Group Blog
 
All Blogs
 

เที่ยวหน้าหนาวที่ ดอยม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับทริปนี้ในฤดูหนาว ผมขอนำเสนอ ม่อนแจ่ม หรือ ดอยม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย เพราะตอนนี้ ม่อนแจ่ม เชียงใหม่ กำลังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอแม่ริมไปซะแล้ว ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นวิวทิวเขาซับซับซ้อน





ม่อนแจ่ม คือสถานที่พักแห่งใหม่ของโครงการหลวง เพิ่งเปิดตัวไม่เมื่อปลายปี 2552 เป็นพื้นที่บนสันเขาในระดับความสูงประมาณ1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่





ม่อนแจ่ม ปรากฎโฉมในรูปแบบ "แคมปิ้ง รีสอร์ท" ที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมชูความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย เช่น ในเต้นท์มีบริเวณส่วนตัว มีห้องน้ำส่วนตัว น้ำร้อน ไฟฟ้า และเครื่องใช้ครบครัน ประหนึ่งอยู่ในห้องพักโรงแรม แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง สายลมเย็น ๆ วิวขุนเขา สายหมอก ก็โผล่รอต้อนรับ แถมยามค่ำคืนดาวน้อยใหญ่จะค่อย ๆ ส่องประกายแวววับให้มองเพลิน ๆ

สำหรับเต้นท์ที่พักมี 2 ขนาด คือ เต้นท์เล็ก 800 บาทต่อคืน (2 คน) และเต้นท์ใหญ่ 1,200 บาทต่อคืน (4 คน)





ที่ ม่อนแจ่ม มีร้านอาหารที่นำผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง มาปรุงให้รับประทานกันด้วย ผัก ๆ สด ๆ หวานกรอบ หาชิมยากในเมืองกรุง และถ้ากินอิ่มแล้วอยากยืดแข้งขืดขา ก็สามารถไปเดินชมแปลงสตรอเบอร์รีผลสีแดงสด

หรือไปเดินเล่นรอบเขาที่มีวิวสวย ๆ ก็ได้ และบริเวณใกล้ ๆ ม่อนแจ่ม จะเป็นที่ตั้งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ภายในมีแปลงผักและงานวิจัยผักเมืองหนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชม





หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลาย แต่ถ้าใครกลัวหลง ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์น้อยของหมู่บ้านชาวเขา บริการนำเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขา ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 053- 939173 , 081-9509767 หรืออีเมล NONGHOYRPF@gmail.com

การเดินทาง
ม่อนแจ่ม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 40 นาทีเท่านั้น โดยมาตามทางหลวง หมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ตรงไปถึงอำเภอแม่ริม บริเวณกิโลเมตรที่ 17 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 1096 สายแม่ริม-สะเมิง บริเวณกิโลเมตรที่ 15 ให้เลี้ยวขวาที่บ้านโป่งแยก ตรงไปอีก 6 กิโลเมตร ก็ถึงบน "ม่อนแจ่ม"

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด และจองที่พักได้ที่ โทรศัพท์ 081-8063993 และ 053810765 ต่อ 108










 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2554 15:52:12 น.
Counter : 3081 Pageviews.  

สามชุก ตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนจบ

หลังจากแวะชมพิพิธภัณท์และก็ไปช้อปปิ้งกันค่ะ



ร้านขายเสื้อผ้าสวยๆและของใช้ต่างๆ มากมายค่ะ



ส่วนนี่หมี่กรอบสามรสค่ะ น่าทานมั้ยคะ



นิสาลูกชิ้นหมูยักษ์

แจ้งข่าวร้านนิสาลูกชิ้นยัก ของแท้ต้องมีโลโก้นิสาลูกชิ้นยักค่ะ

ตอนนี้ร้านย้ายออกมาอยุ่ตรงหัวมุมซอย4 แร้วค่ะ ซอย1เราไม่ได้เปิดสาขานะค่ะ

ตอนนี้นิสาลูกชิ้นยักษ์ นัยตลาดร้อยปี จะมีแค่ 2 สาขาเท่านั้น อยุ่ตรงหัวมุมซอย 4 แร้วก้อ ตลาดย่าจูค่ะ ซอย 1 ไม่มีนะค่ะถ้ามีแสดงว่าของปลอมลอกเลียนแบบ

ขอแจ้งมา ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ ท่านลูกค้าที่มาอุดหนุนร้านเราขอความกรุณาซื้อของแท้ด้วยนะค่ะ ทางร้านเราขอขอบคุนท่านลูกค้าทุกท่าน และถ้าเราทำไห้ท่านลูกค้าไม่พอใจ ขอกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ช่วยบอกต่อๆกันด้วยนะค่ะ

เพราะตอนนี้มีคนมาลอกเลียนแบบอ่ะค๊ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณนิสาที่แจ้งเข้ามานะครับ
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดสามชุกได้ที่ //www.samchuk.in.th/

จบแล้วค่ะสำหรับทริปนี้ น่าสนใจมั้ยคะ ลองไปเที่ยวกันดูนะคะ เพื่อนๆ




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 6 สิงหาคม 2554 11:02:12 น.
Counter : 1107 Pageviews.  

