คิดดีทำดีเป็นสุดยอดแห่งคุณธรรม

ของขวัญวันปีใหม่

วิธีให้ของขวัญปีใหม่กับตนเองและหรือผู้อื่นตามแนวพุทธ.

 ความปรารถนาดีด้วยการมอบของขวัญให้ผู้ใดก็ตาม โดยไม่หวังผลตอบแทนแต่อย่างใดหรือด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสเป็นเรื่องที่ดีงามเพราะเป็นการทำความดีและเป็นกุศล.


 การจะให้ของขวัญแก่ผู้ใดก็ตาม ควรที่จะต้องให้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด.


 การให้ของขวัญที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพกายและใจของผู้รับก็ได้ การให้ของขวัญที่ไม่ถูกต้องจึงเป็นอกุศล.

 ความสำเร็จของการให้ของขวัญ คือ ของขวัญที่ให้นั้นควรเป็นประโยชน์แก่ผู้รับ ยิ่งเป็นประโยชน์มากเท่าใด ความสำเร็จของการให้ของขวัญก็จะมากขึ้นเช่นกัน.

 ของขวัญมี ๒ ประเภท ดังนี้ :-

 ๑. ของขวัญทางวัตถุ(ทางโลก) เป็นของขวัญที่ต้องกินและใช้.

 การให้ดอกไม้ก็จะได้รับประโยชน์น้อย เพราะจะเห็นความสวยงามเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นเรื่องของความนิยม.

 การให้วัตถุหรือสิ่งของต่าง ๆ ก็ต้องพิจารณาว่า ของขวัญที่ให้นั้น สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน และต้องไม่เป็นภาระให้แก่ผู้รับด้วย. บางคนเอาสัตว์เลี้ยงไปให้ จึงเป็นภาระแก่ผู้รับ เพราะสัตว์เลี้ยงบางชนิดอายุยืน ผู้รับจึงต้องรับภาระในการดูแลเป็นเวลานาน.

 การให้ของขวัญประเภทอาหาร เช่น ข้าว ปลา ผัก ผลไม้ อาหารกระป๋อง ของแห้ง ของหมักดอง ชา กาแฟ ก็จะให้ประโยชน์และโทษได้ด้วย ถ้าไม่มีความรู้ในเรื่องอาหาร.

 อาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพ.  มีคำพูดที่ว่า "คุณเป็นอย่างที่คุณกิน" เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนสามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง เช่น กินอาหารมากก็มักจะเป็นโรคอ้วน กินหวานมากก็จะเป็นเบาหวาน รวมทั้งกินไขมันมากก็จะทำให้ไขมันในเลือดสูงทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อัมพาต กินอาหารสกปรกก็จะติดเชื้อ กินอาหารไม่ถูกสัดส่วนและไม่ครบทั้ง ๕ หมู่ก็อาจจะเสียสุขภาพ กินอาหารที่มีอนุมูลอิสระมาก ก็จะเป็นมะเร็ง กินอาหารไม่เพียงพอก็จะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่กินอาหารเช้าหรือกินอาหารไม่ครบถ้วนทั้ง ๕ หมู่ และกินอาหารน้อยเกินไป ก็อาจจะเป็นอัลไซม์เมอร์ในบั้นปลายของชีวิต.

 บางคนกินอาหารผิดพลาดจนเกิดความเสียหายต่อร่างกายด้วยการเจ็บป่วย ย่อมเป็นการยากที่จะแก้ไข เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว.

 ดังนั้น การจะให้ของขวัญแก่ตนเองและหรือผู้อื่นนั้น ต้องมีความรู้ในเรื่องอาหารตามสมควร.

 การให้อาหารเป็นของขวัญแก่ผู้ที่มีโรคประจำตัว ก็ต้องศึกษาให้รู้ชัดว่า ควรให้อาหารประเภทใดจึงจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และควรกินอาหารประเภทใดที่ก่อให้เกิดประโยชน์.

 การให้อาหารเป็นของขวัญแก่ผู้สูงอายุ ไม่ควรให้อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงรวมทั้งไขมันแปรรูปด้วย แต่ก็ควรให้อาหารไขมันไม่อิ่มตัวอย่างเพียงพอแต่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป.  การขาดอาหารไขมันจะทำให้ร่างกายทรุดโทรม ความต้านทานต่ำทำให้เจ็บป่วยได้โดยง่าย.

 โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต และการซ่อมบำรุงสุขภาพของร่างกาย.  การให้อาหารเป็นของขวัญก็ต้องคิดถึงโปรตีนด้วย.  โปรตีนที่ดีที่สุดมาจากถั่วและปลา เพราะจะไม่ทำให้ไขมันเลือดสูง ย่อยช้า แต่ต้องไม่กินมากหรือน้อยเกินไป.

 กินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมากเกินไปเป็นประจำ จะทำให้ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดแดงทั้งร่างกายก็อาจจะตีบลง ทำให้การไหลเวียนเลือดลดลง จึงเป็นผลให้ร่างกายเสื่อมลงเร็วกว่าปรกติและเจ็บป่วยได้โดยง่าย.

 การให้ของขวัญเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการในการผลิต เช่น อาหารที่ผลิตจากการบดหรือทำให้เป็นผงหรือเป็นแป้งผง ได้แก่ขนมต่าง ๆ  ที่ทำจากแป้งบด น้ำตาล เป็นต้น.

 สำหรับขนม เช่น เค็กและพายนั้น มีส่วนประกอบที่เป็นแป้งบด ไขมันไม่ดี และมีน้ำตาลจำนวนมาก จึงเป็นอาหารที่อาจทำให้น้ำตาลและไขมันในเลือดสูงมากขึ้นก็ได้.

 การให้ผลไม้เป็นของดีมาก มีประโยชน์ แต่ต้องไม่หวานมาก.   ผลไม้ที่ไม่หวานมากจะถูกย่อยช้า ๆ จึงไม่เกิดปัญหาน้ำตาลและไขมันในเลือดสูง.

 ลำใย องุ่น มีน้ำตาลฟรุ๊กโตสมาก จึงย่อยง่ายไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานหรือผู้สูงอายุ แต่ถ้าจะให้ต้องเตือนว่าให้กินจำนวนเล็กน้อยหลังอาหาร เพื่อให้ย่อยช้า ๆ.

 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ถือว่า เป็นบุคคลที่มีไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง จึงต้องระวังเป็นพิเศษ และคนอ้วนก็เช่นกัน.

 น้ำผลไม้และน้ำผึ้งดูว่าเป็นของดี แต่โดยหลักการแล้ว น้ำผลไม้มีน้ำตาลฟรุ๊กโตสจำนวนมาก และย่อยได้เร็วเท่ากับกลูโคส จึงเป็นอันตรายต่อผู้ที่เป็นเบาหวานและผู้สูงอายุ เพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงและไขมัน(ไตรกลีเซอไรด์)สูงขึ้นด้วย.  ดังนั้น ถ้าจะให้อาหารประเภทนี้ ต้องเตือนให้ดื่มหรือกินครั้งละน้อยหลังอาหาร หรือให้เป็นผลไม้จะดีกว่ามาก.

 อาหารเสริมเป็นอาหารแปรรูปมักจะมีราคาแพง มีประโยชน์น้อยเมื่อเทียบกับราคา.  ถ้ายังกินอาหารตามปรกติได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกินอาหารเสริม.

 วิตามินและแร่ธาตุเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการมาก เพราะส่วนใหญ่กินอาหารและย่อยได้น้อย จึงมักจะขาดวิตามินและแร่ธาตุ.

 การให้ของขวัญเป็นเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัยที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับย่อมเป็นเรื่องที่ดีงามและเป็นกุศล แต่ต้องไม่เบียดเบียนตนเองและหรือผู้อื่น.

 การให้ การให้ยืม การบริจาค การทำบุญและทำทานก็ควรใช้หลักการเช่นเดียวกัน.

 บทความสั้น ๆ ที่นำเสนอนี้ เป็นการให้แนวคิดในการให้ของขวัญในวันปีใหม่ รวมทั้งการให้ของฝากในโอกาสต่าง ๆ ด้วย.

 สำหรับเรื่องอาหาร เป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกคน เพราะสุขภาพจะดีหรือเลวก็เพราะอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด.  ถ้ามีเวลาว่าง กรุณาแวะเวียนไปที่เว็บไซต์ //www.thai60.com เพื่อดู PowerPoint ในเรื่องอาหาร เพื่อเป็นแนวทางในการไปศึกษาเพิ่มเติม.

