Group Blog
 
All blogs
 
เชิญแวะเข้ามารับบุญก่อนนะคะ

7-8-9 มี.ค.2552

ไปปฏิบัติธรรมมากลับมาแล้วค่ะ 3วัน

กับ แพทย์หญิง ผกา วราชิต และคุณเล็ก

จึงขอนำบุญมาฝากค่ะ

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน

ถ้าเข้ามาก็ถือว่าเราเป็นกัลยาณมิตรกันนะ

ภพนี้ ภพหน้า(ฟุ้งไปอนาคตแล้วเห็นมะ)
เอาเป็นว่าชาติที่แล้ว ชาตินี้ ชาติไหนๆ ล่วงเกินอะไรไว้ ขออโหสิต่อกันนะคะ

กลับมาพร้อมสติซึ่งยังเปี่ยมอยู่

พรุ่งนี้อาจพร่อง

การปฏิบัติครั้งเป็นครั้งแรกการฝึกสติ สมาธิ

3วันอาจจะยังน้อยไป ยังไม่ค่อยได้อะไรเต็มที่

แต่ก็ถือเป็นการสะสมไปเรื่อยๆ

จะว่าหนักก็ใช่นะ สำหรับคนที่ไม่เคยไปฝึกแบบนี้

ไม่ว่าจะเหนื่อย เมื่อย ทรมาน ท้อ

แต่ทั้งหมด เราก็ทำเพื่อตัวเราเอง

อาจารย์บอกว่า ครั้งนี้จะไม่มีการสวดมนต์ เพราะไปสวดที่บ้านได้

อยากให้เดินจงกรม กับนั่งสมาธิใหเต็มที่

เพราะ 3วัน เวลาน้อยมาก ในการฝึกสติ ดูใจ

7 มี.ค 52 วันแรก ก็ไปถึงวัดเกือบ8โมง

ขึ้นไปลงทะเบียน จะมีพระท่านนั่งอยู่

แล้วก็รอรับป้ายชื่อ พระท่านจะเขียนให้เลยค่ะ

เสร็จแล้วก็จุดธูป 9 ดอก มีพระนำสวด

ก็กล่าวตามคู่มือที่ท่านให้มา เพื่อรับศีล 8

นำกระเป๋า ไปเก็บที่เรือนนอน

เตรียมจัดที่นอน เสื่อ หมอน ผ้าห่ม มุ้ง ซึ่งทางวัดมีให้

เปลี่ยนเสื้อผ้า ทำภารกิจส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อย

09.00น. อาจารย์เคาะระฆัง พร้อมกันที่ห้องปฏิบัติธรรมซึ่งอยู่ชั้นบน

อาจารย์ก็นั่งสนทนา ถามว่าใครเคยปฏิบัติมาแล้วบ้าง แล้วทำไมจึงมา

มีความคิดอย่างไร แล้วอยากได้อะไร ตั้งความหวังไว้อย่างไร

ต่อจากนั้นก็เริ่มบอกว่าจะปฏิบัติอย่างไร ในการการอยู่ร่ามกัน

มีข้อตกลง ห้ามคุยกัน อาจารย์จะสอนทุกอย่างตั้งแต่การกราบพระ

เดินจงกรม นั่งสมาธิ การกิน การนอน การนั่ง เดิน เข้าห้องน้ำ ทุกอริยบท

แล้วก็เปิดวิดีโอ ให้ดูเป็นตัวอย่างซึ่งเป็นของพระ

ตลอดที่อยู่ที่นั่นไม่ว่าจะทำอะไรต้องกำหนดรู้ทุกอย่าง ทุกอริยบท

มันเหมือนเรื่องตลก ที่ทุกย่างก้าวต้องทำอะไรช้าๆ กินช้าๆ ซึ่งมันขัดกับชีวิต

ประจำวัน

แต่ขนาดช้าแล้วกำหนดแล้ว จิตเรายังฟุ้งไปที่อื่น ไม่เคยอยู่เฉยเลย

ร่างกายช้าแล้ว แต่ใจเราไม่ช้าตามมันคอยจะหลุดอยู่เรื่อย

ไม่เคยอยู่กับปัจจุบันเลย คิดอดีต คิดอนาคต เพ้อเจ้อไปเรื่อย

กำหนดรู้ แต่ก็ยังไม่รู้ ยืนอยู่แต่ใจไม่เคยเห็นว่ายืน

แล้วนับประสาอะไรกับทุกวันที่เราเร่งรีบ สติเราจะอยู่ที่ไหน

***การกราบพระถือว่าสำคัญมาก จะมีวิธีการกราบที่ละเอียดทุกขั้นตอน ทำให้เรามีสติตลอดเวลา ก่อนเดินจงกลม นั่งสมาธิจะต้องกราบพระก่อนทุกครั้งค่ะ