สามชุก ตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนที่2

พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ (ซ.2)



บ้านขุนจำนงจีนารักษ์
ขุนจำนงจีนารักษ์ นามเดิมว่า หุย แซ่เฮง เป็นคนจีนเกิดใน ประเทศไทย ใกล้วัดโพธิ์คอย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ประกอบอาชีพค้าขาย มีโรงเหล้า และโรงยาฝิ่น เมื่อเยาว์วัยศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศจีน กลับมาเมืองไทยเมื่ออายุ 20 กว่าปี ต่อมาได้สมรสกับคุณกุ้ยเอง แซ่เจ็ง เป็นคน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี มีบุตรธิดา 3 คนดังนี้
1. นายโต้วซ้ง(บุญส่ง) จีนารักษ์ ปัจจุบันถึงแก่กรรม
2. นายติ้งซ้ง จีนารักษ์ ปัจจุบันถึงแก่กรรม
3. นางซิ้วลั้ง จีนารักษ์
ต่อมาได้เช่าที่ราชพัสดุปลูกบ้าน 3 ชั้น (คอนกรีตเสริมเหล็ก)ใน พ.ศ.2459 กิจการค้าขายของท่านเจริญรุ่งเรืองไปถึง 6 อำเภอ ท่านจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ประกอบกับท่านเป็น คนดีมีเมตตา ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก จึงได้เป็นผู้นำชุมชน คุณงามความดีของท่าน ทำให้ท่านได้รับบรรดาศักดิ์ เป็น ขุนจำนงจีนารักษ์ ตำแหน่งกรรมการพิเศษจังหวัดสุพรรณบุรี นายอากรสุรา-ฝิ่น ศักดินา 400 ไร่ จากพระบาทสมเด็จพระปก เกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2474 เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกการสูบฝิ่น ท่านจึงหันมาทำสวนทำไร่ และเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2517 รวมอายุได้ 83 ปี บ้านของท่านในส่วนของ คุณเคียวยี้ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนาย โต้วซ้ง จีนารักษ์ อนุญาติให้คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยใช้ชื่อ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนง จีนารักษ์ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บของโบราณ สำหรับผู้ที่สนใจเข้า ชมเพื่อศึกษาหาความรู้มาจนถึงปัจจุบันนี้



ส่วนรูปนี้ที่ว่าการอำเภอสามชุกค่ะ




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2554 11:49:07 น.
Counter : 278 Pageviews.  

สามชุก ตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนที่1

สำหรับทริปนี้เป็นทริป สามชุก ตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยทริปนี้เป็นทริปที่ได้อภินันทนาการรูปภาพโดยเพื่อนรุ่นน้องที่น่ารักของผมอีกคนหนึ่ง เราไปชมกันครับ



คำว่าสามชุกปรากฎหลักฐานอยู่ในโคลงนิราศสุพรรณของท่านสุทรภู่ ซึ่งเดินทางโดยเรือมาด 4 แจวมากับบุตรชายและคนนำทาง จากวัดเทพธิดารามในปี 2384 คำว่า สามชุก กระชุก หรือสีชุก หมายถึงภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่เป็นรูปทรงฟักตัด สำหรับใส่สินค้าหรือของป่า ถ้าสานแบบผ่าซีก ซ้อนสะกัดปิดหัวท้ายในเกวียนใส่ข้าวเปลือกมาโรงสี
อีกนัยหนึ่ง อาจารย์สุภร ผลชีวิน เขียนไว้ในหนังสือนิทานย่านสุพรรณว่า หมายถึง "สามแพร่ง" ด้วยมีสินค้าบรรทุกเรือมาจากทางเหนือ ( นครสวรรค์ ) และมาาจากทางใต้
คือ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม มาจอดเรือเรียงรายแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรกรรมและของป่าที่บรรทุกเกวียนมาจากทางตะวันตกของสามชุกเป็น 3 ทางด้วยกัน และบ้าน "สามเพ้ง" ซึ่งเป็นตลาดแห่งที่ 2 ก็ปรากฎอยู่ในนิราศสุพรรณ์เช่นกัน

ในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ตลาดสามชุกที่เป็นบ้านเรือนริมน้ำ ตั้งแต่ใต้วัดสามชุกขึ้นมา ก็เลื่อนขึ้นมาปลูกเป็นเรือนแถวต่อ ๆ กัน ที่บ้านสามแพ่งเกิดซอย 2 ซอย 1 ผู้อพยพเข้ามาภายหลังก็เกิด ซอย 3 ซอย 4 ตามลำดับ เมื่อเกิดอำเภอใหม่ขึ้นทางเหนือ อำเภอนางบวช ซึ่งตั้งอยู่บริเวณวัดบ้านทึงตั้งแต่ปี 2437 ก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านสาชุกในปี 2454 และเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอสามชุกในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นเมืองท่าแห่งการค้าขายริมแม่น้ำเจริญรุ่งเรืองมากด้วยแม่น้ำท่าจีนเป็นเส้นทางค้าขายจากกรุงเทพฯ ถ้าปากน้ำโพมาแต่อดีตในช่วงประมาณปี 2480 - 2510 แต่เศรษฐกิจสะพัดมาก
ปี 2510 เรือโดยสารหมดไป ด้วยมีถนนเกิดขึ้น ตัดผ่านเข้าไปในทุกสถานที่ บทบาทของการคมนาคม ทางน้ำ ลดลงจนหมดไปในที่สุดประกอบกับส่วนข้าราชการย้ายออกไป ผู้คนย้ายออกไปอยู่รอบนอก พอเศรษฐกิจตกต่ำถึงขีดสุดปี 2540 เกิดตลาดนัด รายรอบสามชุกทุกวันทุกชุมชน ตลาดสามชุกก็แทบสิ้นลมหายใจ นอนขายกันทีเดียว
ปี 2542 สุขาภิบาลยกระดับขึ้นเป็นเทศบาลทำให้เกิดแนวคิดของนายกเทศมนตรี ที่จะกระจายอำนาจการบริหารไปสู่ชุมชน ก่อตั้งชุมชนในเขตเทศบาลขึ้น และกรมธนารักษ์
สุพรรณบุรี มีโครงการรื้อเรือนแถวซอย 1 - 2 เพื่อสร้างอาคารคอนกรีต จึงมีการรรวมตัวของภาคประชาชนในชุมชน ปรึกษากันถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยในตลาดขึ้น
ปี 2543 จึงได้มีการจัดต้งคณะกรรมการเพื่อพัฒนาตลาดสามชุก จากผู้ที่อาสาเข้ามาร่วมคิดร่วมทำ มีนายพงษ์วิน ชัยวิรัตน์ ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาตลาดฯ จัดกิจกรรมฟื้นฟูประเพณีต่าง ๆ จากการมีส่วนร่วมของชุมชน วางแผนในการพัฒนาปรับปรุงตาดด้วย
ปี 2545 มูลนิธิชมุชนไท ได้ชวนชาวตลาดสามชุกเข้าร่วมโครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ โดยการสนับสนุนของ พอช. และ สสส. นำเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดำเนิน
กระบวนการทำงาน
ปี 2546 ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 12 เมืองนำร่องโครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ ด้านเมืองเก่า ด้วยการเข้ามาช่วยคณะกรรมการให้สามารถขับเคลื่อน
กระบวนการพัฒนาด้วยพลังของประชาชน ในวิธีการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด จนประสบผลสำเร็จ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะเสร็จสิ้นโครงการไปตั้งแต่ปี 2549 ก็ตาม
นับว่าเราแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย และเศรษฐกิจได้เสร็จสิ้นชัดเจนในปี 2550 จนกลายเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตในเชิงอนุรักษ์ อันเป็นความสำเร็จของประชาชน
ที่เข้มแข็งยิ่ง โดยใช้กิจกรรมในการรวมคน รวมใจ มีจุดหมายเดียวกันคือ รักษาความเป็นสามชุกตลาดร้อยปีไว้ให้ยิ่งยืนตราบนานเท่านาน และจะยาวนานเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับ หนึ่งสมองสองมือ กับหนึ่งใจ ของทุกคนมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อ "สามชุกตลาดร้อยปี"
ปี 2547 จากการเปิดตัว โครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ ด้านการอนุรักษ์เมืองเก่า เราเริ่มเป็นที่รู้จักด้วยเรามีเมืองเครือข่ายทั่วประเทศ สื่อต่าง ๆ นักท่องเที่ยว
แวะเวียนเข้ามาชุม มาชิม มาแล้วมาอีก เสน่ห์ของเรา อยู่ที่อัธยาศัยไมตรี อบอุ่น เป็นกันเองมีรอยยิ้ม ต้นรับขับสู้อย่างจริงใจ อาหารอร่อย ๆ ที่ติดใจ ต้องกลับมาอีกครั้ง และอีกครั้ง
ปี 2548 ความภาคภูมิใจที่เหนือความคาดหวังคือการได้รับการคัดเลือกจาก สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ได้รับประราชทานรางวัล "อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทองค์กร" จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ปี 2550 กรมศิลปากร "ให้พื้นที่และอาคารในตลาดสามชุกเป็น โบราณสถานที่มีความสำคัญย่านประวัติศาสตร์ชุมชน" อนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ต่อไป
ปี 2550 ได้รับรางวัล อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
ปี 2551 สำนักงานเลขาธการสอทการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ยกย่องให้เป็น "สังคมแห่งการเรียนรู้ต้นแบบ"
ปี 2552 องค์การ ยูเนสโก ประกาศให้สามชุกตลาดร้อยปี "เป็นองค์กรภาคประชาชนที่อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมประเภท "ดี" ในเขตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก" ที่ชุมชนเข็มแข็ง จนสามารถพลิกฟื้นคืนชีวิตให้แก่วิถีชีวิต และเศรษฐกิจจนกลับคืนมาได้สำเร็จ
จาก 2543 จนถึงวันนี้ ความสำเร็จของเรา เกิดขึ้น "จากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง" ด้วยกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ มีน้ำใจ เข็มแข็ง เสียสละ อดทน ทำทุกอย่างด้วยตัวเราผู้ใหญ่ที่มาเยื่ยมเยือน สื่อมวลชน นักท่องเที่ยว เป็นกำลังใจที่ล้ำค่ายิ่งในยามท้อ พี่เลี้ยงที่ประคับประคองเราทุกเรื่อง ที่พึ่งพาทางใจนอกเหนือจากพระรัตนตรัยอันเป็นศูนย์รวมจิตใจอันยิ่งใหญ่คือเจ้าพ่อหลักเมืองสามชุก ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้มั่นคงและความศรัทธาของคนในชุมชนที่มีต่อผู้นำจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะพาไปสู่ความสำเต็จอย่างงดงาม




