sunji149
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add sunji149's blog to your web]
Links
 

 
บำเหน็จหรือว่าบำนาญอย่างไหนดีกว่ากัน


บำเหน็จคือเงินที่ได้รับเป็นก้อนใหญ่ครั้งเดียวที่จะได้รับหลังจากเกษียณ เท่าที่ได้ฟังมา เงินบำเหน็จใช้วิธีการคิดจากนำเงินเดือนเฉลี่ยหกสิบเดือนสุดท้ายไปคูณกับจำนวนปีที่ทำงานมา เช่น ทำงานมา20ปี เงินเดือนก้อนสุดท้ายคือ30000บาท เงินบำเหน็จที่จะได้รับคือ 600,000 บาท

บำนาญคือ เงินที่ได้รับเป็นก้อนเล็กๆเป็นรายเดือนตลอดจนกว่าจะเสียชีวิตและหลังจากเสียชีวิตไปแล้วทายาทของเราก็จะได้รับเงินก้อนเป็นจำนวน 30เท่าของเงินบำนาญ วิธีการคำนวณเงินบำนาญ

นำเงินเดือนเฉลี่ยหกสิบเดือนสุดท้ายมาคูณจำนวนปีที่ทำงานแล้วหาร50 ก็จะเท่ากับเงินบำนาญที่จะได้รับทุกเดือน

หากถามว่าบำเหน็จกับบำนาญรับอย่างไหนมูลค่ามากกว่ากัน?

สมมติว่าคุณทำงานมา20ปี เงินเดือนเฉลี่ยหกสิบเดือนสุดท้าย 30000บาท เงินบำเหน็ดที่คุณได้คือ 600,000บาท (30x20)

เงินบำนาญคุณจะได้คือ 12,000 บาท ((30000x20)/50))

เวลาที่เงินบำนาญจะเท่ากับเงินบำเหน็จคือ 4ปี 2เดือน ก็จะได้รับเท่ากับเงินบำเหน็จ

ซึ่งจำนวนเวลานี้จะฟิคตายตัว ไม่ว่าอายุงานจะเท่าไหร่ หรือเงินเฉลี่ยจะเท่าไหร่ก็ต้องใช้เวลา 4ปี 2เดือนที่จะได้เงินเท่าบำเหน็จ(ที่เป็นเช่นนี้เพราะหาร 50)

อายุของคนที่จะได้รับบำเหน็จบำนาญคือประมาณ55ปี การที่บำนาญจะคุ้มกว่าบำเหน็จคือต้องไม่เสียชีวิตก่อนจะถึงจุดที่ได้รับเงินเท่าเงินบำเหน็จ

ผมว่าในปัจจุบันอายุคนเรายืนขึ้นเยอะ เนื่องจากการแพทย์ต่างๆ อายุเฉลี่ยน่าจะอยู่ได้ถึงประมาร 65ปีเป็นอย่างน้อย

พอลองเซิร์จข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตพบว่า อายุเฉลี่ยชายไทยอยู่ที่ 69 ปี ผู้หญิงอยู่ที่ 76ปี

ซึ่งหมายความว่าไม่ต้องกังวลกับเวลาคืนทุน4ปี 2เดือนเลย เพราะอายุตอนนั้นก็แค่ 59เท่านั้น

ปัญหาว่าจะเสียชีวิตก่อนแทบจะไม่ต้องเป็นห่วงมากถึงจะเสียชีวิตก่อนเงินเท่าเงินบำเหน็จก็ยังมีเงินก้อนตกไปถึงทายาทอีก30เท่าของเงินบำนาญ

ผมว่าปัญหาเงินหมดก่อนเสียชีวิตน่าหนักใจกว่า

สรุปคือเงินบำนาญมีมูลค่ามากกว่าในอีก4ปีต่อมา

หากลองคิดในแบบนักลงทุนคือได้รับเงินมาแล้วไม่นำไปใช้แต่นำมาลงทุนต่อ

การรับเงินบำนาญกับเงินบำเหน็จอย่างไหนดีกว่ากันหากไม่นำไปใช้แต่เอาไปลงทุนต่อไปเรื่อยๆ?

ผมลองคำนวณดูพบว่าหากนำเงินบำเหน็จ 600000บาทไปลงทุนให้ได้กำไร15%ต่อปีแล้วนำเงินที่ได้กำไรมารวมกับเงิน พบว่า

ได้เงินในปลายปีที่5 = 1,040,000กว่าบาท

ในกรณีเงินบำเหน็จก็ไม่ใช้เงินเลยแต่นำเงินที่ได้เดือนละ12000บาทไปลงทุนต่อเพื่อให้ได้กำไรปีละ15%และนำเงินที่ได้กำไรไปลงทุนต่ออีก จะได้เงินในปลายปีที่5 = 1,070,000 กว่าบาท

หมายความว่าเงินบำนาญก็จะมากกว่าเงินบำเหน็จในปลายปีที่5

อายุในตอนนั้นก็แค่60ปี ยังมีเวลาให้ใช้เงินอีกเยอะ

หากลองมาคิดดูที่ 10ปี

เงินบำนาญ = 3,200,000 กว่าบาท

เงินบำเหน็จ = 2,100,000 กว่าบาท

เงินบำนาญมากกว่าเงินบำเหน็จเยอะมาก ต่างกันเป็นล้านบาท

ดังนั้นเงินบำนาญมีมูลค่ามากกว่าเงินบำเหน็จมากนัก

หากถามว่าจะเลือกเงินแบบไหน หากไม่ได้มีหนี้ หรือร้อนเงินยังไงผมคิดว่าควรเลือกเงินบำนาญครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรูปแบบการใช้ชีวิตก็มีผลมากกับการเลือก แต่หากคำนึงถึงผลตอบแทนที่จะทำให้เงินมากขึ้นผมคิดว่าเงินบำนาญดีกว่าครับ

บทความจาก toytorich.com/article




Create Date : 23 กรกฎาคม 2555
Last Update : 23 กรกฎาคม 2555 9:51:08 น. 1 comments
Counter : 11372 Pageviews.

 
เพิ่มเติมนิดหน่อยค่ะ

เงินจำนวน 30เท่าของเงินบำนาญ หลังเราเสียชีวิต
ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ อนุมัติให้เจ้าตัว เบิกออกมาใช้ก่อน ได้ 15 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน เมื่อเสียชีวิตแล้ว ทายาท ได้อีก 15 เท่า


เราเองก็เลือกรับบำนาญค่ะ


โดย: @NBC วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 เวลา:13:17:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.