ต้องการมุม ! ในวันที่โลกแคบ
Group Blog
 
All Blogs
 

เล่าให้ป๊าฟัง (4)


สวัสดีครับปะป๊า ที่โน่นฝนตกไหมครับ ที่นี่ตกมากมาย คนที่นี่สบายดีครับป๊า


วันนี้เตี๋ยคุยโทรศัพท์ประจำวันกับมะม๊าเสร็จแล้ว


คุยกะม๊าแล้วก็พลอยคิดถึงป๊าไปด้วย


คิดถึงพร้อมกันทั้งคนที่อยู่ไกลที่ไหนสักแห่ง กับคนที่อยู่ไกลแค่ชุมพร



สำหรับม๊าแล้วเตี๋ยคิดว่า ป๊าคือผู้ชายที่ขี้บ่นที่สุดในโลกเลย จำตอนเหตุการณ์กระทะสังหารครั้งนั้นได้ไหมป๊า (55+)


ป๊าโมโหม๊าเรื่องไม่ทำแกงจืดมื้อเย็น เรื่องใหญ่มาก เพราะป๊าบ่นจากห้องครัวตลอดไปจนห้องรับแขก บ่นจากห้องรับแขกไปจนถึงบ่อน้ำ



บ่นจากบ่อน้ำ มาจนถึงตุ่มใส่น้ำ ป๊าบ่นมาราธอนมาก เนื้อหามีหลากหลายมาก ฟังไม่ซ้ำสักประโยค แต่ใจความคือ "อั๊วะจะกินแกงจืด ทำไมลื๊อไม่ทำ"  แค่นั้นเอง



ดูเหมือนวันนั้นแม่ครัวคนงามนามว่าแสงดาว จะอารมณ์ดีพิเศษ ทนฟังได้นานผิดปกติ แต่แล้วสายพานแห่งความอดทนก็ขาดสะบั้น เครื่องอดทนพังสนิท


ปัง ปัง ปัง ! เสียงยังกับม๊ายิงปืน แต่นึกขึ้นได้ในมือม๊าไม่มีปืน  มีแต่ตะหลิว....


ถูก ม๊าใช้กำลังภายใน ผ่านมายังตะหลิว ซัดกระทะแทบทะลุ พร้อมกราดเสียงกัมปนาท


"ลื๊อจะกินกับข้าวที่อั๊วะทำไม๊ ถ้าไม่กินเอาไปเทให้อีเหลืองกิน" 




อีเหลือง หมาพันธุ์ไทย ที่ถูกพวกเราเก็บมาเลี้ยงจากที่ไหนสักแห่งมันกำลังจะโชคดี กับหมูรวนเค็มกระทะนั้น


"เทเลย รวยนักหรือไง แน่จริงเทดิ"


ตอนนั้นป๊าคงลืมไว่ากำลังท้าทายใคร นั่นเจ๊ดาว เจ้าแม่เซี่ยงไฮ้เชียว


สิ้นเสียงป๊า หมูรวนเค็มกระทะนั้น ก็ตกไปเป็นลาบปากอีเหลือง


เป็นอันว่าวันนั้นพวกเรากินข้าวกับผัดคะน้าปลากระป๋อง ไร้วี่แววของหมูรวนเค็ม อนิจจา


ป๊านะแหละผิด บ่นโดยไม่มีแผนการณ์


ผลเป็นไงเล่า สุดท้ายแกงจืดป๊าก็ไม่ได้กิน มิหนำซ้ำ หมูรวนเค็มก็สลายไปเป็นลาบปาก อีเหลือง สรุปเตี๋ยจะโกรธใครดี (55+) 


เรื่องราวการประทะฝีปากของป๊ากับม๊า ดูปกติดีแท้  ใครไม่เข้าใจจะหาว่าผัวเมียคู่นี้ทะเลาะกันทุกวัน


เตี๋ยเข้าใจคำที่ว่า "ยิ่งทะเลาะยิ่งรัก"  เป็นอย่างไร ก็วันที่ป๋ากำลังจะไป 



ม๊าเสียใจมาก มากพอเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเสียใจให้ผู้ชายขี้บ่นคนหนึ่งที่อยู่กันมาจนเกือบ 30 ปี