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2554 11:42:13 น.
Counter : 448 Pageviews.  

ทริปดำน้ำอ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต

ทริปดำน้ำ (scuba) อ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต โดยทริปนี้เป็นทริปที่ได้อภินันทนาการรูปภาพโดยเพื่อนรุ่นน้องที่น่ารักของผมคนหนึ่ง เราไปชมกันครับ

อ่าวฉลอง
อยู่ห่างตัวเมือง 11 กม. ทางทิศใต้ของเกาะภูเก็ตไปตามทางที่ไปหาดราไว เมื่อถึงห้าแยกฉลองเลี้ยวซ้ายประมาณ 1 กม.ถึงอ่าวฉลอง มีสะพานไม้ทอดยาวไปในทะเล ชายหาดเป็นรูปโค้งยาวเหยียดมองเห็นทิวมะพร้าวริมหาดเอนลู่ออกทะเล ทะเลบริเวณนี้ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ เพราะหาดเป็นโคลน ที่อ่าวฉลองนี้นักท่องเที่ยวจะเช่าเรือไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ หรือเช่าไปตกปลาได้



เตรียมพร้อมลงดำน้ำแล้วค่ะ



รูปนี้กับเต่าทะเลค่ะ





ปลาปักเป้าค่ะ สวยมั้ยคะ



ส่วนอันนี้รูปร่างคล้ายๆ ปลาดาว แต่ไม่ทราบว่าใช่หรือเปล่านะคะ



ส่วนนี่ดาราของเรา นีโม ปลาการ์ตูนแสนสวยค่ะ ต่อไปก็ดูปลาสวยๆ กันยาวๆ เลยนะคะ













และสุดท้ายแชะรูปกับครูสอนดำน้ำก่อนกลับค่ะ



เป็นอีกทริปนึงที่น่าสนใจมากๆ ครับ หากเพื่อนๆ มีโอกาสลองหาเวลาไปดำน้ำดูซักครั้งนะครับ และขอบคุณรูปสวยๆ จากน้องสาวที่แสนน่ารักด้วยนะครับ




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2554 11:32:15 น.
Counter : 1233 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

wvhso6
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Friends' blogs
[Add wvhso6's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.