 หวังว่าปีใหม่และตลอดไปท่านจะให้ความสนใจในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อจะได้ให้ของขวัญที่มีค่าต่อตนเองและหรือผู้อื่นต่อไป.

 นอกจากเรื่องอาหารแล้ว การออกกำลังกายและการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการทำให้มีสุขภาพดี.  ทุกคนจึงควรให้เวลาในการออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อยวันละ ๔๕ นาที และนอนหลับอย่างน้อยวันละ ๗-๘ ชั่วโมง เพื่อเป็นของขวัญสำหรับตนเอง.  ๒. ของขวัญทางธรรม(ทางจิตใจ) เป็นของขวัญที่มีคุณค่าสูงสุดสำหรับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส เป็นอริยบุคคลที่ประเสริฐหรือเป็นชาวพุทธที่แท้จริง.

 ในวันปีใหม่หรือโอกาสอันควร ก็ควรให้ของขวัญทางธรรมแก่ตนเองและหรือผู้อื่น.  ของขวัญนั้น คือ ธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และตรัสสอนนั่นเอง.

 ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และตรัสสอนมีอยู่เพียงเรื่องเดียว คือ เรื่องอริยสัจ ๔.

 ก่อนจะให้ของขวัญทางธรรมแก่ผู้ใด ต้องตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเนื้อหาในอริยสัจ ๔ ด้วยตนเองเสียก่อน แล้วจึงค่อยมอบของขวัญทางธรรมให้ผู้อื่น เพราะถ้าให้ของขวัญทางธรรมที่ไม่ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์ด้วยตนเอง ย่อมอาจให้ของขวัญที่ไม่ถูกต้องก็ได้.

 เพื่อให้เกิดความมั่นใจในเรื่องอริยสัจ ๔ จึงขอเชิญชวนให้มาศึกษาเรื่องอริยสัจ ๔ ที่ เว็บไซต์ //www.thai60.com เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงในอริยสัจ ๔ และมั่นใจว่า อริยสัจ ๔ เป็นเรื่องสั้น ๆ ไม่ยากเลย. เมื่อได้รับผลดีตามสมควรแล้วก็เริ่มให้ของขวัญทางธรรมได้เลย.

 สรุปแล้ว การให้ของขวัญในวันปีใหม่และในโอกาสต่าง ๆ หรือการให้สิ่งของใด ๆ ก็ตาม ในแนวพุทธนั้น ต้องใช้สติปัญญาทางโลกและทางธรรมควบคู่กันไป เพื่อป้องกันการเบียดเบียนตนเองและหรือผู้อื่นนั่นเอง และให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและหรือผู้อื่นด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์.   ครั้นให้แล้วก็ปล่อยวาง คือ ไม่คิดด้วยความยึดมั่นถือมั่นว่า ต้องเป็นไปตามความคิดของตนหรือตามที่ตนปรารถนา เพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับพระอรหันต์ทั้งหลาย.







Free TextEditor


Create Date : 02 มกราคม 2555
Last Update : 2 มกราคม 2555 14:18:16 น. 4 comments
Counter : 547 Pageviews.  

 
สวัสดีครับ


ขอบคุณมากครับ
สำหรับข้อคิดดีดีที่ฝากไว้ที่บล้อกผมครับ

ผลรางวัลนั้นเป็นผลของปีที่แล้วครับ
รางวัลในปีนี้ยังไม่ได้ประกาศผลครับ






คนเราจะดีหรือชั่ว สุขหรือทุกข์ก็เพราะความคิด.
ขณะที่เราคิดดี คำพูดและการกระทำต่าง ๆ ก็จะดีด้วย
จิตใจก็จะบริสุทธิ์ผ่องใส เข้าถึงความดับทุกข์หรือนิพพาน.


.
.
.


ชอบประโยคนี้มากๆเลยครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:17:01:52 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มกราคม 2555 เวลา:6:22:48 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มกราคม 2555 เวลา:6:01:58 น.  

 
อ่านแล้ว จะนำไปปฎิบัติ ในปีต่อๆๆไป


โดย: ko-kim IP: 171.7.239.102 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:34:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
satipanya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เกิด พ.ศ.๒๔๘๑ เป็นข้าราชการบำนาญ สนใจธรรมะมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันพยายามศึกษาธรรมะและเผยแพร่ธรรมะเบื่องต้นอย่างง่ายๆ ในรูปแบบต่างๆ.
[Add satipanya's blog to your web]