ม๊าร้องไห้จนเป็นลม เป็นลมทุกครั้งที่ลืมตามาเห็นร่างผู้ชายขี้บ่น ที่ไร้วิญญาณ 


กว่าร่างป๊าจะถูกบรรจุลงบ้านใหม่ใบแคบ ๆ ม๊าร้องเหมือนคนบ้าเลย


วันสุดท้ายเรามีพิธีเคารพศพ คืนนั้นเตี๋ยตั้งใจจะทำอาหารที่ป๊าชอบให้ป๊ากินพรุ่งนี้ นั่นคือขาหมูต้มเหล้าจีน ป๊าเคยบอกว่าเตี๋ยทำอร่อย เตี๋ยตั้งใจจะทำใหห้ป๊ากินเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายหน้าศพป๊า คืนนั้นเตี๋ยคงเหนื่อยมาก เตี๋ยหลับไปในครัว ตื่นมาเตี๋ยก็เห็นขาหมูไหม้ ป๊าเตี๋ยร้องไห้เลย เตี๋ยทำกับข้าวมื้อสุดท้ายของป๊าไหม้


เตี๋ยทำไรต่อไม่ถูกเลย เตี๋ยปิดแก๊สแล้วร้องไห้...นานจนกว่าเตี๋ยจะเริ่มทำมันใหม่ เตี๋ยทำจนเช้ากลัวป๊าไม่มีขาหมูกินพรุ่งนี้


ตอนไหว้เตี๋ยอยากรู้จังว่าป๊าได้กินขาหมูรึป่าว


ไม่ใช่หรอก เตี๋ยอยากได้ยินป๊าชมว่า อร่อย..


หวังว่าวันนั้นป๊าจะอิ่มนะครับ ป๊าอย่าโกรธเตี๋ยนะครับที่ทำขาหมูไหม้


..........







Free TextEditor




 

Create Date : 30 กันยายน 2552    
Last Update : 30 กันยายน 2552 21:57:19 น.
Counter : 127 Pageviews.  

เล่าให้ป๊าฟัง(3)

ป๊าครับ วันนี้เตี๋ยจะทำการบ้าน หาปากกาไม่ได้ดีซักด้าม
ชวนอารมณ์เสียครับ พอนั่ง รื้อ ๆ ค้น ๆ ก็เจอดินสอไม้ที่เหลาไว้อย่างแหลมแท่งหนึ่ง
แต่ป๊าครับ ดินสอแท่งนี้ทำให้เตี๋ยเริ่มคิดถึงป๊าอีกแล้วครับ


   สมัยก่อนตอนเราอยู่ในสวนยางพารา เป็นลูกจ้างรับกรีดยาง สมัยนั้นลำบากมากนะครับ แต่ป๊ากับม๊า ก็ไม่เคยคิดใช้ความลำบาก หรืออุปสรรคความยากจน มาปิดกั้นโอกาสการเรียนของพวกเราเลยนะครับ


   เตี๋ยจำได้ว่าตอนนั้นป๊าก็เริ่มเป็นโรคหัวใจแล้ว ทำงานหนักทีไรก็บ่นแต่เจ็บหน้าอก และหอบ ม๊าเลยเหนื่อยหน่อย เพราะความไม่แข็งแรงของป๊า เตี๋ยรู้ว่าป๊าสงสารม๊า ขนาดป๊าเจ็บหน้าอก ป๊ายังเดินขึ้นไปบนเขาเพื่อแบกปี๊บน้ำยางที่เต็มลงมาทำยางแผ่น มันเป็นเขาจริง ๆ เพราะตอนเด็ก ๆ เตี๋ยชอบคิดว่ามันเป็นบ้านยักษ์ทุกทีเลยครับ "ทั้งสูงทั้งชัน มีแต่ยักษ์ที่ไปอยู่ได้"


