว่าเรื่องของสูตรอาหาร ยังมีเรื่องของสารคดีที่เกี่ยวข้องกับอาหาร แนะนำร้านอร่อย หรือการทำตัวให้เป็นศุนย์กลางในการรวบรวมสูตรอาหารจากที่ต่าง ๆ (ลองเข้าเวปแสงแดดดูค่ะ)

การจัดจำหน่าย
เงื่อนไขการจัดจำหน่ายก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้หนังสือของแสงแดดครอบพื้นที่ในตลาด เพราะในแง่ของการจัดจำหน่ายหนังสือเล่มนั้น บางครั้งเงื่อนไขคือโอกาส ด้วยเงื่อนไขฝากขายทำให้ร้านค้ายินดีที่จะรับสินค้าของแสงแดดมาติดไว้ในชั้นหนังสือ รวมถึงเรื่องของความสม่ำเสมอในการออกสินค้า และยังไม่มีคู่แข่งรายไหนผลิตหนังสืออาหารมาเทียบชั้นกับแสงแดดได้

คู่แข่งของแสงแดด
แม่บ้าน
เป็นสำนักพิมพ์ที่ออกหนังสือได้ใกล้เคียง แม่บ้านจะเอานักเขียนที่มีชื่อเสียงทางด้านอาหาร หรือสูตรจากสถาบันต่าง ๆ มาทำเป็นเล่ม แต่เมื่อเทียบดูแล้วกลับพบว่าคุณภาพการผลิตของตัวสินค้านั้นแม่บ้านยังสู้แสงแดดไม่ได้ (คำว่าคุณภาพในที่นี้หมายถึง รูปเล่า อาร์ตเวิร์ค ภาพที่นำมาใช้ประกอบ)

Health&Cusince
ผลิตหนังสือสอนทำอาหารที่จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป ในเรื่องคุณภาพของสินค้านั้นสำนักพิมพ์นี้กินขาด แต่สิ่งที่ทำให้ยังไม่สามารถแซงหน้าแสงแดดได้ก็คือ ความสม่ำเสมอในการออกหนังสือ ถึงแม้ว่าจะสามารถผลิตหนังสือออกมาได้หน้าตาที่สวยงามแต่มีบางสิ่งที่ยังขาดไปสำหรับสำนักพิมพ์นี้คือ ความน่าอร่อย ของเมนูที่นำเสนอนั่นเอง





 

Create Date : 04 ธันวาคม 2549    
Last Update : 11 ธันวาคม 2549 15:35:41 น.
Counter : 255 Pageviews.  

หนังสือทุกเล่มมีเจ้าของ ภาค 2 (คำอธิบายว่าเหตุใดบุบเพสันนิวาสช่างเกิดยากซะเหลือเกิน)

"อันว่าเรื่องราวของชายเลี้ยงวัว กับ หญิงทอผ้าจะจบแบบสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่มีคิวปิดผู้ชักนำให้ทั้งสองได้มาพบเจอ"

คิวปิดในที่นี้หมายถึงผู้จัดจำหน่าย หน้าที่หลักสำคัญของ ผู้จัดจำหน่ายที่ดีก็คือต้องสามารถกระจายหนังสือได้ไว และทั่วถึง ตรงกลุ่ม นับว่าเป็นโจทย์ที่ยากมากสำหรับผู้ทำหน้าที่เป็นคิวปิดในเรื่องนี้ เนื่องจากธุรกิจหนังสือนั้นไม่เหมือนกับการขายของอุปโคบริโภคทั่วไป อย่างยาสีฟัน แฟ้บ สบู่ ซึ่งเป็นของที่ทุกคนต้องใช้ อาศัยเพียงแค่ทีมการตลาดที่เข้มแข็ง และการกระจายสินค้าให้ทั่วถึงและเพียงพอเป็นใช้ได้ ในขณะที่หนังสือนั้นเป็นเรื่องของความเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ทุกคนจะอ่านหนังสือเหมือน ๆ กัน ดังเช่น หญิงสาวที่มีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตร์ คิวปิดที่เก่งจะต้องมีจมูกที่แม่นยำ หากเราคิวปิดนำหญิงทอผ้าผู้สูงศักดิ์ไปอยู่ในป่าเขา และในขณะเดียวกันก็น้ำหญิงทอผ้าที่ผู้คงแก่เรียนไปไว้ในดินแดนแห่งแฟชั่น แน่นอนว่าโอกาสที่ หญิงทั้งสองจะเจอชายเลี้ยงวัวของตนคงยากเป็นแน่แท้

