Group Blog
 
All Blogs
 
เชียงใหม่เป็นดิสนีแลนด์อยู่แล้ว

เชียงใหม่เป็นดิสนีย์แลนด์อยู่แล้ว !
สุชาดา จักรพิสุทธิ์
(บทความลำดับที่ 606 : 050748)

ในฐานะประชาชนชาวเชียงใหม่ และอดีตคนกรุงเทพฯที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นบนแผ่นดินเชียงใหม่กว่า 15 ปี ออกจะตกใจจนเกือบจับไข้หัวโกร๋น กับข่าวนายกฯทักษิณอยาก"ทำ"เชียงใหม่ให้เทียบชั้นดิสนีย์แลนด์ โดยจะทุ่มเงินงบประมาณของชาติกว่า 20,000 ล้านบาท ด้วยเป้าหมายที่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คือเพื่อเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยว

ไม่ว่าวาระซ่อนเร้นในการประกาศนโยบายนี้จะเป็นอะไรก็ตาม ไม่น่าเชื่อว่าผู้บริหารที่ชาญฉลาดอย่างคุณทักษิณ จะคิดอะไรได้แต่เพียงการยัดเม็ดเงินเข้าไปสู่ระบบบริการและการจ้างงาน
อย่างที่พูดให้ขลังตามขี้ปากฝรั่งว่า value creation ซ้ำยังนึกถึง value อะไรไม่ได้มากไปกว่าการขุดเอาวัฒนธรรมขึ้นมาขายๆๆ ในนามของการท่องเที่ยว ดังที่ท่านบอกว่า"จะสร้างเอกลักษณ์ให้วัฒนธรรมเชียงใหม่ จะเสริมระบบขนส่งมวลชนเป็นโมโนเรล ที่ใช้ทั้งขนส่งและชมทิวทัศน์ของเมือง สร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ สร้างสวนสัตว์กลางคืน สร้างเคเบิลคาร์ที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งจะลงทุนไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ก็ทำให้เชียงใหม่มีแวลูครีเอชั่นได้"

คำถามก็คือ ท่านนายกฯหรือหน่วยงานที่จะกระดิกหางขานรับเรื่องนี้ เคยถามประชาชนชาวเชียงใหม่บ้างหรือไม่ว่า เราอยากให้แผ่นดินเกิดของเราเป็นแบบดิสนีย์แลนด์หรือไม่ ? ทุกวันนี้ความเจ็บช้ำกล้ำกลืนของคนเชียงใหม่จำนวนมาก ในฐานะของเมืองที่"ถูกท่องเที่ยว"ชั้นแนวหน้านั้น มีมากพออยู่แล้ว เราต้องเสียสละช่องทางจราจรให้รถบัสคันใหญ่ของนักท่องเที่ยว ที่นึกจะจอดขวางทางเพื่อซื้อของที่ระลึกตรงไหนก็ได้

เราต้องสู้ทนกักตัวเองไว้ในบ้านกับการซื้อกับข้าวตุนใส่ตู้เย็น เพื่อจะไม่ต้องเข้าสู่สงครามน้ำบนท้องถนนในช่วงสงกรานต์ ขณะที่ชาวบ้านแถวตีนดอยสุเทพ ต้องไปหิ้วน้ำจากรถจ่ายน้ำ อบต.ในช่วงแล้งนั้น เพราะไนท์ซาฟารี หรือสวนสัตว์กลางคืนของท่านนายกฯ (ก็ท่านขึ้นป้ายใหญ่เบ้อเริ่มว่า เป็นโครงการในดำริของฯพณฯ ) มาตอกบ่อลึกเป็นร้อยๆ เมตรหลายสิบบ่อเพื่อสวนสัตว์กลางคืนที่ท่านอยากได้ โดยจนป่านนี้โครงการหลุมดำที่ดูดงบประมาณแผ่นดินไปมหาศาลแล้วนี้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดให้บริการได้

หรือหากเปิดให้บริการ คนเชียงใหม่ก็จินตนาการไม่ออกว่า จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำเงินสู่ชาวเชียงใหม่ยังไง นอกเสียจากการเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนขั้นต่ำไม่กี่ตำแหน่ง มิพักจะพูดถึงการปู้ยี่ปู้ยำแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม ให้กลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของการขาย ๆ ๆ ๆ เพื่อเสพบริโภคเหมือนๆกันไปตั้งแต่เหนือจรดใต้ จนนึกไม่ออกว่าเอกลักษณ์เชียงใหม่ที่ท่านายกฯเอ่ยมานั้น ท่านหมายถึงอะไร