   หน้าที่สำคัญอีกอย่างของป๊าในทุกเช้าวันจันทร์-ศุกร์ คือการนำลูก 3 คนซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปส่งที่โรงเรียน ที่ไกลมากเลย ตอนนั้นเตี๋ยชอบคิดว่า เรา 4 คนเป็น กลุ่มพระถัมซัมจั๋ง ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ชมภูทวีป ตลกไหมป๊า ที่เราขี่มอเตอร์ไซด์ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกกันทุกเช้าเลย


   รถมอเตอร์ไซด์คันเก่งของเรา หรือไอแก่ปัจจุบัน รถมอเตอร์ไซด์ยามาฮ่ามีคลัช มีถังน้ำมันด้านหน้า มีป๊าเป็นสารถี เตี๋ยซึ่งตอนนั้นเรียนอนุบาล ตัวเล็กที่สุด ได้รับเกียรติจากทุกคนให้ใช้ถังน้ำมันด้านหน้าเป็นที่โดยสาร เป็นโชครึเปล่าน๊า เพราะทางที่ขรุขระ เวลาลงหลุมที กระเด้ง ยังกับลอยได้ แถมไม่มีเบาะมารองด้วย เจ็บไม่น้อยเลยครับ


   ที่เตี๋ยบอกว่าเห็นดินสอไม้แล้วคิดถึงป๊า เพราะตอนนั้น บ้านเรามีเงินน้อย ส่วนหนึ่งต้องกินใช้ในบ้าน ส่วนหนึ่งต้องใช้สร้างฐานะ อีกส่วนคือค่ารักษาพยาบาลป๊า บ้านเราเลยเหลือเงินไม่มากพอจะเจียดมาเป็นค่าเล่าเรียนมากนัก


   โชคดีเน้อป๊า ที่โรงเรียนมีดินสอ กับปากกาแจก แถมมีตราพระราชทานติดไว้ทุกชิ้น นี่หละครับอุปกรณ์การเรียนที่มีค่าของเรา ลางทีดินสอไม้แท่งหนึ่ง ต้องเก็บไว้ใช้นานเป็นปี เพราะขืนทำหาย อาจโดนม๊าชำระความเป้นการใหญ่


   ทุกเช้าประมาณตี 4 ป๊ากับม๊าจะกลับมาปลุกพวกเราให้เริ่มตื่นมาเตรียมตัวไปโรงเรียน ที่ต้องตื่นเช้า เพราะทุกเช้าเรามีภารกิจ ต้องหุงข้าวกินกันก่อนไปโรงเรียน ตื่นแต่เช้าแต่ไม่ยักง่วง เพราะเรานอนกันตั้งแต่ 6โมงเย็นแล้ว


   หน้าที่ก่อไฟจากฟืนเป็นหน้าที่ของ ก่อก๊อ พี่ชายรูปหล่อของเรา ก่อก๊อตื่นมาหน้าบึ้งกว่าใคร แถมมีน้ำลายบูดติดขอบปากตลอด พอไฟติด เจ้ พี่สาวคนงาม คว้ากระทะเอย หม้อเอย มาบรรจงเตรียมกับข้าวกันแต่เช้า


   หน้าที่สุดท้าย เตี๋ย น้องชายสุดน่ารัก ก็จะมานั่งลัลลาอยู่บนโต๊ะรอกินอย่างมีความสุข ทุกอย่างรวดเร็วมากครับ เพราะเมนูหลักตอนเช้าของพวกเราคือ มาม่าและปลากระป๋อง เมนูเราไม่เคยซ้ำกันซักวัน บางวันเราก็กินมาม่าหมูสับ บางวันก็มาม่าต้มยำ ปลากระป๋องก็ยำบ้างไม่ยำบ้าง อร่อยได้ไม่มีเบื่อ ทุกเมนูก็ขึ้นกับอารมณ์เจ้


   ตอนนั้นเรามความสุขเน้อป๊าเน้อ มาม่า 2 ห่อ กับปลากระป๋อง2กระป๋อง เรากินกันได้อิ่มทั้งพ่อแม่ลูกรวม 5 ชีวิตเลย ทั้งที่ทุกคนก็รู้สึกถึงความเบื่อ แต่ก็ไม่มีครบ่นในบ้านกันเลยนะ เพราะตอนนั้นพวกเราเข้าใจดีถึงคำว่า กินเพื่อยู่จริงๆ