วันแรก ทุกอย่าง30

10.00น. เดินจงกรม30นาที นั่งสมธิ30นาที

การเดินจงกรมถือเป็นการสะสมความเพียร

การเดินจงกรมก็ให้กำหนด ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ ยืนหนอ กลับหลังหนอ กลับที่ละ45องศา 4 ครั้ง พอดี ถ้าจิตฟุ้ง ก็ตามความฟุ้งไป กำหนด ฟุ้งหนอ หรือคิดหนอ จนเริ่มมีสติกลับมาใหม่แล้วค่อยเดินต่อ การฝึกไม่ใช่ปิดกั้นความรู้สึก ร้อน เมื่อย เบื่อ กำหนดรู้ให้หมด ตามความรู้สึกให้ทัน ทุกความรู้สึก ให้รู้ ลมพัดก็เย็นหนอ หมาเห่าก็ยินหนอ

บางที่เดิน จิตหลุด ท่องไปขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ แต่กิริยาจริงๆแล้ว เรากำลังกลับหลังอยู่

การนั่งสมาธิ กำหนด ยุบหนอ พองหนอ หรือ นั่งหนอ ถูกหนอ(หมายถึงก้นเรา ทั้งสองถูกกับที่นั่ง เค้าเรียกอะไรนะ กระดูกเชิงกรานมั้ง ทั้งซ้ายและขวา
กำหนดให้ชัด

แต่การนั่งสมาธิของเรา ยิ่งนั่งยิ่งฟุ้ง แต่อาจารย์บอกว่ายิ่งรู้ว่าฟุ้งเท่าไหร่ แสดงว่าเรามีสติมากขึ้น เมื่อก่อน ฟุ้งแต่เราอาจไม่รู้ก็ได้ ถ้าฟุ้งให้กำหนด ฟุ้งหนอ หรือคิดหนอ

ถ้าเป็นช่วงแรกไม่ถือว่าผิดปกติอะไร แต่ถ้าฝึกไปซักพักแล้วยังฟุ้งอยู่ อาจจะต้องกลับไปดูสติ ดูสิ่งที่เรากำหนด อาจจะยังไม่มีสมาธิเพียงพอก็ต้องกลับไปแก้ไข เพื่อให้กำลังสติมากขึ้น

ฝึกไปซักพักแล้วยิ่งฟุ้ง ก็ไม่ดีแล้วหนอ อาจจะบ้าแล้วหนอ

เมื่อยให้รู้ว่าเมื่อหนอ เจ็บหนอ ปวดหนอ กำหนดรู้ สิ่งที่รอมากที่สุด คือเสียงไมค์ แก๊กๆทีไร ดีใจทุกที ปรุงแต่งจิตอีกละ เพราะอาจารย์จะบอก ครบกำนดเวลาแล้วค่ะ

11.00น รับประทานอาหาร
เวลารับประทานก็ต้องกำหนดรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่หยิบช้อนเคลื่อนหนอ จับหนอ แข็งหนอ(ปลายช้อน) เย็นหนอ (ปลาบช้อนเย็น) ตักหนอ หล่นหนอ(ข้าวหล่น) กะว่าจะไม่ใช้ส้อมซะหน่อย จะได้ลดขั้นตอนการกำหนด
แต่ข้าวเจ้ากรรมก็หล่น ตักหล่น ตักหล่น วางแขนขวาหนอ ยกแขนซ้ายหนอ เคลื่อนหนอ จับหนอ เขี่ยหนอ วางหนอ พักหนอ เมื่อยแล้วหนอ อิอิ แอบบ่น
อ้าปากหนอ งับหนอ อมหนอ วางหนอ ต้องวางมือที่จับช้อนลงก่อน ก่อนที่จะทำกิริยาต่อไป คือเคี้ยวหนอ ลับตา แล้วระลึกรู้ ว่าเคี้ยวหนอ...

เอาเป็นว่านั่งอยู่ตรงข้ามกัน ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ซ้าย ขวา หน้า หลัง ไม่รู้เลย เพราะไม่เคยทอดสายตาขึ้นสูง

มีบางอย่างที่ทำลายสมาธิเป็นอย่างมาก คือไม่รู้จะใช้คำอะไรมาแทนกริยาที่ทำ เค้าเรียกว่าอะไรนะจำไม่ได้ บางทีก็ตลกตัวเอง เช่นงับหนอ ยาสีฟันโดนปากก็ซ่าหนอ แทนที่จะใช้ว่าเย็นหนอ บางทีมันนึกไม่ออกจริงๆซินะ

อ้าปาก กลืน เคี้ยว จึงใช้เวลาในการกิน นานมากกว่าปกติ เปรียบเทียบกับชีวิตปกติที่เรียกว่ากินอย่างปถุชนคนธรรมดาแล้วผิดกันราวฟ้ากับเหว