และถ้าเอกลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ มีอยู่จริง ก็แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะ"สร้าง"ได้ด้วยเม็ดเงินและกรอบคิดแต่เพียงแง่มุมของการท่องเที่ยว ท่านคงเข้าใจผิดอะไรไปมากทีเดียวเกี่ยวกับความหมายและคุณค่าของ "เอกลักษณ์" และ "วัฒนธรรม" เพราะท่านพร่ำพูดถึงแต่โครงการก่อสร้างและกายภาพของเมือง ทั้งระบบขนส่งมวลชนเอย ศูนย์ประชุมนานาชาติเอย ชวนให้นึกสงสัยว่า ไม่เคยมีหน่วยงานใดๆของการท่องเที่ยว ทำการศึกษาวิจัยให้ได้ความรู้ที่ชัดเจนเลยหรือว่า
นักท่องเที่ยวชั้นดี… เอ้า หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปก็ได้ เขาอยากมาเที่ยวเชียงใหม่ เพราะอะไร ? ไหนๆก็มุ่งจะหากินกับการท่องเที่ยวไปทุกหย่อมหญ้าทั้งที

วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของเชียงใหม่เป็นอย่างไร ก็ต้องถามพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย และชาวชุมชนที่อยู่นอกเมืองเชียงใหม่ เพราะทุกวันนี้ คนเชียงใหม่จริงๆถูกไล่ที่จากธุรกิจ ( และผู้คนที่มาซื้อ -ขายฝันกันในเชียงใหม่) ไปอยู่รอบนอกกันเสียมาก ไปดูให้"เห็น"และเรียนรู้ให้"เข้าใจ" จากวิถีชีวิต สำรับกับข้าว และสิ่งที่อยู่ใน"ปุ๋ม" (ภูมิ) ของคนเชียงใหม่จริงๆ ซึ่งไม่ใช่การแสดงมรหรสพ แอ่ะๆอุ่ย แอ่ะๆอุ่ย อย่างที่เสแสร้งขายกันอยู่

แล้วตกลงนโยบายแห่งชาติ อยากให้เชียงใหม่เป็นอะไรกันแน่ ศูนย์กลางการบินก็จะเป็น ศูนย์กลางการเงินก็จะเป็น ศูนย์กลางวัฒนธรรมก็จะเป็น นี่จะให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอีกแล้ว หรือจะพูดให้ถูกว่า ทั้งหมดนี้คือการพัฒนาบนความโลภใช่หรือไม่ ? จากกรอบคิดการพัฒนาที่ไหลจากศูนย์กลางอำนาจไม่เคยแปรเปลี่ยน แม้เชียงใหม่จะไม่ได้เป็นเมืองขึ้นมากว่า 700 ปี

หากโครงการปั้นเชียงใหม่ให้เป็นดิสนีย์แลนด์เกิดขึ้นจริงๆ เชื่อเถอะว่าคนเชียงใหม่ส่วนใหญ่ก็คงไม่ลุกขึ้นมาก่อม็อบคัดค้านอะไร อย่าว่าแต่คนเชียงใหม่เลย คนจังหวัดไหนๆก็เหมือนกัน ลอง
ท่องมนต์มหาระรวยเรื่องรายได้การท่องเที่ยวแบบนี้ ประชาชนตาดำๆ ก็คงได้แต่ตาลอยเคลิบเคลิ้มกันไป ส่วนที่ลุกขึ้นมาเขียนอะไรโวยอะไรบ้าง ก็จะถูกป้ายสีปิดฉลากเก่าๆว่าเป็นคนส่วนน้อยบ้าง ไม่ใช่คนเชียงใหม่บ้าง โดยหารู้ไม่ว่าเขาไม่อยากให้เชียงใหม่เป็นเมืองอุบาทว์อย่างที่ที่เขาหนีมาเพราะอะไร

บทเรียนความล้มเหลวของโครงการพัฒนา ที่ไม่เคยศึกษาหรือถามหาความต้องการของท้องถิ่นสักที กลายเป็นพล็อตนิยายซ้ำซากที่นักเขียนบทในโครงสร้างส่วนบน ทั้งของรัฐและทุนไม่เคยใส่ใจ เนื่องเพราะการท่องเที่ยวได้กลายเป็น"ชิ้นปลามัน" ที่ทำให้นักธุรกิจการเมืองสบช่องการฮั้วและปั้นโครงการก่อสร้างต่างๆ เข้ามา "พัฒนา" ท้องถิ่นได้อย่างเมามัน

ไม่ต้องเสียเวลาและใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมหาศาลมาบันดาลเชียงใหม่ให้เป็นดิสนีย์แลนด์หรอก ฯพณฯ เชียงใหม่เป็นดิสนีย์แลนด์อยู่แล้ว และเมืองไหนๆในแผ่นดินไทยนี้ก็กำลังจะกลายเป็นดิสนีย์แลนด์กันไปหมด ในความหมายที่ดิสนีย์แลนด์คือดินแดนเทพนิยายแห่งการเสแสร้งปั้นแต่ง เพื่อจะมอมเมาผู้คนให้เคลิบเคลิ้มสนุกสนานอยู่ในดินแดนเนรมิต เพื่อความลวงจะทำให้เราหลงลืมความจริงอันเจ็บปวดของผู้ถูกปกครอง…ในดิสนีย์แลนด์แดนสยามนี้




Create Date : 20 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2548 10:03:32 น. 8 comments
Counter : 178 Pageviews.