   พออิ่มข้าวป๊าจะเรียกเตี๋ยให้เอากระเป๋าดินสอมาให้ป๊าดู เรียกเท่ห์นะป๊าว่าปกระเป๋าดินสอ ก็ถุงก๊อบแก๊บนี่เองแหละ เอามาปุ๊บป๊าก็จะบอกว่าวันนี้ "เอาแหลมมากไหม"  เตี๋ยก็ตอบแบบเดิมทุกวัน  " เอาแหลมสุดๆเลยป๊า "


   สิ่งที่ป๊าทำคือเอามีดกรีดยาง ที่มองดีดีก็คล้ายเคียวเกี่ยวข้าหนาๆ และมีหัวจุกที่ปลาย มาบรรจงฝนดินสอ จนแหลม ป๊าเอามือถูแล้วถูอีก ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าถูทำไม พอโตขึ้นก็รู้ว่าที่ป๊าถูเพราะกลัวจะมีเสี้ยนดินสอระคายมือเตี๋ย


   ขอบคุณครับป๊า เตี๋ยอยากขอบคุณป๊า ที่เหลาดินสอทุกเช้าให้เตี๋ย ตอนนั้นทำไมไม่คิดจะพูดก็ไม่รู้ มาตอนนี้ป๊าจะได้ยินไหมน๊อ


   เตี๋ยอยากบอกป๊าว่าดินสอที่ป๊าเหลาตอนนั้น มันเขียนดีที่สุดเท่าที่เตี๋ยเคยมีดินสอมา


   วันนี้เตี๋ยอยากให้ป๊าเหลาให้อีก


   เตี๋ยอยากมีดินสอที่เหลาจากมีดยางอีก


   วันนี้ต่อให้เตี๋ยไม่มีดินสอกดแพง ๆ ให้ใช้เลยตลอดชีวิต เพื่อแลกดินสอที่ป๊าเหลาเพียงแท่งเดียวเตี๋ยก็ยอม


   ป๊าอ้วน ป๊าอยู่ไหน ป๊ามาเหลาดินสอให้เตี๋ยหน่อย






Free TextEditor




 

Create Date : 23 กันยายน 2552    
Last Update : 23 กันยายน 2552 20:23:41 น.
Counter : 118 Pageviews.  

เล่าให้ป๊าฟัง (2)

สงสัยฝันร้ายเมื่อคืน มันมีอิทธิพลมากพอดู  ภาพเรื่องที่เกิดที่ห้องไอ.ซี.ยู ยังเวียนไปมาในหัวทั้งวันเลยครับป๊า


คิดไปคิดมา ป่านนี้ป๊าอยู่ไหน ทำอะไร อยู่น๊อ???


"ถ้าป๊าเป็นเบาหวานต้องตัดขา ป๊าตายดีกว่าหวะ สงสารพวกมึงจะลำบาก" ประโยคพวกนี้เข้ามาในหัวทันที ที่หมอมาบอกกับญาติคนไข้ว่า แผลติดเชื้อที่เท้ารุนแรงมาก และอาจจะต้องตัดเท้าออก เพื่อกันแผลลุกลาม


หมอบอกในเบื้องต้นจะพาคนไข้ไปตัดชิ้นเนื้อที่ตายออกก่อน นาทีนี้ดูเหมือนเตี๋ยจะเป็นฮีโร่เลย เป็นคนจัดการสื่อสารกับหมอ เป็นญาติคนเดียวที่อยู่ เพราะม่าม๊าดูเหมือนจะหลับแบบไร้สติอยู่บนเสื่อที่ปูไว้ เตี๋ยเลยไปสะกิดบอกม๊า ว่าเขาจะทำโน่น นี่ นั่น กับป๊า จะมีความเห็นไรได้ละครับ เพราะเราแม่ลูก ต่างก็ไม่รู้วิชาหมอ เขาบอกขวาเราก็ไปขวาตามกัน