มีสตางค์ซื้อกินแต่ไม่มีสติ แต่อยู่ที่นี่ ไม่ต้องใช้สตางค์ซื้อ แล้วยังได้โบนัสเป็นสติอีกหลายเท่า


..แล้วก็พักผ่อนอย่างมีสติตามอัธยาศัย

13.00 น. เริ่มเดินจงกรม สลับกับนั่งสมาธิ แล้วเสริมด้วยการฝึกโยคะแทนการเดินจงกลม ตอนท้าย

16.30 พัก ดื่มน้ำปานะ อาบน้ำ กินข้าว อ๊ะม่ายมี ถือศีลแปด

18.00 น.รวมพลโยคี 2 อย่าง 30 จนถึง 21 น.

21.00 พักผ่อน นอนรวมกันหลับ ก็หลับตื่นๆอะนะ ผิดที่ผิดทาง
อีกอย่างก็กังวล กลัวจะหลับเพลิน เพราะปกติมันสบายใจเพราะไว้ใจนาฬิกาปลุก พอไม่มีมันเลยระแวง ทั้งๆที่ก็จะมีเสียงระฆังดังตอนตี4

***ไม่พกโทรศัพท์มือถือ ไม่อยากเป็นกังวลเรื่องทรัพย์สิน เลยปิดแล้วเอาไว้ในรถ ตัดไม่ขาดจริงๆ

***พกตังค์ไปแค่ทำบุญ

วันที่2 อย่างละ 40
ระฆังเคาะตี4
รวมพลโยคีตี 5 กราบพระ เดินจงกรม นั่งสมาธิ สลับกันไปอย่างละ 40 นาที จนถึง 7โมงเช้า
07.00น. รับประทานอาหารเช้า
08.15น. เริ่มปฏิบัติอีก สลับกันไป จนถึง 11.00น
11.00น.รับประทานอาหารกลางวัน
13.00น.เจอกันที่เดิม หลังจากเดินจงกรม นั่งสมาธิแล้ว ก็พักดื่มน้ำปานะ10นาที วันนี้อาจารย์ถามว่าจะเดินจงกลมต่อหรือฝึกโยคะแทน ศิษย์ทุกคนพร้อมใจตอบว่าขอฝึกโยคะ 55 อาจารย์ถามว่าถ้าเดินอีกจะอ้วกแล้วเหรอ(อาจารย์ท่านใจดีก็นำฝึกโยคะ)
16.30น.พักผ่อน
18.00น.ได้เวลานัดหมาย เย็นนี้ร้านเดิม
21.00น.พักผ่อน นอนยาว

วันที่3 สุดท้าย อย่างละ50เพราะเริ่มเป็นมืออาชีพแล้ว

แต่ช่วงบ่ายเดินจงกรม กับนั่งสมาธิอย่างละ30 นาที
เพราะจะได้มีเวลาถามตอบปัญหากัน
แล้วอาจารย์จะให้สวดมนต์และอุทิศส่วนกุศล
อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน
16.00 ก็จบหลักสูตร 3วัน สาธุๆๆ

ขอบคุณอาจารย์หมอ และคุณเล็กนะคะ ที่เปิดอบรมหลักสูตรนี้
อนุโมทนาบุญค่ะ

...เวลาเดินไปไหน อาจารย์บอกไม่ต้องไปแวะอ่านอะไร
แต่ระยะทางแต่ละที่มันห่างกันพอสมควร หลุดอยู่เรื่อยเลย

...แต่ก็มีข้อยกเว้นบางอย่างนะคะ เพื่อปรับให้เข้ากับสภาพปัจจุบัน เช่นการเข้าห้องน้ำ ก็ทำเร็วได้ แต่ก็มีสติ เพราะคนเยอะจะรอกันไม่ไหวหนอ

...เปิดปิดประตูห้องนอน อย่าช้าหนอ ยุงจะเข้าหนอ

เอาเป็นว่าบางอย่างก็แล้วแต่เห็นสมควรค่ะ อาจารย์บอกมา




















Create Date : 09 มีนาคม 2552
Last Update : 2 สิงหาคม 2552 13:38:35 น. 1 comments
Counter : 185 Pageviews.

 
ขออนุโมทนาในบุญในกุศลด้วยครับ ยิ่งฝีกมากยิ่งมีประโยชน์มาก


โดย: ตนซ่อมพระ IP: 118.172.108.139 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:21:30:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดูดีคู่สีจี๊ด
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เช็คข้อความหลังไมค์
ข่าวประจำวัน
หัดรู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลาง


: Users Online

Friends' blogs
[Add ดูดีคู่สีจี๊ด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.