ดังนั้นบริษัทผู้จัดจำหน่ายที่ดีจะต้องมีการคัดเลือกร้านและหนังสือที่จะนำไปวางให้เหมาะสมสอดคล้องกับกัน นอกจากนั้น ในแต่และสถานที่ที่คิวปิดนำหญิงสาวไปนั้น ยังต้องอาศัยยานพาหนะที่แตกต่าง หากสถานที่แห่งนั้นเป็นหุบเขาการเดินทางด้วยม้าย่อมสะดวกกว่าที่จะใช้รถยนตร์ ทั้งหมดนี้เป็นเหตุที่ทำให้ระบบจัดจำหน่ายหนังสือในประเทศไทยมีเงื่อนไขการขายที่หลากหลาย เช่น ระบบฝากขาย , ฝากขายตัดบิล , ขายขาดคืนได้ , ขายขาดไม่รับคืน ฯลฯ ร้านใดจะใช้เงื่อนไขใดนั้นขึ้นอยู่กับ ทำเล เครดิต ระบบการจัดการภายในร้าน และท้ายที่สุดคือหนังสือ หากตัวหนังสือเป็นที่นิยมของท้องตลาด ผู้จัดจำหน่ายมักจะเสนอเงื่อนไขขายขาดไม่รับคืน เพราะในกรณีนี้ฝ่ายที่ได้เปรียบคือฝั่งของจัดจำหน่าย เพราะเป็นที่แน่ชัดว่าทุกร้านย่อมต้องการจะขายหนังสือ HOT เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้วผู้จัดจำหน่ายที่ดีย่อมต้องมีการคัดหนังสือวางขายให้ได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด เพื่อลดภาระปัญหาสต๊อกสินค้า และ เรื่องของยอดขายโดยรวม ดังเช่น หนังสือเล่มหนึ่งมียอดพิมพ์เริ่มต้นที่ 3,000 เล่ม หากไม่มีการคัดร้านวางแล้วจะส่งผลทำให้ไม่ได้ยอดขาย และ ปัญหาสต๊อกสินค้าตามมา ปัจจุบันหากนับเพียงแค่ร้านหนังสือชั้นนำอย่าง ซีเอ็ดซึ่งมีสาขาโดยรวม ๆ แล้วอยู่ที่ 200 เศษ ยังไม่รวม บีทูเอส ร้านนายอินทร์ จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าหนังสือไม่เพียงพอต่อการกระจาย แต่การแก้ไขปัญหาด้วยการเพิ่มยอดพิมพ์ย่อมไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เพราะหนังสือบางเล่มมีความเฉพาะเจาะจง (กลุ่มผู้อ่านแคบ) การเพิ่มยอดพิมพ์จึงถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อความอยู่รอดของสำนักพิมพ์ ดังนั้งจึงกลายเป็นหน้าที่ของคิวปิดที่จะต้องมีจมูกที่แม่นยำในการกระจายหนังสือไปยังพื้นที่ที่ตรงกลุ่ม
ด้วยระบบกลไกดังกล่าวจึงทำให้เราไม่สามารถเห็นหนังสือบางเล่มในบางร้านค้า
ิคิวปิดที่เก่ง ๆ จะต้องทำให้เจ้าชาย และ เจ้าหญิงพบกันให้เร็วที่สุด นั่นคือผลกำไร แต่หากคิวปิดไม่สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์นั่นหมายถึง การแบกภาระสต๊อกสินค้านั่นเอง




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 11 ธันวาคม 2549 15:43:16 น.
Counter : 205 Pageviews.  

หนังสือทุกเล่มมีเจ้าของ

"เชื่อไหมกับคำพูดที่ว่า หนังสือทุกเล่มมีเจ้าของ หากแต่ว่าระหว่างทางที่หนังสือกับเจ้าของจะได้เดินทางมาพบกันนั้นใช้ระยะเวลาในการเดินทางนานเท่าไหร่ ระหว่างทางผ่านอะไรมาบ้าง กว่า ชายเลี้ยงวัว กับ หญิงทอผ้าได้เดินทางมาบรรจบกัน"

กระบวนกว่าที่หนังสือเล่มหนึ่งจะถึงมือผู้อ่าน ถ้าตัดขั้นตอนผลิตออก และมาเริ่มต้นเรื่องที่ เมื่อหนังสือพิมพ์เสร็จจากโรงพิมพ์ หนังสือจะถูกส่งต่อให้กับสายส่งหนังสือ หรือเรียกกันในนามที่เป็นทางการว่า บริษัทจัดจำหน่าย ซึ่งในปัจจุบันบริษัทจัดจำหน่ายหนังสือมีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะมีข้อดีและเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทนั้น ๆ มีธุรกิจที่แตกแขนงอะไรออกไปบ้าง บริษัทจัดจำหน่ายบางบริษัทก็ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่จัดจำหน่ายหนังสือของตนเอง แต่ไม่มีหน้าร้านเป็นของตนเอง เช่น บริษัทงานดี เคล็ดไทย เป็นต้น ผู้จัดจำหน่ายอีกประเภทที่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง เช่น ซีเอ็ด อมรินทร์ ศูนย์หนังสือจุฬา เป็นต้น สำนักพิมพ์เล็ก ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกผู้จัดจำหน่ายที่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง เพราะอย่างน้อยนั้นก็จะมั่นใจได้ว่าถ้าหาหนังสือไม่เจอตามร้านทั่วไป ยังไงเสียก็จะต้องเห็นที่หน้าร้านของบริษัทผู้จัดจำหน่ายเองแน่ หลังจากที่ผ่านบริษัทจัดจำหน่ายมาแล้วนั้น ขั้นต่อมาหนังสือก็จะถูกส่งไปยังร้านค้าต่าง ๆ