ชั่วอึดใจ ร่างไร้สติของป๊าบนเตียงเคลื่อนย้าย กับพยาบาลสี่คนก็ออกมา และรีบวิ่งอย่างรวดเร็วไปห้องผ่าตัด หมอบอกจะช้าไม่ได้เพราะคนไข้ขาดเครื่องช่วยหายใจไม่ได้ พยาบาล 1 ใน4 ก็คอยบีบบอลลูนกลม ๆ ลูกหนึ่ง เตี๋ยเข้าใจว่าบีบแทนเครื่องช่วยหายใจ


ป๊าเข้าไปห้องผ่าตัด ชั่วโมงครึ่ง หมอศัลยกรรมบอก หมอทำสด ไม่ได้ใช้ยาชาแต่ประการใด เพราะหมอที่ไอ.ซี.ยู.บอกมาว่าคนไข้น่าจะไม่มีสติอยู่แล้ว


"เห้ย ! ทำไมหมอไม่ขอความเห็นผมซักคำ ว่าจะทำสด หรือลงยาชา" ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้นเหรอครับ ก็ภาพที่เห็น ถึงป๊า จะหลับตาปรี่ แต่น้ำตาป๊าอาบ สองแก้มเลย ขาที่โดน ทำ ก็กระตุกเป็นระยะ ป๊าเจ็บแน่ ๆ เลย ปกติป๊าเป็นแผลธรรมดา ทายาแดงยังร้องลั่นบ้านเลย


หมอไม่มีคำตอบให้เตี๋ย แล้วเดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นเองเป็นสาเหตุ ที่พวกเราตัสินใจจะย้ายป๊า มารักษาที่ กรุงเทพฯ  ผมจึงรับอาสามากรุงเทพ เพื่อหาโรงพยาบาลให้ป๊า และเตรียมตัวเปิดเทอมด้วย  ก่อนมาป๊ามีสติขึ้นมาบ้าง พอจะบีบมือม๊าเป็นการสื่อสารได้บ้าง ข่าวดีที่สุดเลย เตี๋ยขอป๊าไปกรุงเทพฯ โดยม๊าถามว่าให้เตี๋ยไปไหม ถ้าให้ไปก็บีบมือ ป๊าไม่ยอมบีบ


เตี๋ยก็งงทำไมป๊าไม่ให้ไป เตี๋ยโง่จริงๆ ที่ไม่รู้ว่าป๊าพยายามจะบอกให้เตี๋ยอยู่รอส่งป๊า ส่งป๊าไปที่ที่ป๊าจะไม่กลับมาหาเตี๋ยอีก


คืนที่เตี๋ย กลับกรุงเทพ อยู่บนรถ ม๊าก็โทรมาบอกว่า หมอเขาจะย้ายป๊าไปห้องเซมิ ไอ.ซี.ยู ซึ่่งไม่มีเครื่องหายใจ ขนาดใหญ่ เหตุผลคือ ป๊าอาการดีกว่าคนอื่นในห้อง และพรุ่งนี้จะมีขบวนตามเสด็จเจ้านายท่านหนึ่งมาเปิดตึกที่โรงพยาบาล ต้องเตรียมเตียงไอ.ซี.ยู ให้ว่างไว้ เตียงหนึ่ง สำรองเหตุ ทำไมต้องเป็นป๊าละ..


เตี๋ยมาถึงกรุงเทพฯ ก็ออกตะเวนทุกโรงพยาบาลเลยครับ เตรียมจะย้ายป๊ามา ให้ได้ขืนเป็นอย่างนี้ ป๊าคงไม่ไหว เตี๋ยทำอะไรที่ไม่เคยทำเลย ออกถามไปทุกโรงพยาบาล เริ่มที่ราชวิถี ที่อนุสาวรีย์ เดินไปแบบชาวบ้านถามไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอฝ่ายรับผิดชอบ เดินหาไม่พอ ต้องรอคิวอีก คนไข้เป็นร้อย คำตอบที่ได้มาคือเตียงเต็ม


