Group Blog
 
All blogs
 

En ö i havet ตอนที่หนึ่ง




ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องหัดแปลค่ะ เพราะช่วงนี้มีโอกาสได้ทำงานพาทไทม์เป็นล่าม แล้วรู้สึกเวลาแปลแล้วภาษาไทยตัวเองมันแปลออกมาพิกลๆ ไม่หลื่นไหลยังไงไม่รู้ เลยถือโอกาสใช้ blog กลุ่มนี้ไว้ฝึกมือค่ะ

เขียนโดย : Annikar Thor
แปลจากภาษาสวีดิข : ข้าพเจ้าเอง

รถไฟค่อยๆชะลอความเร็วลงแล้วจอดลง จากชานชาลาได้ยินเสียงประกาศด้วยภาษาที่ไม่อาจจะเข้าใจได้
สเตฟฟีเอียงตัวไปที่หน้าต่าง ผ่านกลุ่มควันจากหัวรถจักรเธอมองเห็นป้าย และถัดไปไกลอีกหน่อย เป็นตึกที่สร้างด้วยอิฐกับเพดานแก้ว

“เรามาถึงแล้วเหรอคะพี่สเตฟฟี่ “ เนลลี่เอ่ยถามอย่างวิตกกังวล
“ใช่ที่นี่หรือเปล่าคะที่เราจะลง”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน “ สเตฟฟี่ตอบ
“ พี่คิดว่าน่าจะอย่างนั้นนะ “

สเตฟฟีขึ้นยืนบนเบาะเพื่อที่จะสามารถเอื้อมถึงชั้นวางกระเป๋าได้ เธอเอากระเป๋าของเนลลี่ลงมาก่อน จากนั้นค่อยยกกระเป๋าของตัวเองลง ส่วนเป้นักเรียนนั้นวางอยู่ที่พื้น ไม่มีอะไรที่จะลืมทิ้งไว้บนรถไฟได้หรอก มันก็แค่ของเล็กๆน้อยๆที่พวกเขาจะสามารถนำติดตัวมาได้


หญิงผู้ซึ่สวมชุดสูทสีอ่อนๆ และใส่หมวกคนหนึ่ง โผล่มาตรงประตูตู้รถไฟ หล่อนพูดภาษาเยอรมัน

“อ้าวเร็วๆๆซิ “ หล่อนสั่ง
“ที่นี่คือเมืองยัตเตอร์บอยร์ก พวกเธอจะต้องลงที่นี่ “

หล่อนไปยังตู้อื่นๆ และแน่นอนละหล่อนไม่ยอมแม้ที่จะรอตอบคำถาม

สเตฟฟี่สะพายกระเป๋าเป้ขึ้นบ่าและหลังจากนั้นจึงช่วยน้องสาวเอากระเป๋าสะพายขี้นบ่าของเธอ

“ถือเอากระเป๋าของตัวเองสิ” สเตฟฟีบอก

“มันหนักนะ” เนลลี่บ่น แต่ก็ยอมถือโดยดี

สองพี่น้องเดินจูงมือกันไปยังห้องโถง เด็กๆถูกบังคับให้ลงจากรถไฟ

ตรงชานชาลาวุ่นวายไปด้วยเด็กๆและกระเป๋า
ส่วนด้านหลังพวกเขาก็วุ่นวายไปด้วยขบวนรถไฟ และเสียงดังลั่นเอี๊ยดๆของล้อเป็นจังหวะดังจากสถาณีรถไฟ เด็กตัวเล็กๆ บางคนก็ร้องกระจองอแง เด็กชายตัวน้อยๆคนหนึ่งร้องหาแม่

“แม่ของหนูไม่ได้อยู่นี่หรอกนะ” สเตฟฟี่บอกเด็กคนนั้น
“แม่หนูไม่สามารถมาที่นี่ได้หรอก เดี๋ยวเธอก็จะได้แม่ใหม่ แม่ใหม่ที่ใจดีพอๆกันน่ะแหระ”

แม่คร้าบ! แม่คร้าบ! เด็กชายตัวน้อยยังคงส่งเสียงร้องต่อไป

หญิงคนที่สวมชุดสูทรสีอ่อนมาอุ้มเด็กชายขึ้น

“ มานี่มา “ หล่อนหันไปบอกเด็กคนอื่นๆ
“ ตามฉันมานี่”
เด็กๆเข้าแถวยาวเหมือนฝูงลูกเป็ดน้อยตามหล่อนไปในอาคารสถาณีรถไฟสูงเพดานแก้วโค้ง

ชายหนุ่มเดินตรงรี่เข้ามาหาพวกเขาพร้อมกล้องตัวเบอเร่อเทิ่ม แสงแฟรชที่สว่างเจิดจ้า ทำให้เด็กคนหนึ่งเริ่มร้อง

“นี่หยุดถ่ายซะทีน่า” หญิงในชุดสูท ร้องอุทานด้วยความรำคาญ
“พวกนายทำให้เด็กตกใจนะ “

ชายคนนั้นยังคงลั่นชัตเตอร์ต่อ “นี่มันงานของผมนะ คุณผู้หญิง” เขาพูด
"พวกคุณทำหน้าที่ดูแลเด็กลี้ภัย ส่วนผมมีหน้าที่เก็บเกี่ยวกับภาพพวกนี้ แล้วนี่มันจะทำให้พวกคุณหาเงินได้มากขึ้นไง” แล้วชายคนนั้นก็ลั่นชัตเตอร์ต่ออีกสองสามภาพ

สเตฟฟี่เบือนหน้าหนีจากกล้อง เธอไม่อยากเป็นเด็กลี้ภัยบนหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วก็ไม่อยากจะเป็นคนที่คนอื่นต้องมาบริจาคเงินให้ด้วย





 

Create Date : 15 มิถุนายน 2550    
Last Update : 20 มีนาคม 2553 14:22:30 น.
Counter : 166 Pageviews.  


i'mdancingaloneonthemoonlight
Location :
Stockholm Sweden

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Blog ของคนชอบกดชัตเตอร์ แอบบันทึกเรื่องราว และสีสันของโลกผ่านเลนส์ ใช้จมูกดมกลิ่นหาสถาณที่ท่องเที่ยวใหม่ๆให้ตัวเอง
POST BOX
Friends' blogs
[Add i'mdancingaloneonthemoonlight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.