 
บ้านเรา

ไม่เอาดิสนีแลนด์


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:56:23 น.  

 
นับวันคุณทักษิณจะยิ่งเป็น "คนบาปสันกำแพง" นะครับ

ขออนุญาติพิมพ์เป็นภาษาเหนือ

บ่ฮ้านี้ คิงจะอะหยังล้ำเหลือบ่ะ แป๋งเจียงใหม๋ฮื้อเป๋นดิสนีย์แลนด์ กึดได้จะไดบ่ ฮ้าขนาด

เมืองเฮาเป็นเมืองวัด ฮาคะฮื้อหมู่อื่นมาแอ่งเจียงใหม๋เพราะมาผ่อวัดผ่อวัฒนธรรมดี ๆ ของจาวเหนือเฮา บ่ใจ้มากรี๊ดกร๊าดวี้ดว้าย

นายกทักษิณ คิงระวังขึดเน้อ..... ผีป้ออุ๊ยแม่อุ๊ยจะบ่เอาคิงไว้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:58:43 น.  

 
First, sorry I can't type in Thai. Anyhow, I totally understand your frustration. I think Thaksin's idea is that since the north is his 'Vote bank' or where his main supporters are, he therefore needs to come up with mega-projects to impress people of the north.
Anyhow, just my comment.


โดย: Thep IP: 61.90.97.20 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:51:51 น.  

 
คุณ น้องสหายสันติ
แล้วจะถามเรื่องบัญชีที่เพื่อนเขาจะให้เข้า
ดูนะคะ
แต่น้องทางเว็บอื่นบางคนเขาก็บอกบุญเรื่องนี้
กันอยู่
ส่วนรูปม้านั้นทราบว่าเพื่อนเป็นคนแจ้งความประสงค์
ให้ทำรูปม้าเพราะหลวงปู่ท่านเกิดปีม้า
หากเป็นเราคงจะเป็นรูปพระธรรมจักรอยู่ตรงกลาง
แต่รูปม้านั้นก็สวยดีค่ะมีพลังดี..

ไว้คุณน้องถามหลังไมค์ก็ได้นะคะ
เพราะเมื่อคืนแค่ลิงก์กระทู้ไว้ว่าไปลงไว้ที่ไหนบ้างยั
งถูกตามไล่ลบคงกลัวว่าจะมาเรี่ยไรนะคะ..ส่วนเรื่องไป
พี่ก็ว่าไม่กลางเดือนธันวาก็ต้นมกราคมจะขึ้นไปเรื่อง
ส่งไปก่อน และ มีบางคนเขาก็ร่วมทำผ้าห่มทอมือจาก
อีสานไปถวายท่านด้วยค่ะ

เอาเป็นว่า...ผู้ทำแต่ละฝ่ายมีจิตใจศรัทธาเดินหน้าร่วมกัน
ทำบุญโดยไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไร
ของพี่จริงๆก็ยังยุ่งเรื่องจัดหนังสือส่งโรงเรียนต่างหวัด
ยังทำไม่เสร็จอยู่ค่ะ
แต่ก็ เรื่องหนักๆอย่างโยกย้ายของ ย้ายสถานประกอบการ
ก็ซาลงระยะนี้เหลือแค่เรื่องบัญชีตัวเลขที่ยังต้องทำไล่ดู
กันไปเรื่อยๆ ก็จะพยายามปลีกตัวขึ้นไปพร้อมเขาไม่
ธันวา ก็มกรานะคะ ส่วน กุมภานั้น จะดูอีกทีค่ะ
เพราะเคยไปไหว้พระธาตุ ดอยสุเทพช่วงกุมภา บ่อยๆค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามมาอ่านนะคะ


แวะตามเอาคำตอบมาวางไว้ให้ค่ะ
ไม่ทราบทำไมต้องลบค่ะงง


โดย: tiki_ทิกิ IP: 61.91.223.147 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:15:21 น.  

 
เห็นด้วยกับชาวเชียงใหม่ที่จะได้รับความเจริญในหลายๆด้านรวมทั้งสถานที่พักผ่อนในลักษณะท่องเที่ยวอย่างเช่นไนท์ซาฟารีเชียงใหม่
ไม่ต้องไปคิดอะไรมากดูอย่างท่านบรรหาร ศิลปอาชา สิท่านเป็นสส.สุพรรณบุรี ท่านก็ขยันของบจากรัฐบาลมาพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีจนจังหวัดอื่นๆต้องมองดูด้วยความอิจฉา


โดย: เกลอแก้ว วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:37:12 น.  

 
"Modern stupidity means not ignorance but the nonthought of received ideas."


โดย: kant IP: 69.118.204.48 วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:0:51:17 น.  

 
//spaces.msn.com/members/absolutekant/


โดย: kant IP: 69.118.204.48 วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:0:52:37 น.  

 
แอบมาดู น่าเห็นใจค่ะ เราก็ไม่ค่อยชอบ ผู้นำบางประเทศแถวๆนี้ค่ะ


โดย: i am tabo วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:21:36:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สหายสันติ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สหายสันติ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.