ในมือเตี๋ยถือใบรายงานอาการของป๊ามาจาก โรงพยาบาลชุมพร ที่เตี๋ยต้องไปโวยวายให้ได้มา เพราะเขาไม่ยินดีให้ย้าย แถมเขาโมโหอีกว่า หมอจะไม่ส่งตัวนะ เพราะหมอรักษาได้เท่ากันกับที่กรุงเทพ ฉะนั้นค่าใช้จ่ายในการ เคลื่อนย้าย และรักษาพวกคุณรับผิดชอบกันเอง โรงพยาบาลไม่รับรู้


เรื่องนี้เรารู้ดี เพราะค่ารักษาโรคพวกนี้มีราคาสูง ก็เพราะป๊าเป็นโรคหัวใจมา ยี่สิบกว่าปี โคม่ามาก็หลายคร้ง เราก็พอรู้ว่าค่าใช้จ่ายมันสูง ม๊าจึงตัดสินใจจะขายที่ดินที่มีอยู่ไว้สำรองรักษาป๊า เผื่อเงินสดไม่พอ เพราะม๊าบอกป๊าเคยเป็นแบบนี้ก็เสียเกือบล้าน


เตี๊ยบอกจะไปหาโรงพยาบาลรัฐในกรุงเทพที่เป็น โรงเรียนแพทย์ จะได้มี อาจารย์หมอเก่งๆ มารับเคสป๊าไปรักษา ถ้าไม่ได้จริงๆ เราจะไปเอกชนที่มีหมอเก่งๆ  เตี๋ยโดนปฏิเสธมาทุกโรงพยาบาล สุดท้ายก็มาได้คำตอบที่ศิริราช ในตอนเย็น เพราะก่อนหน้าเตี๋ยไปมาทั้ง รามาฯ พระมงกุฎ จุฬาฯ เขาเตียงเต็มหมด เลยมาได้ที่ศิริราช กับอาจารย์หมอใจดีท่าหนึ่ง ที่เขาคงเห็นใจ และยินยอม ให้มาหาเตียงพรุ่งนี้เขาจะเป็นเจ้าของไข้ให้


คืนนั้นเตี๊๋ยเหนื่อยมาก ตั้งใจจะหลับแต่หัวค่ำ จะไปหาเตียงในตอนเช้า ก่อนนอนข่าวไม่สู้ดีก็มา ม๊าบอกป๊ามีอาการหอบมาหลายครั้งแล้ว เหมือนเครื่องช่วยหายใจอันเล็กในห้อง เซมิไอ.ซี.ยู จะไม่เป็นผล


พอตอนเช้าข่าวร้ายก็มา "เตี๋ย! ป๊าท่าจะไม่ไหวแล้ว กลับบ้านได้แล้ว ป๊าจะไปแล้ว" เสียงสะอื้นของเจ้ พี่สาวคนรอง ร้องให้มาตามสาย


"ป๊าเป็นไร...?"


"หมอปั๊มหัวใจไม่ขึ้นแล้วเตี๋ย กลับมาเถอะ ป๊าจะไปแล้ว"


ตอนนี้ผมร้องให้ไปตลอดทางจากกรุงเทพถึงบ้านเลย โทรศัพท์ไปก็ไม่มีใครรับสาย จนเจ้โทรกลับมา


"เตี๋ย ป๊าไปแล้วนะ เราไม่มีป๊าแล้วนะ ป๊าปั๊มหัวใจไม่กลับแล้ว" เจ้เอาแต่ร้องในสายโทรศัพท์จนแทบฟังไม่รู้เรื่อง"


....เตี๋ยไม่ต้องไปจองเตียงที่ศิริราชแล้ว ป๊าไม่ต้องใช้เตียงแล้ว.....