ในปัจจุบันนั้นจะพบว่าวันหนึ่ง ๆ หนังสือที่ออกใหม่มีเป็นจำนวนมาก แตกต่างเมื่อก่อน ดั้งนั้นหนังสือที่ออกใหม่นั้นจะได้รับการโชว์ในจุดดึงดูดสายตาไม่เกิน 1 สัปดาห์ หากยอดขายไม่ดี หนังสือเล่มนั้นก็จะถูกนำไปวางในชั้นวางหมวดหมู่นั้น ๆ โดยปริยาย

สาเหตุที่เป็นอุปสรรคระหว่าง ชายเลี้ยงวัว กับ หญิงทอผ้า ในร้านหนังสือมีดังต่อไปนี้

ชายเลี้ยงวัวมายังทางช้างเผือกเพื่อตามหาหญิงทอผ้าตามเวลานัดหมาย แต่ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่อาจพบกันสาเหตุนั้นเนื่องมาจาก

หญิงสาวไม่ popular เท่าที่ควร ไม่ใช่คนของประชาชน หญิงสาวมีบุคคลิกภาพเฉพาะตัวสูง จึงไม่ได้ถูกโชว์ในจุดที่เตะตาผู้คนเท่าไหร่นัก หรือในบางครั้งฉายาของหญิงสาวอาจจะทำให้คนจัดหนังสือไขว่เขวนำไปวางไว้ผิดหมวดหมู่ สิ่งหนึ่งที่เจ้าชายจะพึงกระทำเพื่อให้ได้พบกับหญิงสาวของตนคือ การถามไถ่กับเด็กหน้าร้าน ซึ่งถ้าโชคดีถามเด็กที่ทำงานมานาน และเอาใจใส่กับงานที่ทำเจ้าชายก็จะได้พบกับหญิงสาว แต่ถ้าหากโชคร้ายที่เด็กหน้าร้านคนนั้นเป็นเด็กที่มาใหม่ หรือเป็นเด็กที่ไม่ใส่ใจกับงานก็จะทำให้ทั้งคู่ไม่ได้พบกัน.....วันเวลาผ่านไป หญิงสาวคนใหม่เกิดขึ้นมากมาย หญิงสาวที่มาอยู่ก่อนก็ต้องขยับขยายพื้นที่ไปยังส่วนต่าง ๆ ในร้านค้าซึ่งถ้าหากเจ้าชายยังหาตัวของหญิงสาวไม่พบ หญิงสาวก็อาจจะถูกส่งกลับไปยังที่ที่เคยจากมา และเฝ้ารอว่าวันหนึ่งเจ้าหญิงจะออกมาปรากฏอีกครั้งหนึ่ง

ทุก ๆ ปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลอง เป็นงานที่หญิงสาวทุกคนจะได้ออกมาอวดโฉม โอกาสของ ชายเลี้ยงวัว กับ หญิงทอผ้า จะได้มาเจอกันได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง หากโชคร้ายเกิดขึ้นตรงที่จะมีชายจำนวนมากมายที่มางานนี้เพื่อตามหาหญิงทอผ้าของตน อาจจะทำให้บางคนท้อที่จะฝ่ากระแสผู้คนเพื่อเสาะหาหญิงสาว บางคนมีกลวิธีในการเสาะหาหญิงสาว นั่นคือ การจดจำแหล่งที่มาของหญิงสาวและออกตามหาไปยังบูธที่หญิงสาวอยู่เรื่องนี้ก็จะจบลงแบบ Happy Ending แต่บางคู่ไม่เป็นเช่นนั้น บางคู่ไม่หากันไม่เจอ จนในที่สุดแหล่งสุดท้ายที่จะตามหาเจ้าหญิงนั้นคือ ณ สถานที่อันลึกลับ นั่นคือร้านขายหนังสือมือสอง

ท้ายที่สุดนี้ขอให้ชายเลี้ยงวัวทุกท่านตามหาหญิงสาวของตัวเองพบ

ปล. ชื่อเรื่องของมอบเครดิตให้กับผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เรานับถือ








 

Create Date : 30 ตุลาคม 2549    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2549 8:07:27 น.
Counter : 245 Pageviews.  


คลังพลอย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คลังพลอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.