วันนั้น เตี๋ยนั่งรถกลับ ร้องให้ตลอดทางเลยป๊า ร้องเหมือนตอนที่เตี๋ยกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ ตอนนี้ เตี๋ยมารู้ทีหลังว่า หมอหยุดปั๊มเพราะป๊าไม่มาแล้ว ม๊าก็บอกให้พอ ป๊าจะได้ไม่ต้องเจ็บ 


"อีอยากไปก็ให้อีไป ไม่ต้องปั๊มแล้ว " คนที่รักกันมาเกือบจะ30ปี อยู่กินกันมาทั้งทุกข์ทั้งสุขก็ร่วมกันมา 


คงไม่มีใครอยากเสียคนที่รักไปหรอก แต่ม๊าบอกให้หมอหยุด เพราะม๊ารู้จักป๊าดีที่สุด ม๊าคือคนที่ป๊าเชื่อใจที่สุดแม้นาทีก่อนที่ป๊าจะไป 


ข่าวร้ายละรอกสองมาขณะที่เตี๋ยอยู่บนรถทัวร์ เส่ก๊า หรืออาคนเล็ก โทรมาบอกว่า คงรอเตี๋ยกลับมาไม่ทัน ต้องปิดโลงแล้ว ฤกษ์ไม่มี ต้องปิดก่อน เตี๋ยเกลียดประเพณีบ้านี่จัง 


แม้ครั้งสุดท้ายจะให้เห็นหน้าป๊ายังไม่ยอม โลงจำปาใบโต และพิธีกรรมร้ายกาจนั่น เตี๋ยรู้สึกโรกธขึ้นมาทันที


พอกลับมาถึง ทุกคนรีบดึงเตี๋ยที่กำลังร้องให้หน้าศาลาบำเพ็ญบุญไปหน้าโลง บอกว่ายังไม่ได้ลงตะปู รีบไปดูป๊าครั้งสุดท้ายเร็ว



ป๊าหลับตาปริ่มเลย แน่นมาก  ปากป๊าก็มียิ้มที่มุมปาก ครั้งสุดท้ายที่เห็น สุดท้ายจริงๆ 


เสียงใครไม่รู้ก็บอกมาว่า อย่าให้น้ำตาตกไปในโลง เดี๋ยวป๊าไปไม่สบาย


พรุ่งนี้เตี๋ยไม่มีป๊าแล้ว...


ป๊าไม่ได้อยู่รอเตี๋ยเรียนจบแล้ว...


ป๊าใจร้ายทิ้งเตี๋ยไปโดยไม่ลากันเลย...


ต่อไปป๊าก็จะไม่มารับเตี๋ยเวลากลับจากกรุงเทพฯ แล้ว...


ป๊าไม่ขับรถพาเตี๋ยไปกินขนมจีนที่ตลาดแล้ว...






Free TextEditor








 

Create Date : 20 กันยายน 2552    
Last Update : 20 กันยายน 2552 19:14:18 น.
Counter : 119 Pageviews.  

เล่าให้ป๊าฟัง (1)

เตี๋ยเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องบางเรื่อง แม้ก่อนตายก็มิวายจำ


นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ที่ปะป๊าจากไป เตี๋ยคงแย่มากเลยที่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าป๊าจากไปนานแค่ไหนแล้ว


ไม่ใช่เตี๋ยจำไม่ได้ แต่เตี๋ยไม่กล้าจำครับป๊า แม้นาทีนี้ที่คิดว่าแข็งแรงพอจะเขียนถึงป๊า เตี๊ยยังร้องให้อยู่เลยครับ


จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันสอบวันสุดท้ายของเทอมต้น ปี1 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกจากห้องสอบภาษาอังกฤษก็ใจไม่ดีเสียแล้ว


เพราะก่อนหน้านั้น ม่าม๊าบอกว่า ถ้าสอบเสร็จตัวสุดท้ายให้รีบโทรกลับมาทันทีนะ


"ปะป๊าท่าจะไม่ไหวแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ห้องไอ.ซี.ยู กลับมาบ้านเลยนะ" นาทีนั้น แม้จะร้องให้ยังไม่ทันคิดเลย


ทำอย่างไรจะกลับไปให้ทันนะ ในใจก็คิดอย่างเดียวคือกลัวป๊าตาย


การเดินทางมันช่างยากลำบากเหลือเกิน เตี๋ยเกลียดกรุงเทพฯ เพราะรถติด ถ้าไปไม่ทัน แล้วจะโทษใครดีละ


เตี๋ยสารภาพครับป๊า ว่าวันนั้นเตี๊ยใช้เงินประจำเดือนหมดก่อนกำหนด โชคดีที่ได้ แพน เพื่อนที่แสนดี อนุเคราะห์เงินค่ารถกลับชุมพรมาให้


ขอบคุณเพื่อนมากที่เป็นห่วง ในวันนั้น


พอถึงโรงพยาบาลชุมพร เป้าหมายคือห้องไอ.ซี.ยู ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากรอเวลาเยี่ยม ที่จะมีมาแค่วันละ2เวลาคือ เที่ยง และหกโมงเย็น พอเหลือบดูนาฬิกา นี่มันตีห้า อีก7ชั่วโมงเชียวเหรอ กว่าจะได้เจอป๊า


สิ่งเดียวที่ลูกคนนี้จะทำได้คือ พยายามมองลอดผ้าม่าน ที่มีรูเล็กๆ เท่าคันช้อนชา ของหน้าต่างห้องไอ.ซี.ยู ตรงหัวเตียงป๊า ภาพที่ลูกเห็นก็แค่หน้าผากกับคิ้วดก ๆ และท่ออะไรซักอย่าง ที่ป๊าอมไว้


"ม่าม๊า ป๊าเป็นไรอะ" 


"หมอบอกว่า ป๊าติดเชื้อในกระแสเลือด โอกาสรอดมีน้อย"


เสียงม่าม๊าผู้หญิงซึ่งใช้ชีวิตร่วมทุกข์สุขอยู่กับผู้ชายคนที่นอนแน่นิ่งบนเตียงในห้องนั้นมานานเกือบ 30ปี ตอบมาด้วยเสียงแห้งๆ



...เตี๋ยรู้ดี ว่าม๊าไม่กล้าร้อง เพราะกลัวลูกจะร้องตามกันหมด...


ป๊ารู้รึเปล่า ว่าวันนั้นเตี๋ยกลัวมากแค่ไหน กลัวว่าจะไม่มีป๊า กลัวไม่มีพ่ออ้วน ๆ ขับมอไซด์ให้ซ้อนเวลากลับจากกรุงเทพฯ กลัวไม่มีพ่อตัวอ้วน ๆ มาถ่ายรูปตอนรับปริญญา ...


7 ชั่วโมงวันนั้น มันนานมากครับป๊า ยิ่งกว่านั้นรูเล็ก ๆ ที่หน้าต่างก็โดน คุณพยาบาลปิดไปตอนไหนก็ไม่รู้ เตี๋ยนั่งคิดแต่ว่าป๊าต้องไม่เป็นไร ก็สองวันก่อนเรายังหยอกกันอยู่ในโทรศัพท์เลย เตี๋ยจำได้ทุกเรื่องที่เราคุยกันเลบ


"โหลเตี๋ยเรอะ ทำไรอยู่อะ"-----"กำลังขี้เกียจอยู่ ขี้เกียจอ่านหนังสือ"


"มีเงินใช้ ไหม "-----"มี แต่ถ้าป๊าให้ก็เอา"


"ถ้าเอาต้องกลับมาเอาเองนะ ป๊าส่งไม่ไหว เป็นหวัด"-----"เป็นหวัดนอนเยอะ ๆ เด้อ เดี๋ยวก็หาย"


"ไม่หายก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ตายแล้ว"


"พูดบ้า ๆ ตายแล้วเดี๋ยวต้องเผาร้อนนะ"


"ไม่เผาแล้ว ฝังดีกว่า กลัวร้อนหวะ ฮาๆๆๆ"



เตี๋ยไม่เอะใจเลย ว่านั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกัน







Free TextEditor






 

Create Date : 20 กันยายน 2552    
Last Update : 20 กันยายน 2552 19:17:35 น.
Counter : 117 Pageviews.  


ผู้ชายมองบน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ผู้ชายมองบน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.